เข้าสู่ระบบ

ข้อสอบเอ็นทรานซ์เคมี 2536

วิชา : เคมี ระดับชั้น : มัธยมปลาย
จำนวน : 88 ข้อ ผู้เข้าชม : 2,965 การประลองฝีมือ : 68
หน้าหลักคลังข้อสอบ ›› | หน้าหมวดวิชา ››
progress bar
กดเพื่อ reset ข้อสอบชุดนี้
ระดับความยาก : อ่อน
1 )  A B และ C เป็นของเหลวใส 3 ชนิด เมื่อนำมาทดลองผสมกันจะได้ผลดังนี้ A + C และ B + C ต่างก็ได้ของผสมแยกเป็น 2 ชั้น A + C + น้ำสบู่ เขย่าอย่างแรงจะได้สารละลายอีมัลชัน A + B สารรวมเป็นเนื้อเดียวกัน และมีอุณหภูมิสูงขึ้น ของเหลว A B และ C ควรจะเป็นสารใด ตามลำดับ
น้ำ เอทานอล และ คาร์บอนเตระคลอไรด์
น้ำ กรดไฮโดรคลอริก และ คาร์บอนเตตระคลอไรด์
น้ำมันก๊าด คาร์บอนเตตระคลอไรด์ และ น้ำ
เฮกเซน กรดไฮโดรคลอริก และ น้ำมันก๊าด
2 )  ของแข็งชนิดหนึ่งประกอบด้วยสาร X , Y และ Z น้ำหนักเท่ากัน และมีข้อมูลเกี่ยวกับการละลายของสาร X , Y และ Z ในตัวทำละลาย A , B และ C ซึ่งไม่ละลายในกันและกันดังนี้

สาร

ความสามารถในการละลาย , g/ตัวทำละลาย 100 g

A

B

C

X
Y
Z

0.1
80
65

90
0.5
65

75
30
5.0

จงเรียงลำดับตัวทำละลายที่ใช้สกัดเพื่อแยกสารแต่ละชนิดออกจากกันอย่างมีประสิทธิภาพ
สกัดครั้งที่ 1 ด้วย C , สกัดครั้งที่ 2 ด้วย A
สกัดครั้งที่ 1 ด้วย B , สกัดครั้งที่ 2 ด้วย A
สกัดครั้งที่ 1 ด้วย A , สกัดครั้งที่ 2 ด้วย C
สกัดครั้งที่ 1 ด้วย C , สกัดครั้งที่ 2 ด้วย B
3 )  สารอินทรีย์ A , B , C , D , E และ F เมื่อนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีโครมาโตกราฟฟีกระดาษโดยใช้ตัวทำละลายชุดเดียวกัน ได้ผลการทดลองดังนี้

สารอินทรีย์

ระยะทางที่สารเคลื่อนที่ , cm

ระยะทางที่ตัวทำละลายเคลื่อนที่ , cm

A
B
C
D
E
F

6
7
6
8
7
10.5

9
10
12
12
14
15

ข้อสรุปใดถูกต้อง
สารอินทรีย์ทั้งหมด เฉพาะของผสมคู่ C และ F เท่านั้นที่สามารถแยกออกจากกันได้
ของผสมที่ประกอบด้วย A , B , D และ F จะให้แถบสี 3 แถบ
สารอินทรีย์ทั้งหมดนี้ เฉพาะสาร B และ F เท่านันที่อาจจะเป็นสารประกอบเดียวกัน
ของผสมที่ประกอบด้วย A , C , D และ E ให้แถบสี 2 แถบ
4 )  นำของเหลวเนื้อเดียว X มาระเหยจนแห้งพบว่ามีของแข็ง Y เหลืออยู่ ของแข็งนี้สามารถทำปฏิกิริยากับสารละลาย displaystyle NaHCO_3 ได้ นำสาร Y ไปแยกโดยใช้โครมาโตกราฟฟีกระดาษ พบว่ามีองค์ประกอบเพียงสารเดียว จากข้อมูลนี้ท่านคิดว่าข้อสรุปใด ผิด
ถ้านำ Y มาหาจุดหลอมเหลวพบว่าช่วงการหลอมเหลวกว้างมาก
X สามารถแยกจาก Y โดยการกลั่น
X เป็นสารละลายที่มีสารบริสุทธิ์ Y ผสมอยู่
Y มีสมบัติเป็นกรด
5 )  สารชนิดใดต่อไปนี้ที่สามารถแยกได้โดยวิธีกลั่นด้วยไอน้ำได้ง่ายที่สุด
	สาร A ไม่ละลายน้ำมีจุดเดือดสูง		สาร B มีกลิ่นหอม ระเหยง่าย
	สาร C ระเหยง่าย ไม่ละลายน้ำ		สาร D ละลายในเฮกเซน มีจุดเดือดปานกลาง
สาร A และ B
สาร C
สาร C และ D
สาร D
คำชี้แจง ข้อมูลใช้สำหรับตอบข้อ 6 และ 7

อุณหภูมิ , ^0C

ความสามารถในการละลาย g/น้ำ 100 g

displaystyle KCl

displaystyle NaClO_3

5
20
80
100

30
33
45
48

10
18
45
60

6 )  ข้อสรุปใดผิด
ที่อุณหภูมิห้อง KCl ละลายได้มากกว่า displaystyle NaClO_3
ที่ 0 ^0C KCl ละลายได้มากกว่า displaystyle NaClO_3
ที่อุณหภูมิน้ำเดือด displaystyle NaClO_3 ละลายได้มากกว่า KCl
ที่ 40 ^0C displaystyle NaClO_3 ละลายได้มากกว่า KCl
7 )  สารละลาย displaystyle 1 dm^3 มี KCl ละลายอยู่แล้ว 45 g จากข้อมูลที่กำหนดให้ จะต้องเติม KCl ลงไปอีกกี่กรัม จึงจะทำให้สารละลายนี้อิ่มตัวที่อุณหภูมิ 80 ^0C (สมมติให้ปริมาตรไม่เปลี่ยนแปลง)
405
450
495
8 )  ถ้าบรรจุก๊าซออกซิเจนและก๊าซไนโตรเจนมวลเท่ากัน ลงในภาชนะ 2 ใบ ที่มีปริมาตรเท่ากัน และอุณหภูมิเดียวกัน ข้อสรุปใดถูกต้อง
ภายในภาชนะทั้งสองมีจำนวนโมเลกุลของก๊าซเท่ากัน
ก๊าซไนโตรเจนมีพลังงานจลน์เฉลี่ยมากกว่าก๊าซออกซิเจน
ความดันในภาชนะที่บรรจุก๊าซไนโตรเจนจะมีค่ามากกว่าความดันในภาชนะที่บรรจุก๊าซออกซืเจน
โมเลกุลของก๊าซออกซิเจนเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าโมเลกุลของก๊าซไนโตรเจน
9 )  ปฏิกิริยาระหว่างก๊าซ displaystyle A_2 และก๊าซ displaystyle B_2 ได้ก๊าซ AB เป็นปฏิกิริยาที่ไม่ผันกลับ ถ้านำก๊าซ displaystyle A_2 3 mol และก๊าซ displaystyle B_2 2 mol มาทำปฏิกิริยากัน จะได้ก๊าซทั้งหมดกี่ลูกบาศก์เดซิเมตรที่ STP
44.8
67.2
89.6
112.0
10 )  พิจารณาผลการทดลองต่อไปนี้ (ก) เผาทองแดงหนัก 0.972 g ในบรรยากาศ ได้ทองแดงออกไซด์หนัก 1.215 g (ข) ละลายทองแดงหนัก 0.724 g ในกรดไนตริกเจือจาง ได้ทองแดงไนเตรต น้ำ และไนโตรเจนไดออกไซด์ (ค) เผาทองแดงไนเตรตจากข้อ (ข) จนปฏิกิริยาเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ จะได้ทองแดงออกไซด์หนัก 0.905 g จากผลการทดลองทั้งหมด สามารถสนับสนุนกฎสัดส่วนคงที่ได้หรือไม่และการทดลองในข้อ (ค) เป็นระบบปิด หรือเปิด

กฎสัดส่วนคงที่

ระบบในข้อ (ค)

1.
2.
3.
4.

สนับสนุน
ไม่สนับสนุน
สนับสนุน
ไม่สนับสนุน

ปิด
เปิด
เปิด
ปิด

1
2
3
4
11 )  แนฟทาลีนหลอมเหลวที่ 80 ^0C สารละลายกรดเบนโฟอิกในแนฟทาลีนเข้มข้น 2 mol/kg หลอมเหลวที่ 66 ^0C สารละลายเฟนิลเบนซีนในแนฟทาลีนที่มีจุดหลอมเหลว 76.6 C จะมีความเข้มข้นกี่โมลต่อกิโลกรัม
0.5
2.3
5.1
7.0
12 )  ถ้าก๊าซ X , Y และ Z มีปริมาตรเท่ากัน ภายใต้อุณหภูมิและความดันเดียวกัน ถ้า M แทนมวลโมเลกุลและ R แทนอัตราการแพร่ของก๊าซ ข้อใดเป็นไปได้

ลำดับมวลโมเลกุล

ลำดับอัตราการแพร่

1.
2.
3.
4.

displaystyle M_x > M_y > M_z
displaystyle M_y > M_x > M_z
displaystyle M_y > M_z > M_x
displaystyle M_z > M_y > M_x

displaystyle R_x > R_y > R_z
displaystyle R_z > R_y > R_x
displaystyle R_x > R_z > R_y
displaystyle R_z > R_y > R_x

1
2
3
4
13 )  หลอดไฟชนิดหนึ่งให้แสงสีเหลือง ภายในบรรจุไอของโซเดียม ถ้าภายในหลอดไฟนี้มีอากาศปนอยู่จะมีผลเสียหรือไม่ เพราะเหตุใด
ไม่มี เพราะอากาศส่วนใหญ่ประกอบด้วย displaystyle N_2 ซึ่งเฉื่อยต่อปฏิกิริยา
ไม่มี เพราะไม่มีความชื้น จึงไม่เกิดปฏิกิริยา
มี เพราะโซเดียมจะทำปฏิกิริยากับก๊าซที่เป็นองค์ประกอบของอากาศอย่างรวดเร็ว
มี เพราะความดันของก๊าซภายในหลอดจะเพิ่มขึ้นทำให้เกิดระเบิดได้
14 ) 
73726
ข้อสรุปเกี่ยวกับปฏิกิริยา A และปฏิกิริยา B จากกราฟนี้ข้อใดถูกต้อง (ก) ปฏิกิริยา A เกิดยากกว่าปฏิกิริยา B เพราะปฏิกิริยา A มีพลังงานกระตุ้นสูงกว่า (ข) ปฏิกิริยา B เกิดยากกว่าปฏิกิริยา A เพราะปฏิกิริยา B เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน (ค) ที่อุณหภูมิเดียวกัน ปฏิกิริยา B เกิดเร็วกว่าปฏิกิริยา A (ง) เมื่อเพิ่มอุณหภูมิ พลังงานกระตุ้นของทั้งสองปฏิกิริยาจะสูงขึ้นมาก
(ก) และ (ค)
(ก) และ (ง)
(ข) และ (ค)
(ข) และ (ง)
15 )  เมื่อนำก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซออกซิเจนมาผสมกันในภาชนะที่อุณหภูมิห้อง (ระบบที่ 1) พบว่าไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้น แต่ถ้ามีประกายไฟเกิดขึ้นภายในภาชนะที่มีก๊าซทั้งสองผสมกันอยู่ (ระบบที่ 2) จะเกิดปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว และรุนแรงมาก พิจารณาข้อความต่อไปนี้ (ก) พลังงานกระตุ้นของทั้งสองระบบมีค่าเท่ากัน (ข) ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่างก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซออกซิเจนเป็นปฏิกิริยาคายพลังงาน (ค) ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่างก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซออกซิเจนเป็นปฏิกิริยาดูดพลังงาน (ง) จำนวนโมเลกุลที่มีพลังงานมากกว่าพลังงานกระตุ้นของทั้งสองระบบมีค่าไม่ต่างกัน ข้อสรุปใดถูกต้อง
ก และ ข
ก และ ค
ค และ ง
ข และ ง
16 )  ปฏิกิริยา displaystyle A(s) + B(aq) rightarrow C(aq) + D(g) เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นเมื่อใด
ลดขนาดของ A เพิ่มความเข้มข้นของ B ลดอุณหภูมิ
ลดปริมาณของ D เพิ่มความเข้มข้นของ B ลดอุณหภูมิ
เพิ่มขนาดของ A ลดความดัน เพิ่มอุณหภูมิ
ลดขนาดของ A เติมตัวเร่งปฏิกิริยา เพิ่มอุณหภูมิ
17 )  กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำเนินไปของปฏิกิริยา displaystyle CO + NO_2 rightarrow CO_2 + NO ที่แสดงนี้
73727
ข้อสรุปใดถูกต้อง
เมื่อเกิด CO และ displaystyle NO_2 ชนกัน จะต้องมีพลังงานสูงขึ้นจากเดิมอย่างน้อย 128 kJ/mol จึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็น A และในที่สุดกลายเป็น CO และ displaystyle NO_2 ซึ่งจะมีพลังงานลดลงจาก A 344 kJ/mol
ปฏิกิริยานี้จะเกิดได้ต้องให้ความร้อนเข้าไป 316 kJ/mol แล้วจึงจะคายความร้อนออกมาภายหลัง 100 kJ/mol
ปฏิกิริยานี้คายความร้อน 216 kJ/mol แต่เนื่องจากต้องใช้พลังงาน 128 kJ/mol เพื่อกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาจึงเหลือพลังงานคายออกมาเพียง 88 kJ/mol
ผลิตภัณฑ์มีพลังงานต่ำกว่าสารตั้งต้นเช่นนี้ แสดงว่าปฏิกิริยาเกิดได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้อุณหภูมิเท่าใดแต่ถ้าใช้อุณหภูมิสูงจะยิ่งเกิดเร็วขึ้น
18 )  จากปฏิกิริยา displaystyle COCl_2(g) rightleftharpoons CO(g) +Cl_2(g) เมื่อระบบเข้าสู่ภาวะสมดุล ความเข้มข้นของ displaystyle COCl_2 มีค่าเท่ากับ displaystyle 0.4 mol/dm^3 จากนั้นรบกวนสมดุลของระบบโดยเติม displaystyle COCl_2 เมื่อระบบเข้าสู่ภาวะสมดุลใหม่ ความเข้มข้นของ displaystyle COCl_2 มีค่าเท่ากับ displaystyle 1.6 mol/dm^3 จากข้อมูลดังกล่าว ความเข้มข้นของ CO ที่ภาวะสมดุลใหม่เปรียบเทียบกับที่ภาวะสมดุลเดิมจะเป็นอย่างไร
ความเข้มข้นของ CO จะลดลงครึ่งหนึ่ง
ความเข้มข้นของ CO จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า
ความเข้มข้นของ CO จะเพิ่มขึ้น 4 เท่า
ข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่ได้กำหนดที่คงที่สมดุลของปฏิกิริยาให้
19 )  ละลายเอทานอลและกรดอะซีติกอย่างละ 1.00 mol ในน้ำที่อุณหภูมิสูง ปริมาณรวมของสารละลายเท่ากับ displaystyle 250 cm^3 ที่ภาวะสมดุลพบว่า กรดแอซีติกใช้ไปร้อยละ 25 ของปริมาณที่เติมลงไป จงคำนวณค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น displaystyle C_2H_5OH(aq) + CH_3COOH(aq) rightleftharpoons CH_3COOC_2H_5(aq) + H_2O(l)
0.11
0.33
1.00
1.11
20 )  ปฏิกิริยา displaystyle N_2(g) + O_2(g) rightleftharpoons 2NO(g) เป็นปฏิกิริยาคายความร้อนที่อุณหภูมิ 2000 ^0C มีค่าคงที่ของสมดุลของปฏิกิริยาเท่ากับ displaystyle 4.0 times 10^{-4} ถ้าความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่ภาวะสมดุลของ displaystyle [O_2] = [N_2] = 0.1 mol/dm^3 พิจารณาข้อความต่อไปนี้ (ก) ที่ 1000 C ค่าคงที่ของสมดุลของปฏิกิริยาจะน้อยกว่า displaystyle 4.0 times 10^{-4} (ข) ปฏิกิริยา displaystyle 2NO(g) rightleftharpoons N_2(g) + O_2(g) เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน (ค) ที่ 2000 C ความเข้มข้น [NO] เท่ากับ displaystyle 2.0 times 10^{-3} mol/dm^3 (ง) ถ้าลดความเข้มข้นของ displaystyle O_2(g) จะมีผลทำให้ความเข้มข้นของ displaystyle N_2(g) ลดลง ข้อสรุปใดถูกต้อง
(ก) (ข) และ (ค)
(ข) และ (ค)
(ข) และ (ง)
(ค) และ (ง)
21 )  ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา displaystyle PbSO_4(s) rightleftharpoons Pb^{2+}(aq) + SO_{4}^{2-}(aq) มี่ค่าเท่ากับ displaystyle 1.44 times 10^{-8} ในสารละลายอิ่มตัวของ displaystyle PbSO_4 100 cm^3 จะมี displaystyle PbSO_4 ละลายอยู่กี่กรัม
displaystyle 1.2 times 10^{-3}
displaystyle 1.2 times 10^{-4}
displaystyle 3.636 times 10^{-2}
displaystyle 3.636 times 10^{-3}
22 )  พิจารณาปฏิกิริยาต่อไปนี้ (ก) displaystyle 4NH_3(g) + 5O_2(g) rightarrow 4NO(g) + 6H_2O(g) (ข) displaystyle N_2(g) + 3H_2(g) rightarrow 2NH_3(g) (ค) displaystyle Cd + NiO_2(s) + 2H_2O(l) rightarrow Cd(OH)_2(s) + Ni(OH)_2(s) (ง) displaystyle FeS(s) + HCl(aq) rightarrow FeCl_2(aq) + H_2S(g) ปฏิกิริยาใดจัดเป็นปฏิกิริยารีดอกซ์
(ก) และ (ข) เท่านั้น
(ก) และ (ค) เท่านั้น
(ก) , (ข) และ (ค)
(ก) , (ค) และ (ง)
23 )  ข้อความใด ไม่สอดคล้องกับข้อมูลในตารางนี้

ครึ่งปฏิกิริยา

displaystyle E^0    , V

displaystyle Pb^{2+}    + 2e^- rightarrow Pb
displaystyle Cu^{2+}    + 2e^- rightarrow Cu
displaystyle Ag^+ + 2e^- rightarrow Ag

- 0.12
+ 0.34
+ 0.80

Pb เป็นตัวรีดิวซ์ที่ดีกว่า Cu และ Ag ตามลำดับ
displaystyle Cu^{2+} ออกซิไดส์ Pb ได้ แต่ไม่สามารถออกซิไดซ์ Ag
สำหรับครึ่งปฏิกิริยา displaystyle Cu^{2+} + 2e^- rightarrow Cu, E^0 = 0.17 V
ถ้านำลวดทองแดงจุ่มในสารละลาย displaystyle AgNO_3 จะเห็นสารละลายเปลี่ยนเป็นสีฟ้า
24 )  ถ้า displaystyle E_{1}^{0} และ displaystyle E_{2}^{0} เป็นค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งปฏิกิริยา displaystyle MnO_2 + 4H^+ + 2e^- rightleftharpoons Mn^{2+} + 2H_2O displaystyle PbCl_2 + 2e^- rightleftharpoons Pb + 2Cl^- ตามลำดับ และ displaystyle E_{3}^{0} เป็นค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของปฏิกิริยา displaystyle MnO_2 + 4H^+ + Pb + 2Cl^- rightarrow Mn^{2+} + 2H_2O + PbCl_2 ถ้าค่า displaystyle E_{3}^{0} = 1.50 V ค่า displaystyle E_{1}^{0} และ displaystyle E_{2}^{0} จะเป็นกี่โวลต์

displaystyle E_{1}^{0}    , V

displaystyle E_{2}^{0}    , V

1.
2.
3.
4.

1.23
- 1.23
1.23
- 1.23

- 0.27
- 0.27
0.27
0.27

1
2
3
4
25 ) 

กำหนดให้ 	(I)     displaystyle Na^+(aq) + e^- rightarrow Na(s)		- 2.71
	(II)    displaystyle frac{1}{2}S_2O_{8}^{2-}(aq) + e^- rightarrow SO_{4}^{2-}(aq)		+ 2.01
	(III)   displaystyle frac{1}{2}O_2(g) + 2H^+(aq) + 2e^- rightarrow H_2O(l)		+ 1.23
	(IV)    displaystyle 2H_2O(l) + 2e^- rightarrow H_2(g) + 2OH^-(aq)		- 0.83
เมื่อทำการแยกสลายสารละลาย displaystyle Na_2SO_4 ที่มีน้ำเป็นตัวทำละลายด้วยกระแสไฟฟ้า ข้อใดต่อไปนี้แสดงการเกิดปฏิกิริยาที่ถูกต้องที่แอโนดและแคโทด

แอโนด

แคโทด

1.
2.
3.
4.

III
II
III
I

IV
I
I
II

1
2
3
4
26 )  หลังจากการทำอิเล็กโตรลิซิสน้ำแล้ววัดปริมาตรของก๊าซรวมทั้งหมดได้ displaystyle 13.44 dm^3 ที่ STP จงคำนวณหาน้ำหนักของ displaystyle O_2 ที่เกิดขึ้นเป็นกรัม
0.4
0.8
6.4
12.8
27 )  กำหนดเซลล์ 1 คือ displaystyle Al l Al^{3+} ll Ag^+ l Ag เซลล์ 2 คือ displaystyle Zn l Zn^{2+} ll Sn^{2+} l Sn เมื่อนำเซลล์ทั้งสองมาต่อกันโดยนำแอโนดต่อกับแคโทด และแคโทดต่อกับแคโทด ข้อสรุปใดผิด
ปฏิกิริยาในเซลล์ 2 หลังการต่อคือ displaystyle Zn + Sn^{2+} rightarrow Zn^{2+} + Sn
เซลล์ไฟฟ้าเคมีทั้งสองก่อนการต่อมีลักษณะเป็น เซลล์กัลวานิก
โลหะ Ag จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเสมอทั้งก่อนต่อและหลังการต่อ
แท่ง Zn มีน้ำหนักลดลงก่อนการต่อ แต่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลังการต่อ
28 )  ปฏิกิริยาที่เกิดเองไม่ได้ คือ
displaystyle Sn + Cu^{2+} rightarrow Sn^{2+} + Cu
displaystyle Cd + Fe^{2+} rightarrow Cd^{2+} + Fe
displaystyle Cr+ Ag^+ rightarrow Cr^{3+} + Ag
displaystyle Mn + Zn^{2+} rightarrow Mn^{2+} + Zn
29 )  ถ้าต้องการทำภาชนะด้วยโลหะบริสุทธิ์ จำนวน 3 ใบ เพื่อใช้ใส่สารละลาย displaystyle Sn^{2+} , Cd^{2+} และ displaystyle Cr^{3+} โดยไม่ให้เกิดการผุกร่อนนั้น ควรเลือกทำด้วยโลหะชนิดใด
Cu
Ni
Fe
Al
30 )  ในการผลิตโลหะไทเทเนียมอาจใช้ไทเทเนียม (IV) ออกไซด์ผสมกับผงถ่านและให้ทำปฏิกิริยากับก๊าซคลอรีนที่อุณหภูมิสูง จะได้ไทเทเนียม (IV) คลอไรด์ ซึ่งหลังจากนั้นจะถูกรีดิวซ์ด้วยก๊าซไฮโดรเจนดังสมการ displaystyle TiO_2 + Cl_2 + C rightarrow TiCl_4 + CO_2 (สมการยังไม่ดุล) displaystyle TiCl_4 + H_2 rightarrow Ti + HCl (สมการยังไม่ดุล) ถ้าใช้ displaystyle TiO_2 2.4 กรัม จะต้องใช้ก๊าซไฮโดรเจนกี่ลิตร ที่ STP
0.672
1.344
5.376
53.76
31 )  ในการเตรียมสารละลาย displaystyle CaCl_2 5.0 % โดยน้ำหนัก จำนวน displaystyle 100 cm^3 ต้องใช้ displaystyle CaCl_2 . 6H_2O และน้ำอย่างน้อยกี่กรัมตามลำดับ
2.5 , 97.5
5.0 , 95.0
5.6 , 94.4
9.9 , 90.1
32 )  เมื่อสารละลาย displaystyle HNO_3 3.0 mol/dm^3 ทำปฏิกิริยากับทองเหลือง (Cu 90.00% + Zn 10.0%) 15 g ดังสมการ displaystyle Cu(s) + 4HNO_3(aq) rightarrow 2NO_2(g) + Cu(NO_3)_2(aq) + 2H_2O(l) ….. (1) displaystyle 4Zn(s) + 10HNO_3(aq) rightarrow NH_4NO_3(aq) + 4Zn(NO_3)_2(aq) + 3H_2O(l) ….. (2) จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ (ก) Cu ในทองเหลืองตามโจทย์มีจำนวนอะตอมเท่ากับ displaystyle 13.5 times 6.02 times 10^{23} อะตอม (ข) ปริมาตรของ displaystyle HNO_3 ที่สามารถทำปฏิกิริยาสมบูรณ์กับทองเหลืองนี้เท่ากับ displaystyle 303 cm^3 (ค) จำนวนโมเลกุลของก๊าซ displaystyle NO_2 ที่เกิดขึ้นเท่ากับ displaystyle 2 times 6.02 times 10^{23} โมเลกุล (ง) จำนวนโมลของ displaystyle HNO_3 ที่ใช้ในปฏิกิริยา (2) เท่ากับ displaystyle frac{1.5 times 10}{65 times 4} โมล ข้อสรุปใดถูกต้อง
(ก) และ (ง)
(ก) และ (ค)
(ข) และ (ค)
(ข) และ (ง)
33 )  เมื่อเติมสารละลาย KCl เข้มข้น displaystyle 0.50 mol/dm^3 จำนวน displaystyle 20 cm^3 ลงในสารละลาย displaystyle Pb(NO_3)_2 เข้มข้น displaystyle 0.20 mol/dm^3 จำนวน displaystyle 30 cm^3 นักเรียน 4 คน คำนวณปริมาณสารต่าง ๆ เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดลง ได้ผลดังนี้

displaystyle Pb(NO_3)_2

ความเข้มข้นของ displaystyle    KNO_3 , mol/dm^3

มวล displaystyle    PbCl_2 , g

(ก)
(ข)
(ค)
(ง)

เหลือ 0.001 mol
ไม่ได้คำนวณ
เหลือ 0.001 mol
ใช้หมด

ไม่ได้คำนวณ
0.01
0.02
0.08

1.39
1.39
1.67
ไม่ได้คำนวณ

ผลการคำนวณของใครถูกต้อง
(ก) เท่านั้น
(ก) และ (ข)
(ค) เท่านั้น
(ค) และ (ง)
34 )  ในการเตรียม displaystyle KMnO_4 จาก displaystyle MnO_2 ตามสมการ displaystyle 2MnO_2 + 4KOH + O_2 rightarrow 2K_2MnO_4 + 2H_2O displaystyle 3K_2MnO_4 + 4CO_2 + 2H_2O rightarrow 2KmnO_4 + 4KHCO_3 + MnO_2 ถ้าต้องการ displaystyle KMnO_4 100 g จะต้องใช้ displaystyle O_2 กี่กรัม
10.3
15.2
20.0
30.4
35 )  เมื่อผสมสารละลาย displaystyle HCl 1.60 mol/dm^3 40.00 cm^3 กับสารละลาย displaystyle NaOH 1.00 mol/dm^3 60.00 cm^3 พิจารณาข้อความต่อไปนี้ (ก) สารละลายผสมที่ได้มีสมบัติเป็นกลาง (ข) ความเข้มข้นของ displaystyle Na^+ ในสารผสมที่ได้เท่ากับ displaystyle 1.20 mol/dm^3 (ค) ความเข้มข้นของ displaystyle H^+ ในสารผสมที่ได้เท่ากับ displaystyle 0.04 mol/dm^3 (ง) ความเข้มข้นของ [texCl^-[/tex] ในสารผสมที่ได้เท่ากับ displaystyle 0.64 mol/dm^3 ข้อใดสรุปผิด
(ก) และ (ข)
(ก) และ (ง)
(ข) และ (ค)
(ค) และ (ง)
36 )  สารละลายเบสอ่อนเข้มข้น displaystyle 0.05 mol/dm^3 ปริมาตร displaystyle 250 cm^3 แตกตัวร้อยละ 0.01 จะมี pH และค่าคงที่สมดุลของเบสอ่อนเท่าใดตามลำดับ
displaystyle 10 , 5 times 10^{-9}
displaystyle 10 , 2 times 10^{-8}
displaystyle 12 , 5 times 10^{-5}
displaystyle 12 , 2 times 10^{-8}
ไม่มีข้อใดถูก
37 )  ในปฏิกิริยาต่อไปนี้ displaystyle HX(aq) + Y^-(aq) rightleftharpoons HY(aq) + X^-(aq) ถ้าค่า K ของปฏิกิริยา displaystyle = 10^{-2} ข้อสรุปใดถูกต้อง
HX เป็นกรดแก่กว่า displaystyle H_3O^+
HY เป็นกรดแก่กว่า HX
displaystyle Y^- เป็นเบสแก่กว่า displaystyle X^-
displaystyle K_{eq} ของปฏิกิริยาย้อนกลับมีค่า = 0.1
38 )  มีสารละลาย NaOH เข้มข้น 40% โดยมวลต่อปริมาตรจำนวน displaystyle 250 cm^3 ถ้าแบ่งสารละลายนี้มา displaystyle 200 cm^3 แล้วเติมน้ำลงไปอีก displaystyle 50 cm^3 สารละลาย NaOH ใหม่ที่ได้จะมีความเข้มข้นกี่โมลต่อลิตร
4
6
8
10
39 )  เมื่อหยดอินดิเคเตอร์ลงในน้ำกลั่นและในสารละลายบัฟเฟอร์ชนิดหนึ่ง ได้ผลดังนี้

อินดิเคเตอร์

A

B

C

ช่วง pH ที่อินดิเคเตอร์เปลี่ยนสี

3.1 - 4.4

4.2 - 6.3

6.0 - 7.6

สีที่เปลี่ยน

แดง - เหลือง

แดง - เหลือง

เหลือง - น้ำเงิน

น้ำกลั่น

เหลือง

เหลือง

เขียว

บัฟเฟอร์

แดงอมส้ม

แดง

เหลือง

ถ้าหยดสารละลาย HCl เข้มข้น displaystyle 0.1 mol/dm^3 2 หยด (20 หยด = displaystyle 1 cm^3) ลงในน้ำกลั้น displaystyle 1 dm^3 และสารละลายบัฟเฟอร์ displaystyle 1 dm^3 แล้วแบ่งสารละลายที่ได้แต่ละชนิดใส่ในหลอดทดลองชนิดละ 3 หลอด นำมาทดสอบกับอิดิเคเตอร์ทั้ง 3 ชนิด จะเห็นสีของอินดิเคเตอร์เป็นอย่างไร

น้ำกลั่น + HCl 2 หยด

บัฟเฟอร์ + HCl 2 หยด

A

B

C

A

B

C

1.

เหลือง

ส้ม

เหลือง

แดงอมส้ม

แดง

เหลือง

2.

เหลือง

เหลือง

เขียว

แดงอมส้ม

แดง

เหลือง

3.

เหลือง

ส้ม

เหลือง

เหลือง

เหลือง

เขียว

4.

เหลือง

เหลือง

เขียว

เหลือง

เหลือง

เขียว

1
2
3
4
40 )  สมบัติใดที่ใช้จำแนกธาตุออกเป็นโลหะและอโลหะไม่ได้

I     การนำไฟฟ้า		II     การนำความร้อน	III     สถานะที่อุณหภูมิห้อง
IV   การละลายของสารประกอบออกไซด์ในน้ำ
V    pH  ของสารละลายของออกไซด์และซัลไฟด์
I และ II เท่านั้น
I II และ III
III และ IV เท่านั้น
IV และ V เท่านั้น
41 )  ข้อมูลเกี่ยวกับธาตุ A , B และสารประกอบ displaystyle A_xB_y เป็นดังนี้

การทดสอบ

ธาตุ A

ธาตุ B

สารประกอบ displaystyle A_xB_y

1.
2.
3.

การละลายน้ำ
การเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัส
ปฏิกิริยากับน้ำคลอรีน
ตามด้วย displaystyle CCl_4

ละลาย
แดง ---> น้ำเงิน
เกิดปฏิกิริยา
ชั้น displaystyle CCl_4 ไม่มีสี

ละลาย
น้ำเงิน--->แดง
ไม่มีข่อมูล

ละลาย
ไม่เปลี่ยนสี
เกิดปฏิกิริยา
ชั้น displaystyle CCl_4 มีสีเหลืองส้ม

สารประกอบ displaystyle A_xB_y อาจเป็นสารใด (ก) displaystyle CaBr_2 (ข) displaystyle AlBr_3 (ค) displaystyle MgI_2 (ง) displaystyle NaI
(ก) เท่านั้น
(ก) และ (ข)
(ง) เท่านั้น
(ค) และ (ง)
42 )  พิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับธาตุ X , Y และ Z ต่อไปนี้

ความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยาของธาตุ

pH ของสารละลายคลอไรด์ของธาตุ

pH ของสารละลายออกไซด์ของธาตุ

X  >  Y  >  Z

X  >  Y

X  >  Z  >  Y

สารประกอบคลอไรด์ของธาตุ Z ไม่ละลายน้ำ ธาตุ X , Y และ Z น่าจะเป็นธาตุในข้อใดตามลำดับ
P , C และ N
Mg , Si และ Be
Na , S และ C
H , N และ B
43 )  ปฏิกิริยาระหว่างธาตุสองชนิดเกิดเป็นสารประกอบธาตุคู่ ข้อมูลใดถูกต้อง

อัตราส่วน
จำนวนอะตอม

ชนิดของพันธะ

สมบัติเมื่อละลายน้ำ

(ก) คลอรีนกับโบรมีน
(ข) คาร์บอนกับกำมะถัน
(ค) คลอรีนกับเหล็กออก
(ง) โซเดียมกับออกซิเจน

1 : 1
1 : 2
2 : 1
2 : 1

โคเวเลนต์
ไอออนิก
โคเวเลนต์
ไอออนิก

กรด
กรด
กลาง
เบส

(ก) และ (ข)
(ก) และ (ง)
(ก) , (ข) และ (ง)
(ก) , (ค) และ (ง)
44 )  ธาตุที่ 117 (สัญลักษณ์ A) ซึ่งเป็นธาตุที่ค้นพบใหม่ น่าจะมีสมบัติอย่างไร (ก) เป็นของแข็งสีดำ มีสูตรโมเลกุล displaystyle A_2 (ข) เกิดสารประกอบธาตุคู่ได้หลายชนิดเช่น displaystyle NaA , MgA_2 , OA_2 เป็นตน (ค) มีขนาดของอะตอมใหญ่ที่สุดในหมู่ (ง) มีจุดเดือด จุดหลอมเหลวต่ำกว่าทุกธาตุในหมู่เดียวกัน
(ข) และ (ค)
(ข) และ (ง)
(ก) , (ข) และ (ค)
(ก) , (ข) และ (ง)
45 )  สารประกอบคลอไรด์ของธาตุ A ไม่มีสี ละลายน้ำมีสมบัติเป็นกลาง นำมาทำปฏิกิริยากับสารละลาย displaystyle Na_2CO_3 ได้ตะกอนขาว เมื่อนำตะกอนนี้มาเผาได้เปลวไฟสีแดง และผงสีขาว ผงสีขาวนี้ละลายน้ำได้สารละลาย pH > 7 ธาตุ A ควรมีการจัดเรียงอิเล็กตรอนแบบใด
2 , 8 , 13 , 1
2 , 8 , 18 , 8 , 2
2 , 8 , 15 , 2
2 , 8 , 18 , 18 , 8 , 1
46 )  ธาตุ A , B , C และ D อยู่ในคาบเดียวกัน มีสมบัติดังนี้

ธาตุ A 	ที่อุณหภูมิห้องเป็นก๊าซ โมเลกุลเป็นอะตอมคู่ เมื่อทำปฏิกิริยากับธาตุ D ได้สารที่มีสูตรอย่างง่าย 
DA ซึ่ง 	DA เป็นของแข็งไม่นำไฟฟ้า แต่ในสารละลายน้ำนำไฟฟ้าได้
ธาตุ B 	ทำปฏิกิริยากับธาตุ A ได้สารประกอบ displaystyle BA_2 ซึ่งสารนี้ละลายน้ำแล้วนำไฟฟ้าได้ดี ธาตุ B มีจุด	
หลอมเหลวสูงกว่า D
ธาตุ C 	ที่อุณหภูมิห้องเป็นก๊าซอะตอมเดียว ไม่ว่องไวต่อปฏิกิริยา
ธาตุ D	ทำปฏิกิริยากับน้ำอย่างรวดเร็ว ได้ก๊าซที่จุดติดไฟได้ ธาตุ D มีค่า displaystyle IE_1 =495.8 kJ/mol , IE_2 = 	4,562 kJ/mol
การเรียงลำดับธาตุตามการเพิ่มขึ้นของเลขหมู่ข้อใดถูกต้อง
D , B , A , C
A , B , C , D
D , A , C , B
B , A , D , C
คำชี้แจง ใช้รูปหลอกรังสีแคโทดและอุปกรณ์สร้างสนามไฟฟ้าต่อไปนี้ ในการตอบคำถามข้อ 47 และ 48
73746
47 )  ถ้าเลื่อนอุปกรณ์สร้างสนามไฟฟ้าไปไว้ที่ตำแหน่งต่างๆ จะมีปรากฏการณ์ใดเกิดขึ้น
ที่ตำแหน่ง 1 รังสีจะเบนขึ้นด้านบน
ที่ตำแหน่ง 2 รังสีจะคงที่เพราะหักล้างกันไปพอดี
ที่ตำแหน่ง 2 จะมีทั้งรังสีที่เบนขึ้นและเบนลง
ที่ตำแหน่ง 3 รังสีจะเบนลงด้านล่าง
48 )  ถ้าใช้ก๊าซไฮโดรเจนและดิวเทอเรียม ทำการทดลองเปรียบเทียบกันโดยเลื่อนอุปกรณ์สร้างสนามไฟฟ้าไปไว้ที่ตำแหน่งต่าง ๆ เช่นเดิม ก๊าซทั้งสองชนิดจะให้ผลไม่แตกต่างกันเมื่ออุปกรณ์สร้างสนามไฟฟ้าที่ตำแหน่งใด
ตำแหน่ง 1
ตำแหน่ง 2
ตำแหน่ง 1 และ 2
ตำแหน่ง 3
49 )  ถ้านำธาตุ X ไปผ่านกระบวนการอย่างหนึ่งซึ่งมีผลทำให้อะตอมธาตุ X เกิดการเปลี่ยนแปลงการจะพิจารณาตัดสินว่าธาตุ X เปลี่ยนไปเป็นธาตุใหม่หรือไม่ จะพิจารณาได้จากข้อใด
จำนวนไอโซโทปของธาตุ X มีมากชนิดขึ้นกว่าเดิมมาก
จำนวนนิวตรอนเปลี่ยนไปจากเดิม
จำนวนโปรตอนเปลี่ยนไปจากเดิม
มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนอิเล็กตรอนในแต่ละชั้นพลังงานอย่างเห็นได้ชัด
50 )  พิจารณาหมู่และคาบของธาตุ A , B , C และ D ต่อไปนี้

ธาตุ

หมู่

คาบ

A
B
C
D

1
5
1
4

2
3
4
4

พลังงานไอออนไนเซชันลำดับที่ 1 ของธาตุทั้งสี่เรียงจากน้อยไปมาก ข้อใดถูกต้อง
A < C < B < D
C < A < B < D
A < C < D < B
C < A < B < D
51 )  ธาตุ M และ N เกิดสารประกอบที่มีสูตร displaystyle MN_2 ซึ่งมีมวลโมเลกุลเท่ากับ 95.222 ข้อมูลเกี่ยวกับไอโซฟโทปของธาตุ M มีดังนี้

ไอโซโทป

มวลอะตอมของไอโซโทป

ร้อยละของไอโซโทป

displaystyle ^{24}M
displaystyle ^{25}M
displaystyle ^{26}M

X
Y
z

a
b
c

ถ้ามวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ N เท่ากับ 35.456 ปริมาณร้อยละของไอโซโทป displaystyle ^{26}M จะมีค่าเท่าใด
displaystyle frac{24.31 - ax - by}{z}
displaystyle frac{24.31 - (100 - b)x - by}{z - x}
displaystyle frac{5977 - ax - by}{z}
displaystyle frac{2431 - ax - by}{z}
52 )  ธาตุ A , B , C , D และ E มีเลขอะตอม 3 , 8 , 9 , 15 และ 17 ตามลำดับ ธาตุหรือไอออนคู่ใดมีขนาดต่างกันมากที่สุด
D และ E
displaystyle A^+ และ displaystyle C^-
displaystyle A^+ และ displaystyle E^-
displaystyle B^{2-} และ displaystyle B^-
53 )  ไอออนคู่ใดมีจำนวนอิเล็กตรอนไม่เท่ากัน (ก) displaystyle _{9}^{19}F^- กับ displaystyle _{11}^{23}Na^+ (ข) displaystyle _{12}^{24}Mg^{2+} กับ displaystyle _{13}^{27}Al^{3+} (ค) displaystyle _{8}^{16}O^{2-} กับ displaystyle _{7}^{14}N^{3-} (ง) displaystyle _{17}^{35}Cl^- กับ displaystyle _{20}^{40}Ca^{2+}
(ก) และ (ข)
(ค) และ (ง)
(ก) และ (ค)
(ข) และ (ง)
ไม่มีข้อใดถูก
54 )  พิจารณาข้อสรุปจากข้อมูลเกียวกับธาตุ X และ Y ต่อไปนี้

ธาตุ

สูตรของสารประกอบฟลูออไรด์

รูปร่างโมเลกุล

X
Y

displaystyle XF_3
displaystyle YF_3

สามเหลี่ยมแบนราบ
พีระมิดฐานสามเหลี่ยม

(ก) ธาตุ X มีเวเลนต์อิเล็กตรอนน้อยกว่าธาตุ Y (ข) โมเลกุล displaystyle XF_3 และ displaystyle YF_3 ต่างก็ไม่เป็นไปตามกฎออกเตต (ค) ถ้า X และ Y เป็นธาตุที่อยู่ในคาบเดียวกัน displaystyle YF_3 จะมีจุดเดือดสูงกว่า displaystyle XF_3 (ง) ในโมเลกุล displaystyle YF_3 มุม displaystyle FYF จะมีค่าน้อยกว่า109.5° ข้อใดถูกต้อง
(ก) เท่านั้น
(ข) และ (ค)
(ก) และ (ง)
(ก) (ค) และ (ง)
55 )  โมเลกุลในข้อใดมีรูปร่างเหมือนกันและเป็นโมเลกุลมีขั้วทั้งสองโมเลกุล
displaystyle BeCl_2 , Cl_2O
displaystyle PBr_2 , NI_3
displaystyle SiF_4 , GeH_4
displaystyle OF_2 , CO_2
56 )  กรด displaystyle H_2A , H_2B , H_2C มีค่า displaystyle K_{a_1} เท่ากับ displaystyle 1.03 times 10^{-7} , 1.3 times 10^{-4} และ displaystyle 2.3 times 10^{-3} ตามลำดับ ข้อมูลใดถูกต้องในการทำนายพลังงานพันธะของ H - A , H - B , H - C และค่า Ka ของกรด displaystyle H_2D เมื่อ D เป็นธาตุที่หนักกว่า C ซึ่งอยู่ในหมู่เดียวกัน

พลังงานพันธะ

Ka ของ displaystyle H_2D

1.
2.
3.
4.

H - A < H - B < H - C
H - A > H - B < H - C
H - A > H - B > H - C
H - A > H - B > H - C

displaystyle 1    times 10^{-8}
displaystyle 1    times 10^{-1}
displaystyle 1    times 10^{-8}
displaystyle 1    times 10^{-1}

1
2
3
4
57 )  ธาตุ A , B , C , D , E , F และ G มีเลขอะตอมเท่ากับ 1 , 6 , 7 , 8 , 9 , 15 และ 17 ตามลำดับ สารประกอบในข้อใดมีขัวทุกสาร
displaystyle A_2D , GE_5 , BD_2
displaystyle GE_5 , FG_5 , CE_3
displaystyle GE_5 , CE_3 , A_2D
displaystyle CE_3 , A_2D , BA_4
58 )  พิจารณาข้อความต่อไปนี้ (ก) displaystyle H_2O มีจุดเดือดสูงกว่า displaystyle H_2S (ข) displaystyle H_2O มีมวลน้อยกว่า displaystyle H_2S (ค) displaystyle H_2O มีพันธะไฮโดรเจนยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลแข็งแรง (ง) HCl มีจุดเดือดต่ำกว่า HBr (จ) HCl มีมวลน้อยกว่า HBr ข้อสรุปใดต่อไปนี้ไม่เป็นเหตุผลที่ถูกต้อง
(ก) เนื่องจาก (ข)
(ง) เนื่องจาก (จ)
(ก) เพราะ (ค)
(ก) แต่ (ง) ทั้งๆ ที่ (ข) และ (จ)
59 )  จงหาค่าพลังงานพันธะเฉลี่ย (kJ/mol) ของ X - Y จากข้อมูลต่อไปนี้

displaystyle X(s) rightarrow X(g)			ดูดพลังงาน  717  kJ
displaystyle Y_2(g) rightarrow 2Y(g)		ดูดพลังงาน  435  kJ
displaystyle X(s) + 2Y_2(g) rightarrow XY_4(g)	คายพลังงาน   75  kJ
236.25
378
396.75
415.5
60 )  ถ้า D E G J และ L แทนสัญลักษณ์ของธาตุที่มีเลขอะตอม 6 9 15 16 และ 17 ตามลำดับ จำนวนคู่ของอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะของสารประกอบคู่ใดถูกต้อง

displaystyle D_2L_6

displaystyle GL_5

displaystyle JE_6

1.
2.
3.
4.

4
6
7
8

4
5
5
6

5
6
6
7

1
2
3
4
61 )  ธาตุ R มีสูตรสารประกอบซัลเฟตเป็น displaystyle R_2(SO_4)_3 ธาตุ Q มีเลขอะตอมต่ำกว่าธาตุ R อยู่ 1 สูตรสารประกอบออกไซด์ และคลอไรด์ของธาตุ Q ข้อใดถูก
displaystyle QO , QCl_3
displaystyle QO , QCl_2
displaystyle Q_2O , QCl
displaystyle Q_2O_3 , QCl_2
62 )  displaystyle 2A^+(g) + B^{2-}(g) rightarrow A_2B(s) + Delta H_1 displaystyle 2A^+(g) + B^{2-}(g) rightarrow 2A^+(aq) + B^{2-}(aq) + Delta H_2 เมื่อนำ displaystyle A_2B(s) จำนวนหนึ่งมาละลายน้ำ อุณหภูมิสูงขึ้น ข้อสรุปใดถูก
displaystyle Delta H_1 < 0 , Delta H_2 < 0 และ displaystyle (Delta H_1 > Delta H_2)
displaystyle Delta H_1 < 0 , Delta H_2 < 0 และ displaystyle (Delta H_1 < Delta H_2)
displaystyle Delta H_1 > 0 , Delta H_2 > 0 และ displaystyle (Delta H_1 > Delta H_2)
displaystyle Delta H_1 > 0 , Delta H_2 > 0 และ displaystyle (Delta H_1 < Delta H_2)
63 )  พิจารณาข้อความต่อไปนี้ (ก) มุม HOH (ใน displaystyle H_2O) มีขนาดเล็กกว่า มุม HNH (ใน displaystyle NH_3) เพราะว่า O มีค่าอิเล้กโตรเนกาติวิตีมากกว่า N (ข) มุม HNH (ใน displaystyle NH_3) มีขนาดใหญ่กว่า มุม HSH (ใน displaystyle H_2S) เพราะว่า S มีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวมากกว่า N (ค) มุม HOH (ใน displaystyle H_2O) มีขนาดใหญ่กว่า มุม HSH (ใน displaystyle H_2S) เพราะว่า O มีค่าอิเล้กโตรเนกาติวิตีมากกว่า S (ง) มุม HOH (ใน displaystyle H_2O) และมุม OCO (ใน displaystyle CO_2) ต่างก็มีค่าใกล้เคียงกับ 109.5 องศา ข้อใดถูก
(ก) และ (ค)
(ก) และ (ข)
(ค) และ (ง)
(ข) และ (ค)
64 )  A , B และ C เป็นโมเลกุลโควาเลนต์ มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง A เป็นโมเลกุลมีขั้ว B และ C เป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว B ละลายได้ใน A แต่ C ไม่ละลายใน A สาร A , B และ C ในข้อใดเป็นไปไม่ได้

A

B

C

1.
2.
3.
4.

displaystyle C_6H_6
displaystyle C_2H_5OH
displaystyle H_2O
displaystyle HF

displaystyle I_2
displaystyle CHCl_3
displaystyle Br_2
displaystyle F_2

displaystyle CS_2
displaystyle C_6H_{14}
displaystyle CCl_4
displaystyle C_6H_6

1
2
3
4
65 )  คอปเปอร์ (II) ไอออนในน้ำมีสีน้ำเงินอ่อน แต่ถ้าเติมกรด HCl ลงไป สารละลายจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง เนื่องจากเกิดปฏิกิริยาผันกลับดังนี้
73758
ถ้าต้องการให้สารละลายเปลี่ยนกลับไปเป็นสีน้ำเงินอ่อนอย่างเดิม ควรทำอย่างไร (ก) เติมน้ำ (ข) เติมเบสไปสะเทินกรด (ค) เติมสารละลาย displaystyle AgNO_3 (ง) ละลาย NaCl ลงไปสารละลาย ข้อใดถูก
(ก) และ (ข) เท่านั้น
(ก) และ (ค) เท่านั้น
(ค) และ (ง) เท่านั้น
(ก) , (ข) และ (ง) เท่านั้น
66 )  เกี่ยวกับไอออนลบต่าง ๆ ต่อไปนี้ displaystyle [VO_4]^{3_} , [CrO_4]^{2-} , [MnO_4]^- , [ClO_4]^- , [SO_4]^{2-} , [PO_4]^{3-} ข้อความใดผิด
ธาตุที่เป็นอะตอมกลางมีเลขออกซิเดชันสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับธาตุนั้น ๆ
ธาตุที่เป็นอะตอมกลางสามารถมีเลขออกซิเดชันได้หลายค่าทุกธาตุ
ไอออนลบทั้งหมดที่ให้มานี้บ้างก็มีสี บ้างก็ไม่มีสี
ธาตุที่เป็นอะตอมกลาง มีการจัดอิเล็กตรอนเหมือนกันทั้งหมด
67 )  ข้อใดมีการเรียงลำดับของจุดเดือดถูกต้อง
displaystyle CH_3CH_2CH_2CO_2H > CH_3CH_2CH_2CH_2OH > CH_3CO_2CH_2CH_3
displaystyle CH_3CH_2CH_2CO_2H > CH_3CO_2CH_2CH_3 > CH_3CH_2CH_2CH_2OH
displaystyle CH_3CH_2CH_2CH_2OH > CH_3CH_2CH_2CO_2H > CH_3CO_2CH_2CH_3
displaystyle CH_3CO_2CH_2CH_3 > CH_3CH_2CH_2CH_2OH > CH_3CH_2CH_2CO_2H
68 )  สารอิทรีย์ชนิดหนึ่งประกอบด้วย C = 61.02% , H = 15.25% และ N = 23.73% โดยมวล ถ้าสารประกอบนี้มีสูตรเอมพิริกัล และสูตรโมเลกุลอย่างเดียวกัน จะมีจำนวนไอโซเมอร์เท่าใด
3
4
5
6
69 )  ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของสารประกอบต่อไปนี้
73764
จะได้สารใดบ้าง
73760
73761
73762
73763
70 )  สาร A และสาร B เป็นของเหลว มีสูตรโมเลกุล displaystyle C_6H_{14} และ displaystyle C_6H_{12} ตามลำดับ ถ้านำของผสมของสาร A และสาร B 50 g มาทำปฏิกิริยากับสารละลาย displaystyle Br_2 ใน displaystyle CCl_4 เข้มข้น 10% โดยมวลต่อปริมาตรในที่มืด ปรากฏว่าต้องใช้สารละลาย displaystyle Br_2 320 cm^3 ของผสมดังกล่าวควรมีสาร B กี่กรัม
15.6
16.8
32.8
33.6
71 )  เมื่อเผาสารตัวอย่างของก๊าซธรรมชาติ 5.0 g ซึ่งประกอบด้วยมีเทน displaystyle (CH_4) เอทิลีน displaystyle (C_2H_4) ในที่มี displaystyle O_2 มากเกินพอ พบว่าได้ displaystyle CO_2 14.5 g และ displaystyle H_2O จำนวนหนึ่งเกิดขึ้น ในสารตัวอย่างนี้จะมีเอทิลีนร้อยละเท่าใด
40
20
16.3
6.6
72 )  สารพอลิเมอร์ X มีสูตร displaystyle Br_3C_6H_3(C_8H_8)_n ค่าของ n แปรผันตามภาวะการเตรียม ถ้าสารพอลิเมอร์ X ที่เตรียมได้ มีโบรมีน 10.46% n จะมีค่าเท่าใด
4
13
19
40
73 )  ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันของแอลกอฮอล์ X กับกรดแอซิติก 0.1 โมล ได้สาร Y 9.3 กรัม ซึ่งคิดเป็นร้อยละของผลิตภัณฑ์ฌเท่ากับ 80% ถ้า X ทำปฏิกิริยากับกรดแอซิติกในอัตราส่วน 1:1 สูตรโมเลกุลของ X คือข้อใด
displaystyle C_3H_8O
displaystyle C_4H_{10}O
displaystyle C_5H_{12}O
displaystyle C_6H_{13}O
74 )  จะต้องหมักกลูโคสกี่กรัมจึงจะได้เอทานอลปริมาณเท่ากับเอทานอลที่ได้จากปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเอทิลแอซิเตต 88.0 กรัม
44
45
88
90
75 )  A + น้ำสับปะรด  xrightarrow{Delta } B + C สูตรโมเลกุลของ B คือ displaystyle C_5H_9NO_4 C คือ displaystyle C_3H_7NO_2 A เปลี่ยนสีสารละลาย displaystyle CuSO_4 ใน NaOH เป็นสีม่วง สูตรโครงสร้างของ A คืออะไร และปฏิกิริยาระหว่าง A กับน้ำสับปะรดเป็นปฏิกิริยาชนิดใด
73767
73768
73769
73770
76 )  สาร A และ B เป็นไอโซเมอร์ของกรดบิวทาโนอิก เมื่อนำ A ไปต้มกับกรดซัลฟิวริกเจือจาง จะได้เมทานอลเป็นสารผลิตภัณฑ์ แต่นำ B ไปต้มกับเมทานอลจะได้สารที่มีกลิ่นหอม ข้อใดควรเป็นสูตรโครงสร้างของ A และ B ตามลำดับ
73772
73773
73774
73775
77 )  ถ้าในพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) 1 โมเลกุล ประกอบด้วยไวนิลคลอไรด์ displaystyle (CH_2 = CHCl) 20 หน่วย จะต้องเผา PVC กี่กรัม จึงจะได้ก๊าซ HCl ที่ทำปฏิกิริยาพอดีกับ NaOH เข้มข้น displaystyle 20 mol/dm^3 ปริมาตร displaystyle 100 cm^3
6.3
12.5
20.0
40.0
78 )  ไขมันชนิดหนึ่งประกอบด้วยกรดไขมัน 2 ชนิด คือ displaystyle C_{18}H_{34}O_2 และ displaystyle C_{16}H_{32}O_2 นำไขมันนี้ 10.0 g ไปทำปฏิกิริยารวมตัวกับไฮโดรเจน ที่ 0 ^)C ความดัน 1 atm ใช้ก๊าซไฮโดรเจนไป displaystyle 0.45 dm^3 ในไขมันนี้มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวอยู่ร้อยละเท่าใด โดยมวล
26
28
52
56
79 )  เชื้อเพลิงชนิดใดเผาไหม้ในเครื่องยนต์ก๊าซโซลีนแล้วไม่ทำให้เกิดมลภาวะในอากาศ ก. ไอโซออกเทน 100% ข. น้ำมันไร้สารตะกั่วพร้อมทั้งติดตั้งเครื่องแปลงเพื่อให้เกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ ค. เบนซินซุปเปอร์ชนิดออกเทน 96 พร้อมติดตั้งเครื่องแปลงเพื่อให้เกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ ง. เบนซินซุปเปอร์ชนิดออกเทน 98 พร้อมติดตั้งเครื่องกำจัด displaystyle SO_2 ซึ่งภายในบรรจุ CaO
ข้อ ก.
ข้อ ก. และ ข.
ข้อ ข. และ ค.
ข้อ ค. และ ง.
80 )  ในการทดสอบสาร A , B และ C ได้ผลดังนี้
73778
สาร A , B และ C น่าจะเป็นสารใดตามลำดับ
โปรตีน แป้ง น้ำตาลทราย
กรดอะมิโน น้ำตาลทราย ไข่ขาว
นมถั่วเหลือง กลูโคส น้ำตาลทราย
ไข่ขาว อะเซตาลดีไฮด์ แป้ง
81 )  วิธีหนึ่งในการกำจัดมลพิษอาศัยหลักการดังนี้
73779
สารที่ใช้ในกระบวนการกำจัด และสารที่ถูกกำจัดในข้อใดไม่สอดคล้องกัน

สารที่ใช้ในกระบวนการกำจัด

สารที่ถูกกำจัด

1.
2.
3.
4.

คลอรีน
displaystyle    CaCO_3 , ความร้อน
displaystyle    NO_{3}^{-} , SO_{4}^{2-} และแบคทีเรียแอโรบิก
สารประกอบออกไซด์ของเหล็ก , นิกเกิล และวาเนเดียม

จุลินทรีย์
displaystyle    SO_2
สารอินทรีย์
CO

1
2
3
4
82 )  สาเหตุใดต่อไปนี้ที่นับเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดในการทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม (ก) การเพิ่มขึ้นของประขากรอย่างรวดเร็ว (ข) การนำความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้อย่างไม่รับผิดชอบ (ค) การตัดไม้ทำลายป่า (ง) การใช้ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช (จ) การเกิดอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
(ก) และ (ข)
(ข) และ (ค)
(ค) และ (ง)
(ง) และ (จ)
83 )  โพลิเมอร์ชนิดหนึ่ง เคยนิยมใช้เป็นวัสดุทำกระทงสำหรับลอย แต่โพลิเมอร์ชนิดนี้จะให้สารที่ทำลายโอโซนในบรรยากาศชั้นบน โมโนเมอร์ของโพลิเมอร์นี้ ได้แก่สารใด
displaystyle CH_2 = CHCl
73781
displaystyle CH_2 = CH - CH_3
displaystyle CH_2 = CH_2
84 )  ข้อความเกี่ยวกับ BOD และ COD ต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้องที่สุด
ถ้าเปรียบเทียบค่า BOD และ COD ในน้ำแหล่งเดียวกัน ค่า COD มักจะมีค่าสูงกว่า
ค่าการละลายของออกซิเจนในน้ำไม่สามารถใช้เป็นเครืองบ่งชี้คุณภาพของน้ำเหมือนกรณีของค่า BOD และ COD
น้ำที่มีฟอสเฟตละลายอยู่มากมักให้ค่า COD สูงกว่าปรกติ เพราะฟอสเฟตมีออกซิเจนอยู่ด้วย
น้ำที่มีแบคทีเรียอยู่มาก จะมีค่า BOD ต่ำกว่าน้ำที่มีแบคทีเรียอยู่น้อย
85 )  แหล่งน้ำเสียใดที่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้โดยการเติมออกซิเจน ก. แหล่งน้ำทิ้งจากชุมชนซึ่งมีสารอินทรีย์อยู่มาก ข. แหล่งน้ำที่มีฟอสเฟตอยู่มาก ค. แหล่งน้ำที่มีคราบน้ำมันปกคลุมอยู่บนผิวน้ำ ง. แหล่งน้ำที่มีสารประกอบอินทรีย์ของปรอทอยู่
ก. และ ข.
ข. และ ค.
ค. และ ง.
ก. , ข. และ ค.
86 )  ในกระบวนการผลิตสารเคมีต่อไปนี้ กระบวนการในข้อใดเกิดโดยไม่ผ่านปฏิกิริยารีดอกซ์

สารเคมี

กระบวนการผลิต

1.
2.
3.
4.

displaystyle    NaOH
displaystyle    Na_2CO_3
ดีบุก
แอมโมเนีย

แยกสลาย NaCl ด้วยกระแสไฟฟ่า
เผา displaystyle NaHCO_3
เผาแร่แคสสิเตอไรด์กับ CO
ใช้ displaystyle N_2 ทำปฏิกิริยากับ displaystyle    H_2 โดยมีตัวเร่ง

1
2
3
4
87 )  ก๊าซ A ทำปฏิกิริยากับก๊าซออกซิเจน โดยมี Ni เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา จะได้ก๊าซ B และ displaystyle H_2 ถ้านำก๊าซ B กลับมาทำปฏิกิริยากับก๊าซ A ที่อุณหภูมิสูง โดยมีโครเมียม (III) ออกไซด์ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาจะได้ก๊าซ C และก๊าซ displaystyle H_2 และถ้านำก๊าซ C ไปทำปฏิกิริยากับแอมโมเนียจะได้ยูเรียกับน้ำ ข้อใดเป็นไปได้มากที่สุด
ก่าซ A คือ CO
ก๊าซ B คือ displaystyle SO_2
ก๊าซ C เป็นวัตถุดิบชนิดหนึ่งในการผลิตกรดซัลฟิวริก
สารละลายของก๊าซ C ในน้ำมี pH < 7
88 )  โรงไฟฟ้าที่แม่เมาะปล่อยก๊าซใดออกมา และก๊าซนี้ทำให้เกิดผลเสียอย่างไรบ้าง

ก๊าซ

ผลเสีย

1.
2.
3.
4.

displaystyle    CO
displaystyle    SO_2
ออกไซด์ของไนโตรเจน
ก๊าซไฮโดรคาร์บอน

(A) ทำให้เกิดฝนกรด
(B) เป็นอันตรายต่อระบบการหายใจของคน - สัตว์
(C) ทำให้ดินเค็ม

ก๊าซ

ผลเสีย

1.
2.
3.
4.

(ก)
(ข)
(ค)
(ง)

(B)
(A) และ (B)
(A) และ (C)
(C)

1
2
3
4
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in1.9312 seconds !