พระพุทธศาสนาเพื่อสังคม : กรณีศึกษาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมมฺชโย) | วิชาการ.คอม


พระพุทธศาสนาเพื่อสังคม : กรณีศึกษาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมมฺชโย)

การศึกษาเกี่ยวกับวิธีคิด วิธีปฏิบัติและแนวทางการส่งเสริมพระพุทธศาสนาของ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย (โดยสังเขป) นี้เป็นการศึกษาเฉพาะกิจเพื่ออธิบายการทำงานของท่านในมิติของ "พระพุทธศาสนาเพื่อสังคม" (Engage Buddhism)

ผู้เขียน ศรัณย์ เลิศรักษ์มงคล ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด
สารบัญ

          
หน้าที่ 1 ความนำ
หน้าที่ 2 ประวัติของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมมฺชโย)
หน้าที่ 3 พบอาจารย์เป็นครั้งแรก
หน้าที่ 4 เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์และการสร้างวัดพระธรรมกาย
หน้าที่ 5 การเผยแผ่พระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกาย
หน้าที่ 6 เผชิญกับอุปสรรคและการถูกโจมตี
หน้าที่ 7 โครงการที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ส่งเสริมให้วัดพระธรรมกายดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
หน้าที่ 8 การตระหนักรู้ในปรากฏการณ์ซึ่งเป็นความทุกข์ของสังคม
หน้าที่ 9 การทำตนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับโลก (หรือเข้าไปแก้ปัญหาทางสังคมนั้นๆ)
หน้าที่ 10 การลงมือกระทำ (หรือการปฏิบัติการรับใช้สังคมเพื่อให้เกิดการพัฒนา)
หน้าที่ 11 บรรณานุกรม

เผชิญกับอุปสรรคและการถูกโจมตี

เผชิญกับอุปสรรคและการถูกโจมตี

                อย่างไรก็ตามการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายของท่านพระราชภาวนาวิสุทธิ์นั้นมิได้ราบรื่นดังที่คาดคิด หากแต่ท่านต้องผ่านอุปสรรคมากมายโดยเฉพาะในช่วงหลังจากที่มีการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์เรื่อยมา  ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๔๒ นั้นท่านได้ถูกตั้งคำถามและถูกโจมตีในประเด็นต่างๆมาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่กรณีการก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล เรื่องการระดมทุนของวัดเพื่อใช้ในกิจการต่างๆ เรื่องแนวคิดเกี่ยวกับนิพพาน (ว่าเป็นอัตตาหรือไม่เป็นอัตตา) ฯลฯ ซึ่งภายหลังไม่เพียงแต่ในประเด็นคำสอนและการระดมทุนเท่านั้น แต่ยังมีการขยายขอบเขตเรื่องราวไปยังทุกๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวัด หรือเชื่อมโยงมาถึงวัดได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงเวลาดังกล่าวแม้วัดจะเผชิญกับกระแสการถูกโจมตีอย่างหนัก วัดก็ยังต้องรองรับสาธุชนที่เพิ่มจำนวนขึ้นอยู่เช่นเดิม

                อันที่จริงแล้ววัดพระธรรมกายได้เผชิญปัญหาการถูกโจมตีมาตั้งแต่เริ่มพัฒนาวัดในช่วงที่สองแล้ว โดยเริ่มขึ้นจากกลุ่มชาวนาที่เช่าที่นาทำนาในแถบนั้นที่พยายามต่อรองเรื่องเงินทดแทนจากวัด ท้ายที่สุดชาวนาที่เหลืออยู่ ๒ รายจาก ๗ รายจึงได้ยอมรับเงื่อนไขโดยได้รับที่ดินไปคนละ ๓ ไร่แทน[1] ปัญหาดังกล่าวนี้แม้ว่าจะยุติลงด้วยดี แต่เรื่องดังกล่าวก็เป็นผลลบต่อวัดพอสมควรโดยเฉพาะเมื่อวัดต้องเผชิญการถูกกล่าวหาและโจมตีครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๓๙-๒๕๔๒ ที่ผ่านมานั้น[2]

ในช่วง พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๑ สื่อมวลชนบางแขนงได้จุดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมและการดำเนินการหลายอย่างของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ และทีมงาน รวมถึงมีการเผยแพร่ข่าวเชิงลบอย่างต่อเนื่อง เช่นประเด็นการยักยอกทรัพย์ และการบริหารเงินบริจาค  เรื่องการอวดอุตริมนุสสธรรม[3] เรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ (อัศจรรย์ตะวันแก้ว)  ขณะเดียวกันมีความพยายามเปลี่ยนการเรียกนามของพระราชภาวนาวิสุทธิ์เป็น “นายไชยบูลย์ สุทธิผล” โดยอ้างเอาพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชว่าได้ตัดสินให้พระราชภาวนาวิสุทธิ์หลุดพ้นจากความเป็นบรรพชิตแล้ว ด้วยความผิดทางพระธรรมวินัยขั้นปาราชิก ในข้อหายักยอกทรัพย์ ทำให้มีศิษยานุศิษย์บางส่วนเกิดความไม่มั่นใจและถอนตัวออกไปจากวัด แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายอีกจำนวนมากที่ยังคงเลื่อมใสศรัทธาต่อพระราชภาวนาวิสุทธิ์และได้ออกมาปกป้องท่านว่ากำลังถูกขบวนการทำลายล้างวางแผนทำลายชื่อเสียงวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์ผ่านสื่อมวลชนและการกดดันทางการเมืองรวมทั้งเจ้าคณะผู้ปกครองคณะสงฆ์ ฯลฯ ทั้งนี้รวมไปถึงในประเด็นที่กล่าวหาว่าคณะวัดพระธรรมกายมีส่วนรู้เห็นในการปลอมแปลงพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชฯ เพื่อหวังผลในการจับสึกพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ช่วงเวลาดังกล่าวถือว่าเป็นช่วงที่วิกฤตที่สุดของวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์แต่ท่านก็ยังปฏิญาณตนว่าจะเผยแผ่วิชชาธรรมกายต่อไปและไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะ “ขอตายในผ้าเหลือง” [4]  ทั้งนี้ ในระหว่างนั้นแม้ว่าคณะของวัดพระธรรมกายจะได้พยายามแถลงการณ์เพื่อแก้ข้อสงสัยหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล และสังคมบางส่วนก็ยังคงเคลือบแคลงอยู่  อย่างไรก็ดีในระหว่างที่คดียังคงอยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นศาล  พระราชภาวนาวิสุทธิ์และคณะวัดพระธรรมกาย ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และในระหว่างการพิจารณาคดีดังกล่าว สื่อมวลชนบางสำนักได้นำเสนอข่าวออกไปในทางเสื่อมเสีย จึงทำให้ทางวัดต้องฟ้องร้องดำเนินคดีกับสื่อมวลชนกลุ่มนั้นกลับไป การต่อสู้ดำเนินไประยะหนึ่ง ซึ่งต่อมาศาลอาญาได้พิพากษาว่าการกระทำดังกล่าวของสื่อมวลชนเป็นความผิด และได้ลงโทษให้ประกาศข้อความขอขมาวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์ทางหนังสือพิมพ์หลายฉบับ

จนกระทั่งในถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๙  สำนักงานอัยการสูงสุดได้ถอนฟ้องคดีทั้งหมดของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หลังจากนั้นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ประกาศรับรองความบริสุทธิ์ของท่าน รวมทั้งต่อมามหาเถรสมาคมได้ส่งผู้แทนมายังวัดพระธรรมกายเพื่อถวายคืนตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายแก่ท่านด้วย สำหรับประเด็นนี้กลุ่มผู้ต่อต้านวัดพระธรรมกาย เช่น ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ได้เขียนบทความวิพากษ์คำตัดสินของศาลว่ามีการใช้อิทธิพลของผู้มีอำนาจระดับสูงเพื่อให้พระราชภาวนาวิสุทธิ์พ้นคดี  ในขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนวัดพระธรรมกายได้ออกมาแย้งในรูปแบบต่างๆ ว่า คดีของวัดพระธรรมกายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีการใช้อิทธิพลของผู้มีอำนาจระดับสูงกดดันหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์เช่นกัน ด้วยเหตุผลที่วัดพระธรรมกายเป็นแหล่งใหญ่ของการดำเนินงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมถึงมีศิษยานุศิษย์ในทุกระดับชั้นของสังคมและทั่วโลก จึงเกรงว่าหมู่คณะวัดพระธรรมกายอาจมีอำนาจการต่อรองทางการเมืองการปกครองของประเทศไทย

[1] อ้างถึงในอภิญญา  เฟื่องฟูสกุล. ศาสนทัศน์ชุมชนเมืองสมัยใหม่:ศึกษากรณีวัดพระธรรมกาย. วารสารพุทธศาสน์ศึกษา(ฉบับเดือนมกราคม-เมษายน),๒๕๔๑

[2] รายละเอียดเกี่ยวกับการกล่าวหา ดูใน: “พระราชภาวนาวิสุทธิ์” วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (http:/th.wikipedia.orgl.)

[3] อุตริมนุสธรรม (/อุดตะหริมะนุดสะทำ/) หรือ อุตริมนุษยธรรม (/อุดตะหริมะนุดสะยะทำ/) แปลว่า ธรรมอันยวดยิ่งของมนุษย์ หรือ ธรรมของมนุษย์ผู้ยวดยิ่ง ได้แก่ คุณวิเศษซึ่งมนุษย์ธรรมดาไม่สามารถมีหรือเป็นได้ มิใช่วิสัยของมนุษย์ทั่วไป แต่เป็นวิสัยของผู้บรรลุธรรมขั้นสูงแล้ว อุตริมนุสธรรม หมายถึง ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรค และผล  ดูใน:  

พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ. ๙ ราชบัณฑิต พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด, วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ พ.ศ. ๒๕๔๘

[4] พระราชภาวนาวิสุทธิ์ประกาศเจตนารมณ์ของท่านในเรื่องนี้เมื่อสถานการณ์จากภายนอกเริ่มตึงเครียดมาก และมีข่าวลือเกิดขึ้นมากมาย ที่สุดแล้วท่านจึงได้กล่าวแก่ศิษยานุศิษย์และผู้ศรัทธาจำนวนมากให้ช่วยกันปกป้องวัดและพระศาสนา  ส่วนท่านเองจะไม่ลาสิกขาและจะขอตายในผ้าเหลือง ณ ที่ประชุมมหาสมาคมสภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกายเมื่อช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับ “เกร็ดความเข้าใจ” ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ดูใน : อลงกรณ์  สถาปิตานนท์, LogBook บันทึกอุปัฏฐาก, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บ้านใหญ่บุ๊ค, ๒๕๕๓

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา