กฟผ.แนะนำทำใจค่า FT จ่อขยับขึ้นอีก รับต้นทุนราคาก๊าซฯสูงขึ้น หนุนตั้งโรงฟฟ้าถ่านหิน
วันที่ 31/07/2555 เวลา 11:56:19 ดู 1,755 ครั้ง
ค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ เอฟที งวดเดือน ก.ย.-ต.ค.ขึ้นอีก กฟผ.เตือนไทยเสี่ยงค่าไฟสูง เสนอตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด 4 แห่งรองรับ เน้นพื้นที่ภาคใต้
นายสุเทพ ฉิมคล้าย ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ต้นทุนค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (FT) หรือค่าเอฟที ในงวดหน้า (กันยายน-ตุลาคม 2555) จะปรับสูงขึ้นอีกตามต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติที่ผันแปรตามราคาน้ำมันเตาย้อนหลัง 6 เดือน แต่จะปรับขึ้นมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะพิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเสวนา ไฟฟ้าไทยในอนาคต ซึ่งจัดโดย กฟผ.เมื่อเร็วๆ นี้ที่เสวนา มองว่าค่าไฟฟ้าของไทยมีความเสี่ยงที่จะสูงขึ้น ดังนั้นควรกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าและควรลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จากที่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าถึงร้อยละ 70 ดังนั้น จึงควรจะกระจายไปยังถ่านหินสะอาด ซึ่งมีสำรองถึง 200 ปี ต้นทุนถูกกว่า และสามารถจัดการปัญหามลภาวะได้ ในขณะที่ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะหมดลงในกว่า 10 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้หากประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี)จะทำให้ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น โดยหากเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าจากราคาถ่านหินในปัจจุบันที่ 70-80ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน พบว่ามีต้นทุนค่าไฟฟ้าประมาณ 2.30 บาท/หน่วย แต่แอลเอ็นจีมีต้นทุนไฟฟ้าสูงถึง 5 บาทต่อหน่วย ในขณะที่ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ประมาณ 3 บาทต่อหน่วย
ตามแผนพัฒนาไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี กฟผ.จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 4 โรง รวม 3,200 เมกะวัตต์ โดยทั้งหมดจะสร้างในพื้นที่ภาคใต้ โรงแรกจะเข้าระบบปี 2562 อยู่ในพื้นที่โรงไฟฟ้ากระบี่หลังจากนั้นจะทยอยเข้าระบบทุก 3 ปี สาเหตุที่เลือกในพื้นที่ภาคใต้ก็เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้เพิ่ม สูงขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6 ต่อปี กำลังผลิตไม่เพียงพอต้องส่งจากพื้นที่ภาคกลางทำให้เกิดปัญหาความสูญเสียของระบบส่งไฟฟ้า โดยปัจจุบันนี้โรงไฟฟ้าในภาคใต้มีกำลังผลิตเพียง 2,100 เมกะวัตต์ แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีถึง 2,500 เมกะวัตต์ ซึ่งในขณะนี้ กฟผ.ได้ศึกษาพื้นที่และทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ควบคู่กันไป
ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า