การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

โพสต์เมื่อ: 12:42 วันที่ 11 ส.ค. 2547         ชมแล้ว: 167,263 ตอบแล้ว: 251
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเขามีขั้นตอนอย่างไรบ้างคะ


ลานกระบือ(203.150.217.27,203.113.45.100,)

จำนวน 206 ความเห็น, หน้าที่ | 1| 2| -3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 138 25 มิ.ย. 2549 (08:38)
อยากรู้ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกำลังจะทำรายงานส่งอาจารค่ะ(แบบละเอียดนะคะ)
parn_enjoylovely@hotmail.com (IP:203.113.60.10,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 142 26 มิ.ย. 2549 (17:09)
อยากรู้วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อใครก็ได้ช่วยตอบที halp MY
เด็กสระบุรี (IP:203.113.41.36,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 143 26 มิ.ย. 2549 (19:08)
อยากรู้ค่ะ ว่าการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคืออะไร มีวิธีการอย่างไร มีประโยชน์ตรงไหนมา~กค่ะ ยังไงช่วยตอบด้วยนะคะ
mild_black_kokkakji@hotmai.com (IP:203.113.50.137,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 144 2 ก.ค. 2549 (17:25)
เรารู้วิธีนะ แบบละเอียดสุดๆๆ ต้องการจำนวนหน้า 5 หน้า 10 หน้า อะไรแบบนี้ก็บอกเราได้ ^^ เรารู้ๆๆ อ่ะ ถามเราได้ที่นี่นะ เพราะเราไม่รู้ว่าเธออยากได้เกี่ยวกับอุปกรณ์ หรือเกี่ยวกับอะไรมั่ง



pc_plc@hotmail.com
ไม่ต้องรู้(บุคคลลึกลับ) (IP:61.47.104.225,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 145 2 ก.ค. 2549 (19:40)
กยาทราบเรื่องการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของต้นพืชและเรื่องอาหารสังเคราะห์
บิว (IP:58.147.110.24,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 146 4 ก.ค. 2549 (11:48)
ช่วยหน่อยนะคะ ตอนี้กำลัลังจะเริ่มทำปัญหาพิเศษ อยากทำเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แต่ไม่รู้ว่าจะทำกับพืชอะไรดี ใครพอมีประสบการณ์บ้างอ่ะ บอกหน่อยดิ







owio_ok@hotmail.com
owio_ok@hotmail.com (IP:61.19.21.15,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 147 4 ก.ค. 2549 (19:17)
เราน่าจะสอนเด็กและทดลองการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
แตงโม (IP:124.157.183.247,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 148 4 ก.ค. 2549 (22:24)
ต้นหัวใจล้านดวงสามารถนำมาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ไหม และมีข้อมูลการทดลองเกี่ยวกับต้นนี้รึเปล่า ขอผู้รู้ช่วยส่งมาด้วยนะคะ จะทำรายงานส่งอาจารย์ค่ะ ขอบคุณค่ะ
am_fine_na@hotmail.com (IP:203.131.212.69,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 5 ก.ค. 2549 (19:00)
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทำอย่งำร
2006 (IP:58.147.41.69,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 10 ก.ค. 2549 (15:18)
ใครรู้คำถามนี้ช่วยบอกทีคำถามมีอยู่ว่าการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร อธิบายมาเป็นข้อๆ
นุ่น (IP:203.113.61.106,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 151 10 ก.ค. 2549 (15:29)
ใครที่ว่าจะทำรายงานหรืออยากรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็หาได้ง่ายๆ หาในหนังสือวิทยาศาสตร์ม.1 หน้า 61
จากเด็กม.1โนนสังจ.หนองบัวลำภู (IP:203.113.61.106,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 13 ก.ค. 2549 (21:50)
ช่วยบอกส่วนประกอบของพืชอย่างละเอียดได้มั้ย





ถ้าได้ขอใจมากนะ
morgzakung@hotmail.com (IP:203.170.234.5,172.29.7.247,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 16 ก.ค. 2549 (10:00)
อยากได้งานวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชชนิดเดียวกัน3เรื่อง(เกี่ยวกับไม้ดอก)
weerapol1980@hotmail.com (IP:202.29.60.209,172.16.2.129,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 20 ก.ค. 2549 (08:58)
ขอบคุณคะที่ให้ความรูเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื่อเยื่อ
คนนิระนาม (IP:61.19.27.179,192.168.212.192,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 20 ก.ค. 2549 (09:36)
อยากทราบรายละเอียดของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชที่นำส่วนข้อของต้นพืชไม้ยืนต้นมาเพาะเลี้ยง/nodal cultuer of woody plant
นายไม้ยืน (IP:203.155.14.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 159 20 ก.ค. 2549 (19:16)
ขอบคุณ คุณคนผ่านทางมากค่ะ ที่ทำให้หนูมีงานส่งได้
คนไม่เก่ง (IP:203.113.35.9,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 23 ก.ค. 2549 (14:58)
ตอนนี้ทำรายงานอยู่เรื่อง nodal culture of woody plant ใครพอให้รายละเอียดได้บ้างเช่น ตัวอย่างพืชที่เพาะเลี้ยง+ขั้นตอนการทำ อื่นๆ..........ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ดอกไม้ (IP:203.155.14.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 28 ก.ค. 2549 (17:50)
การเพาะเลี้ยงพวก woody plant ผมยังไม่เคยเลี้ยงน่ะครับแต่เท่าที่รู้มาก็ใช้อาหารสูตรของ Mc Cowan & Lloyd (1982)

วิธีเลี้ยงก็ไม่ได้ต่างจากการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชทั่วไปเท่าไหร่น่ะครับเพียงแต่เปลี่ยนสูตรอาหาร ก็ง่ายๆน่ะครับแบบคร่าวๆ

1 เลือกเนื้อเยื่อเจริญอย่างเช่น ยอดใบ ราก(อันนี้ทำความสะอาดยาก)

2 ล้างทำความสะอาด เช็ดด้วย 70% Alcohol ที่ใช้ 70% เนี้ยเพราะมันจะระเหยยากหน่อยพอมีเวลาฆ่าเชื้อได้บ้าง

3 จุ่มใน 10% Clorox ถ้าเนื้อเยื่อเป้นมัน ซึ่งมาจากสารเคลือบใบก็หยด 2-3 หยด Tween-20 ลงไปด้วย ล้างประมาณ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที

4 ล้างด้วยน้ำกลั่น ประมาณ 3 ครั้ง

5 เลี้ยงบนอาหารที่เตรียมไว้

** ทุกขั้นตอนต้องสะอาดปราศจากเชื้อและ Aseptic tecnique

*** เลี้ยงโดยใช้แสง 6000 Lux 25 'C 16 ชม./วัน

อาจจะลองดูในgoogle ต่อก็ได้น่ะครับ ในรายงานผลการวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
Gene
ร่วมแบ่งปัน101 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 3 ส.ค. 2549 (22:03)
อยากรู้ข้อเสียของการเพาะเล้ียงเนื้อเยื่อค่ะ
คนชอบ Harry Potter (IP:125.25.133.160,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 5 ส.ค. 2549 (14:35)
...การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ...



การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นเทคโนโลยีในการขยายพันธุ์พืชเพื่อให้ได้จำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น วิธีนี้ใช้กันมากในการขยายพันธุ์พืชบางชนิด ที่มีความสำคัญในด้านเศรษฐกิจ เช่น กล้วยไม้ ต้นสัก ต้นหวาย กล้วย ข้าว เป็นต้น ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้คือ



1.) เลือกชิ้นส่วนของพืช เช่น ตาอ่อน ยอดอ่อน อับละอองเรณู



2.) นำชิ้นส่วนไปฟอกเพื่อฆ่าเชื้อโรค



3.) นำชิ้นส่วนที่ฆ่าเชื้อโรคแล้ว ใส่ลงไปในภาชนะที่มีอาหารสังเคราะห์



4.) จะเกิดกลุ่มเซลล์ที่เรียกว่าแคลลัส



5.) นำแคลลัสมาแบ่งเป็นชิ้นๆ แยกใส่ลงไปในภาชนะที่มีอาหารสังเคราะห์อีกครั้ง



6.) คัดเลือกนำต้นที่สมบูรณ์แข็งแรงไปปลูก
supernova_boy
ร่วมแบ่งปัน2553 ครั้ง - ดาว 5 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 5 ส.ค. 2549 (14:37)
...แคลลัส...



เป็นกลุ่มเซลล์ที่ซึ่งสามารถเจริญต่อเนื่องได้โดยไม่จำเป็นต้องมีลำต้นหรือราก และจะเจริญเป็นต้นไม่ได้หากนำไปไว้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
supernova_boy
ร่วมแบ่งปัน2553 ครั้ง - ดาว 5 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 165 5 ส.ค. 2549 (14:40)
...การฟอกชิ้นส่วนของพืชเพื่อฆ่าเชื้อโรค...



การฟอกชิ้นส่วนของพืชเพื่อฆ่าเชื้อโรคนั้น มีกนิยมใช้โซเดียมไฮโปคลอไรด์ 2% แช่ชิ้นส่วนของพืชลงในสารนี้นาน 15-30 นาที แต้ถ้าหากแช่ในแอลกอฮอล์ 70% ต้องใช้เวลานานเพียง 10-30 วินาที
supernova_boy
ร่วมแบ่งปัน2553 ครั้ง - ดาว 5 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 166 5 ส.ค. 2549 (14:42)
...อาหารสังเคราะห์ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ...



อาหารสังเคราะห์ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้น ประกอบไปด้วย ฮอร์โมนออกซิน ฮอร์โมนไซโทไคนิน ซึ่งช่วยเร่งการขยายขนาดเซลล์ และการแบ่งเซลล์
supernova_boy
ร่วมแบ่งปัน2553 ครั้ง - ดาว 5 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 167 5 ส.ค. 2549 (14:43)
หวังว่าข้อมูลข้างต้นคงจะเป็นประโยชน์ได้นะครับ
supernova_boy
ร่วมแบ่งปัน2553 ครั้ง - ดาว 5 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 7 ส.ค. 2549 (18:27)
อาหารวุ้นเป็นไงค่ะ

และทำเองได้หรือเปล่า
mai www.mai@.+555 (IP:210.86.206.78,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 11 ส.ค. 2549 (20:54)
อยากรู้วิธีทำยาวๆเยอะๆ ค่ะ ต้องทำรายงานส่งครู ใครรู้ช่วยทีนะคะ
แนน (IP:203.107.199.176,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 170 14 ส.ค. 2549 (15:40)
อยากได้ข้อมูลเยอะๆค่ะ เอาเยอะแบบมหาเยอะ เยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆต้องทำรายงานส่งครูค่ะ
บะหมี่ (IP:203.113.81.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 15 ส.ค. 2549 (12:39)
การเพาะเลี้ยงเนื่อเยื่อคืออะไร มีวิธีการอย่างไรค่ะ(ช่วยตอบด้วยนะค่ะ)
เด็กม.(มึน) (IP:125.24.91.243,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 16 ส.ค. 2549 (12:18)
very bad
Supasin.Limsa@hotmail.com (IP:203.151.141.195,192.168.1.114, 203.150.97.212,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 19 ส.ค. 2549 (12:14)
พันธุ์พืชที่ทำการ

..เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ..

อ้อย

เบญจมาศ

สตรอเบอรี่

หน่อไม้ฝรั่ง

ขิง

มันฝรั่ง

สับปะรด

สมุนไพร

กล้วย

กระเจียว/ปทุมมา

ปูเล่

ไผ่

กล้วยไม้ป่า

สมุนไพร
เด็กม. ..... (IP:61.90.232.21,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 20 ส.ค. 2549 (06:54)
อยากรู้วิธีการ และพืชที่นิยมในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

แล้วก็ ข้อดีกับข้อเสีย
เด็กดี พ.พ. (IP:203.113.80.8,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 20 ส.ค. 2549 (22:10)
อยากได้ข้อเสียของมาน แต่ที่รู้...http://www.thinktonk.th.gs/web-t/issue-culture/

เวบนี้ได้ผล
ลูกศิษ อ.อุมาภรณ์ (IP:58.10.128.116,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 21 ส.ค. 2549 (13:39)
อยากได้วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกุหลาบหนู ช่วยส่งให้ทีนะคะ ต้องทำส่งอาจารย์ด่วนค่ะ
b4726245@ku.ac.th (IP:158.108.2.8,158.108.149.97,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 177 21 ส.ค. 2549 (14:35)
...ข้อดีของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ...



1. ได้พืชครั้งหนึ่งในจำนวนมาก



2. พืชมีโอกาสกลายพันธุ์ได้น้อย



3. ได้พืฃที่สมบูรณ์ แข็งแรง



...ข้อเสียของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ...



1. เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก



2. ใช้เวลาในการปลูกค่อนข้างมาก



3. ต้องอาศัยความชำนาญในการทำ



4. มีกระบวนการขั้นตอนที่ซับซ้อน
supernova_boy
ร่วมแบ่งปัน2553 ครั้ง - ดาว 5 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 178 21 ส.ค. 2549 (21:31)
คห.ที่ 122 พูดเหมือนดูถูกตัวเองเลยนะครับ หรือว่าไม่ใช่คนไทยแต่เปนคน....
[-Constantine-]
ร่วมแบ่งปัน392 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 179 22 ส.ค. 2549 (10:49)
ควรใช้สูตรอาหารอะไรกับการเพาะหม้อข้าวหม้องแกลลิงดี...อยากรู้มากๆๆๆ....
S&P
ร่วมแบ่งปัน57 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 180 22 ส.ค. 2549 (19:27)
ขอบคุณมากๆๆๆค่า
.... (IP:124.120.27.144,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 181 23 ส.ค. 2549 (10:34)
อยากรู้ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกำลังจะทำรายงานส่งอาจารค่ะ ขอความกรุณานะคะ Luckchana@hotmail.com
Luckchana@hotmail.com (IP:125.24.169.102,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 182 23 ส.ค. 2549 (20:35)
วิธีการ:การที่จะทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชให้ได้ผลนั้นขั้นแรกต้องฆ่าเชื้อห้องปฏิบัติการเพราะ

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชนี้เป็นการเลี้ยงในสภาพที่ปลอดเชื้อห้องปฏิบัติการและเครื่องมือทุกอย่างต้องปลอดเชื้อจุลินทรีย์เพราะจุลินทรีย์เป็นศัตรูตัวฉกาจที่จะทำให้การทำงานของเรามีปัญหาที่สุด และนอกจากฆ่าเชื้อห้องและอุปกรณ์แล้วชิ้นส่วนพืชที่จะนำมาขยายพันธุ์ต้องทำการฆ่าเชื้อด้วย เรียกว่าวิธีฟอกฆ่าเชื้อขั้นตอนในการทำก็คือ

1. เลือกชิ้นส่วนพืชที่อยู่ในช่วงเจริญเติบโต เช่น ยอดอ่อน เมล็ด ตาข้าง ปลายราก แล้วแต่ชนิดของพืชนั้นๆ

2. นำชิ้นส่วนนั้นมาตัดเป็นเป็นท่อนให้ส่วนข้อที่จะออกรากควรอยู่ตรงกลาง .....หรือถ้าเป็นเมล็ดควรทำความสะอาดแต่ถ้าเมล็ดนั้นแข็งควรนำไปแช่น้ำอุ่นสัก1คืน

3. เตรียมน้ำปริมาณขวดละ 90 ml นำไปนึ่งฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 121 ํC เป็นเวลา 15 นาที

4. เมื่อได้น้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ตวง Chlorox ปริมาณ 10-15 ml หยด Tween ประมาณ 2-3 หยด

....ถ้าเป็นพืชที่ค่อนข้างสกปรกใส่ยาฆ่าเชื้อ(Antibiotic)ด้วย

5.นำชิ้นส่วนที่ล้างสะอาดแล้วใส่ลงไปในขวดแล้วเขย่าประมาณ 15 นาที

6. หลังจากเขย่าครบ 10-15 นาทีแล้ว ล้างด้วยน้ำกลั่น 3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที แต่ควรทำภายใต้สภาพปลอดเชื้อ

7. หลังจากทำการฟอกฆ่าเชื้อแล้ว นำชิ้นส่วนลงปลูกในขวดอาหารที่เตรียมไว้
เด็ก 444 (IP:124.120.168.28,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 183 28 ส.ค. 2549 (17:35)
ข้อดีข้อเสียมีมัย
sirivipa_31@hotmail (IP:125.24.176.250,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 184 28 ส.ค. 2549 (20:58)
...ข้อดีของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ...



1. ได้พืชครั้งหนึ่งในจำนวนมาก



2. พืชมีโอกาสกลายพันธุ์ได้น้อย



3. ได้พืฃที่สมบูรณ์ แข็งแรง



...ข้อเสียของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ...



1. เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก



2. ใช้เวลาในการปลูกค่อนข้างมาก



3. ต้องอาศัยความชำนาญในการทำ



4. มีกระบวนการขั้นตอนที่ซับซ้อน
supernova_boy
ร่วมแบ่งปัน2553 ครั้ง - ดาว 5 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 185 28 ส.ค. 2549 (21:22)
test
test (IP:58.147.93.221,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 186 30 ส.ค. 2549 (11:02)
หนูอยากได้วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแบบ ละเอียด อ่ะค่ะ(0.0)
aoy_06458@hotmail.com (IP:61.19.197.74,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 187 3 ก.ย. 2549 (09:22)
บริการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชทุกชนิด

สนใจติดต่อ คุณอาร์ต 091414078

artitoster@gmail.com
artitoster@gmail.com (IP:203.156.42.123,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 188 17 ก.ย. 2549 (16:45)
ช่วยบอกพืชที่นิยมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหน่อยเถอะ ^^^

จะสอบบแล้วจำไม่ได้นะสิ^^^แย่จัง ((๐(>.<)๐))
ppc.banana@hotmail.com (IP:203.209.106.50,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 189 24 ก.ย. 2549 (20:30)
ใครมีรูปภาพการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไข่หรือกล้วยธรรมดาช่วยส่งมาให้หน่อยครับ ต้องการด่วนมากทำรายงาน ขอบพระคุณอย่างสูง
BBestzaza@hotmail.com (IP:158.108.131.32,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 194 10 ต.ค. 2549 (11:31)
พืชที่นิยมทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ไม้ดอก เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว เบญจมาศ ลิลลี่ ปทุมมา ดาหลา กุหลาบ

ไม้ผล เช่น กล้วย ขนุน ส้มโอ

พืชอุตสาหกรรม เช่น มะพร้าว สับปะรด กาแฟ

ผัก เช่น หน่อไม้ฝรั่ง ปูเล่

นอกจากนี้ ก็ยังมี พรรณไม้น้ำ ยูคาลิปตัส
riam_lada@yahoo.com (IP:210.1.58.8,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 195 9 พ.ย. 2549 (17:25)
อยากรู้เกี่ยวกับศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับการเพารเลี้ยงเนื้อเยื่อค่ะ ช่วยส่งมาให้หน่อยด้ไหมค่ะ r_suwannarin@hotmail.com ยิ่งเยอะเท่าไรยิ่งดีค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ ต้องการเอาไปทำรายงานส่งอาจารย์ค่ะ
r_swuwannarin@hotmail.com (IP:202.28.21.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 196 15 พ.ย. 2549 (23:57)
อยากทราบวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อครับ ต้องทำอย่างไรบ้าง ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ซื้อได้ทีใหน และต้องใช้งบประมาณเท่าไรครับ ( แบบประหยัด ) **ต้องการเพาะพันธุ์ไม้ดอกขายครับ**
phuter@google.com (IP:203.146.63.187,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 197 17 พ.ย. 2549 (11:47)
การเริ่มงานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

1. ค้นเอกสารหรือข้อมูลเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของพืชที่เราสนใจว่ามีใครเคยทำเช่นไร และได้ผลอย่างไร จนทราบขั้นตอนและ เทคนิคของพืชที่ต้องการ

2.การจัดเตรียมห้องปฏิบัติการ (แบบคราวๆ )

- ห้องเตรียมอาหาร ควรเป็นห้องที่มีพื้นที่มาที่สุดเพราะเป็นห้องที่ต้องทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง เช่นเตรียมอาหารสังเคราะห์ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะรวมห้องเก็บสารเคมี ห้องล้างอุปกรณ์ และห้องนึ่งฆ่าเชื้อไว้ในห้องนี้ได้ ถ้ามีพื้นที่เพียงพอและมีการระบบห้องที่ดี

- ห้องย้ายเนื้อเยื่อ เป็นห้องที่ต้องมีการดูแลรักษาความสะอาดอย่างสูง มีความมิดชิดถ้าเป็นผนังถึบไม่มีหน้าต่างจะดีมาก มีการผ่านเข้าออกน้อยหรือเข้าออกได้เฉพาะผู้ปฏิบัติงานเท่านั้น อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในห้องนี้ควรจะเป็นเหล็ก กระจก สแตนเลส (หลีกเลี่ยงไม้)ในกรณีที่ห้องมีบริเวณกว้างพอสามารถทำชั้นอาหารและอุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาเก็บห้องนี้ได้

- ห้องเลี้ยงเนื้อเยื่อ มีลักษณะเหมือนห้องย้ายเนื้อเยื่อ โดยทั้ง 2 ห้องนี้แนะนำว่าควรแยกหรือกั้นออกจากกันเพื่องานต่อการจัดการและควบคุมการปนเปื้อน ในห้องย้ายเนื้อเยื่อจะต้องมีการควบคุมอุณหภภูมิตลอดวันดั้งนั้นควรมี air 2 ตัวเพื่อสลับเปิด

3. เครื่องมือ : จริง ๆ มีมากหาดูในหนังสือที่เกี่ยวกัยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ทั่วไป จะแนะนำที่จำเป็นจริง ๆ : 1ตู้ย้ายเนื้อเยื่อ 2.ชั้นวางเนื้อเยื่อพร้อมอุปกรณ์ให้แสงสว่าง 3.หม้อนึ่งความดันแบบใช้แก๊ส 4.ตู้เย็น 5.เตาแก๊ส 6.เครื่องเขย่า 7. เครื่องกวนสารละลาย (เครื่องมือดังกล่าวมีผลิตไทยและราคาถูก)

อุปกรณ์ : จะเป็นพวกอุปกรณ์ผ่าตัด และเครื่องแก้ว (ดูในหนังสือได้)

4. หาดูแหล่งที่ซื้อได้จากหนังสือเคหการเกษตร เทคโนโลยีชาวบ้าน ฯลฯ ตรงโฆษณา

หรือเข้าไปหาความรู้เพิ่มเติ่มที่ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ภายในรรมศาสตร์รังสิต) ที่ตึก BIOTEC เพราะที่นั้นจะมีหน่วยงานที่ให้ความรู้ทางด้านนี้โดยตรง เพราะงานทางด้านนี้ค่อนข้างจะซับซ่อนและต้องมีประสบการณ์ที่สูงในหารปฏิบัติงาน
sugarcane (IP:202.142.195.66,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 198 18 พ.ย. 2549 (23:37)
ข้อมูลน่าสนใจมากค่ะแต่ไม่ค่อยมีเวลาได้เข้ามาที่เว็บเลยอยากให้ช่วยแนะนำหนังสือหรือวารสารเก่าๆที่เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อให้ด้วยค่ะ
ชำมะเรียง (IP:203.113.51.6,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 199 19 พ.ย. 2549 (18:23)
สำหรับผู้ที่สนใจการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช



แนะนำ หนังสือเรียนของมหาวิทยาลัยรามคำแหง



ชื่อเรื่อง "การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (BT 433)"



ผู้แต่ง อ. วราพร



หาซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือรามคำแหง หัวหมาก
biotec. ru (IP:58.9.62.193,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 200 16 ธ.ค. 2549 (11:10)
อยากทราบว่าการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้นมีข้อเสียอย่างไรบ้าง ต้องการทราบด่วนเพื่อใช้ในการศึกษา ผู้ที่ทราบโปรดบอกด้วยคับ
nirvana_pik@hotmail.com (IP:58.181.185.47)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 201 16 ธ.ค. 2549 (11:27)
วันที่ 21-22 ธันวาคมนี้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลยเกษตรศาสตร์ มีงาน open house ลองเข้าไปชมงานแล้วแวะไปที่ภาควิชาพฤกษศาสตร์ดูนะครับ เพราะว่าจะมีกิจกรรมหลายๆด้าน โดยมีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อให้ชม และให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทดลองทำด้วยครับ งานเริ่มประมาณ 9.30-15.30 ครับ
d=_=bot
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 202 16 ธ.ค. 2549 (17:41)
ข้อเสียคือ1 ใช้เงินและอุปกรณ์แพงกว่าการขยายพันธุ์แบบอื่น

2 เทคนิคค่อนข้างยุ่งยากและทรัพย์ซ้อน ไม่มีสูตรอาหารที่เหมาะสมอย่างตายตัวต้องเสียเวลาในการวิจัยหาสูตรอาหารปริมาณสารควบคุมการเจริญเติบโตที่เหมะสมต่อพืชแต่ละชนิด เพราะพืชแต่ละชนิดจะต้องการแตกต่างกัน

3 พืชที่ได้จะมีความหลากหลายทางพันธุกรรมต่ำครับคือต้นที่ได้จะเหมือนกับต้นพ่อแม่ทุกประการ ถ้ามีต้นแม่ที่ไม่สมบุรณ์ไม่ทน อ่อนแอลูกที่ได้ก็จะอ่อนแอเหมือนกัน ดังนั้นต้องคัดพันธุ์หรือต้นที่คิดว่าคุ้มจิงๆมาทำครับจะได้ไม่เสียเวลา/เงิน
buzzkung@hotmail.com (IP:203.155.224.65)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 203 17 ธ.ค. 2549 (12:54)
ขอบพระคุณมากครับที่ให้ความรู้
nirvana_pik@hotmail.com (IP:58.181.179.254)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 204 18 ธ.ค. 2549 (18:36)
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมักใช้ขยายพันธุ์พืชที่ที่มีลักษณะอย่างไร ช่วยบอกด่วนค่ะ
R_O_Rotee@hotmial.com (IP:58.8.24.234)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 205 19 ธ.ค. 2549 (21:02)
อยากรู้ว่าการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคืออะไร
Sai_siha@hotmail.com (IP:203.146.63.187)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 206 26 ธ.ค. 2549 (16:38)
ต้องการรู้จักเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ธารารัตน์ ชุมจินดา (IP:125.24.184.237)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 208 18 ม.ค. 2550 (17:43)
ข้อเสียของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ก็เหมือนกับการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีปักชำ หรือการตอน คือเราจะได้พืชที่เป็น monogenotype ถ้าบังเอิญพันธุ์นี้อ่อนแอต่อโรคอะไรสักตัว มันก็จะเป็นโรคเดียวกันหมดทั้งประเทศ คิดดูว่าจะโกลาหลขนาดไหน คล้ายไข้หวัดนก สัตว์ปีกตายเป็นเบือ
TM (IP:124.121.112.101)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 209 25 ม.ค. 2550 (10:25)
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue culture)

ความหมาย การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชวิธีหนึ่ง แต่มีการปฏิบัติภายใต้สภาพที่ควบคุม เรื่อง ความสะอาดแบบปลอดเชื้อ อุณหภูมิ และแสง ด้วยการนำชิ้นส่วนของพืชที่ยังมีชีวิต เช่น ลำต้น ยอด ตาข้าง ก้านช่อดอก ใบ ก้านใบ อับละอองเกสร เป็นต้น มาเพาะเลี้ยงบนอาหารสังเคราะห และชิ้นส่วนนั้นสามารถ เจริญและพัฒนาเป็นต้นพืชที่สมบูรณ์ มีทั้งส่วนใบ ลำต้น และรากที่สามารถนำออกปลูกในสภาพธรรมชาติได้ ที่ผ่านมามีการนำเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชประยุกต์ใช้กับงานด้านเภสัชวิทยา และชีววิทยา แต่ปัจจุบันมีการพัฒนา และนำมาใช้แก้ปัญหาหรือเพื่อประโยชน์ในภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรมกันมาก ขึ้น เช่น การนำเมล็ดไผ่มาผลิต-ขยายด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ไผ่ออกดอกประมาณปี 2538 หรือการนำหน่อที่มีคุณลักษณะที่ดีของหน่อไม้ฝรั่งมาผลิต-ขยายด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อลดปัญหา การใช้เมล็ดซึ่งมีการคละเพศ นอกเหนือจากราคาของเมล็ดพันธุ์ที่ค่อนข้างสูง และยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อีกด้วย เป็นต้น ประโยชน์ คุณสมบัติที่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ของวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมีหลายข้อพอสรุปได้ดังนี้ 1. สามารถผลิตต้นพันธุ์พืชปริมาณมาณมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หากพืชสามารถเพิ่ม ปริมาณได้ 3 เท่า ต่อการย้ายเนื้อเยื่อลงอาหารใหม่ทุกเดือนๆ ละ 1 ครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือน จะสามารถผลิต ต้นพันธุ์พืชได้ถึง 243 ต้น 2. ต้นพืชที่ผลิตได้จะปลอดโรค โดยเฉพาะโรคที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส มายโคพลาสมา ด้วยการตัด เนื้อเยื่อเจริญที่อยู่บริเวณปลายยอดของลำต้น ซึ่งยังไม่มีท่อน้ำท่ออาหาร อันเป้นทางเคลื่อนย้ายของเชื้อโรค ดังกล่าว 3. ต้นพืชที่ผลิตได้ จะมีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนต้นแม่ คือ มีลักษณะตรงตามพันธุ์ ด้วยการใช้ เทคนิคของการเลี้ยงจากชิ้นตาพืชพัฒนาเป็นต้นโดยตรง หลีกเลี่ยงขั้นตอนการเกิดกลุ่มก้อนเซลล์ที่เรียกว่า แคลลัส 4. ต้นพืชที่ผลิตได้จะมีขนาดสม่ำเสมอ ผลผลิตที่ได้มีมาตรฐานและเก็บเกี่ยวได้คราวละมากๆ พร้อมกัน หรือในเวลาเดียวกัน 5. เพื่อการเก็บรักษาหรือแลกเปลี่ยนพันธุ์พืชระหว่างประเทศ เช่น การมอบเชื้อพันธุ์กล้วยในสภาพปลอด เชื้อขององค์กรกล้วยนานาชาติ (INIBAP) ให้กรมส่งเสริมการเกษตร เมื่อปี พ.ศ. 2542 6. เพื่อประโยชน์ด้านการสกัดสารจากต้นพืช นำมาใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ เช่น ยาฆ่าแมลง ยารักษาโรค เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีคุณประโยชน์อีกหลายประการ เช่น เพื่อการผลิตพืชทนทานต่อสภาพแวดล้อม ทนกรด ทนเค็ม เป็นต้น หรือการใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาทางชีวเคมี และสรีรวิทยาของพืช เป็นต้น ในส่วนของ กรมส่งเสริมการเกษตรได้นำประโยชน์ข้อ 1-4 มาเป็นข้อกำหนดคุณลักษณะพันธุ์พืชที่ผลิตด้วยวิธีการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อก่อนนำเข้าระบบส่งเสริมสู่เกษตรกร คือ ต้นพันธุ์พืชที่ผลิตได้ต้องปลอดโรค มีลักษณะตรงตามพันธุ์ และสามารถขยายได้ปริมาณมากในเชิงอุตสาหกรรม นับเป็นหน่วยงานแรกของภาครัฐที่มีการนำเทคโนโลยี เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาพัฒนาใช้กับงานขยายพันธุ์พืชเศรษฐกิจในเชิงพานิชย์อย่างเป็นรูปธรรมและพร้อมนำไปใช้ ในระบบส่งเสริม ตัวอย่างพันธุ์พืชเพาะเลี้ยงที่มีการทดลองนำร่องปลูกในสภาพไร่ และประสบผลสำเร็จเป็นอย่าง ดี ได้แก่ หน่อไม้ฝรั่ง กล้วย อ้อย สับปะรด ไผ่ เบญจมาศ และสตรอเบอรี่ เป็นต้น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ตอนที่ 1) โครงการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ฝ่ายวิชาการ สถาบันการแพทย์แผนไทย ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีด้านการเกษตรได้ก้าวหน้าไปอย่างมาก เป็นที่รู้จักกันมากในขณะนี้คือ การตัดต่อยีนต์ เพื่อให้สายพันธ์พืชสายใหม่ที่ทนต่อโรค แมลง และให้ผลผลิตสูง หรือรู้จักกันในนามพืช GMO ที่กำลังเป็นปัญหาถกเถียงกันในขณะนี้ว่าพืชบางอย่างได้ตัดต่อยีนต์แล้วบางตัวมีผลทำให้แมลงต่าง ๆ ตาย ซึ่งแมลงบางตัวเป็นแมลงทีมีประโยชน์ อาจส่งผลให้สภาพความสมดุลทางธรรมชาติสูญเสียไปด้วย การเพาะพันธุ์ต้นไม้ในสภาพที่ปลิดเชื้อหรือการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (Tissue Culture) เป็นอีกวิธีหนึ่งของเทคโนโลยีด้านการเกษตรชนิดอื่นที่นอกเหนือจากพืชสวน พืชไร่ ไม้ดอก เช่นการเพาะเลี้ยงเยื่อสมุนไพร เพราะวิธีการนี้สามารถขยายพันธุ์ได้เร็วและจำนวนมาก แต่มีข้อเสียอยู่คือต้นทุนในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการค่อนข้างสูง และขั้นตอนในการปฏิบัติการขยายพันธุ์ค่อนข้างยาก ถ้าเทียบกับการขยายพันธุ์ไม้ดอก กล้วยไม้ หรือไม้ประดับ เพราะว่าสมุนไพรในแต่ละชนิดจะมียาง ซึ่งในยางนั้นจะมีตัวยาแตกต่างกันไป และตัวยาในยางของสมุนไพรนี่เองที่มักจะทำปฏิกริยากับธาตุอาหารสังเคราะห์ที่ใช้เลี้ยงต้นพืชสมุนไพร บางครั้งอาจทำให้พืชนั้นไม่เจริญเติบโต ไม่แตกกอ ไม่ดูดสารอาหาร และจะทำให้พืชนั้นตายในที่สุด แต่ถ้าหากทดลองสูตรอาหารได้สูตรที่เหมาะสมกับพืชนั้นๆ ก็จะเจริญเติบโตได้ดี การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช คือ การนำส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชไม่ว่าจะเป็นส่วนเนื้อเยื่อ อวัยวะต่าง ๆ ของพืช หรือเซลล์ มาเลี้ยงในสภาพที่ปลอดเชื่อจุลินทรีย์ โดยมีการควบคุมสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ แสง ความชื้น ส่วนต่างๆ ของพืชเหล่านี้จะสามารถเจริญเติบโตพัฒนาเป็นต้นใหม่ โดยที่พืชทุกต้นจะมีลักษณะเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชจึงมีประโยชน์อย่างกว้างขวางในหลายสาขา เช่น ทางด้านการเกษตรทำให้สามารถขยายพันธุ์ได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว หรือสามารถผลิตต้นพันธุ์ที่ปลอดเชื้อได้จำนวนมาก และยังสามารถสร้างพันธุ์ใหม่ ๆ ได้โดยการเพาะเลี้ยงคัพภะ (Embryo) อับละอองเกสร (Anther Culture) นอกจากนี้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชยังมีความสำคัญ สำหรับการเก็บรักษาพันธุ์พืชในสภาพปลอดเชื้อได้ดี การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญหลัก 6 ขั้นตอน คือ 1. การคัดเลือกเนื้อเยื่อพืช 2. การฟอกฆ่าเชื้อ 3. การเตรียมอาหารสำคัญเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 4. การขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน 5. การชักนำรากพืช 6. การย้ายออกปลูก การที่จะทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชให้ได้ผลนั้น ขั้นแรกต้องฆ่าเชื้อห้องปฏิบัติการ เพราะการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชนี้เป็นการเลี้ยงในสภาพที่ปลอดเชื้อ ห้องปฏิบัติการและเครื่องมือทุกอย่างต้องปลอดเชื้อจุลินทรีย์ เพราะจุลินทรีย์เป็นศัตรูตัวฉกาจที่จะทำให้การทำงานของเรามีปัญหาที่สุด และนอกจากฆ่าเชื้อห้องและอุปกรณ์แล้วชิ้นส่วนพืชที่จะนำมาขยายพันธุ์ต้องทำการฆ่าเชื้อด้วย เรียกว่า วิธีฟอกฆ่าเชื้อ ขั้นตอนในการทำก็คือ 1. เลือกชิ้นส่วนพืชที่อยู่ในช่วงเจริญเติบโต เช่น ยอดอ่อน เมล็ด ตาข้าง ปลายราก แล้วแต่ชนิดของพืชนั้น ๆ 2. นำชิ้นส่วนนั้นมาตัดเป็นเป็นท่อนให้ส่วนข้อที่จะออกรากควรอยู่ตรงกลาง หรือถ้าเป็นเมล็ดควรทำความสะอาดแต่ถ้าเมล็ดนั้นแข็งควรนำไปแช่น้ำอุ่นสัก 1 คืน 3. เตรียมน้ำปริมาณขวดละ 90 ml นำไปนึ่งฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 121 ํC เป็นเวลา 15 นาที 4. เมื่อได้น้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ตวง Chlorox ปริมาณ 10-15 ml หยด Tween ประมาณ 2-3 หยด ถ้าเป็นพืชที่ค่อนข้างสกปรกใส่ยาฆ่าเชื้อ (Anti biotic) ด้วย 5. นำชิ้นส่วนที่ล้างสะอาดแล้ว ใส่ลงไปในขวด แล้วเขย่าประมาณ 15 นาที 6. หลังจากเขย่าครบ 10-15 นาทีแล้ว ล้างด้วยน้ำกลั่น 3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที แต่ควรทำภายใต้สภาพปลอดเชื้อ 7. หลังจากทำการฟอกฆ่าเชื้อแล้ว นำชิ้นส่วนลงปลูกในขวดอาหารที่เตรียมไว้ วิธีการเลือกชิ้นส่วนเนื้อเยื่อที่จะนำมาฟอกฆ่าเชื้อ 1. พืชที่เป็นเมล็ดควรเลือกเมล็ดที่มีความสมบูรณ์ที่สุด เมล็ดอ่อนหรือแก่ก็ได้ 2. พืชที่ใช้ใบขยายพันธุ์ เช่น แอฟริกันไวโอเลต กลอกซีเนีย หรือกุกลายหิน ควรเลือกใบเพิ่งแตกใหม่ เพราะการปนเปื้อนน้อยและเยื่อกำลังเจริญ 3. พืชที่ใช้ยอดขยายพันธุ์ ควรเลือกยอดที่เพิ่งจะแตกตาใหม่ เพราะเป็นช่วงที่พืชพร้อมจะเจริญเป็นต้น 4. พืชที่เป็นหัว เป็นเหง้าหรือแง่ง เช่น กล่วย ขิง ดาหลา ควรเลือกที่มีตาสมบูรณ์ ถ้าเป็นกล้วยควรเลือกหน่อที่มีใบแคบหรือหน่อที่กำลังงอก 5. พืชที่ใช้คัพภะ ควรเลือกคัพภะที่แก่ ไม่ควรเลือกที่อ่อนเกินไปจะไม่งอก การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้น เป็นเทคนิคการขยายพันธุ์พืชแบบใหม่ที่พึ่งเกิดขึ้นไม่นานนัก หลักการคือ การตัดเนื้อเยื่อของพืช ไปทำการเพาะเลี้ยง ทำให้ได้ต้นใหม่ที่เหมือนเดิมทุกประการ ไม่กลายพันธุ์ และได้ต้นพืชเป็นจำนวนมาก รวดเร็วทันใจ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นวิธีการขยายพันธุ์เยอบีร่าที่จะได้ต้นตอเยอบีร่าที่มีความสม่ำเสมอ แตกตาข้างดี แข็งแรง และปราศจากโรค การขยายพันธุ์แบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสามารถทำได้ครั้งละมาก ๆ แต่ ต้องใช้ความสามารถเฉพาะบุคคล และใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง การปลูกเยอบีร่าเพื่อตัดดอกเป็นการค้าในต่างประเทศ จึงใช้ต้นพันธุ์ที่มาจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทั้งสิ้น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ตอนที่ 2) โครงการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ฝ่ายวิชาการ สถาบันการแพทย์แผนไทย การเตรียมอาหารเพื่อขยายพันธุ์และการเตรียม Stock Solution "อาหารเพื่อการขยายพันธุ์" คือ อาหารสังเคราะห์ที่เกิดจากการนำธาตุอาหารสังเคราะห์ต่างๆ มารวมกันปรับค่า pH ให้ได้ตามสูตรที่ต้องการ และเพิ่มความแข็งเพื่อการเกาะยึดด้วยวุ้น แล้วนำไปฆ่าเชื้อให้อาหารอยู่ในสภาพปลอดเชื้อ ส่วน Stock Solution คือการเตรียมสารเคมีตามสูตรในปริมาณที่เข้มข้น เพื่อความสะดวกในการนำไปใช้ Stock Solution สูตรอาหาร Murashige and Skoog.1962 (MS) สูตรเข้มข้น ปริมาณสารที่ดูดใช้ Stock 1 ความเข้มข้น 50 เท่า / น้ำ (H2O) 1,000 ml โปตัสเซียมไนเตรท (KNO3) อัมโมเนียมไนเตรท (NH2NO3) แคลเซียมคลอไรด์ (CACL2) 95.00 g 82.50 g 22.00 g 20 ml / L Stock 2 ความเข้มข้น 100 เท่า / น้ำ (H2O) 1,000 ml โปตัสเซียมไอโอไดร์ (KL) โซเดียมโมลิเดท (NA2MOO42H2O) โคบอลคลอไรด์ (C0CL26H2O) 8.30 g 2.50 g 0.25 g 0.1 ml / L Stock 3 ความเข้มข้น 100 เท่า / น้ำ (H2O) 1,000 ml มายโออินโนซิตอล (MTO-INOSITOL) บอริกแอซิค (H3BO3) โปตัสเซียมไดไฮโดรเจนฟอสเฟต (KH2PO4) แมกนีเซียมซัลเฟต (MGSO47H2O) แมงกานีสซัลเฟต (MNSO4H2O) ซิงค์ซัลเฟต (ZNSO47H2O) 10.00 g 0.62 g 17.0 g 37.00 g. 2.23 g 0.86 g 10 ml/ L Stock 4 ความเข้มข้น 200 เท่า / น้ำ (H2O) 1,000 ml เอทธิลีนไดเอมีนเตตราอาซิเตต (EDTA) เฟอรัสซัลเฟต (FESO47H2O) 7.45 g 5.57 g 5 ml / L Stock 5 ความเข้มข้น 100 เท่า / น้ำ (H2O) 1,000 ml ไกลซีน (GLYCINE) นิโคตินิคแอซิด (NICOTINIC ACID) ไทอามีนไฮโดรคลอริค แอซิด (THIAMIN HCL) ไพรีดอกซีนไฮโดรคลอริค แอซิด (PYRIDOXINE.HCL) 0.20 g 0.05 g 0.01 g 0.05 g 10 ml / L Stock 6 ความเข้มข้น 100 เท่า / น้ำ (H2O) 1,000 ml คอปเปอร์ซัลเฟท (CUSO45H2O) 0.25 g 0.1 ml / L (ทำละลายใน HCL 1N) การเตรียม Stock Solution นี้ เมื่อเตรียมเสร้จแล้วควรใส่ขวดสีชาและเก็บไว้ในที่เย็นเพื่อยืดอายุการใช้งาน การเตรียมอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสูตร murashige and skoog.1926 (ms) 1. ตวงนำกลั่นใส่ภาชนะ 200 ทส 2. ตวง Stock solution 1-6 แต่ละตัวตามปริมาตรที่กำหนดใส่ภาชนะที่มีน้ำกลั่นอยู่ 3. เติมน้ำตาลซูโคส 30 g 4. ปรับปริมาตรด้วยน้ำกลั่นจนได้ปริมาตร 1,000 ml 5. ปรับต่อ PH ด้วย HCl 1 N หรือ NaOH 1 N ให้อยู่ในช่วง 5.6-5.8 6. ชั่งวุ้น 7 g นำไปเคี่ยวหลอมวุ้นจนเข้ากันดี 7. นำไปเทใส่ขวดขนาด 5 ออนซ์ 20 ml ขนาด 8 ออด์ 30 ml ปิดฝา 8. นำไปฆ่าเชื่อโดยใช้หม้อนึ่งความดันไอน้ำอุณหภูมิ 121 ํC เป็นเวลา 15 นาที (นับที่อุณหภูมิ 121 ํC ) ยกออกจากหม้อ ทิ้งไว้ให้เย็น ก่อนนำไปใช้ (ควรทิ้งไว้ 1 คืนก่อนนำไปใช้) เมื่อทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อขึ้นเป็นต้นกล้าสูงพอประมาณถึงคอขวด ให้ทำการเพิ่มปริมาณต้น วิธีการปฏิบัติ 1. คัดเลือกพืชในขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่สามารถนำมาเพิ่มปริมาณได้ 2. ทำการแบ่งเนื้อเยื่อในขวดภายใต้สภาพปลอดเชื้อ (ทำในตู้ถ่ายเนื้อเยื่อ) 3. การแบ่งเนื้อเยื่อมห้ตัดแต่งส่วนที่ไม่มีชีวิต ใบและรากบางส่วนทิ้งไป 4. ตัดแบ่งเนื้อเยื่อเป็นส่วน ๆ โดยต้นพืชในขวดที่มีการเพิ่มจำนวนด้วยการแตกหน่อ ให้ตัดแบ่งหน่อเป็นกอ ๆ ละ 2-3 ต้น 5. ต้นพืชที่มีการเจริญเป็นต้นเดี่ยว ให้ตัดแบ่งเป็นข้อ ๆ โดยแต่ละข้อให้มีตาติดอยู่ 6. นำเนื้อเยื่อที่ได้ตัดแบ่งไว้วางลงบนอาหารใหม่ นำไปวางบนชั้นเลี้ยงต่อไป เมื่อต้นโตได้ขนาดแล้ว ถ้าจะทำการเพิ่มปริมาณต้นให้ทำเหมือนเดิม แต่ถ้าจะนำไปปลูก ให้นำต้นพืชนั้นไปชักนำให้เกิดราก และย้ายออกปลูกในภายหลัง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue culture) เป็นการขยายพันธุ์พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ๆ บางชนิด เช่น กล้วยไม้ ต้นสัก ข้าว โดยตัดเอาตาอ่อน ยอดอ่อน หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชเล็กน้อยไปเลี้ยง ในอาหารสังเคราะห์ บนวุ้น ในสภาพปลอดเชื้อ ตาอ่อนหรือ ส่วนของพืชจะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์ขึ้นมามากมาย และสามารถ ตัดแบ่งไปเลี้ยงในอาหารใหม่จนเจริญเป็นต้นใหม่ได้อีกเป็นจำนวนมาก การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนี้เป็นการขยายพันธุ์พืชให้ได้จำนวนมาก ในระยะเวลาอันสั้นโดยไม่เกิดการกลายพันธุ์ พันธุ์พืชที่ทำการ ..เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ.. อ้อย เบญจมาศ สตรอเบอรี่ หน่อไม้ฝรั่ง ขิง มันฝรั่ง สับปะรด สมุนไพร กล้วย กระเจียว/ปทุมมา ปูเล่ ไผ่ กล้วยไม้ป่า สมุนไพร สรุปและวิจารณ์ผล ต้นทุนที่สูงที่สุดในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ คือ ค่าแรงงานในการย้ายเลี้ยง การทดลองครั้งนี้เป็นข้อมูลการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น สำหรับการพัฒนาการทำงานด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหน้าวัวในเชิงการค้า การใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การเพิ่มความเข้มข้นของ Adenine sulphate และการเติมอาหารเหลวลงบนอาหารแข็ง ทำให้อัตราการขยายพันธุ์และการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นตามลำดับ เนื่องจากเป็นการเพิ่มอาหารและอากาศให้ต้นไม้ในหลอดทดลอง เช่นเดียวกับการเติมอาหารเหลวในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมังคุด (Te-Chato, 1998) การเติมอาหารเหลวลงบนอาหารแข็งทำให้การใช้แรงงานเพื่อการย้ายเลี้ยงน้อยลง เนื่องจากการเพาะเลี้ยงโดยปกติจะต้องย้ายเลี้ยงทุก 1 – 2 เดือน การเติมอาหารเหลวลงบนอาหารแข็งจะช่วยลดค่าแรงในการย้ายเลี้ยงประมาณ 50 % นอกจากนี้การเพิ่มปริมาณ Adenine sulphate ลงในอาหารทำให้อัตราการพัฒนาของยอดรวมเพิ่มขึ้น ในการเพาะเลี้ยงแต่ละครั้งจึงได้จำนวนต้นเพิ่มขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อได้จำนวนต้นที่ต้องการแล้ว ต้องลดความเข้มข้นของ Adenine sulphate ลง เพื่อลดอัตราการขยายของยอดรวมและสามารถเพิ่มการเจริญเติบโตของลำต้นทั้งในด้านขนาดและความสมบูรณ์ได้ เพื่อให้เหมาะสมกับการออกปลูก ในการเพาะเลี้ยงระยะนี้อาจจะใช้วิธีการเติมอาหารเหลวเพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน เมื่อเปรียบเทียบการใช้ผงวุ้นชนิด Agar – Agar กับเจลไรท์ พบว่าไม่มีความแตกต่างกันมากนักเมื่อเพาะเลี้ยงในเป็นเวลานาน ในทางการค้าจึงควรใช้ผงวุ้นชนิด Agar – Agar เนื่องจากต้นทุนถูกและหาซื้อได้ง่าย จากข้อมูลการทดลองครั้งนี้ ทำการทดลองกับหน้าวัวเพียงสายพันธุ์เดียว ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วหน้าวัวที่มีสายพันธุ์หรือพันธุกรรมต่างกันจะมีการตอบสนองกับชนิดและความเข้มข้นของสารควบคุมการเจริญเติบโตที่ต่างกัน (Pierik et al., 1974; สมปอง และคณะ, 2545) เช่นเดียวกับพืชชนิดอื่น ๆ ในการทดลองเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสายพันธุ์ต่างประเทศบางสายพันธุ์นิยมการเพาะเลี้ยงตาข้าง (Kunisaki, 1980) แต่มีข้อจำกัด คือ หน้าวัวบางสายพันธุ์ไม่แตกตาข้าง ดังนั้นการเพาะเลี้ยงใบอ่อนจึงเป็นวิธีการที่ค่อนข้างเหมาะสม (Mutsumoto and Kuehnle, 1997) อย่างไรก็ตาม หน้าวัวแต่ละสายพันธุ์จะตอบสนองต่อชนิดและความเข้มข้นของสารควบคุมการเจริญเติบโตแตกต่างกัน การนำไปใช้ประโยชน์จึงควรทดลองกับหน้าวัวแต่ละสายพันธุ์ด้วย ข้อควรจำ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เช่น อวัยวะ เซลล์ หรือโพรโทพลาสต์ มาเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ ที่ปราศจากเชื้อจุลลินทรีย์ต่างๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เมล็ดเทียม (ARTIFICIAL SEED) เป็นการนำเซลล์ของพืชที่เจริญมาจากการเพาะเนื้อเยื่อมาทำเอมบริโอเทียม (SOMATIC EMBRYO) แล้วห่อหุ้มด้วยสารอาหารที่ทำหน้าที่เป็นเอนโดรสเปิร์ม แล้วห่อหุ้มด้วยส่วนที่แข็งแทนเปลือกหุ้มเมล็ด การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ คือการนำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นบอนไปเพาะเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ จนกระทั่งส่วนของต้นบอนเจริญไปเป็นต้นบอนขนาดเล็กๆจำนวนมากในอาหารสังเคาะห์ จากนั้นจึงแยกไปปลูกในดินต่อไป การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชให้ได้ปริมาณมากๆ ในช่วงเวลาที่กำหนด ในสภาพปลอดเชื้อ โดยนำชิ้นส่วนเนื้อเยื่อเจริญจากส่วนต่างๆของพืช ได้แก่ ปลายยอด ใบ ราก ดอก ผล อับละอองเกสร หรือเซลล์โปรโตพลาสต์ (เซลล์ที่ปราศจากผนังเซลล์) มาเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ ซึ่งมีทั้งอาหารกึ่งแข็งและอาหารเหลวในสภาพที่ปลอดเชื้อภายใต้การควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับ การเจริญเติบโตของพืช เมื่อเซลล์จากชิ้นส่วนต่างๆ ของพืชที่นำมาเลี้ยงได้รับธาตุอาหารและเลี้ยงในสภาพที่เหมาะสม เซลล์ทุกเซลล์จะมีการเพิ่มจำนวนและพัฒนาไปเป็นต้นพืช ประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ด้านการเพาะขยายพันธุ์ 1. ขยายพันธุ์พรรณไม้น้ำให้ได้จำนวนมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว ปริมาณผลผลิตแน่นอนและมีคุณภาพ 2.ช่วยในการสร้างสายพันธุ์แท้ในเวลาอันรวดเร็วกว่าการผสมตัวเอง 3.ใช้ศึกษาหรือทดสอบความเป็นพิษของสารเคมีที่ใช้ในการจัดตู้ปลา 4.การเก็บรักษาเชื้อพันธุ์พืชโดยการนำต้นพืชเก็บในไนโตรเจนเหลวอุณหภูมิต่ำถึง -196 องศาเซลเซียส หรือนำแคลลัสหรือเซลล์ที่เพาะเลี้ยงไปเก็บที่อุณหภูมิต่ำถึง -196 องศาเซลเซียส ด้านการปรับปรุงพันธุ์ 1. ปรับปรุงพันธุ์เพื่อทนต่อสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช เช่น ทนน้ำเค็ม ทนน้ำกรด เป็นต้น 2. คัดเลือกพันธุ์พืชเพื่อให้ปราศจากโรคหรือต้านทานโรคโดยชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ โดยใช้สารก่อการกลายพันธุ์ เช่น EMS (ethyl methane sulfonate) หรือ รังสี เป็นต้น 3. ช่วยในการสร้างสายพันธุ์แท้ในเวลาอันรวดเร็ว 4. ผลิตพืชเพื่อให้ได้พันธุ์ตามที่เราต้องการ 4.1 โดยการใส่ยีนเข้าไปโดยตรงและการใส่ยีนเข้าไปในเซลล์โดยอาศัยพาหะ เช่น - Tiplasmid - Virus 4.2 โดยการใส่ยีนเข้าไปในเซลล์โดยตรง เช่น - microinjection - microprojectile bombardment - การใช้กระแสไฟฟ้า (electroporation) - การใช้สารเคมี (PEG: polyethylene glycol) - การใช้ Laser 5. การผสมพันธุ์พืชให้ได้พืชสายพันธุ์ใหม่ โดยการผสมพันธุ์พืชต่างชนิดหรือต่างสกุลกันโดยอาศัยเซลล์ร่างกายที่อยู่ในรูปโปรโตพลาสต์ (Protoplast) โดยใช้สารเคมี PEG และการใช้กระแสไฟฟ้า (electrofution) การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ คือ การนำเอาเนื้อเยื่อส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชมาเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ ซึ่งประกอบ ด้วยธาตุอาหาร น้ำตาล วิตามิน และสารควบคุมการเจริญเติบโต (ฮอร์โมน ) ในสภาพที่ปราศจากเชื้อจุลินทรีย์ และมี การควบคุมสภาพแวดล้อม (อุณหภูมิ แสง ความชื้น ) ให้เหมาะสมต่อการเจริญของเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อที่นำมาเพาะเลี้ยง ส่วนมากจะเป็นเนื้อเยื่อบริเวณปลายยอด ปลายราก ตาข้าง หรือตายอด เพราะมีความสามารถในการแบ่งตัวได้ดี เนื้อเยื่อที่เพาะเลี้ยงจะมีการแบ่งตัวได้กลุ่มเซลล์จำนวนมากที่เรียนกว่า "แคลลัส" ซึ่งสามารถเจริญพัฒนา กลายเป็นต้นอ่อนได้ การขยายพันธุ์พืชโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจึงสามารถให้กำเนิดพืชจำนวนมากได้ในเวลารวดเร็ว และได้พืชต้นใหม่ที่มีลักษณะเหมือนกับต้นเดิมทุกประการ ในการเตรียมอาหารสำหรับเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช จะมีการผสม "ผงวุ้น"ลงไปด้วย เพื่อให้อาหารแข็งตัว ช่วยในการทรงตัวของพืช การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ: เป็นการนำเนื้อเยื่อจากตัวอย่างที่ต้องการ ไปเลี้ยงด้วยเทคนิคของการเลี้ยงเนื้อเยื่อ จนได้ต้นอ่อน (plantlets) ของหญ้าแฝกเป็นจำนวนมาก ในภาชนะแก้ว ที่ปลอดเชื้อ แล้วจึงนำต้นอ่อน ออกมาจากขวดแก้ว ไปอนุบาลจนเป็นต้นโตพอที่จะย้ายปลูกลงถุงพลาสติก หรือในแปลงขยายพันธุ์ ในปัจจุบัน มีหลายหน่วยงานที่มีห้องปฎิบัติการที่สามารถขยายพันธุ์หญ้าแฝกโดยการเลี้ยงเนื้อเยื่อ เช่น โครงการพัฒนาดอยตุง ภาควิชาพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก การขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำได้โดยใช้ส่วนของพืช (explant) ที่ยังมีเยื่อเจริญ (meristmatic tistue) เช่น ยอดอ่อน และช่อดอกอ่อน นำมาล้างทำความสะอาด แล้วหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปวางลงบนวุ้นอาหารในขวดที่เตรียมไว้ในสภาพปลอดเชื้อเก็บรักษาไว้ในห้องที่ปรับอุณหภูมิ และให้แสงสว่าง จนเกิดเป็นกลุ่มก้อนของเซล (callus) จากนั้น จึงย้ายไปเพาะเลี้ยงในวุ้นอาหารที่มีสารกระตุ้นให้พัฒนาเป็นต้น (มีรากและยอด) จนในที่สุด ก็เกิดเป็นต้นขนาดจิ๋ว (plantlet) จำนวนมาก จึงแบ่งถ่ายลงขวดวุ้นอาหาร เพื่อให้โตต่อไปสักระยะหนึ่ง จากนั้น จึงนำออกจากขวด ไปอนุบาลในแปลงเพาะชำที่มีแสงร่มรำไร จนได้ขนาด สูงประมาณ 20 ซม. ซึ่งโตพอที่จะย้ายลงปลูกในถุงพลาสติก หรือในแปลงขยายพันธุ์ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชให้ได้จำนวนมากที่สุดในระยะเวลาอันสั้น โดยการตัดตาอ่อน ยอดอ่อน หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชที่เป็นเนื้อเยื่อเจริญ แล้วนำมาเพาะเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ และให้อยู่ในสภาพที่ปลอดเชื้อ ก็จะทำให้ส่วนของพืชแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์ขึ้นมากมายเป็นกลุ่มเซลล์ ที่เรียกวา แคลลัส (Callus) สามารถตัดแบ่งไปเลี้ยงในอาหารใหม่จนเจริญเติบโตไปเป็นต้นใหม่ได้มากมายตามต้องการ ซึ่งนิยมใช้การขยายพันธุ์วิธีนี้กับพืชเศรษฐกิจ เช่น กล้วยไม้ ต้นสัก ข้าว เป็นต้น
Risosome_tikky@hotmail.com (IP:202.28.35.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 210 28 ก.พ. 2550 (09:36)
อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำวิจัยเรื่องบุกและมันป่าซึ่งเเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อค่ะและอยากทราบถึงการใช้อุปกรณ์ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อด้วยและถ้าไม่มีอุปกรณ์ที่ราคาแพงเราสามารถใช้อุปกรณที่มีอยู่ในท้องถิ่งได้หรือไม่เช่นหม้อนึ่งฆ่าเชื้อที่ราคาแพงแต่ถ้าเราไม่มีเราจะสามารถใช้อะไรแทนได้ ถ้าจะใช้หม้อนึ่งข้าวแทนได้หรือไม่ มันจะฆ่าเชื้อได้ดีหรือไม่
nais_120@hotmail.com (IP:58.137.30.254)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 211 28 ก.พ. 2550 (16:10)
ข้อเสียของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออีกข้อหนึ่งซึ่งคนมักจะคิดไม่ถึงคือ เกิดสภาวะ monogenotype คือเหมือนกันหมดทั้ง ล็อต ขาดความหลากหลายทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นอันตรายต่อความอยู่รอดของพืชหรือสัตว์ในระยะยาว ถ้าบังเอิญ genotype นั้นอ่อนแอต่อโรคอะไรสักชนิดหนึ่ง พืชนั้น ๆ ก็จะตายหมดจนสูญพันธุ์ไปในที่สุด ไข้หวัดนก สัตว์ปีกเกือบทุกชนิดอ่อนแอต่อโรคนี้ พอระบาดทีไก่ตายยกเล้าเลยล่ะ
TM (IP:124.121.112.88)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 212 16 เม.ย. 2550 (11:31)
อยากได้เบอร์โทรของโรงเรียนสอนเพาะเนื้อเยื่อเเถวพุทธมณฑลสายสี่อ่ะใครู้ก้อช่วยบอกหน่อยนะขอบคุนไว้ก่อนนะค่ะ
wan_2116@hotmail.com (IP:58.137.35.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 213 26 เม.ย. 2550 (20:55)
เพิ่มเติมนิดหน่อย



ลองไปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่ตึกชั้นสูงๆดูประมาณชั้นที่ 5

พบการปนเปื้อนจุลินทรีย์น้อยมาก ถ้าขั้นตอนการฟอกเชื้อและทุกขั้นดี

ทำลวกๆก็ยังดีเลย(แต่อย่าเลยนะจะติดนิสัย) ซึ่งตรงข้ามตอนทำชั้นล่างคุมแล้วคุมอีกก็ยังออกมาไม่ดีแต่ถ้ามันติดแล้วยังไงก็ติด นี่เพราะข้างบนมีจุลินทรีย์น้อย



เคยทำที่ชั้นที่ 1พบ เชื้อจุลินทรีย์ด้วย

แม้ขณะทำเราคิดว่าสะอาดทุกขั้นตอน ทำในตู้หมดนะ

มือแขนล้างฟอกสบู่ ก่อนเข้าตู้ฉีดแอลกอฮอล์เช็ดแขนมือหมด หยิบจับเครื่องมือแต่ละชิ้นก่อนทำจุ่มแอลกอฮอล์เผาหมดฆ่าหมด ตัดเนื้อเยื่อ ใส่ plate ะสองสามชิ้นก็เปลี่ยนนะ ย้ายเนื้อเยื่อก็ลนทั้งปากขวด ฝาขวด



Lab ที่ทำ เวลาเพาะเลี้ยง ปัญหาสีน้ำตาลที่เกิดขึ้น ใส่ผงถ่านจะทำให้ดีขึ้น การย้ายลงดิน ปัญหาคือเปอร์เซนต์การรอดน้อย

พืชหัวเชื้อโรคมาก ทำลายยาก โดยเฉพาะหัวที่มีแผลอย่าเอามาทำ

ปัญหาไวรัสแก้ยากกว่าเชื้ออื่นอีก

ส่วนของพืชน่าจะปลอดภัยไม่ค่อยมีเชื้อ ที่เคยทำเป็นยอดนะ ยอดขนุน ยอดจำปีจำปา ตัดยอดมา หลังจากฟอก clorox แล้วล้างมันไม่มี ทวิน20 ก็ใช้ไลปอนเอฟแทนก็ได้ล้างมันบนใบได้แต่น้ำยาล้างจานอื่นไม่ได้ทุกยี่ห้อนะ พบว่าไลปอนเอฟแทนได้ พวกยอดๆเวลา section ในตู้ไม่ต้องกลัวขาด มีดกรีดรอบโคนยอดเขี่ยออกทีละชั้นๆเลย ออกหลายชั้นเขี่ยออก จนเหลือยอดเล็กๆข้างในสุด เห็นขาวๆแหลมๆอยู่นิดเดียวจึงจะใช้ได้ ตาไม่ดีละก้อขาดไปแล้ว



สูตรอาหารพื้นฐาน สูตร MS นั่นแหละ ถ้าอยากพัฒนาสูตรอาหารขึ้นมาเองก็ทดลองเอาอาจจะได้ สูตร ธารารัตน์ 50 หรือสูตรwan_2116 50

ทำได้ดีก็ดังเลยหล่ะ



เวลาจะทำอย่าไปเดินตัดผ่านสนามหญ้าเชียว ได้เชื้อมาเป็นโขยงเลย

ไม่เชื่อก็ลองดู เดี๋ยวจะพาลไปพาเชื้อติดงานของคนอื่นด้วยจะแย่ตอนไปจดจ้องดูงานของเขา
ตองสี่ (IP:58.181.206.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 214 27 เม.ย. 2550 (09:38)
อ้า ลืมบอกไปว่า

ถ้ามีทุนน้อยๆ ควรจะเลี้ยงในอาหารแข็ง(วุ้น)

ไม่ควรเลี้ยงในอาหารเหลว(สารละลายอาหาร)ซึ่งต้องใช้เครื่องเขย่า

เพราะจะตัด เครื่องเขย่าไม่ต้องมีก็ได้ (อันนี้มันแพง)

ขวดที่ใช้เลี้ยง 8-12 ออนซ์ก็พอ(ขวดละ8-12 บาทเอง)



เรื่องอาหาร บางอย่างราคาต่อกรัมแพงมาก

ถ้าไม่เลี้ยงมาก ไปปรึกษา อ. ว.เทคโนโลยีราชมงคลเอา(ว.ของรัฐ)

อ.เขาจะสนับสนุนแบ่ง stock solution ให้

ข้าพเจ้าเทียวขอมาหลายรอบ ยังแถม

tissue culture พวกแคลลัส และต้นอ่อนของเอื้องผึ้ง และอื่นๆมาใช้

sub culture ได้อีกหลายปี
ตองสี่ (IP:58.181.181.158)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 215 6 พ.ค. 2550 (04:48)
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับฮอร์โมน 2,4-D และอยากทราบว่ามันมีผลและเข้าไปทำงานอย่างไรในเซลล์พืชถึงส่งผลให้เกิดแคลลัส ข้อข้อมูลแบบลึกๆๆนะค่ะ ที่ทราบมามันเข้าไปมีผลกับกรดนิวคลีอิกและRNA แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่ามันทำงานอย่างไร ขอบคุณมากๆนะค่ะจะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ ช่วยกรุณาติดต่อ noohin_kh@hotmail.com
ขิง (IP:124.121.2.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 217 15 พ.ค. 2550 (21:18)
เลี้ยงก็ยากอยากเลี้ยงเป็นหมือนกัน
นิรนาม (IP:202.28.27.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 218 19 พ.ค. 2550 (17:57)
ทำรางานเรื่องนี้อยู่พอดี ขอบคุณทุกข้อความนะค่ะ
นัดชา (IP:203.172.55.204)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 219 20 พ.ค. 2550 (09:06)
เวลาเกิดการติดเชื้อแบคเรีย

เราสามารถใช้ยาปฏิชีวนะ

เข้าไปช่วยทำลายได้
นะจา
ร่วมแบ่งปัน182 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 220 21 พ.ค. 2550 (09:44)
มีสองคำถามครับ

1. การฟอกฆ่าเชื้อสำหรับ ตาที่มีขนาดเล็ก สามารถใช้เวลาเท่ากับตาที่มีขนาดใหญ่ได้หรือไม่เพราะว่า ผมจะเลื้ยงกล้วยไม้ แต่ตาเล็กมาก เคยลดเวลาฟอกลงแต่เป็นเชื้อราหมด

2. เวลาติดเชื้อสามารถใช้ยาปฏิชีวนะ ได้ใช้ช่วงไหน ยาชื่ออะไรครับ กำลังประสบปัญหา

ya-koo-za@hotmail.com ขอบคุณครับ
sontaya (IP:202.29.52.243)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 221 21 พ.ค. 2550 (19:08)
-ไม่เคยลองเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยลดเวลา

-ฤดูหนาวไม่ค่อยติดเชื้ออยู่แล้ว แต่ฤดูร้อนจะชอบติดเชื้อและวุ้นก็จะชอบแตกแห้ง

-เขาใช้เตตร้าไซคลีนกัน ทำปลอดเชื้อโดยกรองผ่านเครื่องกรองจุลินทรีย์ membrane filter

รูขนาด 0.22 ไมครอน เพราะไม่สามารถเอาไปนึ่งได้เพราะจะสลายเมื่อโดนความร้อนเช่นเดียวกับฮอร์โมนและวิตามิน เอาเติมในอาหารเลย

..................................................................................................................

-แต่ถ้าติดเชื้อไปแล้วหลังการเพาะระยะหนึ่ง

-จะช่วยได้อีก โดยเปิดฝาขวด เติมสารละลายโซเดียมไฮโปรคลอไรด์ 0.5-1% จนถึงปากขวดทิ้ง สิบกว่านาทีถึงห้าสิบกว่านาที ขึ้นกับความทนทานของพืชต่อสารที่เติม นำมาตัดฐานออก และตัดใบออกบ้าง ย้ายไปสู่อาหารใหม่

การฆ่าเชื้อทำโดย ให้สาระลายโซเดียมไฮโปรคลอไรด์ เจือจางลงเรื่อยๆ จาก หนึ่งเปอร์เซนต์ นาน สิบนาที ตามด้วย 0.5 % สิบนาที ตามด้วย 0.25% สบนาที ตามด้วย 0.01%

สิบนาที ย้ายไปเลี้ยงในขวด

...............................................................................................................

ทำได้เฉพาะพืชที่ทนคลอรีน

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

สู้ สู้ ......................
444 (IP:125.25.34.224)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 222 22 พ.ค. 2550 (08:25)
ขอบคุครับ... จะลองทดูครับ
sontaya (IP:202.29.52.243)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 223 24 พ.ค. 2550 (16:01)
ขอบคุณค่ะ
ning_junk (IP:58.10.128.127)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 224 7 มิ.ย. 2550 (20:12)
อยากได้การเพาะเนื้อเยื่อเยอะๆ เอาแบบเฉาะการเพาะเนื้อเยื่อคะเอาส่งครูด่วนนะคะ วันจันทร์ส่งคะ จันทร์ ที่ 11 มิถุนายน 2550 นะคะ
nongpud17@hotmail.com (IP:203.188.10.223)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 225 8 มิ.ย. 2550 (14:23)
อยากทราบเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ(กล้วยไม้)อย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่การเอาเนื้อเยื่อมา การดูแลรักษา ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ในการเพาะเลี้ยง อุปสรรค์ต่าง ๆด้วนนะค่ะ ถ้าใครรู้ก็ช่วยส่งไปที่mailได้เลยนะค่ะ-จะทำงานส่งวันที่9มิถุนา
da_nam@hotmail.com (IP:203.172.219.18)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 226 9 มิ.ย. 2550 (11:50)
[tex]อยากรู้การทาบกิ่ง[/tex]
12345678910 (IP:124.121.22.71)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 227 9 มิ.ย. 2550 (12:13)
คือว่าหนู อยากได้รูปกับข้อมูลของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแล้วต้องทำกับต้นไม้อะไรถึงจะเห็นได้ชัดช่วยบอกด้วยนะคะ
Jr_ammi@hotmail.com (IP:58.9.186.148)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 228 18 มิ.ย. 2550 (21:18)
พอดีทํารายงานเลยแวะมาดู
f-a-h-n-a-r-u-t-o-ninjafah (IP:125.27.16.104)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 229 18 มิ.ย. 2550 (21:19)
พอดีทํางานเลยแวะมาดู
สวัสดีคนไทย (IP:125.27.16.104)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 230 19 มิ.ย. 2550 (21:22)
วิธีการมีดังนี้

1.เลือกเนื้อเยื่อเจริญที่แข็งแรงดีและเหมาะสม

2.เตรียมอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ให้ไม่มีเชื้อโรค

3. 3.1ใช้น้ำผสมผงซักฟอกมาล้างส่วนที่เราจะเพาะ

3.2ใช้เอทิลเอลกอฮอลล์70เปอร์เซ็นท์ทำความสะอาด 1-2นาที่

3.3ใช้น่ำยาคลอเร็กซ์5เปอณเซ็นท์ทำความสะอาด10-15นาที

3.4ใช้น้ำยาคลอเรกซ์10เปอร์เซ็นท์ทำความสะอาด

4.เตรียมขวดเพาะ ที่สำคัญต้องอยู่ในสภาพปลอดเชื้อ

5.ดูแลดดยให้แสง16ชั่วโมงอีกแปดชั่วดมงเป็นมืดคอยเปลี่ยนอาหารและกำจัดเชื้อราทุก2-4อาทิตย์
nam (IP:124.121.75.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 231 24 มิ.ย. 2550 (15:14)
เห็นมีคำถามซ้ำขึ้นมา

เลยนำขึ้นมา

....................................................................................................................

เวบนี้ขาดอยู่อย่าง



การสืบค้น คำสำคัญ



ทำได้จะสะดวกมากสำหรับคนค้นหัวข้อเดียวกัน
.............. (IP:125.25.52.243)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 232 24 มิ.ย. 2550 (23:49)
อยากรู้สูตรอาหารของกุหลาบใครรู้บอกที
mon_sittipon@hotmail.com (IP:202.28.35.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 233 3 ก.ค. 2550 (21:03)
อยากได้ข้อมูลการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

จะเอามาทำรายงานวิชาวิทยาศาสตร์

สำหรับเด็กป.5นะคะ ใครมีข้อมูลช่วยส่งให้หนูหน่อยนะคะ

e-mail คือ suppa_karn@hotmail.com หูนหาในเน็ดมานานเเล้วคะไม่มีเลยคะ

ขอด่วนด่วน หน่อยนะคะ
ด.ญศุภกานต์
ร่วมแบ่งปัน6 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 234 5 ก.ค. 2550 (22:11)
อยากได้รูปๆๆๆอ่านะ
เด็กป.5จะทำรางาย (IP:124.157.129.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 235 7 ก.ค. 2550 (16:46)
อยากทราบวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยคะตอนนี้กำลังทำการทดลองอยากจะทราบข้อมูลขอความกรุณาช่วยส่งคำตอบมาให้ด้วยนะคะ ขอบคุณคะ
Amon_Ann@hotmail.com (IP:125.26.244.14)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 236 9 ก.ค. 2550 (14:34)
ดีมากค่ะ
เอ (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 237 9 ก.ค. 2550 (14:41)
ดีมากคับ
ต้า (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 238 17 ธ.ค. 2550 (13:18)
ผมกำลังศึกษเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ เช่น การเพาะเนื้อเยื่อ การดูแลกล้วยไม้หลังออกจากขวด ทุกอย่างที่เกียวกับกล้วยไม้คับ คัยรู้เรื่องอะไรขอบอกผมสักนิดนะคับ ขอบคุณคับ
benshoos
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 239 26 พ.ค. 2553 (17:14)
หนูอยากให้มีเนื้อหามาให้เยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ
dongdang212@gmail.com (IP:180.180.118.110)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 240 9 มิ.ย. 2553 (19:44)
ช่วยหาเนื้อหากับภาพมาเยอะๆหน่อยนะคะ
เด็กป.๕หาข้อมูลไปทำรายงาน (IP:58.10.155.146)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 242 3 ก.ค. 2553 (14:09)
อยากทราบว่าข้อดีและข้อเสียของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคืออะไรค่ะ
aom_love_moma@hotmail.com (IP:115.67.118.232)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 244 19 ก.ค. 2553 (09:39)
จะสอบแร้ว ยังมิ รู้เรื่องเรย

ครูสอนเรว เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง

สอนหน่อยนะ คร้า
เด๊ก(หนี)เรียน (IP:203.113.0.208)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 245 13 ก.ย. 2553 (13:31)
อยากได้วิธีการหาเปเปอร์

การเพราะเลี้ยงเนื้อเยี้อ

จัง

ขอเพื่อนๆๆๆที่รู้ช่วยบอกหน่อยนะ
lll_lll21@hotmail.co.th (IP:202.12.74.247)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 246 7 ธ.ค. 2553 (10:49)
อยากรู้วิธี การเพาะเนื้อเยื่อกระเจียวขาว ใช้สูตรอะไรที่ทำให้หัวกระเจียวมีการสะสมอาหารเยอะ ๆ และออกดอกพร้อมกัน ช่วยหน่อยได้ไหมเอ่ย
phannasamont@hotmail.com (IP:222.123.59.144)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 247 16 ธ.ค. 2553 (09:29)
อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับสารละลาย PEG อะคะ
ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีข้อมูลช่วยส่งมาให้แอมป์ด้วยน๊ค๊า
Ampere1325@hotmail.com
ขอบคุณค๊า
Ampere1325@hotmail.com (IP:203.113.20.86)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 248 21 มี.ค. 2555 (23:54)
ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชไม่ยากหรอกนะคะ
แต่ที่ยากคือทำให้เจริญเพราะต้องให้ความสำคัญกับการฟอกฆ่าเชื้อ
มากๆ แล้วถ้าจะทำเองซื้อสารเคมีเองไม่คุ้มหรอกค่ะเพราะสารเคมีบางตัว
ใช้ไม่ถึง 1 g/l ถ้าสนใจจริงๆ เรียนในป.ตรีจะดีกว่า
niddy_biot@hotmail.com (IP:110.171.170.204)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 249 19 มิ.ย. 2557 (11:50)


ทำไมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจึงใช้ตาอ่อน ยอดอ่อน ต้นอ่อน เพราะ



 


janya12345
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 250 12 ก.ค. 2557 (07:39)
อยากได้ข้อเสียของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ใครรู้บ้างช่วยบอกที
ขอบคุณครับ
punyapatname2011@gmail.com (IP:171.6.151.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 251 5 ส.ค. 2557 (18:22)
อยากทราบว่า ทำไมการเพาะเลี้ยงแคลลัสถึงต้องทำในที่มืดค่ะ
nalinee_pui13@hotmail.com (IP:110.78.152.249)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม