พลิกฟ้าฝ่ามิติ ( มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ภาค 2 )The sun is not the sun | วิชาการ.คอม


พลิกฟ้าฝ่ามิติ ( มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ภาค 2 )The sun is not the sun

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ เป็นเพียงดาวเสมือน ใครคือผู้สร้างโลก ?? การพิสูจน์ธรรมชาติ ของฅนค้นผี จึงเริ่มขึ้น..!.! ข้อค้นพบที่ท้าทาย นาซ่า..และ นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก !! เกินขีดจำกัดที่มนุษย์ จะยอมรับได้.. ว่า นี่คือ ความจริง !!

ผู้เขียน ยรรยง สินธุ์งาม ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด
สารบัญ

                       
หน้าที่ 1 ไม่ต้องมีกรอบแนวคิด
หน้าที่ 2 การเผชิญหน้า ผู้นำต่างดาว โดยไม่คาดคิด 1
หน้าที่ 3 วิเคราะห์ภาพสัตว์ประหลาดหนีคลื่นสึนามิ ที่ญี่ปุ่น
หน้าที่ 4 การเผชิญหน้า ผู้นำต่างดาว โดยไม่คาดคิด 2
หน้าที่ 5 การปรากฏของยานแม่UFO ล่องหน 21 ก.พ.54
หน้าที่ 6 การแบ่งระดับชั้นดาวเคราะห์ ของสหพันธ์ดวงดาว 1
หน้าที่ 7 ภาพยาน UFO ล่องหน จาก คุณหมาปู่ นศ.วิศวะ จาก กทม.
หน้าที่ 8 ยานรูปผลึกทรงกลม ที่วัดพระธาตุหนองบัว
หน้าที่ 9 การแบ่งระดับชั้นดาวเคราะห์ ของสหพันธ์ดวงดาว 2
หน้าที่ 10 เปิดตัว Teacher 9 กับอารยะธรรมไอยคุปต์
หน้าที่ 11 ยานดูดวิญญาณ ที่วิหารลักซอร์ อียิปต์ ภาพจาก Teacher 9
หน้าที่ 12 เทพเจ้าอียิปต์ เผยตัวตน แท้จริง !!
หน้าที่ 13 ภาพที่วิหารอะไบดอส จากTeacher 9
หน้าที่ 14 มหัศจรรย์ ภาพถ่ายหลวงตา มหาบัว และ ยานล่องหน
หน้าที่ 15 มนุษย์ต่างดาวร่วมงานหลวงตาบัว
หน้าที่ 16 เปิดโปง ดวงตะวัน !! ศูนย์กลางระบบสุริยะ หรือ จะเป็น เพียง ดาวเสมือน !! Sun is not sun 1
หน้าที่ 17 เปิดโปง ดวงตะวัน !! ศูนย์กลางระบบสุริยะ หรือ จะเป็น เพียง ดาวเสมือน !! 2 Sun is not sun 2
หน้าที่ 18 หน้านี้ขอคุยกับต่างมิติ
หน้าที่ 19 สัญลักษณ์ ดวงตา Rah จากท้องฟ้า
หน้าที่ 20 ปฐมบทพิสูจน์ดวงจันทร์ จากภาพถ่าย จากทีมงาน Teacher 9 , Moon is not the moon 1
หน้าที่ 21 พิสูจน์ดวงจันทร์ 2 Moon is not the moon 2
หน้าที่ 22 พิสูจน์ดวงจันทร์ 2
หน้าที่ 23 ปราการล่องหน 1
หน้าที่ 24 ปราการล่องหน 2

การเผชิญหน้า ผู้นำต่างดาว โดยไม่คาดคิด 2

เล่าโดย  ยรรยง ฅนค้นผีหลักความเชื่อ  ของ พระพุทธเจ้า หรือ หลักกาลามสูตร  ( เกสปุตติยสูตร )                  เป็นหลักการแห่งความเชื่อ หรือ ทฤษฎี ความเชื่อ  ของ พระพุทธเจ้า  ที่ท่านให้ใช้การพินิจพิจารณาด้วยปัญญา แล้วจึงค่อยตัดสินใจเชื่อ   กาลามสูตร  (กาลามสูตร เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตติยสูตร หรือ เกสปุตตสูตร) สูตรหนึ่งในคัมภีร์ติกนิบาต อังคุตตรนิกาย  พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอน ชาวกาลามะ แห่งเกสปุตตนิคม ในแคว้นโกมล ประเทศอินเดีย  ไม่ให้เชื่องมงายไร้เหตุผล ซึ่งมี หลักการ  10 ข้อ ดังนี้ 1. มา อนุสสะเวนะ    อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังบอกตามๆ กันมา  เช่น การเล่าข่าว ไม่ว่าทางวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต SMS หรือ อื่นๆ2. มา ปรัมปรายะ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบ  กันมาอย่างปรัมปรา  เช่น ความเชื่อทั้งหลาย ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณี ซึ่ง ต้องใช้การพิจารณาด้วยปัญญาให้ถ่องแท้ ถ้าหากจะนำไป ประมวลเป็นองค์ความรู้3. มา อิติกิรายะ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ  เช่น ข่าวลือ ทั้งหลาย4. มา ปิฎกสัมปะทาเนนะ   อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ คำว่า ปิฎก ในที่นี้ก็คือ สิ่งที่เรา เรียกว่าตำรา สำหรับพระพุทธศาสนา ก็คือ บันทึกคำสอนที่เขียนไว้ในใบลาน เอามารวมกันไว้เป็นชุดๆ เรียก ไตรปิฎก  แม้แต่ในบันทึกทางศาสนา ก็ยังต้องใช้ การพิจารณาไตร่ตรองด้วยปัญญา ก่อนจะปลงใจเชื่อ5. มา ตักกะเหตุ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยตรรกะ  ด้วยการใคร่ครวญตามวิธีที่เรียกว่า ตรรกะ เพราะว่าตรรกะก็ยังผิดได้ ในเมื่อเหตุผลหรือวิธีใช้เหตุผลมันผิดอยู่ 6. มา นะยะเหตุ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอนุมาน ด้วยเหตุผลว่าสมเหตุสมผลทางนัยยะ 7. มา อาการะปะริวิตักเกนะ อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล ด้วยการตรึกเอาตามอาการ คือ ตามความคุ้นเคย  ที่เรียกกันว่า common sense  หรือ สามัญสำนึก8. มา ทิฏฐินิชฌานักขันติยา  อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน อย่าได้รับเอาเพราะว่าสิ่งนั้น ทนได้ต่อการเพ่งด้วยทิฏฐิของตน ตัวเองมีความเห็นอย่างไร ถ้าเขามาสอนด้วย คำสอนชนิดที่เข้ากันได้กับความเห็นของตัวเอง ก็อย่าเพิ่งถือเอาว่าสิ่งนั้นถูก เพราะว่าทิฏฐิของตัวเอง ก็ผิดได้ 9. มา ภัพพะรูปะตายะ อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ เพราะเหตุว่าผู้พูดมีลักษณะ น่าเชื่อถือ มีคำพูด มีลักษณะท่าทางที่น่าเชื่อ 10. มา สัมโณ โน คะรูติ อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านนี้เป็นครูของเรา  แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นครูของเรา ก็ไม่ให้เชื่อ  พระพุทธเจ้า ท่านไม่ให้เชื่อ แม้ว่า เป็นคำสอนของท่าน

อ้างอิง : พระธรรมปิฎก,พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม , สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  , พ.ศ. 2546. หน้า 232พระธรรมปิฎก , พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ , สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พ.ศ. 2546. หน้า 13ต้องยกหลักการแห่งความเชื่อ กาลามะสูตร  ของพระพุทธเจ้า มาเป็นเครื่องเตือนสติ ท่านทั้งหลาย ข้อมูลต่างๆที่ผมนำเสนอ ให้เป็นแค่เพียงประสบการณ์ตรง ของ มนุษย์โลก คนหนึ่ง ไม่ใช่นักพรต ไม่ได้นุ่งห่มตามลัทธิใดๆ ดื่ม กิน มีครอบครัว ใช้ชีวิต ตามปกติวิสัย ของสัตว์โลก ฝึกจิตด้วยวิปัสสนา อยู่เนืองๆ ปฏิบัติตามหลักธรรม ทางพุทธศาสนา และถือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว จิตใจ เที่ยว เล่น เข้าสังคมบ้างตามโอกาส  และที่ผมนำมาเล่า ก็เพราะเป็นประสบการณ์ ส่วนตน เผื่อว่า คนอื่นๆ เมื่อได้พบข้อมูล ที่คล้ายคลึงกัน ก็จะได้มี ความรู้สึก อุ่นใจ ที่ ฅนค้นผี เคยเล่าเอาไว้ ใน วิชาการ.คอม       ระหว่างที่เรากำลังเดินขึ้นไปบนยอดภูน้อย ผมจะเอาภาพ ที่ผมถ่ายไว้เมื่อวาน ระหว่างเดินทาง เข้าไปภูน้อย เป็นภาพอ่างเก็บน้ำ เห็นวิวสวย ก็หยุดรถ กดชัตเตอร์ ปรากฎว่า มีวิญญาณรูปร่างคล้ายจานบิน ปรากฎในภาพ เมื่อก่อน(ถ่ายเมื่อ 2551) ผมรู้เพียงว่า วิญญาณ ลักษณะนี้ เป็นของมนุษย์ต่างดาว ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องกล่าวว่า เป็นดวงจิต ของมนุษย์ จากดาวดวงอื่น เพราะเขายังไม่ตาย !! จึงไม่ควรเรียกว่า วิญญาณ เพื่อจะได้แยกให้ออกระหว่าง ผู้ที่ตายแล้ว กับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ปัจจุบัน (ก.พ.2554) ผมมีข้อมูลของ ดวงจิต ลักษณะนี้เพิ่มขึ้น จะเห็นเขาได้ง่าย เมื่อเวลาที่ ดวงอาทิตย์สาดแสง ซึ่งก็คือ  กลุ่มของ สุริยะเทพ หรือ ราห์  !!   นั่นเอง    ผมขอเรียกว่า เป็น ช่างเทคนิคผู้ควบคุมแสง ให้ดาวโลก นะ จะได้รู้สึกใกล้ชิด กันหน่อย ไม่ใช่ มนุษย์ กับ เทพ  เพราะต่างก็เป็นมนุษย์ ต่างดาวเหมือนกัน  ชาวโลก ก็ต่างจากดาว ของเขา  ส่วนพวกเขา ก็ ต่างจากดาวโลก  เพียงแต่ อารยะธรรมโลกเรา ยังไม่เจริญเทียบเท่า  เขาจึงมาเป็นช่างเทคนิคในด้านพลังงานแสง ให้กับพวกเรา         เมื่อผมปรับแสงเงา เพื่อให้เห็น ดวงจิต ชาวต่างดาว ได้ชัดเจนขึ้น และ วิเคราะห์ภาพ(20 ก.พ.54) อย่างจริงจัง ปรากฎว่า มียานUFO ลำใหญ่ ล่องหน ลอยลำอยู่เบื้องหลัง  อ้าว !! .....นี่ เรา !!  บันทึกภาพยานล่องหน ได้ตั้งแต่เมื่อ  3 ปี ที่แล้ว  ...!!   นี่ก็เป็นอีกภาพหนึ่ง ที่ปรากฏ ดวงจิต ชาวต่างดาว       เราเดินกันไปต่อเถอะครับ จวนจะถึง ยอดภูแล้วล่ะ  ผมจะพาเดินไปที่หน้าผา  ทางด้านทิศใต้ ที่นั่น จะมีพระพุทธรูป องค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก  เช้าๆ อย่างนี้อากาศ ดีมากๆ เราจะไปถ่ายภาพวิวมุมสูง ที่นั่นกัน    ยังมีต่อ ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่าน วิชาการ.คอม และ ผู้ให้ข้อมูลทั้งในมิติหยาบและมิติละเอียดยรรยง ฅนค้นผี yanyong007@windowslive.com

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา