คลังความรู้พลังงานไฟฟ้า
ไฟฟ้าน่ารู้
บทความไฟฟ้า
  • “ยูเออี” เปิดตัวโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ใหญ่สุดในโลก มูลค่ามากกว่า 17,000 ล้าน
           เอเอฟพี/เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เปิดตัวโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก                 รายงานข่าวระบุว่า โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นอาบูดาบีของยูเออีนั้นมีชื่อว่า “ชามส์ 1” มีมูลค่าในการก่อสร้างทั้งสิ้นกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 17,720 ล้านบาท) และคาดว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนบ้านเรือนของประชาชนได้กว่า 20,000 หลัง                 ด้านสุลต่านอาเหม็ด อัล จาเบอร์ ผู้ปกครองเมืองมาสดาร์ในอาบูดาบี ที่เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 100 เมกะวัตต์ดังกล่าว เผยว่า โรงงานไฟฟ้าแห่งนี้จะสามารถผลิตไฟฟ้าให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คิดเป็นสัดส่วนราว 7 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความต้องการไฟฟ้าทั้งประเทศในปี ค.ศ.2020 และโรงงานแห่งนี้เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ราว 10 เปอร์เซ็นต์ของไฟฟ้าที่มาจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลก                 ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวซึ่งเชื่อว่ามีพื้นที่เท่ากับสนามฟุตบอล 285 แห่งต่อเนื่องกัน ตั้งอยู่กลางทะเลทรายทางตะวันตกของยูเออี ห่างจากอาบูดาบีไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 120 กิโลเมตร โดยคณะผู้ปกครองเมืองมาสดาร์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 60 เปอร์เซ็นต์ในโครงการนี้ ขณะที่ บริษัทน้ำมัน และก๊าซยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส “โตตาล” (Total) และบริษัท อเบงกัว โซลาร์จากสเปน ถือหุ้นในโครงการ 20 เปอร์เซ็นต์เท่ากัน สุลต่านอาเหม็ด อัล จาเบอร์ ขอบคุณข้อมูลจาก
  • รมว.พลังงาน เปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแกลบ “มุ่งเจริญไบโอแมส” สุรินทร์
    สุรินทร์ - รมว.พลังงาน เปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแกลบ “มุ่งเจริญไบโอแมส” แห่งที่ 2 ของเครือมุ่งเจริญ จ.สุรินทร์ กำลังผลิต 17 เมกะวัตต์ ขาย กฟผ. สนองความต้องการใช้ไฟฟ้าชาวเมืองสุรินทร์ 33% เผยใช้แกลบ เศษไม้ และเปลือกไม้เป็นเชื้อเพลิง เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ภาคเกษตรปีละ 130 ล้าน                นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโรงไฟฟ้าชีวมวล มุ่งเจริญ ไบโอแมส พลังงานแกลบ หมู่ 7 ถนนสุรินทร์-ศีขรภูมิ ต.บุฤาษี อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีนายศิริวัฒน์ มุ่งเจริญพร ผู้จัดการโรงไฟฟ้า บริษัท มุ่งเจริญไบโอแมส จำกัด และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ                ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าชีวมวลมุ่งเจริญ ไบโอแมส มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 17 เมกะวัตต์ ตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของชาว อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้ประมาณ 33% พร้อมทำสัญญาขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 15.5 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 25 ปี เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ระบบ 115 เควี ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2555                โดยใช้เชื้อเพลิงแกลบประมาณร้อยละ 40-60% ส่วนวัตถุดิบที่เหลือเป็นเศษไม้ และเปลือกไม้ ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มในวัสดุเหลือใช้ภาคเกษตรกรรมปีละประมาณ 130 ล้านบาท ลดก๊าซเรือนกระจกปีละประมาณ 70,000 ตัน ลดการใช้ก๊าซธรรมชาติปีละประมาณ 10,000 ล้านลุกบาศก์ฟุต หรือคิดเป็นเงินกว่า 300 ล้านบาท จ้างงานแรงงานในท้องถิ่นกว่า 170 ตำแหน่ง ช่วยลดปัญหาการอพยพแรงงาน ส่งผลให้สถาบันครอบครัวมีความอบอุ่น และเข้มแข็งขึ้น                นอกจากนี้ โรงไฟฟ้ามุ่งเจริญ ไบโอแมส ยังคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ รักษาสิ่งแวดล้อมบริเวณโครงการ และชุมชนใกล้เคียง โดยเป็นโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแกลบแห่งที่ 2 ของเครือมุ่งเจริญ ซึ่งเปิดผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งแรกไปก่อนหน้านี้เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา   ขอบคุณข้อมูลจาก
  • 'ปิยสวัสดิ์'ค้านผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์
    ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน "ปิยสวัสดิ์"ค้านผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ เหตุเทคโนโลยียังพิสูจน์ไม่ได้ หนุนเพิ่มสัดส่วนผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานเสวนาหัวข้อวิกฤตไฟฟ้า-วิกฤตพลังงาน เรื่องจริงหรืออิงมายา จัดโดยศูนย์ข้อมูลและสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ ) ว่า กระทรวงพลังงานควรปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (พีดีพี)โดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เพราะต้นทุนมีแนวโน้มต่ำลง โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่มีต้นทุน 5-6 บาทต่อหน่วยลดลงจากในอดีตที่มีต้นทุน 16 บาทต่อหน่วย ซึ่งต้นทุนปัจจุบันอยู่ในระดับใกล้เคียงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ( Roof top ) ยังมีศักยภาพ หากติดตั้งเพียงแค่ 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 2 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 2,000 เมกะวัตต์ "แผนพีดีพีสามารถปรับปรุงได้ตลอด จึงควรเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าไปให้มากขึ้น แต่ไม่ควรเพิ่มการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากเทคโนโลยีที่ยังไม่ได้พิสูจน์ เช่น การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลหญ้าเนเปียร์ " นายปิยสวัสดิ์ กล่าว อย่างไรก็ตาม พบว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการยื่นขอผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กับกระทรวงพลังงาน 600 ราย กำลังผลิตรวม 4,000 เมกะวัตต์ แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาการพิจารณาอนุญาตผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มีอุปสรรคจากกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม หากทั้ง 2 หน่วยงานไม่เป็นอุปสรรค จะทำให้มีการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เข้าระบบประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ "กระทรวงพลังงานกำหนดเป้าหมายผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนไว้ที่ 2,000 เมกะวัตต์ ทำให้มีการกำหนดโควตาปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ส่วนอุปสรรคจากกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นขั้นตอนการออกใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) ทั้งที่ในอดีตไม่เคยมีปัญหาเวลาไปขอใบอนุญาตโรงงาน " ด้านนางชื่นชม สง่าราศรี กรีเซน ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าและพลังงาน กล่าวว่า สังคมไม่ได้คัดค้านโรงไฟฟ้าแต่ต้องการธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า เห็นจากปัญหาไฟฟ้าในเดือน เม.ย.2556 ที่เกิดจากการบริหารไม่ดี โดยผู้เกี่ยวข้องรู้อยู่แล้วว่าพม่าจะหยุดจ่ายก๊าซฯในช่วงดังกล่าวแต่ไม่มีการเตรียมการ ทำให้สถานการณ์เหมือนมีวิกฤตพลังงานไฟฟ้า ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเข้าไปตรวจสอบข้อมูลในวันที่เริ่มหยุดจ่ายก๊าซฯจริงนั้น โรงไฟฟ้าโรงใดที่ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ เพื่อนำมาเป็นบทเรียนในการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ สำหรับการประมูล รับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ (ไอพีพี) รอบใหม่นั้น ต้องการให้เปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะรับรู้และไม่ล็อกสเปก เพื่อให้มีโอกาสเกิดการลงทุนผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งอาจจะต้องมีการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ โดยส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า ทำให้ลดต้นทุนด้านสายส่งลงได้ และให้มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น และทำให้ไม่ต้องพึ่งพลังงานนิวเคลียร์ ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ
  • กฟผ.ชงรัฐดันโรงไฟฟ้าถ่านหินวาระแห่งชาติ
    กฟผ. เตรียมเสนอกระทรวงพลังงานดันโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นวาระแห่งชาติ หนุนหน่วยงานราชการ ปรับวิธีสื่อสาร สร้างความเข้าใจประชาชน นายพงษ์ดิษฐ์ พจนา รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนในจังหวัดกระบี่ ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาดกำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ ซึ่งตามแผนจะต้องเข้าสู่ระบบในปี 2562 นั้น พบว่า ยังมีข้อจำกัดในการทำงานอยู่มาก และเกินกำลังของ กฟผ.ที่จะดำเนินการแก้ไขแต่เพียงหน่วยงานเดียว เนื่องจากมีหลายเรื่องจำเป็นต้องประสานขอความร่วมมือกับส่วนราชการอื่นๆ ดังนั้น เมื่อรัฐบาลมีนโยบายที่สนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าที่ปัจจุบันใช้มากถึง 67% โดยไม่ให้มีผลกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าของประชาชน จึงควรที่จะยกระดับให้เรื่องของโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานส่วนราชการอื่นๆ มีภารกิจเดียวกันกับ กฟผ.ที่จะทำความเข้าใจกับประชาชน ให้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น "การก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่กระบี่ เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเก่าที่ใช้ถ่านหินลิกไนต์ ยังได้รับการต่อต้านจากประชาชนบางกลุ่ม ที่ยังขาดความเข้าใจว่าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดนั้นมีการพัฒนาเป็นลำดับ จนสามารถควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐาน หากเรื่องของถ่านหินถูกยกระดับขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ก็จะทำให้การทำงานเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน ทั้งในพื้นที่และประชาชนโดยรวมสามารถที่จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"นายพงษ์ดิษฐ์ กล่าว ทั้งนี้ กฟผ. ยังเตรียมปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการในการสื่อสารกับประชาชนใหม่ ต่อการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ กฟผ. ต้องรับผิดชอบดำเนินการ จำนวน 4,400 เมกะวัตต์ ซึ่งหากนโยบายของรัฐบาล ต้องการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหินให้เพิ่มขึ้นเป็น10,000 เมกะวัตต์ กฟผ. ก็พร้อมที่จะให้ผู้ประกอบการเอกชน เข้ามาร่วมลงทุน ในครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะได้ช่วยกันผลักดันเชื้อเพลิงถ่านหินให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน ซึ่ง กฟผ.ยังมีแผนที่จะนำคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไปดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ประเทศเกาหลี ในเร็วๆนี้ด้วย ด้านนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวด้วยว่า จะมีการผลักดันเรื่องของถ่านหินขึ้นเป็นวาระแห่งชาติหรือไม่นั้น ยังไม่น่าจะรีบดำเนินการในขณะนี้ ต้องการให้ กฟผ. ในฐานะผู้รับผิดชอบการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้น ดำเนินการสื่อสารและทำความเข้าใจกับประชาชนที่ยังคัดค้านให้เต็มที่เสียก่อน "มองว่าถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงที่จะมาทดแทนการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ ที่เป็นไปได้มากที่สุด โดยที่ไม่กระทบต่อราคาค่าไฟฟ้า ซึ่งหากประชาชนคัดค้านจนไม่สามารถที่จะสร้างในประเทศได้ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าและกัมพูชา ก็พร้อมที่จะลงทุน สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและขายไฟฟ้ากลับมายังประเทศไทย" นายพงษ์ศักดิ์กล่าว   ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ
  • "พงษ์ศักดิ์" เชื่อสำรองไฟฟ้าเพิ่มทำค่าเอฟทีลด
           นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตไฟฟ้าช่วงวันที่ 5-14 เมษายน ที่ก๊าซธรรมชาติจากพม่าจะหายจากระบบ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทำให้ไฟฟ้าหายจากระบบ 4,100 เมกะวัตต์ ว่า ขณะนี้กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองของไทยสามารถเพิ่มปริมาณขึ้นเป็น 1,774 เมกะวัตต์ จะส่งให้ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ เอฟทีไม่เปลี่ยนแปลง เป็นการช่วยเหลือประชาชนทางหนึ่ง เพราะเดิมคาดว่าจากการสำรองน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าช่วงดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนค่าเอฟทีเพิ่มอีก 0.48 สตางค์ต่อหน่วย แต่เมื่อสามารถสำรองไฟฟ้าฉุกเฉินจาก 3 ส่วน คือ รับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนขนาดเล็ก หรือเอสพีพี 110 เมกะวัตต์ ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่ประหยัดลง 547 เมกะวัตต์ ประชาชนและภาคการค้าประหยัดลง 250 เมกะวัตต์ เมื่อรวมกับปริมาณสำรองฉุกเฉิยเดิม 767 เมกะวัตต์ จึงรวมเป็น 1,774 เมกะวัตต์ ทำให้ใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลลดลง ส่วนที่เหลือสามารถไว้ใช้สำรองได้ ค่าเอฟทีจึงลดลงไปด้วย แต่จะอัตราเท่าไรต้องอยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือเรคกูเลเตอร์        นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการผลักดันโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดโรงแรกของไทย 800 เมกะวัตต์ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าประเทศ หรือพีดีพี ที่ต้องการให้เกิดในจังหวัดกระบี่นั้น ในช่วงแรกประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี แต่ขณะนี้ยอมรับว่าบุคคลภายนอกเข้าไปสร้างความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อการสร้างโรงไฟฟ้าจนเกิดแรงต้านขึ้น ทั้งนี้กระทรวงพลังงานจะเร่งสร้างความเข้าใจโดยด่วน เพราะหากไม่สามารถสร้างได้เพราะประชาชนไม่ยอมรับก็จำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่ก่อสร้างต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก
  • สุดยอด! ′เด็กมัธยมไนจีเรีย′ คิด ′เครื่องผลิตไฟฟ้าพลังปัสสาวะ′
            เด็กนักเรียนชาวไนจีเรีย 4 คนได้แก่ ดูโร-เอนา อาเดโบลา  อคินเดล อาบิโอลา  ฟาเลเค โอลูวาโทยิน และเบลโล เอนิโอลา วัย 14 - 15 ปีชาวไนจีเรีย ประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าพลังปัสสาวะ โดยระบุว่า ปัสสาวะ 1 ลิตร สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ได้นานถึง 6 ชั่วโมง โดยกลไกการแยกปัสสาวะเพื่อไปผลิตกระแสไฟฟ้ามีดังนี้:     "ปัสสาวะจะถูกนำไปใส่ในเครื่องแยกสารแบบอิเล็กโทรไลน์ ซึ่งจะแยกสารประกอบในปัสสาวะออกมาเป็น ไนโตรเจน น้ำ และไฮโดรเจน และไฮโดรเจนจะถูกนำไปทำให้สะอาด และกำจัดความชื้น จนได้ก๊าซไฮโดรเจนบริสุทธิ์ ซึ่งจะนำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า"       อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายยังกังวลถึงความไม่ปลอดภัยของการใช้ก๊าซไฮโดรเจน แม้ว่าเด็กๆ กลุ่มนี้ป้องกันอันตรายจากการติดไฟของแก็สไฮโดรเจน ด้วยการใช้ระบบวาวล์เดียวแล้ว การนำเทคโนโลยีไปใช้จริง        หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า กำลังการผลิตของเครื่องใช้ไฟฟ้าพลังปัสสาวะ อาจไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในระดับที่ใหญ่ขึ้น โดย เจอราร์ดีน บ๊อท วิศวกรเคมีจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอ ผู้คิดค้นเครื่องแยกปัสสาวะ สนับสนุนให้นักเรียนกลุ่มนี้ไปศึกษาเพิ่มเติมกับวิศวกร เพื่อสร้างเครื่องมือที่สามารถนำน้ำสกปรกไปใช้ในการผลิตพลังงานได้        ทั้งนี้ความต้องการไฟฟ้าในหลายพื้นที่ของในจีเรียนั้นมีสูงกว่าที่จะผลิตได้ โดยเฉพาะในเมืองลากอส ที่นักเรียนกลุ่มนี้อาศัยอยู่ ซึ่งมักจะประสบปัญหาไฟตกบ่อยครั้ง        การศึกษาโครงงานการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังปัสสาวะครั้งนี้ แม้จะยังมีช่องโหว่ แต่ก็กระตุ้นให้เกิดการพูดคุยกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ในเรื่องนี้มากขึ้น ขอบคุณข้อมูลจาก
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมายังเผชิญวิกฤติกัมมันตรังสี ระบุกระทบต่อสุขภาพประชาชน 2ปีปัญหาแก้ไม่เสร็จ
    8 มี.ค.56 โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิจิ ที่เกิดเหตุระเบิดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ยังคงเผชิญวิกฤติการแพร่กระจายของกัมมันตรังสี ส่งกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟูกุชิมาไดอิจิ ในเขตฟุตาบะจังหวัดฟูกุชิมา ของญี่ปุ่น ได้นำสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมพื้นที่ เนื่องในโอกาสครบรอบ  2 ปี เหตุการณ์เตาปฎิกรณ์โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกุชิมาไดอิจิ ระเบิดทำให้กัมมันตรังสี แพร่กระจาย บริเวณพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประทศเมื่อวันที่ 11 มีนาคมปี 2554 นายทาเคชิ ทาคาฮาชิ หัวหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เปิดเผย ขณะนี้ ขณะนี้ยังกังวลต่อปัญหาเรื่องกัมมันตรังสี ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร องค์การอนามัยโลกหรือWHOเพิ่งออกรายงานเมื่อสัปดาห์ก่อน ระบุว่า ประชาชนอาศัยอยู่ในพื้นที่ยังมีความเสี่ยงที่เกิดโรคมะเร็ง เนื่องจากพบกัมมันตรังสีตกค้าง หลังเกิดเหตุวิกฤติโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกุชิมา ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมจัดงานรำลึกครบรอบ 2 ปี เหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว 9.0 ริกเตอร์ และเกิดคลื่นสึนามิ ถล่มชายฝั่งตะวันออกของญี่ปุุ่น ในวันที่ 11 มีนาคมที่จะถึงนี้ ขอบคุณข้อมูลจาก
  • "ยุคล"เผยใช้พลังงานน้ำผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนพลังงาน
    เมื่อวันที่ 26 ก.พ. นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรฯเปิดเผยถึงวิฤกติขาดแคนลพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือนเม.ย.นี้ว่า กรมชลประทาน จะนำพลังงานจากน้ำในเขื่อนเก็บน้ำภาคตะวันตกไปช่วยเรื่องพลังงานไฟฟ้าได้บางส่วน และตนจะเสนอผลงานวิจัยการใช้พลังงานใช้น้ำหนักน้ำมาเพิ่มพลังงานไฟฟ้าเรียกว่า โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานศักย์และ พลังงานจลน์ จากอ่างเก็บน้ำ โดยจะเสนอเข้า ครม.ในวันที่ 27 ก.พ.นี้ รวมทั้งกรมชลประทาน ได้ทำเอ็มโอยูกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฝผ.) ในการผลิตกระไฟฟ้าจากพลังงานน้ำสูบกลับ โดยมีข้อตกลงทำกับเขื่อนทั่วประเทศ 30 แห่งใช้งบแห่งละ 1,000 ล้านบาท แม้ว่าจะดูว่าลงทุนสูงแต่คุ้มทุนในอนาคตเพราะประเทศไทยสามารถพึ่งพาพลังงานที่ผลิตได้เองมากขึ้น ด้าน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า เรื่องการขาดแคลนไฟฟ้า เพราะประเทศพม่าปิดซ่อมท่อก๊าซ โดยทางกรมชลประทานจะผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มเติม โดยใช้น้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนวริชาลงกรณ์ จ.กาญจนบุรี ระบายน้ำเพิ่มจากวันละ 22 ล้านลูกบาศก์เมตรเป็นวันละ 35 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมระบายน้ำ 384 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ มีข้อจำกัดไม่เกิน 20 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จึงไม่สามารถระบายน้ำมาผลิตไฟฟ้า เนื่องจากเขื่อนท่าทุ่งนา ที่รับจากน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ มีข้อจำกัดระบายได้น้อย จึงระบายจากเขื่อนวิราลงกรณ์ สามารถนำมาช่วยได้ ส่วนเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ไม่สามารถระบายเพิ่มได้แล้ วเพราะต้องระบายตามแผนที่วางไว้ต้องดูแลเรื่องการอุปโภคบริโภคก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนเขื่อนภาคใต้ สามารถเพิ่มการผลิตการไฟฟ้า เนื่องจากไม่มีพื้นที่การเกษตรต้องดูแล ขอบคุณข้อมูลจาก
  • ราชบุรีมั่นใจแผนสำรองผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงพอ
    เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 ก.พ. นายเกรียงฤทธิ์ เจียจันทร์พงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด และบริษัท ราชบุรีพาวเว่อร์ จำกัด ใช้ก๊าซธรรมชาติจากประเทศพม่า ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงหลัก  แต่เมื่อทราบว่าจะทำการปิดบ่อก๊าซในพม่า เพื่อปรับปรุงประจำปีเป็นเวลาหลายวันนั้น บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี จึงได้เตรียมสำรองเชื้อเพลิงไว้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนได้ใช้อย่างต่อเนื่อง คือน้ำมันเตา เนื่องจากอุปกรณ์การผลิตของบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี ถูกออกแบบมาให้เป็นพลังงานความร้อนร่วมคือใช้ได้ ทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเตา   “มั่นใจได้ว่าแม้ว่าจะไม่ได้ใช้ก๊าซธรรมชาติมาผลิตกระแสไฟฟ้า แต่เรามีน้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงสำรองไว้ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงพออย่างแน่นอน ส่วนผลกระทบอาจจะไม่ใช่เรื่องไฟฟ้าดับ   แต่อาจจะเป็นเรื่องของค่าไฟที่เพิ่มขึ้น เพราะราคาของน้ำมันเตา แพงกว่าก๊าซธรรมชาติเกือบถึงครึ่งหนึ่ง” นายเกรียงฤทธิ์ กล่าว ขอบคุณข้อมูลจาก
  • โรงไฟฟ้าแม่เมาะ การันตีพม่าหยุดจ่ายก๊าซไม่กระทบ 17 จว.เหนือแน่
    ลำปาง - ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 กฟผ.แม่เมาะ การันตีพม่าหยุดจ่ายก๊าซ 5-17 เมษาฯ ไม่กระทบพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือแน่ ยันโรงไฟฟ้าแม่เมาะผลิตกระแสไฟได้พอแน่ ทั้งยังมีโรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล-สิริกิตติ์เสริมอีก                วันนี้ (21 ก.พ. 56) นายสมยศ ธีระวงศ์สกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.แม่เมาะ) กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายเกิดวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาวิกฤตท่อก๊าซจากประเทศพม่า ที่จะหยุดจ่ายก๊าซ ในวันที่ 5-13 เม.ย. 56 จนอาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้กระแสไฟฟ้าในช่วงดังกล่าว เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อนที่ประชาชนจะต้องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งปีนี้คาดว่าการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศจะขึ้นสูงถึง 27,000 เมกะวัตต์ ส่วนปีที่แล้วอยู่ที่ 26,500 เมกะวัตต์ ว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบกับ 17 จังหวัดภาคเหนืออย่างแน่นอน                ทั้งนี้ เนื่องจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่ได้นำก๊าซจากประเทศพม่ามาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ใช้ลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง ปัจจุบันผลิตได้วันละ 2,400 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงดังกล่าวของปีที่แล้ว อยู่ที่ 2,300 เมกะวัตต์ จึงเชื่อว่าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ สามารถรองรับการใช้ไฟทั้ง 17 จังหวัดในภาคเหนือได้                นอกจากนี้ หากแม่เมาะไม่เพียงพอยังจะมีเสริมจากโรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์อีกสองเขื่อน ซึ่งจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนอย่างเพียงพอแน่นอน                อย่างไรก็ตาม แม้ 17 จังหวัดในภาคเหนือจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ก็อยากให้ประชาชน ช่วยกันประหยัดไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย เพราะถ้าภาคเหนือใช้ไฟน้อย ไฟฟ้าที่สำรองไว้ก็จะยังสามารถส่งไป ช่วยเหลือพี่น้องทางภาคกลางของประเทศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา 11.00-14.00 น. ซึ่งพบว่ามีการใชไฟฟ้ามากที่สุด                “หากช่วยกับประหยัดหรือช่วยกันดับไฟ หรือหยุดใช้ไฟฟ้าในบางจุดได้ ก็จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากขึ้น”   ขอบคุณข้อมูลจาก
  • โรงไฟฟ้ากระบี่เผยผลทดลองเดินเครื่องด้วยน้ำมันปาล์มสำเร็จ
          กระบี่ - ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าภาคใต้ เผยผลการทดลองนำน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตกระแสไฟฟ้าร่วมกับน้ำมันเตา ของโรงไฟฟ้าภาคใต้ จ.กระบี่ ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ ไม่มีผลกระทบต่อระบบ นายสุรพล วงศ์ธัญญกรณ์ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าภาคใต้ (จ.กระบี่)        นายสุรพล วงศ์ธัญญกรณ์ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าภาคใต้ (จ.กระบี่) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการทดลองเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยน้ำมันปาล์มดิบ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จากการทดลองนำน้ำมันปาล์มดิบป้อนเข้าสู่ระบบเชื้อเพลิงของเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ร่วมกับน้ำมันเตา โดยเริ่มทดลองเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา แต่มีปัญหาในเรื่องของระบบ และแก้ไขจนสามารถใช้งานได้ โดยใช้น้ำมันปาล์มไปประมาณ 4,500 ลิตร ผลปรากฎว่า สามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ ในอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่ 100-170 เมกะวัตต์ ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ                นายสุรพล เปิดเผยอีกว่า ในการทดลองครั้งนี้เป็นการป้อนน้ำมันปาล์มเข้าสู่ระบบ ร่วมกับน้ำมันเตา ไม่ได้ใช้น้ำมันปาล์มทั้งระบบ โดยเปรียบเทียบกับการทำงานระบบหัวฉีดเครื่องยนต์ที่มีอยู่ จำนวน 24 หัว ใช้น้ำมันปาล์มเป็นชื้อเพลิงเพียง 2 หัว ส่วนที่เหลืออีก 22 หัว จะใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงตามปกติ ซึ่งก็ถือว่าสามารถทำงานร่วมกันได้ดี ไม่มีผลกระทบต่อระบบการทำงานของเครื่องยนต์ เพียงแต่ต้องมีการปรับปรุงระบบอุ่นมันปาล์ม เพิ่มอุณหภูมิน้ำมันจาก 40 องศา เพิ่มขึ้นเป็น 80 องศา เพื่อให้ระบบการเผาไหม้ทำงานได้ดีขึ้น โดยจะใช้เวลาปรับปรุงระบบอีกประมาณ 45 วัน ก็พร้อมที่จะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ                “อย่างไรก็ตาม น้ำมันปาล์มดิบใช้ร่วมกับน้ำมันเตาในการทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าในครั้งนี้ ยังไม่ได้ใช้น้ำมันปาล์มในโครงการระบายสต๊อกน้ำมันปาล์มของรัฐบาล แต่เป็นน้ำมันปาล์มดิบที่ทางโรงไฟฟ้าภาคใต้ซื้อมาใช้ทดลอง จำนวน 1 หมื่นลิตรเท่านั้น ส่วนน้ำมันปาล์ม จำนวน 1 หมื่นตัน หรือประมาณ 10 ล้านลิตร ตามโครงการระบายปาล์มน้ำมันเกินสต๊อกของรัฐบาลนั้น อยู่ระหว่างรอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดส่งน้ำมันปาล์มดิบเพื่อให้โรงไฟฟ้าดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าต่อไป” นายสุรพลกล่าว   ขอบคุณข้อมูลจาก
  • ก๊าซหมดอ่าวไทย "กฟผ." เล็งขึ้นค่าไฟฟ้า
           การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ กุมขมับ ปตท.ยืนยันอีก 10 ปีก๊าซธรรมชาติจะหมดไปจากอ่าวไทย กระทบต้นทุนเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้ารัฐ-เอกชนพุ่งพรวด ทางเลือกเดียวต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว LNG มาใช้ทดแทน แต่ราคาแพงกว่าก๊าซในอ่าวไทยเกือบ 2 เท่า ด้านผู้ว่าการ กฟผ.บอกให้ทำใจ อีก 10 ปีนี้ค่าไฟฟ้ามีสิทธิ์ปรับขึ้นเป็นหน่วยละ 5 บาท        สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย (Facts about Thailand Natural Gas) ฉบับล่าสุด ระบุนับจากปี 2524 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นที่นำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยขึ้นมาใช้จนถึงปี 2554 มีการผลิตก๊าซธรรมชาติไปแล้ว 15.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ในขณะที่ปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติ ณ สิ้นปี 2553 มีจำนวนเหลืออยู่เพียง 10.6 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต        และหากประเทศไทยยังคงผลิตก๊าซอยู่ในอัตราเฉลี่ยปีละ 1 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และไม่มีการขุดพบปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองเพิ่มเติม ดังนั้นถ้ายังใช้ก๊าซเท่าปริมาณปัจจุบัน ใน 10 ปีข้างหน้าปริมาณก๊าซธรรมชาติก็จะหมดจากอ่าวไทย กระทบอุตสาหกรรมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง โดยเฉพาะระบบการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ก๊าซในประเทศป้อนอยู่ 58%        ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานข้อเท็จจริงในเอกสารสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติของสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ฉบับเดือนมกราคม 2556 ได้ให้รายละเอียดก๊าซธรรมชาติที่ประเทศไทยจัดหาทั้งหมด ปัจจุบันใช้อยู่ในปริมาณเฉลี่ยรวม 4,371 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ในจำนวนนี้คิดเป็นก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้ภายในประเทศเพียงร้อยละ 58 หรือ 2,534 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน        ส่วนก๊าซธรรมชาติที่เหลือนั้นต้องนำเข้าคิดเป็นร้อยละ 23 หรือ 990 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน, จากพื้นที่การผลิตร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) คิดเป็นร้อยละ 17 หรือ 752 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน และการนำเข้าในรูปของก๊าซธรรมชาติเหลว LNG อีกร้อยละ 2 หรือ 95 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน        ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติภายในประเทศประมาณครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 58 นอกเหนือจากนี้ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ ในขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติพบว่า ราคาก๊าซจากอ่าวไทยมีราคาถูกที่สุด หรือสูตรราคาก๊าซที่ผลิตภายในประเทศ (ราคาปากหลุม-wellhead price) ถูกกำหนดให้การแปรผันของราคาก๊าซธรรมชาติอยู่ในระดับประมาณ "กึ่งหนึ่ง" ของการแปรผันของราคาน้ำมัน นั่นหมายความว่า ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า มีต้นทุน "ต่ำกว่า" การใช้น้ำมันดีเซลในการผลิต เมื่อเฉลี่ยราคาก๊าซธรรมชาติที่ผลิตภายในประเทศทั้งหมดแล้วจะอยู่ที่ราคาประมาณ 182 บาท/ล้าน BTU        ในขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติที่นำเข้าจากเมียนมาร์ (ยาดานา-เยตากุน) เฉลี่ยอยู่ที่ 308 บาท/ล้าน BTU, ราคาก๊าซจากแหล่ง JDA อยู่ที่ประมาณ 169 บาท/ล้าน BTU และราคาก๊าซ LNG นำเข้า ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 449-500 บาท/ล้าน BTU (ราคาเฉลี่ยปี 2554) แนวโน้ม 10 ปีหน้าพึ่งก๊าซนำเข้า        "แน่นอนว่าในอนาคตอันใกล้ หรืออีก 10 ปีข้างหน้าหากก๊าซหมดจากอ่าวไทย ไทยจะต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากนอกประเทศ จากข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีสัมปทานแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ในเมียนมาร์ ประกอบกับเมียนมาร์เองย่อมสงวนก๊าซธรรมชาติไว้ใช้พัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ ก๊าซจาก JDA ก็ต้องแบ่งกับมาเลเซีย ทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คือ การนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวในรูปของ LNG จากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาแพงกว่าก๊าซธรรมชาติที่ผลิตในอ่าวไทยมากกว่าเท่าตัว กลายเป็นปัญหาสำคัญของโรงไฟฟ้าภายในประเทศที่ต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงอยู่" แหล่งข่าวในกระทรวงพลังงานกล่าว          ด้านนายรัตนชัย นามวงศ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ซึ่งดูแลเรื่องความมั่นคงและจัดหาพลังงานให้กับประเทศแจ้งเข้ามาแล้ว จากการสำรวจปริมาณก๊าซในอ่าวไทยล่าสุด นับจากนี้ไปอีก 10 ปีก๊าซจะหมด แม้จะมีก๊าซธรรมชาติหลงเหลืออยู่ แต่ปริมาณน้อย และการนำก๊าซขึ้นมาเป็นเรื่องยาก "ที่สำคัญไม่คุ้มทุนกับปริมาณที่มี"        ทางเดียวที่เป็นไปได้ในการจัดหาเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าที่ กฟผ.ดูแลอยู่ในปัจจุบันก็คือ ต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ขณะที่การใช้น้ำมันดีเซลก็แพงมหาศาล จากปัจจุบันที่รัฐบาลตรึงราคาไว้ที่ลิตรละ 30 บาท ซึ่งหากใช้ในราคานี้จริง ค่าไฟฟ้าจะต้องปรับขึ้นจากปัจจุบันหน่วยละ 3.50 บาทเป็นไม่ต่ำกว่า 10 บาท        "ทางเลือกในการใช้เชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้ามันมีน้อยลง อย่างการตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ำสุด (เปรียบเทียบต้นทุนการผลิตจากเชื้อเพลิงต่างประเภทตามตารางประกอบ) ก็ยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาล ตามแผนต้องมี 4 โรง หรือ 4,000 เมกะวัตต์ (MW) ตอนนี้ถูกตัดลงเหลือแค่ 2 โรง 2,000 MW ยังไม่รู้ว่าจะตั้งได้หรือเปล่า ก๊าซก็กำลังจะหมดไปจากอ่าวไทย ถ่านหินลิกไนต์ก็จะไม่มีในไทยแล้ว ที่แม่เมาะหน่วยการผลิตเดิมกำลังจะหมดอายุลง (หน่วยที่ 4-7) จากปริมาณลิกไนต์ที่เหลืออยู่เพียงพอแค่ตั้งโรงไฟฟ้าขนาด 600 MW ได้อีกโรงเดียว (รวมปัจจุบัน 1,200 MW)        โรงไฟฟ้าถ่านหินก็ต้องนำเข้า แถมเวลานี้ก็ถูกต่อต้านอีกที่กระบี่" นายรัตนชัยกล่าว เพิ่มใช้ LNG กระทบชิ่งค่าไฟ        ล่าสุด บริษัท ปตท.ได้เริ่มนำก๊าซ LNG นำเข้าบางส่วนปนเข้ามาในท่อก๊าซที่ส่งให้ กฟผ.แล้ว โดยส่วนหนึ่งมีผลทำให้อัตราค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่า Ft แพงขึ้นกว่าเดิมที่ใช้เฉพาะก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย "ก็จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา ไม่อย่างนั้นเราจะหาเชื้อเพลิงมาจากไหน แต่สูตรราคาก๊าซส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน ซึ่งเขามองเป็นเนื้อเดียวกัน ราคาไฟฟ้าของประเทศไทยในอนาคตมีแนวโน้มจะแพงมากขึ้น (10 ปีก่อนก๊าซหมดจากอ่าวไทย) เพราะตอนนี้ต้องปน LNG ที่มีราคาสูงกว่าก๊าซจากอ่าวไทยเกือบ 2 เท่า ล่าสุดที่ผมติดตามดูราคา LNG ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาอยู่ที่ 550 บาท/ล้าน BTU ส่วนราคาก๊าซในอ่าวไทยอยู่ที่ 250 บาท/ล้าน BTU จะเห็นว่าราคามันแตกต่างกันแยะมาก"        ขณะที่นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ในอนาคตโรงไฟฟ้าทั้งของ กฟผ. หรือของผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ (IPP) จะต้องใช้ LNG เป็นเชื้อเพลิง ราคาก๊าซ LNG จะวิ่งอยู่ในระดับ 500-600 บาท/ล้าน BTU ขณะที่ราคาก๊าซในอ่าวไทยอยู่ที่ 250-300 บาท/ล้าน BTU ดังนั้น แนวโน้มค่าไฟฟ้าจะต้องขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 5 บาท/หน่วยแน่นอน หรือเฉลี่ยภาพรวมในอนาคตค่าไฟฟ้าคงอยู่ระหว่าง 4-5 บาท/หน่วยแน่ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคจะต้องยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น   ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
  • หลังคาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลพังถล่ม
    หน่วยฉุกเฉินยูเครน รายงานว่า หลังคาบางส่วนของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลพังถล่มลงมา เนื่องจากหิมะกองทับถมกันจนรองรับไม่ไหว แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ หรือปริมาณรังสีเพิ่มขึ้นจากเครื่องปฏิกรณ์ที่เคยระเบิดเมื่อปี 1986 เจ้าหน้าที่ยูเครน กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่าหิมะกองโตทำให้หลังคาถล่ม แต่ปริมาณกัมมันตรังสียังอยู่ในระดับปกติ และไม่มีผู้ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หลังคาดังกล่าวได้รับการก่อสร้างขึ้นภายหลังมหันตภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล เมื่อปี 1986 แต่ไม่ได้เป็นส่วนโครงสร้างหลังคาบนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ บริษัทก่อสร้าง 2 บริษัทของฝรั่งเศส ได้สั่งอพยพคนงาน 80 คนออกจากบริเวณโรงงาน หลังเกิดเหตุหลังคาถล่ม ซึ่งทั้งสองบริษัทนี้ได้รับมอบหมายให้เข้าไปสร้างโครงสร้างอาคารปกคลุมเตาปฏิกรณ์ อันเป็นมาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัย  โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล อยู่ห่างราว 100 กม.จากเมืองหลวงกรุงเคียฟของยูเครน และอยู่ใกล้กับชายแดนรัสเซียกับเบลารุส เกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2529 ทำให้มีคนงานเสียชีวิตเพราะแรงระเบิด 2 คน แต่อีก 28 คน ซึ่งเป็นทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและคนงานโรงไฟฟ้าเสียชีวิตเพราะกัมมันตภาพรังสีในอีกไม่กี่เดือนต่อมา ทางการต้องสั่งอพยพผู้คนหลายหมื่นคนออกมา เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากการปนเปื้อนของกัมมันตภาพรังสี   ขอบคุณข้อมูลจาก
  • นายกฯ เปิดโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม แห่งแรกในไทย ที่โคราช สาวใหญ่ถอดเสื้อประท้วง
           เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์   นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เปิดโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม เวสต์ ห้วยบง 2 และ เวสต์ห้วยบง 3 ซึ่งบริษัทเค อาร์ทู จำกัด และบริษัท เฟิร์ส โคราช วินด์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินโครงการติดตั้งกังหันลมจำนวน 90 ต้น บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ในตำบลห้วยบง และตำบลหนองแวง อำเภอด่านขุนทด และอำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา โดยกังหันลม 1 ต้น สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ต้นละ 2.3 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตโครงการละ 103.5 เมกะวัตต์ โดยนำไฟฟ้าที่ผลิตได้เชื่อมต่อกับจุดรับซื้อไฟฟ้าที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพื่อส่งต่อให้ประชาชน         หลังจากกล่าวจบนางสาว ยิ่งลักษณ์  ได้เดินทักทายกับราษฎรในพื้นที่ ที่มาคอยให้การต้อนรับ โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงจ.นครราชสีมา เดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมกับเสียงร้องตะโกนว่า   "ยิ่งลักษณ์ สู้ๆ"  ตลอดทาง ในขณะเดียวกัน ได้มี  หญิงสาวผู้หนึ่งนุ่งกางเกงยีนสีกรมท่า สวมเสื้อยืดโปโล สีฟ้าอ่อน ได้ถอดเสื้อออก เหลือแต่เสื้อชั้นในเพื่อเรียกร้องความสนใจ ในมือถือเอกสาร โครงการจำนำมันสำปะหลัง ปากได้ร้องตะโกนว่าว่าต้องการส่งเอกสารการทุจริตโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบจำนวน 3 คน ได้ควบคุมตัวออกไปอย่างทุลักทุเล และสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย         ทั้งนี้  หญิงคนดังกล่าว  ระบุว่า  เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากโรงงานแป้งมันสำปะหลังที่เข้าร่วมโครงการ โดยได้ โกงเกษตรกร เช่น หัวมันสด 5 ตัน โรงแป้งมันจะหักดิน/สิ่งเจือปน หรือที่เรียกว่าหักเปอร์เซ็นมันสำปะหลัง ไป 1ตันครึ่ง เหลือ 3ตันครึ่ง ชาวบ้านจะเหลืออะไร เอามันสำปะหลังไปลานมันหรือโรงแป้ง ต้องค้างวันค้างคืน จนเหี่ยวน้ำหนักมันจึงลด         "เกษตรกรมีแต่ตายเพราะถูกโกงทุกวิถีทาง ตนเองชื่นชมโครงการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาลดี แต่โรงแป้งมันที่เข้าร่วมกับรัฐบาลมันโกงชาวบ้าน" หญิงสาวคนดังกล่าวระบุ         จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวหญิงที่ถอดเสื้อประท้วงไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.หินดาด  โดยมี พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.ท.นิติพงศ์ ติวาชัยวิรัตน์ สวญ.สภ.หินดาด  ช่วยกันกล่อม และทราบชื่อภายหลังคือน.ส.พัชริดา กีรตินพดล  อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 185 หมู่ 12 ต.หนองกราด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่ง น.ส.พัชริดา  เคยเดินทางไปร้องเรียนเรื่องดังกล่าว ที่ข้างทำเนียบรัฐบาลมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ 25 มกราคม ทที่ผ่านมา  ลักษณะ สวมเสื้อชั้นในตัวเดียวเช่นกัน หลังจากน.ส.พัชริดา อารมณ์ดีขึ้น  ทางเจ้าหน้าที่จึงให้พนักงานสอบถามเพื่อหาข้อเท็จจริง พร้อมทั้งได้แนะนำให้น.ส.พัชริดา ร้องเรียนตามขั้นตอนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นผู้ว่าราชการจังหวัด หรือพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา ก่อนปล่อยตัวกลับไป     ขอบคุณข้อมูลจาก
  • โรงไฟฟ้าถ่านหิน ผู้ร้ายหรือพระเอก
    เอ่ยถึงโรงไฟฟ้าขึ้นมาเมื่อไหร่ประมาณมีใครเอายาขมหม้อใหญ่มากรอกปากผู้คน มีข่าวจะไปโผล่ที่ไหนก็เกิดแรงต่อต้านดุเดือดเลือดพล่านเป็นอย่างนี้มาหลายสิบปี ยิ่งระบุเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ยิ่งกว่ายาขม คล้ายๆระเบิดลง การขยายกำลังผลิตจากเชื้อเพลิงน้ำมันเตามาเป็นถ่านหินที่โรงไฟฟ้ากฟผ.ที่คลองขนาน,กระบี่กำลังเป็นเรื่องถูกชาวบ้านรุมต้าน จึงอยู่ในวิสัยคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ผมอยากแบ่งปันแนวคิดว่าด้วยโรงไฟฟ้าถ่านหินด้วยใจเป็นกลาง ด้วยข้อมูลน่าจะเป็นประโยชน์ ในชั้นแรกเข้าใจให้ตรงกันว่าไฟฟ้าที่เราใช้ในประเทศ 67-70% มาจากก๊าซธรรมชาติ ส่วนหนึ่งจากอ่าวไทยส่วนหนึ่งซื้อพม่าโดยใช้เต็มเพดาน ซักวันก๊าซก็ต้องหมดไป การที่เราไปพึ่งพาด้วยสัดส่วนมากเช่นนั้นย่อมเสี่ยง ประดาเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าทั่วโลกไม่นับพลังงานหมุนเวียนลม,แสงอาทิตย์ล้วนมีวันหมดทั้งสิ้น ถ่านหินก็มีวันหมดเพียงแต่ช้ากว่าเพื่อนโดยคาดว่าปริมาณสำรองมีอยู่ราว 200 ปี ด้วยเหตุนี้ประเทศอุตสาหกรรมจึงเลือกถ่านหินผลิตไฟฟ้า สหรัฐมีสัดส่วนถึง 45% เยอรมนี 43% เกาหลีใต้ 34% ญี่ปุ่น 27% จีน 79% ประเทศใช้น้อยได้แก่ฝรั่งเศสเพราะพึ่งนิวเคลียร์ 76% แถวๆอาเซียนด้วยกันมาเลเซียใช้ถ่านหิน 40% อินโดนีเซียซึ่งมีทรัพยากรถ่านหินมากใช้ 35% บ้านเรายังน้อยครับ เป็นถ่านหินนำเข้าราว 9% ลิกไนต์ที่แม่เมาะ,ลำปางอีก 9% รู้แล้วเรายังใช้น้อยขณะที่ของมีอยู่เยอะซึ่งเป็นข้อดีราคาในตลาดมีเสถียรภาพไม่วูบวาบ ชั้นต่อมาก็ดูว่ามลพิษต่อชุมชนต่อสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงตัวนี้หนักหนาสาหัสปานใด? ย้อนไปหลายสิบปีก่อนต้องยอมรับแย่มากๆ เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาสูงขึ้นและการลงทุนเพื่อลดมลพิษจากถ่านหินในทุกขั้นตอนคุ้มค่าโรงไฟฟ้าเกิดใหม่ก็กล้าใช้เงิน โรงไฟฟ้าเก่าอย่างแม่เมาะที่ใช้ลิกไนต์,ถ่านหินคุณภาพต่ำปัจจุบันได้ลงทุนแก้ไขจนสามารถโฆษณาให้แม่เมาะเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เอาเข้าจริงๆปัญหามลพิษเป็นรองปัญหาความเข้าใจ... ผมหมายถึงความเข้าใจของพี่น้องในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง กรณีกระบี่มีเสียงจากชาวบ้านทำนองกฟผ.ไม่ให้ข้อมูลผลกระทบจากโรงไฟฟ้าครบถ้วน ไม่ชี้แจงผลกระทบจากการขนส่งถ่านหินจากทะเลมาป้อนโรงไฟฟ้า ต้องขุดลอกร่องน้ำหรือระเบิดหินโสโครกแค่ไหนอย่างไร ผลกระทบต่อการประมงพื้นบ้าน ต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ในส่วนของการสร้างท่าเทียบเรือ ผมเชื่อว่ากฟผ.มีบทเรียนมามากและเชื่อเช่นกันได้พยายามให้ข้อมูลแก่ชาวบ้านแล้ว เมื่อมีเสียงสะท้อนลักษณะนี้จึงต้องทำการบ้านอีกมาก แทนการตั้งรับไล่ดับไฟที่เอ็นจีโอผู้ต่อต้านสุมไว้ก็น่าจะต้องรุกเข้าถึงพื้นที่ก่อนหน้าเอ็นจีโอหรืออย่างน้อยประกบคู่กันไป สู้กันด้วยข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ต้องบอกทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างตรงไปตรงมา คนในชุมชนต้องรู้เขาได้อะไรเสียอะไร กฟผ.ขาดผู้สันทัดในงานแบบนี้ก็จ้างมืออาชีพเข้ามารับผิดชอบ อันนี้เรื่องใหญ่ครับ ไม่สามารถทำให้พี่น้องในพื้นที่เข้าใจ, มั่นใจได้ โอกาสของโรงไฟฟ้าถ่านหินมืดมน   ขอบคุณข้อมูลจาก แมงเม่า
  • ‘Pavegen’ สร้างพลังงานไฟฟ้าจากการเดิน เทคโนโลยีสุดเจ๋งช่วยโลก
           ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่แหล่งพลังงานจากธรรมชาตินั้นถูกกล่าวว่ากำลังจะหมดไป วันนี้เรามีเทคโนโลยีใหม่อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจมานำเสนอ         Pavegen คือระบบเทคโนโลยีที่สร้างพลังงานด้วยการเดินเท้า หลักการมีอยู่ว่าเมื่อคุณเดินผ่าน เหยียบ หรือกระทั่งกระโดดใส่แผ่น Pavegen (หรือ Pavegen Slab) ที่ถูกออกแบบมา พลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของคุณ (พลังงานที่มีอยู่ในวัตถุที่เคลื่อนที่) ก็จะถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า และเก็บบรรจุอยู่ในแบตเตอรี่ สามารถนำไปใช้งานได้จริง ยิ่งเดินมากเท่าไร ยิ่งได้พลังงานมากเท่านั้น        เริ่มต้นจากโปรเจ็กต์ในเว็บไซต์ Kickstarter ที่ต้องการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในโรงเรียน เนื่องจากปริมาณการก้าวเดินของเด็กนักเรียนที่เดินภายในโรงเรียนนั้นมีมาก พลังงานไฟฟ้าที่จะเก็บได้นั้นก็มีมากขึ้นและนำกลับไปใช้ในโรงเรียนเอง อีกทั้งเป็นการสร้างความรับรู้ให้เด็กๆ รู้จักการประหยัดพลังงานและรักษ์สิ่งแวดล้อม ในขณะที่พวกเขาก็เพลิดเพลินกับการเดินเล่นบนเจ้าแผ่นเหล่านี้ด้วย        แผ่น Pavegen นี้ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ถูกออกแบบให้สามารถนำไปติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก ไม่มีรอยต่อที่อาจทำให้ดูเป็นสิ่งแปลกปลอมสะดุดตา กันน้ำและคงทนต่อการใช้งานกลางแจ้ง ในขณะเดียวกันสำหรับบางพื้นที่ก็สามารถใช้เป็นไฟทางเท้า ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในเวลากลางคืน         หากมนุษย์เพียง 1 คน เดิน 90 ก้าวต่อนาที และเดินทุกวัน วันละครึ่งชั่วโมง เมื่อครบ 70 ปีเมื่อไร จำนวนก้าวทั้งหมดของคนนั้นจะมากถึง 60 กว่าล้านก้าวด้วยกัน! ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.creativemove.com/design/pavegen/#ixzz2Jzo1WPvL  
  • กำนัน 13 ตำบลในราชบุรียื่นผู้ว่าฯ แก้ปัญหา 2 โรงไฟฟ้าสร้างมลพิษ
    ราชบุรี - กำนันทั้ง 13 ตำบลในพื้นที่ดำเนินสะดวก เมืองราชบุรี บุกศาลากลางจังหวัด ยื่นหนังสือจี้ผู้ว่าฯ แก้ปัญหาโรงผลิตไฟฟ้าราชบุรี และบริษัทราชบุรีเพาเวอร์ สร้างมลพิษสิ่งแวดล้อมจนประชาชนได้รับความเดือดร้อน ลั่นหากไม่ดำเนินการแก้ไข และไม่มีความคืบหน้าพร้อมระดมชาวบ้านชุมนุมใหญ่ที่หน้าโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรง                เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ (4 ก.พ.) นายไพรัตน์ หงส์ศุพางค์พันธ์ ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และกำนันตำบลท่านัด พร้อมทั้งกำนัน 13 ตำบลในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานผลิตไฟฟ้า 2 โรง คือ ของบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด ที่สร้างมลพิษสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในหมู่บ้านทั้ง 13 ตำบลถึงความเดือดร้อนจากโรงงานผลิตไฟฟ้าดังกล่าวที่มาก่อสร้างในเขตพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก ทั้ง 2 โรง ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา เป็นแหล่งเกิดมลพิษในบรรยากาศ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้ผล เกิดความเสียหายแก่เกษตรกร มูลค่าปีละประมาณ 20,000,000 บาท                นายไพรัตน์ กล่าวว่า พื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญทางด้านพืชผัก ผลไม้ เช่น หน่อไม้ฝรั่งจากปี พ.ศ.2550 ผลผลิตต่อปีจะลดลงไปเรื่อยๆ จนถึงปี พ.ศ.2555 ลดลงมาก พืชผักออกผลผลิตไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ พอออกมาก็จะเน่าเสีย ละมุด ลำไย คะน้า มะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกทั้งต้น มีลูกออกมาสวย แต่ข้างในไม่มีเนื้อ ผลผลิตออกมามีราคาต่ำ เช่น องุ่น ชมพู่ ฝรั่ง และผักผลไม้อื่นๆ อีกจำนวนมาก ทำรายได้แก่ประเทศชาติอย่างมหาศาล                นับตั้งแต่มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก ผลผลิตทางการเกษตรกลับลดลง และที่สำคัญ ประชาชนไม่สามารถนำน้ำฝนมาบริโภคใช้ดื่มกินได้เหมือนที่ผ่านมา ขณะที่โรงไฟฟ้าจะดูแลรับผิดชอบเฉพาะพื้นที่ 9 ตำบล รอบโรงไฟฟ้าเท่านั้น แต่ตำบลดำเนินสะดวก ตำบลบางแพ อำเภอบางแพ และอำเภอเมือง เป็นพื้นที่ไข่แดงติดกับโรงไฟฟ้า ซึ่งเคยดูแลรับผิดชอบต่อชุมชน ต่อมาระยะหลังกลับไม่เคยเหลียวแลชาวบ้านเลย โดยอ้างว่าต้องไปของบประมาณจากกองทุนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าของกระทรวงพลังงาน                “ความจริงโรงไฟฟ้าต้องช่วยกันดูแลพื้นที่ในจังหวัด ซึ่งได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ถามว่าของดีทำไมต้องลงที่จังหวัดราชบุรีเพียงแห่งเดียว ทำไมไม่ไปลงในจังหวัดอื่นบ้าง เพราะเหตุใด ถ้าของดีน่าจะลงได้ทุกจังหวัด ซึ่งพื้นที่จังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่ทำการเกษตร ไม่ใช่กับโรงงาน หรือโรงไฟฟ้า การที่โรงไฟฟ้าเกิดขึ้นมาแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร เกิดแล้วเกิดไป แต่ต้องลงมาดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านในพื้นที่ และที่อยู่ใกล้เคียงให้ดีด้วย ขณะนี้โรงไฟฟ้ากลายเป็นโรงที่ 4 และโรงที่ 5 จากที่กำลังจะเกิดที่ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม และที่กำลังจะเกิดอีกในโรงไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์ ตรงนี้ที่กำลังดำเนินการอีก เรื่องมลพิษสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมีสูง” นายไพรัตน์ กล่าว                นายไพรัตน์ กล่าวต่อว่า ในฐานะตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ 13 ตำบล พร้อมรายชื่อของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จึงขอให้ทางจังหวัดประสานแจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง ให้ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจ ตรวจสอบมลพิษ และผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างรอบด้าน และทั่วถึง พร้อมทั้งแสดงความรับผิดชอบต่อชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านทรัพย์สิน และจิตใจ โดยหากไม่มีการดำเนินการใดๆ ประชาชนในพื้นที่จะออกมาเรียกร้อง โดยจะมีการแต่งเครื่องแบบร่วมกับชาวบ้านเดินขบวนไปประท้วงที่หน้าโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง                ทั้งนี้ นายณรงค์ ครองชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้ออกมารับหนังสือร้องเรียนพร้อมรับปากจะนำเรื่องปัญหาดังกล่าวยื่นต่อนายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เพื่อประสานไปยังบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้แก่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก
  • ชาวกระบี่เดินหน้าค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ปชช.
    กระบี่ - ชาว ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เดินหน้าต่อต้านไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ชี้หลังโรงไฟฟ้าหยุดเดินเครื่องพบหญ้าทะเลเริ่มงอกงาม และปลาพะยูนเข้ามาอาศัยเพิ่มมากขึ้น                นายสมศักดิ์ นบนอบ ผู้ใหญ่บ้านทุ่งประสาน ม.2 ต.ปกาสัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ชาวบ้านตำบลปกาสัย จำนวนกว่า 200 คน ได้รวมตัวกันที่ บริเวณหน้าอาคารอเนกประสงค์ บ้านทุ่งประสาน ม.2 ต.ปกาสัย อ.เหนือคลองจ.กระบี่ เพื่อร่วมรับฟังความคิดเห็น และให้ความรู้เรื่องผลกระทบที่เกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมร่วมลงชื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 800 เมกะวัตต์ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่กำลังทำประชาพิจารณ์ อยู่ในขั้นตอน ค.3 คือ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ                ผู้ใหญ่บ้านทุ่งประสาน หมู่ที่ 2 กล่าวอีกว่า โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตนเชื่อจะส่งผลต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างแน่นอน เนื่องจากต้องมีการลำเลียงโดยเรือขนาดใหญ่ผ่านชายฝั่งทะเล แล้วมาขนถ่ายขึ้นฝั่งโดยลำเลียงด้วยสายพานเข้าโรงไฟฟ้า ซึ่งมีระยะทางไกลหลายกิโลเมตร ก็จะทำให้ฝุ่นถ่านหินเกิดการฟุ้งกระจาย และถึงแม้ว่าทางโรงไฟฟ้าจะออกมาบอกว่า ถ่านหินที่จะนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าในครั้งนี้ เป็นถ่านหินสะอาดก็ตาม ซึ่งด้วยเหตุผลแล้วฟังไม่ขึ้น เพราะเมื่อมีการเผาไหม้ ก็ต้องเกิดมลพิษอย่างแน่นอน โรงไฟฟ้าโรงเก่าเป็นเครื่องยืนยันได้                โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ มีทั้งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และธรรมชาติในพื้นที่ตำบลปกาสัย และตำบลใกล้เคียง เช่น พืชผลทางการเกษตร ยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และที่สำคัญ จากการสังเกตพบว่า หลังจากที่โรงไฟฟ้าหยุดผลิตกระแสไฟฟ้าช่วงปลายปีที่ผ่านมา พบว่า บริเวณบ้านแหลมหิน ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ติดกับทะเล มีหญ้าทะเลเจริญเติบโตจำนวนมากเป็นอันดับ 2 รองจากเกาะลิบง จ.ตรัง และมีปลาพะยูน ซึ่งเป็นสัตว์น้ำอนุรักษ์ และหายากเข้ามาหากินในบริเวณดั่งกล่าว จำนวนกว่า 8 ตัว และล่าสุด พบว่าจำนวนปลาพะยูนได้เข้ามาหากินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง                นายสุนทร สรประเสริฐ แกนนำกลุ่มพิทักษ์ ต.ปกาสัย กล่าวด้วยว่า การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านโครงการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในพื้นที่ จ.กระบี่ ของ กฟผ.เกรงว่าชาวบ้านจะได้รับผลกระทบ ได้นำข้อมูลที่เป็นเอกสารผลกระทบต่อสุขภาพจากสสารที่เป็นอันตรายที่ปรากฏอยู่ในเถ้าถ่านหิน มาแจกให้แก่ประชาชนผู้เข้าร่วมเพื่อนำไปศึกษาเรียนรู้ว่าเถ้าถ่านหินมีผลกระทบในด้านใดบ้าง และในอาทิตย์หน้า จะเดินทางไปร่วมตัวกันที่ ม.3 ต.ปกาสัย และจะหมุนเวียนไปตามหมู่บ้านต่างๆ ทั้ง 9 หมู่บ้าน และทราบว่าขณะนี้ ทางกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่เกาะศรีบอยา เกาะลันตา และพื้นที่ใกล้เคียง เตรียมเข้าร่วมต่อต้านอีกด้วย                นายชลิต สุโหตุ ส.อบต.ม.1 ปกาสัย กล่าวอีกว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่ม NGO จากไต้หวันลงสำรวจพื้นที่บริเวณใกล้เคียงโรงไฟฟ้า พบว่า พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ทั้งป่าโกงกาง และหญ้าทะเล แต่หากว่ามีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ที่มีกำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ คาดว่าไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า ทรัพยากรทางธรรมชาติที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ดังกล่าวก็จะเสื่อมโทรมและสลายไปในที่สุด ลูกหลานคนกระบี่ก็จะไม่ได้เห็นความสมบูรณ์อีกต่อไป   ขอบคุณข้อมูลจาก
  • กฟผ.กางแผนลงทุน5ปี300,000ล.ซูมิโตโม่-อัมสตรอมคว้าโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ2
            กฟผ.เดินหน้าโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ 2 มูลค่า 21,000 ล้าน เตรียมลงนาม ซูมิโตโม่-อัมสตรอมเดือน ก.พ.นี้ ให้ดูแลการก่อสร้างป้อนเทคโนโลยี พร้อมกางแผนลงทุน 5 ปี ลงทุน 300,000 ล้านเน้นพัฒนาระบบสายส่งเสริมความมั่นคงระบบ         รายงานข่าวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.เตรียมแผนการลงทุน 5 ปี ระหว่างปี 2556-2560 คาดว่าจะมีการลงทุนรวมประมาณ 300,000 ล้านบาท ซึ่ง กฟผ.ได้เน้นหนักการลงทุนไปที่ระบบสายส่งไฟฟ้ารวมประมาณ 200,000 ล้านบาท เพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ในโครงการหงสาลิกไนต์ น้ำเงี้ยบ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 100,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าทั้งส่วนที่เป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ตามการลงทุน ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 เช่น โรงไฟฟ้าวังน้อย 4 และโรงไฟฟ้าจะนะ 2 รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ, ลม และแสงอาทิตย์        สำหรับโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะลงทุนในปีนี้ คือ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ 2 กำลังผลิตติดตั้ง 848.3 เมกะวัตต์ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง        นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ขั้นตอนการประมูลผู้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้แล้วเสร็จ และในเดือนกุมภาพันธ์นี้จะลงนามสัญญากับบริษัทซูมิโตโม่ และบริษัท อัมสตรอม ที่จะรับผิดชอบดูแลการออกแบบ เทคโนโลยี และระบบโรงไฟฟ้าทั้งหมด โดยพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ 2 นี้ได้ผ่านการพิจารณาแบบประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ EIA แล้ว จะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบได้ในปี 2558        "โครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือนี้ ผ่านการเห็นชอบการลงทุนของคณะรัฐมนตรีมาแล้ว กฟผ.จะดำเนินการตามแผนที่วางไว้ต่อไป สำหรับเชื้อเพลิงที่ใช้จากโครงการนี้ จะใช้ก๊าซธรรมชาติที่ต่อท่อเพิ่มเติมมาจากโรงไฟฟ้าพระนครเหนือโรงเดิม ซึ่งมีสัญญาซื้อขายก๊าซกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เรียบร้อยแล้วเช่นกัน" นายสุทัศน์กล่าว         นายสุทัศน์กล่าวเพิ่มเติมว่า กฟผ.ยังมีความพร้อมในการลงทุนอีกมาก เมื่อพิจารณาจากความแข็งแรงทางการเงิน มีหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.5 และล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ กฟผ.สามารถกู้เงินในประเทศเพื่อนำมาลงทุนได้อีก 13,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในปี 2556 นี้ คาดว่า กฟผ.จะลงทุนอยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเน้นการลงทุนเพื่อปรับปรุงระบบสายส่งที่ใช้งานมานาน รวมถึงการปรับปรุงเขื่อนศรีนครินทร์ด้วย        รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ในสัปดาห์นี้ กฟผ.ได้มอบพื้นที่ให้ผู้ชนะการประมูลเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้า คือ บริษัท ซูมิโตโม่ และอัมสตรอม เข้ามาพัฒนาโครงการแล้ว โดยรูปแบบของโรงไฟฟ้า จะใช้เทคโนโลยีกังหันก๊าซร่วมกับกังหัน ไอน้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ 1 สำหรับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ 2 เป็นโรงไฟฟ้าที่อยู่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับล่าสุด หรือ PDP น 2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 (2555-2573)   ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
  • ​เสนอสร้าง​โรงงาน​แยกขยะผลิต​ไฟฟ้า งบฯ 2 พันล้านรอ​ผู้ว่าฯ​ ใหม่​ไฟ​เขียว
           นายอมร กิจ​เชวงกุล กรรม​การ​ผู้อำนวย​การ บริษัท กรุง​เทพธนาคม จำกัด กล่าวว่า บริษัทกรุง​เทพธนาคม ​ได้นำ​เสนอ​โครง​การ “บริหารจัด​การมูลฝอยชุมชน​เพื่อผลิตพลังงานสะอาด” ​เป็น​การคัด​แยกประ​เภทขยะตามชุมชนต่างๆ ที่สามารถนำมาผลิต​เป็นพลังงาน​ไฟฟ้า​ได้ ตามน​โยบายอดีต​ผู้ว่าราช​การกรุง​เทพมหานครสมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่กำหนดน​โยบายพัฒนา​และยกระดับคุณภาพชีวิต​และสิ่ง​แวดล้อมของคนกรุง​เทพมหานคร​ให้​เหมาะสม ​และ​ได้มาตรฐาน​ในระดับสากล         ทั้งนี้ ตั้ง​แต่รับน​โยบาย​ในปี 2554 มา ทางบริษัท​ได้​ทำ​การศึกษารูป​แบบ​ความ​เป็น​ไป​ได้​และ​ความ​เหมาะสมของ​ โครง​การ วัตถุประสงค์หลัก​ใหญ่ คือ 1.​เพื่อ​เป็น​โครง​การต้น​แบบ​ใน​การบริหารจัด​การมูลฝอยชุมชนอย่างยั่งยืน 2.​เพื่อ​เพิ่มประสิทธิภาพ​การบริหารจัด​การมูลฝอยชุมชนของกรุง​เทพฯ 3.​เพื่อลดมลพิษด้านสิ่ง​แวดล้อม ​ได้​แก่ กลิ่น ก๊าซมี​เทน ​การปน​เปื้อนน้ำ​ใต้ดิน​เป็นต้น ​และ 4.​เพื่อส่ง​เสริม​การอนุรักษ์พลังงานทด​แทนของภาครัฐ​โดย​ใช้หลัก ยุทธศาสตร์ด้านสิ่ง​แวดล้อมที่ว่า “​เพิ่มประสิทธิภาพ​การบริหารจัด​การขยะมูลฝอย ของ​เสียอันตราย ​และ​การป้องกันปัญหาสิ่ง​แวดล้อม​ทั้งทางน้ำ อากาศ ​และพื้นที่สี​เขียว ​เพื่อ​ให้​เกิด​การพัฒนาที่ยั่งยืน” ​ซึ่งข้อมูล​โครง​การ​ทั้งหมด​ได้ส่งมอบ​ให้กรุง​เทพมหานคร​เรียบร้อย​แล้ว​ ในปี 2555 ที่ผ่านมา        นายอมร กล่าวอีกว่า กระบวน​การต่อจากนี้หากคณะ​ผู้บริหารกรุง​เทพมหานครชุด​ใหม่อนุมัติ บริษัทกรุง​เทพธนาคมจะต้องจัดหา​เงินกู้​เบื้องต้นวง​เงินประมาณ 2,000 ล้านบาท ​เพื่อลงทุนก่อสร้าง​โรงงาน​ในพื้นที่ประมาณ 25 ​ไร่คาดว่าน่าจะ​เป็นพื้นที่บริ​เวณอ่อนนุช​ใกล้กับ​โรงกำจัดขยะติด​เชื้อ ของบริษัท​ในปัจจุบัน จากนั้นจะลงทุนก่อสร้าง​โรงงานพร้อม​เครื่องจักรที่จะ​ทำหน้าที่คัด​แยกขยะ​ เบื้องต้นกำหนด​ไว้ประมาณ 400-600ตัน/วัน สามารถผลิต​ไฟฟ้า​ ได้วันละประมาณ 4 ​เมกะวัตต์ ​โดยจะนำ​ไฟฟ้าที่ผลิต​ได้นำมา​ใช้​ใน​โรงงานที่​เหลือประมาณ?2.7 ​เมกะวัตต์ ​จึงนำ​ไปขาย​ให้​แก่​การ​ไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สร้างราย​ได้ ระยะ​เวลาดำ​เนิน​โครง​การ 20 ปี คาด 15 ปี จะ​ถึงจุดคุ้มทุน        ​โครง​การนี้มิ​ได้​ทำ​เพื่อผลกำ​ไรทาง​การพาณิชย์ ​เป็น​โครง​การที่ตั้ง​เป้าสร้างสำนึก​ให้กับประชาชนทั่ว​ไปมีจิตสำนึกคัด​ แยกขยะอย่างมีวินัย​เหมือน​ในต่างประ​เทศ ​เพราะขยะ​เหล่านี้สามารถสร้างราย​ได้ ​และช่วยลดค่า​ใช้จ่าย​ใน​การขน​และกำจัดขยะมูลฝอย ช่วย​ให้สิ่ง​แวดล้อมดีขึ้น ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์แนวหน้า

จำนวน 280 บทความ หน้า [ 1 ]  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14