320 attosecond คือเวลาที่อิเล็กตรอนใช้เดินทางระหว่างสองอะตอม

โพสต์เมื่อ: 14:18 วันที่ 24 ก.ค. 2548         ชมแล้ว: 41,021 ตอบแล้ว: 2
วิชาการ >> กระทู้ >> วิทยาศาสตร์ >> ฟิสิกส์
12584 นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันและอิตาลีได้ใช้ห้วงคลื่นของรังสีเอ็กซ์จับเวลาการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนที่ย้ายจากอะตอมของซัลเฟอร์ไปยังอะตอมของผิวโลหะรูทเทเนียม และพบว่ามันใช้เวลา 320 attosecond (1 attosecond = 1×10 -18 วินาที) เท่านั้น

เพื่อที่จะได้ความรู้สึกว่า เวลาขนาด attosecond นี้สั้นเพียงไร อัตราส่วนของ 1 attosecond เมื่อเทียบกับหนึ่งวินาทีแล้ว จะเปรียบได้กับอัตราส่วนของเวลา 1 วินาทีเมื่อเทียบกับอายุของจักรวาล (14,000 ล้านปี) เลยทีเดียว !

วิลฟรายด์ เวิร์ท กับผู้ร่วมวิจัยของเขาที่ มหาวิทยาลัยฮัมเบอร์ก ได้ค้นพบวิธีที่จะติดตามเฝ้าดูกระบวนการที่ใช้เวลาสั้นๆขนาด attosecond ได้ โดยที่พวกเขาได้ใช้รังสีเอ็กซ์ยิงเข้าไปที่อะตอมซัลเฟอร์ ทำให้อิเล็กตรอนที่อยู่ในวงโคจรใกล้นิวเคลียส (core electron) ของซัลเฟอร์อะตอมมากที่สุดถูกกระตุ้นและมีพลังงานพอที่จะเคลื่อนที่ไปยังอะตอมของโลหะรูทเทอเรียม การโยกย้ายของอิเล็กตรอนนี้ก่อให้เกิดช่องว่างหรือ hole ที่มีประจุเสมือนเป็นบวกบนอะตอมของซัลเฟอร์ แล้วอิเล็กตรอนตัวอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงก็เคลื่อนเข้าไปแทนที่บนช่องว่างที่เกิดขึ้น เหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นต่อๆกันเป็นลูกโซ่พร้อมกับมีการคายพลังงานออกมาให้เห็นเป็นแถบสีให้นักฟิสิกส์ได้วัดและจับเวลา ผลของการวัดเวลาการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนครั้งนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature

ในอดีตที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้สามารถจับเวลาของกระบวนการที่เร็วกว่านี้ได้ อย่างเช่นการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนภายในอะตอมตัวเดียว โดยที่ อเล็กซานเดอร์ เฟือลิสช์ หนึ่งในกลุ่มนักวิจัยนี้ได้กล่าวว่า “อิเล็กตรอนของไฮโดรเจนใช้เวลาเพียง 150 attosecond เท่านั้น ในการวนรอบนิวเคลียสหนึ่งรอบ” แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เฝ้าสังเกตเห็น การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนระหว่างอะตอมต่างชนิดกันที่มีพันธะยึดเหนี่ยวกันอยู่ อเล็กซานเดอร์ยังกล่าวอีกว่า ในการเฝ้าสังเกตดูกระบวนการที่เกิดขึ้นนี้ จะมีส่วนช่วยในการนำไปประยุกต์เชิงเคมีมากกว่า การศึกษาที่ผ่านๆมา อย่างเช่นการนำไปสังเคราะห์สารตัวเร่ง (catalyst) ที่มีประสิทธิภาพ

ปีเตอร์ ไนท์ นักฟิสิกส์ของวิทยาลัยอิมพีเรียล หนึ่งในผู้ทดลองที่ใช้ห้วงคลื่นของแสงเลเซอร์ เป็นตัวเฝ้าดูกระบวนต่างๆของอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาต่างๆ เช่นกันได้กล่าวว่า “การสังเกตครั้งนี้ เหมือนกับการได้เห็นการภาพสดๆ ของกระบวนการสร้างองค์ประกอบเชิงเคมีเลยทีเดียว”

ความรู้เกี่ยวกับเวลาที่อิเล็กตรอนใช้ในการเดินทางระหว่างศูนย์กลางของอะตอมสองอะตอมนั้นสำคัญมากในการศึกษาวิจัยวิทยาศาสตร์สาขาอื่นๆ เช่นในการออกแบบองค์ประกอบของวัสดุในอนาคตเช่นนาโนอิเล็กทรอนิค (nanoelectronic) หรือโมเลกุลาอิเล็กทรอนิค (molecular electronic) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว เทคนิคที่ใช้นี้เมื่อนำมาประยุกต์เป็นการยิงรังสีเอ็กซ์ที่มีขั้ว (polarized X-rays) แทนรังสีเอ็กซ์ธรรมดา จะช่วยให้เราสามารถหาเวลาที่อิเล็กตรอน สปินขึ้น (spin up) และ สปินลง (spin down) ใช้ในการเดินทางผ่านวัสดุต่างๆได้ อันนำไปสู่การพัฒนา ควอนตัมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ “สปินทรอนิค” (spintronic) ได้อีกด้วย

“สปินทรอนิค” เป็นหลักการอิเล็กทรอนิคแบบใหม่ที่ไม่เพียงใช้ประจุอิเล็กตรอนเป็นพื้นฐานในการสร้างอุปกรณ์อย่างในอุปกรณ์เครื่องมืออิเล็กทรอนิคทั่วไป แต่จะนำ “สปิน” ของอิเล็กตรอนมาเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาด้วย


ฮิกส์แมน
ร่วมแบ่งปัน107 ครั้ง - ดาว 160 ดวง

จำนวน 1 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 24 ก.ค. 2548 (14:30)
ข้อมูลจาก

- http://www.physorg.com/news5334.html

- http://www.nature.com/news/2005/050718/full/050718-6.html



เอกสารของงานชิ้นนี้ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature

- http://www.nature.com/nature/journal/v436/n7049/abs/nature03833.html
ฮิกส์แมน
ร่วมแบ่งปัน107 ครั้ง - ดาว 160 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม