กลอนอีสาน -คิด....จุดเริ่มสร้างสรรค์ | วิชาการ.คอม


กลอนอีสาน -คิด....จุดเริ่มสร้างสรรค์

การพัฒนาการคิดเป็นการเริ่มกระตุ้นให้การคิดมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยระบบที่ได้จากการพัฒนาจะนำไปสู่การจัดกระบวนการคิดให้มีรูปแบบที่เหมาะสำหรับการคิดแบบสร้างสรรค์

ผู้เขียน sungkawat ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด
สารบัญ

                    
หน้าที่ 1 นำเจ้าสู่กลอน
หน้าที่ 2 การสร้างโมเดล#2
หน้าที่ 3 คิด...เริ่มต้นโมเดล
หน้าที่ 4 คิดวิเคราะห์...จุดเริ่มต้นของการเกิดโมเดล #1
หน้าที่ 5 คิดสังเคราะห์...จุดเริ่มพัฒนาโมเดล#1
หน้าที่ 6 ทบทวน.....ดีที่สุด
หน้าที่ 7 เตรียมพัฒนา#1
หน้าที่ 8 คิด.....จุดเริ่มสร้างสรรค์
หน้าที่ 9 พัฒนาการคิด...การจัดรูปแบบโมเดล
หน้าที่ 10 “เลือก.....โมเดลที่โดดเด่น”
หน้าที่ 11 “แบบ.....ถืกใจหยังน้อ”
หน้าที่ 12 “โมเดล.....ในฝัน”
หน้าที่ 13 คิด...ฝัน
หน้าที่ 14 แบ่ง...ปัน
หน้าที่ 15 ใจจริง
หน้าที่ 16 ถามใจ....ตอบเอง
หน้าที่ 17 เทียบแบบ...เบิ่งมาตรฐาน
หน้าที่ 18 เทียบเคียง
หน้าที่ 19 ใช้โมเดล...เก็บข้อมูล
หน้าที่ 20 คิดดีแล้วอยากเป็น........ตัวแบบโมเดลนาพิน
หน้าที่ 21 แบบจริง...แบบใจ

คิด.....จุดเริ่มสร้างสรรค์

กลอนด้นอีสาน “วิธีการคิดสร้างโมเดลหรือการสังเคราะห์โมเดล

ด้วยวิธีการคิดแบบ “ฝัดข้าวด้วยกระด้ง”(Kradong model synthesized Procedure)

กรอบแนวคิด(Idea framework)

“คิดวิเคราะห์กลับไปกลับมาหลายครั้ง แล้วเลือกผลการคิดที่ดีที่สุดเรียงลำดับไม่เกินห้าความคิดนำมาสังเคราะห์เป็นความคิดเดียวกัน เรียบเรียงใหม่ให้เป็นระบบคือมีทั้งตัวป้อน กระบวนการ ผลผลิต นำไปเทียบเคียง (benchmarking) กับเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คิด ปรับอีกครั้งหนึ่งให้เหมาะกับการนำไปใช้ในสภาพที่เป็นจริงที่กำลังมีกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน”

  “Analysis thinks reverse more times to alternate think out for the best, then nominate number down 5 thinks to synthesized that one edited new in systematic etc., input process and product to benchmarking the criteria involve that thinking, adjustable that one appropriate implementation in real times to presently.” 

                 (sungkreeb watanarat,napinmodel: 1 01 49)

                                                  

คิด......จุดเริ่มต้นสร้างสรรค์

แนมเบิ่งฟ้าสว่างแจ้งบ่มีเมฆมากวนตาเวลาแนมเป็นปุยเมฆบ่มีแสงจ้า เมฆบ่มาบังฟ้าเมฆาหนีอากาศความร้อนสาดส่องซ้อนความร้อนเกิ่งแสง อากาศใสสว่างแจ้งเพราะแสงเกิดสมดุลย์อากาศหมุนเมฆาหนีเมฆทวียามฝนกุ้ม ลมพัดมาเย็นย่างฤดูกาลเมฆบอกข่าวหนาฝนลมพัดต้องฤดูร้อนเกิดเองธรรมชาติรัดเร่งฤดูเกิดเพราะความดันกดหมุนผันแปรไปเมฆหวั่นไหวยามลมต้อง สมองคนหมุนติ้วคือเมฆ     ปลิ้วยามคิดยาก ความลำบากมากระตุ้นใจวายวุ่นต้องคิดดู ความคิดเกิดจากรู้เรียนหดหู่หือเรียนหนักเกลียดเสียดสีหรือความฮักความคิดเฮาเรียนรู้คิดอยากดูคนเฮียงข้างหาสตางค์มาวางก่อนคิดอยากสอนผู้เฒ่าระวังเจ้าถืกเคาะหัว ความคิดบางเทื่อมั่วใจบ่ทั่วทางตริตรอง ลองคิดดูแนวหายหน่ายกันยามฝันห้ายคิดไกลหลายคนเขาย้านหากคิดการเฮาบ้าบิ่น คนบ่ยินอย่าคิดฮู้คนหัวปู้คิดบ่ดี คิดทุกอย่างเรื่องก่อนกี้เก่าแก่โบราณกาล นิทานแนวสอนใจเกิดคิดดีนิทานก้อม ซอมดูซุมสาวน้อยคิดอยากถอยรถโก้ก่อน คิดอยากหาคู่ซ้อนออนซอนซู้บ่อยู่เฮือน เลยสะเทือนไปหาพ่อตั๋วงอเงินผู้เผิ่นแม่ คิดหลายแนวจนอยากแก้หาทางแพ้ผู้คิดตาม คิดอยากมีอู่ข้าวน้ำเต็มที่ฉางเก็บคิดอยากเหน็บเข็มทองรัดเอวดูโก้ บ่โสมีสองซ้อนคิดออนซอนยามซู้ส่อย อยากสอยดาวอยู่ฟ้ามาพาอ้ายสู่สวรรค์ คิดวิเคราะห์ก่อนหนึ่งซั่นหากระดาษมาจด หาปากกามาเขียนวาดแผนวางซ้อน คิดอยากนอนเว็นน้อยหลอยนายไปนอนนอก คิดอยากหยอกน้องน้อยแต่ใจข่อยคิดตื่นตูม ยามคิดมากบ่อยากกลุ้ม แต่ใจพี่เกิดหุนหัน อัศจรรย์ความคิดอยากเฮ็ดเฮือนเทิงฟ้า คิดอยากหาเมียซ้อนเทวดาซั้นสี่คิดคืออ้ายแบบนี้หาหม่องเสี่ยงสมอง ลองคิดหาเห็นช่องทางเจ้าของรวยหลื่น คิดเงินหมื่นออกแบบสร้างวางก้อนท่อนคำ คะลำหลายคิดนำน้องยามหนูมองจ้องหาบ่าว เห็นลูกสาวแชทจ้องจอคอมฯฟ้องหว่าห่างเรียน คิดบ่ผิดบ่เพี้ยนอยากเฮียนฮ่ำนำมนต์ขลังเสกสตางค์เป็นเงินตราหาบทองแสนล้าน คิดโบราณหาความรู้ครูโบราณสานเรื่องเก่าเรื่องดีดีมาบอกเล่าประวัติบ้านเผิ่นแผ่เผย คิดเลยไปเห็นของน้อยหลอยคิดเห็นนักเต้นเก่ง นักเลงใจบ่กึ่งร้อยอยากหลอยน้องไปส่องสาว ความคิดเฮามีหลายรุ่น คิดฮักคุณยามอ้ายเบิ่งแนมเหิงเหิงคิดฮักน้อง สายตาจ้องระหว่างใจคิดฮักหลายใจพอม่อยหัวใจลอยคิดอุกอั่ง นั่งถั่งหม่องเบิ่งน้องหัวใจจ้องย้านป่วงตาย น้องเอย

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา