เข้าสู่ระบบ

ข้อเอ็นทรานซ์ เคมี 2537

วิชา : เคมี ระดับชั้น : มัธยมปลาย
จำนวน : 88 ข้อ ผู้เข้าชม : 2,262 การประลองฝีมือ : 67
หน้าหลักคลังข้อสอบ ›› | หน้าหมวดวิชา ››
progress bar
กดเพื่อ reset ข้อสอบชุดนี้
ระดับความยาก : อ่อน
1 )  กำหนดให้

สาร

อุณหภูมิ (^0C)

พลังงาน (kJ/mol)

น้ำแข็ง

0

a

น้ำ

0

b

น้ำ

100

c

ไอน้ำ

100

d

ถ้าน้ำแข็งที่ 0 displaystyle ^0C เปลี่ยนสถานะเป็นไอน้ำที่ 100 displaystyle ^0C ที่ความดัน 1 บรรยากาศ จะต้องใช้พลังงานกี่กิโลจูล
a + b + c + d
d - c + b - a
c + d - a + d
d - a
คำชี้แจง ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 2 และ 3

ตัวทำละลาย

ระยะทางที่สารเคลื่อนที่ (cm)

ระยะทางที่ตัวทำละลายเคลื่อนที่ (cm)

A

B

C

D

I

5.1

5.0

6.2

8.1

10.0

II

8.2

4.5

6.6

2.4

11.0

III

6.0

6.0

7.2

4.8

12.0

2 )  การศึกษาสารต้วอย่าง X , Y และ Z ได้ผลดังนี้

ตัวทำละลาย

ระยะทางที่ตัวทำละลายเคลื่อนที่  (cm)

X

Y

Z

I

15

7.5 , 12.2

7.5 , 9.0

ไม่ได้ศึกษา

II

10

4.0 , 2.2

7.4 , 6.0

4.0 , 6.0 , 2.0

III

18

ไม่ได้ศึกษา

ไม่ได้ศึกษา

9 , 10.8 , 7.2

ข้อสรุปใดถูกเกี่ยวกับองค์ประกอบของ X , Y , Z

X

Y

Z

1.

A B

A C

2.

B D

B C D

3.

A C

A B C

4.

A B

A C D

1
2
3
4
3 )  พิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก. Rf ของ A ใน III > Rf ของ A ใน I ข. Rf ของ B ใน I = Rf ของ A ใน III ค. Rf ของ A ใน II > Rf ของ D ใน I ง. Rf ของ B ใน II = Rf ของ D ใน III ข้อใดถูก
(ก) และ (ข)
(ก) และ (ค)
(ข) และ (ง)
(ค) และ (ง)
4 )  นำสารละลายชุดหนึ่งซึ่งมีร้อยละของสารองค์ประกอบ A และ B ต่าง ๆ กัน มาทำการทดลองกลั่น เพื่อหาจุดเดือดของสารละลาย ผลการทดลองเป็นดังนี้

ร้อยละของสารองค์ประกอบในสารละลาย A

ร้อยละของสารองค์ประกอบในสารละลาย B

อุณหภูมิที่สารละลายเริ่มเดือด (^0C)

90

10

80

70

30

88

50

50

95

10

90

110

อาจสรุปได้ดังนี้ ก. สาร A บริสุทธิ์ควรมีจุดเดือดต่ำกว่า 80 ^0C ข. ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 80 ^0C ควรมีสารองค์ประกอบ A มากกว่า 70% ค. ที่อุณหภูมิ 90 ^0C ควรมรสารองค์ประกอบ A มากกว่า 70% ง. ที่อุณหภูมิ 90 ^0C ควรมีสารองค์ประกอบ B มากกว่า 30% ข้อสรุปใดถูกต้อง
(ก) และ (ข)
(ข) และ (ค)
(ค) และ (ง)
(ก) และ (ง)
5 )  a , b , c และ d เป็นของเหลวเนื้อเดียว ใส ไม่มีสี เมื่อนำของผสมในอัตราส่วน 1 : 1 ซึ่งรวมเป็นเนื้อเดียวกันของ a กับ c , a กับ d และ b กับ d ไปกลั่น แล้วหาความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับเวลาได้กราฟดังรูป จากข้อสรุปต่อไปนี้ ก. a และ c เป็นสารละลายชนิดเดียวกัน ข. a และ d เป็นสารบริสุทธิ์ต่างชนิดกัน ค. b และ d เป็นสารบริสุทธิ์ชนิดเดียวกัน ง. b และ c เป็นสารละลายต่างชนิดกัน
73814
ข้อใดผิด
(ก) และ (ข)
(ก) และ (ง)
(ข) และ (ค)
(ค) และ (ง)
6 )  พิจารณาผลการทดลอง ในตารางต่อไปนี้

สารผสม

กรองด้วยกระดาษกรอง

ใส่ถุงเซลโลเฟนแล้วแช่น้ำในภาชนะ

ผ่านลำแสง

ไม่มีสารบนกระดาษกรอง

น้ำในภาชนะใสไม่มีสี

มองเห็นลำแสง

ไม่มีสารบนกระดาษกรอง

น้ำในภาชนะมีสีฟ้า

มองไม่เห็นลำแสง

มีของแข็งสีขาวบนกระดาษกรอง

น้ำในภาชนะไม่มีสี

มองไม่เห็นลำแสง

สารผสมในข้อใดเป็นไปได้
(ก) คือ displaystyle Na_2S_2O_3 + HCl
(ข) คือ displaystyle Na_3PO_4 + CaCl_2
(ค) คือ displaystyle KNO_3 + BaCl_2
(ค) คือ displaystyle NaHCO_3 + CH_3COOH
7 )  ธาตุ A เลขอะตอม 50 มีสมบัติดังต่อไปนี้ ก. นำไฟฟ้าได้ดี ข. ขนาดของอะตอมใหญ่กว่าอะตอมเงิน ค. เกิดสารประกอบธาตุคู่ได้หลายชนิดเช่น displaystyle AX_2 , AX_4 ง. ละลายน้ำได้ดี ข้อใดถูก
(ก) , (ข) และ (ง)
(ข) และ (ค)
(ก) และ (ง)
(ก) และ (ค)
8 )  พิจารณาสมบัติของธาตุต่อไปนี้ ธาตุ R ทำปฏิกิริยากับธาตุ T ได้ของเหลวใสไม่มีสี ธาตุ X ทำปฏิกิริยากับธาตุ R ด้วยอัตราส่วนจำนวนโมล 1 : 3 ธาตุ Z ทำปฏิกิริยากับธาตุ T ได้ผลิตภัณฑ์เป็นก๊าซหลายชนิด การระบุชนิดของธาตุข้อใดเป็นไปได้มากที่สุด

ธาตุ R

ธาตุ T

ธาตุ X

ธาตุ Z

1.

O

H

P

N

2.

P

H

N

O

3.

H

O

P

N

4.

N

O

P

H

1
2
3
4
9 )  ถ้าพลังงานไอออไนเซชันของธาตุ X มีค่าดังนี้

	displaystyle IE_1 = 0.6 MJ/mol		displaystyle IE_2 = 1.1 MJ/mol
	displaystyle IE_3 = 5.0 MJ/mol		displaystyle IE_4 = 6.5 MJ/mol
สัญลักษณ์นิวเคลียร์ของ X ควรเป็นดังข้อใด
displaystyle _{6}^{12}X
displaystyle _{11}^{13}X
displaystyle _{13}^{27}X
displaystyle _{20}^{40}X
10 )  จากระดับพลังงานของอิเล็กตรอนในอะตอมของธาตุ กำหนดให้ displaystyle Delta E_{xy} เป็นผลต่างของระดับพลังงานต่าง ๆ ในอะตอม เมื่อ x เป็นระดับพลังงานตั้งต้น y เป็นระดับพลังงานสุดท้าย ข้อใดถูกต้อง
displaystyle Delta E_{54} < Delta E_{32} < Delta E_{43}
displaystyle Delta E_{32} < Delta E_{42} < Delta E_{53}
displaystyle Delta E_{54} < Delta E_{32} < Delta E_{42}
displaystyle Delta E_{42} < Delta E_{21} < Delta E_{41}
11 )  ก๊าซ displaystyle XY_2 จำนวน displaystyle 1.8 times 10^{24} (กำหนดให้มวลอะตอมของ X = a มวลอะตอมของ Y = b)
displaystyle frac{1}{3}(a+2b) กรัม
3(a+2b) กรัม
30(a+2b) กรัม
displaystyle frac{(a+2b)}{1.8 times 10^{24}} กรัม
12 )  ละลายโซเดียมคาร์บอเนต 53 กรัม เป็นสารละลาย displaystyle 1.0 dm^3 นำมา displaystyle 5.00 cm^3 ผสมกับสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ displaystyle 1.0 mol/dm^3 5.00 cm^3 เกิดตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนต กรองตะกอนออกเติมไฮโดรคลอริก displaystyle 1.0 mol/dm^3 5.00 cm^3 ลงในตะกอน เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ข้อใดผิด
เกิด displaystyle CO_2 56.00 cm^3 ที่ STP
เกิดตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนต displaystyle 2.5 times 10^{-3} mol
สารละลายผสมตอนแรกมี displaystyle Ca^{2+} เหลือ displaystyle 2.5 times 10^{-3} mol
ในปฏิกิริยาขั้นสุดท้ายมี displaystyle H^+ เหลือ displaystyle 2.5 times 10^{-3} mol
13 )  displaystyle S_8 1.60 times 10^{-2} mol และ displaystyle H_2S 2.00 times 10^{-9} mol มี S อยู่กี่อะตอม

displaystyle S_8

displaystyle H_2S

1.

displaystyle 7.71 times 10^{22}

displaystyle 1.20    times 10^{15}

2.

displaystyle 3.35    times 10^{24}

displaystyle 1.20    times 10^{14}

3.

displaystyle 9.63    times 10^{23}

displaystyle 2.40    times 10^{14}

4.

displaystyle 7.71    times 10^{23}

displaystyle 2.40 times 10^{13}

1
2
3
4
14 )  สาร A ทำปฏิกิริยากับสาร B ดังสมการ displaystyle A + 2B rightarrow AB_2 ถ้านำสารละลาย A เข้มข้น displaystyle 1.5 mol/dm^3 10 cm^3 มาผสมกับสาร B เข้มข้น displaystyle 3 mol/dm^3 6 cm^3 หลังจากปฏิกิริยาเกิดสมบูรณ์แล้ว ข้อใดถูก

สารที่เหลือ

จำนวนโมลของ displaystyle AB_2

สาร

จำนวนโมล

1.

B

displaystyle 3    times 10^{-3}

displaystyle 15 times    10^{-3}

2.

B

displaystyle 3    times 10^{-3}

displaystyle 9    times 10^{-3}

3.

A

displaystyle 6    times 10^{-3}

displaystyle 9    times 10^{-3}

4.

A

displaystyle 6    times 10^{-3}

displaystyle 15    times 10^{-3}

1
2
3
4
15 )  ถ้าต้องการให้ปริมาตรของก๊าซสมบูรณ์ที่ STP เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยการลดความดันลง 25% จะต้องกระทำที่อุณหภูมิเท่าใด
136.5 เคลวิน
273.0 เคลวิน
204.8 เคลวิน
409.5 เคลวิน
16 )  จากกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความดันไอและอุณหภูมิของสาร A , B , C ข้อใดถูก
73823
สาร B และ C มีจุดเดือดปกติต่างกัน 20 ^0C
ที่อุณหภูมิ 70 ^0C สารที่มีจุดเดือดกลายเป็นไอหมด คือ A และ B
ต้มสาร B บนภูเขาที่มีความดันบรรยากาศ 600 mmHg B จะเดือดที่อุณหภูมิประมาณ 60 ^0C
ที่อุณหภูมิห้อง สาร A มีสภาพเป็นก๊าซ เพราะมีจุดเดือดต่ำกว่าอุณหภูมิห้อง
17 )  ข้อใดเรียงลำดับความดันไอของสารที่ -110 ^0C ได้ถูกต้อง displaystyle CH_3 - CH_3 , CH_3 - O - CH_3 , CH_3 - CH_2 - OH , CH_3 - CH_2 - CH_2 - CH_2 - OH
displaystyle CH_3 - CH_3 > CH_3 - O - CH_3 > CH_3 - CH_2 - OH > CH_3 - CH_2 - CH_2 - CH_2 - OH
displaystyle CH_3 - O - CH_3 > CH_3 - CH_2 - OH > CH_3 - CH_2 - CH_2 - CH_2 - OH > CH_3 - CH_3
displaystyle CH_3 - CH_2 - CH_2 - CH_2 - OH > CH_3 - CH_2 - OH > CH_3 - O - CH_3 > CH_3 > CH_3
displaystyle CH_3 - CH_2 - OH > CH_3 - CH_2 - CH_2 - CH_2 - OH > CH_3 - O - CH_3 > CH_3 > CH_3
18 )  ในการศึกษาสมบัติการแพร่ของก๊าซ displaystyle HCl , NO_2 , H_2S , C_2H_2 และ displaystyle SO_2 ลำดับอัตราเร็วการแพร่ของก๊าซเป็นดังข้อใด
displaystyle SO_2 < NO_2 < HCl < H_2S < C_2H_2
displaystyle NO_2 > HCl > SO_2 > C_2H_2 > H_2S
displaystyle HCl > NO_2 > H_2S > C_2H_2 >SO_2
displaystyle H_2S > SO_2 > C_2H_2 > NO_2 > HCl
19 )  ข้อมูลสำหรับธาตุ displaystyle _9A , _{17}B , _{18}C , _{19}D , _{54}E มีดังนี้ ก. E มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนมากกว่า B แต่รัศมีอะตอมใหญ่กว่า C ข. D มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนมากกว่า C แต่รัศมีอะตอมเล็กกว่า E ค. A มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนน้อยกว่า B แต่รัศมีอะตอมเล็กกว่า B ง. C มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนมากกว่า E แต่รัศมีอะตอมใหญ่กว่า D จ. B มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนมากกว่า D แต่รัศมีอะตอมเล็กกว่า D ข้อใดถูกต้อง
(ก) และ (จ)
(ข) และ (ค)
(ค) และ (จ)
(ค) และ (ง)
20 )  ข้อมูลในตารางต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้องทั้งหมด

ธาตุ

สารประกอบคลอไรด์

สารประกอบออกไซด์

สูตร

การเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสของสารละลาย

สูตร

การเปล่ยนสีกระดาษลิตมัสของสารละลาย

1.

displaystyle _6X

displaystyle XCl_2

น้ำเงิน --> แดง

displaystyle XO_2

น้ำเงิน ---> แดง

2.

displaystyle _{12}Y

displaystyle YCl

ไม่เปลี่ยนสี

displaystyle YO

แดง ---> น้ำเงิน

3.

displaystyle _{13}Q

displaystyle QCl_3

ไม่เปลี่ยนสี

displaystyle Q_2O_3

น้ำเงิน --> แดง

4.

displaystyle _{15}R

displaystyle RCl_5

น้ำเงิน --> แดง

displaystyle R_2O_5

น้ำเงิน --> แดง

1
2
3
4
21 )  ธาตุ A , B , และ C มีเลขอะตอม 11 , 19 และ 35 ตามลำดับ สูตรของสารประกอบในข้อใดถูก
displaystyle A_2C และ displaystyle B_2C
displaystyle AC_2 และ displaystyle BC_2
displaystyle AC และ displaystyle BC
displaystyle AC_3 และ displaystyle BC_3
22 )  ถ้า Q , R , T , X เป็นธาตุที่มีเลขอะตอม 1 , 6 , 7 , 8 ตามลำดับ จำนวนพันธะชนิดต่าง ๆ ในสารประกอบต่อไปนี้ ข้อใดถูก

 

โมเลกุล

พันธะเดี่ยว

พันธะคู่

พันธะสาม

1.

displaystyle TQ_3

1

1

1

2.

displaystyle RX_2

2

-

-

3.

displaystyle R_2Q_2

-

1

1

4.

displaystyle QTX_2

2

1

-

1
2
34
4
23 )  ถ้าผสมสารละลาย HCl กับสาร displaystyle Cr_2(CO_3)_3 ผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่ได้จากสมการที่ดุลแล้ว คือข้อใด
displaystyle 2 CrCl_2
displaystyle Cr_2O_3
displaystyle 3 CO_2
displaystyle 6 H_2O
24 )  กำหนดให้โมเลกุลต่อไปนี้ displaystyle CS_2 (I) displaystyle BF_3 (II) displaystyle Cl_2O (III) displaystyle CCl_4 (IV) มุมระหว่างพันธะในโมเลกุล I ---> IV เรียงตามลำดับดังข้อใด
I > II > IV > III
III > I > IV > II
II > I > III > IV
I > III > II > IV
25 )  สาร X ในโมเลกุลไม่มีขั้ว สาร Y เป็นโมเลกุลมีขั้ว ส่วนสาร Z นั้น พันธะไม่มีขั้ว ถ้าขนาดของโมเลกุลในสถานะก๊าซเรียงลำดับ X > Y > Z สาร X , Y , Z อาจเป็นสารในข้อใด

X

Y

Z

1.

displaystyle CH_4

displaystyle NH_3

displaystyle C_6H_6

2.

displaystyle BeCl_2

displaystyle CH_2Cl_2

displaystyle S_8

3.

displaystyle Br_2

displaystyle H_2O

displaystyle H_2

4.

displaystyle SiH_4

displaystyle PCl_3

displaystyle PCl_5

1
2
3
4
26 )  ถ้า A , B , C , D เป้นธาตุที่มีเลขอะตอม 7 , 11 , 17 และ 20 ตามลำดับ สูตรของไอออนและสารประกอบไอออนิกในข้อใดถูก

ไอออนบวก

ไอออนลบ

สูตรสารประกอบไอออนิก

1.

displaystyle D^{2+}

displaystyle A^{3-}

displaystyle D_3A_2

2.

displaystyle C^{3+}

displaystyle B^{2-}

displaystyle C_2B_3

3.

displaystyle B^+

displaystyle A^-

displaystyle BA

4.

displaystyle A^+

displaystyle C^-

displaystyle AC

1
2
3
4
27 )  ข้อใดที่อะตอมกลาง มีจำนวนอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวเท่ากัน
displaystyle PCl_3 , BF_3
displaystyle H_2O , ClF_3
displaystyle H_2S , NH_3
displaystyle SO_2 , XeF_2
28 )  สารประกอบสองชนิดในข้อใดที่แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมีค่ามากที่สุด
displaystyle HF , CCl_4
displaystyle HCl , SiH_4
displaystyle CH_4 , PH_3
displaystyle NH_3 , HF
29 )  ตารางแสดงพลังงานพันธะเฉลี่ยในสารไฮโดรคาร์บอน

		ชนิดพันธะ		พลังงานพันธะ (kJ/mol)
		C - H 				413
		C - C				348
		C = C 				614
การสลายพันธะทั้งหมดในโพรพีน 1 โมล จะต้องใช้พลังงานมากกว่า หรือน้อยว่าการสลายพันธะใน โพรเพน 1 โมล เท่าใด
มากกว่า , 560 kJ
น้อยกว่า , 560 kJ
มากกว่า , 212 kJ
น้อยกว่า , 212 kJ
30 )  พิจารณาสมบัติของธาตุต่อไปนี้ เพื่อวางตำแหน่งในตารางที่กำหนดให้ A เป็นธาตุที่มี displaystyle IE_1 ต่ำสุดในตารางนี้ B เป็นธาตุที่มีขนาดเล็กที่สุดในตารางนี้ C เป็นธาตุที่เสถียรที่สุดในตารางนี้ D เป็นโลหะที่มีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูงที่สุดในตารางนี้ ธาตุเหล่านี้จะอยู่ในช่องหมายเลขใด ในตารางนี้
73842
1
2
3
4
31 )  กำหนดให้

ธาตุ

จุดหลอมเหลว (^0C)

จุดเดือด (^0C)

การนำไฟฟ้า

การละลายในน้ำ

ผลการทดสอบกับลิตมัส

A

98

880

นำ

ละลาย

แดง --> น้ำเงิน

B

649

1107

นำ

ละลาย

แดง --> น้ำเงิน

C

-101

-34.7

ไม่นำ

ละลาย

น้ำเงิน --> แดง

อาจสรุปได้ว่า ก. A และ B มีพลังงานไอออไนเซชันต่ำ ข. อิเล็กโทรเนกาติวิตีของ C มีค่าสูงกว่าของ A และ B ค. เกลือคลอไรด์ของ A และ B หลอมเหลวได้ง่าย ง. A และ B ทำปฏิกิริยากันรุนแรง แต่ไม่สามารถระบุสูตรของสารประกอบได้ ข้อสรุปใดถูก
(ก) เท่านั้น
(ก) และ (ข)
(ข) และ (ค)
(ข) และ (ง)
32 )  ถ้ายิงอนุภาคแอลฟาเข้าไปในนิวเคลียสของ displaystyle _{12}^{24}A จะให้ displaystyle _{13}^{28}B และ X ถ้ายิงอนุภาคแอลฟาเข้าไปในนิวเคลียสของ displaystyle _{4}^{9}D จะให้ displaystyle _{6}^{12}C และ Y ถ้ายิง displaystyle _{7}^{14}E ด้วย Z จะให้ displaystyle _{6}^{14}C และโปรตอน X , Y และ Z คืออนุภาคใดตามลำดับ
นิวตรอน , โพซิตรอน , รังสีแอลฟา
รังสีเบต้า , นิวตรอน , รังสีแอลฟา
โปรตอน , โพซิตรอน , นิวตรอน
โพซิตรอน , นิวตรอน , นิวตรอน
33 )  โลหะแทรนซิชันในข้อใดมีความแตกต่างของเลขออกซิเดชันมากที่สุด
displaystyle MnO_2 , KMnO_4
displaystyle K_2Cr_2O_7 , K_2CrO_4
displaystyle [Cu(NH_3)_4]Cl_2 , CuSO_4 . 5H_2O
displaystyle Co(NH_3)_4Cl_2 , K_4[Co(CN)_6]
34 )  นำสารละลาย displaystyle BaCl_2 6 mol/dm^3 มา displaystyle X cm^3 เติมน้ำลงไป displaystyle Y cm^3 ได้สารละลาย displaystyle BaCl_2 ที่มีความเข้มข้นลดลงเป็น displaystyle 0.25 mol/dm^3 มีปริมาตรรวม displaystyle 300 cm^3 ค่า x และ Y ในข้อใดถูก

displaystyle X    (cm^3)

displaystyle Y    (cm^3)>

1.

12.5

287.5

2.

25.0

275.0

3.

37.5

262.5

4.

50.0

250.0

1
2
3
4
35 )  กรดอินทรีย์ชนิดหนึ่งเป็นของเหลว มีความหนาแน่น displaystyle 2.0 g/cm^3 เมื่อละลายในน้ำได้ความเข้มข้นในหน่วยต่าง ๆ ดังนี้

	ก.  a โมแลล		ข.   b  โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร 
	ค.  x % โดยมวลต่อมวล	ง.   Y % โดยมวล่อปริมาตร
ถ้าความหนาแน่นของน้ำ displaystyle = 1 g/cm^3 การเปรียบเทียบค่า a , b , x , y ในข้อใดถูก
a > b : x > y
a < b : x > y
a > b : x < y
a < b : x < y
36 )  พิจารณาเทคนิคการหาจุดเดือด และเหตุผลต่อไปนี้

เทคนิค

เหตุผล

ก.

บรรจุสารตัวอย่างลงในหลอดทดลองขนาดเล็กซึ่งมีหลอดคะปิลลารีปลายปิดข้างหนึ่งคว่ำอยู่

ไม่อาจบรรจุของเหลวลงในหลอดคะปิลลารีได้ เนื่องจากในหลอดมีความดัน

ข.

ผูกหลอดทดลองติดกับเทอร์มอนิเตอร์

ถ้าผูกเทอร์มอนิเตอร์กับหลอดคะปิลลารี จะหลุด เพราะหลอดคะปิลลารีมีขนาดเล็ก

ค.

ให้ก้นหลอดทดลองกะเปาะเทอร์มอนิเตอร์อยู่ในระดับเดียวกัน

เพื่อให้อ่านอุณหภูมิของจุดเดือดได้ถูกต้อง

ง.

หยุดให้ความร้อนเมื่อมีฟองอากาศปุดออกจากหลอดคะปิลลารีเป็นสาย

ความดันไอภายในหลอดคะปิลลารีสูงกว่าความดันบรรยากาศ

เหตุผลข้อใดถูก
(ก) และ (ข)
(ข) และ (ค)
(ค) และ (ง)
(ก) , (ค) และ (ง)
37 )  สารชนิดหนึ่งประกอบด้วย P , N และ Cl โดยมี Cl 59.2% , P 28.8 % นำสารนี้มา 1.2 g ละลายในเบนซีน displaystyle 14.0 cm^3 จะได้สารละลายทีมีจุดเยือกแข็ง 4.03 C (เบนซีนมีจุดเยือกแข็ง = 5.48 C ความหนาแน่นdisplaystyle = 0.88 g/cm^3 และค่า displaystyle K_f = 5.12 C) สูตรโมเลกุลของสารประกอบนี้คือข้อใด
displaystyle PNCl_2
displaystyle P_3N_3Cl_6
displaystyle P_4N_4Cl_8
displaystyle (PNCl_2)_6
38 )  ละลาย displaystyle MCl_2 บริสุทธิ์หนัก 0.475 กรัมในน้ำ displaystyle 30.0 cm^3 เติม displaystyle AgNO_3 1.0 mol/dm^3 20.0 cm^2 เกิดตะกอน AgCl หนัก 1.435 กรัม หลังปฏิกิริยาสิ้นสุด ก. มี displaystyle Ag^+ เหลือในสารละลายผสม 0.01 mol ข. displaystyle [Ag^+] เหลือในสารละลายผสม displaystyle = 0.2 mol/dm^3 ค. มวลอะตอมของ M = 40 ง. displaystyle [M^{2+}] = 0.1 mol/dm^3 ข้อใดถูก
(ก) , (ข) และ (ค)
(ก) , (ข) และ (ง)
(ก) , (ค) และ (ง)
(ข) , (ค) และ (ง)
39 )  เมื่อนำสารละลาย displaystyle AgNO_3 1 mol/dm^3 จำนวน displaystyle 100 cm^3 มาเติมลงในสารละลาย displaystyle BaCl_2 1 mol/dm^3 จำนวน displaystyle 60 cm^3 เขย่าส่วนผสมเป็นเวลานาน จนคาดว่าปฏิกิริยาเกิดสมบูรณ์ แล้วกรองตะกอนที่เกิดขึ้นออกไป นำสารละลายที่กรองได้มาเติมกรดซัลฟิวริก displaystyle 1 mol/dm^3 จะต้องใช้กรดซัลฟิวริกอย่างน้อยกี่ลูกบาศก์เซนติเมตร จึงจะเกิดตะกอนสมบูรณ์
10
40
50
60
40 )  ที่อุณหภูมิและความเดียวกัน ก๊าซ displaystyle A 1.5 cm^3 ทำปฏิกิริยาพอดีกับก๊าซ displaystyle B 4.5 cm^3 ได้ก๊าซ displaystyle C 3.0 cm^3 ข้อใดถูก

สูตรเอมพิริกัลป์ของสาร C

ร้อยละของสาร A ในสาร C

ร้อยละของสาร B ในสาร C

1.

displaystyle A_3B

75

25

2.

displaystyle AB_3

25

75

3.

displaystyle A_3B

25

75

4.

displaystyle AB_3

75

25

1
2
3
4
41 )  x เป็นของแข็งสีขาวมีจุดหลอมเหลว 180 C มีค่า displaystyle K_f เป็น 40 C/mol/kg ถ้าสารละลายสาร y 0.64 กรัม ในสาร x 8.0 กรัม ได้สารละลายมีจุดเยือกแข็งเป็น 160 C มวลโมเลกุลของสาร y และความเข้มข้นของสารละลายเป็น mol/kg คือข้อใด
80 , 0.5
160 , 0.5
80 , 0.25
160 , 0.25
42 )  เผา displaystyle CaCO_3 60 g ที่อุณหภูมิสูง ได้ก๊าซหนัก 22 g และของแข็งที่เหลือทั้งหมดหนักเท่ากับ 38 g การสรุปในข้อใดถูก
displaystyle CaCO_3 เผาไหม้ไปน้อยกว่าร้อยละ 70 โดยมวล
ของแข็งที่ได้คิดเป็นร้อยละ 51 โดยมวลของของแข็งที่เหลือทั้งหมด 8
ของแข็งและก๊าซที่เกิดขึ้นมีอัตราส่วนโดยมวลเท่ากับ 1 : 1.1
สารที่เหลือทั้งหมดมีสารตั้งต้น : ของแข็งที่ได้โดยมวลเท่ากับ 1 : 2.
43 )  ปฏิกิริยา displaystyle A(aq) + B(aq) rightarrow C(aq) + D(aq) เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน ข้อใดผิด
ถ้าลดอุณหภูมิ อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะลดลง
ถ้าเติมตัวเร่งปฏิกิริยา อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้น
ถ้าเติม A อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้น
ถ้าเติม C อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะลดลง
44 )  ข้อสรุปเกี่ยวกับปฏิกิริยา A และปฏิกิริยา B จากกราฟนี้ ข้อใดถูกต้อง
73847
อัตราของปฏิกิริยา A เร็วกว่าอัตราของปฏิกิริยา B เพราะปฏิกิริยา A เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
อัตราของปฏิกิริยา B เร็วกว่าอัตราของปฏิกิริยา A เพราะปฏิกิริยา B เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
อัตราของปฏิกิริยา A เร็วกว่าอัตราของปฏิกิริยา B เพราะพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา A น้อยกว่าของปฏิกิริยา B
อัตราของปฏิกิริยา B เร็วกว่าอัตราของปฏิกิริยา A เพราะพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา B สูงกว่าของปฏิกิริยา A
45 )  ในการทดลองหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาระหว่างโลหะสังกะสีกับกรดไฮโดรคลอริกเจือจางที่อุณหภูมิห้อง 2 ครั้ง โดยใช้อุปกรณ์และสรละลายเหมือน ๆ กัน แต่บันทึกผลต่างกันดังนี้ การทดลองที่ 1 บันทึกเวลาที่ก๊าซเกิดขึ้นได้ปริมาตร 1 , 2 , 3 …. displaystyle cm^3 การทดลองที่ 2 บันทึกปริมาตรของก๊าซเมื่อปฏิกิริยาดำเนินไปได้ 0.5 , 1 , 1.5 , 2 , … นาที หลังจาก 10 นาที จึงหยุดการทดลอง แล้วคำนวณหาอัตราการเกิดปฏิกิริยา พิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก. อัตราการเกิดปฏิกิริยา ณ จุดแรกที่บันทึกผลทั้ง 2 การทดลองมีค่าไม่เท่ากัน ข. กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรของก๊าซกับเวลาที่ได้จากผลการทดลองทั้งสองมีลักษณะเหมือนกัน ค. เมื่อเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นเป็น 40 °C ปฏิกิริยาจะเกิดเร็วขึ้นประมาณ 2 เท่า ง. ก๊าซที่เกิดขึ้น จะเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วในช่วงต้น และจะเพิ่มอย่างช้า ๆ ในภายหลัง ข้อใดเป็นการสรุปผลการทดลองที่ผิด หรือไม่ใช่ ข้อสรุปจากการทดลองนี้
(ก) และ (ค)
(ค) และ (ง)
(ก) เท่านั้น
(ค) เท่านั้น
46 )  การทดลองหาอัตราการเกิดปฏิกิริยา displaystyle A + B rightarrow C + D เริ่มต้นด้วยสารละลาย A และ B เข้มข้น displaystyle 1 mol/dm^3 เท่ากันได้ผลดังนี้

การทดลองที่

ปริมาตร displaystyle A    (cm^3)

ปริมาตร displaystyle B    (cm^3)

ปริมาตรน้ำ displaystyle (cm^3)

อัตราการเกิดปฏิกิริยา

1

10

10

20

displaystyle R_1

2

20

10

10

displaystyle R_2    = R_1

3

10

20

10

displaystyle R_3    = 2R_1

4

20

20

0

displaystyle R_4    = 4R_1

5

5

5

30

displaystyle R_5 = frac{1}{2}R_1

ถ้าผลการทดลองที่ 1 ถูกต้อง การทดลองใดให้ผลผิดไปจากการทดลองอื่น ๆ
2
3
4
5
47 )  สารตั้งต้น A สลายตัวให้ผลิตภัณฑ์ P วัดความเข้มข้นของ A ที่เวลาต่าง ๆ ได้ผลดังแสดง

เวลา (s)

displaystyle [A]    (mol/dm^3)

0
100
200
300

2.0
1.0
0.5
0.25

ถ้าเริ่มต้นจาก displaystyle A 3.0 mol/dm^3 ให้สลายไปจนเหลือ displaystyle 1.5 mol/dm^3 จะใช้เวลานานกี่วินาที
50
100
150
200
48 )  จากปฏิกิริยาเคมีข้างล่างนี้
73850
สาร A และ B มีสูตรโครงสร้างดังข้อใด
73849
1
2
3
4
49 )  สารประกอบไฮโดรคาร์บอน 0.1 โมล เกิดปฏิกิริยาเผาไหม้อย่างสมบูรณ์กับก๊าซออกซิเจน ให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาตรที่ทำปฏิกิริยาพอดีกับสารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์ displaystyle [Ca(OH)_2] แล้วได้ตะกอนของแคลเซียมคาร์บอเนต displaystyle [CaCO_3] 40 กรัม ไฮโดรคาร์บอนชนิดนี้มีสูตรโมเลกุลดังข้อใด
displaystyle C_3H_6
displaystyle C_3H_8
displaystyle C_4H_8
displaystyle C_4H_{10}
50 )  สารประกอบไฮโดรคาร์บอน A มีสูตรโมเลกุล displaystyle C_8H_{12} เมื่อนำมาทำปฏิกิริยากับ displaystyle Br_2 ใน displaystyle CCl_4 พบว่าสาร A 5.4 กรัม ทำปฏิกิริยาพอดีกับสาร displaystyle Br_2 24 กรัม จากสูตรโครงสร้างที่เป็นไปได้ของ A
73859
ข้อใดถูก
(ก) และ (ข)
(ข) และ (ค)
(ค) และ (ง)
(ก) และ (ง)
51 )  เอสเทอร์ชนิดหนึ่ง เมื่อเผาไหม้ มีควันและเขม่า เมื่อนำมาไฮโดรไลส์ได้กรดที่มีสูตรโมเลกุล displaystyle C_7H_6O_3 กับแอลกอฮอล์ที่ประกอบด้วย C 37.5 % , H 12.5 % เอสเทอร์นี้ชื่ออะไร
เมทิลเฮกซาโนเอต
เอทิลเฮปทาโนเอต
เมทิลซาลิซิเลต
เอทิลซาลิซิเลต
52 )  ข้อใดใช้บอกความแตกต่างระหว่างสารต่อไปนี้
73861
ก. ปฏิกิริยากับ displaystyle Br_2/CCl_4 ข. ปฏิกิริยากับ displaystyle NaHCO_3 ค. ปฏิกิริยาแทนที่โลหะโซเดียม ง. ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสด้วย NaOH
(ก) และ (ข)
(ค) และ (ง)
(ก) และ (ค)
(ก) และ (ง)
53 )  นำสารประกอบ X มาทำปฏิกิริยา ก. สาร X 1 โมล ทำปฏิกิริยากับเมทานอล 1 โมล ให้สารมีสูตรโมเลกุล displaystyle C_8H_8O_3 ข. สาร X 1 โมล ทำปฏิกิริยากับโลหะโซเดียม 1 โมล ให้ก๊าซ displaystyle H_2 1 โมล ค. สาร X 1 โมล ทำปฏิกิริยากับสารละลาย displaystyle NaHCO_3 1 โมลให้ก๊าซ displaystyle CO_2 1 โมล X ควรมีสูตรโครงสร้างดังข้อใด
73867
73863
73864
73865
54 )  เมื่อนำสารละลายกรดอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีเนื้อกรด 0.15 g เติมลงในโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ displaystyle 56 cm^3 ที่ STP กรดนั้นอาจเป็นกรดใด
เมทาโนอิก
เอทาโนอิก
โพรพาโนอิก
บิวทาโนอิก
55 )  กำหนดให้
73868
จากตารางข้างต้นผลการทดลองที่ขาดหายไป คือข้อใด

 

1.

ไม่เปลี่ยนแปลง

ตะกอนแดง

ไม่เปลี่ยนแปลง

2.

ไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่เปลี่ยนแปลง

สีน้ำเงินเข้ม

3.

สีม่วงเข้ม

ไม่เปลี่ยนแปลง

สีน้ำเงินเข้ม

4.

สีม่วงเข้ม

ตะกอนแดง

ไม่เปลี่ยนแปลง

1
2
3
4
56 )  ผลการทดสอบสาร 3 ชนิด A , B , C ได้ข้อมูลดังตาราง

ชนิดของสาร

การเปลี่ยนแปลงเมื่อทดสอบกับ

สารละลายเบเนดิกต์

สารละลาย displaystyle I_2 ใน KI

สารละลาย NaOH ใน displaystyle CuSO_4

A

-

-

เกิดสารสีม่วง

B

-

เกิดสารสีน้ำเงิน

-

C

ตะกอนสีแดงอิฐ

-

-

ข้อใดถูก
สาร A ย่อยได้โดยเอนไซม์อะไมเลสได้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ตะกอนสีแดงอิฐ กับสารละลายเบเนดิกต์
สาร B หมักได้ด้วยยีสต์ได้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดสารสีน้ำเงินกับ displaystyle I_2 ใน KI
สาร C หมักได้ด้วยยีสต์ได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารติดไฟได้
สาร A และ B ย่อยได้โดยน้ำสับปะรด เกิดตะกอน
57 )  จะต้องใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์กี่มิลลิกรัม ในการไฮโดรไลส์ไขมันไตรสเตียริน จำนวน 1.0 กรัม
73869
0.13
1.34
13.4
134.8
58 )  ไขมันชนิดหนึ่งมีกรดไขมันเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ เมื่อต้มไขมันชนิดนี้กับโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ 0.56 กรัม ในน้ำ displaystyle 1 dm^3 จะได้เกลือโพแทสเซียมของกรดไขมันหนัก 3.37 กรัม สูตรโมเลกุลของกรดไขมันคือข้อใด
displaystyle C_{16}H_{31}COOH
displaystyle C_{15}H_{29}COOH
displaystyle C_{14}H_{27}COOH
displaystyle C_{12}H_{23}COOH
59 )  ข้อมูลจากกานำน้ำปริมาณ displaystyle 100 cm^3 จากแหล่งต่าง ๆ มาวิเคราะห์หาปริมาณออกซิเจนในน้ำ มีดังต่อไปนี้

ตัวอย่าง

ความเข้มข้น displaystyle Na_2S_2O_3    (mol/dm^3)

ปริมาตร displaystyle Na_2S_2O_3    (cm^3)

1

0.01

15

2

0.03

10

3

0.05

5

การเรียงลำดับปริมาณออกซิเจนในน้ำในข้อใดถูกต้อง
A > B > C
B > C > A
C > A > B
A > C > B
60 )  สิ่งที่แยกได้จากการกลั่นลำดับส่วนน้ำมันปิโตรเลียมมีสมบัติดังนี้
73875
การเรียงลำดับจำนวนคาร์บอนของสารจากน้อยไปหามากในข้อใดถูก
A B C D
B C D A
C A B D
D C B A
61 )  กำหนดข้อมูลสารเปรียบเทียบค่าในน้ำมันเชื้อเพลิงดังนี้ ก. displaystyle CH_3 CH_2 CH_2 CH_2 CH_2 CH_2 CH_3 ข. displaystyle C_{16}H_{34} , ซีเทน ค. displaystyle (C_{10}H_7)CH_3 , แอลฟาเมทิลแนฟทาลีน ง. 73877 สารที่ใช้เทียบค่าเลขออกเทนเป็น 100 และเลขซีเทนเป็น 0 ตามลำดับ คือสารในข้อใด
(ก) และ (ข)
(ง) และ (ค)
(ง) และ (ก)
(ข) และ (ค)
62 )  พอลิเมอร์ในตารางข้างล่างนี้ ได้จากมอนอเมอร์ต่าง ๆ และแสดงการนำไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
74137
ข้อมูลในข้อใดถูก
(ก) , (ข) และ (ค)
(ก) , (ค) และ (ง)
(ข) , (ค) และ (ง)
(ก) , (ข) และ (ง)
63 )  ปฏิกิริยา displaystyle NOCl(g) rightleftharpoons frac{1}{2}N_2(g) + frac{1}{2}O_2(g) + frac{1}{2}Cl_2(g) มีค่าคงที่สมดุล displaystyle K_1 สำหรับปฏิกิริยา displaystyle 2NOCl(g) rightleftharpoons N_2(g) + O_2(g) + Cl_2(g) มีค่าคงที่สมดุลเท่ากับข้อใด
displaystyle K_1
displaystyle (K_1)^2
displaystyle (K_1)^{frac{1}{2}}
displaystyle 2K_1
64 )  กำหนดปฏิกิริยาเคมีให้ดังนี้ displaystyle 2NO_2(g) rightleftharpoons N_2O_4(g) + 92 kJ ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องระหว่างค่าคงที่สมดุลกับอุณหภูมิ และคาคงที่สมดุลกับความดันคือข้อใด
74139
74140
74141
74142
65 )  การรบกวนภาวะสมดุลของปฏิกิริยาดูดความร้อน (180 kJ) displaystyle 2HCl(g) rightleftharpoons H_2(g) + Cl_2(g) โดยการเพิ่มอุณหภูมิ ควรจะได้ผลดังกราฟในข้อใด
74143
74144
74145
74146
66 )  เมื่อปฏิกิริยาอยู่ในสมดุล displaystyle 2A(g) + B(g) rightleftharpoons 2C(g) + พลังงาน วิธีใดบ้างที่จะเพิ่มปริมาณ C(g)

 

อุณหภูมิ

ความดัน

ปริมาณสาร

1.

ลด

เพิ่ม

เพิ่ม A

2.

เพิ่ม

ลด

ลด B

3.

เพิ่ม

ลด

คงเดิม

4.

เพิ่ม

คงที่

คงเดิม

1
2
3
4
67 )  กำหนดให้ปฏิกิริยา displaystyle H_2(g) + S(s) rightleftharpoons H_2S(g) ที่อุณหภูมิค่างหนึ่ง มีค่าคงที่สมดุลเท่ากับ displaystyle 5.0 times 10^{-2} ร้อยละของการแตกตัวของ displaystyle H_2S ที่อุณหภูมิดังกล่าวมีค่าเท่าใด
93.20
95.24
90.50
98.30
คำชี้แจง ข้อมูลใช้สำหรับข้อ 68 , 69

อินดิเคเตอร์

ช่วง pH ที่เปลี่ยนสี

สีที่เปลี่ยน

A

3.0 - 5.0

น้ำเงิน - แดง

B

3.5 - 4.5

แดง - เหลือง

C

4.0 - 5.5

เหลือง - น้ำเงิน

D

4.0 - 6.5

แดง - เหลือง

E

7.0 - 8.5

เหลือง - แดง

68 )  เมื่อแบ่งสารละลายตัวอย่างใส่หลอดทดลอง 5 หลอด หลอดละ displaystyle 3 cm^3 แล้วหยิบอินดิเคเตอร์ลงไปหลอดละชนิด จะได้ผลดังนี้

หลอดที่

อินดิเคเตอร์ที่ใช้

สีของสารละลาย

1

A

แดง

2

B

เหลือง

3

C

น้ำเงิน

4

D

ส้ม

5

E

เหลือง

จากผลการทดลอง pH ของสารละลายตัวอย่างคือข้อใด
ประมาณ 7
อยู่ระหว่าง 6.5 - 7.0
ประมาณ 5.5
ประมาณ 4.5
69 )  นำสารละลายกรด 3 ชนิด HX , HY และ HZ ที่เข้มข้นเท่ากันปริมาณ displaystyle 25 cm^3 มาไทเทรตทีละชนิดกับสารละลายมาตรฐาน displaystyle NaOH 0.1 mol/dm^3 จะได้กราฟไทเทรตดังรูป
74148
จากข้อมูล การสรุปในข้อใดผิด
displaystyle K_a ของกรด HX มีค่าต่ำสุด และในการไทเทรตต้องใช้อินดิเคเตอร์ E เท่านั้น
HX เป็นกรดที่อ่อนกว่า HY และ pH ที่จุดสมมูลของการไทเทรตกรด HX มีค่าสูงสุด
การไทเทรตกรด HZ สามารถใช้อินดิเคเตอร์ทั้ง A , B , C , D และ E
การไทเทรตกรด HY อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมคือ D และ E
70 )  พิจารณาสารละลายต่อไปนี้ A. displaystyle CH_3COOH 0.001 mol/dm^3 25.0 cm^3 Ka ของ displaystyle CH_3COOH = 2 times 10^{-5} B. displaystyle HNO_3 0.001 mol/dm^3 55.0 cm^3 มาผสมกับ displaystyle KOH 0.001 mol/dm^3 45.0 cm^3 C. displaystyle H_2SO_4 0.0001 mol/dm^3 10.00 cm^3 การเรียงลำดับ pH ในข้อใดถูกต้อง
A < B < C
B < A < C
C < A < B
A < C < B
71 )  คำชี้แจง กำหนดค่าคงที่สมดุลของสารต่าง ๆ ดังนี้ ก. displaystyle HCOOH K_a = 1.76 times 10^{-4} ข. displaystyle C_6H_5COOH K_a = 6.46 times 10^{-5} ค. displaystyle CH_3NH_2 K_b = 3.70 times 10^{-4} ง. displaystyle NH_4OH K_b = 1.77 times 10^{-4} ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
เมื่อทุกสารละลายมีความเข้มข้นเท่ากัน สารละลาย ก. จะมี pH ต่ำสุด สารละลาย ง. มี pH สูงสุด
displaystyle C_6H_5COOH เป็นกรดที่อ่อนกว่า HCOOH และ displaystyle NH_4OH เป็นเบสที่แก่กว่า displaystyle CH_3NH_2
สารละลาย ง. เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นแดง ขณะที่สารละลาย ค. ไม่เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสสีน้ำเงิน
หลังจากผสมสารละลาย ก. กับ ค. ด้วยความเข้มข้นและปริมาตรเท่ากัน สารละลายผสมสามารถเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นน้ำเงิน
72 )  กำหนดให้

สารละลาย

องค์ประกอบ

ความเข้มข้น displaystyle (mol/dm^3)

a

HA

0.01

b

HA

0.001

c

XOH

0.001

สารละลาย a มี pH 4 สารละลาย a และ c มีร้อยละการแตกตัวเท่ากัน พิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก. สารละลาย c มี pH = 10 ข. สารละลาย a แตกตัวได้ร้อยละ 1 ค. displaystyle K_a ของ HA เท่ากับ displaystyle K_b ของ XOH ง. displaystyle K_a ของ HA มีค่าประมาณ displaystyle 10^{-6} จ. สารละลาย b แตกตัวได้ประมาณ 3.2% ฉ. สารละลาย b มี pH = 5 ข้อใดถูก
(ก) , (ข) และ (ค)
(ข) , (ง) และ (จ)
(ค) , (จ) และ (ฉ)
(ง) , (จ) และ (ฉ)
73 )  การเปลี่ยนแปลง pH ในข้อใดถูก

 

สารละลายตั้งต้น displaystyle 100    cm^3

สารละลายที่เติม displaystyle 100    cm^3

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

1.

displaystyle HCl    1.0 times 10^{-2} mol/dm^3

น้ำกลั่น

pH เพิ่มเป็น 2 เท่า

2.

displaystyle HCl    0.3 mol/dm^3

displaystyle AgNO_3 0.1 mol/dm^3

pH เปลี่ยนเป็น 1

3.

displaystyle NaOH 1.5 times 10^{-2}    mol/dm^3

displaystyle HNO_3 0.5 times 10^{-2}    mol/dm^3

pH ลดลงเหลือ 12

4.

displaystyle Ba(OH)_2 1.0 times 10^{-2}    mol/dm^3

displaystyle HCl    2.0 times 10^{-2} mol/dm^3

pH ลดลงเหลือ 2

1
2
3
4
74 )  ข้อใดถูกต้อง
สารละลายของเกลือ NaCl เป็นกลางแต่สารละลายของเกลือ KCN และ displaystyle NH_4Cl เป็นเบส
สารละลายของเกลือ NaCl และ KCN เป๋นกลาง แต่สารละลายของ displaystyle NH_4Cl เป็นกรด
สารละลายของเกลือ NaCl เป็นกลางแต่สารละลายของ KCN เป็นกรดและสารละลายของ displaystyle NH_4Cl เป็นเบส
สารละลายของเกลือ NaCl เป็นกลางแต่สารละลายของ KCN เป็นเบส และสารละลายของ displaystyle NH_4Cl เป็นกรด
75 )  เมื่อไทเทรตสารละลายเกลือ NaA ซึ่งมี pH เริ่มต้นเท่ากับ 9 ปริมาตร displaystyle 10.0 cm^3 กับสารละลายกรด HCl ต้องใช้สารละลายกรด HCl เข้มข้น displaystyle 0.01 mol/dm^3 ปริมาตร displaystyle 20.0 cm^3 จึงจะทำให้เมทิลเรดเปลี่ยนสี ค่าคงที่สมดุล displaystyle (K_a) ของกรดอ่อน HA เป็นเท่าใด
displaystyle 5 times 10^{-9}
displaystyle 2 times 10^{-6}
displaystyle 2 times 10^{-9}
displaystyle 5 times 10^{-6}
76 )  กำหนดปฏิกิริยา ก. displaystyle HPO_{4}^{2-}(aq) + H_3O^+(aq) rightleftharpoons H_2PO_{4}^{-}(aq) + H_2O(l) ข. displaystyle H_2PO_{4}^{-}(aq) + OH^-(aq) rightleftharpoons HPO_{4}^{2-}(aq) + H_2O(l) ค. displaystyle HPO_{4}^{2-}(aq) + OH^-(aq) rightleftharpoons PO_{4}^{3-}(aq) + H_2O(l) ง. displaystyle H_2PO_{4}^{-}(aq) + H_3O^+(aq) rightleftharpoons H_3PO_4(aq) + H_2O(l) เมื่อเติมสารละลายกรดเจือจาง หรือเบสเจือจาง 2 หยุด ลงในสารละลายผสมที่มี displaystyle Na_2HPO_4 และ displaystyle NaH_2PO_4 ละลายอยู่ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นที่ทำให้ pH ของสารละลายไม่เปลี่ยนแปลงคือข้อใด
(ก) และ (ข)
(ก) และ (ค)
(ข) และ (ง)
(ค) และ (ง)
77 )  สารละลายผสมในข้อใดไม่เป็นบัฟเฟอร์
displaystyle NH_3 0.01 mol/dm^3 20 cm^3 กับ displaystyle HNO_3 0.01 mol/dm^3 10 cm^3
displaystyle NH_3 0.02 mol/dm^3 20 cm^3 กับ displaystyle HCl 0.04 mol/dm^3 10 cm^3
displaystyle CH_3COOH 0.03 mol/dm^3 20 cm^3 กับ displaystyle KOH 0.02 mol/dm^3 20 cm^3
displaystyle HF 0.04 mol/dm^3 20 cm^3 กับ displaystyle NaOH 0.04 mol/dm^3 10 cm^3
78 )  ในการแยกสารละลาย KI ด้วยไฟฟ้า พบว่าหลังการทดลองสารละลายที่ได้สามารถเปลี่ยนสีฟีนอลฟ์ทาลีนให้เป็นสีชมพูได้ ก๊าซที้เกิดขึ้นที่ขั้วลบมีสมบัติอย่างไร
มีสีเขียว
มีสีน้ำตาล
ติดไฟได้
ช่วยให้ไฟติด
79 )  เซลล์ไฟฟ้าเคมีเซลล์หนึ่งเขียนแผนภาพได้ดังนี้
74149
ขณะที่เซลล์ไฟฟ้านี้ทำงาน ข้อสรุปใดถูก
ขั้ว X เป็นแอโนด, ความเข้มข้นของ displaystyle Y^{2+} เพิ่มขึ้น
ขั้ว Y เกิดออกซิเดชัน , ศักย์ไฟฟ้าของขั้ว X สูงกว่าขั้ว Y
ขั้ว Y เป็นแคโทด , อิเล็กตรอนเคลื่อนที่ออกจากขั้วที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงกว่า
ขั้ว X มีศักย์ไฟฟ้าต่ำกว่าขั้ว Y , ครึ่งเซลล์ทางขวามือรับอิเล็กตรอน
80 )  จากรูปและค่า displaystyle E^0 ของครึ่งปฏิกิริยาที่กำหนดให้ชนิดของสารละลาย B และโลหะ A ควรเป็นไปตามข้อใดจึงจะทำให้โลหะ A มีน้ำหนักลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
74152
displaystyle Mg^{2+}(aq) + 2e^- rightleftharpoons Mg(s) , E^0 = -2.38 V displaystyle Fe^{2+}(aq) + 2e^- rightleftharpoons Fe(s) , E^0 = -0.44 V displaystyle Pb^{2+}(aq) + 2e^- rightleftharpoons Pb(s) , E^0 = -0.13 V displaystyle Cu^{2+}(aq) + 2e^- rightleftharpoons Cu(s) , E^0 = +0.34 V
displaystyle Mg(NO_3)_2(aq) , Cu
displaystyle FeSO_4(aq) , Pb
displaystyle Pb(NO_3)_2(aq) , Mg
displaystyle Pb(NO_3)_2(aq) , Cu
81 )  กำหนดเซลล์ 1 คือ displaystyle Sn l Sn^{2+} ll Cu^{2+} l Cu displaystyle E^0 เซลล์ = 0.48 V กำหนดเซลล์ 1 คือ displaystyle Mg l Mg^{2+} ll Sn^{2+} l Sn displaystyle E^0 เซลล์ = 2.23 V เมื่อนำครึ่งเซลล์ของ displaystyle Cu l Cu^{2+} มาต่อกับครึ่งเซลล์ของ displaystyle Mg l Mg^{2+} ข้อใดถูก
ขั้ว Cu เป็นแคโทด และ displaystyle E^0 เซลล์ = 2.71 V
ขั้ว Cu เป็นแคโทด และ displaystyle E^0 เซลล์ = 1.75 V
ขั้ว Mg เป็นแคโทด และ displaystyle E^0 เซลล์ = 2.71 V
ขั้ว Mg เป็นแคโทด และ displaystyle E^0 เซลล์ = 1.75 V
82 )  เมื่อจุ่มโลหะ A , B , C ลงในสารละลายที่มีไอออนทั้ง 3 ชนิด ได้ผลดังตาราง

โลหะที่จุ่ม

ไอออนในสารละลาย

มวลของโลหะที่จุ่ม

A

B+

เพิ่มขึ้น

B

C+

ไม่เปลี่ยนแปลง

C

A+

ไม่เปลี่ยนแปลง

การเรียงลำดับค่า displaystyle E^0 ข้อใดถูก
A > B > C
C > B > C
B > A > C
B > C > A
83 )  การป้องกันการผุกร่อนของอุโมงค์ หรือท่อเหล็กใต้ดิน กระทำได้โดยการต่อท่อเหล็ก (A) เข้ากับสารชนิดอื่น (B) ดังรูป
74154
ข้อความใดต่อไปนี้ผิด
โลหะ A เป็นตัวรีดิวซ์ที่ยากกว่า B
เมื่อเวลาผ่านไปมวลของ B อาจลดลง
A ทำหน้าที่เป็นขั้วลบ เกิดปฏิกิริยิรีดักชัน
B ให้อิเล็กตรอนได้ง่ายกว่า A , B จึงทำหน้าที่เป็นแอโนด
84 )  กำหนดค่า displaystyle E^0 ของครึ่งเซลล์ต่อไปนี้ displaystyle A(s) l A^{+}(aq) displaystyle E^0 = -0.14 V displaystyle B(s) l B^{+}(aq) displaystyle E^0 = -0.40 V displaystyle C(s) l C^{+}(aq) displaystyle E^0 = -0.74 V displaystyle D(s) l D^{+}(aq) displaystyle E^0 = -1.18 V เซลล์ในข้อใดมีความต่างศักย์สูงที่สุด
displaystyle D(s) l D^+(aq) ll C^+(aq) l C(s)
displaystyle B(s) l B^+(aq) ll A^+(aq) l A(s)
displaystyle C(s) l C^+(aq) ll B^+(aq) l B(s)
displaystyle D(s) l D^+(aq) ll A^+(aq) l A(s)
85 )  กำหนดค่า displaystyle E^0 ครึ่งเซลล์ displaystyle Al(s) l Al^{3+}(aq) displaystyle E^0 = -1.71 V displaystyle Ag(s) l Al^+(aq) displaystyle E^0 = +0.80 V ถ้าต้องการแสดงให้เห็นว่าช้อนอะลูมิเนียมสามารถเปี่ยนพื้นที่ผิวให้เป็นเงินได้จะต้องทำอย่างไรบ้าง ก. ขัดพื้นผิวให้สะอาดแล้วแช่ในสารละลาย displaystyle AgNO_3 ข. ขัดพื้นให้สะอาดแล้วแช่ในสารละลาย displaystyle AgNO_3 โดยมีแผ่นเงินอยู่ด้วยต่อให้ครบวงจรโดย ต่ออะลูมิเนียมกับขั้วบวก ต่อแผ่นเงินกับขั้วลบของถ่านไฟฉาย ค. ทำนองเดียวกันกับข้อ ข. แต่ต่อช้อนกับขั้วลบ ต่อแผ่นเงินกับขั้วบวกของถ่านไฟฉาย ง. ทำนองเดียวกันกับข้อ ข. แต่ต่อช้อนกับแผ่นเงินด้วยกันโดยไม่มีถ่านไฟฉาย ข้อใดถูก
(ก) และ (ข)
(ก) และ (ค)
(ข) และ (ง)
(ค) และ (ง)
86 )  ข้อใดผิด
การถลุงแร่เป็นกระบวนการรีดักชัน
การถลุงแร่ทำโดยใช้สารเคมีหรือไฟฟ้า
การถลุงแร่มีส่วนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก
การถลุงแร่เป็นกระบวนการที่เปลี่ยนสารประกอบอื่นให้อยู่ในรูปออกไซด์
ข้อมูลใช้ตอบคำถามข้อ 87-88 กำหนดลักษณะรูปเซลล์การเตรียม NaOH จากสารละลาย NaCl ที่อิ่มตัวและบริสุทธิ์
74155
87 )  ข้อใดที่ไม่ใช่หน้าที่ของปรอท
ช่วยรวมกับผลิตภัณฑ์เป็นอะมัลกัม
ช่วยให้สามารถแยกผลิตภัณฑ์บางชนิดออกจากเซลล์ได้ง่าย
ช่วยเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเตรียม NaOH
ช่วยป้องกันมิให้ผลิตภัณฑ์ทำปฏิกิริยากับก๊าซ displaystyle Cl_2
88 )  ถ้าโลหะแพลทินัม (Pt) เป็นขั้วไฟฟ้าแทนปรอท และตะปูเหล็ก ผลที่เกิดขึ้นควรเป็นอย่างไร
ปฏิกิริยาจะเกิดขึ้นเหมือนเดิม แต่จะไม่มี NaOH เกิดขึ้นเลย
ผลิตภัณฑ์บางชนิดที่เกิดขึ้นที่แคโทด จะทำปฏิกิริยากับน้ำทันที ยกเว้นก๊าซ
ทำให้ดกิดก๊าซ displaystyle Cl_2 ขึ้นที่แอโนด และเกิดก๊าซ displaystyle O_2 ที่แคโทด
ทำให้เกิดก๊าซ displaystyle Cl_2 และ displaystyle H_2 ขึ้นที่แคโทดและแอโนดตามลำดับ
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in2.0273 seconds !