โครงงานคณิตศาสตร์

โพสต์เมื่อ: 17:09 วันที่ 23 ธ.ค. 2546         ชมแล้ว: 214,224 ตอบแล้ว: 577
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
อยากให้ครูช่วยเล่าถึงการดำเนินงานการให้นักเรียนทำโครงงานคณิตศาสตร์ในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์จริงๆ ครับ

เกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้างครับ


สุรัชน์(202.28.27.3,10.13.1.77,)

จำนวน 450 ความเห็น, หน้าที่ | 1| 2| -3- 4| 5|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 235 24 ต.ค. 2548 (23:16)
คุณเด็กประถม อยากให้ช่วยในเรื่องการทำโครงงานอย่างไรบ้างครับ
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 236 28 ต.ค. 2548 (12:23)
หนูก็อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าทำยังงัย

ถ้าใครรู้ตอบด้วยนะค่ะที่เบอร์เมล์

หนู หนูก็เป็นอีกคนค่ะ ที่ไม่เข้าใจ

ในโครงงานนี้
piynuch.pi@chaiyo.com (IP:203.151.140.121,203.113.61.106,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 237 28 ต.ค. 2548 (12:34)
ไม่เข้าใจตรงไหน อย่างไร

ถามเข้ามาได้ครับ



แต่อันดับแรกที่สำคัญที่สุดคือ



เราได้ลงมือคิด ลงมือค้นคว้าบ้างหรือยัง



คิดแล้วได้อะไร ค้นแล้วได้อะไร



ค่อยแวะกลับมาคุยกันต่อนะครับ
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 238 28 ต.ค. 2548 (23:46)
อยากให้พี่ช่วยหาโครงงานคณิตเรื่องสกุลเงินให้หน่อยอ่ะครับ และ วิธีทำด้วยน้ะครับ ท่าเป็นไปได้
นามข้านั้นจะบอกได้ก็หาไม่ (IP:58.147.22.82,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 239 29 ต.ค. 2548 (09:20)
สงสัยกันจัง

ถามกันจัง

ขยันตอบกันจัง

แนะนำเก่งจัง

แล้วก็ยังทำไม่ได้อยู่อีกนั่นแหละ เรื่องโครงงานนี่น่ะ



ถ้าเก่งจริงลองหาวิธีการที่จะทำให้เด็กสามารถเขียนโครงงานได้ มาดูซิ



"ต้องทำอย่างมีแบบแผน"....มีแผนอย่างไร ขอดูตัวอย่าง

"มีการทำเค้าโครง"....เค้าโครงคืออะไร ขอดูตัวอย่าง

"มีชื่อเรื่อง".....จะตั้งชื่อว่าอะไรดี....ขอดูตัวอย่าง

"มีความเป็นมาว่า ทำจึงทำเรื่องนี้ และเกี่ยวข้องกับอะไร อย่างไร

ต้องการให้ได้อะไร"....ขอดูตัวอย่าง



"มีวัตถุประสงค์"....ขอดูตัวอย่าง

มีการดำเนินการ....ทำให้ดูหน่อย

(มีผลการดำเนิน)....ขอดูตัวอย่าง

มีผลที่คาดว่าจะได้รับ....ขอดูตัวอย่าง

(มีการสรุปผล)...ขอดูตัวอย่าง



การทำโครงงานคณิต..เพื่อนๆในห้องยังไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่เลยครับ คุณครูสั่งอย่างเดียว ยกตัวอย่างเล็กน้อยแบบว่าครูก้อรู้แต่ทฤษฎี สั่งงานให้มีผลงานไปงั้น กระแสโครงงาน...มันทำให้คุณครูสั่งโครงงานเกือบทุกวิชาเลยครับ



"คุณเด็กประถม อยากให้ช่วยในเรื่องการทำโครงงานอย่างไรบ้างครับ "....การทำโครงงานคณิต ค่ะ.....ห้ามย้อนถามกลับ เพราะไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น บอกมาเลยว่า จะทำโครงงานคณิต ให้สำเร็จออกมาได้อย่างไร



หนูก็อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าทำยังงัย

ถ้าใครรู้ตอบด้วยนะค่ะที่เบอร์เมล์

หนู หนูก็เป็นอีกคนค่ะ ที่ไม่เข้าใจ

ในโครงงานนี้



"ไม่เข้าใจตรงไหน อย่างไร"...ไม่เข้าใจหมดเลย....ไม่เข้าใจแม้แต่จะตั้งคำถาม



"ถามเข้ามาได้ครับ".....แน่ใจแล้วหรือว่าจะมีน้ำใจมาบอก...แน่ใจแล้วหรือว่าบอกแล้วจะทำเป็นหรือทำได้



"แต่อันดับแรกที่สำคัญที่สุดคือ เราได้ลงมือคิด ลงมือค้นคว้าบ้างหรือยัง"....คิดอะไรคะ ค้นคว้าอะไรคะ ค้นคว้าจากไหนคะ ชื่อเรื่องที่ค้นคว้าคืออะไรคะ



"คิดแล้วได้อะไร"......ก็มันคิดไม่ออกนี่คะ ถ้าคิดออกก็ไม่ถาามหรอกค่ะ



" ค้นแล้วได้อะไร"....ยังไม่รู้เลยว่าจะค้นเรื่องอะไร แล้วมันจะไปได้อะไรล่ะคะ



"ค่อยแวะกลับมาคุยกันต่อนะครับ "......แวะมาแล้วจะเจอ และจะมีน้ำใจช่วยหรือค่ะ อ้อ และจะมีความสามารถในการช่วย ไ้ด้หรือคะ เก่งพอหรือคะ หรือว่้าเก่งแต่การแนะนำ เก่งแต่หลักการ เก่งแต่ทฤษฎี แนะนำไปแล้วหนูจะทำได้หรือคะ

------------------------



เด็กๆทั้งหลาย คิดอย่างนี้ใช่ไหมครับ



คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะดุ ด่าเด็ก แต่คุณดุด่าคนโพสต์ข้อคิืดเห็นนี้ได้
นามข้าก็ไม่บอกเหมือนกัน (IP:210.246.75.203,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 240 29 ต.ค. 2548 (16:53)
ทำโครงงานเรื่องการนำรูปเรขาคณิตมาวร้างเป็นภาพดีไหมค่ะ ช่วนแนนำทีค่ะ.....ขอบคุณค่ะ
ทำโครงงานอีกแล้ว (IP:203.113.67.168,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 241 30 ต.ค. 2548 (09:25)
ใครมีความรู้เรื่องนี้ โปรดช่วยน้องเขาด้วยครับ
ไม่ประสงค์จะบอกนาม (IP:210.246.74.108,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 242 30 ต.ค. 2548 (13:38)
เราอยากรู้
แบม (IP:203.156.42.53,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 243 30 ต.ค. 2548 (14:31)
อ.สุรัชน์ ครับ

ท่านบอกว่า

"อยากให้ครูช่วยเล่าถึงการดำเนินงานการให้นักเรียนทำโครงงานคณิตศาสตร์ในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์จริงๆ ครับ

เกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้างครับ"



ปัญหา ก้คือ ครูเองก็คิดไม่ออก ครับ

ถ้าจะมีเทวดามาสั่งให้ครูทำโครงงานคณิตศาสตร์ ครูก็คงจะกลุ้มพอๆกับเด็กนั่นแหละ



ท่านจะมีวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไรครับ (วิธีที่ครูแก้อยู่ก็คือ ไม่ให้เด็กทำโครงงาน)
ครูงงาน (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 244 31 ต.ค. 2548 (14:17)
สนุกดีมีประโยชน์ต่อผู้ที่ได้อ่าน
fang (IP:203.188.21.145,192.168.1.78,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 245 31 ต.ค. 2548 (14:55)
ครับ ในที่สุดก็มีคนแวะกลับเข้ามา

ต้องบอกว่าดีใจ และยินดีที่ได้รับฟังครับ



.......................................................



"ไม่เข้าใจตรงไหน อย่างไร"...ไม่เข้าใจหมดเลย....ไม่เข้าใจแม้แต่จะตั้งคำถาม



"ถามเข้ามาได้ครับ".....แน่ใจแล้วหรือว่าจะมีน้ำใจมาบอก...แน่ใจแล้วหรือว่าบอกแล้วจะทำเป็นหรือทำได้



"แต่อันดับแรกที่สำคัญที่สุดคือ เราได้ลงมือคิด ลงมือค้นคว้าบ้างหรือยัง"....คิดอะไรคะ ค้นคว้าอะไรคะ ค้นคว้าจากไหนคะ ชื่อเรื่องที่ค้นคว้าคืออะไรคะ



"คิดแล้วได้อะไร"......ก็มันคิดไม่ออกนี่คะ ถ้าคิดออกก็ไม่ถาามหรอกค่ะ



" ค้นแล้วได้อะไร"....ยังไม่รู้เลยว่าจะค้นเรื่องอะไร แล้วมันจะไปได้อะไรล่ะคะ



"ค่อยแวะกลับมาคุยกันต่อนะครับ "......แวะมาแล้วจะเจอ และจะมีน้ำใจช่วยหรือค่ะ อ้อ และจะมีความสามารถในการช่วย ไ้ด้หรือคะ เก่งพอหรือคะ หรือว่้าเก่งแต่การแนะนำ เก่งแต่หลักการ เก่งแต่ทฤษฎี แนะนำไปแล้วหนูจะทำได้หรือคะ





................................................





MG



นั่นคือชื่อนามแฝงของผมนะครับ



ผมเก่งมาจากไหน และจะช่วยได้จริงมั้ย



เป็นคำถามที่ดี





แต่ผมเองไม่เคยคิดที่จะตอบคำถามดังกล่าว



ผมใช้เวลาประมาณ ๔ ปี คลุกคลีกับการทำโครงงาน

๑ ในฐานะพี่เลี้ยง หรือที่ปรึกษา

๒ ในฐานะวิทยากรฝึกอบรมครูอีกทีหนึ่ง



ถ้าประสบการณ์ผมยังไม่เพียงพอ ผมก็ขออภัย





ผมขออนุญาตอย่างนี้นะครับ

คือ ผมเข้ามาช่วยแนะ ช่วยอะไรตรงนี้

นี้เป็นการช่วยเหลือกัน ด้วยความสมัครใจ



ผมเองไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการสั่งงานของครูที่โรงเรียน



แต่ผมค่อนข้างตระหนักดีว่า ปัญหาเกิดขึ้นอย่างไร





ที่ผมพยายามตอบ ก็ใช่ว่า จะบอกปัดนะครับ

แต่ผมเห็นคำถามมากมาย



ที่สื่อว่า ผู้ถาม คือตัวนักเรียน ยังไม่ได้ค้นอะไรดูก่อน







ผมไม่ค่อยเชื่อว่า ถ้าค้นแล้วไม่เจออะไร

ลองกลับไปค้นใหม่นะครับ

ถ้าค้น เราจะเจออะไรบางอย่าง ถึงจะน้อยก็ตาม





ปกติ ผมจะตอบค่อนข้างละเอียด

ถ้าผู้ถาม มีการค้นคว้ามาก่อน

และผมจะแนะได้ค่อนข้างมาก



ถ้าถามว่า ทำอย่างไร ขอหัวข้อหน่อย



ผมก็จะบอกว่า



๑ ให้กลับไปค้นดูก่อน

๒ หาให้ได้ว่าเราสนใจอะไร

๓ เรามีพื้นความรู้อะไร อยากจะทำอะไร



ถ้ายังไม่ทำ ๓ ข้อนี้ ผมก็แนะไม่ได้ครับ



แพทย์คนไหน ก็คงให้ยาผู้ป่วยไม่ได้

ถ้าไม่เล่าอาการ ว่าเป็นอะไร ให้เฉพาะเจาะจง



เพราะผมไม่สามารถเข้าไปตรวจอาการได้



แต่ละคน ต้องทำความรู้จักกับตัวเอง

ว่า เราเป็นอย่างไร ถนัดอะไร สนใจอะไร



แล้วเราจึงจะคุย จะแนะนำกันต่อได้ ใช่มั้ยครับ







ผมคงไม่พูดเกินไป

ผมช่วยได้มากครับ มากเกินที่จะคาดคิดด้วยซ้ำ

เพียงแต่ ต้องทำตามคำแนะนำผมบ้าง



คนป่วย ที่ไม่ทำตามที่หมอบอก ก็คงทราบนะครับว่าจะเป็นอย่างไร



ถึงผมไม่ใช่หมอ

ก็เพียงอยากให้เอาคำแนะนำของผม ไปลองทำดูบ้าง





ถ้าไม่ลองทำตามดูบ้าง

แล้วกลับมาโต้แย้งแบบนี้



ผมก็ อาจจะช่วยอะไรไม่ได้





ลองค้นดูก่อนนะครับ ผมพูดจริงๆ

แล้วมาเล่าให้ผมฟังว่า ค้นได้อะไรบ้าง



แล้วเราก็จะคุยกันต่อได้





ผมเคยบอกด้วยซ้ำว่า

จะให้ผมเป็นที่ปรึกษาพิเศษก็ได้

แจ้งความจำนงค์เข้ามา



แล้วเราก็จะทำไปด้วยกัน



แต่ต้องทำตามคำแนะนำผมอย่างเคร่งครัดทีเดียว



โอเค นะครับ







...................



เคยมีนักเรียน ร.ร. แห่งหนึ่ง

เข้ามาถามผม ด้วยตัวอย่างหัวข้อ

เกือบ ๑๐ หัวข้อ



ผมดีใจมาก ที่มีนักเรียนได้ค้นคว้ามาระดับหนึ่งอย่างดีมาก

และผมก็ช่วยแนะ ช่วยเขาวิเคราะห์ว่า น่าจะทำหัวข้อไหนดี



แล้วก็ให้เขาตัดสินใจเลือกเอง







..................





เอาอย่างนี้นะครับ ใครจะให้ช่วย ต้องแจ้งเจตนาให้ชัดเจน

แล้ว ผมก็จะแนะว่า จะต้องทำอะไรบ้าง



ที่สำคัญคือ ต้องทำ ต้องลงมือ ทำช่วยกัน :)
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 246 31 ต.ค. 2548 (14:58)
สาเหตุที่ผม มักจะไม่ให้ตัวอย่าง ก็คือ



ถ้าเราบอกว่า ไม่รู้อะไรเลย



เราก็จะ ไม่รู้อยู่ดีว่า ตัวอย่างนั้นๆ มันดี หรือไม่ดีอย่างไร







ตัวอย่างมีประโยชน์ ครับ



แต่ในสถานะการณ์ ที่ผมเห็นอยู่นี้

ผมมองว่า จะเป็นอันตราย และทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน







ผมสามารถช่วย พาทำไปได้ โดยไม่ต้องมีตัวอย่างครับ



ตัวเรา คือตัวอย่าง !
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 247 31 ต.ค. 2548 (15:32)
แพทย์กับครู มีลักษณะการทำงานไม่เหมือนกันนะครับ

แพทย์จัดยาให้ผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยเล่าอาการให้ฟัง

แต่ครูสอนนักเรียนจะต้องตั้งปัญหาขึ้นมาเองเพื่อตรวจสอบว่านักเรียนมีความรู้หรือไม่รู้เรื่องใดบ้าง แล้วจึงจัดยาหรือใส่ความรู้ให้

แพทย์ช่วยแก้ปัญหาเมื่อมีปัญหา

ครูช่วยดูแลให้เจริญเติบโต(ในด้านสติปัญญา) แม้จะมีหรือไม่มีปัญหา



จะคอยให้เด็กถามเสียก่อนแล้วจึงบอก ชาตินี้ไม่บอกหรอกครับ เพราะเด็ก(ไทย)_จะไม่ถาม
เจ้าเก่า (IP:202.142.216.26,192.168.5.4,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 248 31 ต.ค. 2548 (15:41)
ผมเพียงอยากให้นักเรียน เขามีทักษะการค้นคว้า

ให้ลองค้นดูก่อน



และเขาจะได้ฝึกตั้งคำถามเป็นด้วย



การค้นคว้า และการตั้งคำถาม



เป็นหัวใจของการทำโครงงาน



ถ้าไม่มี 2 อย่างนี้ ก็เป็นอันว่า ไม่ต้องทำกันเสียจะดีกว่า





แต่อย่าลืมนะครับ



การค้นค้วา การอ่าน

การตั้งคำถาม



เป็นทักษะที่สำคัญมาก



ต้องช่วยๆ กันฝึกครับ





และวิธีการที่ผมใช้ ก็คือ การฝึก

ให้ลองทำดูครับ



ผมเปรียบเทียบ กับ หมอ เพื่อให้เห็นภาพพจน์เท่านั้น

หาได้มีเจตนา จะให้เข้าใจคลาดเคลื่อนเป็นอย่างอื่น





ซึ่งว่า ไปแล้ว ก็น่าจะเทียบได้

เพียงแต่อาจจะฟังไม่เป็นธรรมชาติเท่านั้น



เพราะจริงๆ ไม่มีใครป่วย



เพียงแต่เราต้องการ ให้มีการฝึกทักษะ

ที่จะทำให้ การคิด การเรียนรู้ของเรา มีสุขภาพแข็งแรง
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 249 31 ต.ค. 2548 (15:48)
การที่เด็ก ไม่ได้ลงมือค้นคว้าก่อน



นี่ต่างหาก คือประเด็นสำคัญอันแรก



ผมอยากให้เขา ได้ลองอ่าน ลองค้นคว้าก่อน







ซึ่งสิ่งนี้ ต้องลงมือทำ



จะให้ผมบอกได้อย่างไร ในเมื่อเป็นสิ่งที่เขาต้องฝึกทำ



ผมค้นคว้าแทนเขาเองไม่ได้



ผมชอบ ผมอยากที่จะทำเรื่องนั้น เรื่องนี้ แทนเขาเองไม่ได้





คนที่จะทำ ต้องทำตรงนี้เอง





และจุดเริ่มต้น คือ การอ่าน การค้นคว้า





ได้อะไรบ้าง แล้วค่อยมาคุยกันต่อ







ผมถามว่า ครูที่ดี พี่เลี้ยง ที่ปรึกษาที่ดี

ต้องทำอย่างนี้ใช่หรือไม่



หรือต้องการให้ผมทำอย่างไร ?
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 250 31 ต.ค. 2548 (15:52)
ไม่ใช่เรื่องง่าย



แต่เราต้องช่วยกันให้เยาวชนของเรามีความแข็งแกร่ง



ด้วยการฝึกทำกิจกรรมที่ดี



การทำโครงงานเป็นกิจกรรมที่ดี



แต่แน่นอนว่า เรามีปัญหาในการเริ่มต้นมากพอสมควร





แต่ปัญหา คือ สิ่งที่เราต้องช่วยกัน

มองเห็นสภาพจริงของปัญหา



แล้วค่อยๆ ช่วยกัน คนละมือคนละไม้



ผมก็จะพยายามทำในส่วนของผมให้ได้มากที่สุด
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 251 1 พ.ย. 2548 (13:56)
ใครคิดว่าให้คำแนะนำกับเราได้นะ กำลังลำบากอยู่ (มากๆเลยละ) ใครพอมีเวลา และนำใจ ช่วยให้คำแนะนำด้วยเกี่ยวกับเรื่องการทำโครงงาน คณิตศาสตร์ ขอบคุณล่วงหน้า
zazabana@hotmail.com (IP:203.172.162.4,10.0.0.216,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 252 1 พ.ย. 2548 (16:57)
มีของมาให้ลองแล้ว คุณ MG

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 251 ไงล่ะ

ขอเชิญไสช้างออกมาลองของได้แล้วครับ
เจ้าเก่า (IP:202.142.218.121,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 253 1 พ.ย. 2548 (17:17)
การจะให้คำแนะนำได้



ต้องมีคำถามมาก่อนนะครับ



อยู่ดีๆ คงไม่มีใครที่จะช่วยแนะนำอะไรได้





และผมก็จะแนะนำจาก คำถาม



บางทีเราไม่จำเป็นต้องตอบคำถาม

แต่ต้องวิเคราะห์ คำถาม

ว่าจะแนะนำอย่างไร



ผมค่อนข้างผิดหวัง ที่ใครจะมาบอกว่า เป็นการลองของ



อยากให้เราช่วยกันนะครับ

ให้กำลังใจกัน ในการทำอะไรที่สร้างสรรค์



ขอบคุณครับ
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 254 2 พ.ย. 2548 (07:49)
ครับ

ก็ไม่เป็นไรครับ ก็ไม่ว่ากัน

บางคน จะต้องมีคำถามอย่างละเอียด จึงพูดออก

บางคน ถามสั้นๆ ก็อธิบายได้เป็นคุ้งเป็นแคว ซึ่งมีทั้งถูกใจและไม่ถูกใจคนถาม
เจ้าเก่า (IP:202.142.218.121,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 255 2 พ.ย. 2548 (12:35)
คือ เราคงจะเอา "ถูกใจ" คนถามไม่ได้ เสมอไปครับ



ถ้เราวิเคราะห์คำถาม เราจะเห็นว่า บางครั้งมีอะไรก่อนหน้าคำถามนั้นอีก



ทักษะการให้คำปรึกษา หรือ การตอบคำถาม

ที่สำคัญมากก็คือ



เราต้องย้อนพิจารณากลับไปว่า



ทำไมผู้ถามจึงถามเช่นนี้ ?







ถ้าผู้ถามสับสน หรือมีอะไรอย่างอื่น ที่เป็นมากกว่า การหาคำตอบ





เราตอบไปก็ไม่มีประโยชน์





ยกตัวอย่าง ถ้าเรานั่งฟังพระเทศน์ แบบหัวข้อรวมๆ ทั่วไป

มีคนนั่งฟังอยู่ 100 คน



ผมไม่แน่ใจว่า แต่ละคนจะได้อะไรบ้าง



แต่ถ้า มีคนหนึ่ง ที่กำลังประสบปัญหาชีวิต ตรงกับข้อธรรม ที่ท่านกำลังพูดให้ฟัง เขาก็อาจจะเป็นคนเดียวที่ได้ประโยชน์สูงสุด





ที่ผมบอกว่า ให้ไปลงมือค้นคว้าก่อน

นั่นคือหลักการทั่วไป



เมื่อค้น ก็จะพบอะไรบ้าง

รู้อะไรบ้าง สนใจอะไรบ้าง



ก็จะได้พูดในรายละเอียดได้





ตรงไปตรงมา และ เป็นไปตามสภาพจริงเช่นนั้น





( หลักการนี้ เป็นหลักการให้การปรึกษาที่ใช้ได้ทุกระดับ

ไปจนถึง การทำวิจัย ระดับ ป.เอก)
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 256 2 พ.ย. 2548 (14:35)
ผมไม่รู้เรื่องที่เขาทำกันในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก หรอกนะครับ



จาก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 251 ใจความว่า

ใครคิดว่าให้คำแนะนำกับเราได้นะ กำลังลำบากอยู่ (มากๆเลยละ) ใครพอมีเวลา และนำใจ ช่วยให้คำแนะนำด้วยเกี่ยวกับเรื่องการทำโครงงาน คณิตศาสตร์ ขอบคุณล่วงหน้า



(โดย: zazabana@hotmail.com)



ผมจะขอลองใช้วิธีการราคาถูกๆ เพื่อให้ผู้ถามสามารถเขียนโครงงานได้ ดูนะครับ จะสำเร็จหรือไม่ผมก็ไม่กล้ารับรองผล อยากจะให้ท่านผู้ผ่านมาพบช่วยวิจารณ์และแนะนำด้วยว่าวิธีการที่จะแนะนำให้ผู้ถามสามารถเขียนโครงงานได้นั้นจะทำอย่างไร

-------------------------------------------





น้อง zazabana ครับ



ก่อนอื่นน้องจะต้องเข้าไปสืบค้นหาความรู้ เรื่องการเขียนโครงงานก่อนนะครับ จาก...

ห้องสมุดของโรงเรียน

หอสมุดแห่งชาติ

อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ http://www.google.co.th พิมพ์คำว่า

การเขียนโครงงาน มีอยู่ประมาณ 5 หน้า



ให้ศึกษารูปแบบการเขียนโครงงานจากเว็บต่างๆหลายๆเว็บอ่านทำความเข้าใจทุกเรื่องอย่างละเอียด และลองหลับตานึกดูว่า ถ้าเราเขียนเองให้ได้รูปแบบอย่างนี้จะเขียนได้หรือไม่ ถ้าเขียนไม่ได้ จะติดขัดตรงไหน ให้ดูตัวอย่างหลายๆโครงงานหลายๆโครงงาน



จากนั้นให้พิมพ์ขอความเพื่อสืบค้นว่า "โครงงานคณิตศาสตร์" แล้วศึกษาตัวอย่างการเขียนโครงงานคณิตศาสตร์หลายๆ ตัวอย่างจนแน่ใจว่าจะเขียนเองได้ ถ้ายังเขียนไม่ได้ ให้ดูตัวอย่างอื่นๆอีก



ถ้ายังเขียนไม่เป็นหรือไม่สามารถเขียนได้ ให้บอกหรือถามมาอีกครั้ง ว่าเขียนหัวข้อใด ไม่เป็น

ลองเข้าไปดูตัวอย่างจากเว็บนี้ก็ได้

http://teacher.stjohn.ac.th/tgphakap/contentscience3.htm



ต่อไปนี้ เป็นบางเรื่องที่น่าทำเป็นโครงงาน



การนำรูปเรขาคณิตมาต่อกันหลายๆรูป เช่น รูปหลายเหลี่ยมต่อกันหลายรูป เป็นเส้นตรง หรือเป็นแผ่น



การหาความยาวของเส้นเชือกที่ขดเป็นวงจนเป็นแผ่นวงกลมที่ทราบรัศมี

(ทดลองและจดบันทึกข้อมูล จากตัวอย่าง หลายตัวอย่าง)



เรื่องที่เราจะเขียนเป็นโครงงานนั้นมีมากมายหลายเรื่อง ถ้าจะให้บอกอย่างละเอียดบางคนอาจจะคิดว่าเป็นการปิดทางก็ได้ เพราะบางคนก็ไม่ชอบที่จะทำตามความคิดของคนอื่น การคิดเอง ทำเอง เป็นความภูมิใจอย่างมาก



--------------------------



จากตัวอย่างโครงงานคณิตศาสตร์ที่มีผู้เขียนไว้แล้ว ถ้าเรามีแนวคิดใหม่ๆในการพัฒนาให้ดีกว่าเดิม ก็สามารถนำมาเขียนเป็นโครงงานใหม่ได้



มีปัญหาอะไร ถามมาอีกนะครับ
np (IP:202.57.149.51,127.0.0.1,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 257 2 พ.ย. 2548 (15:36)
ดิฉันสนใจ ศึกษา ความรู้เกี่ยวกับโครงงานคณิตศาสตร์มา 2 ปี มีโครงงานคณิตศาสตร์ที่ทำระดับ ม.ต้น ที่น่าสนใจ 1 โครงงาน อยากนำประกวดที่ใดก็ได้เพื่อเป็นการหาประสบการณ์ให้ทั้งตัวดิฉันเองและนักเรียน ท่านใดมีข่าวหรือสนใจโครงงานช่วยกรุณาส่งข่าวด้วยนะคะ
Hunt_Dreams@thaimail.com (IP:203.172.149.186,192.168.1.17,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 258 2 พ.ย. 2548 (16:26)
ขอบคุณ คุณ np มากครับ



ที่ให้ตัวอย่างการแนะนำ ที่ชัดเจน และเป็นรูปธรรมมากขึ้น





สังสัยว่า ผมอาจจะขออนุญาตคัดลอกไปใช้

ในอีกหลายๆที่ ในโอกาสต่อๆไป





หมายเหตุ :

(แต่ถ้าตัด ข้อความในประโยคแรกทิ้งไป ก็จะเป็นอะไรที่สะอาด

สวยงามมากครับ ...



คือเวลาที่ผมสื่อ ก็มักจะพยายามให้ตรงกับแต่ละคน

บางทีคง ไม่ถูกใจ และตรงใจทุกคน



ก็คงเป็นธรรมดา

ในเรื่องของการ "แขะ" กัน

ผมคงขอเอามาพิจารณา เป็นครังสุดท้าย(พยายาม)



คงต้องฝึก อุเบกขา ให้มากกว่านี้ )











อย่างไรก็ตาม ขอบคุณมากๆครับ

ช่วยๆ กันนะครับ
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 259 2 พ.ย. 2548 (16:45)
แต่ผมเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจอยู่ดีว่า



จะต่างจากการบอกว่า



" ให้ลองไปค้นคว้าดูก่อนนะ ค้นได้อะไร พบอะไรบ้าง

แล้วค่อยกลับมาคุยกันอีกที "



อย่างไรบ้าง





แน่นอน เราอาจจะมองในแง่ของความรู้สึก กำลังใจ



แต่ผมก็ยัง ตั้งข้อสงสัยอยู่ดีว่า ในเชิงคุณภาพจะแตกต่างกันอย่างไร



ถ้าเป็นนักเรียนมัธยม โดยเฉพาะมัธยมปลาย

ผมว่า คำแนะนำเช่นนั้นน่าจะโอเค



แต่ถ้าเป็นเด็กประถม ผมก็คงต้องยอมรับว่า

อาจจะเป็นคำแนะนำที่สั้น และตัดบทเกินไป





.............................................................



ทำดี นี่ ก็ทำยากเหมือนกัน

เพราะองค์ประกอบไม่ได้ครบทั้งสามส่วน

..............................................................





ครับ ประเด็นการทำโครงงานของเด็กประถม

เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากๆ



สภาพจริง ก็คือ ปัญหาเรื่องความพร้อมของเด็ก



ถ้าเอาความคิดเห็นส่วนตัว ผมว่า เราอาจจะยังไม่จำเป็นต้องให้ทำโครงงานในระดับประถม



แต่ถ้าให้ทำ น่าจะให้เรียกว่า เป็นกิจกรรมนอกชั้นเรียน

อะไรทำนองนั้น น่าจะสอดคล้องกับช่วงวัยมากกว่า
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 260 3 พ.ย. 2548 (12:51)
แต่ผมเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจอยู่ดีว่าจะต่างจากการบอกว่า

" ให้ลองไปค้นคว้าดูก่อนนะ ค้นได้อะไร พบอะไรบ้างแล้วค่อยกลับมาคุยกันอีกที "



ต่าง ครับ สังเกต จากตัวเอง เวลาครูสั่งงานมักจะไม่เข้าใจ ต้องถามเพื่อนแทบทุกครั้ง และก็ งง อยู่เหมือนกันว่า เพื่อนเข้าใจได้อย่างไร



ดังนั้น อาจจะมีเด็กบางคน ที่เป็นเหมือนผม คือไม่ทราบว่า จะไปค้นอะไร ที่ไหน อย่างไร (ถ้าไม่บอกละเอียด)



และสังเกตจากการที่มีการถามการตอบกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเป็นคำถามคล้ายของเดิม



เรื่อง "แขวะ" นั้นผมก็ไม่ชอบอยู่แล้ว และคิดว่าคงไม่มีใครชอบ

ถ้าไม่โดนก่อน
np (IP:202.142.218.121,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 261 3 พ.ย. 2548 (13:18)
โอเคครับ ....







ในส่วนที่บอกว่า สังเกตเห็นว่ามีการถามเช่นนี้กันอยู่เรื่อยๆ



ผมเชื่อว่า จะเป็นเช่นนี้อีกไปเรื่อยๆ เช่นกัน





...........................................................



คงต้องให้ช่วยกัน ช่วยแนะ ช่วยตอบอย่างสร้างสรรค์

ผมเองก็พยายามทำ มาโดยตลอด



ตอนนี้ ก็มีเสียงสะท้อนกลับมา

ก็คงจะพยายามทำให้ถูกใจ มากขึ้นตามแต่กรณี



ตามเวลา และศักภาพของตัวเอง ของแต่ละคน





แต่เดิมผมเข้าใจว่า กระทู้นี้ จะเน้นไปที่ครู

พอมีทั้งครู ทั้งนักเรียน และผู้สนใจโดยทั่วไป



เวลาเราเสนออะไร ก็คงทำให้คลาดเคลื่อนไปได้บ้าง





ยิ่งถ้า กลับย้อนๆ ขึ้นไปด้านบน



จะมีหลายข้อความ ที่กร้าวร้าว และไม่เหมาะสมมากๆ





ดีใจ ที่กระทู้นี้ยังประคองตัวเองไปเรื่อยๆ

ผมเอง ก็ พยายามเข้ามาเรื่อยๆ



เพราะเห็นว่าเป็สิ่งที่ควรจะทำ





มีกระทู้ในทำนองดียวกันนี้ ในส่วนของเด็กเอง

ที่ผมดูแลอยู่อีก 2 กระทู้





ถ้ามีหลายๆท่านเข้ามาช่วยกัน

ก็คงจะดีมากๆครับ







ครับ คำถามเช่นนี้ จะมีต่อไปอีกเรื่อยๆ แน่นอนครับ
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 262 3 พ.ย. 2548 (17:24)
ก็ขอชื่นชมที่คุณ MG มีนำใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นในทางที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังมีใจหนักแน่น มีคุณธรรม คือพรหมวิหาร 4 ซึ่งก็ทำให้ผมต้องสำนึกว่า เราได้ทำอะไรผิดไปบ้าง



สำหรับบาง คหพต. ที่คุณ MG เป็นการก้าวร้าว ก็ขอให้ถือเสียว่า เป็นสีสรร หรือเครื่องปรุงแต่งรสให้อร่อย ก็แล้วกันครับ
np (IP:202.57.149.51,127.0.0.1,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 263 3 พ.ย. 2548 (17:27)
ขอแก้คำผิด

สำหรับบาง คหพต. ที่คุณ MG เป็นการก้าวร้าว

แก้เป็น

สำหรับบาง คหพต. ที่คุณ MG คิดว่า เป็นการก้าวร้าว
np (IP:202.57.149.51,127.0.0.1,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 264 3 พ.ย. 2548 (18:23)
ขอแสดงความชื่นชมทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามาสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม



คำพูดคำจาอาจจะไม่รื่นรมย์บ้างในบางครั้ง



แต่ตระหนักใน เจตนาอันดีงาม ค่ะ
ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4150 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 265 4 พ.ย. 2548 (15:55)
ให้สร้างโครงงานให้เป็นระดับชั้นและแยกประเภทเป็นบทเรียนไป
ไม่มีใครรู้ (IP:58.8.91.19,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 266 4 พ.ย. 2548 (17:03)
เป็นแนวคิดที่ดีครับ



ในท้ายบทของสาระการเรียนทุกเรื่อง



ควรจะมี ตัวอย่างแนวคิดการทำ Project หรือ โครงงาน



นักเรียน จะได้ฝึกทำกันตั้งแต่ เป็นสาระง่ายๆ



จนให้เป็นเรื่องธรรมดา เป็นกิจกรรมปกติอันหนึ่ง



เหมือนๆ กับการทำแบบฝึกหัด
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 267 5 พ.ย. 2548 (00:59)
ครับ คำถามเช่นนี้ จะมีต่อไปอีกเรื่อยๆ แน่นอนครับ

-------------------------------------------------------

แต่ถ้าเป็นคำถามแบเดิม ซ้ำๆ ซากๆ ก็มองได้สามแง่ คือ

1. ผู้ถามไม่อ่านคำถาม คำตอบเดิมๆ

2. ผู้ถามโง่

3. ผู้ตอบ ตอบไม่กระจ่าง



แต่ถ้าเป็นคำถามที่ต่างออกไปหรือลงในรายละเอียด ก็เป็นเรื่องปกติ ครับ
np (IP:210.246.74.141,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 268 5 พ.ย. 2548 (11:41)
ถ้าเรามองในแง่ดี



ข้อ ๒ และ ข้อ ๓

ต้องเก็บไว้ในใจ บางอย่างเรารู้ว่าเป็นเช่นไร

แต่พอเราพูดออกมา ก็อาจเป็นเช่นกรณีของคุณทักษิณได้



ข้อ ๑ ค่อนข้างชัดเจน ว่าเป็นเหตุของหลายๆคำถามดังกล่าว



ข้อ ๒ จะฟังดูรุนแรงไปนิดหนึ่ง โดยเฉพาะสำหรับเด็กและน้องๆ





ความไม่รู้จะพึ่งใคร ก็เลยทำให้ถามออกมาเช่นนั้น

แต่ที่ผมวิเคราะห์ย้อนลึกเข้าไปอีก

ก็คือ การยังไม่ได้ลองพึ่งตนเอง ช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้น



ข้อ ๓ เป็นความจริง ตามสภาพจริงโดยธรรมชาติ

สิ่งที่เราถามตอบ สิ่งที่เราจะทำกัน

เป็นเรื่องเชิงคุณภาพ เป็นเรื่องของหลายๆคน

ที่แต่ละคนก็ต้องทำในส่วนของตัวเอง



ไม่ใช่การถามตอบคำถามที่ตรงไปตรงมา และมีคำตอบชัดเจน





ถ้าให้ผมพูดตรงๆ



คำถามที่น้องๆ เด็กนักเรียนถามกัน

เกี่ยวกับโครงงาน



จริงๆ เป็นคำถามที่ ครูที่สั่งทำโครงงาน

ต้องได้บอก ได้แนะได้อธิบายให้เข้าใจในเบื้องต้นแล้ว



ผมเองก็ไม่อยากเข้าไปทำบทบาทที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเด็กจริงๆ





แต่ถ้าหาก ปรากฏว่า ครูเองก็ได้อธิบายแนวทางบ้างแล้ว

แต่ก็ยังมีผู้เข้ามาถาม



ในลักษณะที่ให้บอกทุกอย่าง (จริงๆบอกไม่ได้)

หรือในลักษณะที่ ร้องขอเอาดื้อๆ

ขอหน่อย หรือทำให้ดูหน่อย



อันนี้เราต้องกลับไปที่ข้อ ๒ และต้องบอกว่า



ระบบการเรียนรู้ของเรา ไม่สามารถทำให้เขาเป็นคนที่จะฉลาด

รู้จักคิดเป็นได้



คือต้องคิดเป็น แล้วลงมือทำ



แต่ถ้าไม่ยอมลงมือทำ



ผมก็ไม่รู้ว่าจะช่วย จะแนะอย่างไร
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 269 6 พ.ย. 2548 (03:08)
โดยทั่วไป เราจะไม่พูดว่า ผู้ถามโง่ หรือเด็กโง่

แต่ที่ใช้คำคำนี้ใน คหพต. 267 นั้นเป็นการแสดงถึงมุมมองมุมหนึ่งของบางคน(ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นใคร)ที่อาจจะคิดเช่นนั้น



และต้องการที่จะให้แสดงการต่อต้านออกมาในทำนองที่ว่า เด็กโง่ หรือคนอธิบายไม่กระจ่างกันแน่



เด็กไม่เข้าใจ ก็ต้องหาวิธีการทำให้เข้าใจ

เด็กไม่สนใจ ก็ต้องหาวิธีการให้สนใจ

เด็กไม่ยอมลงมือทำ ก็ต้องหาวิธีการให้ลงมือทำ

เด็กไม่มาเรียนซ่อมเสริมและสอบแก้ตัว ก็ต้องตามตัวให้มาเรียนและสอบ

ถ้าปล่อยไว้โดยคิดว่า ช่างศีรษะมารดา เขา นักการศึกษาบอกว่าไม่ใช่วิธีการที่ถูก



ท่านบอกว่า ต้องสอนเด็กให้ผ่านทุกคน (อย่าสอนให้เด็กตก)

เป็นการยากที่ครูจะทำตามแนวคิดนั้นได้

แต่ครูก็บอกว่า "โอ๊ย ! สบายมาก"

เมื่อส่งผลการสอบ เด็กก็ผ่านทุกคน

แต่เมื่อขึ้นไปเรียนชั้นใหม่ ครูชั้นใหม่ก็บ่นว่า "ปล่อยให้ผ่านขึ้นมาได้ยังไง"
np (IP:210.246.67.86,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 270 7 พ.ย. 2548 (14:52)
ถ้ามองตามสภาพจริง ก็จะไม่มีอะไรต้องต่อต้านครับ หรือโต้แย้ง



แต่การกล่าวโทษบางส่วน หรือให้ความสำคัญบางส่วนมากกว่ากัน



อันนี้ ผิดธรรมชาติ และไม่เป็นไปตามสภาพจริง

และก็จะทำให้เกิดทุกข์ เกิดความไม่เข้าใจ





ผมเลือกที่จะมองตามสภาพจริง

และทำในบริบทที่เกี่ยวข้อง



ไม่อยากเผลอเลือกตามแนวคิด

ที่มักจะมองเพียงบางส่วน มองเป็นส่วนๆ

และที่สำคัญ ให้ความสำคัญของบางส่วน เหนือส่วนอื่นๆ



ผมเลือกที่จะแบกทุกข์ตามสภาพจริง ถ้าจำเป็น



มากกว่า ทุกข์ ที่เราไปกำหนด กฎเกณฑ์ขึ้นมาเอง

หรือ ไปรับแนวคิดมา แล้วต้องทำให้ได้เช่นนั้น



ทั้งๆที่ขัดกับสภาพจริง



ถ้าจำเป็น เด็ก ก็คงต้องตก หรือ ไม่ผ่านได้

ขึ้นอยู่กับระดับชั้น



ถ้าเป็นอุดมศึกษา ถ้าสามารถวิเคราะห์ได้อย่างมั่นใจว่า

นักเรียน ไม่ทำอะไรเลย ไม่มีความรับผิดชอบ

การให้ F ถือเป็นเรื่องปกติ



ถ้าเป็นเด็ก ประถม หรือ มัธยม



ก็ต้องวิเคราะห์ เงื่อนไขอื่นๆด้วย



แต่ก็ใช่ว่า จะลงมาที่ตัวครู ทั้งหมด



วิเคราะห์เห็นว่า ปัญหาเกิดจากอะไร ก็แก้ไขไปตามนั้น





แต่ต้องเปิดรับ เปิดใจกว้าง





แน่นอนครับ เด็ก คือผลผลิต ของครอบครัว ของโรงเรียน

และสังคม



อยากให้เรา ให้กำลังใจ ครูที่พยายามทำดี



ส่วนที่ จะเป็นส่วนของครูที่ต้องพัฒนา

ก็ควรต้องมีระบบการสะท้อน

การให้กำลังใจ การส่งเสริมกันมากๆขึ้น
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 271 7 พ.ย. 2548 (18:36)
ยากจัง

คิดหัวข้อออกแล้ว แต่พอไปเสนอ อาจารย์บอกว่ามีรุ่นพี่เคยทำมาก่อน อาจจะมีการเปรียบเทียบ ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อใหม่

ตอนนี้ก็ได้อีกหัวข้อนึง พอไปเสนออาจารย์บอกว่าเนื้อหาน้อยไป ต้องหามาเพิ่มเติม เฮ้อ...



ใช้ความพยายามในการหาวิธีเพิ่มเนื้อหาให้หัวข้อต่อไป...



ว่าแต่...



ทำไมข้อมูลมันหายากอย่างนี้เนี่ย !?
คนที่กำลังทำโครงงาน (IP:61.91.69.173,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 272 7 พ.ย. 2548 (20:04)
ลองเล่า รายละเอียด และแนวคิดของทั้งสองหัวข้อเรื่อง

ที่คุณ "คนที่กำลังทำโครงงาน"



กล่าวถึง ให้ฟังดูบ้าง ได้มั้ยครับ



เผื่อบางที ผมอาจจะช่วยแนะ ปรับ ขยับขยาย ให้น่าสนใจได้
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 273 8 พ.ย. 2548 (19:59)
ท่าน MG อย่าพึ่งท้อนะครับ วงการศึกษาก้อมี บัวเต่าถุย บ้างเป็น ..ทำมะดา... ท่านอาจจะเกาไม่ถูกที่คัน ก้อเป็นได้ ส่วนคนแขวะ เค้ายากได้ แบบที่เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง ว่างั้น ขอรับ

อัศวินม้าขาว คือ np ขอปรบมือให้ แม่พระของกกระถู้ ครูไผ่ ขอรับ ...... กวนประสาทที่สุด เจ้าเก่า ขอรับ......

สู้เขานะ MG
จิตจุติ (IP:203.172.200.210,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 274 10 พ.ย. 2548 (17:10)
ลิเวอร์พูล สุดยอด555
www.parin_max@thaimail.com (IP:203.209.117.33,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 275 12 พ.ย. 2548 (14:03)
ได้อ่านโพสของคุณ MGโพสบนกระดานเว็บแล้วก็ให้ข้อคิดดี ค่ะ

ดิฉันก็อยากให้ช่่วยเหลือเรื่องโครงงานคณิตศาสตร์เหมือนกัน คือคิดเรื่อง คิดทำแล้ว ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะทำต่ออย่างไร ขอคำแนะนำได้ไหมคะ



คือดิฉันทำโครงงานเรืื่่่อง เค้กหลากมิติ

เนื้อหาของโครงงานเป็นเกี่ยวกับการคำนวนหาปริมาตรของบล็อกเค้ก 1 ปอนด์ว่าจะมีกี่ลูกบาศก์ เซนติเมตร แล้วก็นำมาเข้าสูตรหาปริมาตรเพื่อนำมาทำเป็นรูปทรงต่าง ๆ กัน เช่น บล็อกเค้กทรงกรวย ทรงพีรมิด เป็นต้นค่ะ แต่ก็คิดได้แค่นี้

และมีปัญหาอยู่ที่ว่า เค้ก 1 ปอนด์ เนี่ยจะมีปริมาตร กี่ ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วจะทำโครงงานต่ออย่างไรดีให้เป็นโครงงานอย่างสมบูรณ์แบบ ค่ะ ขอความช่วยเหลือด้วยนะคะ ถ้าได้ก็จะขอขอบพระคุณเป็นอย่างมากค่ะ



ให้คะแนะนำมาได้ที่ yel_99l@hotmail.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ
yel_99l@hotmail.com (IP:203.151.140.115,203.113.51.5,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 276 13 พ.ย. 2548 (08:45)
มาแล้วครับ คำถามจะต้องมีมาเรื่อยๆ

มาแล้วครับ คำถามที่ท้่าทายความสามารถ

มาแล้วครับ จุดคันๆ ที่ชัดเจนที่จะให้เกา

กระทู้ที่มีความสำคัญนี้ ตกไปอยู่ข้างล่าง ดึงขึ้นมาให้แล้วครับ
เดาก็รู้ (IP:210.246.75.96,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 277 13 พ.ย. 2548 (23:19)
ได้อ่านโพสของคุณ MGโพสบนกระดานเว็บแล้วก็ให้ข้อคิดดี ค่ะ

ดิฉันก็อยากให้ช่่วยเหลือเรื่องโครงงานคณิตศาสตร์เหมือนกัน คือคิดเรื่อง คิดทำแล้ว ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะทำต่ออย่างไร ขอคำแนะนำได้ไหมคะ...............



ตกไปอยู่ข้างล่างอีกแล้ว และฉุดขึ้นมาให้แล้ว
เดาก็รู้ (IP:210.246.74.236,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 278 14 พ.ย. 2548 (13:35)
ช่วงนี้เป็นเทศกาล "แต่งงาน"



ผมเองก็แทบไม่มีเวลา แม้จะเตรียมงานสอนตัวเองด้วยซ้ำ



แต่ก็กลับมาแล้วครับ



ดีใจที่มีคำถามดีๆ แวะเข้ามาพูดคุยในกระทู้นี้



..........................................................



ผมขอวิเคราะห์ง่ายๆ ตรงไปตรงมานะครับ



คุณ เยล สนใจเกี่ยวกับการทำ เค้ก รูปทรงต่างๆ



โดยเน้นว่า เป็นเค้ก 1 ปอนด์



ซึ่งน่าจะเป็นน้ำหนัก



ทีนี้คุณเยล ก็มองไปที่ ปริมาตร ซึ่งขึ้นอยู่กับ รูปทรงของเค้ก





สรุปนะครับ ตอนนี้ องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องมี



1. น้ำหนักของเค้ก กำหนดว่าเป็น 1 ปอนด์



2. รูปแบบ หรือ รูปทรงของเค้ก ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น แผ่นวงกลมหนาๆ แต่เรา อาจจะลองทำรูปแบบอื่นๆ ด้วย เช่นเป็น โคน หรือ รูปกรวย ซึ่งฐาน อาจจะมีความหนา ด้วยอีกก็ได้



3. ปริมาตร



ผมเดาว่า 1. กับ 3. น่าจะไปด้วยกัน

ถ้าเรากำหนดน้ำหนัก ปริมาตรน่าจะถูกกำหนดด้วย

ถ้าหาก เนื้อเค้ก มีความร่วน หรือความแหน่นพอๆกัน





แต่ก็เป็นไปได้ ที่ปริมาตรอาจจะแตกต่างกัน ถ้าเราใช้รูปทรงต่างกัน



เพราะการอบ การเรียงตัวของเนื้อเค้ก อะไรต่างๆ อาจจะต่างกัน







ผมแนะนำว่า ลองตั้งสมมติฐานให้ชัดเจน

แล้วลองไปร้านเค้กสัก 2 - 3 ร้าน

แล้วถามข้อมูลจากคนทำเค้ก



ว่าเวลาเขาทำเค้ก 1 ปอนด์ หรือ 2 ปอนด์

เขากำหนดการทำอย่างไร





OK นะครับ ไม่ชัดเจนตรงไหน แวะกลับมาถาม มาคุยกันต่อได้ครับ
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 279 14 พ.ย. 2548 (17:57)
ตั้งใจทำมากเลยครับ อยากให้เด็ก ๆ ได้ทำโครงงานคณิตศาสตร์เป็น อยากให้เด็กได้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น แต่ยากจังเลย ไม่ท้อหรอก บางครั้งเด็กไม่มีปฏิกิริยาเท่าที่ควร 40 คน นั่งเงียบหมด เหมือนไม่มีความรู้สึก ก็มองดูตัวเอง พยายาม เช่น

1. ผึกนักเรียนตั้งคำถาม 40 คน ...ตั้งคำถามได้ 2 คน ก็ดีใจแล้ว

2. คัดเลือกคำถาม พอได้ครับ.... เพราะมีคนตั้งคำถามมาให้แล้ว

3. คาดเดาคำตอบ แจ๋วอยู่แล้ว...... มั่วมั่ง มีหลักเกณฑ์บ้าง

4. คิดหาวิธีการตรวจสอบคำตอบ .....ช้าหน่อย

วิธีการอย่างอื่น กำลังผึกนักเรียนอยู่ครับ ใครจะแนะนำเพิ่มเติมวิธีการที่ง่ายและไวที่สุด ที่จะให้นักเรียนได้เรียนแบบโครงงาน

ขอบคุณครับ

จากครูที่ไม่อยากอยู่กับ อปท.
pramoch.sri@chaiyo.com (IP:203.113.40.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 280 14 พ.ย. 2548 (18:59)
เป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ



ฝึกนักเรียน



ฝึกตัวเราเองไปด้วย



แต่...ครูคงต้องฝึกหนัก และทำการบ้าน เตรียมอะไรพอสมควร

ถ้าหากต้องการให้เด็กเรียนรู้ได้เร็วขึ้น



แต่การทำโครงงาน ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ครับ



การเริ่มจากการฝึกตั้งคำถามนั้นนับว่าเป็นวิธีการที่ใช้ได้แล้วครับ



แต่ถ้าหากมีอะไรช่วยประกอบ ช่วยกระตุ้น ช่วยยั่ว

ให้เขาได้ฝึกตั้งคำถามออกมาเอง มากๆขึ้นก็จะดีขึ้นเองเรื่อยๆ



พอตั้งปัญหา ตั้งคำถามได้

ก็ลองฝึกวิเคราะห์ปัญหา

ประเมินปัญหาว่า มีองค์ประกอบอะไร

น่าสนใจอย่างไร

จะต้องปรับเปลี่ยน



จะต้องค้นหาอะไรเพิ่มเติมหรือไม่





ขอให้กำลังใจเต็มที่ครับ

แล้วอย่าลืมแวะเข้ามาคุยกันบ่อยด้วยนะครับ
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 281 14 พ.ย. 2548 (19:03)
ปัญหาที่เกี่ยวกับเรขาคณิต



สามารถใช้รูปประกอบ การฝึกทักษะ



การคิด การสังเกต และการตั้งคำถามได้ครับ





บางทีเราก็ต้องสร้างรูปหลายๆรูปขึ้นมาเอง

ให้เขาฝึกมอง ฝึกเปรียบเทียบ



หรืออาจจะลองให้เขาวาดรูปในลักษณะรูปแบบต่างๆ



ซึ่งจะเป็นการฝึกทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ไปด้วยพร้อมๆกัน
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 282 15 พ.ย. 2548 (08:49)
ที่แนะนำหรือตอบคำถามไปแล้ว จะทำให้ผู้ถาม ทำโครงงานได้ไหมเนี่ยะ



ผมขอลองมั่งนะครับ



โครงงานคณิตศาสตร์

ชื่อโครงงาน ....

ระดับชั้น.....

ชื่อผู้ทำโครงงาน.....

1.....

2.....

3.....

วันเดือนปีที่จัดทำ.....

ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน.....

โรงเรียน...



บทคัดย่อ

ในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องรูปสามเหลี่ยม ซึ่งมีมุมภายในรวมกันเท่ากับ 180 องศา และรูปเหลี่ยมมีมุมภายในรวมกันเท่ากับ 360 องศา จึงเกิดข้อสงสัยว่าถ้าเป็นรูปห้าเหลี่ยม รูปหกเหลี่ยม รูปเจ็ดเหลี่ยม รูปแปดเหลี่ยม รูปเก้าเหลี่ยม และรูปสิบเหลี่ยม มุมภายในของรูปเหลี่ยมต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นครั้งละ 180 องศาหรือไม่ จึงได้ทำการทดลองออกแบบสร้างรูปเหลี่ยมต่าง ๆ แล้ววัดมุมภายในของรูปเหลี่ยมต่าง ๆ ผลจากการทดลองปรากฏว่า รูปห้าเหลี่ยมมีมุมภายในรวมกันเท่ากับ 720 องศา รูปเจ็ดเหลี่ยม มีมุมภายในรวมกันเท่ากับ 900 องศา รูปหกเหลี่ยมมีมุมภายในรวมกันเท่ากับ 1,080 องศา รูปเก้าเหลี่ยมมีมุมภายในรวมกันเท่ากับ 1,260 องศา และรูปสิบเหลี่ยมมีมุมภายในรวมกัน เท่ากับ 1,440 องศา

จากการทดลองทำโครงงานคณิตศาสตร์เรื่องหลายเหลี่ยม หลายมุม ทำให้ได้ข้อสรุปว่า รูปเหลี่ยมที่เพิ่มขึ้น 1 ด้าน จะมีขนาดของมุมภายในเพิ่มขึ้นครั้งละ 180 องศา และความสัมพันธ์ระหว่างด้านของรูปเหลี่ยมที่เพิ่มขึ้นกับขนาดของมุมภายในของรูปเหลี่ยมนั้น ๆ หาได้จาก ( n-2) x 180 องศา



ที่มาของโครงงาน



โครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง “หลายเหลี่ยม หลายมุม” เกิดขึ้นเนื่องจากการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องมุมภายในของรูปสามเหลี่ยมต่างๆ รวมกันจะเท่ากับ 180 องศา และมุมภายในของรูปสี่เหลี่ยมต่างๆ รวมกันจะเท่ากับ 360 องศา จากการตั้งข้อสังเกตว่ามุมภายในของรูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยมมีขนาดต่างกัน เท่ากับ 180 องศา ถ้าเป็นรูปห้าเหลี่ยมจะมีภายในต่างจากรูปสี่เหลี่ยม 180 องศา หรือไม่ คือจะมีมุมภายในเท่ากับมุมภายในของรูปสี่เหลี่ยมเพิ่มขึ้นอีก 180 องศา รวมเป็น 540 องศา หรือไม่ และรูปหกเหลี่ยม เจ็ดเหลี่ยม แปดเหลี่ยม เก้าเหลี่ยม และสิบเหลี่ยม จะมีมุมภายในรวมกันเพิ่มขึ้นครั้งละ 180 องศา ต่อการเพิ่มด้านของรูปเหลี่ยม 1 ด้าน ทุกครั้งจริงหรือไม่ จึงเป็นแรงกระตุ้นให้คณะผู้จัดทำโครงงานทั้งสามคนสนใจ ใคร่ศึกษาทดลองเพื่อหาข้อเท็จจริงถึงความสัมพันธ์ระหว่างด้านของรูปเหลี่ยมที่เพิ่มขึ้นกับมุมภายในของรูปเหลี่ยมนั้นๆ



จุดประสงค์การทำโครงงาน



เพื่อทดลองออกแบบสร้างรูปเหลี่ยมชนิดต่างๆ และศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างด้านของรูปเหลี่ยมที่เพิ่มขึ้นกับขนาดของมุมภายในของรูปเหลี่ยมนั้น ๆ



เนื้อหาคณิตศาสตร์



1.รูปสามเหลี่ยม

มุมภายในของรูปสามเหลี่ยม รวมกันได้สองมุมฉากหรือเท่ากับ 180 องศา

2.รูปสี่เหลี่ยม

มุมภายในของรูปสี่เหลี่ยม รวมกันได้เท่ากับ 360 องศา

3.รูปหลายเหลี่ยม

การหาขนาดของมุมภายในของรูปสามเหลี่ยมหาได้โดย แบ่งรูปหลายเหลี่ยมเป็นสามเหลี่ยมหลาย ๆ รูป



ขั้นตอนการดำเนินงาน



1.หามุมภายในรูปสามเหลี่ยม โดยวิธีทดลอง

2.หามุมภายในรูปสี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หกเหลี่ยม เจ็ดเหลี่ยม แปดเหลี่ยม เก้าเหลี่ยม สิบเหลี่ยม โดยอาศัยรูปสามเหลี่ยม

3.สังเกตผลจากข้อ 2 และสรุปผล



ผลการดำเนินงาน



สรุปการหาผลรวมของมุมภายในรูปหลายเหลี่ยมชนิดต่างๆ





























จำนวนเหลี่ยมจำนวนรูปสามเหลี่ยมที่แบ่งได้ผลรวมของมุมภายใน
สามเหลี่ยม11 x 180 = 180
สี่เหลี่ยม22 x 180 = 360
ห้าเหลี่ยม33 x 180 = 540
หกเหลี่ยม44 x 180 = 720
เจ็ดเหลี่ยม55 x 180 = 900
แปดเหลี่ยม66 x 180 = 1080
เก้าเหลี่ยม77 x 180 = 1260
สิบเหลี่ยม88 x 180 = 1440

(ครูไผ่มาแอบทำตารางให้ค่ะ)



จากการสังเกตพบว่า จำนวนรูปสามเหลี่ยมที่แบ่งได้จะมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนเหลี่ยมอยู่ 2 ดังนั้นผลบวกมุมภายในรูป n เหลี่ยม

จะได้ ( n – 2 ) x 180



สรุปและอภิปรายผล



การทำโครงงานคณิตศาสตร์เรื่อง “หลายเหลี่ยม หลายมุม” ทำให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างรูปเหลี่ยมชนิดต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประยุกต์ในการสร้างแบบ pattern ต่างๆ ได้ และเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างด้านของรูปเหลี่ยมที่เพิ่มขึ้นกับมุมภายในของรูปเหลี่ยมว่า รูปใด ๆ ก็ตามสามารถแบ่งเป็นสามเหลี่ยมย่อย ๆ ได้ ซึ่งก็จะได้ผลรวมของมุมภายในเท่ากับจำนวนรูปสามเหลี่ยมที่แบ่งได้คูณ 180 นอกจากนี้ยังทำให้ทราบว่ารูปเหลี่ยมใด ๆ ก็ตาม เมื่อแบ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมจะได้จำนวนของรูปสามเหลี่ยมน้อยกว่าจำนวนเหลี่ยมของรูปนั้นอยู่ 2 เสมอ ซึ่งสามรถทำให้สรุปเป็นสูตรในการคำนวณหามุมภายในของรูปเหลี่ยมใด ๆ ได้ คือ



มุมภายในรูป n เหลี่ยม = ( n-2) x 180

-------------------------------------------------



รายละเอียดนั้นคือตัวอย่างโครงงานเรื่องอื่นที่เขาทำไว้แล้ว คัดลอกมาจากhttp://www.neeracha.ac.th/other/math_pr.doc



เพื่อให้คุณ yel_99l@hotmail.com ศึกษา ดัดแปลง ปรับเปลี่ยน สร้างแนวคิดใหม่ สร้างงานใหม่ขึ้นมาเป็นของตัวเอง เรื่องที่คิดไว้แล้วถ้ามันอยู่ในวงแคบหรือมีข้อจำกัด ก็ปรับเปลี่ยน



ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่เคยทำโครงงานอะไรเลยในชีวิต และไม่ได้เป็นที่ปรึกษาด้านการเขียนโครงงาน และไม่เคยเป็นวิทยากรใดๆทั้งสิ้น

ดังนั้น ถ้าหากมีการแนะนำที่ผิดๆ จึงไม่จำเป็นต้องขออภัย

อ้อ ในตัวอย่าง มีบางตอนเขาแสดงด้วยตาราง แต่ผมก้อปมาทั้งดุ้น สร้างตารางในนี้ไม่เป็น
np (IP:202.142.216.93,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 283 15 พ.ย. 2548 (10:58)
ครับ ตัวอย่างข้างบนดังกล่าว



และอาจจะมีอีก 2 - 3 ตัวอย่างของโครงงาน



ซึ่งถ้าใช้ google หาก็จะเจอได้โดยง่าย



ผมก็คาดว่า ผู้ที่ลองค้นดูจะเจอตัวอย่างดังกล่าว







ผมขออนุญาต วิเคราะห์โครงงานดังกล่าวให้ดูนะครับ



จริงๆเรื่องมุมภายในรูปหลายเหลี่ยม ไม่ใช่เรื่องที่ยาก



ดังนั้นโครงงานนี้ จึงควรที่จะเป็นของนักเรียน ม.ต้น หรือในช่วงชั้นที่ต่ำลงไป



ผมคิดว่า นักเรียน ม.1 หรือ ม.2 น่าจะมีพื้นความรู้เพียงพอ

เกี่ยวกับเรขาคณิตพื้นฐานที่ใช้ในการทำโครงงานนี้



ดังนั้น การทำโครงงานในลักษณะนี้



ผมจะเรียกว่า "เป็นโครงงานเชิงกิจกรรมการเรียนรู้"



ซึ่งเป็นรูปแบบอย่างง่ายของการทำโครงงาน

และเหมาะสำหรับการเริ่มต้นฝึกทำโครงงาน

ฝึกทั้งครู และนักเรียน





ตัวอย่างที่คล้ายกัน ที่ผมพบเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

เป็นโครงงานเกี่ยวกับการหาจำนวนตัวประกอบของจำนวนนับต่างๆ เช่น 12 มี 1,2,3,4,6,12 เป็นตัวประกอบ มี 6 ตัวประกอบ



8 มี 1,2,4,8 มี 4 ตัวประกอบ

แล้วคณะผู้จัดทำก็ทำตารางแสดงผลจาก 1 ถึง 150

เป็นของเด็กม.2

ก็ดู OK และน่าสนใจดี



และก็เป็นโครงงานเชิงกิจกรรมการเรียนรู้



( ใช้โครงงานเป็นกิจกรรมให้เด็กได้ค้นพบความรู้เอง แต่ความรู้นั้นไม่จำเป็นต้องเป็นของใหม่ ขอเพียงว่าไม่ได้ปรากฎในแบบเรียน หรือไม่รู้กันโดยทั่วไป แล้วก็ให้มีการนำเสนอจากความเข้าใจของผู้จัดทำเอง)





ครับ ก็คงต้องเริ่มจากตัวอย่างง่ายๆ ให้ได้รู้ ได้เข้าใจ

ในขั้นตอน และรูปแบบการทำโครงงาน



( เรื่องขั้นตอน และรูปแบบ ผมมักจะไม่เน้นตรงนี้ เพราะจะเหมือนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ และค้นหาได้ไม่ยาก)





..........................................

ครับ ผมจะเป็นอะไรก็ช่าง

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมทำคือ



การทำความรู้จักกับโครงงาน

การฝึกทำโครงงาน

การเป็นพี่เลี้ยง

และฝึกเด็กไปแล้วหลายๆคน

และคงจะทำไปอีกตราบเท่ากว่าที่ผมจะเปลี่ยนงานใหม่



ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นตามสภาพจริง



เราจะให้เครดิตหรือไม่ อย่างไร

เป็นเรื่องของบุคคลที่มีข้อจำกัด



คนล้วนแตกต่างกันโดยธรรมชาติ

พื้นดินก็หาได้เรียบเท่ากันไม่



ก็หวังว่าทุกๆคนจะช่วยกัน

ทำให้เกิดสิ่งที่ดี ตามสภาวธรรมของแต่ละคน
MG (IP:202.12.97.119,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 284 15 พ.ย. 2548 (11:05)
ผมเคยเห็นปัญหามุมภายในของรูปหลายเหลี่ยม

เป็นโจทย์ข้อสอบของเด็กประถมของญี่ปุ่น



( ตอนที่ผมเข้าอบรมเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ศึกษา )





ไม่มีอะไรครับ ......

เพียงเป็นข้อมูลประกอบ
MG (IP:202.12.97.119,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 285 15 พ.ย. 2548 (14:10)
โครงงานนั้นเป็นโครงงานของเด็ก ป.ปลาย ครับ

ไม่ได้ต้องการที่จะถกกันเรื่องเนื้อหา แต่นำมาให้(ผู้ถาม)ดูเพื่อเป็นแนว เป็นตัวอย่าง เท่านั้น



การพูดถึงแต่ทฤษฎีหรือหลักการ มันน่าเบื่อ นำไปปฏิบัติได้ยาก



ถ้ามีตัวอย่าง ก็แทบจะไม่ต้องพูดอธิบายอะไรเลย



ผมไม่ได้เป็นครู ไม่ได้เป็นวิทยากร ไม่ได้เป็นพี่เลี้ยง ไม่เคยเขียนโครงงาน และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเขียนโครงงานหรอกครับ จึงไม่มีทฤษฎีหรือหลักการที่จะแนะนำ
np (IP:202.142.216.93,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 286 15 พ.ย. 2548 (15:37)
ทำโครงงานคณิตศาสตร์ควรทำโครงงานอะไรดี
it (IP:203.151.140.115,192.168.1.120, 203.113.61.4,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 287 15 พ.ย. 2548 (16:14)
ทำเรื่องที่เราสนใจ มีความถนัด หรือมีพื้นความรู้อยู่บ้าง



ลองอ่านลงมาจากด้านบน หรือค้นจากกระทู้ที่เกี่ยวข้องดูนะครับ
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 288 15 พ.ย. 2548 (16:23)
ในส่วนที่เกี่ยวกับ คหพต 285 ของคุณ np



"การพูดถึงแต่ทฤษฎีหรือหลักการ มันน่าเบื่อ นำไปปฏิบัติได้ยาก"



..........................................................



พอดีผมพูดจากประสบการณ์ การปฏิบัติ

จึงไม่ใช่หลักการที่เลื่อนลอย



สิ่งที่น่าเบื่อก็คือ การไม่เปิดรับฟังหลักการ

แล้วก็ไปเที่ยวจับอะไรนิดอะไรหน่อย

แล้วก็บอกว่านี่คือทั้งหมด นี่คือของจริง



ผมพร้อมจะถก อภิปรายทุกประเด็นครับ



เพราะผมมีฐานทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติ







การเลือกปฏิบัติตามใจชอบ แล้วบอกว่าการทำตามหลักการ

เป็นเรื่องยาก



อันนี้ผมว่าไม่ใช่วิสัยของนักปฏิบัติ







การดูตัวอย่าง โดยไม่มีความพร้อมที่จะวิเคราะห์

ก็เหมือนกับดาบสองคม







( ไม่เข้าใจว่า ทำไมผมต้องถูกทำให้กลับมาสู่วงจรของการ

แขวะกันอีกจนได้ ... )
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 289 15 พ.ย. 2548 (20:17)
คนอื่นอาจจะแขวะเราได้

แต่ไม่มีใครสามารถทำให้เราเป็นผู้แขวะได้ ถ้าเราไม่ยอมเป็นคนแขวะเอง
ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4150 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 290 16 พ.ย. 2548 (12:58)
ก็คงมีอยู่ 4 ทางเลือกนะครับ



1. อุเบกขาให้ถึงที่สุด และทำในสวนที่พึงทำ

2. แขวะคืนกลับไปบ้าง ตามสมควร

3. เกี่ยวข้องเฉพาะในส่วนที่จำเป็น ไม่ให้มีช่องทางที่จะเกิดการแขวะได้

4. ไม่ต้องเกี่ยวข้องเลย





คือ ถ้าได้ลองเกี่ยวข้องบ้างแล้ว 2 คงตัดออกไปได้ยาก

เพราะบางทีเราก็ต้องรักษาหรือดำรงหลักการที่ควรเอาไว้



4 ก็คงดี กลับมาดูมีเราให้มากขึ้น



ส่วน 1 กับ 3 คงต้องฝึกฝนอย่างนัก



ขอบคุณครูไผ่ครับ ที่ให้คำเตือนระวัง
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 291 16 พ.ย. 2548 (13:00)
พิมพ์ตกอีกแล้ว

..............................



" 4 ก็คงดี กลับมาดูที่เราให้มากขึ้น



ส่วน 1 กับ 3 คงต้องฝึกฝนอย่างหนัก "
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 292 16 พ.ย. 2548 (20:40)
อ่านจากเกือบทั้งหมด ค่อนข้างเห็นด้วยกับคุณ MG การทำงานอะไรสักอย่างควรศึกษาก่อนให้มาก และตัวอย่างก็สำคัญ แต่ต้องรู้หลักการแล้ว เป็นแนว ขอเป็นกำลังใจให้ต่อไป
sk (IP:203.153.171.14,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 293 16 พ.ย. 2548 (23:15)
หลักการและตัวอย่าง มันก็ต้องไปด้วยกัน

มีแต่หลักการ ไม่มีตัวอย่าง ก็เข้าใจยาก

มีแต่ตัวอย่าง แต่ไม่บอกหลักการ บางที่ก็สรุปประเด็็นได้ยาก



ในการนำไปใช้(สอน) บางคนสอนจากหลักการ ไปหาตัวอย่าง คือบอกหลักการก่อนแล้วสอนตัวอย่าง และให้ทำแบบฝึกหัด

ถ้าบอกหลักการไปแล้ว ยกตัวอย่างมาให้ดู และให้ทำเอง มันก็เกิดการเรียนรู้ได้ดี



ตัวอย่างเช่น การสอนเรื่องความดันบรรากาศ ก็บรรยายเรื่องของความดันบรรยากาศ ในหัวข้อนิยามหรือความหมาย สภาพการ ผลของความดันบรรยากาศ

แล้วก็ยกตัวอย่างปรากฎการณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับความดันบรรยากาศ





บางคนสอนตัวอย่างก่อน (เอาตัวอย่างมาให้ดู) แล้วให้ทำแบบฝึกหัด (ดัดแปลงเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่)โดยให้คิดค้นหาวิธีการเอาเอง เมื่อได้ตัวอย่างที่มากพอแล้วจึงให้ผู้เรียนหาข้อสรุปและตั้งเป็นหลักการเอง



ตัวอย่างเช่น

ให้ใช้หลอดดูดน้ำขวด

ให้ใช้หลอดกาแฟจุ่มลงไปในน้ำแล้วปิดรูด้านบนแล้วยกขึ้น

กรอกน้ำใส่ขวดให้เต็ม แล้วเทใส่แก้วโดยการคว่ำให้ตั้งตรง พอน้ำไหลลงไปได้ครึ่งแก้ว ก็จุ่มปากขวดลงในน้ำในแก้ว ให้สังเกตว่าน้ำในขวด ไหลลงมาหมดหรือไม่

(เด็ก ก็ยังไม่รู้เลยว่า ครูให้ทำไปทำไม)

ให้กรอกน้ำใส่สายยางให้เต็ม ปิดรูแล้วนำไปพาดกับราวแล้วปล่อยมือ ให้สังเกตว่าน้ำจะไหลออกทางไหน

ทำโดยวิธีเดียวกันอีก แต่ให้ปลายอีกข้างหนึ่งที่อยู่สูงว่าจุ่มลงในกระป๋องน้ำ

ให้ทำกาลักน้ำ

ให้สังเกตเครื่องให้น้ำไก่

ให้สังเกตตู้น้ำเย็น

ใช้หลอดการแฟ(ชนิดใส)สวมเข้ากับปากลูกโป่งแล้วรัดให้แน่นแล้วตัดก้นลูกโป่งนำไปครอบกับขันน้ำใช้หนังยางรัดให้แน่น หยอดน้ำลงในขันผ่านหลอดกาแฟจนระดับน้ำสูงขึ้นมาในหลอด แล้วใช้มือกดแผ่นลูกโป่งที่ปิดปากขัน พร้อมทั้งให้สังเกตระดับน้ำในหลอดกาแฟ

(ใช้อุปกรณ์หรือตัวอย่างอื่นๆอีก)

แล้วภิปรายเพื่อนำไปสู่้ข้อสรุปเกี่ยวกับหลักการของความดันบรรยากาศ



ในวิชาคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ "ตัวอย่าง" จะมีความสำคัญมากอย่างเห็นได้ชัด





ทำไมผมจึงพูดถึงตัวอย่างและหลักการ



ก็เรื่องโครงงานนี่แหละครับ ถามกันมาเยอะเหลือเกิน คนตอบก็อ้างแต่หลักการ บางคนก็เคยเป็นวิทยากรให้การอบรมครูในการสอนทำโครงงานมาแล้ว บางคนก็เคยเป็นพี่เลี้ยงในการทำโครงงานมาแล้ว อธิบายไปแล้ว ผู้ถามก็ยังทำโครงงานไม่ได้อยู่ดี บอกให้ไปอ่าน ไปศึกษาค้นคว้า แต่ไม่บอกแหล่งให้

ผมอ่านแล้วก็ทนไม่ไหว อยากจะลุยให้ดูทั้งๆที่ไม่มีความรู้เรื่องการทำโครงงาน



เรื่องการแขวะนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครับ ถ้ามองเห็นแผลที่สันหลัง บางครั้งมันก็ยั้งไม่อยู่ มีวิธีป้องกันคือพยายามปิดให้มิดชิดก็แล้วกัน อย่าให้อะไรมันโผล่ออกมาท้าทายก็แล้วกัน



ส่วนมาก การแขวะกันที่วงอื่น(ไม่ใช่วงเรา) นั้นเกิดจาก

1.มีคนไปแขวะเขาก่อน

2.พูดหรือทำอะไรผิดไว้

3.คุยโม้โอ้อวด

4.พูดหรือทำไม่เหมือนเดิม

5.พูดหรือคิดไม่เหมือนชาวบ้าน

6. เก่งเกินไป ไม่เจียมตัว

7. เป็นนิสัยดั้งเดิมติดตัวมาตั้งแต่ชาติก่อน





สำหรับการแขวะ ในวงของเรา มันมีความเป็นมาอย่างนี้นะครับ

เนื่องจากผม แสดงความคิดเห็นผิดไว้ (ตามข้อ 2) คือพูดลอยๆ ไม่มีหลักฐาน ไม่ได้ทำสถิติหรือวิจัย

คุณ Mg จึงแขวะว่าใช้ ตรรกศาสตร์ราคาถูกๆ

แล้วคุณ np ก็เก็บไว้ในใจและคอยหาโอกาสบ้าง ก็เท่านี้แหละ

-------------------------------------------------------------------



อย่างไรก็ตาม ผมชื่นชม ผมเคารพ นับถือ คุณ MG ด้วยใจจริง ที่ไม่โกรธ ไม่แสดงอารมรณ์โผงผาง ออกมา ยอมรับว่าคุณ MG มีคุณธรรมสูง เป็นปัญญาชนอย่างแท้จริง บางครั้ง มีอารมณ์ ก็แสดงออกมาอย่างสุภาพ



ขอคารวะด้วยใจจริงอีกครั้ง ครับ - ผม
np (IP:210.246.73.90,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 294 17 พ.ย. 2548 (07:46)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 290 ข้อ 4 เป็นการหนีปัญหา ไม่ใช่การแก้ไขปัญหา ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงใด ๆ

ควรแก้เป็น ข้อ 4 อย่าไปแขวะเขาก่อน จะทำให้สามารถพัฒนาสัมพันธภาพอันดีต่อกันได้อีกยาวนาน



ความเห็นที่ 293 คุณ np กำลังอธิบายการสอนแบบนิรนัย และอุปนัยค่ะ

เรียนรู้จากหลักการไปหาตัวอย่าง คือ นิรนัย

เรียนรู้จากตัวอย่างไปหาหลักการ คือ อุปนัย



เจ้าของทฤษฎีสังเกตและศึกษาปรากฏการณ์อย่างมากพอ แล้วสรุปเป็นหลักการ (ทฤษฎี) คือ อุปนัย



ถ้าครูจะสอนให้ครบวงจร ควรจะ อุปนัย >>นิรนัย>>อุปนัย>>นิรนัย>>...



คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่เห็นชัดที่สุด เมื่อสามารถสรุปหลักการจากตัวอย่างได้แล้วก็ต้องเอาหลักการนั้นไปใช้ในการแก้ปัญหาอย่างฉับไว เมื่อแก้ปัญหาโดยวิธีเดิมไปสักพักหนึ่ง ก็เกิดมองเห็นวิธีลัด หรือความเหมือนที่ทำให้ได้หลักการใหม่ต่อไปอีก



คุณ np สามารถยกตัวอย่างในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

ฝากให้คุณ np ยกตัวอย่างต่อค่ะ ดิฉันต้องรีบไปทำงานก่อน
ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4150 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 295 17 พ.ย. 2548 (12:57)
ครับ ขอน้อมรับผิดครับ



คิดว่า ที่ครูไผ่ พูดน่าจะตรงประเด็นมากที่สุด



"ไม่ควรไปแขวะใครก่อน" ทั้งที่เจตนา และไม่เจตนา



บางทีเราเองมองว่าไม่ได้เจตนา

แต่จริงๆ อารมณ์ความรู้สึก ของเรานั่นเองที่ทำให้เกิดขึ้นเช่นนั้น





ผมจำได้ว่า ผมก็เคยแขวะครูไผ่แรงๆ เหมือนกัน

แต่ครูไผ่ ไม่เคยใช้อารมณ์รุนแรงตอบโต้

( ก็อาจจะมีบ้างนิดหน่อย )



อีกอย่างที่ปรากฏค่อนข้างชัดเจน

ครูไผ่ เป็นคนที่มีทักษะทางคณิตศาสตร์ดีมากครับ



บางครั้งผมตอบอะไรที่ขาดๆด้วนๆเกี่ยวกับปัญหาคณิตศาสตร์

ก็มักจะมีคำตอบที่ชัดเจน มีรูป มีคำอธิบาย จากครูไผ่



ก็รู้สึกอบอุ่นครับ



ในช่วง 2 ปีที่ผมแวะเวียนเข้ามา

รู้สึกว่าได้รู้จักกัลยาณมิตรที่ดีหลายท่าน



กำลังใจ ความรู้สึกที่ดี

น่าจะเป็นส่วนสำคัญ ที่นำให้หลายท่านๆ

แวะเวียนเข้ามา พูดคุย ให้คำแนะนำ



เพื่อเป็นสื่อกลางการเรียนรู้ ของสังคมการเรียนรู้แบบ IT
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 296 17 พ.ย. 2548 (16:16)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3



ฝรั่งเขาสอนอย่างนี้

เอาน้ำมาแยกด้วยกระแสไฟฟ้าให้เด็กเห็นหรือให้เด็กทำ เก็บกาซไว้ในหลอดทดสอบ แล้วก็นำไปทดสอบโดยใช้ไฟจุด หลอดหนึ่งติดไฟพรึบ อีกหลอดหนึ่งไฟลุกโพลง ให้เด็กสังเกตที่ข้าหลอดว่าเห็นอะไรหรือไม่ แล้วก็บอกเด็กว่า This is Hydrogen

ชูอีกหลอดหนึ่งขึ้น This is Oxygen ต่อจากนั้นนำกาซที่เตรียมได้มาใหม่อีก(ปิดปากหลอดไว้)ใช้ถุงผ้าหนาๆ หุ้มหลอดแต่ละหลอด(ขนาดเล็ก)ที่บรรจุก๊าซไว้และนำหลอดทั้งสองมาประกบปากกัน นำไปเผยอปากหลอดทั้งสองออกใส่เปลวไฟ เกิดเสียงดังเป๊าะ(เพราะหลอดมีขนาดเล็ก) ให้เด็กสังเกตสิ่งที่อยู่ข้างหลอด ซักถามกันจนสรุปได้ว่าสิ่งที่ติดอยู่ข้างหลอดคือหยดน้ำซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างก๊าซทั้งสอง และสรุปอีกครั้งว่าน้ำประกอบด้วย.....และ.....

การสอนของฝรั่ง คล้าย ๆ อย่างนี้แหละ



การสอนของไทยสอนอย่างนี้

"จงเขียนตามคำบอก"

น้ำประกอบด้วยอะตอมของออกซิเจนและไฮโดรจในอัตราส่วน 2 : 1 โดยปริมาตรหรือ 1 : 8 โดยน้ำหนัก

สมบติของออกซิเจน .คือ......

สมบัติของไฮโดรเจน คือ.....

"แล้วให้ไปท่องมาให้ได้นะ ต้องเตรียมพร้อมที่จะสอบตลอดเวลา จะสอบวันไหนจะไม่บอกล่วงหน้า อย่าขาดเรียนก็แล้วกัน ไปละ คาบหน้าพบกันใหม่ สวัสดีจ้ะ"



จะเห็นได้ว่าวิธีการของไทยใช้เวลาน้อยและง่ายกว่าเด็กสามารถที่ใช้เวลาไปศึกษาเรื่องอื่นได้มากมาย



ต่อมาไทยก็เอาอย่างฝรั่งบ้างโดยการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาจัดการฝึกอบรมให้ครู อบรมไปแล้วครูก็นำวิธีการไปใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง ขี้เกียจเตรียมสื่อเตรียมอุปกรณ์ ครูก็ใช้แลบแห้งบ้าง ในระยะหลังๆ ไม่ค่อยใช้กัน เพราะอ่านให้เข้าใจ ท่องจำให้ได้ มีเวลาที่จะไปฝึกฝนค้นคว้าเรื่องอื่น ๆ ได้อีกมากและ เอ็นติดมากกว่า





วันที่ 17 ส.ค. 2545 - 13:49:22

โดย: Yai [IP: 203.146.122.119]





คัดลอกมาจากกระทู้ การเรียนวิทย์ของเด้กกไทย กับ ต่างประเทศ
np (IP:202.142.219.80,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 297 17 พ.ย. 2548 (16:18)
เจอลูกยุ จะเผลอออกนอกประเด็นไปเสียแล้ว
np (IP:202.142.219.80,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 298 17 พ.ย. 2548 (17:10)
ผมว่า ฝรั่งเขาอาจจะมีความพร้อมเรื่องอุปกรณ์

ตัวอย่างการจัดกิจกรรม



แล้วก็การสั่งสมการเรียยแบบเห็นจริง ปฏิบัติจริง



คือ ครูคนที่สอน ก็ได้เรียนมาแบบเห็นจริง



พอมาสอน ก็ใช้วิธีการนี้ และพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ



แล้วก็พบว่า เด็กสนุก ทำให้ห้องเรียนมีชีวิต





และเด็กๆ ของเขาก็คงไม่มีแรงกดดัน บีบคั้นเรื่องการสอบ



หรือการเอ็นทรานซ์





ว่าไปแล้ว เราก็เรียนวิทยาศาสตร์ ตามหลังเขา

มันก็คงห่างไกลกันหลายช่วงตัวอยู่



แต่ถ้าจะลองเทียบกับ เวียดนาม สิงคโปร์



ผมว่า สงสัยเราก็คงจะห่างไกลอยู่น่าดูเหมือนกัน ?
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 299 20 พ.ย. 2548 (19:46)
ขอลองใช้วิธีการเชิงรุกดูบ้าง

สำหรับน้องๆ หรือครูที่สนใจ ลองพิจารณาคำถามต่อไปนี้



1) เราจะทำโครงงานคณิตศาสตร์เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือได้อย่างไร



2) เราจะทำโครงงานคณิตศาสตร์เกี่ยวกับราคาของไข่ไก่ได้อย่างไร



3) เราจะทำโครงงานคณิตศาสตร์เกี่ยวกับราคาน้ำมันได้อย่างไร



4) เราจะทำโครงงานคณิตศาสตร์เกี่ยวกับการดูรายการทีวีได้อย่างไร



ึ5) เราจะทำโครงงานคณิตศาสตร์เกี่ยวกับเลขทะเบียนรถได้อย่างไร



ุ6) เราจะทำโครงงานคณิตศาสตร์เกี่ยวกับน้ำหนักหรือส่วนสูงได้อย่างไร





เอาแค่นี้ก่อนนะครับ :)
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 300 20 พ.ย. 2548 (21:21)
มันอย่างนี้นะครับ คุณ MG

ชื่อโครงงานที่คนอื่นตั้งให้น่ะ คนตั้งชื่อมองเห็นลู่ทาง ทะลุปรุโปร่ง

แต่คนที่จะเขียน นึกไม่ออก มองไม่เห็นลู่ทาง เพราะเขาไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นมาก่อน



ตัวผมเอง 6 หัวข้อที่คุณตั้งมานั้น ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าจะเขียนออกมาในรูปใด เด็กเกิดทีหลังผมตั้งหลายปี มีประสบการณ์น้อยกว่าผมเยอะ ถ้าเขาเขียนได้ ก็นับว่าเก่ง สมควรที่ผมจะคารวะ



ผมคิดว่า เราให้หัวข้อกว้างๆไว้ หรือไม่ก็ให้หัวข้อไว้เยอะกว่านี้ อาจจะมีบางหัวข้อที่เขาถนัด
np (IP:210.246.69.175,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 301 20 พ.ย. 2548 (23:41)
ทั้งหมดนั้นเป็นหัวข้อกว้างๆ แต่เฉพาะเรื่องลงไป



ให้ลองนำไปคิด



นำไปพิจารณา ซึ่งเจตนาให้เป็นเพียงตัวอย่าง





ผมเชื่อว่า ปัญหาอะไรก็ไม่อาจจะมีคำตอบได้

ถ้าเราไม่นำเอามาเป็นปัญหาของเรา



ถ้าเป็น "ปัญหาของเรา" เราก็จะพยายามหาคำตอบ



ถ้า "ไม่ใช่ปัญหาของเรา" เราไม่สนใจ ก็ OK





ครับเพียงลองเสนอหัวข้อ

ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน



ก็ลองๆ ฝึกคิดดูได้ ไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย





เรื่อง "ราคาไข่ไก่"

ผมว่านังหลับตานึกเล่นๆดู น่าจะได้อะไรไม่มากก็น้อย





ครับ ... ก็เป็น "ตัวอย่าง" ของหัวข้อเรื่อง

หรืออะไรที่จะไปคิดไปขยายเป็นหัวข้อโครงงาน



( พอดี ตัวอย่างของผม ก็ต้องออกแรงคิดเพิ่มอีกหน่อย )
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 302 21 พ.ย. 2548 (11:35)
เรื่อง "ราคาไข่ไก่"



คุณเป็นคนคิดเรื่องนี้ขึ้นมา คุณก็นั่งหลับตานึกเล่นๆดู น่าจะได้อะไรไม่มากก็น้อย



แต่ผมได้แค่ ราคาไข่ไก่ของ ชาติชาย = ......บาท(ไปค้นหาข้อมูลทีหลัง)

ราคาไข่ไก่ของ ชวน = ......บาท(ไปค้นหาข้อมูลทีหลัง)

ราคาไข่ไก่ของ ทักษิณ = ......บาท(ไปค้นหาข้อมูลทีหลัง)

ผลกระทบของราคาไข่ไก่ จากไข้หวัดนก



จบแค่นี้ครับ



แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น(ที่อยู่ในใจผม) ผมสามารถแจกแจงรายละเอียดได้มาก คุณ MG อาจจะนึกได้ไม่มาก(เท่าผม) ก็อาจะเป็นได้ ครับ
np (IP:202.142.219.30,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 303 21 พ.ย. 2548 (14:40)
เท่าที่นึกได้ ที่เขียนมานั้น ดีแล้วครับ

ผมเองก็นึกๆ ได้ประมาณนี้



แต่ตรงนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ



จุดประสงค์ คือ ให้มีอะไรให้เราฝึกนึก





เพราะเด็กมักจะเข้ามาถามว่า ทำเรื่องอะไรดี

หาหัวข้อให้หน่อย หรือขอดูตัวอย่าง



ก็เลยยกตัวอย่าง หัวข้อ (แบบคำถาม) ให้ฝึกนึกกันดู





" เรื่องที่เราจะแจกแจงรายละเอียดให้ได้มาก

น่าจะเป็นเรื่องที่เราสนใจแล้ว และอยากค้นหาอะไรเพิ่มเติม "



ซึ่งตรงนี้ผมไม่ห่วง



เพียงอยากจะให้มีอะไรกระตุ้น ให้ได้เริ่มคิด



แค่นี้เองครับ ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก





แต่ถ้าหากมีใครสนใจ เราก็ค่อยมาคุยกันในรายละเอียด



...........................................................

ตรงประด็น



"ผลกระทบของราคาไข่ไก่ จากไข้หวัดนก"



โดนใจผมพอสมควร เพราะว่า เรากำลังอยู่ในวิกฤตที่จะทำปัญหานี้ได้ครับ



คิดง่ายๆ ก็จะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล ออกแบบการเก็บข้อมูล



แล้วนำข้อมูลที่ได้ (เช่นเก็บต่อเนื่องกัน 3 เดือน)



มานำเสนอ มาวิเคราะห์





ผมก็ว่า น่าสนใจดีครับ ใครคิดว่าน่าจะสนุก ก็เอาไปฝึกทำได้

นี่ก็น่า จะเป็นการให้ตัวอย่างหัวข้อของโครงงาน

และผมเชื่อว่า ทำได้จริง





ซึ่งก็อาจจนำไปปรับเปลี่ยน ดัดแปลงได้ตามความสนใจ
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 304 22 พ.ย. 2548 (16:02)
ดีมากเลยครับจาก banwancitygoid
promma@hotmail.com (IP:203.113.62.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 305 22 พ.ย. 2548 (18:49)
ยากได้แนวคิดการทำโครงงานคณิตศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องฟังก์ชันหรืออัตราส่วนตรีโกณมิติก็ได้นะช่วยหน่อยนะ ขอร้องล่ะ..............ด่วนนะ
rd-shudy@hotmail.com (IP:203.209.105.226,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 306 22 พ.ย. 2548 (19:35)
เอาเกี่ยวกับ "ฟังก์ชันก์" ก่อนนะครับ



ต้องย้อนถามเราตัวเราเองว่า



รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับฟังก์ชัน



รูจักฟังก์ชันอะไรบ้าง



และฟังก์ชันต่างๆ มีพฤติกรรมอย่างไร





ลองเลือมาสัก 2 - 3 ฟังก์ชัน

เปรียบเทียบกัน (เปรียบเทียบอะไร เปรียบเทียบอย่างไร)



หาให้เจอว่า เราสนใจอะไร ในส่วนไหน





แล้วอย่าลืมกลับเข้ามาคุยกันต่อนะครับ :)
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 307 22 พ.ย. 2548 (19:36)
รีบพิมพ์เร็วไปหน่อย มีผิดหลายที่ เช่น "ฟังก์ชัน"



ขออภัยด้วยครับ
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 308 30 พ.ย. 2548 (13:00)
(ผมตอบเด็กนักเรียนไว้ที่หนึ่ง ก็เลยอยาก post ไว้ตรงนี้ด้วย)





รูปแบบของ เค้าโครง ของโครงงาน

…………………………………………….



1. ชื่อเรื่อง

2. ชื่อ(คณะ)ผู้จัดทำ

3. ชื่อ อ.ที่ปรึกษา

4. หลักการและเหตุผล ( ความเป็นมา ความสำคัญ ทำไมจึงทำโครงงานี้ ต้องการให้ได้อะไร และจะทำอะไร สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจ)

5. วัตถุประสงค์ ( แจงเป็นข้อๆ ว่าต้องการให้ได้อะไรบ้าง)

6. การดำเนินการ ( แจงเป็นข้อๆ ว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง อาจจะต้องแบ่งเป็นกิจกรรมย่อยๆ )

7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ ( สมมติฐาน หรือ สิ่งที่คาดว่าจะได้ )



ควรจะเพิ่มเติม

>> เนื้อหาคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ว่าใช้ความรู้คณิตศาสตร์อะไร (สำคัญมาก!)

>> ขอบเขตของการศึกษา ว่าทำ กว้าง แคบ หรือ เจาะจง อย่างไร แค่ไหน

>> ตารางเวลา หรือ ปฏิทินการดำเนินการ ว่าอะไรต้องทำในช่วงไหนให้เสร็จอย่างไร
MG (IP:202.12.97.118,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 309 30 พ.ย. 2548 (13:10)
เป็นคุณแม่ที่ต้องช่วยลูกป.6 และเพื่อนๆของลูกคิดโครงงาน เฮ้อ..เหนื่อยจัง สัปดาห์นี้แม่ต้องช่วยคิดหลายโครงงานแล้ว เหมือนจังคนแก่มาวิ่งแข่งไงงั้นเลย เคยคิดมาร้อยแปดโครงงานแต่มาสะดุดโครงงานคณิตศาสตร์ จะคิดอะไรคิดยังไง ต้องขอบคุณคุณ MG พอได้เค้าความคิดมาบ้างแล้ว เห็นจะต้องกลับไปเปิดหนังสือแบบเรียนคณิตศาสตร์อ่านอีกรอบเพื่อให้ได้คิด คิดสงสัย คิดตั้งคำถาม ช่วยด้วยย จะคิดได้ไหมนะนี่ เฮ้อ..........
stanonsing@hotmail.com (IP:203.148.252.235,210.203.180.105,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 310 30 พ.ย. 2548 (13:19)
มีคุณแม่แบบนี้ ลูกๆคงจะชื่นใจ



คุณแม่ไม่ต้องคิดมาก จนเป็นทุกข์นะครับ

ทุกอย่าง มีที่มาที่ไป ตามสภาพจริง ของเงื่อนไขต่างๆ





มีอะไรจะให้ช่วยกันได้

ก็แวะเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนซักถามกันครับ
MG (IP:202.12.97.118,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 311 1 ธ.ค. 2548 (17:48)
การทำโครงงานเรื่องเศรษฐกิจทำอย่างไรบ้างค่ะ
อุ้ม (IP:203.113.67.69,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 312 1 ธ.ค. 2548 (18:22)


19890 "เรื่องเศรษฐกิจ"



ฟังดูค่อนข้างกว้างมากครับ

อันดับแรก ต้องทำให้ขอบเขต ความสนใจแคบลงมา

จนเราจับต้องมันได้ และถ้าจะทำเป็นโครงงานคณิตศาสตร์

จะต้องใช้เนื้อหาคณิตศาสตร์เรื่องใด



เป็นเศรษฐกิจ เกี่ยวกับ การซื้อขาย

การลงทุน การกู้ยืม



หรือถ้าพูดถึง "เศรษฐกิจแบบพอเพียง"

นี่ยิ่งจะไปคนละเรื่องเลยทีเดียว





ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัว เช่น "ระบบการซื้อแบบผ่อนชำระ"

ซึ่งสามารถอธิบายได้ด้วย "ลำดับเรขาคณิต"

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 313 5 ธ.ค. 2548 (22:53)
คือว่าหนูสนใจเรื่อง ฟังก์ช้น และคิดว่าจะทำโครงงานเรื่องนี้ด้วย

แต่หนูไม่ทราบว่าจะจับตรงไหนของ ฟังก๋ช้น มาทำเป็นโครงงาน



ช่วยยกตัวอย่างให้หน่อยนะค่ะ.....ขอบคุณค่ะ
p_oishi (IP:203.113.66.9,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 314 6 ธ.ค. 2548 (10:35)


19891 ลองเริ่มต้นแบบนี้นะครับ



ลองกลับไปดูหนังสือแบบเรียน



เรื่อง ฟังก์ชัน (ความสัมพันธ์ และ ฟังก์ชัน)



ลองค่อยๆ อ่านดูนิยาม



ฟังก์ชันก์ หมายถึงอะไร ใช้ทำอะไร

กราฟของฟังก์ชันเป็นอย่างไร เขียนและแสดงอะไร

มีพฤติกรรมต่างๆอย่างไร



ลองกลับไปดูว่า



ฟังก์ชันเส้นตรง

ฟังก์ชันกำลังสอง

ฟังก์ชันกำลังสาม

ฟังก์ชันค่าสัมบูรณ์



ฟังก์ชันพื้นฐานต่างๆ เป็นอย่างไร



ถามเราดูว่า เราสนใจที่อะไร ตรงไหน อย่างไร



ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น

อาจลองค้นดู โดยใช้ google ใช้ค้นด้วยคำว่า "ฟังก์ชัน" หรือ "function"



แล้วกลับมาคุยกันอีกทีนะครับ

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 315 6 ธ.ค. 2548 (21:34)
- ก้อคือว่าฟังก์ชันจะเกี่ยวกับกราฟ

และกราฟก้อมีหลายลักษณะ แล้วแต่

-- ถ้าเปนสมการที่ต่างกัน รูปก็แตกต่างกัน

------แต่ทุกรูปต้องมีจุดยอด ,มี slope



คุณMG คิดว่าหนูควรทำอย่างไรต่อดีค่ะ
p_oishi (IP:203.113.66.72,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 316 7 ธ.ค. 2548 (13:06)


19892
ผมลองถามอย่างนี้นะครับ

กราฟของฟังก์ชัน



1. y= x3-2x2

2. y= 2x3-x2

3. y= x3-x2+3x

4. y= x3-x2+3x+5

5. y= 2x3-5



แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 323 13 ธ.ค. 2548 (15:59)


19893 เห็น น้องแพร ถามเข้ามา 3 ครั้ง



เราลองมาดูกันเลยนะ



ถ้าค้นความหมายจาก goole หรือ จากหนังสือ ผมแน่ใจว่า

เราน่าจะได้ความหมายของคำว่า "โครงงาน"



ผมขอวิเคราะห์ดังนี้นะครับ



คำว่า โครงงาน ประกอบด้วย คำ 2 คำ

คือ คำว่า "โครง" และคำว่า "งาน"



ดังนั้น โครงงาน จึงเป็น งานที่มีโครง นั่นเอง



สิ่งที่มีโครง นั้นก็จำเป็นต้องมี การวางแผน



สิ่งที่มีการวางแผน ก็ต้องมี เป้าหมาย หรือ วัตถุประสงค์





ดังนั้น โครงงาน จึงเป็นงาน

ที่ต้องมีเป้าหมาย มีความเป็นมา มีการวางแผน

มีขั้นตอนว่า จะต้องทำอะไรก่อนหลัง

เพื่อให้ได้สิ่งที่เราต้องการ




เช่น โครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณเลขแบบคิดลัด



อาจจะนำเสนอรูปแบบการคูณเลข

ที่มีวิธีคิดลัด ที่ให้คำตอบอย่างถูกต้อง และรวดเร็ว

พร้อมทั้งแสดงที่มาของวิธีคิด เป็นต้น



ลองเอา ความหมายแบบนี้ไปพิจารณาดูนะครับ

อาจจะลองสืบค้น แล้วเปรียบเทียบกับที่ผมให้ตรงนี้ก็ได้



แล้วอย่าลืมกลับมาคุยกันต่อนะครับ

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 326 18 ธ.ค. 2548 (11:12)
การทำโครงงานทางคณิตศาสตร์นี่เป็นสิ่งที่ยากที่สุดในพวกโครงงานด้วยกัน



เพราะอะไร



เพราะคณิตศาสตร์เป็น Abstract



เเละใช้หลักการของ Logic



ต่างประเทศเจริญกว่าบ้านเมืองเรา



เพราะเก่งคณิตศาสตร์เเละวิทยาศาสตร์มากกว่าเรา



เเละนักการเมืองมีคุณภาพกว่าบ้านเมืองเรา
จอมยุทธ
ร่วมแบ่งปัน83 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 327 19 ธ.ค. 2548 (15:17)


19894
ผมจะลอง ให้ปัญหาง่ายๆ ในการฝึกทักษะ



1. การสังเกต

2. การทดลอง

3. การแยกแยะ การเปรียบเทียบ

4. การคิดแบบรวบยอด



เอาเป็นว่า ถ้าวาดรูปได้ รู้จัก "สี่เหลี่ยม"

ก็ต้องคิดกันได้ทุกคน



ถามว่า : ถ้าจะแยกแยะ รูปสี่เหลี่ยม ออกเป็นประเภท หรือชนิดต่างๆ เราจะได้รูปสี่เหลี่ยมอะไรบ้าง

กี่ชนิด และแต่ละชนิดมีลักษณะเด่นอย่างไร


MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 328 23 ธ.ค. 2548 (15:59)
คือหนูอยากโครงงานเกี่ยวกับ รากที่สอง แต่ไม่รู้ว่าจะศึกษาเกี่ยวกับอะไร จะทำแบบไหน จะต้องชื่ออะไร จะให้มันมีความสัมพันธ์กับอะไรอย่างไง ช่วยตอบด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
แอน...ค่ะ (IP:203.172.219.41,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 330 23 ธ.ค. 2548 (17:50)


19895 ตอบคำถามของ น้องแอน

"อยากทำโครงงานเกี่ยวกับ รากที่สอง แต่ไม่รู้ว่าจะศึกษาเกี่ยวกับอะไร"



จริงๆ ตรงนี้เราเรียกว่า ความสนใจ



ซึ่งน้องแอน เลือกที่จะสนใจเกี่ยวกับ "รากที่สอง"



ความสนใจตรงนี้ สามารถถามรายละเอียดลงไปได้ คือ



1. ทำไมเราสนใจเรื่องนี้

2. เรารู้จักเรื่องนี้มาจากไหน ได้ค้น ได้ยิน ได้อ่านมาจากไหน

หรือ มีใครแนะนำ หรือ เพียงแต่คิด สุ่มเลือก เรื่องนี้ขึ้นมา



แล้วก็สามารถถามต่อไปได้อีกว่า



3. ตอนนี้เรารู้จัก อะไร เกี่ยวกับ รากที่สองบ้าง มีข้อมูล มีความรู้เบื้องต้นอะไรบ้าง



4. ที่ว่า สนใจ นั้น สนใจอย่างไร สนใจตรงไหน อยากทำอะไร เกี่ยวกับรากที่สอง



ถ้าน้องแอน ตอบคำถามข้อ 4 ได้ ก็จะรู้ว่า เราสนใจแบบไหน



- สนใจแบบ เลือก หัวข้อเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน โดยยังไม่มีข้อมูล



- สนใจ โดยที่รู้จักกับเรื่องนี้บ้างแล้ว



- สนใจ โดยที่รู้จักกับเรื่องนี้ ค่อนข้างมากแล้ว



ถ้าหากยังเป็นเพียงอันแรก คือ สนใจแบบ เลือก หัวข้อเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน โดยยังไม่มีข้อมูล



สิ่งที่น้องแอนต้องทำก็คือ ค้นหาข้อมูล เกี่ยวกับ รากที่สอง ให้ได้

บ้างพอสมควร อ่าน ศึกษา ทำความรู้จัก




แล้ว ถามเราเองว่า เราสนใจเรื่องนี้ ตรงจุดไหน?





เมื่อได้คำตอบตรงนี้แล้ว เราค่อยมาคุยกันต่อนะครับ

OK มั้ย

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 332 24 ธ.ค. 2548 (13:36)


19896 ไม่แน่ใจว่า พื้นที่ตรงนี้ กลายเป็นร้านขายก๊วยเตี๋ยว ไปตั้งแต่เมื่อไหร่



พอดีทางร้านเรา เป็นร้านประเภท self service

คือต้องบริการตัวเอง



สงสัยว่าถ้าคุณ ispy17 สั่งแบบนี้ จะกี่วัน ก็คงไม่ได้กินแน่ๆ



ถ้าจะเอา โครงงาน แบบม่าม่า ที่เทน้ำร้อนอย่างเดียว



ร้านเราก็ไม่อีกนั่นแหละ



เพราะเป็นร้านรับประกันคุณภาพ ต้องรักษาชื่อเสียง





นี่ก็อีกแค่ 1 วันจะถึงวัน 25/12/05



ถ้าคุณ ispy17 จะทำโครงงาน ในระยะเวลา

เพียงวันสองวัน สงสัยว่า จะได้แค่ผักชี



ถ้าโครงงานสำเร็จแล้ว อย่าลืมกลับมาคุยกันอีกนะครับ



MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 334 3 ม.ค. 2549 (15:32)
ครูขอบ่นหน่อยนะคะ

-ครูต้องผลักดันให้นักเรียนทำโครงงานเพื่อผลสำเร็จของการสอนตามหลักสูตรใหม่

-ครูต้องสอนอย่างน้อย 18 คาบต่อสัปดาห์ตามเกณฑ์ของ ก.ค.ศ.

-นักเรียนที่มีความสามารถมากมักจะมีในโรงเรียนใหญ่ที่แต่ละห้องเรียนมีจำนวนเกิน 50 คน

-ระดับมัธยมครูสอนวันละหลายห้อง

-ปริมาณนักเรียนต่อกลุ่มในการทำโครงงานควรประมาณกลุ่มละ 3 - 5 คน

เอ๋... แล้วเรามีลูกศิษย์อย่างน้อย 200 กว่าคนไหนจะสอน ตรวจงาน แก้ไขงาน เป็นครูที่ปรึกษาดุแลความประพฤติ+การเรียน 1 ห้อง + งานอื่นของโรงเรียน จะเหเวลาใดมาดูแลโครงงานดีละ..
ppp (IP:203.113.35.11,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 335 3 ม.ค. 2549 (15:44)
อ้อ...ที่ผ่านมา ...

การเป็นครูที่ปรึกษาโครงงานต้องอาศัยเวลา ใจเย็น ค้นคว้าให้มาก เพื่อมีแนวทางในการเสนอแนะ ผลักดัน กระตุ้นให้ลูกศิษย์สุดที่รักได้มีแนวคิดต่อ หยอดปัญหาท้าทายชวนคิด ให้กำลังใจยามลูกศิษย์ท้อถอยกับภาระงานที่มากมายหลายวิชาเกินกำลังของนักเรียนที่รักการเรียนกวดวิชาสมัยนี้... เพิ่ม hint ยามที่ลูกศิษย์จะวางมือ ...

อ้าว... แล้วเรามีเวลาว่างมากหรือไรที่จะค้นคว้า ...

โชคดีนะ ... ส่วนหนึ่งที่ได้รับรู้มากขึ้นก็จากเวปดี ๆ กระทู้ต่าง ๆ

ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นที่มีคุณภาพมากเต็มไปด้วยทฤษฎีและหลักการ แนวปฏิบัติ เช่นท่านทั้งหลาย ...

ขอบคุณค่ะ...
ppp (IP:203.113.35.11,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 336 4 ม.ค. 2549 (12:22)
ครับ ยินดีรับฟัง คุณ ppp

ในส่วนของข้อมูล สภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนต่างๆ



ผมเข้าใจว่า การมีปริมาณงานมากๆ หลายๆอย่างที่ต้องทำ

จะทำให้เราได้งานที่มีคุณภาพน้อยลง



ปริมาณงาน และคุณภาพของงาน จึงเป็นอะไรที่ต้องชักกะเย่อกันอยู่เสมอ



การทำโครงงาน เป็นเรื่องของคุณภาพ มากกว่า ปริมาณ



เป็นเรื่องที่ต้องการให้เด็กนักเรียนได้ฝึกทำ

โดยมีครูเป็นที่ปรึกษา



การทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในช่วงแรก ซึ่งครูเองก็ต้องมีการฝึกฝนเช่นกัน อาจจะดูเหมือนว่าทำได้ยากลำบาก



จริงๆ แล้ว ความยากลำบาก อยู่ที่การนับหนึ่ง นับสอง แค่นั้นเอง



สิ่งที่ครูต้องมีคือ ความอยากที่จะทำ ทดลองทำจริงๆ

ทำหน้าที่ที่ปรึกษาที่ดีจริงๆ เพียงหนสองหน ก็จะได้ประสบการณ์มากมายเพียงพอเลยที่ดียว




แล้วในครั้งถัดๆไป ก็จะเป็นไปเองโดยธรรมชาติ เป็นการเรียนรู้ ที่เพิ่มคุณภาพขึ้นเรื่อยๆ



ครูเองก็ต้องนับหนึ่งครับ



ซึงอย่างไรเสียที่ตรงนี้ และกระผมเองก็จะพยายามเข้ามาพูดคุยตอบปัญหาด้วยอยู่เสมอ



ผมเองสามารถเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาได้ รับรองว่า ไม่จำกัดจำนวนครับ



ขอเพียงเราเข้าใจสภาพปัญหาจริงๆ จริงใจต่อตัวเราเอง

จริงใจต่อนักเรียน



เราสามารถช่วยกันทำได้ครับ



งานประจำวันจะมีมากมายเพียงใด

ผู้ที่อุทิศตน ย่อมสามารถทำงานสร้างสรรค์ เพิ่มพูนขึ้นมาได้เสมอ



งานสร้างสรรค์เหล่านี้ต่างหากที่ให้คุณค่าของชีวิตจริงๆ




สวัสดีปีใหม่ และขอบอกว่า ในอีก 1 ขวบปีข้างหน้า

ตลอดปี 2549 ผมจะอยู่คอยให้กำลังใจ ในการทำโครงงานคณิตศาสตร์ สำหรับทุกๆท่านที่แวะเวียนเข้ามา




ช่วยๆกันนะครับ
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 340 18 ม.ค. 2549 (14:08)
อยากได้ตัวอย่างโครงงานคณิตศาสตร์เรื่อง รูปสี่เหลี่ยมมีคนเคยทำหรือยังคะ่ หนูจะหัดทำโครงงานคะ ประกวดค่ะ
aonni17@hotmail.com (IP:203.113.61.105,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 341 18 ม.ค. 2549 (14:19)
อยากได้ตัวอย่างโครงงานคณิตศสาตร์ เรื่อง รูปสี่เหลี่ยม
Aonni17@hotmail.com (IP:203.113.61.105,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 342 18 ม.ค. 2549 (16:58)
ผมเคยยกตัวอย่างคำถามนี้ใน คหพ# 327

ขอถามตรงนี้อีกที



ถามว่า :



ถ้าจะแยกแยะ รูปสี่เหลี่ยม ออกเป็นประเภท หรือชนิดต่างๆ เราจะได้รูปสี่เหลี่ยมอะไรบ้าง

กี่ชนิด และแต่ละชนิดมีลักษณะเด่นอย่างไร




คุณ Aonni17 ลองพิจารณาตอบคำถามนี้ดูนะครับ

แล้วเราค่อยมาคุยกันต่อในรายละเอียดว่าจะเป็นอย่างไร

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 343 22 ม.ค. 2549 (16:56)
หนูได้รับคำสั่งจากอาจารย์ให้ทำโครงงานเรื่องเวกเตอร์สามมิติกับชีวิตประจำวัน(ของนร.ชั้นม.5)จะทำไงดีคะช่วยหนูด้วย..........ขอบพระคุณอย่างสูง
มะปรางคะ (IP:203.113.76.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 346 23 ม.ค. 2549 (10:11)
ขอตอบคำถามของ หนูมะปราง ในความเห็นเพิ่มเติม 343



"หนูได้รับคำสั่งจากอาจารย์ให้ทำโครงงานเรื่องเวกเตอร์สามมิติกับชีวิตประจำวัน(ของนร.ชั้นม.5)จะทำไงดีคะช่วยหนูด้วย"



จริงๆ การทำโครงงาน จะกำหนดหัวข้อลงไปแบบนี้เลยไม่ได้

แต่ถ้าจะกำหนดขอบเขตว่า



ให้ไปลองคิดว่า จะทำโครงงานเกี่ยวกับเวกเตอร์สามมิติได้อย่างไร อันนี้ก็จะดูดีกว่า




และยังไม่ต้อง ลงไปถึงชีวิตประจำวันก็ได้





ผมแนะนำว่า ให้มะปรางกลับไปดู ศึกษา ทบทวนเนื้อหา

เรื่องเวคเตอร์สามมิติ



แล้วลองถามตัวเราเองว่า เราเข้าใจอะไรแค่ไหน

และมี ข้อสงสัย หรือ สนใจอะไรเกี่ยวกับเวคเตอร์สามมิติ



แล้วรีบกลับมาคุยกันต่อนะครับ ว่าได้ผลเป็นยังงัย

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 347 23 ม.ค. 2549 (18:09)


เห็นภาพข้างล่างนี้แล้ว คิดว่าจะทำอะไรที่เป็นโครงงานคณิตศาสตร์ได้หรือไม่ครับ
42166

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 348 24 ม.ค. 2549 (17:06)
ทำโครงงานคณิตประเภทสำรวจโดยตั้งชื่อว่าอาชีพที่อยากทำเมื่อเรียนมหาลัยจบแต่คิดจุดมุ่งหมายไม่ได้ช่วยคิดหน่อยค่ะจะส่งวันพรุ่งนี้แล้วT_T
ช่วยด้วย (IP:58.9.212.99,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 349 24 ม.ค. 2549 (17:37)


19897 ถ้าเรามีชื่อ หรือ ตั้งชื่อโครงงาน ได้แล้วนี่



นั่นหมายความว่า เรารู้ว่า ปัญหา หรือหัวข้อโครงงาน ของเรามีความเป็นมาอย่างไร



นั่นหมายความว่า เรารู้ว่า เราสนใจ รู้ว่าเราต้องการจะทำอะไร





ซึ่งก็คือ สิ่งที่เราจะเขียนแจกแจก ออกมาเป็นข้อๆ ว่า

จุดมุ่งหมาย หรือ วัตถุประสงค์ คืออะไรบ้าง ต้องการให้ได้อะไรบ้าง




ถ้าคุณ "ช่วยด้วย" จะทำ โครงงานคณิตประเภทสำรวจ

และตั้งชื่อว่า อาชีพที่อยากทำเมื่อเรียนมหาลัยจบ



ก็คงต้องถามตัวเองว่า



1. จะสำรวจไปเพื่ออะไร อยากทราบอะไร

2. จะเก็บข้อมูล จะออกแบบสำรวจอย่างไร

3. จะวิเคราะห์ และ นำเสนอข้อมูลการสำรวจอย่างไร



เรื่องนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลักการทางสถิติ

ผมแนะนำว่า ให้ไปทบทวนเกี่ยวกับ



- การเลือกกลุ่มประชากร

- ลักษณะของข้อมูล เป็นข้อมูลตัวเลข หรือข้อมูลเชิงคุณภาพ

- ขอบเขตของการศึกษา



และที่สำคัญ



น่าจะมี ทิศทาง หรือ สมมติฐานไว้ก่อนว่า เราคิดว่าผลน่าจะเป็นอย่างไร

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 350 25 ม.ค. 2549 (11:07)
รูปดอกไม้น่าสนใจมากครับ

ส่งกำลังใจมาให้ทุกคนที่จะได้สนุกกับโครงงานคณิตศาสตร์


สุรัชน์ (IP:202.29.77.2,,)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม