สังสารวัฏ 31 ภพภูมิ ที่เราๆท่านๆต้องเวียนว่ายตายเกิด | วิชาการ.คอม


สังสารวัฏ 31 ภพภูมิ ที่เราๆท่านๆต้องเวียนว่ายตายเกิด

ภพภูมิ ทั้ง 31 ภูมิ ที่ดวงวิญญาณ ซึ่งยังมีกิเลสและตัณหา ต้องถูกแรงดูด ให้เวียนว่ายตายเกิด จนเป็น วัฏฏสงสาร ตามคติธรรมทางพุทธศาสนา

ผู้เขียน ยรรยง สินธุ์งาม ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด
สารบัญ

นรกภูมิ

เล่าโดย  ยรรยง ฅนค้นผี                       นรกภูมิ        นรกภูมิ  สถานที่อยู่ของ เหล่าสัตว์นรก

    คือ โลกอันเป็นที่เกิด ที่อยู่ของ คนผู้ทำบาป  ณ ที่นั้น มีนายนิรยบาล หรือ เครื่องลงทัณฑ์อันทำงานโดยอัตโนมัติ เป็นผู้ลงโทษเหล่าสัตว์ต่างๆ ให้ได้รับความเดือดร้อน เจ็บปวด ทุกข์ทรมาน  ตาย  จนกว่าจะหมดอายุขัย ตามกำลัง ตามระยะเวลา ในแต่ละนรก  

นรกภูมิตามความเชื่อทางพุทธศาสนา ประกอบด้วย 4 ประเภท

1.มหานรก        เป็นนรกขุมหลัก มี 8 ขุม แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 15,000 โยชน์

(โยชน์ เป็นหน่วยวัดความยาว เท่ากับ 16,000 เมตร หรือ 16 กิโลเมตร หรือ 400 เส้น หรือ   8,000 วา)

มหานรก นี้ มี 8 ขุมย่อย ประกอบด้วย1.1 สัญชีวนรก ("นรกแห่งการเกิดอีกหน")  เหล่าสัตว์ใน นรกดินแดนนี้ มีอายุขัยโดยปกติ 500 ปี ตามเวลาของนรก (1 วันในนรกขุมนี้ เท่ากับ 9 ล้านปีมนุษย์) สาเหตุที่ตกนรกขุมนี้      คือ  สมัยที่มีชาติกำเนิดเป็นคน มีจิตใจที่อำมหิต ไร้มนุษยธรรม ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ปราณี ชอบเบียดเบียน ประทุษร้ายผู้อื่นให้ได้รับความทุกข์ ทั้งด้วยการกระทำของตนเองบ้าง มอบอาวุธให้คนอื่นทำแทนตนบ้าง เป็นโจรปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์บ้าง เป็นนักเลงตีไก่ กัดปลา ชนวัว กัดหมา   บางคนเป็นข้าราชการมีตำแหน่งใหญ่โต แต่ขาดความยุติธรรม กดขี่ข่มเหงชาวบ้าน ใช้หน้าที่โดยมิชอบ โกงเอาเรือกสวนไร่นาของชาวบ้านบ้าง หรือตลอดจนถึงโกงที่ดินวัด หรือกลั่นแกล้งสั่งย้ายข้าราชการผู้น้อย โดยไม่เป็นธรรม ทำให้ผู้อื่นพลัดพรากจากที่อยู่ที่ทำกิน บาปกรรมเหล่านี้เป็นต้นที่ส่งผลให้เขาต้องไปตกนรกในสัญชีวนรก

ลักษณะนรกขุมนี้      มีผนังทำจากเหล็กร้อนกั้นรอบด้าน มองไปไม่เห็นขอบ มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก และทั่วบริเวณมีไฟลุกโชน  ในไฟนรกนี้ปรากฏอาวุธต่าง ๆ เช่น หอก ดาบ มีด สัตว์ในขุมนี้จะวิ่งพล่านอยู่ในไฟนรกดังกล่าว เมื่อวิ่งแล้วก็กระทบกับอาวุธเหล่านั้นได้รับความเจ็บปวด ปากส่งเสียงร้อง ครวญคราง แต่ก็ยังคง วิ่งดิ้นรนต่อไป แม้จะเลือดท่วมกาย หรืออวัยวะขาดก็ยังคืบคลาน ดิ้นรนทุกข์ทรมาน ด้วยความร้อนแห่งเปลวไฟ และเหล่าอาวุธ ไล่สับ ทิ่มแทง จนล้มตาย ด้วยร่างกายแหลกเหลว  พลันก็ปรากฎลมอ่อนๆของนรก พัดมา ร่างกายจะกลับมามีพลานามัยสมบูรณ์อีกครั้ง  และรับโทษในขุมนี้จนกว่าจะสิ้นโทษ  สัตว์นรกนี้ ต้องรับโทษเป็นเวลาสี่พันห้าร้อยล้าน (4,500,000,000) ปีมนุษย์ หรือห้าร้อยปีนรกวิญญาณสัตว์ที่อยู่ในมิตินี้ อาจจะมีอายุขัยยืนยาวจนครบ หรือ อาจจะหมดอายุขัยก่อน ก็ขึ้นอยู่กับว่า มี กรรมดี มาตัดรอน หรือไม่  หากได้เคยทำ เหตุอันเป็นกุศลไว้ ในขณะเป็นคน พลังความดีดังกล่าว ซึ่งเรามักเรียกว่า บุญเก่า  ก็จะทำให้อายุขัย ในชาตินรกของตน สั้นลง ภาพวิญญาณสัตว์นรก ดวงนี้ คุณหมอต่าย เชียงใหม่ บันทึกภาพไว้ได้  ซึ่งไม่ใช่ สัตว์นรกในขุม สัญชีวนรก  แต่ก็ขอนำเสนอ ภาพตัวอย่าง เอาไว้ก่อน  เพื่อรอภาพจริง ของสัตว์นรก ขุมนี้ จากท่านผู้อ่าน ที่กำลังจะส่งมา ..  ภาพวิญญาณสัตว์นรก กำลังได้รับการทรมานด้วย อาวุธ กงจักรหมุนตัดเนื้อกาย

ภาพลายเส้น หน้าตา ของวิญญาณดวงนี้  ภาพเส้นสีขาว แสดง วงของใบมีด วงกลม หรือ กงจักร ที่หมุนตัดดวงวิญญาณ  ส่วน ในวงกลมสีแดง จะเป็นสนัขนรก ที่กำลังขบกัด วิญญาณดวงนี้    

1.2 กาฬสุตตนรก สาเหตุที่ตกนรกขุมนี้ คือ เป็นคนโหดร้าย มีใจบาป ทำให้สัตว์ลำบากทุกข์ทรมาน หรือ เผาป่า ทำให้สัตว์ทุกข์ทรมาน ล้มตายหรือ เคยประทุษร้ายต่อบุพการีผู้บังเกิดเกล้า บิดา มารดา ครู ผู้มีพระคุณลักษณะนรกขุมนี้  มีการลงโทษด้วย เส้นเชือกสีดำ  ซึ่งมีหนาม แหลมคมดุจมีดโกน แข็งแกร่งประดุจเพชร เหล่าสัตว์นรกที่อยู่ในดินแดนนี้ จะถูก เส้นเชือก เหล่านี้ไล่ตัด ไล่ถาก โดยอัตโนมัติ  สัตว์ที่เกิดในดินแดนนี้ จะวิ่งหนี เชือกคมเส้นหนึ่ง ก็จะไปชนไปถาก กับอีกเส้นหนึ่ง เนื้อตัวถูกตัดขาด ได้รับความทุกข์ทรมาน ร้องโหยหวน ถูกตัดหัว ตัดคอ ครั้นตายไป ก็กลับมาเกิดอีก แล้วก็ต้องวิ่ง ต้องหนี แล้วก็ถูกทรมาน เช่นเคย วนเวียนอยู่ จนกว่าจะสิ้นอายุขัยอายุขัยของนรกภูมินี้ 1,000 ปีนรก  (1 วันนรก กาฬสุตตนรก  เท่ากับ 36 ล้านปีมนุษย์ )

 

1.3 สังฆาฏนรก สาเหตุที่ตกขุมนี้ คือ เมื่อครั้นเป็นคน มีใจบาปหยาบช้า ด้วยอกุศลกรรม ไร้ความเมตตากรุณา ทารุณกรรมสัตว์ ฆ่าสัตว์เป็นประจำลักษณะนรกขุมนี้นรกที่มีภูเขาเหล็กใหญ่ มีไฟลุกโชน ภูเขาเหล็กไฟก็จะเคลื่อนที่ บดขยี้ เหล่าสัตว์นรก อยู่ตลอดเวลา สัตว์นรกที่ตาย ก็จะกลับมีชีวิตขึ้นใหม่ และรับทุกข์ทรมาน เฉกเช่นเดิม จนกว่าจะหมดอายุขัยตามอายุกัป  อายุขัยของ นรกภูมิกัปนี้  2,000 ปีนรก  (1 วันนรกสังฆาฏนรก เท่ากับ 145 ล้านปีมนุษย์)

1.4 โรรุวนนรก สาเหตุที่ตกขุมนี้ คือ มีใจบาปหยาบช้าจับเอาสัตว์เป็น ๆ มาเผาหรือปิ้งให้สุกแล้วกินอาหารอยู่เนืองนิตย์ บางคนเคยเป็นตุลาการพิพากษาความยุติธรรม ด้วยอำนาจ โลภ โกรธ หลง เห็นแก่สินจ้าง บางคนเป็นบุคคลที่โลภมาก รุกบ้านเรือกสวนไร่นาของผู้อื่นมาเป็นของตน บางคนเคยคบหาภรรยาของคนอื่น แล้วฆ่าสามีของเขาเพื่อเอาภรรยามาเป็นของตน บางคนเคยคบหาสามีของคนอื่น แล้วฆ่าภรรยาของเขาเพื่อเอาสามีมาเป็นของตน บางคนขโมยสิ่งของที่เขานำมาถวายพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นของตน

    ลักษณะนรกขุมนี้    นรกภูมินี้  เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ครวญคราง ของเหล่าสัตว์นรก ที่ถูกควันไฟอบอ้าว ทุกข์ทรมานตลอดเวลา       อายุขัยของ นรกภูมินี้ 4,000 ปีนรก  (1 วันนรก โรรุวนนรก เท่ากับ 576 ล้านปีมนุษย์)

1.5 มหาโรรุวนรก สาเหตุที่ตกขุมนี้ คือ มีใจบาป โหดร้ายอำมหิต ตัดศีรษะมนุษย์หรือสัตว์ลักษณะนรกขุมนี้นรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ ครวญครางดัง  กว่าโรรุวนรก อายุกัปนี้  8,000 ปีนรก (1 วันนรกมหาโรรุวนรก  เท่ากับ 2,304 ล้านปีมนุษย์) 1.6 ตาปนนรก สาเหตุที่ตกขุมนี้ คือ มีใจบาป เช่น เป็นนายพรานประหารสัตว์ ทิ่มแทงด้วยหอกหลาวแล้วเอาเนื้อมากิน ลักษณะนรกขุมนี้นรกที่ทำให้สัตว์เร่าร้อน ด้วยการให้นั่งตรึงติดอยู่ในหลาวเหล็กอันร้อนแดง แล้วให้ไฟไหม้อยู่ อายุกัปนี้  16,000 ปีนรก (1 วันนรกตาปนนรก  9,216 ล้านปีมนุษย์) 1.7 มหาตาปนนรก สาเหตุที่ตกขุมนี้ คือ ประหารคนหรือสัตว์ให้ตายเป็นหมู่ลักษณะนรกขุมนี้นรกที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนอย่างมากมายเหลือประมาณ อายุ ครึ่งอันตรกัปของมนุษย์ 1.8 อเวจีนรก สาเหตุที่ตกนรกขุมนี้ คือ ฆ่าบิดาให้ตายหรือใช้ให้คนอื่นฆ่า  ฆ่ามารดาให้ตายหรือใช้ให้คนอื่นฆ่า  ฆ่าพระอรหันต์ให้ตายหรือใช้ให้คนอื่นฆ่า  ทำร้ายพระพุทธเจ้า  ยุยงให้พระสงฆ์แตกแยกกัน       ทั้ง 5 ข้อ รวมเรียกว่า อนันตริยกรรม   ซึ่ง ท่านเทวทัต ก็อยู่ในนรกภูมินี้  เพราะกลิ้งหิน ก้อนใหญ่ลงจากภูเขา หมายให้ทับร่างของพระพุทธองค์ ท่านก็เบี่ยงเบนออก แต่อนุญาต ให้เพียงเศษหิน กระเด็น มาถูกนิ้วเท้า จน ห้อเลือด ทันที ที่ พระเทวทัต ลงจากคานหาม เท้าแตะพื้น แผ่นดินก็แยกออก ซึ่งเราเรียกว่า ธรณีสูบ   ร่างของเทวทัต ก็จมหายลงไปในแผ่นดิน วิญญาณก็ถูกดูดไปสู่ นรกอเวจี    ลักษณะนรกขุมนี้นรกที่ปราศจากคลื่น คือ ความบางเบาแห่งความความทุกข์ อายุ ประมาณ 1 อันตรกัปของมนุษย์  

 

การแบ่งกัป ใน ฎีกามาเลยยสูตร

ฎีกามาเลยยสูตรแบ่งกัปไว้ 4 แบบคือ

1.อายุกัป คือ กำหนดอายุสัตว์ สัตว์เกิดมามีอายุเท่าไร เมื่ออายุสิ้นสุดลง เรียก 1 กัป

2.อันตรกัป คือ กำหนดอายุสัตว์ ระยะเวลาที่อายุขัยของมนุษย์ ลงจากอสงไขยปีจนถึง 10 ปี

แล้วขึ้นจาก 10 ปี จนถึงอสงไขยปี ( อสงไขยปีเท่ากับเลข 1 ตามด้วยเลขศูนย์ 140 ตัว )

1.อสงไขยกัป = 64 อันตรกัป

2.มหากัป = 4 อสงไขยกัป

3.อสงไขย = 256 อันตรกัป

 

วิธีนับกัป

1.วิธีนับกัป กำหนดกาลว่านานกัปหนึ่งนั้น พึงรู้ด้วยอุปมาประมาณว่า มีขุนเขากว้างใหญ่สูงโยชน์หนึ่ง (16 กิโลเมตร) ถึง 100 ปี มีเทพยดาเอาผ้าทิพย์เนื้อละเอียดลงมาเช็ดถูบนยอดขุนเขานั้นหนหนึ่งแล้วก็ไป ถึงอีก 100 ปีจึงเอาผ้าลงมาเช็ดถูอีก นิยมอย่างนี้ นานมาจนตราบเท่าขุนเขานั้นสึกเกรียนเหี้ยนลงมาราบเสมอพื้นพสุธาแล้ว กำหนดเป็น 1 กัป เมื่อนั้น

2. อีกนัยหนึ่ง กำหนดด้วยประมาณว่า มีกำแพงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยกว้างลึกกำหนดหนึ่งโยชน์ ถึง 100 ปีมี เทพยดานำเมล็ดผักกาดมาหยอดลง 1 เม็ด เมล็ดผักกาดเต็มเสมอปากกำแพงนั้นนานเท่าใด จึงกำหนดว่าเป็น 1 กัป

จึงได้เวลา 1 กัป เท่ากับ 3.2768 × 1024 ปี

อสงไขย

เป็นปริมาณหรือจำนวนที่ไม่อาจคำนวณได้ มีอุปมาว่า เท่ากับฝนตกใหญ่อย่างมโหฬารทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลานานถึง 3 ปี ไม่ได้ขาดสายเลย จนกระทั่งน้ำฝนท่วมเต็มขอบจักรวาล ซึ่งมีระดับความสูง 84,000 โยชน์

1 อสงไขยมีกี่ปีนั้น

เป็นจำนวนที่แน่นอน คือ 1 ตามด้วยเลข 0 จำนวน 140 ตัว หรือ 10140 ปี

       2.ยมโลกนรก        มี 320 ขุม อยู่รอบ 4 ทิศๆ ละ 10 ของ มหานรกแต่ละขุม 

 

นรกแต่ละขุม มียมโลกนรกล้อมรอบเป็นบริวารชั้นนอกอยู่ในทิศทั้ง 4 คือ ทิศบูรพา 10 ทิศ ก็เป็น 40 ขุม มหานรกมีอยู่ 8 ขุม มหานรกขุมหนึ่ง ๆ มียมโลกนรกทั้งหมด 320 ขุม

1. ล้อมรอบสัญชีวมหานรก 40 ขุม

2. ล้อมรอบกาฬสุตตมหานรก 40 ขุม

3. ล้อมรอบสังฆฏมหานรก 40 ขุม

4. ล้อมรอบโรรุวมหานรก 40 ขุม 

5. ล้อมรอบมหาโรรุวมหานรก 40 ขุม

6. ล้อมรอบตาปนมหานรก 40 ขุม

7. ล้อมรอบมหาตาปนมหานรก 40 ขุม

8. ล้อมรอบอเวจีมหานรก 40 ขุม

รวมเป็น ยมโลกนรก 320 ขุม เฉพาะในที่นี้ ขอกล่าวถึงชื่อแห่งยมโลกนรกเพียง 10 ขุม ซึ่งล้อมรอบเป็นบริวารชั้นนอกของมหานรกขุมที่ 1 คือ สัญชีวมหานรก แต่เพียงทิศเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่า ยมโลกนรกที่ล้อมรอบเป็นบริวารชั้นนอกของมหานรกขุมอื่น ๆ ยมโลกนรกเหล่านี้ทั้งหมด ต่างก็มีชื่อและมีวิธีการลงโทษเหมือน ๆ กันกับยมโลกนรกทั้งหลายที่จะกล่าวต่อไปนี้

........มีต่อ.....

 

3.อุสสทนรก

         มี 128 ขุม อยู่รอบๆ 4 ทิศ ๆ ละ 4 ของ มหานรกแต่ละขุม 4.โลกันตนรก        นรกขุมที่ลึกที่สุด เป็นนรกขุมใหญ่ อยู่นอกจักรวาล มืดมนไม่มีแสง มองไม่เห็นอะไรเลยและเต็มไปด้วยทะเลน้ำกรดเย็น ที่ตั้งอยู่ระหว่างโลกจักรวาล 3 โลก เหมือนกับวงกลม 3 วงติดกัน บริเวณช่องว่างของวงทั้ง 3 สัตว์นรกที่มาเกิดต้องรับทุกขเวทนาเป็นเวลา 1 พุทธันดร  (เป็นระยะเวลาที่เริ่มจาก มีพระพุทธเจ้า องค์หนึ่ง จนถึง มีพระพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งมาตรัสรู้ ซึ่งเป็นระยะที่ประมาณมิได้ ว่าจะสั้น ยาวเพียงใด เนื่องมาจาก พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ มีการระยะเวลาบำเพ็ญสะสมบารมีไม่เท่ากัน ให้ทราบเพียงว่า นานมาก จนไม่อาจประมาณระยะเวลาได้ ไม่ได้หมายความว่า สิ้นอายุศาสนา นะครับ  ต้องนับเอา การถือกำเนิดขึ้น ของพระพุทธเจ้า เป็นเกณฑ์  ) จากผลกรรมชั่ว เช่น ทรมานประทุษร้ายต่อบิดามารดา และผู้ทรงศีล ทรงธรรม  หรือทำปาณาติบาต(ฆ่าชีวิตผู้อื่น)เป็นอาจิณ ยังมีต่อ...

อ้างอิง1. สมเด็จพระญาณสังวร (สุวัฑฒนมหาเถระ) สัมมาทิฏฐิ ตามพระเถราธิบายของ ท่านพระสารีบุตรเถระ

 

2. พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ. ๙ ราชบัณฑิต พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด, วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ พ.ศ. 2548

 

3. http://www.dharma.in.th

4. http://th.wikipedia.org

5.http://larnbuddhism.com

เล่าโดย  ยรรยง สินธุ์งาม  ฅนค้นผี  yanyong007@windowslive.com 

 

 

 

 

 

     

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา