การสอนภาษาอังกฤษ

โพสต์เมื่อ: 06:50 วันที่ 3 ก.ค. 2547         ชมแล้ว: 69,790 ตอบแล้ว: 247
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
สอนภาษามาก็หลายปี แต่มาระยะหลัง ๆ รู้สึกท้อเพราะเด็กที่มาเรียนต่อระดับม.1ใหม่ เรียนภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง แม้แต่เรื่อง Basic tools ยังไม่ได้เลย หรือว่า ตอนเรียนประถม ครูอาจมัวเอาเวลาไปนั่งทำอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ ซึ่งไม่ประจักษ์ เพราะการประเมินไม่ได้ประเมินในสถาณการณ์จริง ประเมินแต่ตัวอักษร ซึ่งจะเขียนให้มันเลิศหรูยังไงก็ได้ ไม่ใช่ว่าจะอิจฉานะแต่มันเรื่องจริง


ครูที่กำลังท้อ(203.113.51.132,,)

จำนวน 236 ความเห็น, หน้าที่ | 1| 2| -3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 142 21 ธ.ค. 2548 (06:02)
Happy New Year to All English Teachers,



I have been following the postings here and I have found a challenging landscape.



It is not easy to master English, but we must for Thai sake.

We must build paths to cross the hills and the valleys and to share our journey.



I advocate learning by talking, interacting and building up knowledge with experiences.

I think we cannot GIVE knowledge but we must LEARN knowledge (constructivism).

I like no-fault -only-praise policy and anywhere-anytime learning policy.

I would love learner-centred (not just child-centred) approach

if this means learners MUST take the RESPONSIBILITY to learn themselves.

Otherwise, I would love motivational (carrot-and-stick) approach.



A lot of "vapourware" (talks) from our "pollies" (politicians) are dropping out of hot air.

They add confusion, make threat and reduce trust among students, teachers, parents and everyone!



But now is a festive time, when we can reflect, forgive and plan for the future.

This time we will use English as a common tool. We will make English work!



I wish you all a safe and joyful time - Happy New Year.
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 143 5 ม.ค. 2549 (06:12)
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะเอาไม้เรียวคืนให้ครูอย่างไปเชื่อตะวันตกมากนักเลยวัฒนธรรมบ้านเรามันแตกต่างกันเรื่องการเคารพยำเกรงผู้ใหญ่ของเขาน้อยกว่าเราเพราะเขาไม่มีไม้เรียว การมีไม้เรียวไม่ใช่ไร้มนุษยธรรมมันคนละเรื่อง ตำรวจมีปืนไว้เพื่ออะไรเพื่อป้องกันคนทำชั่ว เช่นเดียวกันครูไม้เรียวไว้เพื่อป้องกันเด็กดื้อ นักวิชาการบางคนยังเขียนบทความว่าการที่ครูคนไหนใช้ไม้เรียวแสดงว่าครูคนนั้นโง่สอนเด็กไม่เป็น เด็กสมัยนี้จึงได้ใจมีผู้ปกครองหัวหมอไปกันใหญ่ ครูจึงสอนกันไปวัน ๆ ประคองไม่ให้ตัวเองตกเป็นผู้ต้องหาเพราะการทำโทษนักเรียน ถ้าคนไหนทนไม่ได้ก็จำเป็นต้องตกเป็นผู้ต้องหาทางสังคมไป ผมขอถามหน่อยเวลาสอนเด็กมันไม่ใช่เรื่องวิชาการอย่างเดียวแต่มันเป็นเรื่องของเด็กที่อยู่รวมกันหากว่าขณะสอนเด็กเกิดทะเลาะกันถ้าคุณเป็นครูจะให้ทำอย่างไรกับเด็กที่ทะเลาะกันเพราะครูไม่มีไม้เรียวลงโทษก็ไม่ได้ใช้แต่ว่ากล่าวตักเตือนอย่างนั้นหรือจึงอยากจะให้ทุกฝ่ายรวมพลังกันเอาไม้เรียวมาคืนครูไม่งั้นชาติเราจะแย่ไปกว่านี้ เมื่อก่อนนั้นเรายอมให้ครูวางไม้เรียวเพราะเงื่อนไขการกู้เงินของต่างชาติเขามีเงื่อนไขแต่ตอนนี้เงื่อนไขนั้นหมดไปแล้วก็ขอให้เอาไม้เรียวคืนครูเถอะไม่งั้นจะให้ครูสอนเด็กอย่างไรกัน อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้นักเรียนประถมอ่านหนังสือไม่ได้ทำให้วิชาอื่นพลอยแย่ไปด้วยเพราะว่าความก้าวหน้าทางวิชาการมันดีเกินไป โดยเฉพาะแบบเรียนสำเร็จรูปนั้นคือตัวปัญหาให้เด็กโง่ ตัวอย่างหนังสือภาษาไทย ป.1-ป.6 ท่านไปดูได้หากเด็กไม่มีพื้นมาก่อนโดยเฉพาะเด็กบ้านนอก เวลาจะผสมคำว่า ก อา กา ปัจจุบันมันทันสมัยมากมีคำอธิบายให้เสร็จ เด็กก็มึนเพราะอ่านแล้วงง เช่น กา

อ่านว่า ก อา กา คำว่า"อ่านว่า" มันเป็นขยะทางสมองของเด็ก

เด็กเลยจำหลักอะไรไม่ถูกมันมากมายเกินความจำเป็นไป มันเป็นการรวมคู่มือครูไว้ในหนังสือแบบเรียนเด็ก ไม่เชื่อท่านลองสอนเด็กแบบโบราณ กับสมัยใหม่ดูซิว่าใครจะอ่านหนังสือภาษาไทยได้ดีกว่ากัน เด็กสมัยนี้อ่านจำมาก ไม่มีหลักภาษา พอไปเจอคำแปลก ๆ อ่านไม่ได้ไม่มีทักษะในการอ่าน ผมเป็นครูรู้ดีแต่พูดไม่ได้เพราะไม่มีอำนาจ หากสนใจ เพิ่มเติม pakorn072@thaimail.com ครูปกรณ์ มีข้อมูลอีกมากประสบการณ์ในการเป็นครุมา27ปีในทางปฏิบัตินะครับเผื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบาง
pakorn072@thaimail.com (IP:203.188.31.169,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 144 6 ม.ค. 2549 (09:23)
อาจารย์ปกรณ์คะ

หากอาจารย์สะดวก รบกวนอาจารย์นำเสนอปัญหาเรื่อง

เด็กไทย อ่านไทยไม่ออก เขียนไทยไม่ได้

โดยโพสต์ผ่านกระทู้นี้ หรือเปิดกระทู้ใหม่ในเว็บนี้

สักนิดได้ไหมคะ



อาจารย์เขียนเล่ามาน่าสนใจมาก และเป็นประโยชน์มาก

ข้อมูลปัญหาที่ถูกต้อง จากประสบการณ์ของอาจารย์

จะได้กระจายในวงกว้าง

มีโอกาสมาก ที่คอลัมนิสต์ด้านการศึกษาจะได้มาอ่าน

และนำไปขยายผล

หรือผู้มีอำนาจในวงการศึกษาอาจมีโอกาสรับรู้ข้อมูลนี้มากขึ้น



ถ้าไม่เป็นการรบกวนอาจารย์จนเกินไปนะคะ

ขอบพระคุณค่ะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.116.91,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 145 7 ม.ค. 2549 (23:47)
ขอเป็นกำลังใจให้กับครูสอนภาษาอังกฤษทุกท่าน ไม่ว่าจะสอนในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด ชายเเดน



อย่าฝาก---อนาคตการเรียนภาษาอังกฤษไว้กับอาจารย์ฝรั่งฝ่ายเดียวเลยนะครับ( อ ฝรั่งดี ๆ ก็มี ผมเข้าใจ) ----------



เเต่ใครจะเข้าใจเด็กไทย เท่ากับครูไทย ไม่มีหรอก

ผมเข้าใจ ว่าอะไรเป็นอะไร สอนอยู่โรงเรียนไทยปีกว่า ก็รู้ว่ามันยากส์ ๆๆๆๆ



ยากส์ tonmelb หมายถึงอะไร? ถามอาจารย์ปกรณ์เเละท่านอื่น ๆ ที่เป็นครู คงทราบดีครับ

------------------------------------



เชิญเเวะที่เวปได้นะครับ ไปเสริม ไปเติมเเต่ง ได้เลยครับ



www.engster.org
tonmelb (IP:203.209.117.106,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 146 16 ม.ค. 2549 (21:58)
การสอนภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมแทนการท่องบ่นสำหรับเด็กชนบทโดยใช้สถานการณ์รอบตัวน่าจะทำให้เด็กสนุกกับคำศัพท์และกิจกรรมนอกห้องเรียนมากกว่าเด็กในห้องเรียนในเมือง ครูควรคิดเกมให้เล่น และบวกภาษาในการสื่อสาร จะช่วยได้มากค่ะ

ครูโบราณ
munta_rikar@thaimail.com (IP:58.147.112.157,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 147 19 ม.ค. 2549 (10:01)
การเรียนภาษาอังกฤษจำเป็นต้องสอนวัฒนธรรมด้วยไหม มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
chantha@thaimail.com (IP:202.29.30.250,192.168.3.32,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 148 19 ม.ค. 2549 (12:29)
We can use English to say things like we use a pen to write.

We can hear what is said. We can read what is written.



Do we get the message? Do we understand the meaning?



Culture adds colours, rhythms, feelings and more.



Money buys us things. Culture gives us lives.
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 25 ม.ค. 2549 (18:13)
ปัญหาคือ สอนเพื่อเตรียมสอบ ไม่ใช่สอนเพื่อการสื่อสาร แล้วก็ให้ฝรั่งตาน้ำข้าวผมทองผิวขาวครองเมืองด้วยความเข้าใจผิด ๆ ว่าเรียนกับพวกนี้แล้วจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีโดยที่ไม่ยอมฝึก (พูดภาษาอังกฤษกับคนไทยด้วยกันมันดูกระแดะค่ะครู)



The problem is we teach English for Test preperation not for Communications and we ALLOW CAUCASIONS TO BE IN EACH AND EVERY SCHOOLS just BECAUSE WE THOUGHT WE WOULD SPEAK ENGLISH BETTER WITHOUT PRACTICING! (speaking English to a Thai person looks like we're putting up a face, teacher!)
just a sec. (IP:203.144.198.193,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 1 ก.พ. 2549 (03:10)
An old Thai adage: (It goes like this:)

Pay to keep face,

Lose face to learn,

Fail but keep truth,

For truth is (the ultimate virtue of) life!



We are BUYING KNOWLEDGE, even when we do not LEARN.

If talking English among ourselves is silly. Let us all be SILLY and LEARN.

For the truth is, in the game of life, those who ACT and LEARN, WIN.



Dump the dream - Do the work!


สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 151 5 ก.พ. 2549 (04:42)
I totally agree with just a sec. It is difficult for teachers to balance the controversy between government policy (listening&speaking) and parents and students' need (exam preparation). I think most teachers put all their attempts on this. Moreover, it is not fair if we say that the quality of English teaching in Thailand is very low because of teachers. There are many factors; policy, resources, culture, mismatching between goal and approach, etc.



From this webbord, I think that there are many teachers who keep on trying. It is not the time to blame each other.
ครูเพชรบุรี (IP:130.88.178.155,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 152 5 ก.พ. 2549 (08:25)
การสอนภาษาอังกฤษในเมืองไทย ไม่เป็นธรรมชาติมานานนักหนาแล้ว สมัยก่อนที่ว่าเด็กรู้ภาษาอังกฤษมากกว่าเดี๋ยวนี้ แต่พอเอาไปใช้จริงก็ใช้ไม่ได้ เพราะสอนแต่ไวยกรณ์ เอาไปใช้ในชีวิตจริงฝรั่งก็บอกว่าตลก...



เดี๋ยวนี้ยิ่งรวนหนักทั้งครูทั้งนักเรียน เข้ารกเข้าพงทั้งคู่ คุณครูตั้งใจสอนแต่หลักสูตร ก็งั้นๆไม่น่าสนใจ ไม่เร้าใจ ไม่ใช่ภาษาที่ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาตในชีวิตจริง เพราะการวัดผล เป็นตัวบังคับให้ต้องสอนแบบแห้งๆ เด็กก็กล้ำกลืนเรียนไปงั้นๆ



ตอกย้ำ ปีแล้วปีเล่าว่าภาษาอังกฤษเหมือนภาษามนุษย์ต่างดาว ทำให้มีอคติไปโดยปริยาย



มีเด็กบางคนที่เคยเรียนภาษาอังกฤษกับชาวต่างประเทศที่เป็นเจ้าของภาษา แล้วบอกว่า ทำไมครูไทยถึงทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก



ดิฉันไม่โทษใครโดยเฉพาะ มันหลงทางกันมานานเหลือเกิน....
จริงใจ (IP:61.91.166.225,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 153 14 ก.พ. 2549 (12:16)
ที่ต่างประเทศ ปีที่แล้วผมได้ไปดูงานที่ นิวซีแลนด์

- นร หนึ่งห้อง ไม่น่าจะเกิน 35 คน บางห้องมี 5-6คน

-ในชีวิตประจำวันครู,พ่อ,แม่ สถานการณ์ทุกอย่างเริ่มต้นที่ภาษาอังกฤษทั้งนั้น เจอกันกลางถนน เขาก็ Hello.จะซื้อของ ก็ Hello. ซื้อเสร็จเขาก็ Thank you

ตื่นเช้ามา เจ้าของบ้านก็ทักทายเป็นภาษาอังกฤษ ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษพื้นฐาน

- แต่บ้านเราเรามีพื้นฐานที่เป็นภาษาไทย แต่ขอร้องให้นรง เรียนภาษาอังกฤษ /ลองคิดดูถ้าเรานำนร.ต่างชาติมาเรียนภาษาไทยเราดูบ้าง จะเป็นยังไง
somparn.bun@chaiyo.com (IP:202.143.136.36,192.168.4.129,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 18 ก.พ. 2549 (10:44)
I think that we are once again falling into a "powerless" mode.

We are wishing for a magic wand or a gift from the good and kind "governement".



I believe - now more than ever before - we can make a big difference by doing our best.

Of course, it would help if we all could support each other in teaching English.

We already have learned to do things that would have impossible for farangs.

(I mean it in every sense of every word We can do it. )



English is just another thing - another tool; like a hammer; we will learn to use.



It is the confidence in ourselves that we really need - not power from above.

We will see that once we have it our hands, we can put it in our bags ... we have it for life!
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 1 มี.ค. 2549 (08:54)
The road to self-confidence:



It was not so long ago that I would cower and stay in the background,

whenever I have to speak English - to an English audience.



I learned to take deep breaths and to smile to (myself in) the mirror - a few smiles.

I learned to read aloud, to write aloud and to talk aloud - but slowly and with feelings .

I could still hear myself reading children storybooks aloud - Mary has a little lamb...



I made a journey on a self-confidence road and I think it is worthwhile.

(ppph, If you can keep a secret, I still read storybooks aloud .)
SR (IP:144.134.69.96,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 9 มี.ค. 2549 (05:36)
Current personal-political turmoils, bring out many public comments in English.

Not all of them are good and grammatically correct; some are even downright - bad.

Many Thais voiced their objections to this invasion of foreign signals - ทำไม ใช้ภาษาไทย ไม่ได้

(I am no doubt guilty of sending foreign signals; but not guilty of sending foreign cultures.)



Many people like me are trying to lift Thai capacity to get and use more information;

there is a worldful of information coded in foreign signals -English- that we cannot use;

if we reject this non-Thai encoded source or fail to understand it.



I think many of us are using and teaching English 'not to show off'... - No. No. No. -,

but to make more 'information converters' available in all local areas.

We know, these information converters are important to Thais now and in the future.

We will feel happier when we can help by learning and using English for Thais' wellness.
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 16 มี.ค. 2549 (11:18)
ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของครูอาจารย์ด้วยคนนะคะ

หากท่านเป็นอาจารย์ที่สอนวิชาภาษาอังกฤษและมีความรู้สึกว่าอยากสร้างความมั่นใจในการออกเสียงที่ถูกต้องและมีสำเนียงเหมือนหรือใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักเรียนในโรงเรียนของท่าน ดิฉันขอเสนอให้ท่านอาจารย์รวมกลุ่มกับอาจารย์ในหมวด รองเรียนภาษาอังกฤษคอร์สสนทนากับอาจารย์ชาวต่างชาติ เจ้าของภาษาเพื่อสร้างความมั่นใจให้มากขึ้น ได้สำเนียงที่ถูกต้อง และยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิธีการสอน

หากท่านอาจารย์สนใจที่จะเพิ่มความมั่นใจในการสอนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา สามารถติดต่อมาที่ 06-1614203 หรือ 028817224 เรายินดีบริการท่านค่ะ ( English at Home)
suni_tam@hotmail.com (IP:58.8.94.200,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 158 1 เม.ย. 2549 (17:05)
Dear suni_tam@hotmail.com,

We don't mind you jamming in but you would do well to leave your money motive

in the vService room! You have been asked to post commercials there. Why didn't you?



It is that time again when we are busy but not tied down to mundane routines.

Many are asked to look at e-learning, online lessons, learning objects, etc.

If you are like me, I don't have a clue what these are about - really!

Are we to teach 1 or 2 of 25000 computers as well as 200 odd kids next term?

I wish I could 'talk' (rather than 'type') to them - I don't find typing natural,

you know, not an easy way to talk. I can't shake my head or make a fist.

I used 'text-to-speech' to get my computer to read papers to me,

so I can do other things while I listen. But when I ask it to repeat ...

The dumb computers can't understand any of these. So, how can I teach a computer?



People are saying computers are smart. The rubbish they add to the baloney - phew!

I would rather talk to you, listen to your talk any day. I hope you too ...
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 159 9 เม.ย. 2549 (21:26)
ได้อ่านความคิดเห็นของแต่ละท่านแล้ว น่าจะพอสรุปได้ว่า ทุกท่านมีความตั้งใจจริงที่จะสอนและพัฒนาภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น แต่ต่างก็พบกับปัญหานานัปการ ดิฉันผู้หนึ่งที่สอนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมศึกษา มาเกือบจะยี่สิบปีแล้ว ย้ายโรงเรียนมาก็ 3-4 โรงเรียนแล้ว ปัญหาที่พบส่วนใหญ่จะอยู่ที่ระบบมากกว่า งานพิเศษนอกเหนือจากการสอนมากจนแทบไม่มีเวลาเตรียมการ สอน แต่ดิฉันก็พยายามเต็มที่ที่จะให้ความรู้เด็ก แม้บางครั้งก็เสียใจที่ให้เวลาเด็กน้อยเกินเนื่องจากในภาคเรียนที่สองนั้น กิจกรรมทั้งส่วนของโรงเรียนและสพท.มีเยอะมาก แทบทุกโรงเรียนจะมีปัญหาเดียวกัน อยากวิงวอนให้หน่วยเหนือลงมาดูแลการเรียนการสอนทุกวิชาอย่างจริงจัง อย่ามัวตรวจสอบแต่เอกสารหลักฐานการประเมินต่างๆเลย สงสารนักเรียนและครูบ้าง ควรให้มีครูฝ่ายสนับสนุนการสอนเหมือนเมื่อก่อนมาช่วย ครูจะได้ตั้งหน้าตั้งตาสอนนักเรียนอย่างเดียว รับรองว่านักเรียนต้องดีขึ้นกว่านี้แน่นอน......สุดท้าย ก่อนที่ดิฉันจะลงมือสอนภาษาอังกฤษ ดิฉันจะต้องทำให้นักเรียนชอบวิชานี้ก่อน เพราะเชื่อว่าความชอบ จะทำให้นักเรียนอยากเรียนและพัฒนาตนเอง แล้วการที่จะป้อนข้อมูลต่างๆให้เด็กจะไม่ยากอย่างที่คิด
ครูอุ๊ (IP:203.188.63.30,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 16 เม.ย. 2549 (10:14)
ภาษาอังกฤษการเรียนที่ดี
on (IP:125.25.1.130,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 5 พ.ค. 2549 (15:55)
ดิฉันก็สอนภาษาอังกฤษมาหลายปี(19)ปี ก็ร้สึกว่าท้อบางครั้ง ยิ่งเด็กที่พ่อแม่มัวแต่ถางป่า(ดอย) ปลูกพืชเศรษฐกิจ ก็จะมีเด็กน้อยรายนักที่จะเอาใจใส่การเรียน เลิกเรียนก็ไปทำงานช่วยพ่อแม่ บางครั้งเราเตรียมตัวอยากให้เขาได้ดั่งใจเราแต่เด็กก็ไม่เอาใจใส่อย่างจริงจังเลยทำให้ผล Nation Test ไม่เป็นที่น่าพอใจแม้ว่ารัฐบาลจะทุ่มงบมาอบรมครูก็ตามแต่เด็กไม่เอาใจใส่ ก็ขอฝากเพื่อนครูที่ประสบปัญหาเช่นนี้อย่าได้ท้อเพราะเราคือผู้สร้างคน
ครูจิราภรณ์ (IP:203.154.52.69,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 6 พ.ค. 2549 (03:47)
My impression of the English teaching can be summed up as "individual teacher's sacrifice".

There is no effective "system support" from government authorities;

nor "collaboration" among teachers and schools and ...



(I do not like the thought of) "this situation may be the same in all other subjects".



Would anyone care to comment - to give account of 'real' experiences?

(I know the feeling - what the use, no one listens anyway - but we must voice just in case .)
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 6 พ.ค. 2549 (20:33)
สวัสดีค่ะ อาจารย์ทุกๆท่าน



อยากจะขอออกความเห็นหน่อยนะค่ะ ก่อนอื่อนต้องขออภัยนะค่ะหากหนูเขียนภาษาไทยไม่ค่อยลื่นหูลื่นตา หนูเรียนอินเตอร์มาตั้งแต่เด็กๆ แต่เพื่อนๆส่วนใหญ่เป็นคนไทยค่ะ และก็เพิ่งเข้าระบบอินเตอร์ตอนไฮส์คูล ฉะนั้นเพื่อนๆนั้นล้วนมีปัญหาทางด้านภาษาอังกฤษค่ะ



ถ้าจะให้นักเรียนเก่งภาษาอังกฤษ หนูขอแนะนำให้ปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาใหม่ตั้งแต่แกน ระบบการศึกษาไทยควรจะเน้นให้พูดให้ได้ก่อน อย่าเพิ่งไปจ้ำจี้จ้ำไชเรื่อง grammar และกฤทางภาษาทั้งหลาย ควรจะให้เด็กได้พูดและเขียนไปมั่วๆซั่วๆนะค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะผิด ถ้ามัวแต่กลัวว่าจะผิดกฎนู้นกฎนี้ แล้วเมื่อไหร่จะเก่งละค่ะ



อีกเรื่องนึกนะค่ะ เห็นโพสต์ของอาจารย์ท่านนึงบ่นว่าเด็กอ่อนภาษามากๆ และไม่ตั้งใจเรียน โรงเรียนของหนูก็เป็นอย่างนี้ละค่ะ ผลก็คือคุณครูเลยพลอยหมดกำลังใจสอน พอเข้าเรียนก็ไม่สอนเพราะคิดว่าสอนไปเด็กก็ไม่อยากเรียน ไม่สนใจเรียน หนูขอเลยนะค่ะ ขออาจารย์ทุกท่านอย่าได้มีทัศนคติอย่างนี้ มีเด็กๆหลายคนค่ะที่อย่างจะเรียนรู้ อาจจะเป็นส่วนน้อยของห้อง อย่าตัดโอกาสเด็กเลยนะค่ะ ส่วนเด็กส่วนใหญ่ที่ไม่ตั้งใจเรียน จริงๆแล้วเค้าคิดอย่างนี้เพราะอาจารย์นะแหละค่ะ ไม่ตั้งใจสอน ทำให้เค้าไม่เห็นประโยชน์และจุดประสงค์ของการเรียน สรุปแล้วว่า อาจารย์ทุกๆท่านเป็นศูนย์กลาง เป็นตัวจุดประกายนะค่ะ ถ้าท่านมีไฟ ไฟในตัวนักเรียนแต่ละคนไม่ช้าไม่นานก็ต้องลุกเกิดประกายค่ะ
เด็กอินเตอร์ (IP:202.57.168.85,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 6 พ.ค. 2549 (20:46)
ขอตอบความเห็นที่ว่า "เราสู้ประเทศอื่นเช่น Malaysia, Singapore, and Hong Kong ไม่ได้อยู่แล้วเพราะประเทศเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง"



ไม่จริงเลยค่ะ เหตุผลนี้อาจจะมีส่วน แต่มิใช่ปัจจัยหลักของปัญหาที่คนไทยไม่เก่งอังกฤษนะค่ะ ดูเกาหลี จีน สิค่ะ ทำไมประชากรของเขาที่ได้รับการศึกษาถึงมีคะแนน TOEFL โดยเฉลี่ยแล้วสูงกว่าประเทศไทยตั้งเยอะละค่ะ



ปัญหาคือระบบการเรียนการสอนของเราค่ะ (ดูโพสต์ 163) อย่าโทษนู่นโทษนี่ปัดไปปัดมาเลยนะค่ะ มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เพราะอย่างนี้ไงค่ะ ประเทศไทยถึงไม่ค่อยเจริญซะทีค่ะ
เด็กอินเตอร์ (IP:202.57.168.85,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 165 7 พ.ค. 2549 (14:45)
ผมไม่ออกความคิดเห็นบ่อยนัก จะมา post column ลงที่ English Success เท่านั้น เเต่ถ้าเป็นเรื่องครู/การศึกษา มักจะขอร่วมตลอด



http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K4326626/K4326626.html เกี่ยวกับค่าตอบเเทนครู



๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ช

ผมบอกเเล้วไงว่า ค่าตอบเเทนจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง(ไม่ใช่ปัจจัยเดียว)ที่จะดึงครูที่มีคุณภาพเข้ามา(เเละต้องมีวิญญาณของครู)



ผมไม่รู้จริง ๆนะว่าถ้าเรามีวิญญาณเเห่งความเป็นครู เราคงจะมีความสุขกับเงินเดือน 8-9 พัน เพราะความสุขคือการสอน เเละใช้ชีวิตเเบบสมถะไป



ผมมีปัญหากับความคิดมาโดยตลอด อยากเป็นครูเเต่อยากได้เงินเดือนเท่ากับครูโรงเรียนอินเตอร์ เลยต้องออกมาจากโรงเรียนมาทำงานที่สถาบันภาษเเห่งหนึ่ง



หนูเด็กอินเตอร์ หนูพอรู้เงินเดือนครูไทยเยอะไหม?(คงเยอะพอสมควรนะ ไม่ต้องพูดถึงเงินเดือนครูฝรั่ง) เมื่อ 1-2 ปีที่เเล้วได้มีโอกาสไปดูงานที่ Harrow เจ๋งมากเลย น่าสอนมาก ที่ทานอาหารก็ยังกับยกโรงเรียน 5 ดาวมาไว้ที่โรงเรียน คือมันน่าเรียน พ่อเเม่เห็น คงต้องรู้สึกดี



tonmelb ไม่ได้ค่าโฆษณากับ Harrow นะครับ



tonmelb ก้เลยไม่รู้ตัวเองเป็นครูเเท้หรือเปล่า เพียงเเต่คิดตลอดว่า ชอบให้กับตวัเองเเละสังคมไปพร้อม ๆกัน อยากให้ตัวเราเเละสังคมไปด้วยกัน นี่คือสาเหตว่าทำมนั่งหลังขดหลังเเข็งตอบปัญหาภาษาอังกฤษทุกคน



เเต่ถ้าเป็น 'ครูเเท้' เเล้วต้อง-------------จน-------------จะไม่เป็น เด็กจะฝากอนาคตไว้กับครูได้อย่างไร ถ้าครูยังดูเเลตัวเองไม่ได้ เเละไม่มี-----เด็กรุ่นใหม่เก่งเเละดี ถ่ายทอดเก่ง -------มาเป็นครู
tonmelb (IP:203.209.121.140,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 166 7 พ.ค. 2549 (14:48)
...ตอบปัญหาภาษาอังกฤษทุกคน ----------------- ทุกคืนครับ
tonmelb (IP:203.209.121.140,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 167 28 พ.ค. 2549 (17:58)
ดิฉันขอออกความคิดเห็นหน่อยนะค่ะ จากประสบการณ์ที่ทั้งได้เรียนภาษาอังกฤษ(สมัยเป็นนักเรียน)และที่ได้สอนภาษาอังกฤษ(ขณะนี้)ดิฉันคิดว่าถ้าจะให้เด็กรับรู้และซึมทราบภาษาอังกฤษอย่างจริงจังก็น่าจะให้เขาได้สัมผัสกับมันทุก ๆ วัน อย่างสมัยเรียน ตอนนั้นดิฉันเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนป.5 แต่เรียนมันทุกวันท่องศัพททุกเช้า อย่างน้อยถึงที่บ้านเราจะไม่มีภาษาอังกฤษให้ใช้แต่เราก็เจอที่โรงเรียนทุกวันก็ยังได้สัมผัสกับภาษาอยู่ แต่ทุกวันนี้ตามหลักสูตรจะเห็นการกระจายชั่วโมงลงไปยังชั้นเล็ก ๆ จึงทำให้เหลือชั่วโมงเรียนเพียงแค่ สัปดาห์ละ 2-3 ชั่วโมงซึ่งกว่าจะมาเรียนต่อชั่วโมงหน้า ที่เรียนมาก็ลืมไปแล้วต้องมารื้อฟื้นกันใหม่แล้วอย่างนี้จะให้เด็กเก่งภาษาอังกฤษไปได้อย่างไร นอกจากนี้ในชีวิตประจำวันก็ใช่ว่าเด็กจะได้เจอภาษาอังกฤษอยู่ตลอด ซึ่งก็อยากจะฝากกับฝ่ายบริหารช่วยตริตรองตรงนี้ด้วย ดิฉันได้เสนอที่โรงเรียนของตนเองแล้วแต่เขาบอกว่ามันเป็นไปตามโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางและอีกอย่างโรงเรียนก็ไม่มีครูภาษาอังกฤษเพียงพอถ้าจะให้สอนมาก ๆ ขนาดนั้น ดิฉันก็เลยได้แต่ปลงและพยายามสอนนักเรียนของเราให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ครูภาษาอังกฤษ ป.5-6 (IP:125.24.69.163,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 170 22 มิ.ย. 2549 (13:40)
We have to solve all problems for winning that is

the gold of your duty. If you do your duty is completed

then No nothing to be worry. you do the best ja
Time (IP:125.25.1.81,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 23 มิ.ย. 2549 (05:12)
We can take the view that 'English is a product and teachers are service providers'.

The laws of 'demand and supply' apply in English Teaching business.

Our business problems are like 'demand for English is low', 'demand varies in places',

'the price for services is low', 'the quality of services varies' and so on...

In sum, the business is low and going lower with no prospect of a turn-around.



A solution concept is

- to raise demand for English,

- to standardize the quality of services (providers),

- to improve efficiency of services so to increase return value of services (providers)...

[We know that increase in price is not a solution in depressed market .]



Pooling resources, training service providers, product promotion campaigns can help.

But successes will depend on 'organization' - cooperation of service providers.

That is, You, I and English users need to work 'together' in (and for) this business.



If we keep on doing the ways we are, we can see our future - our country's future!



Any question? Anyone, interested? Post your comments here.
SR (IP:144.138.31.27,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 28 มิ.ย. 2549 (14:34)
ครูไทยนี้เก่งหรือบ้ากันแน่ นักเรียนทั้งห้อง 40 - 50 คนสามารถสอนการอ่าน ฟัง พูดได้



ใครมีวิช่วยบอกหน่อยเถอะ
old turk (IP:203.172.161.34,192.168.1.191,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 7 ก.ค. 2549 (13:09)
I do not think that

1) class size is getting smaller, especially in rural areas;

2) teachers' assistants (aides or helpers in class) will be a reality;

3) extending class time, teaching faster, shortening lessons etc would be a solution.



I have no 'quick fix' solution to offer. The solution should come from 'real' teachers anyway.

I found some resources on the Net that may help you in preparing lessons and

may let you have more time to spend with your family and friends



(You may have to spend 'more' time before you could save 'time' - sounds like 'sales', eh!)



* http://www.learnenglish.org.uk English Lessons by British Council

* http://andromeda.rutgers.edu/~jlynch/Writing/ Jack Lynch English discussions
http://www.englisch-hilfen.de/en/inhalt_grammar.htm Learn English online

* http://www.englishtenseswithcartoons.com/ English Grammar with cartoons
http://www.edufind.com/english/grammar/index.cfm online English Grammar (exercises)



I am sure you have your own resources that you want to share with others.
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 11 ก.ค. 2549 (15:19)
ปีนี้โชคดีทางโรงเรียนได้สมัครขอรับอาสาสมัครชาวอเมริกันกับหน่วยสันติภาพไทยอเมริกันทางโรงเรียนเลยได้ชาวอเมริกันแท้ๆ 1 คนมาร่วมสอนกับพวกเราทุกคาบสอนเราจะต้องเข้าร่วมสอนกับอาสมัครhappy มากทั้งนักเรียนทั้งครูเลิกกลัวฝรั่งไปตามๆกันแต่ก่อนเจอฝรั่งมาโรงเรียนแทบจะวิ่งหนีเพราะกลัวไม่กล้าพูดแต่เดี๋ยวนี้ไม่กลัวแล้ว ได้มีโอกาสสอนกับชาวต่างชาติซึ่งมีประสบการสอน20ปีเป็นผู้บริหาร10ปี ได้เรียนรู้ทั้งวัฒนธรรมและภาษากับเจ้าของภาษาที่แท้จริง ถ้าโรงเรียนใดอยู่ห่างไกลความเจริญเหมือนเช่นโรงเรียนเรา เราขอเชิญชวนให้ท่านสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่หน่วยสันติภาพไทย-อเมริกัน สำนักงานอยู่ที่ถนนราชวิถี ก่อนขึ้นสะพานกรุงไทย แล้วท่านจะได้รับประสบการณ์ที่ดีเหมือนอย่างพวกเราชาวครูชายแดน
ครูชายแดน (IP:203.113.81.6,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 11 ก.ค. 2549 (17:48)
สวัสดีขอให้กำลังใจมาก ๆ สำหรับที่ครูที่กำลังท้อครับ ขอให้ประกอบวิชาชีพที่ทรงเกียรติอย่างนี้ต่อไปเถอะครับ ผมเองก็อยากเป็นครูครับ และกำลังเรียนประกาศนียบัตรชีชาชีพอยู่ครับ เพราะจบ อักษรสาสตร์ครับ ไม่มีวุฒิครู เราไม่เรียกงานที่เราทำว่าอาชีพ แต่ทว่างานนั้นคือวิชาชีพ คือ การงานใด ๆที่ต้องประกอบด้วยความรู้ ความสามารถเฉพาะ อย่างยิ่ง ขอให้กำลังใจจริง ๆ ครับ เด็ก ทุกคนเค้ามีศักยภาพในการเรียนรู้ที่ต่างกัน เราพัฒนาเค้าได้แค่ที่เค้าทำได้ครับ เช่นเดียวกับ แก้วน้ำ มีใบเล็กใบใหญ่ ใบเล็ก ใส่น้ำเพียงน้อยนิดก็เต็มล้น ถ้าใบใหญ่ก็รับได้มากครับผม อ.บ. จุฬาครับผม
hoshi_pp@hotmail.com (IP:221.128.116.145,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 14 ก.ค. 2549 (14:41)
ใช้สื่อแผ่นซีดีรอมฝึกเด็กทางคอมฯช่วยครับซ่อมเสริมและพัฒนาเด็กได้สนุกเด็กชอบเบาแรงแต่ครูต้องช่วยวางแผนการจัดตารางการฝึกหรือแผนการเรียนให้เป็นระบบก่อนหลังมีการติดตามวัดผลเป็นเรื่องๆทำบันทึกการพัฒนาเด็กไว้ด้วยเด็กได้ประโยชน์รวดเร็วทันใจอย่าสอนด้วยการบังคับครูเป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้และให้คำแนะนำเด็กดีกว่าครับ
ครูแก่เมืองสกลเขต 2 วาริชภูมิ (IP:203.113.61.68,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 177 22 ก.ค. 2549 (13:45)
ดีมาก
bas_042@hotmail.com (IP:203.113.61.6,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 178 30 ก.ค. 2549 (22:04)
@ฉันเขียนยาวมาก ขออภัยคนอ่านที่จะเมื่อยตาด้วยเถอะนะคะ



"การสอนภาษาอังกฤษ"



กระทู้นี้ตั้งขึ้นตั้งแต่ ปี 2547 ถึงตอนนี้จรดสองปีแล้ว ฉันเพิ่งเข้ามารู้จัก Vcharkarn.com ครั้งแรกวันนี้

นั่งอ่านกระทู้ที่มีความยาวเพียงสามบรรทัดครึ่ง (โดยผู้ตั้ง) แต่ข้อความแสดงความคิดเห็นมีอยู่นับพันๆ บรรทัด

รู้สึกขอบคุณที่ได้อ่านกระทู้นี้ ในวันที่ตัวเองกำลังรู้สึกท้อกับการสอนภาษาอังกฤษอยู่พอดี และพรุ่งนี้ก็เป็นวันจันทร์

เป็นวันเริ่มต้นของสัปดาห์ ในปีแห่งกิจกรรม - - ปีนี้เราทำอะไรกันมากมายนักหนาหนอ กีฬาและกีฬา ประกวดและแข่งขัน

ฉันชอบใจที่เรามีเวทีมากมายให้เด็กๆ ได้แสดงความสามารถ แต่การเตรียมการอันมากมาย เวลาที่ใช้มากมาย ทรัพยากรมากมาย

เด็กหยิบมือหนึ่ง แสดงความสามารถ คว้าเกี่ยวชัยชนะ หรือแพ้ - - แล้วเกมก็จบลง เด็กอีกหยิบมือหนึ่งโลดเต้นกับกิจกรรมใหม่

ครูคนเดิม กลุ่มเดิม อุทิศพลังความสามารถไปกับกิจกรรม สองทุ่มก็ยังเตรียมงาน เด็กนักเรียนไม่เคยครบชั้น

เพราะแบ่งไปร่วมกิจกรรมทางนั้นที ทางนี้ที ถึงเวลานี้เด็กมัธยมปลายควรสอบกลางภาคเรียน แต่เนื้อหาบทเรียนอยู่ที่ไหน?



ฉันเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ที่เรียนจบโดยตรงทางการสอนภาษาอังกฤษ กำลังสอนในโรงเรียนมัธยมเล็กๆ ในชนบท ประสบการณ์สอนยังไม่ครบ 2 ปี

ครูทุกคนคงเหมือนๆ กัน ระหว่างทำการสอน เราต้องเรียน *เรียนอุปนิสัยใจคอ พื้นฐาน ความเป็นไปของเด็ก*

ทุกครั้งก่อนเข้าสอน ฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนทำอาหาร แน่นอนถึงมันจะเป็นไข่เจียว เราก็ไม่อยากให้มันไหม้เกรียมเป็นถ่าน

และอาหารจานนั้น เด็กๆ จะช่วยเราทำ ไม่มีทางที่จะ one man show โดยครูคนเดียวได้เป็นอันขาด จึงต้องค่อยๆ ยึดโยงกันไป



ถ้าเป็นเรือลำใหญ่ที่ช่วยกันพาย ก็ถือว่าเป็นเรือที่อยู่ในภาวะลำบาก โดยเฉพาะต้องระวังไม่ให้ลูกเรือคนไหนตกน้ำจนถึงขั้นจมลงไป

และก็ต้องไม่สั่งพายโดยหวังผลถึงเส้นชัย (อะไรดี? National Test score?) แล้วทำให้ลูกเรือเกิดท้อแท้ ทิ้งพาย เอาเท้าราน้ำเสียเฉยๆ

สมัยเรียนวิชาปรัชญาการศึกษา อาจารย์ท่านก็สอนว่า การสอนนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ สวยหรูและน่าจะเข้าใจ แต่พอมาปฏิบัติแล้ว

ถึงได้ซาบซึ้งว่า "ศาสตร์และศิลป์ในการสอน" มันทั้งกว้างทั้งลึก มันยากเย็นกว่าการเอาตัวรอดแบบปากเดียวท้องเดียวมากเสียจริงๆ



ฉันอ่านพบใครคนหนึ่งที่ตอบกระทู้นี้ เขียนว่า สิ่งที่เราให้แก่เด็กได้คือ ทัศนคติต่อภาษา และชอบใจคุณ SR ที่บอกว่า

เราก็แค่เรียนรู้ที่จะใช้ "ค้อน" สักอันหนึ่ง (ตอกตะปูให้สัมฤทธิผล?) คนที่สอนตอกตะปูได้ นั้นก็มีหลายระดับ ฉันก็เป็นระดับช่างชาวบ้านละมัง?

ภาษาอังกฤษที่ต้องการใช้ก็มีหลายระดับ ภาษาอังกฤษแค่ไหนที่เด็กมัธยมควรรู้ และฉันยังมีคำถามต่อว่า แล้วเด็กที่มีเป้าหมายไม่เท่ากัน

เด็กที่ไม่มีแรงจูงใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง (ซึ่งไม่ต่างกับผู้ใหญ่หรอก) ควรถูกประเมินด้วยมาตรฐานเดียวกันหรือ?



เด็กชายคนหนึ่ง เรียนชั้น ม.2 เขาถามฉันในวันหนึ่ง ขณะที่มือกำลังพยายามเขียนอักษรขยุกขยิกบนกระดาษ

"อย่างนี้ ผมเขียนตัวอาร์ถูกแล้วไหมครับ 'จารย์"



ฉันรู้สึกประสบความสำเร็จมากมายในวันนั้น เพราะในที่สุด เด็กชายคนนี้ก็เรียนรู้ตัวอาร์แล้ว โดยจะไม่ลืมอีก

เพราะเขาเกิดความอยากเขียนมันให้ได้ขึ้นมาในวันหนึ่ง ด้วยตัวเอง

คำถามมีอยู่ว่า ถ้านักเรียน ม.2 คนนี้ ถูกวัดด้วยข้อสอบมาตรฐานแห่งชาติ

หรือเพียงแค่ข้อสอบวัดผลกลางภาคเรียนตามจุดประสงค์รายวิชาอย่างธรรมดาๆ ก็เถอะ จะเกิดอะไรขึ้น?



ไม่ใช่เด็กที่มีระดับสติปัญญาด้อยเป็นพิเศษ ถ้าจะถามฉันอย่างนั้น หรือถ้าความสามารถภาษาอังกฤษเท่านี้ ในชั้น ม.2

ถือว่าเป็นเด็กด้อยสติปัญญาเป็นพิเศษ ฉันก็มีนักเรียนเช่นเดียวกันนี้อยู่ในห้อง ถึง 10% ในแต่ละชั้น แต่ละปี



แต่ฉันพอใจกับทัศนคติดีๆ ที่งอกงามขึ้นมา - ไม่ใช่ภาษาต่างดาว แต่เป็นเครื่องมือ -

พอใจกับเด็กนัยน์ตาว่างเปล่า ที่เริ่มนั่งเรียนตัวตรง โน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย หัวเราะ และดีใจ "หนู/ผม ก็ทำได้!"



ฉันพอใจจริงๆ แต่ก็รู้ว่ามันยังไม่พอ - - ไม่พอเมื่อเขาต้องออกไปแข่งขันในโลกภายนอก ไม่พอเมื่อโลกภายนอกจับเขาไปแข่งขัน





@คุณ SR ผู้ติดตามกระทู้นี้อยู่เสมอ ขอบคุณด้วยใจจริงสำหรับทุกคำ ทุกแนวคิด ที่พยายามให้กำลังใจครูทุกคนค่ะ



@สู้ๆ กันนะคะ ฉันก็ทำกิจกรรมตลอด สอนตลอด เตรียมสื่อตลอด เด็กดื้อตลอด - ทำผิด แล้วก็แก้ไข - ให้มันดีขึ้น



@เด็กๆ เค้ารับรู้ได้นะคะ ฉันเห็นเค้าเอาใจช่วย เวลาเค้าเห็นครูทุ่มเทมากๆ เค้าจะเอาใจช่วยคือ พยายามจะเรียนน่ะค่ะ ดีเหมือนกันนะ
sleepingchild
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 179 31 ก.ค. 2549 (10:53)
ขอแก้ไข คห 174 ของคุณครูชายแดน...คือว่าหน่วยสันติภาพอเมริกันนั้น ตั้งอยู่บนถนนราชวิถี ขวามือถ้ามาจากทาง ม.ราชภัฐสวนดุสิต ก่อนขึ้นสระพานกรุงธนหรือสะพานซังฮี้น๊ะค่ะ ไม่ใช่สะพานกรุงไทยตามที่คุณเขียนมาแต่แรก
ครูท่วย (IP:61.19.148.232,172.16.6.98, 203.158.207.252,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 180 1 ส.ค. 2549 (12:11)
ได้เข้าเยียมชมเว็บองคุณรู้สึกดีและได้รับความรู้จากการถามตอบเป็นอย่างมาก ครูสอนประถมอยากสอนภาษาอังกฤาเก่งมั้ง อยากได้คำแนะและความรู้ใหม่หรือเทคนิคการสอนเพื่อให้เด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้น
www.noytaiwan@ thaimail.com (IP:203.172.199.250,10.250.242.101,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 181 2 ก.ย. 2549 (06:02)
Would the English teachers like to teach it by new process? You can teach it by speaking,listening to, reading. and writing. You could use the vary questions to the students before lerning. In one hour, You teach them to speaking one sentence and they can speak it real. THe students will love English and ues it in their life.
sinmart_sinmart@yahoo.com (IP:203.151.140.117,203.113.61.38,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 182 5 ก.ย. 2549 (11:06)
ในฐานะครูคนหนื่ง ระบบการเรียนของต่างประเทศก็เป็นเรื่องที่ดี แต่จะเหมาะสมกับคนไทยก็ต่อเมื่อคุณสามารถฝึกเด็กให้รับผิดชอบ มีวินัยมาจากครอบครัวได้ก่อน พ่อแม่ก็น่าจะมีความรู้ มีความพร้อมในการสอนลูกตั้งแต่แรกเกิด ไม่ใช่มารอครู ขนาดลูกคนเดียว พ่อแม่ยังไม่สามารถสอนเองได้ แล้วนับประสาอะไรที่เด็ก เป็นร้อยเป็นพันคน ที่จะรอให้ครูมาสอนทุกคน แล้วจะให้ผลเลิศเลอ สมกับที่เป็นโรงเรียนในฝันจริงเลยนะ ฝันที่ไม่เป็นจริง
ครูคนหนึ่ง (IP:61.19.71.18,192.168.10.22,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 183 9 ก.ย. 2549 (18:16)
เห็นด้วยครับคุณครู การศึกษาต้องเริ่มจากในบ้าน
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 184 9 ก.ย. 2549 (18:37)
ผมไม่ได้จบอังกฤษ ได้มีประสบการณ์การสอนอังกฤษบ้าง โดยสอนเด็ก ป โท ช่วงเย็น เพื่อให้เขาอ่านได้ ทำวิจัยได้ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม เด็กเรียน ป โท แล้วยังอ่อนอังกฤษอีก ใช้งานไม่ได้เลย นี่ขนาดแค่อ่านนะ เขียนหรือพูดยิ่งจะไปกันใหญ่



มันมีกฏการเรียนภาษาอยู่หลายข้อ เป็นเครื่องชี้วัดว่าคนคนนั้นเป็นนักเรียนภาษาจริงหรือเปล่า หรือนักเรียนปลอม ๆ



1. ทัศนคติ ต้องดีเยี่ยม

2. จุ่มตัวเองลงในภาษานั้น ในระดับพอดีด้วยนะ ถ้าภาษาไหลท่วมท้นรับอะไรไม่ได้ก้ไม่มีประโยชน์

3. ต้องฝึกทุกวัน วันละน้อยดีกว่าหลายวันฝึกที ภาษามันต้องสะสมวันละเล้กละน้อย ธรรมชาติของมันเป้นแบบนั้น

4. หาโอกาสทุกโอกาสที่จะใช้ภาษา



เอาแค่ 4 ข้อนี้แหละ นักเรียนเราทำหรือเปล่า ถ้าทำอย่างผมว่าแล้วไม่เก่ง ผมยอมเอาหัวย่างต่างเท้าครับ
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 185 9 ก.ย. 2549 (18:49)
แต่ถ้ามาเรียนตอนโต ทำอย่างไรมันก็พูดไม่เหมือนฝรั่งหรอกครับ เหมือนคนจีนรุ่นก่อน ๆ พูดไทยนั่นแหละ จะเอาอะไรมากมายล่ะครับ แค่สื่อสารกันได้ก็พอแล้ว
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 186 9 ก.ย. 2549 (22:49)
ทุกคนคงมองเหมือนกันว่าเมื่อตอนเราเรียนภาษาอังกฤษเราเริ่มต้นเรียนเมื่อตอน ป.5 และที่จำได้ครูที่สอนเขาจบภาษาอังกฤษมาและทำให้เรียนรู้เรื่องและก็มาเป็นครูภาษาอังกษตอนนี้แต่เดี๋ยวนี้เขาเรียนกันตั้งแต่อนุบาลบางโรงเรียนในชนบทก็ไม่ได้เรียน โรงเรียนที่เรียนเขาก็ให้ครูเอกอะไรไม่รู้มาสอนกันมั่วๆ ไปก่อนเพราะไม่มีครูภาษาอังกฤษ ซึ่งโรงเรียนประถมส่วนใหญ่เป็นอย่างนี้จริง ลองถามเด็กและครูที่เขาสอนดูสิ เด็กก็เบื่อครูก็คงเซ็งหรือไม่ก็เออ สอนๆ ไปเถอะ มันก็เลยเกิดปัญหา เด็กไม่ชอบทั้งครูและภาษาอังกฤษ พอโตมาก็ยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นจำนวนมาก ที่เราสอนอยู่ก็เป็นแบบนี้คืออ่านไม่ออก เด็กอายุ18-19 แล้วยังต้องสอนวิธีการออกเสียง การผสมคำ การใช้สระกันอยู่เลย บางทีก็เบื่อเหมือนกันที่เจอเด็กโตแบบนี้ แต่ก็ต้องสอนเพื่อให้เขาสามารถ ส่วนใหญ่เป็นเด็กชายนะที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่มีผู้หญิงบ้างประปราย ตอนนี้เราก็เน้นให้เด็กพูดได้ด้วยการสอบสัมภาษณ์ ปรากฎว่ามีไม่กี่คนที่อยู่ในระดับดี ก็คงจ้องหาวิธีฝึกกันต่อไปนะ อย่าเพิ่งท้อเลย แต่อยากให้ผู้ใหญ่เขาดูแลหน่อยเถอะ ขอครูที่จบเอกภาษาอังกฟษโดยตรงสอนในโรงเรียนประถมเถอะค่ะ ลองสังเกตสิคะว่าเด็กที่มีครูเอกนี้สอนมาแต่เด็กเขาจะรู้เรื่องค่ะ
bews46@hotmail.com (IP:203.113.71.168,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 187 9 ก.ย. 2549 (22:57)
ทุกคนคงมองเหมือนกันว่าเมื่อตอนเราเรียนภาษาอังกฤษเราเริ่มต้นเรียนเมื่อตอน ป.5 และที่จำได้ครูที่สอนเขาจบภาษาอังกฤษมาและทำให้เรียนรู้เรื่องและก็มาเป็นครูภาษาอังกษตอนนี้แต่เดี๋ยวนี้เขาเรียนกันตั้งแต่อนุบาลบางโรงเรียนในชนบทก็ไม่ได้เรียน โรงเรียนที่เรียนเขาก็ให้ครูเอกอะไรไม่รู้มาสอนกันมั่วๆ ไปก่อนเพราะไม่มีครูภาษาอังกฤษ ซึ่งโรงเรียนประถมส่วนใหญ่เป็นอย่างนี้จริง ลองถามเด็กและครูที่เขาสอนดูสิ เด็กก็เบื่อครูก็คงเซ็งหรือไม่ก็เออ สอนๆ ไปเถอะ มันก็เลยเกิดปัญหา เด็กไม่ชอบทั้งครูและภาษาอังกฤษ พอโตมาก็ยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นจำนวนมาก ที่เราสอนอยู่ก็เป็นแบบนี้คืออ่านไม่ออก เด็กอายุ18-19 แล้วยังต้องสอนวิธีการออกเสียง การผสมคำ การใช้สระกันอยู่เลย บางทีก็เบื่อเหมือนกันที่เจอเด็กโตแบบนี้ แต่ก็ต้องสอนเพื่อให้เขาสามารถ ส่วนใหญ่เป็นเด็กชายนะที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่มีผู้หญิงบ้างประปราย ตอนนี้เราก็เน้นให้เด็กพูดได้ด้วยการสอบสัมภาษณ์ ปรากฎว่ามีไม่กี่คนที่อยู่ในระดับดี ถ้าจะให้ดี หาครูประถมที่จบเอกอังกฤษมาสอนเถอะ ไม่เชื่อลองสังเกตเด็กที่มีครูสอนเอกนี้โดยตรงสิเขาจะเรียนรู้เรื่องนะและต่อยอดได้ด้วยถึงแม้จะลืมของเก่าไปบ้างก็ยังดีที่เรียนมาแบบไม่รู้เรื่องอะไรจากครูเลย
bews46@hotmail.com (IP:203.113.71.168,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 188 9 ก.ย. 2549 (23:02)
ทุกคนคงมองเหมือนกันว่าเมื่อตอนเราเรียนภาษาอังกฤษเราเริ่มต้นเรียนเมื่อตอน ป.5 และที่จำได้ครูที่สอนเขาจบภาษาอังกฤษมาและทำให้เรียนรู้เรื่องและก็มาเป็นครูภาษาอังกษตอนนี้แต่เดี๋ยวนี้เขาเรียนกันตั้งแต่อนุบาลบางโรงเรียนในชนบทก็ไม่ได้เรียน โรงเรียนที่เรียนเขาก็ให้ครูเอกอะไรไม่รู้มาสอนกันมั่วๆ ไปก่อนเพราะไม่มีครูภาษาอังกฤษ ซึ่งโรงเรียนประถมส่วนใหญ่เป็นอย่างนี้จริง ลองถามเด็กและครูที่เขาสอนดูสิ เด็กก็เบื่อครูก็คงเซ็งหรือไม่ก็เออ สอนๆ ไปเถอะ มันก็เลยเกิดปัญหา เด็กไม่ชอบทั้งครูและภาษาอังกฤษ พอโตมาก็ยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นจำนวนมาก ที่เราสอนอยู่ก็เป็นแบบนี้คืออ่านไม่ออก เด็กอายุ18-19 แล้วยังต้องสอนวิธีการออกเสียง การผสมคำ การใช้สระกันอยู่เลย บางทีก็เบื่อเหมือนกันที่เจอเด็กโตแบบนี้ แต่ก็ต้องสอนเพื่อให้เขาสามารถ ส่วนใหญ่เป็นเด็กชายนะที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่มีผู้หญิงบ้างประปราย ตอนนี้เราก็เน้นให้เด็กพูดได้ด้วยการสอบสัมภาษณ์ ปรากฎว่ามีไม่กี่คนที่อยู่ในระดับดี หาครูประถมที่จบเอกอังกฤษมาสอนเถอะ ไม่เชื่อลองสังเกตเด็กที่มีครูสอนเอกนี้โดยตรงสิเขาจะเรียนรู้เรื่องนะและต่อยอดได้ด้วยถึงแม้จะลืมของเก่าไปบ้างก็ยังดีที่เรียนมาแบบไม่รู้เรื่องอะไรจากครูเลย
bews46@hotmail.com (IP:203.113.71.168,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 189 10 ก.ย. 2549 (13:32)
แต่แปลกนะ หลานสาวผมเก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนเลย อย่างน้อยมันก็เก่งกว่าเพื่อน ๆ ในห้องแหละ เขาอยู่ ม 1 แต่ก็พออ่านตำราอังกฤษ ม 2 ได้ ผมไม่ได้สอนอะไรเขาเพราะผมอยู่ขอนแก่น เขาอยู่ที่สระแก้ว แต่ผมทำให้เขาดู เพราะเมื่อใดที่ผมอยู่กับเขาผมไม่เคยอ่านภาษาไทยให้เขาเห็น



ผมคิดว่าการสร้างทัศนคติสำคัญมาก ให้เขามีทัศนคติที่ดีเสียก่อนแล้วเขาทำของเขาเอง แรงจูงใจภายนอกหรือจะมาสู้แรงจูงใจภายใน เมื่อเขาอยากจะเรียนเขาก็เรียนของเขาเอง ถ้ายังไม่ถึงเวลาที่เขาอยากสอนอย่างไรก็ไม่เอา แต่พอเขาอยากจะเรียนเขาก็ให้หาอุปกรณ์มาให้ทั้งเทปทั้งซีดี
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 190 19 ก.ย. 2549 (22:59)
English is not difficult and not easy too.I hope that your teaching will bring your students success.Please beleave in you and your students.

แม้ต้องใช้เวลาซักนิดในการเจริญเติบโต แต่ขอให้เชื่อมั่นในเมล็ดพืชที่คุณได้ปลูก ได้ฝั่ง และพรวนดินในทุกๆวัน มันต้องงอกออกมา ไม่วันใด ก็วันหนึ่ง ตราบใดที่มันยังไม่ถูกทำลาย
teddon10@chaiyo.com (IP:61.7.157.236,192.168.1.103, 61.7.157.236,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 191 27 ก.ย. 2549 (11:30)
ผมเป็นคนหนึ่งละที่ไม่ชอบไม้เรียว ตอนเด็กๆเคยโดนครูตีด้วยไว้วงเวียนที่ศีรษะบ่อยครั้ง เหตุเพราะว่าตอบโจทย์เลขคณิตไม่ได้ เลยทุกครั้งที่เข้าเรียนวิชาเลข ก็เลยกลัวทุกครั้งที่เจอหน้าครูคนนี้



ช่วยบอกด้วยว่าครูคนใดที่คิดว่าตีเด็กแล้วเด็กหัวดีขึ้น อยากให้คิดใหม่



ตอนนี้ผมโตแล้วและอยากจะบอกครูคนที่เคยสอนผมที่โรงเรียนแถวลาดพร้าวว่า ความรู้สึกที่ดีนะ ไม่มีกับครูคนนี้อยู่แล้ว นอกจากความเกลียดชัง เอ้าครูๆทั้งหลายที่ยังเชื่อว่าไม้เรียวจะช่วยครูสอนได้ ก็เตรียมนับ คนที่จะเกลียดชังท่านไว้ได้เลย บรรดาครูๆทั้งหลายที่มีเด็กๆมาไหว้แล้วบอกว่า รักแครพใอยากถามว่ามีกี่คนที่เขามาแล้วไหว้ด้วยความสนิทใจ อย่าลืมว่าหลายคนมาไหว้ เพราะแค่เป็นประเพณี ความจริงอาจเป็นอีกอย่าง



จากคนที่เคยโดนตีด้วยไม้จากครูใจร้าย
ไม่ชอบไม้เรียว (IP:125.25.14.193,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 192 8 พ.ย. 2549 (11:29)
I think all students are waiting for

kind and good English teachers.

They are very lovely students so all teacher should give them good knowledge. The teachers don't hit and rude with them. I believe teachers and students will be happy when they teach and learn English.
English attitude (IP:203.113.17.135,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 194 22 พ.ย. 2549 (13:18)
[I put my comments in square brackets [ ] in hope to sound closer to English pronunciation. ]



หลักเกณฑ์การทับศัพท์ http://www.royin.go.th/th/profile/index.php

๑. การทับศัพท์ให้ถอดอักษรในภาษาเดิมพอควรแก่การแสดงที่มาของรูปศัพท์ และให้เขียนในรูปที่อ่านได้สะดวกในภาษาไทย

๒. การวางหลักเกณฑ์ได้แยกกำหนดหลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาต่าง ๆ แต่ละภาษาไป

๓. คำทับศัพท์ที่ใช้กันมานานจนถือเป็นภาษาไทย และปรากฏในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานแล้ว ให้ใช้ต่อไปตามเดิม เช่น ช็อกโกเลต, ช็อกโกแลต, เชิ้ต, ก๊าซ, แก๊ส

๔. คำวิสามานยนามที่ใช้กันมานานแล้ว อาจใช้ต่อไปตามเดิม เช่น

Victoria = วิกตอเรีย

Louis = หลุยส์

Cologne = โคโลญ

๕. ศัพท์วิชาการซึ่งใช้เฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่ศัพท์ทั่วไป อาจเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ขึ้นตามความจำเป็น หลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาอังกฤษ

๑. สระ ให้ถอดตามการออกเสียงในพจนานุกรมภาษาอังกฤษ โดยเทียบเสียงสระภาษาไทยตามตารางเทียบเสียงสระภาษาอังกฤษ

๒. พยัญชนะ ให้ถอดเป็นพยัญชนะภาษาไทยตามหลักเกณฑ์ในตารางเทียบพยัญชนะภาษาอังกฤษ

๓. การใช้เครื่องหมายทัณฑฆาต

๓.๑ พยัญชนะตัวที่ไม่ออกเสียงในภาษาไทย ให้ใส่เครื่องหมายทัณฑฆาตกำกับไว้ เช่น

horn = ฮอร์น [ฮอเรินนึ?]

Windsor = วินด์เซอร์ [วินดึ เซอะรึ?]

๓.๒ คำหรือพยางค์ที่ตัวสะกดมีพยัญชนะตามมาหลายตัว ให้ใส่เครื่องหมายทัณฑฆาต ไว้บนพยัญชนะที่ไม่ออกเสียงตัวสุดท้ายแต่เพียงแห่งเดียว เช่น

Okhotsk = โอค็อตสก์ [โอ ค็อต สกึ?]

Barents = แบเร็นตส์ [แบ เร็น ตึสึ?]

๓.๓ คำหรือพยางค์ที่มีพยัญชนะไม่ออกเสียงอยู่หน้าตัวสะกด ที่ยังมีพยัญชนะตามหลังมาอีก ให้ตัดพยัญชนะที่อยู่หน้าตัวสะกดออก และใส่เครื่องหมายทัณฑฆาตไว้บนพยัญชนะตัวสุดท้าย เช่น

world = เวิลด์ [เวิวร์ลดึ?]

quartz = ควอตซ์ [คว้อร์ททึซึ?]

Johns = จอนส์ [จอน สึ?]

first = เฟิสต์ [เฟ้อร์สทึ?]

๔. การใช้ไม้ไต่คู้ ควรใช้ในกรณีต่อไปนี้

๔.๑ เพื่อให้เห็นแตกต่างจากคำไทย เช่น

log = ล็อก [ล็อก เกอะ?]

๔.๒ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านแยกพยางค์ได้ถูกต้อง เช่น

Okhotsk = โอค็อตสก์ [โอ ค็อต สกึ?]

๕. การใช้เครื่องหมายวรรณยุกต์ การเขียนคำทับศัพท์ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์ ยกเว้นในกรณีที่คำนั้นมีเสียงซ้ำกับคำไทย จนทำให้เกิดความสับสน อาจใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์ได้ เช่น

coke = โค้ก [โค้ก เคะ?]

coma = โคม่า



[Why we don't hear and say 'sibilants'? Because we kill (ทัณฑฆาต) them off and make English speaking much harder for ourselves. ]
SR (IP:144.138.31.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 195 22 พ.ย. 2549 (16:40)
มาอ่านเทคนิคที่คุณ SR เก็บมาฝากค่ะ :)
sleepingchild
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 196 22 พ.ย. 2549 (16:49)
How to read or say English words more accurately?



Two broad approaches

A) to use an English dictionary convention with romanized phonetic symbols - this requires little work to represent words (some English-to-English dictionaries have a pronunciation after each index word -check before you buy-), but some effort in learning to spell and memorizing exceptions and intonation (melody) of words, which are not presently included;



B) to represent word sounds in Thai alphabet - this may require substantial correction (some English-to-Thai dictionaries include pronunciation in Thai - some are conformant to the recommendation of the Royal Institute of ... but some are not) and some amendments to represent English sounds more accurately; this approach may allow easy and widespread learning in the population at large.



Points for Consideration

1) Thai spelling convention

(see http://www.royin.go.th/th/profile/index.php listed below.)

2) Intonation and Accent Marks

a) use of เ-อะ or อึ to mark indeterminate sound [e.g. อิน ดิเทอะ มึเนท]

b) use of อ่,อ้,อ๊,อ๋ (วรรณยุกต์) to mark sound pitch

c) use of ^ to mark accented syllable

d) use of - ์ (เครื่องหมายทัณฑฆาต) to mark 'silent characters'

e) use of ส for s, ช for z, ษ? for x, ช? for -sh, ฉ? for -ch, ง for -ng and so on to diiferentiate sibilants (hissing sounds at end)

f) use of โ-ะ, เ-ะ, and -าย for words ending in -o, -e and -y



Your Say - Your Choice...



I would choose apprach A and get audio and visual devices to practice correct pronunciation - English, American, Australian and so on have different accents and styles, just choose one you like most.



I would like to see a library of easy to read English story books freely accessible by all children including those in remote areas. Each year, millions of such books are thrown away or recycled. They can be reused many times over in countries like ours. ...Ummh
บัวอื่น
ร่วมแบ่งปัน953 ครั้ง - ดาว 395 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 197 13 ธ.ค. 2549 (00:42)
Money is the big problem I've ever faced, Though I have the teacher's spirit. I used to teach in that situation, u know?
Jeck (IP:58.9.93.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 198 18 ธ.ค. 2549 (18:11)
I found this preparation? for a level 1? English or Arithmetics?

It looks fun for early primary school kids anyway.

What do you think?



Part 2: How do we read it?



How do we read '1 + 1'? We read it 'one plus one'.

How do we read '2 - 1'? We read it 'two minus one'.

How do we read '1 x 1'? We read it 'one times one' or 'one multiplied by one' or 'one by one'

How do we read '1 * 1'? We read it 'one times one' also.

How do we read '1 ÷ 2'? We read it 'one divided by two'.

How do we read '1 / 2'? We read it 'one over two' or 'one in two'.

[We use 'x' or '*' for 'multiply'. We use '÷' or '/' for 'divide'.]



How do you read '2 + 3'? Did you say 'two plus three'? I am glad you did.

How do you read '2 x 3'? Did you say 'two times three' or 'two by three'? You are cool.

How do you read '4 / 7'? Did you say 'four over seven' or 'four in seven'? You are good.

How do you read ' 1 + 2 - 3'? ...'1 plus 2 minus 3'... You are very good.

Try this '2 x 3 - 1 + 5 / 9'. Did you say '2 times 3 minus 1 plus 5 over 9'? You are superb.

I will have to find harder problems for you. This will take me a while.



How do we read '1 + 1 = 2'? We read it '1 plus 1 equals 2'.

How do we read '2 = 1 + 1'? We read it '2 equals 1 plus 1'.

How do we read '1 < 2'? We read it '1 is less than 2'.

How do we read '2 > 1'? We read it '2 is greater than 1'

How do we read '1 + 2 > 4 - 3'? We read it '1 plus 2 is greater than 4 minus 3'.

How do we read '2 / 3 < 2 x 3'? Did you say '2 over 3 is less than 2 times 3'? You are good.

Try this '1 + 2 / 3 > 3 - 2 x 1'.

...
SR (IP:144.138.31.92)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 199 19 ธ.ค. 2549 (03:31)
Dear English Teachers and all of you,



The New Year is fast approaching (whether we welcome it or not).



Here some presents:

Purdue OWL (Purdue University Online Writing Lab) http://owl.english.purdue.edu/ for all English Teachers;

And to practice 'American' pronunciation (free of charge)

http://www.esl-lab.com/ (Real media player + Windows media player required);

http://www.trainyouraccent.com/ (Windows media player required).



We would appreciate sharing your presents here too .



Happy and safe New Year to all. .
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 200 29 ธ.ค. 2549 (13:03)
ผมขอคัดลอกบทความข้อคิดเห็นจาก WWW. นีไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการสอนฯ และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นะครับ
ครูทุ่ย (IP:58.147.109.84)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 201 29 ธ.ค. 2549 (19:57)
ขอเป็นกำลังใจให้ครูภาษาอังกฤษพัฒนาการสอนให้ดีขึ้นเพื่ออนาคตประเทศชาติ
armer
ร่วมแบ่งปัน134 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 202 5 ม.ค. 2550 (14:06)
ผมเป็นคนนึงครับที่อยากเป็นครูสอนภาษาอังกฤษครับ ผมรู้มาตลอดว่าการเรียนการสอนของบ้านเรามันผิดมานานแล้ว และอีกอย่างที่บ้านเราเป็นมานานก็คือ การเรียนภาษาอังกฤษผ่านระบบภาษาต่างประเทศ ก็คือภาษาไทยอ่ะครับ ช่วยกันเสนอแนะเข้ามาเยอะๆนะครับ ผมก็อยากเรียนรู้จากพวกพี่ๆที่เป็นครูว่าเจออะไรมาบ้าง เพื่อจะได้นำไปปรับใช้ เพื่อเยาวชนอนาคตของชาตินะครับ ตอนนี้ผมกำลังจะจบ มอ 6 และจะไปต่อ ปตรี ที่อินเดียเอกภาษาอังกฤษ และจบมาจะเป็นครูแน่นอนครับ อยากเป็นเรือจ้างครับที่ส่งคนให้ถึงฝั่ง
dekdee_5@hot (IP:58.147.88.203)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 203 7 ม.ค. 2550 (06:33)
Happy and Healthy New Year to all



I spotted this blog and wondered if this is a 'strong' issue. I would appreciate your comments and experiences.

...

POSTBAG http://www.bangkokpost.com/060107_News/06Jan2007_news99.php



Students stymied by the system



Idiom for the day: "Crying shame", which can be used to describe something that is regrettable. Sample sentence: It's a crying shame that Thai students are taught English within a difficult curriculum.



Yesterday, a small group of university students approached me to get my opinion on six pages of study material which were assigned for one of their English classes.



I took a brief look at the material and, other than a few sample sentences, I could not decipher it. Because I didn't want to denigrate another teacher's study material, I offered the most diplomatic assessment I could, saying: "It's difficult, but good luck." My private thoughts were: If I, as a teacher, were assigned to teach English using that material, I would refuse on the grounds it was ridiculously addled by constructionist semantics. It would be like offering someone a yoghurt drink, but not allowing them to take a sip until they recited the entire small print written on the packaging. That type of English lesson effectively destroys any beauty or flow the language might have, and renders it as a chopped-up series of unnecessary memorised terminology that no English speaker would ever need or want to use.



Imagine if the Thai language were taught overseas by Americans who had only a tentative handle on speaking Thai. Add to that a teaching method that piled on many convoluted and confusing terms that Thai people never use, in order to explain a simple sentence.



Thai students struggle mightily for many years with English, yet most wind up not being able to speak or understand the language. With a combination of convoluted study material and non-native teachers, the task is made unnecessarily complicated and difficult.



Strict visa regulations add another impediment by effectively keeping many native English speakers from helping out.



It's a crying shame to think of the thousands of classroom hours wasted by bright and eager students who want to learn English, but are stymied by a dysfunctional teaching system.



KEN ALBERTSEN

Chiang Rai
SR (IP:144.134.69.236)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 204 11 ม.ค. 2550 (15:56)
เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว ที่เว็บไซต์ www.readbangkokpost.com
หนังสือพิมพ์ Bangkok Post (IP:203.155.9.153)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 205 12 ม.ค. 2550 (09:00)
I think children must have their own eagerness in studying. If they don't ,everything you teach will be useless. They have to see the importance of English first
TU69 (IP:210.1.13.194)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 206 19 ม.ค. 2550 (10:07)
Hello, I'm the English teacher (in Chiang Rai) who wrote the letter which mentioned "crying shame." English is not an easy language to learn, but if you want to get good at anything, you need to practice, practice, practice. Ask the great tennis player Paradon about the importance of 'practice.' The best way to practice is with a 'native' English speaker (NES). Young Thai men can pick any NES to practice with. For young young Thai women, it would be better to practice conversation with farang women, because if they practice with a farang man, he might get 'ideas' thinking she's interested in romance with him. However, for a group of Thai women, conversing with farang man/men should not be a problem - as long as the women make it very clear that they're not available for romance or sex. Many farang would be glad to converse with you - but it's best if it's in the day-time at a community place - like a library or coffee shop. If you approach a farang at night and/or at a nightclub, then it's a whole different vibe/scenario - and could lead to problems/trouble.
tinpothat@gmail.com (IP:61.19.65.51)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 207 21 ม.ค. 2550 (06:02)
Hi Tin-Pot-Hat (KEN ALBERTSEN of Chiang Rai),



I am sure most people understand the importance of practice and most people 'get good' after repetitions. What struck me was a criticism on a preparation for teaching 'based on (possibly) structured and constructivistic approach'. The criticism was strong as it made it way to a 'national' weblog. The preparation of 6 pages indicated considerable effort (and thought) and aimed (I believe) to improve learning experience and result. I posted the blog to know more about the preparation and experiences of teachers who have tried preparing lessons.



You made clear that you believe in practice and suggested 'safe' situations for kids.

I believe practice should be 'prepared' (aimed) - so that result can be identified and measured. But, views among teachers can be divert and different from the 'official' view. I am awaiting views from English teachers.



My view is that closer and more contacts with NES help teachers to gain confidence in teaching and that benefits kids and cooperation among teachers worldwide. I think NES teachers have a place in schools, but in future more than just English would be required. We are facing many exciting cultural and technological changes that may need adjustments in our attitudes and behaviours. Somehow, we will follow our own balanced path amid our khammic interactions by our own choosing (with metta).
SR (IP:144.138.31.130)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 208 21 ม.ค. 2550 (09:28)
Immerse yourself into English environment.
tkesmala@yahoo.com (IP:61.7.133.104)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 209 23 ม.ค. 2550 (15:11)
เคยมีรายงานวิจัยเมื่อ 20 ปีก่อนพบว่านักเรียนที่มีความพร้อมที่จะเรียนภาษาต่างประเทศได้ดีคือช่วงอายุ 13 ปีข้นไปซึ่งผู้เขียนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่จริงจริงๆแล้ว ม. 1 ควรเรียนขั้น เบสิคใหม่ เพราะจะได้รู้จักเด็กเป็นรายบุคคล ครูมัธยมสอนใหม่ซิครับมีความพร้อมกว่าประถมเยอะ ครูประถมเขาเริ่มพัฒนาตั้งแต่ยังไม่รู้อะไรเลยสักตัว สอนตั้ง 8 สาระ 2 กิจกรรมแล้วจะเอาเวลาไหนมาสอนทันละครับ หรือถ้าสอนทันเด็กเขารับได้หรือเปล่า วัยเขาเป็นวัยเล่นนะครับ วัยที่ท่านสอนนะแหละเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ อยากลอง จนลองออกนอกลู่ทำไมต้องให้เขายากๆ สอนง่ายๆไปก่อนแล้วเขาอยากรู้อยากเรียนเขาก็รับได้เอง คนฝรั่งมาเรียนภาณษาไทยก็เรียนเมื่อเขามีความพร้อมแล้ว เขาอยาก เขาจึงเรียนได้ดี นี่อะไรก็ไม่รู้ยัดใส่ให้เด็กจนล้น แล้วบอกว่าคุณธรรมมีน้อย เคยลองทำข้อสอบ ป. 3 ไหม เหมือนกับเป็นข้อสอบเข้าเรียน ป. โท ถ้าคุณว่าเก่งลองไปทำดู
PP - pongpunt@thaimail.com (IP:203.172.199.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 210 23 ม.ค. 2550 (16:18)
ผมเป็นผู้เรียนไม่ใช่ผู้สอน ลองมาแทบทุกวิธีแหละครับ วิธีที่ดีที่สุดก็คือสร้างสิ่งแวดล้อมให้เป็นภาษาอังกฤษ เหมือนเราเรียนภาษาไทยไงซึ่งเราไม่เห็นว่ามันจะยากตรงไหนไม่เห็นต้องมีใครมาบอกมาสอน



เราอยู่คนเดียวเราก็สร้างสภาพแลดล้อมของเราให้อบอวลไปด้วยภาษาอังกฤษ เขียนอังกฤษติดไว้ตามต้นไปม้บ้างห้องน้ำบ้าง ครัวบ้าง ไปที่ไหนก็เจอ ฟังเพลงก็แกล้งทำเป้นหัวสูง ฉันฟังเพลงไทยไม่เป็ง ดูหนังก็เป้นหนังฟรั่ง เทปในรถเป็นอุปกรณ์ การเรียนที่ดีที่สุด จ๊อกกิ้งก้ฟัง เดินไปทำงานก็ฟัง เท่านี้แหละพอแล้ว แม้ไม่เก่งก็ช่วยตัวเองได้ล่ะ



ภาษาอังกฤาเรียนด้วยตัวเองได้ครับ ไม่มีใครสอนใครให้เก่งได้หรอกครับนอกจากนักเรียนจะเรียนเอง มันเป็นเรื่องทักษะล้วน ๆ บอกกันได้แต่ไม่มีทางเป็นเชื่อผมสิ เหมือนสอนเด็กว่ายน้ำจะสอนกันบนบกได้ไง ก้ต้องลงไปในน้ำเท่านั้น
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 211 30 มี.ค. 2550 (19:27)
motivation ก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการสอนภาษาอังกฤษ ทำให้นักเรียนชอบภาษา อาจจะเริ่มจากทำให้นักเรียนชอบตัวครูก่อน ชอบอะไรก็ได้เช่น รอยยิ้ม มาดเท่ ทัศนคติของครูที่นักเรียนเห็นว่าใช่เลย ความเป็นพวกเดียวกัน หรืออื่นๆ แต่แน่นอนที่สุดคือให้นักเรียนเห็นว่าครูเต็มที่ในการสอนในการให้ความรู้ แล้วทีนี้ละก้อ เอาไง เอากัน แม้จะไม่เก่งในเนื้อหาภาษาแต่ให้ทำอะไรก็ทำ
kruyingjp@yahoo.com (IP:125.26.237.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 212 8 เม.ย. 2550 (11:41)
เราสอนภาษาอังกฤษช่วงชั้นที่สองมาแปดปี ตอนนี้เราเป็นเลขาศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเราเลยโชคดีกว่าเพื่อนๆนิดหนึ่งเพราะเดี๋ยวปลายเดือนนี้เราจะได้ไปเข้าค่ายภาษาอังกฤษวิทยากรเป็นต่างชาติ ที่เราเขียนมาเพื่ออยากจะบอกผู้มีอำนาจในกระทรวงว่าพวกเราครูประถมที่ต้องสอนภาษาอังกฤษเราไม่ได้จบเอกอิงค์แต่พวกผู้ใหญ่ในกระทรวงเคยให้เราได้พัฒนาตนเองหรือไม่เห็นมีแต่ครูมัธยมอบรมแล้วอบรมอีกครูประถมไม่เคยได้รับทั้งๆที่เราคิดว่าเราน่าจะได้รับการพัฒนาหรือว่าความช่วยเหลือมากกว่าครูมัธยม ถ้าท่านให้แต่ครูมัธยมได้อบรมได้พัฒนา การสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยก็คงประสบความล้มเหลวเช่นเดิม เราอยากเรยกร้องให้ครูประถมทุกคนมีโอกาสอบรมหรือพัฒนาอย่างน้อยภาคเรียนละครั้งติดต่อกันเรามั่นใจภาษาอังกฤษจะต้องดีขึ้น
ครูประถมสอนอิงค์ (IP:203.188.7.241)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 214 12 เม.ย. 2550 (20:39)
สอนภาษามาก็หลายปี แต่มาระยะหลัง ๆ รู้สึกท้อเพราะเด็กที่มาเรียนต่อระดับม.1ใหม่ เรียนภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง แม้แต่เรื่อง Basic tools ยังไม่ได้เลย หรือว่า ตอนเรียนประถม ครูอาจมัวเอาเวลาไปนั่งทำอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ ซึ่งไม่ประจักษ์ เพราะการประเมินไม่ได้ประเมินในสถาณการณ์จริง ประเมินแต่ตัวอักษร ซึ่งจะเขียนให้มันเลิศหรูยังไงก็ได้ ไม่ใช่ว่าจะอิจฉานะแต่มันเรื่องจริง

......................................................................................................................

เด็กน้อยอมมืออ่านเขาก็ต้องบอกละว่าคุณนายขี้อิจฉา ใจมันฟ้อง ถ้าไม่คิดก็คงไม่เขียน เราก็ครูภาษาอังกฤษนะ เราไม่ทอ้แท้เลย ปัญหาที่คุณเจอฉันก็เจอ แต่ฉันว่ามันท้าทายดีนักแล ฉันเห็นใจครูประถมมาก ๆ ถ้าเกิดได้จะขอเป็นครูประถม จะสอนอย่างตั้งใจ จนผลงานประจักษ์ เป็นอาจารย์ 3 หรือไม่เป็นไม่ใช่เรื่องสำคัญ จรรยาบรรณของครู หรือการรักและศรัทธาในอาชีพ ไม่ควรดูถูกหรือเหยียยยดหยามคนในอาชีพเดียวกัน
ญานนท์ (IP:125.25.57.57)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 215 13 เม.ย. 2550 (17:11)
เห็นด้วยกับคุณญานนท์ เด็กขยายโอกาส หรือเด็กประถม ต้องเห็นใจเขา ไม่ควรดูถูกกันถึงปานนั้น เรื่องอาจารย์ 3 เป็นธรรมดาใครทำได้ก็ทำไป เราทำไม่ได้ก็ขอส่งแรงใจ ไม่เคยว่ากันเลย
บังอรชร (IP:125.25.48.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 216 14 เม.ย. 2550 (12:43)
ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณครูที่กำลังท้อง เจ้าของกระทู้ การที่เด็กไม่เข้าใจหรือไม่มีความรู้พื้นฐาน เป็นการน่าลองดีมาก ๆ ถ้าอาจารย์หันกลับมาใช้เทคนิคที่อาจารย์มีอยู่มาแก้ปัญหาเด็กพวกนี้ อาจารย์จะพบกับความสำเร็จ มีความสุขและก้าวหน้าในวิชาชีพแน่นอน อาจารย์อย่าท้อเชียวนะ เราทำได้ครูยุคใหม่(ล่าสุด)
คำแพง (IP:58.181.187.111)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 217 18 เม.ย. 2550 (19:16)
ถ้าครูท้องสอน เด็กก็ต้องท้อเรียนจริงไหมเอ่ย
กัณฑิกานต์ (IP:58.181.180.31)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 218 21 เม.ย. 2550 (23:28)
สู้ ๆ นะจ๊ะ
tee (IP:203.113.51.137)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 219 22 เม.ย. 2550 (07:32)
Another academic year comes to close. I must say I did not hear of improvement in English learning or teaching. Yes, there are many more English schools promising the world and the moon and a half. But, I hear more of Bachelor degree graduates not able to pass English competency tests and they must spend some 20-25 weeks in English courses overseas to be allowed to do Master degree courses.



There is something strange about this, but I can't put my finger on it. If it only takes 20-25 weeks (say of 8-hour days i.e. 200 hours) to gain competency in English; why can't we learn English in schools in Thailand in 200 hours? Is it because these overseas courses are expensive and entensive (we would not want to do over and over again )? Why can't we then re-arrange thr school time table such that each subject is focused and intensive (rather than spread thinly across the broad spectrum and. as it seems. the end result is our kids know a little bit of everything but not much of any single thing ).



How about cooperative learning? Can we give lessons say in mathematics using simple English (so that kids can learn maths and English at the same time)? It seems that maths is a very simple language (plus +, minus -, divide /, time x, equal =, ...) and 'high level efforts' in making this possible would be well worth funding.



Soon, there will be so much materials for learning; when pruning (dropping) some materials would make 'holes' in our learning; when time for learning is stretched beyond the limit (many kids and parents are already over-stretched now); when ..., we will be forced to go this way - "to do things for more than one objectives" or to make combined intensive courses.



Smile, please. It is the best thing to do in this situation .
SR (IP:144.138.31.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 220 23 พ.ค. 2550 (14:10)
หนูไม่ได้จบเอกEng แต่เรียนโทเป็น Eng เคยไปช่วยเพื่อนสอนEng ตอนนี้อยากเป็นครู

หนูพูดอังกฤษได้ ไปสมัครเป็นครูเขาบอกไม่รับ เพราะวิชาเอก เอกการพัฒนาชุมชน

ตอนนี้ท้อใจ แต่ไม่คิดจะท้อถอย ถึงแม้เพิ่งจะมารู้ว่าตัวเองอยากเป็นครูEng เมื่อจบ ป.ตรีแล้ว

แต่ก็คิดว่าจะสู้ต่อไปเพื่อฝัน
M.Titaree@hotmail.com (IP:125.27.174.235)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 221 25 พ.ค. 2550 (08:09)
Dear M.Titaree@hotmail.com,



I don't know where you applied for an English teaching position.

I do know that English speaking skill does not always equal English teaching skill.

Most teachers would agree that "talking is easy - teaching is hard".

(And that if we don't talk - we can't teach (at all)! ).



I'd love to have you showing us your perseverance to become a teacher

and helping us to learn English (in Vchakarn.com) .



I would also ask if anyone knows of a vacancy, even for a teacher aid in English,

please give her 'a chance' (that may change her life)!
SR (IP:144.138.31.128)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 222 31 พ.ค. 2550 (19:49)
ครูประถมจำนวนน้อยมากที่มีความรู้ในการสอนภาษาอังกฤษ ไม่แม่นทำให้ไม่กล้าสอนเต็มที่และเด็กจะเรียนรู้ได้อย่างไรในเมื่อครูเองก็ยังอ่านไม่คล่อง ครูมัธยมส่วนใหญ่ก็เอกอิงค์ทั้งนั้นแต่ประถมน้อยมากและครูที่ได้รับการอบรมก็ตะบี้ตะบันอบรมแต่ครูมัธยม โอกาสที่จะเจอครูประถมที่เก่ง ๆ จึงน้อย แล้วครูมัธยมก็โทษว่าสงสัยเอาเวลาทำอาจารย์ 3 กัน ไม่จริงหรอกค่ะ เพียงแต่ครูไม่มีภูมิพอจะสอนเด็ก แต่ก็ต้องสอนเพราะอยากให้เด็กมีความรู้ เวลาเข้าอบรมกับครูประถมที่สอนภาษาอังกฤษด้วยกันจะรู้ปัญหา ครูที่แม่นและสอนเด็กได้อย่างที่รัฐอยากให้เป็นไม่ถึงร้อยะ10
ครูประถมเอกอิงค์คนหนึ่ง (IP:222.123.224.158)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 223 5 มิ.ย. 2550 (13:59)
ไม่ว่ากันนะครับ แต่ขอแสดงความเห็นกับ ความเห็นที่ 22 ซึ่งจริงบ้าง แต่เป็นบางมุม แต่ละสถานที่ มีบริบทงานต่างกัน การสรุปด้วยความเห็นที่มีตัวตนเกี่ยวข้องคงไม่ถูกนัก หากมีอาจารย์มหาวิทยาลัยตำหนิว่าจบมัธยมมาได้อย่างไรคุณ ครูEng ก็คงไม่สบอารมณ์เท่าไรนักเช่นกัน(หรือครูประถมอาจอ้างว่าครูอนุบาลเตรียมมาไม่ดี ครูอนุบาลอ้างว่าพ่อแม่เตรียมเด็กมาไม่ดี พ่อแม่อ้างว่าพ่อ + แม่ ของพ่อแม่ให้พันธุ์มาไม่ดี ฯลฯ )

สำหรับความเห็นที่ 23 ผมเห็นด้วยครับว่าสภาพสังคมปัจจุบันไม่เอื้อต่อการเรียน คงไม่ตกต่ำเฉพาะภาษาอังกฤษหรอกครับ สังเกตลูกหลาน อ่อนไปหมดทุกวิชา สิ่งที่เค่นขึ้นของเด็กปัจจุบันคือ พูด วิพากษ์วิจารณ์ และการตามเทคโนโลยี ปัญหาคือครูจะจัดการเรียนการสอนในสภาพนี้ให้ดีได้อย่างไร

สำหรับภาษาอังกฤษ ผมยอมรับว่าความตกต่ำมีจริง เทียบบัญญัติไตรยางค์เลยครับ แค่สมัยที่เราเรียน ก็ยังดีกว่าเด็กปัจจุบันส่วนใหญ่ ทั้งๆที่ สื่อและอุปกรณ์ต่างกันลิบ งงเช่นกัน หรือเด็กปัจจุบันมีสมองแย่กว่าเก่า (ตามรายงานของนักวิจัย หลายๆครั้ง)

ผลที่เป็นอย่างนี้ เกิดจากเหตุหลายปัจจัย หลายๆข้อความข้างบนกล่าวถูกต้อง แต่ขมวดแล้วปัญหาจริงๆอาจจะเป้นที่ นโยบายการจัดการศึกษาที่[tex]เน้นรูปแบบวิธีมากกว่าผลสำเร็จ เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ มองการพัฒนาคนเป้นกระบวนการผลิตสินค้า[/tex]
Yeeb001yaaj@gmail.com (IP:203.113.17.172)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 224 5 มิ.ย. 2550 (17:02)
บางอย่างครูไม่จำเป็นต้องรู้แต่ก็สามารถเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัยเด็กได้ ครูเก่งอังกฤษนั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง สิ่งสำคัญคือต้องสอนให้นักเรียนมีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ถูกต้อง มีนิสัยการเรียนรู้ที่ถูกต้องให้สมกัยเป็นนักเรียนที่เรียนอังกฤษจริง ๆ เท่านั้น



เป็นนักเรียนอังกฤษแต่ไม่พูดอังกฤษสักกะแอะ ไม่อ่านอังกฤษ ไม่ฟังอังกฤษ แปลกนะ



ความเห็น 223 บอกว่าสังคมปัจจุบันไม่เอื้อต่อการเรียนนั้นเห็นจะไม่ถูกต้อง เพราะสมัยก่อนนั้นอะไรก็ขาดแคลนยกตัวอย่างดิคชันนารีมีเพียงของสอเศรษฐบุตรเล่มเดียวเขาก็เรียนกันจนเก่งได้ ปัจจุบันมีอินเตอร์เน็ตอะไรสารพัดซึ่งคนรุ่นก่อนต้องอิจฉา แต่ทำไม่เก่งกันล่ะ
tkesmala@yahoo.com (IP:202.12.97.111)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 225 6 มิ.ย. 2550 (20:54)
ท่านครับท่านทั้งหลายครับ ผมพึ่งเข้ามาอ่านครั้งแรกน่ะครับเนี้ย



ผมขอพูดหน่อยน่ะครับ ดูท่าทีคุณครูทุกท่านจะหนักใจเรื่องการสอนมากเลยน่ะครับ



ที่เด็กเรียนภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องเพราะว่าเด็กไม่เข้าใจโครงสร้างนั้นเอง



ขอท่านคุณครูทั้งหลายลองหยิบหนังสือของอาจารย์สำราญ คำยิ่ง มาดูกันสิ



ถ้าสอนไปตามหน้งสือนั้นน่ะ ผมรับรองเด็กเข้าใจง่ายแน่ๆ



ตอนเรียนในชั้นเรียนผมยอมรับว่า งง มากๆถึงมากเลยทีเดียว



แต่พอมาอ่านตำรานี้ก็ถึงบางอ้อเลยแหล่ะ
คนเคยบวชเรียน (IP:58.10.161.24)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 226 6 มิ.ย. 2550 (23:05)
วิธีสอนภาษาอังกฤษให้เข้าใจ ----ไม่มีค่ะ เป็นนักเรียนะคะแต่ว่า....คุณครูต้องเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ที่มีความแตกต่างกันนะคะ ยังไงก้ออย่าให้เด็กต้องท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทองนะคะ อันดับแรกต้องสอนพื้นฐานก่อนค่ะ สอนตั้งแต่ประเภทของคำ สรรพนาม ไปเรื่อย ๆ เลยนะคะ สอนพื้นฐานมาก ๆ แล้วเรื่อง Tense ใช้เล่านิทานค่ะ เด็กวัยประมาณ ม.1 จะมีความจำฝังใจกับเรื่องนิทาน แล้วจะจำไปจนตาย ไม่มีวันลืมค่ะ...สู้ ๆ นะคะครู
Piggizaa
ร่วมแบ่งปัน6 ครั้ง - ดาว 149 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 227 18 มิ.ย. 2550 (01:23)
ต้องให้ผู้เรียนมีแรงจูงใจที่จะเรียน โดยหาวิธีที่เป็นธรรมชาติที่สุด ให้เรียนรู้ในแบบเดียวกับที่เด็กอนุบาลเริ่มเรียนภาษาไทย ผู้เรียนที่เคยเรียนภาษาอังกฤษมามากแล้วจะเรียนรู้ได้ยากและช้ากว่าเด็กอนุบาลที่เพิ่งเริ่มรู้จัก a b c เด็ก ๆ ที่อยู่ในวัยช่างสงสัยและกำลังเลียนแบบจะเข้าใจได้ง่ายกว่าในวัยอื่น ๆ ผู้ใหญ่น่าจะเรียนภาษาอังกฤษได้ยากกว่าเพราะอาจมีความฝังใจว่าภาษาอังกฤษยากมายาวนาน หรือได้เข้าใจอะไรที่ไม่ถูกไปมาก จนเกิดกำแพงกั้นการเรียนรู้ใหม่ ๆ ต้องหาวิธีทำลายกำแพง สำหรับผู้ใหญ่ตัวอย่างที่เป็นประโยชน์ น่าสนุก เพิ่มคุณค่าให้กับชีวิต หรือช่วยด้านการทำงาน อาจช่วยได้มาก เช่น การดูหนังฟังเพลงภาษาอังกฤษ คบเพื่อนต่างชาติ เล่นเกมส์ออนไลน์ ไปเที่ยวต่างประเทศ อ่านหรือทำรายงานที่ต้องทำในหน้าที่ เพิ่มรายได้ด้วยการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ฯลฯ น่าจะช่วยจูงใจให้กลับมาเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างตั้งใจมากขึ้น สื่อการเรียนการสอนเป็นสิ่งสำคัญ บางครั้งการยกตัวอย่างที่ไม่ชัดเจน ก็ไม่อาจอธิบายให้เข้าใจกระจ่างในเรื่องการใช้คำบางคำในภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง บางครั้งก็ต้องลองพูดให้เหมือนนกแก้วนกขุนทองไปก่อน แล้วค่อย ๆ สอนให้เข้าใจหลักการ ส่วนใหญ่ถ้าต้องพูดอังกฤษก็ต้องแต่งคำพูดเป็นภาษาไทยก่อน พอชินแล้วก็เลยคิดภาษาอังกฤษไม่ออกเพราะมันจะติดที่ภาษาไทยคำไหนแปลเป็นอังกฤษอย่างที่ต้องการพูด ดังนั้นการสอนอังกฤษก็ควรเลี่ยงที่จะให้นึกเป็นภาษาไทย ให้นึกเป็นภาพ เป็นแผนภูมิ เขียนใบ้คำเมื่อต้องการถาม จำคำศัพท์เป็นรูปภาพ เป็นการกระทำ เป็นเรื่องราว อย่าให้มีการเชื่อมต่อระหว่างคำไทยไปเป็นคำอังกฤษ จะทำให้ผู้เรียนจำคำ ๆ นั้นอย่างที่มันเป็น เป็นภาษาอังกฤษได้ ลองพยายามดูนะคะ
n.wannakowit@gmail.com (IP:125.24.216.67)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 228 26 มิ.ย. 2550 (15:31)
ต้องการครูชาวต่างชาติที่รับสอนตามสถานที่ต่างๆ เช่น ออฟฟิศบริษัท ครั้งละ 2-3 ชม.

หากมีใครพอจะแนะนำได้ ช่วยติดต่อกับมาที่อีเมลล์ vijidtra.t@hotmail.com ด้วยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ (ก้อย)
vijidtra.t@hotmail.com (IP:124.120.169.142)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 229 26 มิ.ย. 2550 (15:50)
ขอขอบคุณ



สำราญ คำยิ่ง

เลิศ เกษรคำ

และอีกหลายท่านที่ทำให้ไวยกรณ์อังกฤษเข้าใจได้ง่ายขึ้น
tkesmala@yahoo.com (IP:202.12.97.111)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 230 7 ก.ค. 2550 (16:52)
เป็นความจริงมาก ๆ ที่เราเริ่มท้อแท้กับการสอนภาษา เพราะตอนนี้สอนอยู่ที่ รร แห่งหนึ่ง นักเรียนไม่ชอบภาษาอังกฤษ หนูเป็นครูใหม่ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี ใครก็ได้ ช่วยแนะนำวิธีสอนที่ทำให้นักเรียนความรู้สึกอยากเรียนภาษาบ้าง กรุณาช่วยให้คำแนะนำด้วยนะค่ะ ที่

atchareeya_pholnum@hotmail.com
jaae2007
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 231 8 ก.ค. 2550 (16:11)
Test ครับ



สวัสดีทุกคนครับ
tonmelb (IP:203.209.117.222)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 232 10 ก.ค. 2550 (10:27)
จริง ๆ ก็เริ่มท้อเหมือนกันนะคะกับการสอนภาษาอังกฤษเนี่ย แต่ส่วนหนึ่งก็จะมีเด็กที่ตั้งใจเรียนจริง ๆ แล้วทำได้ ทำให้เรามีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แต่ยังไงก็จะสู้ค่ะตอนนี้ก็กำลังคิดหาวิธีที่จะทำให้เด็กที่ไม่สนใจภาษาหันมาสนใจอยู่ค่ะ คงต้องเริ่มจากคำศัพท์ก่อนเพราะเด็กบางคนคำศัพท์ง่าย ๆ เช่น egg เคยเรียนตั้งแต่ ป.1 ยังม่รู้ความหมายกันเลยคงต้องเริมนับ 1 ใหม่ซะแล้วแต่ก็ยังไม่ท้อค่ะ สู้สู้!
Meji (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 233 26 ก.ค. 2550 (00:32)
สอนด้วยหนัง การ์ตูน นิทาน ภาพเคลื่อนไหว(animation) เกมส์ มีของ eldc ลองเข้าไปดูกัน เข้าทางเว๊บของกระทรวงศึกษาธิการ หน้าของ eldc ซึ่งเป็นศูนย์พัฒนาทักษะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ มีคนทำเกมส์ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเล่นไว้มากมาย น่าสนใจนะ คิดว่า ถ้าลองดึงให้เด็กสนใจเรื่องเกมส์ แล้วค่อยพากลับเข้าบทเรียน ใช้เกมส์เป็นขนมก็ไม่น่าเสียหาย นะ พอเด็ก ๆ ติดใจเล่นเกมส์ การ์ตูน หรือ นิทาน แล้วเค้าก็จะพยายาม หาความหมายของคำศัพท์และก็อยากรู้อยากเรียนมากขึ้น สื่อการสอนค่อนข้างสำคัญค่ะ ถ้าเราทำได้ หรือหาที่เหมาะสมได้ เก็บไว้สอนได้นานเลย แต่ก่อนทำสื่อต้องดูให้ดีว่ากลุ่มผู้เรียนของเราอยู่ในประเภทใด อายุเท่าไหร่ สนใจอะไรกัน เพราะไม่ใช่ว่าสื่ออย่างเดียวกันจะนำไปสอนผู้เรียนได้ทุกกลุ่ม ตามชนบทเด็ก ๆ ได้เห็นนิทานภาษาอังกฤษสีสันสวยงามก็ดีใจมากแล้ว ไม่ต้องถึงใช้ทีวี หรือคอมพิวเตอร์มาช่วยสอน แต่เด็กกรุงเทพ โดยเฉพาะที่มีฐานะอาจชักจูงให้เรียนยากหน่อยเพราะเค้าคุ้นเคยกับสิ่งไฮเทคอยู่แล้วเลยไม่สามารถใช้สื่อเพียงอย่างเดียวมาทำให้เค้าสนใจได้ อาจต้องมีทักษะการตั้งรางวัลอะไรแบบนั้นมาช่วย เช่น สะสมคะแนน 50/100 คะแนน ทั้งภาคเรียน ใครตอบความหมายของศัพท์ได้ถูกมากที่สุด จะได้ xxxx (ครูต้องสนใจหาเอาเองว่าเด็ก ๆ สนใจอะไร อยากเล่น หรืออยากได้อะไร เห่ออะไรกัน ใครเป็นเด็กที่เด่นที่สุดในห้อง หาจุดสนใจให้พบ)



สำคัญที่สุด อย่าใส่ความหมายของศัพท์ ด้วยคำแปลภาษาไทย เพราะเด็กต้องคิดอีกที เช่น

egg - ไข่ -เด็กต้องนึกไปอีก รูปไข่ มีแม่ไก่ฟักอยู่ หรือ ไข่ที่ต้มแล้วแม่ทำให้กิน ไข่ในเล้า (ตรงนี้ถ้าเด็กไม่นึกต่อไป เค้าจำแค่ egg -ไข่ แล้วอีกไม่นานพอเรียนศัพท์ตัวอื่น ๆ ก็จะลืม)

ดังนั้น หารูปภาพไข่ ไข่ไก่ ไข่เป็ด ไข่เต่า ไข่จิ้งจก อะไรก็ได้ มาชูให้ดู แล้วถามเค้าอีกทีว่า เป็นภาพอะไร เค้าต้องตอบว่า egg ถ้าเค้าตอบว่า ไข่ ก็ยังไม่สำเร็จ

ต้องให้ความถี่ในการใช้งานมากพอ เช่น ร้องเพลงเกี่ยวกับไข่ ฝึกนับไข่ เล่าเรื่องที่เกี่ยวกับไข่ แม่ไก่ออกไข่ กลายเป็นลูกเจี๊ยบ โตขึ้นเป็นไก่ เรื่องลูกเจี๊ยบผจญภัย กับผองเพื่อน (สมมติมีกบ นก หมู เต่า) อะไรทำนองนี้ เด็กจะได้คำว่า egg เก็บเป็นความทรงจำระยะยาว จนตายก็ไม่ลืมว่า egg = ไข่ ส่วนเรื่องเล่าเสริมก็จะช่วยเพิ่มพูนคำศัพท์ให้เด็กด้วย เวลาเด็กนึกถึงเรื่องนี้ ก็จะนึกคำศัพท์อื่น ๆ ออกด้วย โดยเฉพาะศัพท์ที่เกี่ยวข้องกัน คือ chicken chick hen frog pig bird turtle แถมในขณะเล่าไวยากรณ์ง่าย ๆ ที่ใช้ในการเล่า ก็จะค่อย ๆ ได้รับการซึมซับเข้าไปทีละนิด ถ้าเด็กได้ฟังการเล่านิทานอังกฤษ บทเพลงอังกฤษบ่อย ๆ พอโตขึ้นเรียนเรื่องไวยากรณ์เค้าก็จะเข้าใจได้ง่าย และไม่ตั้งคำถามว่าทำไม ทำไม และทำไม ไม่เข้าใจ



หวังว่าคงเป็นประโยชน์บ้างนะคะ
nushy
ร่วมแบ่งปัน34 ครั้ง - ดาว 148 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 235 11 พ.ย. 2550 (15:35)
อยากได้แผนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางแบบใช้เพลงสนุกๆจังท่านใดมีส่งมาดูกันบ้าง
kruenglish29
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 236 11 พ.ย. 2550 (15:38)
รอแผนการสอนอยู่นะใครมีบ้าง แต่เคยสอนใช้เพลงสั้นแต่ง ก็ OK
kruenglish29
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 237 6 ธ.ค. 2550 (09:07)
Khun n.wannakowit@gmail.com posting # 227 said: (I quote)

"ส่วนใหญ่ถ้าต้องพูดอังกฤษก็ต้องแต่งคำพูดเป็นภาษาไทยก่อน พอชินแล้วก็เลยคิดภาษาอังกฤษไม่ออกเพราะมันจะติดที่ภาษาไทยคำไหนแปลเป็นอังกฤษอย่างที่ต้องการพูด ดังนั้นการสอนอังกฤษก็ควรเลี่ยงที่จะให้นึกเป็นภาษาไทย ให้นึกเป็นภาพ เป็นแผนภูมิ เขียนใบ้คำเมื่อต้องการถาม จำคำศัพท์เป็นรูปภาพ เป็นการกระทำ เป็นเรื่องราว อย่าให้มีการเชื่อมต่อระหว่างคำไทยไปเป็นคำอังกฤษ จะทำให้ผู้เรียนจำคำ ๆ นั้นอย่างที่มันเป็น เป็นภาษาอังกฤษได้ ลองพยายามดูนะคะ"



This a high wall to climb over - trying to translate Thai into English.

Especially, when Thai language is an "automatic" language - we don't have to worry about "when", "how many" of "what", "degree of truth" and so on in our talk. For example ไปไหนมา[?] = Where did [you] go [before you] come [here]?

The Thai is understood automatically without the words in [].

In constrast, English and many languages (including Paali and Sanskrit) are mostly "manual" - we have to change the "root" words into forms that express "time", "gender", "plurality", doer (subject) or receiver (object) and "how" and so on. For example: This morning, I went to the market and brought 2 pies for lunch. เช้านี้ ฉัน ไปตลาด [ที่เรารู้จัก] [แล้ว]ซื้อพาย ๒ อัน ไว้กินกลางวัน



Let us learn English in English like children learn [any languages]. They look, listen, repeat and talk and learn. We will say things in funny ways for a while - but that is learning in progress .
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 238 22 ม.ค. 2551 (23:14)
การสอนภาษาอังกฤาให้ได้ผลดีเต็มที่นั้นจะต้องได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นครูหรือผู้ปกครอง เพราะในปัจจุบันนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่เอื้อต่อการเรียนภาษาอังกฤษไห้แก่

1. ระบบความก้าวหน้าของเครือข่ายอินเตอร์เน็ทที่ครูสามารถค้นหาเนื้อหา แผผฝึกหัด สื่อการเรียนการสอนที่หลากหลายโดยเฉพาะคลิปวีดีโอดีๆมากมายที่สามารถใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนที่ดีได้เลบ หากนึกไม่ออกก็เข้าไปที่ www.google.co.th แล้วเลือกเนื้อหาหรือสื่อที่คุณต้องการ เท่านี้ระบบก็จะค้นหามาให้คุณได้โดยง่าย แต่บางอย่างคุณก็ต้องจ่ายเงินค่าความคิดนะ ขอแนะนำให้ลองไปดูที่ www.enchartedlearing.com

2. สมัยนี้มีสื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ดีมากมายวางขายตามร้านขายหนังสือชั้นนำไม่ว่าจะเป็นหนั้งสือ คู่มือหรือบัตรคำ แผนภาพสวยๆซึ่งทางบ้านหรือโรงเรียนสามารถหามาได้โดยง่าย

3. มีรายการทีวีที่ส่งเสริมความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษมากมายสำหรับทุกวัยโดยเฉพาะเคเบิลทีวี ที่มีทั้งรายการเพลงสากล และหนังซาวด์เทร็คท์สำหรับวัยรุ่นและรายการเด็กที่สอนภาษาอีกมากมาย หากสนใจขวนขวายห็ได้ผลดีเอง

ผมยังไม่นับรวมถึงเทคนักการสอนของครูที่พัฒนามากขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย

บทบาทของครูตามมุมมองของผมในฐานะที่ผมเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีและไดเป็นผู้ประสานงานวิทยากรต่างชาติ ครูอนุบาลจะมีส่วนช่วยให้เด็กประสบผลสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษได้ดังนี้

1. จัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยความสนุกสนาน มีกิจกรรมที่หลากหลาย มีสื่อกำรเรียนการสอนที่สวยงามและแปลกใหม่ เด็กที่ผมสอนจะรักผมและจะมีใจที่จะเรียนพูดภาษาอังกฤษ

2. เข้าใจธรรมชาติของเด็กว่าเด็กต้องการความสนุกสนานมากกว่าเนื้อหาอย่าไปคิดว่าพ่อแม่ส่งให้มาเรียนก็ต้องสอนให้เด็กได้มากๆ เพราะถึงจะตั้งใจสอนแค่ไหน แต่ถ้าเด็กไม่สนใจก็ไม่ดี ยิ่งไปดุก็ยิ่งแย่

3. พยายามรักษาสุขภาพให้ดัทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตเพราะเด็กสามารถรับรู้ได้และจะตอบสนองตามอย่างที่เราเสนอไป

4. ทำใจว่าเด็กมีความสามารถในการเรียนรู้ที่ไม่เท่ากัน อย่าไปหวังผลมากเกินไป แต่ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ร่วมกิจกรรมที่ตนเองชอย ตอนที่ผมให้เล่นเกมมีเด็กอยากเล่นมากมาย ผมพยายามให้ทุกคนได้เล่น

5. พยายามสังเกต ตั้งปัญหา วิเคราะห์ปัญหาในกดารสอน หรือพบนักเรียนที่มีความสามารถโดดเด่นก็ลองสอบถามดูเพื่อจะได้นำมาปรับใช้ แต่ผมก็ยังยืนยันว่าทั้งครูและผู้ปกครองจะต้องช่วยกัน

สุดท้ายขอให้ครูทุกท่านมีความสุขกับการทำหน้าที่นะครับ
beautiful dolphin
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 120 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 239 30 ต.ค. 2551 (04:10)

ขอออกตัวว่านี่เป็นครั้งแรกเลยนะคะที่แสดงความคิดเห็นในกระทู้ทั้งที่เข้ามาอ่านก็หลายครั้งแล้ว เรียนจบมา 2 ปีแล้วแต่ไม่มีความต้องการจะเป็นครูในระบบราชการเลยเพราะไม่รู้สึกศรัทธาในระบบ(ต้องขอโทษล่วงหน้าถ้าผู้ใดอ่านแล้วรู้สึกแย่)ตอนนี้ทำงานแปลเป็นหลักและงานสอนเป็นรอง งานสอนที่วานี้คือสอนพิเศษอ่ะคะ โชคดีนะคะที่เด็กๆที่มาเรียนด้วยเป็นเด็กที่หัวดีงานสอนจึงราบรื่นและสนุกที่จะสอนป้อนข้อมูลใหม่ๆให้ เข้าใลยว่าตอนเรียนทำไมอาจารย์จึงชอบสอนเด็กห้องคิงเพราะพูดอะไรไปเเล้วเค็กเข้าใจเนี้ยะ แหมการที่เราเตรียมการสอนไปเนี้ยมันหายเหนิ่อยเจงๆ ขอคาราวะท่านอาจารย์ทุกๆท่านเลยที่สามารถสอนสิ่งที่เด็กไม่เคยรู้ให้เค้ารู้และเข้าใจในเรื่องๆหนึ่งอย่างถ่องแท้  ช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ


da_killer
ร่วมแบ่งปัน6 ครั้ง - ดาว 52 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 240 6 มี.ค. 2552 (18:03)

แล้ว ป.4 นิ่ เรียนเรื่องไรบ้างหรอ?ค่ะ
ช่วยบอกด่วนเลยนะค่ะ
จะเอาไปทำงานอ่าคร่า..
ทุกเรื่องก้อยิ่งดีคร่า


chocola
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 241 19 มิ.ย. 2553 (11:45)
ผมขอหลักการสอนภาษาอังกฤษด้วยครับเพราะผมไม่จบเอกอังกฤษแต่เขาให้สอนอังกฤษ ช2และช3-ขอหน่อยนะครับผมสอนไม่เป็น ขอบคุณล่วงหน้าครับ
surasaknp@hotmail.com (IP:180.180.35.248)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 242 19 มิ.ย. 2553 (11:50)
บรรจุใหม่ครับยังสอนไม่เป็นแนะนำด้วยครับจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรในการเป็นครูมือใหม่พึ่งบรรจุได้ 4 วันครับขอแนวทางด้วยครับผมจบเอกคอมพิวเตอร์ แต่ยังไม่ได้สอนคอมไม่รู้จะเริมต้นอย่างไร
surasaknp@hotmail.com (IP:180.180.35.248)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 243 29 ก.ค. 2553 (14:04)
เขาว่ากันว่า นี่คือ ครูสอนพื้นฐานภาษาอังกฤษที่เก่งที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมาเลยทีเดียว เพิ่งเปิดตัวในปี 2553 นี่เอง ลองแวะเข้าไปดูสิ สุดยอด ยกฝรั่งมาทั้งยุโรป ยกครูที่ว่าเก่งๆ นำหน้าด้วย ดร. มาทั้งประเทศ ถ้าจะให้มาสอนเด็กไทยสู้กับครูคนนี้ ชิดซ้ายเลยขอบอก จริงๆ อย่าเพิ่งดูถูก ไปดูก่อนแล้วค่อยวิจารณ์ที่ http:/efts.siam2web.com
นี่แหล่ะใช่ (IP:124.122.31.150)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 244 14 พ.ค. 2554 (18:02)
ดิฉัน. กำลังจะไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็ก กศน. แห่งหนึ่ง และเป็นครั้งแรกที่จะไปทดสอบความสามารถของตัวเองว่าจะทำได้หรือไม่ อยากเรียนเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษเพิ่มเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขการสอน และอยากให้นักเรียนทุกคนมีความสุขในการเรียน รบกวนพี่ๆ เพื่อนๆ อาจารย์ทุกท่านที่มีประสบการณ์ช่วยแนะนำ หรือแนะนำสถาบันการสอนเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษที่ดีๆ ดิฉันมีความตั้งใจจริง และรักในอาชีพของการให้ คือ ครู มาตั้งแต่เด็ก แต่ยังไม่มีโอกาสทำ ครั้งแรกของการสอน อยากสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง และจะพยายามทำให้ดีที่สุด
wongkam1@hotmail.com (IP:58.8.84.15)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 245 15 พ.ค. 2554 (10:18)
ผมก็ทำอยู่ เด็กอยู่จังหวัดนครพนมผมอยู่ขอนแก่น ไม่มีเวลาจะไปสอนเอง ผมติดตั้งโปรแกรม rosetta stone ให้เด็กซ้อม คอมก็ซื้อให้ถึงสองเครื่องให้พอใช้กัน อินเตอร์เน็ตก็ติดตั้งให้ สอนให้เข้าเว็ปที่ลงทะเบียนเรียนได้ฟรี ๆ มีทั้งภาพทั้งเสียง ผมคิดว่าการเรียนภาษาใด ๆ ขึ้นอยู่กับทัศนคติของเด็ก เด็กคิดถูกคิดดีก็ทำถูกทำดี ไม่ว่าครูจะสอนเก่งเพียงใด อุปกรณ์จะดีขนาดไหน ถ้าคนเรียนไม่เรียนมันก็ก้าวหน้ายาก

ทำอย่างไรจะให้เขามีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ถ้าเขามีเมื่อไหร่เขาจะขวนขวายของเขาเอง ครูก็ไม่ต้องเหนื่อยมาก ครูสอนภาษามีอยู่ทั่วไปในอากาศ ถ้าเขาสนใจอยากเรียนเขาก็จะถามว่า ครกกะบากสากกะเบือภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าอะไร เขาจะสนใจถามแม้กระทั่งของอยู่ในส้วม ภาษามันก็อยู่รอบ ๆ ตัวเรานั่นแหละ ถ้าเด็กไม่สนใจอยากเรียนเจออะไรก็ไม่มีคำถามหรอกครับ

พี่คนโตเรียนมัธยม เริ่มต้นพร้อม ๆ กับน้องเรียนประถม เวลาผ่านไปไม่กี่เดือนน้องมันเก่งกว่าพี่อีก เพราะคนน้องว่างเมื่อไหร่เป็นซ้อม ส่วนคนพี่เล่นเกมส์ ชั่วโมงบินของน้องมัแซงพี่ไปแล้ว

คนน้องถ้าเบื่ออังกฤษเขาก็มาซ้อมภาษาสเปน ผมติดตั้งให้ทั้งสองภาษา ให้เข้าลงทะเบียนเรียนที่ spanishdict.com กับครู Paralee เรียนฟรีครับไม่เสียตังค์ เรียนภาษาไม่ต้องลงทุนสูงหรอกครับ ยิ่งมีเทคโนโลยีดี ๆ เหมือนสมัยนี้ด้วยแล้วเป็นเรื่องง่ายมาก แต่คุณต้องลงทุนเรื่องเวลาสูง คุณไม่มีเวลาให้ภาษาคุณก็ไม่ก้าวหน้า มันก็เท่านั้น

ภาษาอังกฤษขึ้นอยู่กับชั่วโมงบินเป็นหลัก คุณขยันเพิ่มชั่วโมงบินคุณก็เก่งเร็ว สื่อมีอยู่รอบตัวคุณ คุณจะใช้หรือไม่ใช้เท่านั้น มันไม่เกี่ยวว่าคุณจะเรียนระดับไหน เด็กประถมเก่งกว่าเด็กมหาวิทยาลัยก็มี
tkesmala@yahoo.com (IP:182.52.187.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 246 7 ส.ค. 2554 (19:28)
freelance writer
BlevinsGoldie31 (IP:95.64.12.20)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม