บรรณานุกรม | วิชาการ.คอม


บรรณานุกรม

หมวดหมู่บรรณานุกรมสำหรับสืบค้นข้อมูล

ผู้เขียน nutcharin ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด
สารบัญ

พลศึกษา

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช   2544    กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา

               

                พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ได้ให้ความสำคัญต่อการจัดการศึกษาเพื่อสร้างประชากรที่มีคุณภาพ โดยกำหนดแนวทางให้รัฐบาลจัดการศึกษา จัดกระบวนการเรียนรู้และจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดนไม่เก็บค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำเป็นหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้สถานศึกษาใช้เป็นทิศทาง หรือแนวทางในการจัดทำหลักสูตรของสถานศึกษา และจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนด ดังนั้นหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นหลักสูตรชาติ จึงกำหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้สำหรับจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ผู้เรียน   ทุกคนต้องเรียนเหมือนกันเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองดีของชาติ การดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และการศึกษาต่อ ซึ่งการจัดการศึกษาต้องมุ่งเน้นความสำคัญทั้งด้านความรู้ การคิด ความสามารถ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อพัฒนาคนให้มีความสมดุล โดยยึดหลักผู้เรียนสำคัญที่สุด ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ

1.       จุดมุ่งหมายของหลักสูตร

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข และมีความเป็นไทยมีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ โดยมุ่งปลูกฝังให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ดังต่อไปนี้

            เป็นคนดี

1)      เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยในตนเอง

2)      ปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ

3)      ปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ

4)      มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์

            มีปัญญา

1)      มีความคิดสร้างสรรค์  ใฝ่รู้  ใฝ่เรียน  รักการอ่านและรักการค้นคว้า

2)      มีความรู้อันเป็นสากล  รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าทางวิทยาการ

3)      มีทักษะและกระบวนการ  โดยเฉพาะคณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์  ทักษะการคิด  การสร้างปัญญา  และทักษะในการดำเนินชีวิต

            มีความสุข

1)      รักการออกกำลังกาย

2)      ดูแลตนเองให้มีสุขภาพและบุคลิกภาพที่ดี

3)      มีประสิทธิภาพในการผลิตและการบริโภค  มีค่านิยมเป็นผู้ผลิตมากกว่าเป็นผู้บริโภค

2.       ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

กรมวิชาการ      (2545 : 1-3)   ได้กล่าวถึงความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาว่า  คุณภาพของประชากรในประเทศเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง  ประเทศใดเจริญก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด  ปัจจุบันประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาของสังคมโลกและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี  ส่งผลให้การดำเนินชีวิตและสุขภาพของประชาชนยุ่งยากและซับซ้อนขึ้น  การต่อสู้ดิ้นรนแข่งขันในทางสังคมและเศรษฐกิจทำให้ประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม  เช่น  โรคเครียด  และโรคจากการขาดออกกำลังกายมากขึ้นกว่าในอดีต  และมีแนวโน้มจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น  หากประชากรในประเทศยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง  สุขศึกษาและพลศึกษาจึงเป็นสาระการเรียนรู้ที่สำคัญในการพัฒนาประชากร  โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ  การป้องกัน  ส่งเสริม  พัฒนา  และการบริหารจัดการชีวิต เพื่อการดำรงสุขภาพที่ดี  อันเป็นรากฐานสำคัญยิ่งต่อการดำเนินชีวิต  ที่สมดุลทั้งทางด้านร่างกาย  จิตใจ  สุขภาพ  สังคม  และจิตวิญญาณ  ซึ่งเป็นองค์ประกอบของการมีสภาวะทางสุขภาพที่สมบูรณ์  สุขภาพ  คือ  สภาวะสันติ    หรือสภาวะสมดุล  หรือสภาวะปกติสุข  สุขภาพเป็นคุณค่าสูงสุดองมนุษย์ชาติร่วมกัน  อันหมายถึง  สุขภาวะทั้งทางการ ทางจิต ทางจิตวิญญาณ ทางสังคม  และทางสิ่งแวดล้อม  หรือการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างมนุษย์กับมนุษย์และระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม  มนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้เพื่อบรรลุคุณค่าสูงสุดโดยการเข้าถึงความจริงและปรับพฤติกรรมและองค์กรให้เกื้อกูลต่อการมีสุขภาพดีร่วมกัน  ฉะนั้นการมีสุขภาพดีจึงเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ประการแรกของคนไทย  ที่รัฐบาลได้กำหนดไว้เป็นนโยบายและมาตรการในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สามารถยืนหยัดอย่างไทยในประชาคมโลกทั้งปัจจุบันและอนาคต  เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดตามรัฐธรรมนูญ  พุทธศักราช  2540  ที่ว่าสุขภาพเป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษยชน  การจัดการเรียนการสอนสุขศึกษา และพลศึกษาจึงเป็นการสร้างโอกาสเพื่อการเรียนรู้ทางปัญญาและเป็นการวางรากฐานด้านสุขภาพให้เข้มแข็งมุ่งสู่การเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพตั้งแต่แรกเริ่มให้สามารถเผชิญปัญหาและสภาวการณ์ที่คุกคามสุขภาพได้ตลอดไป

                ดังนั้นกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนด้านปัญญา พัฒนาระบบการคิดอย่างมีวิจารณญาณ  การตัดสินใจและแก้ไขปัญหา  โดยการให้ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง  เข้าใจธรรมชาติและชีวิต  รู้จัดแบะเข้าใจตนเอง  เห็นคุณค่าของตนและผู้อื่น  รักการออกกำลังกายและเล่นกีฬา  รวมทั้งมีคุณธรรม  จริยธรรม  และค่านิยมที่ดี  เพื่อให้สามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้องเหมาะสม  ทั้งในด้านการป้องกัน  การส่งเสริมและการดำรงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดีอย่างถาวรทั้งคนเอง ครอบครัว และชุมชน

3.       แนวคิดในการพัฒนาหลักสูตรลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา  และพลศึกษา

กรมวิชาการ  (2545 :  3-6) กล่าวว่าการพัฒนาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา   และพลศึกษา  ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพที่พึงประสงค์  มีแนวคิดเกี่ยวกับระบบสุขภาพ  ที่มีเป้าหมายเพื่อการดำรงและส่งเสริมสุขภาพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล ครอบครัว และชุมชน ให้มีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในเรื่อง สุขภาพ  ในฐานะเป็นระบบสุขภาพ (Health System) นอกจากนั้นปัจจุบันเป็นที่ยอมรับและเข้าใจโดยทั่วไปว่า วิถีชีวิต (Life Style) เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดภาวะสุขภาพของบุคคลวิถีชีวิตเป็นส่วนผสมระหว่างพฤติกรรมของบุคคลกับสภาพแวดล้อมทั้งทางกายภาพและทางสังคม  ภายใต้สภาพแวดล้อมอย่างหนึ่งจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่กำหนดให้บุคคลต้องแสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง  ซึ่งวิถีชีวิตอาจเป็นตัวทำลายภาวะสุขภาพของบุคคล  ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสุขภาวะของบุคคลที่อยู่เหนือระดับของบุคคลขึ้นไปคือ ครอบครัว  อาชีพ  การงาน  ชุมชนและการศึกษา  ทั้งหมดจะช่วยสร้างเสริมสุขภาวะของบุคคลให้เข้มแข็งและยั่งยืน  เหนือขึ้นอีกระดับหนึ่งคือระบบค่านิยมสังคม  ระบบเศรษฐกิจ  ระบบการเมือง  ตบลอดจนระบบส่งเสริมและบริการสุขภาพที่จะทำหน้าที่สรรสร้างปัจจัยเอื้อ  (Enabling Factors)ให้บุคคลมีวิถีชีวิตและพฤติกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพ  (Health  Promotion Behavior) ระดับที่สูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง  คือวัฒนธรรมซึ่งมีวัฒนธรรมทางความคิดหรืออุดมการณ์  (Ideology  Culture) วัฒนธรรมทางพฤติกรรม  (Behavioral  Culture)  และวัฒนธรรมทางวัตถุ  (material  Culture)  วัฒนธรรมเป็นตัวกำกับให้บุคคลและสังคมคิดและมีอุดมการณ์ของชีวิตและสังคมอย่างไร  ซึ่งส่งผลให้บุคคลในสังคมแสดงพฤติกรรมได้ตามอุดมการณ์นั้นเป็นผลให้เกิดวัฒนธรรมทางวัตถุตามมาเพื่อเอื้อให้บุคคลแสดงพฤติกรมได้ตามอุดมการณ์ข้างต้น  ซึ่งเงื่อนไขทั้งหมดถูกกำกับโดยระบบนิเวศน์ซึ่งเป็นระบบใหญ่ที่สุดที่ครอบคลุมทุกสรรพสิ่งในโลกรวมทั้งมนุษย์ชาติ  โดยเหตุที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม  (Social  Animal)  เช่นเดียวกับสัตว์สังคมกลุ่มอื่น ๆ มนุษย์จึงต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของระบบนิเวศน์ที่ปรากฏเป็นสภาพแวดล้อมทากายภาพและสภาพแวดล้อมทางสังคม  ฉะนั้นจึงเป็นความจริงเสมอว่า  เมื่อระบบนิเวศน์ถูกทำลายก็จะเป็นผลให้สภาพแวดล้อมทั้งกายภาพและทางสังคมถูกทำลายด้วยจนเป็นเหตุให้สุขภาวะของบุคคลได้รับผลกระทบไปด้วย  ไม่ว่าจะเป็นสุขภาวะทางกาย จิตใจ  สังคม  และจิตวิญญาณ  ระบบสุขภาพทำให้ได้แนวคิดเกี่ยวกับโครงสร้าง  องค์ประกอบและปัจจัยสำคัญของสุขภาพ  ซึ่งนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดสาระ  และมาตรฐานการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

4.       วิสัยทัศน์กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

คนไทยมีสภาวะทางกายและจิตใจที่เข้มแข็ง  มีพลังสติปัญญาที่จะควบคุมตนเอง และสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการปรับปรุงและพัฒนาสุขภาพ ดำรงชีวิตอยู่ในครอบครัว  ชุมชน  และสังคมอย่างปกติสุข  โดยมีสถานศึกษาเป็นศูนย์กลางของการนพัฒนาองค์ความรู้ทางสุขภาพที่เหมาะสมกับพื้นที่และถ่ายทอดไปยังชุมชน  ผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

สุขศึกษาและพลศึกษาเป็นการศึกษาด้านสุขภาพที่มีเป้าหมาย  เพื่อการดำรงการสร้างเสริมสุขภาพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล  ครอบครัว และชุมชนให้ยั่งยืน

สุขศึกษา  มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาพฤติกรรมด้านความรู้  เจตคติ  คุณธรรม  ค่านิยม  และการปฏิบัติเกี่ยวกับสุขภาพควบคู่ไปด้วยกัน

สุขศึกษาและพลศึกษาจึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความสามารถในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพการมีวิถีชีวิตที่มีความสุข  โดยให้มีทั้งความรู้  ความเข้าใจ  ทักษะ  กระบวนการ  รวมทั้ง คุณธรรม  จริยธรรมตามแนวการจัดการศึกษาในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ   พ.ศ.2542  และตามจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2544  ผลรวมสุดท้ายคือ  ผู้เรียนมีความสามารถในการควบคุมและพัฒนาองค์รวม (Holistic)  ของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทุกด้านในการเรียนรู้สุขศึกษา ผู้เรียนควรได้รับการกระตุ้น และจูงใจให้กำหนดเป้าหมายที่เป็นจริง และมีคุณค่าในการพัฒนารูปแบบของวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี พัฒนาทักษะการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม รู้จักสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับคนอื่น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้วิถีชีวิตที่แตกต่างกัน และยอมรับในความแตกต่างนั้นเกิดการพัฒนาความสามารถในการเผชิญกับปัญหาที่ท้าทาย ความเครียด ความกดดัน ความขัดแย้ง และการสร้างเสริมสุขภาพ

5.       จุดประสงค์ของหลักสูตรสุขศึกษา

กรมวิชาการ  (2545 : 2) ได้กำหนดจุดประสงค์การเรียนการสอนสุขศึกษา ดังนี้

1.       มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาสุขภาพ บุคลิกภาพ  และสวัสดิภาพของตนเอง บุคคลในครอบครัว และชุมชน

2.       มีทักษะชีวิตและนำไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพของตนเองในครอบครัว และชุมชน

3.       มีจิตสำนึกและมุ่งมั่นในการพัฒนาสุขภาพบุคลิกภาพ  และสวัสดิภาพของตนเอง บุคคลในครอบครัว และชุมชน

4.       มีเจตคติ และค่านิยมที่เหมาะสมในสุขภาพ  บุคลิกภาพ  และสวัสดิภาพ

ดังนั้นในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา  จึงควรจัดให้เหมาะสมกับระดับความสามารถ  ความต้องการแบะความสนใจของผู้เรียน  การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนควรให้สอดคล้องกับลักษณะของวัฒนธรรมท้องถิ่น  วัฒนธรรมไทย  และวัฒนธรรมสากล  โดยควรได้รับการสนับสนุนจากบ้าน ชุมชน และท้องถิ่นไปพร้อมกัน

6.       คุณภาพของผู้เรียน

เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐานในกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษาแล้ว  ผู้เรียนจะมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีเจตคติและค่านิยมที่ดีในเรื่องธรรมชาติการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ชีวิตและครอบครัว  การเคลื่อนไหว การออกำลังกาย  การเล่นเกม  กีฬาไทยและกีฬาสากล  การสร้างเสริมสุขภาพ  สมรรถภาพ  การป้องกันโรคและความปลอดภัยในชีวิต  มีทักษะปฏิบัติด้านสุขภาพและสมรรถภาพจนเป็นกิจนิสัย  และเมื่อขบการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ในแต่ละช่วงชั้นผู้เรียนจะมีคุณภาพ  ดังนี้

จบช่วงชั้นที่ 1  (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3)  ได้แก่

1.       มีความรู้ และเข้าใจในเรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ตลอดจนปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ

2.       มีสุขนิสัยที่ดีในเรื่องการกิน  การพักผ่อน  นอนหลับ  การรักษาความสะอาดอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย  การเล่นและการออกกำลังกาย

3.       ป้องกันตนเองจากพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การใช้สารเสพติด  การล่วงละเมิดทางเพศ  และรู้จักการปฏิเสธในเรื่องที่ไม่เหมาะสม

4.       คบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้ตามพัฒนาการในช่วงอายุ  มีทักษะการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกาย  กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ ท และเกมได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัยเป็นประจำ

5.       มีทักษะในการเลือกบริโภคอาหาร  ของเล่น  ของใช้  ที่มีผลดีต่อสุขภาพ  หลีกเลี่ยงและป้องกันตนเองขากอุบัติเหตุได้

6.       ปฏิบัติตนได้อย่าถูกต้องเหมาะสมเมื่อมีปัญหาทางอารมณ์  และปัญหาสุขภาพ

7.       ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ คำแนะนำ และขั้นตอนต่าง ๆ และให้ความร่วมมือกับผู้อื่นด้วยความเต็มใจจนงานประสบผลสำเร็จ

8.       ปฏิบัติตามสิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่นในการเล่นเป็นกลุ่มจบช่วง

ชั้นที่ 2  (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6)

1.       เข้าใจความสัมพันธ์เชื่อมโยงการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย  และรู้จักดูแลอวัยวะที่สำคัญของระบบนั้น ๆ

2.       เข้าใจธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  และสังคม แรงขับทางเพศของชายหญิงเมื่อย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่น  สามารถปรับตัวและจัดการได้อย่างเหมาะสม

3.       เข้าใจเห็นคุณค่าของการมีชีวิตและครอบครัวที่อบอุ่น เป็นเป็นสุข

4.       ภูมิใจและเห็นคุณค่าในเพศของตน  ปฏิบัติสุขอนามัยทางเพศได้ถูกต้องเหมาะสม

5.       หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุภาพ  อุบัติเหตุ  ความรุนแรง  สารเสพติดและการล่วงละเมิดทางเพศ

6.       ทักษะการเคลื่อนไหวและสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางกาย เกม การละเล่นพื้นเมือง  กีฬาไทย  กีฬาสากลได้อย่างปลอดภัยและสนุกสนาน  มีน้ำใจนักกีฬา  โดยปฏิบัติตามกฎกติกา  สิทธิและหน้าที่ของตนเอง  จนงานสำเร็จลุล่วง

7.       ปฏิบัติกิจกรรมทางกายและกิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพได้ตามความเหมาะสมและความต้องการเป็นประจำ

8.       จัดการกับอารมณ์ ความเครียด และปัญหาสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

9.       มีทักษะในการแสวงหาความรู้  ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพ

                        จบช่วงชั้นที่  3 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1-3)

1.       เข้าใจและเห็นความสำคัญของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่มีต่อสุขภาพและชีวิตในช่วงวัยต่าง ๆ

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา