ร่างกายกับการดื่มไวน์แดง

Written by piglet_samurai on . Posted in ข่าววิชาการ.คอม, สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

จากการวิจัยพบว่าการดื่มไวน์แดงจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสารเคมีภายในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้การทำงานของหัวใจมีการเต้นที่แข็งแรงขึ้น


 


นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสันได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ของการดื่มไวน์ว่ามีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกายผู้ดื่ม โดยมีจุดประสงค์ที่จะศึกษาถึงผลดีของการดื่มไวน์ให้ละเอียดมากขึ้น ซึ่งนักวิจัยพบว่าในไวน์จะมีสารที่ประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก โดยสารเคมีเหล่านี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบบการทำงานของหัวใจ โดยเฉพาะในส่วนของการทำงาน ซึ่งผลจากการดื่มไวน์ในแต่ละครั้งนั้นจะมีผลดีคล้ายกับการที่เรารับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่ที่ต่ำมากส่งผลให้ผู้บริโภคมีอายุที่ยืนนานขึ้น


 


สารชนิดนี้สามารถพบได้ในไวน์แดง องุ่นและทับทิม โดยทางนักวิจัยกล่าวว่าสารตัวนี้มีทั้งประโยชน์และโทษ ส่วนที่เป็นประโยชน์ก็คือจะช่วยรักษาโรคหัวใจ ช่วยให้การทำงานของหัวใจมีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นช่วยให้มีอายุยืนขึ้น แต่ถ้ามีการบริโภคมากเกินไปก็จะทำให้เกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้


 


ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้ได้ทำการทดลองในหนูที่มีอายุอยู่ในช่วงเปรียบเหมือนวัยกลางคน และให้ทำการทานสารที่ต้องการทำการทดลองเข้าไปจากนั้นก็จะมีการศึกษาถึงลักษณะทางพันธุกรรมของหัวใจ หรือยีนส์ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นเช่นไร


 


โดยหนูที่ทานสารที่มีประโยชน์ที่มีในไวน์แดงเข้าไปจะมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะพันธุกรรมของหัวใจไปในทางที่ดีขึ้น มีการทำงานของสารเคมีที่ดีมากขึ้นกว่าปกติ


 


แต่อย่างไรก็ดี ข้อมูลการวิจัยในครั้งนี้ก็มีนักวิจัยอีกท่านที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับสารที่มีในไวน์แดงออกมาโต้แย้ง นักวิจัยท่านนั้นคือ Dr Louise Connelly จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลกจ์ ประเทศอังกฤษ ผู้ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับสารตัวเดียวกันนี้ว่ามีผลต่ออวัยวะภายในเป็นอย่างไรกล่าวว่า สารตัวนี้มีระยะเวลาอยู่ในร่างกายคนเราที่ไม่นานนัก โดยโมเลกุลของสารตัวนี้จะมีการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วออกจากกระแสเลือดและไม่สามารถอยู่ในร่างกายได้เป็นเวลานานพอที่จะทำปฏิกิริยา และส่งผลที่ดีต่อร่างกายอย่างเห็นได้ชัด


 


ดังนั้นหากผู้บริโภคต้องการให้สารที่มีประโยชน์ตัวนี้ทำงานให้กับร่างกายได้อย่างเต็มที่ ก็ต้องมีการดื่มไวน์เป็นปริมาณมากเท่ากับที่บรรจุแกลลอนเป็นประจำ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่แนะนำให้ทำ เพราะถ้ามากเกินก็เกิดผลเสีย ซึ่งทางแก้ที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือการพัฒนาสารเคมีที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้


 


ที่มา http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/7432957.stm


 


โดย


ธนัช

[[97179]]

แสดงความคิดเห็น