#the one fourth of mango#การบริหารแบบมะม่วงผ่าเสี้ยว | วิชาการ.คอม


#the one fourth of mango#การบริหารแบบมะม่วงผ่าเสี้ยว

การบริหารมีหลายรูปแบบ การนำเสนอรูปแบบที่แตกต่างเพื่อประดับความรู้อาจช่วยให้มีแนวคิดใหม่

ผู้เขียน konloas ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด
สารบัญ

                       
หน้าที่ 1 เฮ็ดดี....ชวนดู
หน้าที่ 2 หมากม่วงมาจากไส?
หน้าที่ 3 หมากม่วงอยู่ไสน้อ?
หน้าที่ 4 “หมากม่วงน้อยคอยฮัก”
หน้าที่ 5 “ผ่าเสี้ยว...เฮ็ดหยัง?”
หน้าที่ 6 ตามสถานการณ์
หน้าที่ 7 สร้างระบบ...สู่ระเบียบ
หน้าที่ 8 "ฝัน"
หน้าที่ 9 คิด..ฝันวันเวียน
หน้าที่ 10 เทียบ...เฮียงผู้ใด๋
หน้าที่ 11 มะม่วงมากคุณ...?
หน้าที่ 12 บอริ...แบ่งหาร
หน้าที่ 13 หมากม่วง....เป็นหยัง?
หน้าที่ 14 “ผ่าเสี้ยว...จั่งใด๋”
หน้าที่ 15 “ผ่าเสี้ยว...เผื่อผู่ใด๋”
หน้าที่ 16 องค์กร...องค์การ
หน้าที่ 17 ทำต่อเนื่อง...พัฒนา1
หน้าที่ 18 เฮ็ดหยัง...เบิ่งหมู่
หน้าที่ 19 ดีได้...ด้งนาง
หน้าที่ 20 “กระด้งน้อย...คอยผู้ใด๋”
หน้าที่ 21 หลอมตัวรวมใจ
หน้าที่ 22 เลือก...เก็บผลึกความคิด
หน้าที่ 23 สังเคราะห์คือโฮม
หน้าที่ 24 เรียบเรียง...ดูระบบ

องค์กร...องค์การ

 http://www.blogger.com/profile/13475297532457710933 รวมความรู้ชุด “นาพินโมเดล 10 แบบ” 

Kradong model synthesized Procedure

กรอบแนวคิด(Idea framework)

“คิดวิเคราะห์กลับไปกลับมาหลายครั้ง แล้วเลือกผลการคิดที่ดีที่สุดเรียงลำดับไม่เกินห้าความคิดนำมาสังเคราะห์เป็นความคิดเดียวกัน เรียบเรียงใหม่ให้เป็นระบบคือมีทั้งตัวป้อน กระบวนการ ผลผลิต นำไปเทียบเคียง (benchmarking) กับเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คิด ปรับอีกครั้งหนึ่งให้เหมาะกับการนำไปใช้ในสภาพที่เป็นจริงที่กำลังมีกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน”

Idea framework

  “Analysis thinks reverse more times to alternate think out for the best, then nominate number down 5 thinks to synthesized that one edited new in systematic etc., input process and product to benchmarking the criteria involve that thinking, adjustable that one appropriate implementation in real times to presently.” 

(sungkreeb watanarat,napinmodel: 1 01 49)

 

กลอนด้นอีสาน “การบริหารแบบมะม่วงผ่าเสี้ยว”

“องค์กร...องค์การ”

ธรรมชาติขีดไว้สรรพสิ่งในโลกาหาหลักพิงหัวใจเผื่อเผ่าพันธุ์เมื่อหน้าหาผู้มาฮองห้องหัวใจให้คิดฮอดหยอดความเว้ากอดเกี้ยวเอาเนื้อหนึ่งเดียวโลกจั่งได้คดเลี้ยวเพราะเกิดจากใจมนุษย์หาที่สุดบ่มีพอเลาะหาใจแล่นวางแผนการไกลใกล้แนวรองใจหาตลอดหาสิ่งยอดอยากได้เอาใจตั้งต่อตนหมุนวนไปทางหน้าหาแนวพอเพาะความอยากแสวงหามากมุ่งมันส์เข้าเผ่าใจหาเอาเองบ่ได้อาศัยหมู่มาพันหานำกันหลายคนแบ่งปันผลพ้อหาบ่พอยอมย่องลองหาหมู่ผู้อื่นหากลางคืนบ่ได้กลางวันไว้แหล่นหาความอยากมากเมื่อยล้าสนองอยากบ่พอใจหาวิธีกลกินผ่าบ่พอพานพ้อขอเพียงพอใจข่อยไผฉิบหายบ่แคร์ดอกบอกหว่าข่อยได้แล้วซุมเจ้าจั่งหว่าหลังสุมโฮมเค้าก่อตั้งจั่งได้เกิดองค์กรคนโฮมกันหลายคนประโยชน์มาประสานพร้อมยอมแบ่งปันผลพ้อมีหลายเอามาแบ่งแต่งมูลมั่งเผื่อไว้เมื่อหน้าเกิดผลโฮมตุ้มกันโอ้นโต้นกองกิเลสรวมกันแบ่งสรรปันพอดีครบวิธีวางว่ององค์การใจจดจ้องคนองค์กรเอิ้นกล่าวเอาการงานแบ่งกั้นองค์การได้เกิดมาองค์กรเกิดก้าวหน้าองค์การเกิดกับงานองค์กรมากับคนกล่อมกอยอย่องลองสุมกันโฮมเค้าเอามาสุมวิธีเกิดวางระเบียบแบ่งข้อวางให้เฮ็ดกันแบ่งคนใส่กรอบกั้นปันเวียกเหมาะคนเกิดองค์การทำงานเวียกดีผลพ้อพอมีงานเห็นแล้วกระทำดีได้ประโยชน์ความอยากได้เกิดแล้วใจจ้องตอบสนองประสานกันถูกต้องแผนก่อนกระทำการเกิดนำทำวางคนก่อนงานการสร้างวางกลไกเงินพร้อมรายงานบอกต่อตั้งหัวหน้าก่อก้ำทำสร้างสืบการเดินงานไปทางหน้าหาคนดีดังเด่นพาหมู่ทำเวียกเฟ้นองค์การได้เด่นดีประโยชน์ได้ครบที่ทุกคนแบ่งตามบทวิธีการศิลป์ทำก่องานการรุ่งพากันคุมแผนเค้าการกำกับก้ำกึ่งถึงเป้าหมายสู่มื้องานเร่งถูกการองค์กรเกิดก่อก้านองค์การเกิดการกระทำนำมาโสยามเฮ็ดก่อนงานการเร่งเส็งกันทำการแก้ปัญหามีมาผ่าพัฒนาเวียกก้อนกำไว้แลกกันองค์การเกิดก่อนนั่นนำมาแผ่แลดูปรับวิธีทำงานประโยชน์มาประสานแก้แลดูดีเห็นแล้วกระทำการสร้างประโยชน์องค์กรเกิดก่อได้องค์การให้ประโยชน์เฮา แนวกระทำก่อเค้าความอยากพลอยปลดลดความหิวหายโหยแห่งดีกระทำได้องค์กรใจรวมเค้าพาองค์การทำประโยชน์เกิดระบบเรียบร้อยงานเงินเข้าตอบต่อใจ เจ้าเอย

คำอธิบายเพิ่มเติม    -เปลือกมะม่วงเปรียบเสมือนกับเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาของชาติที่เป็นกรอบการบริหารให้อยู่ในขอบเขตที่กำหนด  

                                 -เนื้อมะม่วงเปรียบเสมือนกับกิจกรรมบริหารที่นำมาสังเคราะห์ คือ  

                                     -Benchmarking

                                     - Napin model  

                                     -Research &development  

                        ซึ่งเป็นองค์ความรู้กิจกรรมบริหารที่นำมาประยุกต์ใช้กับเทคนิคการบริหารที่เลือก เป็นแกนนำ

                                    -แกนมะม่วงเปรียบเสมือนกับกิจกรรมหลักที่เป็นยุทธศาสตร์ปฏิบัติงานในที่นี้ใช้ ยุทธศาสตร์การบริหารแบบหลอมรวม (The Integrated Administration Strategy: IAS) เป็นแกน

                                  -เม็ดมะม่วงเปรียบเสมือนกับนวัตกรรม ซึ่งเป็นผลผลิตใหม่จากการบริหารเพื่อให้ได้ ผลึกที่เป็นองค์ความรู้ใหม่ที่ค้นพบจากกระบวนการบริหารแบบBMR&D นั่น    คือ นวัตกรรมBEMORE&D MODEL

THE ONE FOURTH OF MANGO TO CALL “BMR&D MODEL”

(The product of Kradong synthesized thinking  Model

- Sungkreeb watanarat 2549)

             EXPLAINATION  

                                    -shell of mango compared as the criteria of national standard  

                                    - Inside of mango compared as the administration activities for use as;  

                                          -Benchmarking

                                          - Napin model  

                                         -Research and development  

                Is the knowledge to use in synthesized administration innovation?

                                    -Core of mango as like to the operational strategies in here use

                                           The Integrated   Administration Strategy: IAS

                                   -Seed of mango like as the administration innovation .The new administration   Product to call “CYSTRALOF ADMINISTRATION KNOWLEDGE”

                       THESE ARE the crystal of   benchmarking compared with best practice model in   Research and development to call this innovation name as “BEMORE&D MODEL”

http://www.blogger.com/profile/13475297532457710933รวมความรู้ชุด “นาพินโมเดล 10 แบบ”  

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา