เข้าสู่ระบบ

ข้อสอบเอ็นทรานซ์ เคมี ตุลาคม 2545

วิชา : เคมี ระดับชั้น : มัธยมปลาย
จำนวน : 40 ข้อ ผู้เข้าชม : 23,583 การประลองฝีมือ : 167
หน้าหลักคลังข้อสอบ ›› | หน้าหมวดวิชา ››
progress bar
กดเพื่อ reset ข้อสอบชุดนี้
ระดับความยาก : อ่อน
1 )  เมื่อนำสาร A B C D E ละลายน้ำที่อุณหภูมิ 25^0C แล้ววัดอุณหภูมิของสารละลายที่ได้ ได้ผลดังนี้
สาร
อุณหภูมิ(^0C)
A
12
B
25
C
68
D
85
E
10
ข้อสรุปใดผิด
สารละลาย A และ E เมื่อตั้งทิ้งไว้จะมีไอน้ำมาเกาะข้างบีกเกอร์
การละลายของ C และ D เป็นกระบวนการคายความร้อน
B ไม่มีแรงดึงดูดกับโมเลกุลของน้ำ จึงทำให้อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง
การละลายของ E เป็นกระบวนการดูดความร้อน
2 )  เมื่อนำของเหลว A มากรองผ่านเซลโลเฟนจะได้ของเหลว B ส่วนองเหลวที่ค้างอยู่ในเซลโลเฟนนำไปกรองด้วยกระดาษกรองได้ของเหลว C และไม่มีสารตกค้างอยู่บนกระดาษกรอง
A เป็นสารแขวนลอย
อนุภาคในของเหลว B มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 10^{-7}cm
ของเหลว C แสดงปรากฎการณ์ทินดอลล์
B เป็นสารละลาย
3 )  ในการทดลองหาจุดเยือกแข็งของสาร A และ B ในตัวทำละลายต่อไปนี้

ตัวทำละลาย

K_f(^0Ckg mol^{-1})
T_f(^0C)
พาราไดคลอโรเบนซีน

7.1

52.7
เบนซีน
5.1
5.5
ก. ถ้าใช้ A และ B หนักเท่ากัน ละลายในเบนซีนปริมาตรเท่ากัน จุดเยือกแข็งของสารละลายจะเท่ากัน ข. ถ้าละลาย A หนักเท่ากันในตัวทำละลายแต่ละชนิดที่มีมวลเท่ากัน 10483 พาราไดรคลอโรเบนซีนจะมีค่าต่ำกว่า ค. ถ้าลดปริมาณตัวทำละลาย 10483 ของสารละลายจะเพิ่มขึ้น ข้อใดถูก
ก เท่านั้น
ค เท่านั้น
ก และ ค
4 )  การวัดอัตราเฉลี่ยของปฏิกิริยาระหว่างโลหะสังกะสีกับกรดไฮโดรคลอริกในน้ำที่อุณหภูมิเดียวกัน ได้ผลดังตาราง
ครั้งที่
ผงสังกะสี, g
แผ่นสังกะสี , g
1 M.HCl,cm^3
H_2O,cm^3
อัตราสุดท้าย
1
1
-
10
10
25
2
1
-
10
100
0.25
3
-
1
10
10
5
4
-
1
10
100
0.05
5
-
2
10
100
0.1
ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราเฉลี่ยของปฏิกิริยาในการทดลองนี้ ก. ปริมาณของสังกะสี ข. พื้นที่ผิวของสังกะสี ค. ความเข้มข้นของกรดไฮโดรคลอริก ข้อใดถูก
ก และ ข เท่านั้น
ข และ ค เท่านั้น
ก และ ค เท่านั้น
ก ข และ ค
5 )  ในการทดลองทำปฏิกิริยาฟิสชันของสารกัมมันตรังสีชนิดหนึ่ง ได้ผลการทดลองสรุปได้ดังกราฟ 10484 ก. ถ้าปล่อยให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ อัตราเร็วเฉลี่ยของปฏิกิริยาเป็นกี่โมลต่อวินาที ข. ถ้าหยุดปฏิกิริยาเมื่อเวลาผ่านไป 8 วินาที อัตราเฉลี่ยของปฏิกิริยาเป็นกี่โมลต่อวินาที ข้อใดเป็นคำตอบของ ก และ ข
1
0.125
0.100
2
0.500
0.125
3
0.500
0.400
4
0.500
0.500
1
2
3
4
6 )  กำหนดค่าพลังงานพันธะต่อไปนี้
พันธะ
พลังงานพันธะkJ mol^{-1}
A-A
151
B-B
436
A-B
298
ข้อใดสำหรับปฏิกิริยา A_2(g)  +  B_2(g)  rightarrow  2AB(g) ก. พลังงานก่อกัมมันต์มีค่ามากกว่าพลังงานของปฏิกิริยา ข. พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาไปข้าหน้ามีค่าน้อยกว่าของปฏิกิริยาย้อนกลับ ถ้าปฏิกิริยาผันกลับได้ ค. อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้าจะช้ากว่าปฏิกิริยาย้อนกลับ ถ้าปฏิกิริยาผันกลับได้ ง. ปฏิกิริยาเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
ก และ ค เท่านั้น
ข และ ง เท่านั้น
ก ข และ ค
ก ข และ ง
7 )  ภาชนะ A และ B มีขนาด 5 dm^3 เท่ากัน ต่อถึงกันด้วยท่อที่มีลิ้นเปิดปิด ที่อุณหภูมิ 300 K ภาชนะ A บรรจุแก๊ส A 20 mol และภาชนะ B บรรจุแก๊ส B 20 mol ดังรูป 10574 เมื่อเปิดลิ้นให้แก๊สทั้งสองผสมกัน จะเกิดปฏิกิริยาดังสมการ A + B  rightleftharpoons 2AB K = 4 จะมี AB เกิดขึ้นกี่โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตรที่ภาวะสมดุล
1
2
2.67
4
8 )  เมื่อเปรียบเทียบปฏิกิริยาระหว่าง A + B และ C + D ในภาชนะปิดที่มีขนาดเท่ากัน 2 ใบ โดยใช้สารตั้งต้นอย่างละ 1 mol พบว่ามีค่าคงที่มีสมดุล ที่อุณหภูมิ 25^0C และ 500^0C ดังนี้

K ที่ 25^0C

K ที่ 500^0C

A + B  rightleftharpoons X

0.01
0.001
C  + Drightleftharpoons Y
10
40
ที่ภาวะสมดุล ข้อใดถูก
ความเข้มข้นของ X สูงสุด และปฏิกิริยา ก เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
ความเข้มข้นของ X สูงสุด และปฏิกิริยา ก เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
ความเข้มข้นของ Y สูงสุด และปฏิกิริยา ข เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
ความเข้มข้นของ Y สูงสุด และปฏิกิริยา ข เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
9 )  การวิเคราะห์ปริมาณกรดออกซาลิก (H_2C_2O_4) จะไทเทรตด้วยสารละลาย KMnO_4 ในกรด H_2SO_4 ดังสมการ aH_2C_2O_4 + bMnO^-_4 + cH^+ rightarrow dMn^{2+} + eH_2O + fCO_2 ข้อใดถูก
ที่จุดสมมูลจะเกิดแก๊ส CO_2 8 mol ต่อ H_2C_2O_4 1 mol
ในสมการที่ดุล สัดส่วนจำนวนโมลของ H_2C_2O_4  :  MnO^-_4  =  1 : 2
ถ้าต้องการให้เกิด CO_2 4.4 กรัม ต้องใช้ H_2C_2O_4 อย่างน้อย 4.5 กรัม
ปฏิกิริยานี้กรด H_2SO_4 เป็นตัวรีดิวส์ MnO^-_4 ให้ได้ Mn^{2+}
10 )  กำหนดครึ่งปฏิกิริยาต่อไปนี้
ครึ่งปฏิกิริยา

E^0(V)

NO^-_3(aq) + 4H^+(aq) + 3e^-  rightarrow NO(g) + 2H_2O

+0.96
Cl_2(g)+ 2e^- rightarrow 2Cl^-(aq)
+1.36
2H^+(aq) + e^- rightarrow  H_2(g)
0.00
นำโลหะ X Y และ Z มาทดสอบกับกรด HNO_3 และ HCl ให้ผลดังตาราง
โลหะ
HNO_3(1 m)
HCl(1 M)
X

เกิดแก๊ส� NO

เกิดแก๊ส

Y
เกิดแก๊ส� NO
ไม่เกิดปฏิกิริยา
Z
ไม่เกิดปฏิกิริยา
ไม่เกิดปฏิกิริยา
ข้อใดลำดับความแรงของการเป็นตัวรีดิวส์ของโลหะได้ถูกต้อง
X > Y > Z
Y > Z > X
Z > Y > X
X > Z > Y
11 )  จากผลการทดลองจุ่มแผ่นโลหะลงในสารละลายต่อไปนี้
โลหะ
สารละลาย
ผลการทดลอง
Pb
Ni^{2+}
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
Ni
Cd^{2+}
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
Pb
Ag^{2+}
เกิดการเปลี่ยนแปลง
ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูก ก. เมื่อจุ่ม Pb ลงในสารละลาย Cd^{2+} จะได้โลหะ Cd เกาะบนแท่ง Pb ข. Ag เป็นตัวรีดิวส์ที่ดีกว่า Cd ค. ในเซลล์ไฟฟ้า Ni(s)|Ni^{2+}(aq) || Ag^+(aq)|Ag(s) เข็มของโวลต์มิเตอร์จะเบนไปทางขั้ว Ag
ก เท่านั้น
ก และ ข เท่านั้น
ค เท่านั้น
ก ข และ ค
12 ) 
ครึ่งปฏิกิริยา

E^0(V)

จากข้อมูลต่อไปนี้

2H_2O  + 2e^- rightarrow H_2(g) + OH^-(aq)

-0.83
Cu^{2+}(aq) + 2e^- rightarrow Cu(s)
+0.34
4H^+  + O_2(g) + 4e^- rightarrow 2H_2O
+1.23
S_2O_8^{2-}(aq)  + 2e^- rightarrow 2SO^{2-}_4(aq)
+2.01
ในการแยกสารละลายคอปเปอร์ซัลเฟต 1 mol dm^{-3} ด้วยไฟฟ้า โดยใช้ทองแดงเป็นขั้วไฟฟ้าพบว่า ก. เกิดแก๊สที่ขั้วแอโนด ข. สีฟ้าของสารละลายคอปเปอร์ซัลเฟตไม่เปลี่ยนแปลง ค. ขั้วแคโทดจะหนักขึ้น ข้อใดถูก
ก และ ข เท่านั้น
ก และ ค เท่านั้น
ข และ ค เท่านั้น
ก ข และ ค
13 )  เมื่อนำสีผสมอาหารสีเขียว สีเหลือง และสีม่วง มาทำโครมาโทกราฟีกระดาษ ได้ผลการทดลองดังนี้
สีผสมอาหาร
สีที่แยกได้
R_f

เขียว

น้ำเงิน
เหลือง

0.48
0.32

เหลือง
เหลือง
0.61
ม่วง

น้ำเงิน

แดง

0.47

0.23

พิจารณาข้อสรุปต่อไปนี้ ก. สีเหลืองที่แยกได้จากสีผสมอาหารสีเขียวถูกดูดซับบนกระดาษได้มากกว่าสีผสมอาหารสีเหลือง ข. สีเหลืองเป็นสารบริสุทธิ์ ค. สีน้ำเงินที่แยกได้จากสีผสมอาหารสีเขียวและสีม่วงอาเป็นสารชนิดเดียวกัน ควรทดสอบต่อไป ง. สีผสมอาหารสีเขียวประกอบด้วยสาร 2 ชนิด คือ สารสีนำเงินและสารสีเหลือง ข้อใดถูก
ก เท่านั้น
ก และ ค เท่านั้น
ข และ ง เท่านั้น
ก ข ค และ ง
14 )  นำแก๊สไฮโดรคาร์บอน C_xH_y ปริมาตร 20 cm^3 เผากับ O_2 มากเกินพอ ปริมาตร 300 cm^3 เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา ทำให้เย็นลงที่อุณหภูมิห้อง วัดปริมาตรของแก๊สทั้งหมดได้ 240 cm^3 ผ่านแก๊สทั้งหมดลงในน้ำปูนใส เหลือปริมาตรแก๊ส 140 cm^3 (ปริมาตรแก๊สวัดที่อุณหภูมิและความดันเดียวกันตลอดการทดลอง) สูตรโมเลกุล C_xH_y ควรเป็นข้อใด
C_4H_8
C_4H_{10}
C_5H_{10}
C_5H_{12}
15 )  สารตัวอย่างมีสูตรเป็น C_{(8+x)}H_xCl_6 มี C ร้อยละ 40.0 โดยมวล พิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก. x = 2 ข. สูตรเคมีของสารนี้คือ C_{10}H_2Cl_6 ค. ร้อยละของ H ในสารนี้มีค่าเท่ากับ 1.1 ง. จำนวนอะตอม C เป็น 5 เท่าของ H ข้อใดถูก
ค เท่านั้น
ข และ ง เท่านั้น
ก ข และ ง เท่านั้น
ก ข ค และ ง
16 )  สารตัวอย่างชนิดหนึ่งมีฉลากระบุว่าประกอบด้วย Na และ K ในรูปของออกไซด์ในอัตราส่วน 1 : 1 โดยโมล เมื่อนำสารตัวอย่างนี้มา 2.0 g ละลายในกรด HNO_3 แล้วระเหยแห้ง จะได้สารประกอบไนเตรตหนัก 3.72 g จงหาร้อยละของสารปนเปื้อน
9.4
13.7
22.0
78.0
17 )  ผ่านแก๊ส NH_3 ปริมาตร 4.48 dm^-3 ที่ STP ลงในน้ำได้สารละลายปริมาตร 100 cm^3 และมีความเข้มข้นของ NH_3 1.5 mol dm^{-3} ร้อยละโดยมวลของ NH_3 ที่หายไประหว่างการละลายเป็นเท่าใด
2.5
25
75
85
18 )  สารละลายกรด HA เข้มข้น 0.1 mol dm^{-3} แตกตัว 17% ถ้า HA แตกตัว 12% จงหาความเข้มข้นของ HA ในหน่วยโมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร
0.07
0.14
0.21
0.50
19 ) 
ชนิดของพืชที่นำมาสกัด
ช่วงpHที่เปลี่ยนสี
สีที่เปลี่ยน
อัญชัน
1 - 3
แดง - ม่วง
กระเจี๊ยบ
6 - 7
แดง - เขียว
ชบาซ้อน
7 - 8
แดง - เขียว
ดาวเรืองเหลือง
9 - 10
ไม่มีสี - เหลือง
กล้วยไม้
10 - 11
ไม่มีสี - เหลือง
ทองกวาว
11 - 12
เหลืองเขียว - แดง
ในการไทเทรต NaOH ด้วย HCl ข้อใดถูก
ถ้าใช้สีที่สกัดจากดาวเรืองเหลือง หลังจากเกินจุดยุติแล้ว สารละลายจะมีสีเหลือง
ถ้าใช้ NaOH เข้มข้น 1 mol dm^{-3} ปริมาณ 10 cm^3 ไทเทรตกับ HCl เข้มข้น 0.1 mol dm^{-3} ไม่ควรใช้สีที่สกัดจากชบาซ่อนเป็นอินดิเคเตอร์
ถ้าใช้ NaOH เข้มข้น 0.01 mol/dm^{-3} ปริมาณ 50 cm^3 ไทเทรตกับ HCl เข้มข้น 1 mol dm^{-3} ควรใช้สีที่สกัดจากดอกกระเจี๊ยบเป็นอินดิเคเตอร์
ถ้าใช้ NaOH เข้มข้น 1 mol dm^{-3} ปริมาณ 20 cm^3 ไทเทรตกับ HCl เข้มข้น 0.01 mol dm^{-3} ควรใช้สีที่สกัดจากดอกทองกวาวเป็นอินดิเคเตอร์
20 )  ในการเตรียมสารละลายบัฟเฟอร์จาก CH_3COOH     100  cm^3 และ CH_3COONa     100  cm^3 โดยใช้สารละลาย CH_3COOH และ CH_3COONa มีความเข้มข้นแตกต่างกันดังแสดงในตาราง
สารละลายบัฟเฟอร์

[CH_3COOH],mol dm^{-3}

[CH_3COONa],mol dm^{-3}
A
0.01
0.01
B
0.1
0.01
C
0.1
0.1
D
0.1
1
กำหนดให้ K_a ของ CH_3COOH  =  1.8  x  10^{-5} pK_a ของ CH_3COOH  =  4.77 การเปรียบเทียบค่า pH ของสารละลายบัฟเฟอร์ที่เตรียมได้ ข้อใดถูก
สารละลายบัฟเฟอร์ที่มีค่า pH สูงสุดคือ B
สารละลายบัฟเฟอร์ที่มีค่า pH ต่ำสุดคือ A
pH ของสารละลาย C สูงกว่า pH ของสารละลาย D
pH ของสารละลาย C เท่ากับ pH ของสารละลาย A
21 )  ในการไทเทรตกรดอ่อน HA และ HB เข้มข้น 0.1 mol dm^{-3} เท่ากันด้วย NaOH เข้มข้น 0.1 mol dm^{-3}
กรด
K_a
pHที่จุดเริ่มต้น
pHที่จุดยุติ
HA
1 x 10^{-5}
a
x
HB
1 x 10^{-10}
b
y
การเปรียบเทียบ pH ของสารละลายในข้อใดถูก
a < b x < y
a < b x > y
a > b x > y
a > b x < y
22 )  U – 238 สลายตัวในอนุภาคแอลฟา กลายเป็น X_1 ธาตุกัมมันตรังสี X_1 สลายตัวต่อไปให้อนุภาคบีตาและกลายเป็น X_2 cm^3 และ X_2 คือธาตุใดตามลำดับ (กำหนดให้เลขอะตอม Ra = 88, Ac = 89, Th = 90, Pa = 91 และ U = 92)
^{238}_{90}Th , ^{237}_{88}Ra
^{234}_{89}Ac ,  ^{234}_{90}Th
^{234}_{90}Th ,  ^{234}_{91}Pa
^{234}_{91}Pa ,  ^{234}_{90}Th
23 )  กำหนดสารประกอบตัวอย่างต่อไปนี้ ก. CH_3CH_2CH_2CH_3 ข. Na_2S ค. Al_2S_3 ง. BaCO_3 เมื่อนำสารตัวอย่างหนึ่งไปเผาในบรรยากาศที่มีออกซิเจนได้ออกไซด์ 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นแก๊สละลายน้ำได้สารละลายมีสมบัติเป็นกรด ชนิดที่สองเป็นของแข็ง ละลายน้ำได้สารละลายมีสมบัติเป็นเบส สารประกอบที่มีสมบัติตามกำหนด ข้อใดเป็นไปได้
ก และ ง
ค และ ง
ข และ ง
ข และ ค
24 )  จากข้อมูลที่กำหนดให้
ธาตุ เลขอะตอม สมบัติของออกไซด์เมื่อละลายน้ำ
A
6
กรด
B
8
-
C
10
-
D
12
เบส
ข้อใดถูก
พลังงานไอออนไนเซชันลำดับที่ 1 ของ D > C
สูตรของสารประกอบระหว่าง A และ B คือ A_2B_3
เมื่อหยดสารละลาย HCl ลงใน D ได้แก๊ส H_2 แต่เมื่อหยดลงใน B ได้แก๊ส Cl_2
อิเล็กโทรเนกาติวิตีของ B > D
25 )  ธาตุ A และ B เป็นธาตุในคาบเดียวกัน โดย B อยู่ในหมู่ 7 A และมีเลขอะตอมมากกว่า A C และ D อยู่ในคาบเดียวกัน โดย C เป็นธาตุหมู่ 1 ส่วน D อยู่ในหมู่เดียวกันกับ A โดยเลขอะตอมของ D มากกว่า A และมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 2 พลังงานไอออนไนเซชันลำดับที่ 1 ของธาตุเหล่านี้เปรียบเทียบกันเป็นอย่างไร
B > A > D > C
B > A > C > D
A > B > D > C
A > D > B > C
26 )  พิจารณาแผนภาพแสดงกลุ่มหมอกอิเล็กตรอนของอะตอมที่สร้างพันธะกัน 3 ชนิด 10549 สารในข้อใดมีการสร้างพันธะตามแบบ ก ข และ ค ตามลำดับ
CO, Mg, HCl
O_2, F_2, CO
CO, Ca, HCl
F_2 , Mg, CO
27 )  พิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับสารฟลูออไรด์ของธาตุ X และ Y ซึ่งเป็นธาตุในคาบเดียวกัน XF_3 มีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยมแบนราบ YF_3 มีรูปร่างเป็นพีระมิดฐานสามเหลี่ยม ข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูก ก. เวเลนซ์อิเล็กตรอนของธาตุ X < Y ข. YF_3 มีจุดเดือดสูงกว่า XF_3 ค. XF_3 และ YF_3 ไม่เป็นไปตามกฎออกเดต ง. YF_3 มีมุมพันธะน้อยกว่า 109.5^0
ก และ ค
ข และ ง เท่านั้น
ก และ ง เท่านั้น
ก ข และ ง
28 ) 
พิจารณาสูตรแบบจุดของโครงสร้างโมเลกุลต่อไปนี้
ก. 10579
ข. 10580
ค. 10581
ง. 10582
สูตรใดบ้างที่ทุกอะตอมอยู่ในระนาบเดียวกัน
ก และ ข
ข และ ค
ข และ ง
ค และ ง
29 )  ปฏิกิริยาของสาร A B C ~และ D ต่อไปนี้ A + Cl_2 rightarrow  C_5H_{11}Cl + HCl B + Br_2  rightarrow  C_4H_8Br_2 C + 7.5O_2  rightarrow  5CO_2 + 5H_2O D + 5.5O_2  rightarrow  4CO_2 + 3H_2O ข้อสรุปใดถูกต้อง
สาร A และสาร C มีคาร์บอนเท่ากัน มีสูตรเคมีเหมือนกัน
สาร B และสาร D มีคาร์บอนเท่ากัน มีจำนวนไอโซเมอร์เท่ากัน
สาร C และสาร D มีไฮโดรเจนเท่ากัน และไม่สามารถทำปฏิกิริยากับ Br_2 ได้
สาร B สาร C และสาร D เป็นไฮโรคาร์บอนไม่อิ่มตัว แต่สาร A เป็นไฮโดรคาร์บอนที่อิ่มตัว
30 )  ไฮโดรคาร์บอน A ทำปฏิกิริยากับคลอรีนในที่มีแสงสว่าง ให้ผลิตภัณฑ์เป็น C_5H_{11}Cl ซึ่งไม่มีไอโซเมอร์ ข้อใดถูก
สูตรโครงสร้างของสาร A คือ 10554
ปฏิกิริยาระหว่างสาร A กับคลอรีนจะให้ผลิตภัณฑ์อีกชนิดหนึ่งคือ HCl
จำนวนไอโซเมอร์ของสาร A ที่เป็นไปได้ทั้งหมดคือ 4
สาร A นี้ฟอกสี KMnO_4 ที่เย็น
31 )  จากกราฟเปรียบเทียบการละลายน้ำและจุดเดือดของสารอินทรีย์ a b และ c น่าจะเป็นสารใดตามลำดับ 10555
CH_3CH_2CH_2CH_2OH , CH_3CH_2CH_2CHO , CH_3CH_2CH_2COOH
CH_3CH_2CH_2COOH , CH_3CH_2CH_2CH_2OH , CH_3CH_2CH_2CHO
CH_3(CH_2)_3OH , CH_3(CH_2)_4OH , CH_3(CH_2)_5OH
CH_3(CH_2)_5OH , CH_3(CH_2)_4OH , CH_3(CH_2)_3OH
32 )  พิจารณาสารอินทรีย์ต่อไปนี้ a. CH_3CHO b. 10556 c. 10557 d. 10558 e. 10559 f. 10562 g. 10560 h. 10561 i. 10563 ข้อใดเป็นปฏิกิริยาการเกิดเอสเทอร์
a + d  rightarrow e
b + f  rightarrow h
d + f  rightarrow g
f + f  rightarrow i
33 )  องค์ประกอบของน้ำมันและไขมันจากแหล่งต่าง ๆ เป็นดังนี้ (หน่วยเป็นร้อยละโดยมวล)
ไขมัน
กรดไมริสติก
กรดปาล์มิติก
กรดสเตรียริก
กรดโอเลอิก
กรดโนเลอิก
น้ำมันมะกอก
1
5
5
80
7
น้ำมันข้าวโพด
1
10
4
35
46
น้ำนมถั่วเหลือง
1
6
2
20
50
น้ำมันหมู
1
25
15
50
6
น้ำมันมะพร้าว*
18
8
2
6
1
*องค์ประกอบส่วนที่เหลือคือกรดลอริก (50%) ข้อใดผิด
น้ำมันมะกอกมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นชนิดไม่อิ่มตัว
น้ำมันข้าวโพดเหม็นหืนได้ยากกว่าน้ำมันหมู เพราะมีวิตามินอีป้องกันการเหม็นหืนปนอยู่
น้ำมันถั่วเหลืองมีจุดแข็งตัวสูงกว่าน้ำมันมะพร้าว
น้ำมันข้าวโพดจะทำปฏิกิริยากับโบรมีนได้มากกว่าน้ำมันมะกอกในน้ำหนักที่เท่ากัน
34 )  เมื่อเติมเอนไซม์ชนิดหนึ่งลงในสารละลายเจลาตินที่มี pH ต่าง ๆกันที่ 25^0C แล้วนำไปแช่ในอ่างน้ำแข็ง
หลอดที่
pH
เวลาที่ใช้ในการแข็งตัวเจลาติน
1
5.0
7นาที
2
7.0
>20นาที
3
10.0
5นาที
4
7.0(ไม่เติมเอนไซม์)
5นาที
จากการทดลองนี้ ข้อสรุปใดถูก
เอนไซม์เป็นสารประเภทโปรตีน
เอนไซม์ทำงานได้ภายในช่วง pH ที่จำกัด
เอนไซม์เกิดการเปลี่ยนโครงสร้างที่ pH ไม่เท่ากับ 7.0
เอนไซม์ช่วยให้เจลาตินแข็งตัวเร็วขึ้นใน pH ที่เหมาะสม
35 )  สาร ก ข และ ค ข้อใดให้ผลการทดสอบดังแสดงในตาราง
สารที่ทดสอบ
สารละลายเบเนดิกส์
สารละลายCuSO_4/NaOH
สารละลายPb(NO_3)_2
ไม่ได้ทดสอบ
สารละลายสีม่วง
เกิดตะกอน
ตะกอนสีแดงอิฐ
ไม่เปลี่ยนแปลง
ไม่เกิดตะกอน
ไม่เปลี่ยนแปลง
ไม่เปลี่ยนแปลง
ไม่เกิดตะกอน
1
ไข่ขาวดิบ น้ำตาลทราย ไกลซีน
2
ไข่ขาวต้ม อะไมเลส ไดเพปไทด์
3
เคซีน กลูโคส ไลซีน
4
นมถั่วเหลือง ฟรุกโตส ไตรเพปไทด์
1
2
3
4
36 )  ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั้งหมด
ยางสังเคราะห์ สีทาบ้าน สบู่
พีวีซี แก๊สหุงต้ม โฟม
ปุ๋ยเคมี โฑลีเอทิลีน เส้นใยสังเคราะห์
เม็ดพลาสติก ผงซักฟอก ยาฆ่าแมลง
37 )  ข้อความเกี่ยวข้องกับพอลิเมอร์ ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้ 10564 ก. เป็นโคพอลิเมอร์แบบเส้น ข. จัดอยู่ในกลุ่มพอลิเอสเทอร์ ค. สามารถสังเคราะห์ได้จากการควบแน่นของเอทิลีนและกรดเทเรพทาลิก 10565 ข้อใดถูก
ก และ ข เท่านั้น
ข และ ค เท่านั้น
ก และ ค เท่านั้น
ก ข และ ค
38 )  เมื่อเติมข้อใดลงไปในช่องว่างจะได้ตารางข้อมูลที่ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด
อุตสาหกรรมการผลิต
วัตถุดิบ
ของเสีย
ผงชูรส

โมลาส กรดซัลฟิวริก

ยูเรีย(ก)....

และโซเดียมไฮดรอกไซด์

แอมโมเนียมคลอไรด์
ปุ๋ยซุปเปอร์ฟอสเฟส
หินฟอสเฟตและกรดซัลฟิวริก (ข).....
โซดาแอช

หินปูน โซเดียมคลอไรด์

และ (ค).....

แคลเซียมคลอไรด์
1
กรดกลูตามิก
กรดฟอสฟอริก
คาร์บอนไดรออกไซด์
2

กรดไฮโดรคลอริก

กรดซัลฟิวริก
โซเดียมคาร์บอเนต
3
แอมโมเนีย
แคลเซียมซัลเฟต
โซเดียมไฮดรอกไซด์
4
กรดไฮโดรคลอริก
กรดไฮโดรฟลูออริก
แก๊สแอมโมเนีย
1
2
3
4
39 )  ขั้นตอนหนึ่งของการถลุงแร่พลวงประกอบด้วยการย่างแร่สติบไนต์ (ประกอบด้วย Sb_2S_3 ) ในอากาศจะได้แอนติโมนี (III) ออกไซด์และแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เมื่อรีดิวส์ออกไซด์ที่ได้ด้วยถ่านโค้กจะได้ธาตุพลวงบริสุทธิ์ จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก. ทุก ๆ 1 ตันของธาตุพลวงบริสุทธิ์ที่ถลุงได้จะทำให้เกิดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 0.79 ตัน ข. หากเริ่มจากแร่สติบไนต์ที่มีความบริสุทธิ์ร้อยละ 80 ปริมาณ 1 ตัน จะถลุงธาตุพลวงได้อย่างมาก 0.72 ตัน ค. การย่างแร่สติบไนต์บริสุทธิ์ 1 ตัน จะทำให้เกิดแอนติโมนี (III) ออกไซด์อย่างมาก 0.86 ตัน ข้อใดผิด
ข เท่านั้น
ค เท่านั้น
ข และ ค
40 )  จงเรียงลำดับมาตรการจัดการขยะพลาสติกที่จะก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมจากน้อยไปหามาก ก. การนำพลาสติกกลับมาหลอมใช้ใหม่ ข. การใช้งานภาชนะหรือวัสดุบรรจุหีบห่อซ้ำแล้วซ้ำอีก ค. การนำพลาสติกไปเผา
ก < ข < ค
ก < ค < ข
ค < ข < ก
ข < ก < ค