ช่วยอธิบายเกี่ยวกับ Antibody Antigen หมู่เลือด Rh- และ Rh+ ให้ผมได้ป่าวคับ

โพสต์เมื่อ: 13:35 วันที่ 1 ม.ค. 2548         ชมแล้ว: 22,333 ตอบแล้ว: 61
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ข้อความกรุณา พี่ๆชาว ชีววิทยา ที่ผ่านมาอ่านกระทู้ผม ช่วยอธิบาย ในส่วนที่ถามให้เคลียร์หน่อยได้ป่ะคับ คือผมอยู่ม.4 แต่ยังเรียนเรื่องนี้ไม่เคลียร์เลย ขอบคุณคับ


Apiwat_bird@hotmail.com(203.150.217.114,203.113.77.132)

จำนวน 44 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 ม.ค. 2548 (14:14)
จำแนกระบบเลือดและโลหิตหมู่พิเศษ Rh-



โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2547 12:07 น.











ในยามฉุกเฉินที่มีผู้ประสบภัยพิบัติและผู้ป่วยจำนวนมาก ทำใหมีความต้องการเลือดมาช่วยเยียวยารักษาอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีการเกิดคลื่นยักษ์ถล่มบริเวณจังหวัดภาคใต้แถบทะเลอันดามันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็พื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวเอเชียและชาวยุโรปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นผู้ประสบภัยจึงมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์อันทำให้เกิดความต้องการเลือดที่แตกต่างกันไป



ทั้งนี้หมู่โลหิตพิเศษ หรือ Rh- เป็นหมู่โลหิตที่มีความต้องการมากที่สุด เพราะเป็นหมู่โลหิตที่มีในชาวยุโรปมากกว่าชาวเอเชีย ซึ่งโลหิตหมู่พิเศษ Rh- นี้เป็นอย่างไร ไปทำความเข้าใจ เพื่อจะได้ตามหาผู้ที่มีโลหิตหมู่พิเศษนี้มาช่วยกันบริจาค



กลุ่มเลือดมีมากถึง 24 ระบบ



ในเลือดประกอบด้วยเม็ดเลือดแดงและน้ำเลือด (plasma) ซึ่งมีสารประกอบหลายอย่าง ตัวหลักๆ คือ แอนติเจน (antigen) หรือสารก่อภูมิต้านทาน ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ตามผิวเม็ดเลือดแดงทำหน้าที่สร้างภูมิต้านทาน และแอนติบอดี (antibody) หรือสารภูมิต้านทาน โดยในเลือดมี antigen และ antibody ที่เจาะจงหลายชนิด เพื่อความปลอดภัยในการถ่ายเลือดจึงจำเป็นต้องทดสอบเลือกในร่างกายให้ยอมรับ และไม่ให้เลือดตกตะกอน ซึ่งปัจจุบันเราตรวจสอบกลุ่มเลือดในการถ่ายเลือดถึง 24 ระบบ



ระบบเลือดที่ใช้เป็นพื้นฐานในการตรวจสอบได้แก่ ระบบเลือด ABO ซึ่งประกอบไปด้วย A B AB O และระบบเลือด Rh ประกอบด้วย Rh+ และ Rh- นอกจากนี้ยนังมีระบบอื่นๆ ที่นำมาพิจารณาในการถ่ายเลือดร่วมกันอีกเช่น MNS, Lutheran, Kell, Kidd เป็นต้น



A B O หมู่โลหิตที่รู้จักกันมากที่สุด



ในหมู่เลือดระบบ ABO จะมี antigenA และ antigenB เป็นตัวกำหนดหมู่เลือด แบ่งได้ดังนี้



group / antigen / antibodyA / antibodyB

A / A / - / มี

B / B / มี / -

AB / A และ B / - / -

O / - / มี / มี



(Group O พบมากสุด, A กับ B พบพอๆ กัน และ AB มีน้อยที่สุด)



ในการถ่ายเลือดนั้นถ้าเป็นไปได้จะไม่รับเลือดข้ามหมู่ แต่ถ้าเกิดกรณีจำเป็นจะต้องรับเลือดข้ามหมู่ จะหลักการพิจารณาไม่ให้ได้รับ antigen ชนิดเดียวกับ antibody มากนักเพราะจะทำปฏิกิริยากันและเกิดอันตรายแก่ผู้รับเลือด เช่น



ผู้ที่มีหมู่โลหิต O จะมี antibodyA และ B แต่ไม่มี antigenA จึงไม่เกิดปฏิกิริยากันทำให้เลือดไม่ตกตะกอน แต่ถ้ารับเลือดที่มีหมู่โลหิต A มาก็จะได้รับ antigenA เข้ามาด้วย ทำให้ antigenA ในหมู่ A ไปจับกับ antibodyA อันทำให้เลือดตกตะกอน ดังนั้นผู้ที่มีหมู่โลหิต O จะไม่สามารถรับเลือดจากหมู่โลหิตอื่นได้ ยกเว้นพวกเดียวกัน แต่สามารถบริจาคให้ได้กับทุกหมู่ (universal donor)



ส่วนผู้ที่มีโลหิตหมู่ AB จะรับเลือดได้จากทุกหมู่ (universal recipient) เพราะไม่มี antibodyA หรือ B (แม้จะรับได้ทุกหมู่ แต่ก็ต้องดูปริมาณการรับ หากรับเลือดหมู่อื่นเข้ามามาก อาจทำให้ antigen กับ antibody ทำปฏิกิริยากันได้)



ระบบเลือดแบบ Rh



ในการใช้ระบบเลือดแบบ Rh หรือ Rhesus (รีซัส) ซึ่งเป็นได้ 2 แบบคือ Rh+ และ Rh-



และเช่นกัน การจำแนกว่า เป็น Rh+ หรือ Rh- ก็ดูที่ antigen ซึ่งกรณีนี้คือ antigenD ที่อยู่ที่ผิวเม็ดเลือด



group / antigen / antibody D

Rh+ / D / -

Rh- / - / มี





มนุษย์ส่วนใหญ่มี antigenD (ซึ่งก็คือ Rh+) โดยเฉพาะกลุ่มชนมองโกลอยด์ หรือชาวเอเชียและในคนไทยมีมากถึง 99% ส่วนคนไทยที่ไม่มี antigenD (ซึ่งก็คือ Rh-) มีประมาณ 1 ใน 500 คน ขณะที่กลุ่มชนคอเคซอย หรือชาวยุโรปมีสัดส่วนของผู้ไม่มี antigenD (Rh-) มากกว่า อย่างที่อังกฤษมีผู้ที่มี Rh- มากถึง 10% ต่อจำนวนประชากร



เราจึงเรียกพวกที่มี Rh- ว่า “ผู้ที่มีโลหิตหมู่พิเศษ” (เพราะหายากนั่นเอง)



ทั้งนี้ปกติการระบุหมู่เลือดจะรายงานผลออกมา เป็น 2 ระบบคือ ABO และ Rh พร้อมๆ กัน ได้แก่ A Rh+, A Rh-, B Rh+, B Rh-, AB Rh+, AB Rh-, O Rh+, O Rh-

แต่จะไม่ระบุคำว่า “Rh” เช่น A Rh- ก็จะระบุไปเลยว่า A- เป็นต้น อีกทั้งโดยพื้นฐานคนส่วนใหญ่ เป็น Rh+ เราจึงไม่นิยมระบุไว้ด้วยซ้ำ



ดังนั้นเวลารายงานหมู่เลือด หากเราได้รับแจ้งว่า เรามีหมู่เลือด A นั่นหมายความว่า เรามีหมู่เลือด A Rh+ แต่ถ้าเรามีหมู่เลือด Rh- เราจะได้รับแจ้งไว้ด้วย เช่น A- เป็นต้น





โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2547 12:07 น.
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9470000103807
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 1 ม.ค. 2548 (23:18)
ได้ครับ เด่วจัดให้ รู้ สึกเคย อธิบายไปกระทู้นึงละเรื่องนี้อ่ะ

น้องเข้าใจระบบ เลือด A B O แล้วใช่ไหมครับ

โดยหลักการให้เลือด คือ

antigen ของผู้ให้ต้องไม่ตรงกับ antibody ผู้รับ

เลือด Rh ก็เป็นเลือดอีกระบบนึงครับ

โดย จะมี 2 แบบ คือ

1. Rh+ คนที่มีเลือดแบบนี้ จะมี antigen Rh แต่ไม่มี antibody Rh ครับ

2. Rh- คนที่เลือดแบบนี้ไม่มีทั้ง antigen Rh และ antibody Rh

แต่คนที่เป็นเลือด Rh- นั้น หากได้รับ เลือด Rh+/ เข้าไป ก็จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างของคนที่ Rh- สร้าง antibody Rh โดยครั้งแรกจะไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าได้รับ เลือด Rh+ อีกครั้งโดยที่ร่างกายเรามี antibody Rh แล้ว ก็จะทำให้เป็นโรค erythrblastosis falactis เลือดตกตะกอนครับ
Wisdom
ร่วมแบ่งปัน121 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 ม.ค. 2548 (11:03)
ขอบคุณคับ พี่ๆที่ช่วยตอบ ทำให้ผมเข้าใจขึ้นมากๆเลย
Apiwat_bird@hotmail.com (IP:203.150.217.115,203.113.77.132,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 3 ม.ค. 2548 (11:47)
เค้าตอบกันไปหมดแล้วอ่ะ
อืม (IP:203.150.217.115,203.113.46.9,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 19 ม.ค. 2548 (12:25)
พี่ช่วยหนูไห้มีรายงานส่งอาจานค่ะ ขอบคุนมากค่ะ
เนอร์สสสสส (IP:203.195.105.35,203.155.175.139,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 13 ก.พ. 2548 (19:11)
อยากทราบว่า ทำไมแม่ที่เป็นRh- มีลูกเป็นRh+ แล้วถึงเกิดการกระตุ้นให้สร้างanitibodyขึ้นมาได้ ทั้งที่มีรกกั้นเม็ดเลือดแดงอยู่อยู่



เคยอ่านในหนังสือว่าแม่ที่มีantibody Dมีความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ที่มีRh+ แล้วทำไม แม่ที่มีเลือดกรุ๊ปO จึงไม่เป็นอันตรายต่อทารกที่มีเลือดกรุ๊ปAหรือBในครรภ์
act (IP:203.107.167.162,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 14 ก.พ. 2548 (11:18)
ขอบคุณเราแข่งseachเรื่องนี้พอดี หุหุ
แป้ง (IP:202.125.103.12,10.3.1.191, 202.125.101.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 14 ก.พ. 2548 (21:25)
ตอบ rep 7 ที่ antibody RH ของแม่ทำร้ายลูกได้โดยผ่านทางรก แต่ antibody ของระบบเลือด ABO ไม่สามารถผ่านรกได้เพราะทั้งสองเป็น antibody คนละประเภท

โดย Antibody Rh เป็นแบบ IgG

ส่วน Antibody ABO เป็นแบบ IgM

ทั้งนี้เพราะการเกิด antibody ทั้งสองแตกต่างกันงับ
Wisdom
ร่วมแบ่งปัน121 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 20 ก.พ. 2548 (15:51)
รบกวนช่วยอธิบายความหมายของ IgM กับIgGด้วยค่ะว่าเค้าต่างกันอย่างไร
ดาว (IP:61.90.92.9,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 8 มี.ค. 2548 (11:15)
อธิบายได้ละเอียดดี

ขอบคุณคะ
สาว (IP:203.172.156.194,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 8 มี.ค. 2548 (13:35)
แอนติเจนกับแอนติบอดี้คืออะไรค่ะ
แก้ม (IP:202.183.233.71,10.13.5.1,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 21 มี.ค. 2548 (18:57)
แถม ๆ ปรกติคนที่มีหมู่เลือด O จะสามารถบริจาคให้กับคนที่มีหมู่เลือดชนิดอื่นได้คือ A B AB แต่ปัจจุบันมีการวิจัยพบว่าการให้เลือดกรุ๊ป O กับคนที่มีเลือดกรุ๊ปอื่น ไม่เป็นผลดีเพราะมันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เม็ดเลือด ทำให้เป็นอันตรายได้ในภายหลัง ส่วนรายละเอียดลืมไปแล้วคับ หุหุ
Unknown (IP:202.44.14.194,10.128.20.30, 202.28.6.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 15 เม.ย. 2548 (20:25)
Rhก้อไม่มีเยื่อหุ้มเม้เลือดแดงไง
ไอซ์ หล่อ (IP:221.128.111.190,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 15 ก.พ. 2549 (22:11)
ตอนนี้โรงเรียนกำลังประเมินโรงเรียนในฝัน พอดีกำลังทำโครงงานนี้พอดีค่ะ คือตรวจการดูหมุ่เลือดต่างๆนั้นเองจ฿งอยากได้ข้อมูลที่ละเอียดสุดๆ ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะค่ะ
อุ้ม (IP:203.172.152.86,192.168.1.76,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 18 ก.พ. 2549 (00:50)
Antigen คือสารหรือสิ่งมีชีวิตที่แปลกปลอมที่ร่างกายเราไม่รู้จัก ซึ่งสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สร้าง Antibody เพื่อมาจับเป็น สารเชิงซ้อนซึ่งจะนำไปทำลายต่อไป

Antibody ที่กล่าวข้างต้นมี5ชนิด คือ IgA IgG IgM IgE IgD ที่สำคัญทางเวชศาสตร์ธนาคารเลือดจะมี 2 ชนิดคือ IgG และ IgM ลักษณะที่แตกต่างกันทั้ง2ชนิดนี้คือ IgG จะเป็นเพียงโมเลกุลเดียว สามารถผ่านรกได้ ในขณะที่ IgM จะอยู่รวมกัน5โมเลกุล (pentamer) ทำให้ขนาดของIgM มีขนาดใหญ่ จึงไม่สามารถผ่านรก

Antibody Rh เป็นแบบ IgG ซึ่งแม่สามารถถ่ายทอดไปให้ลูกผ่านทางรกได้

ส่วน Antibody ABO เป็นแบบ IgM ไม่สามารถผ่านรกได้ค่ะ
Nee (IP:61.91.68.232,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 12 มี.ค. 2549 (20:27)
ขอบคุณมากค่ะ เนื้อหาดีมาก
okoku_view (IP:203.113.77.100,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 14 พ.ค. 2549 (21:37)
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีมากค่ะ
เพ้นท์ (IP:203.170.228.172,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 14 พ.ค. 2549 (22:51)
เยิ่ยมครับ
Tanname
ร่วมแบ่งปัน752 ครั้ง - ดาว 163 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 14 พ.ค. 2549 (22:53)
ขอถามเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของ NK-cell(Natural Killer Cell) หน่อยครับ ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง ขอบคุณครับ
Tanname
ร่วมแบ่งปัน752 ครั้ง - ดาว 163 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 13 มิ.ย. 2549 (16:04)
อยากรู้เกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือด
อุ้ม (IP:125.24.75.98,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 19 มิ.ย. 2549 (20:37)
หมู่เลือด Rh มาจากลิงวอกจริงหรือป่าวคะ

เเละการที่ครรภ์มารดาเป็นพิษมีสาเหตุมาจากอะไร

คนที่เป็นธาลัสซีเมียมีหมู่เลือด AB ไม่เป็นพาหะอยู่ได้ปกติหรือเปล่าคะ
music_hunt@hotmail.com (IP:203.156.45.68,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 23 ก.ย. 2549 (12:07)
อยากเป็นพยาบาลทหารแต่ไม่หล้าที่จะอยู่กับเลือดทำไงดี
hippo.lion@hotmail.com (IP:124.157.231.238,192.168.212.128,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 23 ก.ย. 2549 (20:37)
อยากทราบหมู่ ab rh d+ หรือ ab rh โพสทีพ เป็นอย่างไร
อรพิน (IP:221.128.103.142,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 17 พ.ย. 2549 (12:41)
อยากรู้อะว่ากร๊ปเลือด ABมีกี่เปอร์เซ็นของประชากรบนโลกนี้

แล้วเลือดกรุ๊ปนี้มีข้อด้อยตรงไหน บอกที
แซน (IP:202.12.97.111,10.132.1.123,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 13 ก.พ. 2550 (20:42)
ขอบคุณมากเลยนะ
ยอดจอร์จ (IP:203.172.80.17)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 13 ก.พ. 2550 (22:05)
หมู่เลือด AB นั้น ถ้าจำไม่ผิด จะมีประมาณ 8 % ของประชากรครับ ข้อดีของหมู่เลือดนี้คือสามารถรับเลือดได้ทุกหมู่ (เพราะไม่มี Antibody) แต่ก็ให้บริจาคโลหิตต่างหมู่เลือดกันไม่ได้นะคับ (อ้อ ระวังหมู่ Rh ด้วยนะคับ เพราะมีผลเหมือนกัน ส่วนใครเกิดหมู่ AB- นี่ ก็ทำใจหน่อยนะคับ เพราะเกิดเป็นหมู่เลือดที่หายากซะนี่)
diadaros
ร่วมแบ่งปัน49 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 21 มี.ค. 2550 (12:57)
ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้มากจริงๆ ครับ
noswolve (IP:58.64.102.244)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 24 เม.ย. 2550 (14:44)
ผมอยากรู้ว่ากรุปเลือด A Rh+ มีคุณสมบัติอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ และผมจะเป็นโรคอะไรไหมครับ
madyoosob.boy@chaiyo.com (IP:203.209.111.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 26 เม.ย. 2550 (16:11)
NK cell ทำลาย cell ร่างกายที่ติดเชื้อ virus และเซลล์ร่างกายที่ผิดปกติไปพวก cancer cell โดยจะจู่โจมที่บริเวณผนังเซลล์ของ target cell แล้วหลั่งสารพวก cytolytic ทำลาย cell เป้าหมายโดยทำให้ cell แตก โดย granule ที่บรรจุ cytolytic จะแนวมากๆ แนวสุด คือ เวลาไปจับกับ target cell แล้ว มันก็จะคลื่อนที่ไปตามทิศทางของ target cell แล้วปล่อย cytolytic เลยเรียกกันว่า target oriented granule นั่นเอง 555+++








อธิบายสำหรับความคิดเห็นที่ 20 นะครับ พี่เขาโพสต์ไว้นานมากๆ แล้วด้วยอ่ะ ข้อมูลที่ผมเขียนก็ไม่ได้ละเอียดมาก หรอกครับ คงช่วยไม่ค่อยได้หรอก ผมจำได้แค่นี้ก็ตอบแค่นี้อ่ะนะครับ และที่สำคัญ ไม่มีคนตอบผมเลยขอตอบแทน 55++ แต่ผมมั่นใจว่าพี่เขารู้แล้ว ล้าน เปอร์เซ็นต์ เอาไงก็ตามเหอะครับ ผมโพสต์ให้บางคนที่ไม่รู้ก็แล้วกันนะครับ
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 26 เม.ย. 2550 (16:11)
7807
นี่รูปครับ หารูปได้พอดีเหมาะเจาะกับคำพูดจริงๆ ย้ำๆๆๆ ถ้าผิดบอกด้วยนะครับ
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 26 เม.ย. 2550 (16:14)
7809
นี่คือกระบวนการที่ละเอียดเข้าไปอีก คือ การหลบหลีกของไวรัส กับ NK cell
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 26 เม.ย. 2550 (16:28)
นี่ก็คือแผนการซึ่งไวรัส ใช้ในการหลบหลีก NK cell ซึ่งมี 5กระบวนการหลักด้วยกันครับ ในภาพด้านบน วาดภาพให้เห็นการปฏิสัมพันธ์ระหว่าง taget cell ที่ติดเชื้อไวรัส ที่ทำให้เกิดโรค (ซ้าย) กับ NK cell (ขวา)
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 26 เม.ย. 2550 (16:40)
กระบวนการแรก (a มั้ง) NK cellเนี่ยนะครับ สามารถ ถูกยับยั้ง โดย MHC class I homolog ของ virus ด้วยรูปร่างของมันที่คล้ายๆกับ endogenous host class I ซึ่งจะปกติแล้วจะจับกับ inhibitory class I receptors บน NK cell
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 26 เม.ย. 2550 (16:56)
กระบวนการที่สอง (b ครับ) ไวรัส สามารถ ยับยั้งการทำงานของการแสดงออกของ HLA-Aและ HLA-B ส่งผลให้มีการเพิ่มปริมาณของ HLA-C และ HLA-E บนพื้นผิวของ target cell ที่ติดเชื้อไวรัส ซึ่งจะไปยับยั้ง NK cell โดยทาง class I inhibitory receptors CD94-NKG2A และ KIR ตามลำดับ โดยมีทางเลือกอื่นอีก ซึ่งทางเลือกนั้นก็คือ viral gene จะแสดงผลของมันออกมา ซึ่งส่งผลให้มี จำนวนของ HLA-E เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งเจ้า HLA-E ก็จะไป ยับยั้ง NK cell โดยผ่านทาง CD94-NKG2A
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 26 เม.ย. 2550 (17:09)
กระบวนการที่ 3 (d) เจ้า protein ของ virus ที่เกิดจากการถอดรหัสทางพันธุกรรมของมันเนี่ยจะ สามารถทำหน้าที่เหมือน cytokine binding protein ซึ่งหยุดการทำงานของเจ้า NK cell activating cytokines(น่าสงสารจัง) ซึ่งจะว่าไปแล้วเนี่ย เจ้าไวรัส ก็ยังสามารถผลิต homolog อื่นที่ทำหน้าที่คล้ายๆกับเจ้า cytokine binding protein หรือหลั่งไปบังคับขู่เข็ญ ให้host ผลิต cytokines ที่ยับยั้งเจ้า NK cell





ยากๆๆๆ เขียนไม่ถูกอ่ะ
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 26 เม.ย. 2550 (17:27)
กระบวนการที่ 4(c อ๊ากหนังสือเขียนผิด สลับกันครับ) ครับผม ซึ่งก็มีอยู่ว่า

การทำงานของ NK cell เนี่ยนะครับ สามารถหลีกเลี่ยง โดยการลดการแสดงออก NK cell−activating ligands ใน cell ที่ติดเชื้อไวรัส ซึ่งการลดของเจ้านี่จะทำให้ ขัดขวาง signal transduction ที่ผ่านทาง cell−activating receptors นอกจากนี้เพื่อจะให้ได้ผลแบบเดียวกันดังที่กล่าวข้างต้น ไวรัส สามารถสร้าง protein จาก gene ซึ่งสามารถ antagonist ปฏิสัมพันธ์ ระหว่าง activating receptor กับ activating ligand
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 26 เม.ย. 2550 (17:39)
กระบวนการสุดท้ายแล้วโว้ย (แทบตาย) คือ e นั่นเอง มีใจความสำคัญฉะนี้



ไวรัส สามารถ ยังยั้ง NK cell ได้โดยตรง โดยการ ติดเชื้อกลับซะเลย(555+++ สะใจ ไวรัสอัจฉริยะ) หรือ ใช้ envelope proteins ไปผูก inhibitory receptors ของ NK cell





หมายเหตุ 1: ถ้าอยากดูละเอียดก็ไปซื้อหนังสือเขามาอ่าน NATURE IMMUNOLOGY นะครับ ตามสบายเลย เมากันให้สบายนะครับ



หมายเหตุ 2: protein ในรูปที่มีการตีกรอบสีแดง คือโปรตีนที่ virus ผลิด ออกมา
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 26 เม.ย. 2550 (17:42)
อืม ถ้าผิดอะไรก็แย้งมานะครับ ผมบอกตามตรงว่าเหอะๆๆๆ ... ยากดี มันมีที่ละเอียดกว่านี้อีกอ่ะครับ แค่นี้คงพอแล้วเนอะ



อย่าลืมซื้อหนังสือนะครับ เอิ้กๆๆๆ หลับก่อนนะครับทุกๆท่าน บายครับ
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 1 พ.ค. 2550 (17:41)
พี่คะ แล้วไอ้เลือดกรุ๊ปฺ B&Rh+ นี่มันมีด้วยเหรอคะ

เห็นเพื่อนถามว่ามันคือกรุ๊ปอ่ะไร ก็งงๆอยู่เหมือนกัน ถ้ามันมีแล้วเป็นยังไงคะ ช่วยอธิบายหน่อยได้ป่าวคะ
อุ๋มอิ๋ม (IP:61.7.174.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 1 พ.ค. 2550 (19:09)
ก็มีอ่ะนะครับ เหมือนเป็น Rh หมู่เลือดที่เราต้องเรียนมากขึ้นในระดับชั้นม.ปลายอ่ะนะครับ ง่ายๆ ระดับม.ต้นก็เข้าใจได้แน่นอนครับ หรือไม่ก็ลองอ่าน ที่เขาโพสต์อยู่ครับ



ส่วนหมู่เลือดที่น้องพูดถึงก็คือหมู่เลือดที่มี antigen B กับ antigen Rh ใน เยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดง และมี antibody A ในพลาสมาครับ
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 3 พ.ค. 2550 (19:36)
ความเห็นที่ 2 ครับผมงงว่าโรคที่เลือดของลูกตกตะกอนตอนอยู่ในท้องแม่แล้วตายก่อนคลอดอ่ะครับมีชื่อว่าอะไรกันแน่ครับพอดีเห็นในหนังสือเค้าบอกว่าชื่อโรคErythroblastosis Fetalis ผมงงนะครับว่ามันอันเดียวกันกับที่คุณเขียนหรือป่าวน่ะครับพอดีผมเห็นเขียนไม่เหมือนกัน
9sci
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 24 พ.ค. 2550 (13:16)
ตอบ คห 42 คำเดียวกันคับ คห 2 เขียนผิดไปนิดส์

Antibody จากแม่จะสามารถผ่านรกเข้าไปทำลายเม็ดเลือดแดงที่เป็น Rh+ ของลูก ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก เกิดภาวะโลหิตจาง บวมน้ำ ทารกตายในครรภ์ได้คับ
reverof (IP:124.157.212.50)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 26 มิ.ย. 2550 (17:05)
อยากทราบว่าเลือด ab- คืออะไรคะ
weena kousombat (IP:222.123.221.230)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 7 ก.ค. 2553 (13:49)
ช่วยบอกหลักการในการแงหมู่เลือดABOให้หน่อยคะ
เอาเนื้อๆๆนะคะ

ขอบคุณคะ
masa (IP:61.7.128.27)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม