![]() ภาพเมฆของยูเรนัส โดย มหาวิทยาลัย Wisconsin-Madison ขั้วใต้หันเข้าหาดวงอาทิตย ขั้วเหนืออยู่ในตำแหน่งประมาณที่ ๔ นาฬิกา นักดาราศาสตร์ต่างแปลกใจในภาพคมชัดของดาวเคราะห์ยูเรนัส โดยทีมดาราศาสตร์สองทีม จากมหาวิทยาลัย UC Berkeley และ มหาวิทยาลัย Wisconsin-Madison ที่ปรับปรุงเทคนิค Adaptive Optics ซึ่งช่วยลดการเบลอจากบรรยากาศโลก ด้วยคอมพิวเต้อร์ มาถ่ายภาพที่คมชัดที่สุดของดาวเคราะห์ยูเรนัส จากกล้องสังเกตุการณ์บนโลก Keck Observatory ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาไฟ Mauna Kea บนเกาะฮาวาย ซึ่งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง ๑๔.๐๐๐ ฟิต ภาพแรก จัดทำโดย มหาวิทยาลัย Wisconsin-Madison ด้วยภาพที่ถ่ายในวันที่ ๑๑-๑๒ กรกฎาคม ค.ศ. ๒๐๐๔ เป็นภาพประกอบจากภาพที่ได้มาจากการใช้เลนส์กรองแสงต่างๆกัน สามชนิด คือ ถ่ายภาพในรังสีอินฟราเรดใกล้ ขนาดความยาวคลื่น 1.26, 1.62, and 2.1 microns ตามลำดัีบ แล้วกำหนดสี ฟ้า เขียว แดง เพื่อแสดงภาพจากแต่ละขนาดคลื่น จะได้ดูออกว่า ส่วนไหนมีพลังงานเท่าไรเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ว่า มาจากแหล่งกำเนิดแสงที่ต่างกันอย่างไร ตามการกำหนดสีเช่นนี้ ทำให้บอกได้ว่า เมฆระดับสูงสุด จะมีสีฟ้า ระดับกลาง จะมีสีเขียว ระดับต่ำ จะเป็นสีฟ้าเข้ม ส่วนสีแดงในวงแหวนเกิดจากกระบวนการประกอบภาพออกมาได้เป็นอย่างนั้นเอง ภาพนี้ช่วยให้เรามองเห็นโครงสร้างของเมฆและบรรยากาศของ ดาวเคราะห์ยูเรนัส ซึ่งจะไม่สามารถมองเห็นได้ในแสงที่เรามองเห็นได้ด้วยตาเปล่า Dr. Lawrence Sromovsky หัวหน้าทีมงาน ม. วิสคอนซินกล่าวว่า สักยี่สิบปีก่อน เราคงไม่มีเทคนิคอะไรมาช่วยให้แยกแยะให้เห็นอะไรได้ชัดเจนอย่างนี้ ในดาวเคราะห์วงนอกของระบบสุริยะ ที่จริงแล้ว ภาพนี้ ให้รายละเอียดมากกว่า ภาพถ่ายจากยาน Voyager 2 ที่บินไปถ่ายจากของจริงมาเองเสียอีก ดร. Sromovsky กล่าวต่อไปว่า "เมฆเหล่านี้มีความหลากหลายมาก มีตั้งแต่ที่เป็นภาพเลือนๆ ไปจนถึงที่มีความคมชัดมาก และระบบที่ทำให้เกิดเมฆพวกนี้ ก็มีตั้งแต่พวกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก ไปจนถึงระบบที่มีความเสถียรคงตัวอยู่ได้หลายๆปี นอกจากนี้ก็ยังจับระบบพายุหมุนในแถบใกล้ขั้วโลกใต้ที่มีมาหลายๆปีแล้ว แล้วเคลื่อนตำแหน่งขึ้นลงตามละติจูดไปไม่เกิน ๕ องศาเท่านั้น อันเป็นปรากฏการณ์ที่เราไม่ได้คาดการณ์มาก่อน แต่การเคลื่อนที่ของกลุ่มเมฆขึ้นลงตามละติจูดอย่างนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอย่างไร เพียงแต่แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของเราที่ใช้คอมพิวเตอร์คำนวณออกมา ยังไม่ได้แสดงปรากฏการณ์นี้ให้เห็นเท่านั้น" ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ กลุ่มเมฆเรียงเป็นทางยาวถึง ๑๘,๐๐๐ ไมล์ ใกล้ขั้วโลกเหนือ(จุดขาวๆทางขวามือของดาวในภาพ) ซึ่งเป็นระบบที่ซับซ้อนมากที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นบนดาวเคราะห์ยูเรนัสมาก่อน แถมระบบเมฆนี้ ก็เลือนหายไปหมดไม่เหลือซาก ภายในเวลาเดือนเดียวเท่านั้น "ระบบเมฆซับซ้อนพวกนี้ ดูเหมือนจะเกิดขึ้นในซีกดาวด้านเหนือ แล้วเคลื่อนตัวเหนือขึ้นไป แสดงว่า มีการหมุนเวียนพลังงานเกิดขึ้นมาก และพลังงานเหล่านี้ก็กระจายสลายตัวไปอย่างรวดเร็วด้วย" ดร. Sromovsky เสริม ก่อนหน้านี้ เราไม่มีข้อมูลอะัไรมากเกี่ยวกับ ดาวเคราะห์ยูเรนัส ซึ่งได้ชื่อมาจากภาษากรีกว่า Ouranos ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าผู้ดูแลสรวงสวรรค์ ดาวยูเรนัส นอนตะแคงข้าง ซึ่งคงเป็นเพราะโดนชนมาก่อน เมื่อ ๑๘ ปีก่อน ในปี ค.ศ. ๑๙๘๖ ยาน Voyager 2 ส่งภาพถ่ายดาวยูเรนัสกลับมายังโลก เป็นภาพดาวดวงกลมๆสีฟ้า ที่ไม่มีรายละเอียดอะไร เพราะยานฯ บันทึกภาพในคลื่นที่ตาเรามองเห็น ในดาวเย็นๆอย่างยูเรนัสนั้น พลังงานน้อยเกินไปที่จะให้รายละเอียดอะไรในคลื่นแสงนั้นได้ และในตอนนั้น ดาวเคราะห์ยูเรนัส กำลังหันขั้วโลกใต้เข้าหาดวงอาทิตย์ ก็ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์โดยตรงทั้งวันทั้งคืน ในขณะที่ซีกดาวภาคเหนือ ไม่ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์เลย เวลาผ่านไป ๑๘ ปี ตอนนี้ แถบศูนย์สูตรของยูเรนัส กำลังหันเข้าหาดวงอาทิตย์ และดาวยูเรนัสจะหันเส้นศูนย์สูตรเข้าหาดวงอาทิตย์โดยตรง ในปี ๒๐๐๗ อันเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ทุกแห่งบนพื้นดาว จะได้รับแสงอาทิตย์เท่ากันทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ที่เราเรียกว่า Equinox นั่นเอง ทำให้ทั้งขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ จะได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์เท่าๆกัน จากข้อมูลของยาน Voyager เชื่อว่า เวลา ๑ วันบนดาวยูเรนัส จะเท่ากับ ๑๗ ชั่วโมง ๑๔ นาทีบนโลก และ ดาวเคราะห์ยูเรนัส โคจรรอบดวงอาทิตย์ภายในเวลา ๘๔ ปีตามเวลาบนโลก แถบเมฆบนดาวยูเรนัส สันนิษฐานว่า ประกอบด้วย ผลึกก๊าซมีเธน ที่ควบแน่นอยู่ในบรรยากาศของดาวยูเรนัส อันประกอบด้วย ก๊าซไฮโดรเจน และ ก๊าซฮีเลียม เป็นหลัก นักดาราศาสตร์ประเมินว่า ดาวยูเรนัส ประกอบด้วยแกนที่เป็นหิน แล้วหุ้มด้วยน้ำแข็ง แอมโมเนีย และมีเธน ในสภาพเป็นเกร็ดน้ำแข็งและของเหลวเล็กน้อย เหมือนน้ำแข็งไสที่เริ่มละลายบ้างแล้ว |