>>> อยากทราบ การเกิด และวิวัฒนาการ ของ ดาวฤกษ์

โพสต์เมื่อ: 16:02 วันที่ 10 พ.ค. 2548         ชมแล้ว: 42,877 ตอบแล้ว: 121
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
...........ดาวฤกษ์ เกิด จากกลุ่ม ก๊าซ รวมตัว แล้ว มี ปฎิกิริยา อย่าง ไร

...........จน ถึง

...........เปลี่ยน ไป เป็น ดาว ยักษ์ แดง - ดาว แคระ ขาว อย่าง ไร ครับ

...........ผม เคย เห็น บท ความ เขียน ไว้ แต่ หา ไม่ เจอ อ่ะ ครับ

..........เอา ภาพ ดวง อาทิตย์ มา ให้ ยล (ลงซ้ำ)
12512


.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

จำนวน 100 ความเห็น, หน้าที่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 10 พ.ค. 2548 (17:17)
อ่านบทความของคุณพวงร้อยหรือยังครับ?

ถ้าสงสัยอะไรเพิ่มเติม ก็มาโพสตถามละกัน


http://www.vcharkarn.com/vastronomy/?secid=55
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 10 พ.ค. 2548 (17:29)
................หว๋า......ภาพ หาย ไป เร้ว อ่ะ



...............



................ขอบ คุณ คุณ เนย สด มาก ครับ
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 10 พ.ค. 2548 (17:54)


22611
...............งั้น หลุม ดำ ก้ มี อีก ชื่อ ว่า





...............ดาว แคระ ดำ สิ ครับ





...............ทฤษฎี ผม ว่า ดาว ยุบ ตัว ลง อย่าง เร็ว





...............จน แสง ทั้ง หมด มอด ดับ





...............แรง ดูด มหาศาล จึง เกิด ขึ้น





...............เรา สามารถ เห็น หลุม ดำ ได้ จาก





...............ความ ร้อน ที่ ยัง เหลือ อยู่ จาก การ ระ เบิด มั๊ย ครับ



...............แหล่ง ความ รู้ อีก ที่ นึง บอก ไว้ว่า





...............ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยกว่า 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์ (โดยประมาณ) เมื่อเผาไหม้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์จนหมดแล้วจะเกิดการยุบตัวลง เป็นวัตถุท้องฟ้าที่เรียกว่า ดาวแคระขาว (white dwarf)





...............





...............ถ้าดาวมีมวลมากกว่า 3 เท่า ของดวงอาทิตย์แล้วก็จะไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งการยุบตัวของดาวได้ แม้แต่แรงต้านจากนิวตรอน ดวงดาวจะยุบตัวลงเรื่อยๆ จนกระทั้งกลายเป็นวัตถุประหลาด ที่มีแรงดึงดูดมากมายมหาศาล ขนาดที่ไม่มีสิ่งใดจะหลุดรอดออกมาได้หากพลัดหลงเข้าไปเจ้าวัตถุที่ว่านั้นก็คือ "หลุมดำ"



...............

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 พ.ค. 2548 (11:06)
เราสามารถมองเห็นหลุมดำได้จากรังสี X ที่หมุดดำปล่อยออกมาครับ ซึ่งรังสี X-ray นี้ จะมีเข้มข้นที่สุดเมื่อหมุดดำกำลังดูด มวลของดาว หรือเทหวัตถุที่โชคร้ายเข้าไป
ผมลูกไอน์สไตน์คับ.. (IP:203.151.140.115,203.113.61.103,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 11 พ.ค. 2548 (11:47)
เขียนผิดอีกแย้วขอโทษครับ
ผมลูกไอน์สไตน์คับ.. (IP:203.151.140.115,203.113.61.103,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 11 พ.ค. 2548 (12:37)
คือดาวฤกษ์เกิดจากการที่เศษฝุ่นและกลุ่มก๊าซภายในเนบิวลายุบตัวลุงเนื่องจากแรงโน้มถ่วงในบริเวณที่มีกลุ่มฝุ่นจำนวนมากกว่าบริเวณอื่นๆในเนบิวลา ทำให้แรงโน้มถ่วงบริเวณนั้นมีมากด้วยจึงดูดเอากลุ่มฝุ่นที่อยู่ในเนบิวลามารวมกันเกิดเป็นแกนของดวงดาวขึ้นมา พลังงานศักย์โน้มถ่วงของกลุ่มฝุ่นจึงทำให้เกิดความร้อนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อความร้อนนั้นมีอุณหภูมิอยู่ในระดับ ล้านเคลวิน แกนของดวงดาวจะเริ่มหมุดตัวซึ่งเป็นไปตามกฎอนุรักษ์เชิงโมเมนตัมทำให้เกิดจานรวมมวลขึ้นมา เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นอีกในระดับหนึ่ง ก็จะก่อให้เกิดพลาสมา พลาสมาในช่วงนี้จะก่อตัวเป็นรูปลำท่อ ชี้ออกทางขั้วเหนือ และขั้วใต้ของจานรวมมวล จึงทำให้เกิดแสงสว่างขึ้น เราเรียกช่วงนี้ของดาวว่าช่วง โปรโตสตาร์ หรือดาวทารก เมื่ออุณหภูมิในแกนกลางของโปรโตสตาร์ สูงขึ้นในระดับ 10 ล้านเคลวิน ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นจะจุดตัวเองขึ้น สร้างพลังงานมหาศาลส่งออกไปทั่วทั้งดวงดาวและนี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตดวงดาวที่แท้จริง.................................นี่แหละครับคือกระบวนการที่ทำให้เกิดดวงดาวขึ้น ส่วนการสิ้นชีวิตของดวงดาวนั้นขึ้นอยู่กับขนาดและมวลของดวงดาวครับคือ มวลมากก็อายุสั้น ส่วนมวลน้อยจะมีอายุยาวนานกว่าดาวมวลมาก...........เรื่องของดวงดาวต้อนที่กำลังจะสิ้นอายุไขก็ยังมีอีกมากมาย เพราะต้องแบ่งเป็นดาวมวลมาก ปานกลาง และดาวมวลน้อย ผมคงพิมพ์ไม่ไหวหลอกครับ ...........................
ผมลูกไอน์สไตน์คับ.. (IP:203.151.140.118,203.113.61.103,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 11 พ.ค. 2548 (14:15)
.......อู้





..........ท่า ทาง เรื่อง จะ ยาว





..........เดี๋ยว ผม Search เอา จา เว็บ ต่าง ประ เทศ ก้ ได้





..........แต่ ผม ขอ key word - ไว้ ได้ มั๊ย ครับ





...........ผม อยู่ นอก วงการ เด็ก วิทย์ จริง ๆไม่ รู้ เรื่อง นี้ เลย



...........แต่ สน ใจ มาก ๆ........
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 11 พ.ค. 2548 (16:41)


22612
...............คุณลูกชาย ไอน์สไตน์คับ





...............ภาพ ข้าง บน นี้ เหรอ คับ ที่ ว่า โปรโตสตาร์





...............ช่วย อธิ บาย ที มัน เป็ฯ ยัง ไง





...............ยาว ไม่ เป็น ไร ผม มี เวลา





................แหะ ....คุณ มี เวลา ป่าว หง่ะ





................จะ รอ นะ

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 11 พ.ค. 2548 (21:03)
protostar ตือ สภาพก่อนดาวฤกษ์ครับ

ส่วนพุ่งออกมาเป็นลำเรียกเจ็ต (jet)

บริเวณใจกลางดาว มีอุณหภูมิสูงหลายแสนเคลวิน

และจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสิบล้านเคลวิน



ถ้าอยากดูปฏิกริยานิวเคลียฟิวชัน ที่นี่ละเอียดดีครับ

http://nobelprize.org/physics/educational/energy/fusion_2.html
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 11 พ.ค. 2548 (21:09)
อ๋อ ขอแสดงความเห็นเรื่องหลุมดำหน่อยนะครับ

คือผมคิดว่า หลุมดำเนี่ย น่าจะคล้ายกับดาวฤกษ์ทั่วไป

เวลาที่มันตายแล้วเนี่ย มันไม่น่าจะหยุดส่องแสงทันที

อย่างดาวแคระขาว ซากดาวฤกษ์ขนาดเล็ก ก็ยังส่องแสงได้อยู่

จนมันไม่สามารถเกิดปฏิกริยาภายในได้แล้ว มันก็จะมอดดับลง



ส่วนในกรณีดาวยักษ์ ที่กลายเป็นหลุมดำนั้น

ส่วนที่จะกลายเป็นหลุมดำ น่าจะส่องแสงได้อยู่

แต่ด้วยความหนาแน่น และมวลที่เยอะมากของมัน

ทำให้อวกาศบิดงอ จนแสงหนีออกมาไม่ได้ครับ
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 12 พ.ค. 2548 (09:31)
คุณ Tanu. คุณรู้ไหมว่าระบบดาวคู่เกิดขึ้นได้อย่างไร?....



มันก็มีผลสืบเนื่องมาจาก โปรโตสตาร์ นี้แหละครับ คือช่วงที่แกนดาวเริ่มหมุน ก็จะทำให้เกิดจานรวมมวลขึ่น ถ้าโปรโตสตาร์ดวงไหนมีมวลในจานรวมมวลค่อนข้างมาก โปรโตสตาร์จะไม่ค่อยมีเสถียรภาพในตัวเอง มวลส่วนหนึ่งจึงถูกเหวี่ยงออกจากจานรวมมวลไปก่อตัวเป็นดาวฤกษ์ดวงใหม่ที่อยู่ใกล้เคียงกัน..........นี้แหละครับคือ จุดกำเนิดของระบบดาวคู่..................
ผมลูกไอน์สไตน์คับ.. (IP:203.151.140.112,203.113.61.103,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 12 พ.ค. 2548 (10:45)


............กราบขอบคุณ ที่ให้ความรู้ครับ





............มี ความรู้ ไหน ๆ เรื่อง ดาว ผม ฝาก รบ กวน แทรก ไว้ ใน กระ ทู้ ให้ ผม นะ ครับ



.............สน ใจ จริง ๆ เพิ่ง จะมา รู้ ตัว ว่า ชอบ เรื่องราว เกี่ยว กับ ดาว



.............Protostar หลุมดำ ระบบดาวคู่ ปฏิกริยานิวเคลียฟิวชัน





.............ผม เข้า ใจ ถูก มั๊ย อ่า



.............จริงๆ แล้ว หลุม ดำ มี แสง (แต่น้อย)



.............แสง น่อย น่อย .....สู้ กับ แรงดึงดูด มหาศาลไม่ไหว



.............แสงทั้งหลาย ก้ ออก มา ให้ เรา เห็น ไม่ ได้



..............เรา จึง เห็น เป็น เงา ดำ ....เพระ ไม่ มี แสง ใดๆ ออก มา แม้ แต่ แสง สะ ท้อน



...............เอ๋...แล้ว รังสี X เล็ด ลอด ออก มา ได้ ไง อ่ะ คับ





................อย่า ว่า ผม ถาม โง่ ๆนะ ไม่รู้ จริง ๆ
22613

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 12 พ.ค. 2548 (12:38)
คือเรามีความรู้อะไรเราก็แบ่งกันไปครับ......ดีกว่าเก็บไว้คนเดียว........มันจะศูนย์เปล่าไปเฉยๆ
ผมลูกไอน์สไตน์คับ.. (IP:203.151.140.112,203.113.61.103,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 12 พ.ค. 2548 (13:24)
คือในขณะที่หลุมดำกำลังดูดมวลจากเทหวัถุที่โชคร้าย มวลนั้นจะหมุนวนรอบหลุมดำก่อนที่จะตกลงไปในหลุมดำเป็นรูปวงกลมก้นหอย ในขณะนั้นมวลจะเกิดการเสียดสีกันจนทำให้เกิดความร้อนขึ้นอย่างมหาศาลจึงปลดปล่อยรังสี X ออกมา ก่อนที่จะตกลงสู่หลุมดำและถูกดึงดูดไว้.......

ส่วนในกรณีที่หลุมดำยังไม่ได้ดูดอะไรมันจะปล่อยคลื่นวิทยุและรังสี X (คลื่นวิทยุจะปล่อยในปริมาณมากส่วนรังสี X พบว่าปล่อยออกมาค่อนข้างน้อย ) ส่วนด้วยสาเหตุอะไรนั้นผมยังไม่ทราบแน่ชัด เพราะในหนังสือที่ผมเคยอ่านมาเขาบอกว่าหลุมดำที่ใจกลางของแกแล็คซี่ทางช้างเผือกของเรา(Sgr A*)เป็นแหล่งของคลื่นวิทยุความเข้มข้นสูง แต่ปลดปล่อยรังสี X ออกมาในจำนวนน้อย แต่ไม่ได้บอกว่าเพราะสาเหตุหรือกลไกรอะไร
คนเดิมครับ (IP:203.151.140.112,203.113.61.103,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 12 พ.ค. 2548 (13:37)
คุน Tanu. ลองเข้าไปอ่านข้อความใน www.darasart.com ดูซิครับ ที่เขียนว่า "หลุมดังที่ใจกลางแกแล็คซี่ทางท้างเผือก" นั้นแหละ
ก็คนเดิมอีกแหละ (IP:203.151.140.112,203.113.61.103,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 22 พ.ค. 2548 (10:00)
เอาแบบละเอียดยิบเลยปาวคะ
ทามมายว้า... กุเกลียดคนขี้โม้ (IP:202.5.88.134,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 22 พ.ค. 2548 (10:14)
ลอกในหนังสือให้เลยนะคะ
ทามมายว้า... กุเกลียดคนขี้โม้ (IP:202.5.88.143,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 22 พ.ค. 2548 (10:39)
เพราะว่าหลุมดำไม่ดำจริงสิคะ ถ้าไม่มีอะไรออกมาได้จริง แล้วรังสีจะออกมาได้อย่างไร แล้วแสงจะออกมาได้อย่างไร อ๊ะ อย่าเถียงนะ แสงไม่ออกมาแล้วเราจะเห็นเส้นขอบฟ้าของหลุมดำได้ไงล่ะ
ทามมายว้า... กุเกลียดคนขี้โม้ (IP:202.5.88.142,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 22 พ.ค. 2548 (11:43)
อืม...ดาวฤกษ์เกิดจากกลุ่มก๊าซขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นไฮโดรเจน

ยุบตัวลงเพราะแรงโน้มถ่วงของตัวเอง

ขณะที่ยุบตัว อะตอมของก๊าซจะพุงชนกันถี่ขึ้นด้วยความเร็วสูงข้นเรื่อยๆ

ก๊าซจะมีความร้อนสูงอย่างต่อเนื่อง

ในสุดความร้อนก็จะสูงจนถึงระดับที่อะตอมของไฮโดรเจนเมื่อพุ่งชนกันแล้วไม่สะท้อนกลับออก แต่เกาะตัวกันกลายเป็นฮีเลี่ยมปฏิกิริยาเช่นนี้จะปล่อยความร้อนออกมาเหมือนกับการระเบิดของไฮโดรเจน

ความร้อนที่เพิ่มเข้ามาอีกนี้จะไปเพิ่มแรงดันให้กับก๊าซ จนมากพอ่จะต้านแรงดึงดูดให้อยู่ในภาวะสมดุลและหยุดยุบตัวเหมือนกับลักษณะของลูกโป่งที่มีความสมดุลระหว่างแรงดันอากาศภายใน่พยายาที่จะขยายลูกโป่งออกกับแรงดึงของยางที่จะหดลูกโป่งให้เล็กลง

ดาวฤกษ์จะมีสเถียรภาพเช่นนี้ยาวนาน ด้วยความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่ต้านทางแรงโน้มถ่วง แต่ในท่สุดไฮโดรเจนและก๊าซที่เป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จะหมดลง



ยิ่งดาวที่มีไฮโดรเจนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมดเร็วมากขึ้นเท่านั้น

เพราะ ดาวที่มีมวลมากยิ่งต้องใช้ความร้อนสูงในการต้านทานแรงดึงดูด และยิ่งใช้ความร้อนสูง เชื้อเพลิงที่มีอยู่จะเผาผลาญไปอย่างรวดเร็ว ดวงอาทิตย์ของเรานี่ น่าจะมีเชื้อเพลิงใช้อีกสัก5000ล้านปีอ่านะศึ่งน้อยกว่าอายุของเอกภพมาก

เมื่อดาวฤกษ์มีขนาดเล็กลงอานุภาคสสารจะมีตำแหน่งอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น



ซึ่ง



ในสภาวะเช่นนั้น อานุภาคจะมีความเร็วต่างกัน และจะเคลื่อนตัวออกจากกัน และมีแนวโน้มที่จะทำให้ดาวขยายตัวออก

ดังนั้นดางจะอยู่ในลักษณะสมดุลระหว่างแรงดึงดูดกับแรงผลักอย่างไรก็ตาม



แรงผลักดังกล่าวมีขอบเขตจำกัดถ้าหากดาวมีความหนาแน่นสูงถึงระดับหนึ่ง แรงผลักที่เกิดจากหลักการจำกัดขอบเขตที่มีกำลังน้อยกว่าแรงโน้มถ่วง
ทามมายว้า... กุเกลียดคนขี้โม้ (IP:202.5.88.137,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 22 พ.ค. 2548 (12:17)
ดาวฤกษ์ที่เย็นลง้ามีมวลมากกว่า1.5เท่าของดวงอาทิตย์ จะไม่สามารถต้านทานแรงโน้ม่วงของตัวเองได้



ถ้าหากมวลของดาวมีค่าน้อยกว่า1.5เท่ามันจะหยุดยุบตัวเป้นดาวแคระขาวที่มีรัศมีไม่กี่พันไมล์
ทามมายว้า... กุเกลียดคนขี้โม้ (IP:202.5.88.138,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 22 พ.ค. 2548 (12:52)
อยากรู้เรื่องดาวเคราะห์
kiky2 (IP:203.113.67.39,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 27 พ.ค. 2548 (10:45)


........โอ พระ เจ้า .....







........เอา อีก เอา อีก





........ข้อ ...มูล มหา ศาล







........ความ รู้ คือ พลัง ......ซื้อ มา ใส่ กัน ยัง





...........เซ เว่น - มี ขาย .....เป็น ทุนการศึกษา น้อง ๆ





...........ป่าว นะ ไม่ ได้ มี ส่วน ได้ กับ เค้า หรอก





..........
22614

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 24 ส.ค. 2548 (15:08)
1. ดาวฤกษ์ต่างจากดาวเคราะห์อย่างไร

ตอบ

2. วิวัฒนาการของดาวฤกษ์มีการเปลื่ยนแปลงอย่างไร

ตอบ

3. สีของดาวฤกษ์ที่ต่างกันสามารถบอกอายุของดาวฤกษ์ได้หรือไม่

ตอบ
jakk25023@hotmail.com (IP:203.150.14.161,192.168.1.213, 202.44.220.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 24 ส.ค. 2548 (20:42)
ใครเป็นผู้คิดค้นชื่อดาวฤกษ์คะ
อยากรู้จัง (IP:203.151.140.122,203.113.37.10,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 26 ส.ค. 2548 (11:17)


22615
.........ดาว หลาย ๆ ดวง ......





.........มี ที่ มา จาก ตำ นาน ดาว ของ แต่ ละ พื้น ที่ครับ ....



.........บอก ว่า ใคร แน่ นอน นี่ หา ไม่ ได้ หรอก ครับ



........ชื่อ มั๊ย มี ดาว บาง ดวง



........ได้ ชื่อ มา ก่อน ที่ ซาฮาร่า จะ เป็น ทะเลทราย อีก ...



........ชน กลุ่ม แรก ๆ ที่ ...มี อิทธิ พล ใน การ ตั้ง ชื่อ ดาว



........ส่วน ใหญ่ มา จาก อาหรับ โบราณ....( พื้น ที่ เปิด โล่ง เห็น ดาว ง่าย และ เป็น นัก เดิน เรือ.. )



........ดาว หลาย ดวง...มัก มี ชือ่ อาหรับ อยู่ ด้วย....



........ต่อ มา อาณาจักร......อียิปต์...กรีก....โรมัน รุ่งเรือง..ตาม มา



........จึง มี การ ... นำ เอา ..ตำ นาน เดิม ของ อาหรับ...มา ผสม เข้า กับ ...เทพ ต่าง ๆ...



........ผูก โยง เป็น เรื่อง ราว .....เป็น ตำ นาน ดาว .....



........แต่ ละ พื้น ที่ ก้ จะ มี....เรื่อง ราว แตก ต่าง กัน ไป



........เล่า สืบ ต่อ กัน ไป ..รุ่น สู่ รุ่น .........



........เก่า แก่ แค่ ไหน นึก เอา



........มี ที่ บัน ทึก ไว้ ได้ ก้ ....Ptolemy....ปโตเลมี..บันทึก กลุ่ม ดาว ...ไว้ ใน แผน ที่ ดาว



........เรียก ว่า แผน ที่ ดาว แห่ง อเล็กซานเดีรย....มี ทั้ง หมด 48 ...กลุ่ม .....



........นั่น คือ สมัย โรมัน ......แต่ ชื่อ ดาว หลาย ดวง ก้ มี มา ก่อน ที่ จะ ..มี การ บัน ทึก ไว้......



........กลุ่ม ดาวสากล ปัจจุบัน มี 88....กลุ่ม .....ครับ



........

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 4 ก.ย. 2548 (18:36)
ดาวฤกษ์หมายถึงอะไรจ๊ะช่วยบอกหน่อยจาเอาไปทำรายงาน
คนน่ารัก (IP:61.7.146.251,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 5 ก.ย. 2548 (10:09)


22616
+



...........ดาว ฤกษ์ คือ ดาว ที่ มี แสง สว่าง ใน ตัว เอง





..........ตอบ ง่าย ไป มั๊ย ...

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 5 ก.ย. 2548 (16:20)
ดาวฤกษ์ (ภาษากรีก astron) คือ วัตถุท้องฟ้าในอวกาศที่เป็นก้อนแก๊สมวลมหาศาล ดาวฤกษ์ปรากฏเป็นจุดแสงในท้องฟ้าเวลากลางคืน เราเห็นแสงดาวกระพริบจากผลของปรากฏการณ์ในบรรยากาศโลกและการที่ดาวฤกษ์อยู่ห่างไกลจากเรามาก ยกเว้นกรณีของดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ดวงเดียวที่อยู่ใกล้โลกมากจนปรากฏเป็นดวงกลมโตให้แสงสว่างในเวลากลางวัน



ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุดยกเว้นดวงอาทิตย์ คือ ดาวพร็อกซิมาคนครึ่งม้า อยู่ห่าง 39.9 ล้านล้านกิโลเมตร = 4.2 ปีแสง = 1.29 พาร์เซก หมายความว่าแสงจากดาวพร็อกซิมาคนครึ่งม้าใช้เวลาเดินทาง 4.2 ปี จึงมาถึงโลก



นักดาราศาสตร์ประมาณว่ามีดาวฤกษ์อย่างน้อย 7 × 1022 ดวงในเอกภพ หรือ 70,000,000,000,000,000,000,000 ดวง มากกว่า 230,000 ล้านเท่าของดาวฤกษ์ 300,000 ล้านดวงในดาราจักรทางช้างเผือกของเราเอง



ดาวฤกษ์จำนวนมากมีอายุระหว่าง 1,000 - 10,000 ล้านปี บางดวงมีอายุเกือบ 13,700 ล้านปี ซึ่งเป็นอายุโดยประมาณของเอกภพ (ดู ทฤษฎีบิกแบงและวิวัฒนาการของดาวฤกษ์) ดาวฤกษ์มีขนาดตั้งแต่เล็กกว่าเมืองๆ หนึ่งอย่างดาวนิวตรอน (ซึ่งอาจกล่าวว่าเป็นดาวที่ตายแล้ว) ไปจนถึงดาวยักษ์ใหญ่อย่างดาวเหนือ (ดาวโพลาริส) และดาวบีเทลจุสในกลุ่มดาวนายพราน ที่มีขนาดประมาณ 1,000 เท่าของดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ดาวขนาดใหญ่จะมีความหนาแน่นน้อยกว่าดวงอาทิตย์มาก ดาวฤกษ์ที่มีมวลสูงที่สุดดวงหนึ่ง คือ ดาวอีตากระดูกงูเรือ มีมวล 100–150 เท่าของมวลดวงอาทิตย์



วิทยาศาสตร์นิยามว่าดาวฤกษ์ คือ ทรงกลมพลาสมาที่คงอยู่ได้ด้วยความโน้มถ่วงของตัวเอง มีความสมดุลของความดัน (hydrostatic equilibrium) ผลิตพลังงานด้วยกระบวนการการหลอมนิวเคลียส พลังงานที่เกิดขึ้นในดาวฤกษ์แผ่ไปในอวกาศโดยการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า (ส่วนใหญ่เป็นแสงสว่างที่มองเห็นได้) อยู่ในรูปของกระแสนิวตริโน ความสว่างปรากฏของดาวฤกษ์บอกด้วยโชติมาตรปรากฏ



ดาราศาสตร์ดาวฤกษ์ คือ การศึกษาดาวฤกษ์และปรากฏการณ์ในรูปแบบและช่วงต่างๆ ของวิวัฒนาการของดาว ดาวฤกษ์จำนวนมากผูกยึดด้วยแรงโน้มถ่วงกับดาวฤกษ์ดวงอื่น ทำให้เกิดดาวคู่ หากมีดาวจำนวนมากในระบบเดียวกันเรียกว่ากระจุกดาว ดาวฤกษ์ไม่ได้กระจัดกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ของเอกภพ แต่รวมกลุ่มกันเป็นดาราจักร (กาแล็กซี) โดยทั่วไปแต่ละดาราจักรมีดาวฤกษ์หลายแสนล้านดวง
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 6 ก.ย. 2548 (19:24)
ขอบคุนทุกคน มาก นะ คับ ผม ผ่าน วิท เเล้ว นะ 4.00 เยย ขอบ คุน จิง ๆ ๆ ๆ
nut_za6@hotmail.com (IP:61.90.237.38,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 16 ก.ย. 2548 (19:35)
อยากได้เรื่องดาวฤกษ์มากๆเลยครับช่วยตอบทีนะครับเยอะๆยิ่งดี
bestboyza@hotmail.com (IP:203.151.140.118,203.113.57.39,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 18 ก.ย. 2548 (00:47)
อยากรู้เหมือนกันครับ
[-Constantine-]
ร่วมแบ่งปัน392 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 19 ก.ย. 2548 (14:00)
อยากรู้ว่าวัตถุท้องฟ้าที่เราเห็นที่ไกลที่สุดคืออะไร
m-club_za@hotmail.com (IP:203.172.170.28,192.168.1.136,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 19 ก.ย. 2548 (15:37)
..............ภาพ จาก ESO PR Photo





..............100 ล้าน ปี แสง......น้อยไป ครับ พี่





.............."Named Abell 1835 IR1916, the newly discovered galaxy has a redshift of 10 [3] and is located about 13,230 million light-years away. It is therefore seen at a time when the Universe was merely 470 million years young, that is, barely 3 percent of its current age."



..............ชื่อ Abell 1835 IR1916...กาแลคซี่ ที่ ห่าง ไกล ที่ สุด เท่า ที่ เคย ค้น พบ...( ESO Press Release 04/04, 1 March 2004. )





..............13,230 ล้าน ปีแสง...





..............ดู ภาพ ประ กอบ ครับ ...( อยู่ ใน วง ขาว ๆ บาง ๆ )





..............ไกล ที่ สุด เท่า ที่ มนุษย์ จะ มอง เห็น ....ใน ตอนนี้





..............ขอ้ มูล อื่น ....ไม่ รู้ ครับ ....ไม่ ชอบ คุย เรื่อง ไกล เกิน เอื้อม ...
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 19 ก.ย. 2548 (15:38)
.............ภาพ ไม่ มา .......







...........ดู ที่ นี่ ครับ .......




http://www.eso.org/outreach/press-rel/pr-2004/images/phot-05a-04-normal.jpg
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 2 ต.ค. 2548 (15:01)
อยากรู้ว่าดาวฤกษ์มีการจัดอันดับความสว่างอย่างไร
นางงาม (IP:61.7.144.220,192.168.1.189, unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 3 ต.ค. 2548 (00:18)
หุๆ ข้อมูลเยอะดีมากๆเลยงับ
kup@_คุง (IP:61.91.205.207,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 11 ต.ค. 2548 (14:25)


กำลังศึกษาเกี่ยวกับดาวฤกษ์เหมือนกัน แต่เป็นไปในทางอนุภาคที่เคลื่อนที่มากจากดวงอาทิตย์ อ่านที่แต่ละคนเขียนที่ทราบ รู้สึกเรารู้น้อยใปจริงๆ ในบ้างเรื่องที่เกี่ยวกับงานเรา เราก็ยังไม่รู้เลย สงใสต้องศึกษาอีกนาน
22617

in
ร่วมแบ่งปัน9 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 10 พ.ย. 2548 (09:28)
อยากรู้ลักษณะดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ช่วยตอบด่วน
แนน (IP:203.188.7.104,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 13 พ.ย. 2548 (18:14)
อยากรุ เกี่ยวกับทฤษฎีต่างๆที่เกี่ยวกับ การกำเนิดจักรวาล

และระบบสุริยะอ่ะ ใครรุบ้างค่ะ ช่วยตอบหนอยน้า เอาเปงชื่อทฤษีแล้วก้อชื่อผู้คิดด้วยน้าค่ะ

จาเปงพระคุณอบ่างสูง
ลูกไม้ (IP:203.113.80.13,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 2 ธ.ค. 2548 (17:24)
ขอบคุณทุกคนที่ให้ความรู้นะคะ จะเอาไปทำรายงานพอดีเลย
poong_poong (IP:202.129.16.130,192.168.0.86,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 4 ธ.ค. 2548 (09:37)


22618 ก็ขออนุญาตคุณ Tanu นะครับอธิบายเกี่ยวกับดาวฤกษ์ว่าจะมาแสดงความคิดเห็นนานแล้วก็ถือเป็นโอกาสวันนี้ก็แล้วกันครับก่อนจะถึงดวงดาวเมื่อเรามองท้องฟ้าในยามค่ำคืนท้องฟ้าปรอดโปร่ง ไม่มีเมฆ ไม่มีแสงจันทร์ ห่างไกลจากการรบกวนของแสงจากตัวเมือง เราจะเห็นดวงดาวต่างๆเต็มท้องฟ้าด้วยตาเปล่า เราสามารถจำแนกดวงดาวบนท้องฟ้าได้เป็น 2 ชนิด คือ

ดาวเคราะห์เป็นดวงดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์แล้วสะท้อนแสงนั้นให้เรามองเห็น ดาวประเภทนี้จะมีแสงนิ่ง ไม่กระพริบวอมแวม เหมือนดาวประเภทที่ 2 คือ

ดาวฤกษ์เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง เช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ และจะอยู่ห่างไกลจากโลกมาก แสงสว่างเหล่านี้จะผ่านบรรยากาศของโลกลงมายังผิวโลก เนื่องจากความหนาแน่นของบรรยากาศผันแปรตลอดเวลา จึงดูเหมือนว่าแสงจากดาวฤกษ์ไม่นิ่ง มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเรียกกันว่า ดาวกระพริบ นั้นเอง



ดาวฤกษ์ ( STAS )และชีวิตของดวงดาว

ดาวฤกษ์ ( STAS )คือ กลุ่มก๊าซที่มีรูปร่างกลมขนาดใหญ่ สามารถส่องแสงสว่างออกมาได้ ขณะที่หมุนรอบตัวเองไปในอวกาศหรือดาวที่มีแสงสว่างและมีพลังงานในตัวเองในชีวิตของดวงดาวกำเนิดขึ้นจาก เนบิวลา ที่ยุบตัวกลายเป็น กระจุกดาว ดาวหลากสีหลายประเภทจะใช้ชีวิตใน ลำดับหลัก จนกระทั้งเชื้อเพลิงของดาวจะหมดลงช่วงสุดท้ายมันจะขยายใหญ่ขึ้นเป็น ดาวยักษ์แดงและในที่สุดจบลงด้วยการยุบตัวลงเป็น ดาวแคระขาว เนบิวลาดาวเคราะห์ หรือ ดาวนิวตรอน หรือ พัลซาร์ ดาวฤกษ์ที่มีมวลมากจะจบชีวิตในการระเบิดที่ยิ่งใหญ่ตระการตาเรียกว่า ซูเปอร์โนวา และจะจบชีวิตโดยกลายเป็นหลุมดำ

ชีวิตของดาวฤกษ์

จุดเริ่มต้นของดวงดาวเรียกช่วงนี้ว่า "ดาวฤกษ์ก่อนกำเนิด"(โปรโตสตาร์ Protostar : ดาวทารก ) ดาวฤกษ์ก่อตัวขึ้นจากกลุ่มก๊าซ และฝุ่นละอองที่กว้างใหญ่ไพศาลดาวฤกษ์สารมารถส่องแสงสว่างอยู่ได้หลายๆ ล้านปี เมื่อดาวฤกษ์ดังกล่าวมีอายุมากขึ้น มันก็เผาไหม้ก๊าซจนเกือบหมดคือไอโดรเจนที่แกนกลางอันเป็นแหล่งพลังงานหลักหมดลง จากนั้นดาวฤกษ์จะขยายตัวโตมหึมากลายเป็น เจ้ายักษ์แดง พร้อมกับผิวนอกจะค่อยๆ สลายตัวไปในอวกาศ เริ่มเข้าสู่วัยชราและการสิ้นอายุขัยได้หลายทาง ดาวที่มีมวลน้อยชีวิตลงอย่างเงียบๆ ด้วยการกลายเป็น ดาวแคระขาว เต็มไปด้วยธาตุคาร์บอนและมีเนบิวลาดาวเคราะห์ ดาวมวลปานกลาง จะจบชีวิตกลายเป็น ดาวแคระขาว ที่เป็นธาตุออกซิเจน แต่สำหรับดาวฤกษ์ที่มีมวลมากที่ใช้ชีวิตอย่างสุกสว่างโดดเด่นตลอดมา การสิ้นอายุขัยคือ เกิดการระเบิดเป็น ซูเปอร์โนวา ซึ่งจะปลดปล่อยพลังงานอย่างมากมายมหาศาล แสงสว่างจากการระเบิดจะสามารถเห็นได้จาก ดาราจักรอื่นๆ ที่ห่างไกลออกไปหลายล้านปีแสง และ ในช่วงสุดท้ายชีวิตหลังความตายของดาว คือ ดาวนิวตรอน หลุมดำ หรือการฟื้นคืนชีพของดาวบางดวง การเกิดใหม่ของดาวบางดวง สามารถเพิ่มเติมจากการศึกษาจากหนังสือดาราศาสตร์ เอกภพ ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ทั่วไป



จุดเริ่มต้นของดวงดาว : เนบิวลา (Nebula)

เนบิวลา คือกลุ่มก๊าซหรือฝุ่นที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเองรวมกันอยู่หนาแน่นมากเป็นปริมาณมหาศาล จะปรากฏเป็นฝ้ามัวๆ บริเวณที่กลุ่มฝุ่นและก๊าซรวมกันและยึดอย่างเหนียวแน่นด้วยแรงโน้มถ่วงของเนบิวลา จะทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นแหล่งกำเนิดดาวฤกษ์ต่างๆจำนวนมาก ซึ่งเนบิวลาบางส่วนอาจเกิดจากการระเบิดของดาวฤกษ์กลายเป็นซากก๊าซและฝุ่นกระจายออกจากกันและอาจกระจายไปรวมกับก๊าซและฝุ่นแห่งอื่นๆกลายเป็นดาวฤกษ์ดวงใหม่ก็ได้กลุ่มก๊าซและฝุ่นเมื่อได้รับแสงจากดาวฤกษ์ก็จะสามารถสะท้อนแสงและเรืองแสงออกมา กลายเป็นวัตถุท้องฟ้าที่เรียกว่าเนบิวลา หรือ กลุ่มหมอกเพลิง หรือ ฝุ่นอวกาศ ในภาษา ลาติน แปลว่า เมฆ องค์ประกอบเกือบทั้งหมดของเนบิวลา คือ ก๊าซไฮโดรเจนซึ่งเป็นธาตุที่เบาที่สุดและมีมากที่สุดในจักรวาลนอกนั้นมีก๊าซฮีเลียม และธาตุหนักอื่นๆ

กำเนิดดาวฤกษ์

จากการที่นักดาราศาสตร์ทำการศึกษาปรากฏการณ์ในท้องฟ้าด้วยกล้องดาราศาสตร์ ทั้งที่ตั้งอยู่บนโลก ทั้งกล้องแสง กล้องคลื่นวิทยุ กล้องดาราศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนยานอวกาศ เช่น กล้องอวกาศฮับเบิล กล้องอวกาศจันทรา รวมทั้งหลักฐานอื่นๆทางดาราศาสตร์ สามารถสรุปได้ว่า ดาวฤกษ์เกิดจากการควบแน่นของก๊าซและฝุ่นจักรวาล เมื่อเย็นตัวลงและหนาแน่นพอจะอยู่ในรูปของโมเลกุลมากกว่าอะตอมและไอออน ก๊าซจักรวาลเช่น ไฮโดรเจน(H2),คาร์บอนโมน็อกไซด์(CO)และแอมโมเนีย(NH3)เมื่อควบแน่นเป็นดาวฤกษ์แล้ว พบว่าจะกำเนิดขึ้นจาก กลุ่มเมฆโมเลกุลขนาดยักษ์(giant molecular clouds)

กลุ่มเมฆโมเลกุลขนาดยักษ์(giant molecular clouds) / เนบิวลา(Nebula)

โมเลกุลอวกาศมีขนาดและมวลต่างกัน ดาวฤกษ์จะกำเนิดขึ้นในกลุ่มเมฆขนาดยักษ์ ซึ่งอาจมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 พาร์เซคหรือ 32.6 ปีแสง(Parsec=pc=ระยะทางที่มองเห็นดาวฤกษ์เกิดจากการเปลี่ยนตำแหน่ง 1" = 3.0857 x 1016 เมตร = 206,265 หน่วยดาราศาสตร์) ในกาแล็กซี่ของเรามีกลุ่มเมฆโมเลกุล/เนบิวลาขนาดยักษ์นับพันกลุ่มและที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุดคือ โอไรออนเนบิวลา(Orion nebula)มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 450 พาร์เซค ซึ่งเปล่งพลังงานแสงที่ตามองเห็นได้ มีคลื่นวิทยุแผ่ออกมาจากโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งแผ่รังสีอินฟาเรดด้วย เนบิวลาหนึ่งๆจะประกอบด้วย กระจุกกำเนิดดาวหลายกระจุก แต่ละกระจุกเรียกว่าแกนเมฆกำเนิดดาวอาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงไม่กี่พาร์เซค

แกนเมฆกำเนิดดาวและการกำเนิดดาวฤกษ์

มีหลักฐาน 2 ประการยืนยันว่าแกนเมฆกำเนิดดาวเป็นสถานที่เกิดของดาวฤกษ์ประการแรก พบว่าแกนเมฆกำเนิดดาวเป็นแหล่งกำเนิดรังสีอินฟาเรดเข้มข้น แกนเมฆแบบนี้เรียกว่า ดาวระหว่างกำเนิด,ดาวทารก (protostar) ประการที่ 2 พบดาวกำเนิดใหม่ เรียกว่า เยาวดารา(young stars)อยู่ใกล้แกนเมฆกำเนิดดาว ส่วนมากมวลเท่ากับดวงอาทิตย์หรือน้อยกว่า



ดาวระหว่างกำเนิด,ดาวทารก (protostar)

เมื่อเกิดการยุบตัวลงอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดผล 3 ประการคือ(1)โปรโตสตาร์มีขนาดเล็กลง (2)แกนกลางที่ร้อนและเรืองแสงสว่างมากขึ้น (3)โปรโตสตาร์เริ่มหมุนรอบตัวเอง

เนื่องจากแรงดึงดูดบริเวณศูนย์กลางของแกนเมฆกำเนิดดาวมากกว่าบริเวณขอบ มีผลทำให้ฝุ่นละอองและก๊าซรวมตัวกันบริเวณศูนย์กลาง ความหนาแน่นของศูนย์กลางกลุ่มเมฆกำเนิดดาวจึงมากขึ้น มวลของก๊าซ ณ ศูนย์กลางจึงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีสภาพเป็นดาวระหว่างกำเนิดในที่สุด

วิวัฒนาการดาวระหว่างกำเนิด,ดาวทารก (protostar)

การรวมตัวของก๊าซและฝุ่น ณ ศูนย์กลางของกลุ่มเมฆกำเนิดดาว ทำให้ศูนย์กลางมีแรงดึงดูดมากขึ้น มวลสารก็ยิ่งถูกดูดมารวมกันที่ศูนย์กลางมากขึ้น และเร็วขึ้น ก่อให้เกิดแรงเสียดสีมากขึ้น การเสียดสีทำให้เกิดความร้อน ขณะที่ดาวระหว่างกำเนิดยังมีความหนาแน่นไม่มาก มวลสารยังโปร่งใส พลังงานที่แผ่รังสีออกมาในรูปของรังสีอินฟาเรดขณะที่ศูนย์กลางยังคงเย็นอยู่ เมื่อกระบวนการดังกล่าวดำเนินต่อไป ดาวระหว่างกำเนิดจะมีความหนาทึบมากขึ้น จนในที่สุดพลังงานอินฟาเรดไม่สามารถแผ่ออกมาได้ ขณะเดียวกันอุณหภูมิและความกดบริเวณศูนย์กลางเพิ่มขึ้น จนในที่สุดความกดที่ศูนย์กลางมากพอที่จะรักษาสมดุลย์น้ำหนักของดาวระหว่างกำเนิด มีมวลสารหนาแน่นขึ้นมากกว่าเป็นกลุ่มเมฆกำเนิดดาวอีกต่อไป ณ จุดนี้ถือว่าดาวได้กำเนิดขึ้นแล้ว

การเติบโตของดาวระหว่างกำเนิด,ดาวทารก (protostar)

เมื่อดาวระหว่างกำเนิดจุติขึ้นใหม่ ๆมวลของดาวมีน้อย อาจมีเพียงร้อยละ 1 ของมวลดวงอาทิตย์ แต่มวลสารของดาวจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะก๊าซและฝุ่นละอองจะตกลงสู่แกนของดวงดาวระหว่างกำเนิดตลอดเวลา ในที่สุดมวลสารทั้งหมดในกลุ่มเมฆกำเนิดจะรวมตัวเป็นดาวระหว่างกำเนิดและถือว่าดาวได้กำเนิดโดยสมบูรณ์ ดาวกำเนิดใหม่อาจมองไม่เห็น จนกว่าการตกของสสารสู่ดวงดาวจะยุติลง ซึ่งหมายความว่า ดาวมวลสารและพลังงานมากพอที่จะทำให้เห็นได้ การหดตัวลงอย่างช้าๆของดาวกำเนิดใหม่

เมื่อดาวกำเนิดเรียบร้อยแล้วโครงสร้างภายในของดวงดาวจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เนื่องจากยังขาดพลังงานกัมมันตภาพรังสี ดวงดาวจะมีกระบวนการก่อกำเนิดพลังงานภายในดวงดาวเพื่อชดเชยพลังงานที่แผ่รังสีออกไป แรงดึงดูดทำให้มวลสารเคลื่อนชิดกัน การเสียดสีของมวลสารก่อให้เกิดพลังงานความร้อนพร้อมกับขนาดของดวงดาวหดตัวลง การหดตัวลงจะใช้เวลานานเพียงใดขึ้นอยู่กับมวลของสารหรือการจุดระเบิดนิวเคลียร์ที่แกนกลางคือจุดเริ่มต้นของชีวิตของดวงดาวที่แท้จริง

การหมุนรอบตัวเองและจานดาราหรือจานรวมมวล(Accretion Disk)

ในขณะเดียวกันถ้าดาวกำเนิดจุติขึ้น มวลเมฆกำเนิดดาวจะหมุนช้าๆกว่าจะครบหนึ่งรอบอาจจะกินเวลาสองถึงสามล้านปีเมื่อมวลของดาวค่อยๆหดตัว เมื่อยุบตัวลง การหมุนรอบตัวเองเร็วขึ้นด้วย ทำให้รูปร่างมีลักษณะกลมหรือไม่มีรูปร่างชัดเจน แบบลงมารวมกันเป็นแผ่นในระบบ เรียกว่า จานรวมมวล(Accretion Disk) ให้นึกถึง จานแผ่นซีดี ความเร็วในการหมุนจะเร็วขึ้น เนื่องจากขนาดเล็กลงโมเมนตัมของการเคลื่อนที่ เชิงมุมจึงเพิ่มขึ้น เมื่อหมุนรอบตัวเองของดาวเร็วมากขึ้น มีผลทำให้มวลก๊าซและฝุ่นจากเมฆกำเนิด ดาวตกลงมากระจายเป็นจานเนบิวลาหมุนรอบดาวกำเนิดใหม่ แต่มวลสารที่ตกลง ณ ขั้วทั้งสองของดาวจะไม่ได้รับผลกระทบจากการหมุนนี้

สรุป

ดาวฤกษ์เกิดจากการควบแน่นของกลุ่มเมฆจักรวาล/เนบิวลา ซึ่งล่องลอยในส่วนของอวกาศที่เย็นจัด เมื่อสสารในกลุ่มเมฆจักรวาลซึ่งประกอบไปด้วยฝุ่นและก๊าซควบแน่นเป็นกลุ่มก่อให้เกิดแรงดึงดูดมหาศาล ณ จุดศูนย์กลางกลุ่มเมฆจักรวาล การตกของมวลสารตามแรงดึงดูดก่อให้เกิดการเสียดสี และการที่สสารรวมเป็นกระจุก ณ ศูนย์กลางการขัดสีกันมากขึ้น อุณหภูมิของดาวจึงเพิ่มขึ้นและเปล่งประกายเป็นดาวฤกษ์ในที่สุด



แหล่งอ้างอิง

1.หนังสือเอกภพเพื่อความเข้าใจในธรรมชาติของจักรวาล วิภู รุโจปการ เขียน

2.หนังสือดาราศาสตร์พื้นฐาน รุจิราพรรณ รุ่งรอด เขียน

3.หนังสือเรียน โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ สสวท และทระทรวงศึกษาธิการ

4.ปฐมบทแห่งภูมิดารา น้อม งามนิสัย เขียน

5.มิติสัมพันธ์ ระหว่าง ดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์ น้อม งามนิสัย เขียน

ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2900 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 14 ธ.ค. 2548 (20:41)
จะหาการใช้ประโยชน์จากตำแหน่งของกล่มดาวฤกษ์น่าจะมีบ้างนะนักเรียนต้องใช้เรียนหนังสือ เพราะมันสำคัญมาก ๆ เพราะถ้าไม่ได้ส่งต้องโดนอาจารย์หักคะแนน
นาตาลี (IP:202.5.85.210,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 15 ธ.ค. 2548 (11:42)


..........ไม่ เข้า ใจ คห. 48...ครับ .....อ่าน เป็น 10 รอบ แล้ว





..........
22619

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 27 ธ.ค. 2548 (15:26)
ดี
noo_nut-za@hotmail.com (IP:58.8.101.32,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 3 ม.ค. 2549 (17:46)
อยากรู้ว่าทำไมดวงดาวถึงลอยอยู่บนท้องฟ้าได้ค่ะ............ใครรู้ช่วยบอกทีคะ
โดเรมอนจัง.. (IP:203.188.50.182,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 4 ม.ค. 2549 (10:22)


...........โอ ว์....ความ เห็น ที่ 51





...........ทำ ไม ดวง ดาว ....ถึง ลอย อยู่ บน ท้อง ฟ้า ได้ ......



...........จริง ๆ แล้ว .....ดวง ดาว ต่าง ๆ ....ดวง อาทิตย์ ดวง จันทร์ .....



...........และ โลก ของ เรา ........ต่าง ก้ ล่อง ลอย .....อยู่ ใน อวกาศ ครับ ...



...........เรา มอง เห็น ดวง ดาว ลอย อยู่ บน ท้อง ฟ้า ก้ เพระ ว่า .....



...........เรา อาศัย อยู่ บน พื้อน ผิว โลก ....ที่ มี บรรยากาศ โลก ห่อ หุ้ม อยู่ ..(ซึ่ง เรา เรียก ว่า ท้อง ฟ้า )



...........กลาง วัน .....โลก หัน ด้าน ...หนึ่ง ไป ยัง ดวง อาทิตย์ ......( เป็น ดาวฤกษ์...ที่ อยู่ ใกล้ โลก เรา มาก ที่ สุด )



...........แสงจาก ดวง อาทิตย์ บด บัง แสง จาก ดาว ดวง อื่น ๆ.......



...........ทำ ให้ เรา มอง ไม่ เห็น ดาว ดวง อื่น ๆ ใน เวลา กลาง วัน ..... จริงๆ แล้ว ...ดาว เหล่า นั้น อยู่ ที่ เดิม ไม่ ได้ ไป ไหน ...



...........แค่ เรา ไม่ เห็น เท่า นั้น ........



...........กลาง คืน .....โลก หัน ด้าน...ที่เรา อยู่ ไป ...ด้าน ที่ ไม่ โดน ...แสง สว่าง จาก ดวง อาทิตย์ ....



...........แสง จาก ดวง ดาว ..จึง ไม่ ถูก บด บัง ....ทำ ให้ เรา มอง เห็น ดวง ดาว อวด แสง แข่ง ขัน กัน ยาม ค่ำ คืน ......



...........ตำ นาน ...ว่า เหล่า เทวดา ...จะ นำ ดาว มา แขวน ไว้ ....ทุก ค่ำ คืน .



...........และ จะ มา เก็บ ไป ก่อน สว่าง .......



...........ดาว บน ท้อง ฟ้า มี 2....ประ เภท



............1.....ดาว ที่ มี แสง สว่าง ใน ตัว เอง เรียก ว่า ดาว ฤกษ์.....(STAR)....ส่วน ใหญ่ ที่ เรา มอง เห็น ...บน ท้ง ฟ้า จะ เป็น ดาว ประ เภท นี่



...........2....ดาว ที่ ไม่ มี แสง สว่าง ใน ตัว เอง (Planet)...หรือ ดาว เคราะห์...มี ดาวพุธ...ดาว ศุกร์ โลก ...ดาวอังคาร...ดาวพฤหัส....ดาวเสาร์..ดาวยูเรนัส...ดาวเนปจูน...และ ดาวพลูโต....( ดวง ที่10...เชดน่า...ยังไม่..ตกลง ว่า จะ เป็น ..ดาว ใน ระบบ สุริยะ เรา ดว้ย หรือ ไม่...อย่าไป สน มัน เลย )



.............ดาว เคราะห์ .3 ดวง หลัง..ตั้ง แต่ ดาว ยูเรนัส ...เรา จะ ไม่ สามารถ เห็น ได้ ด้วย ตา เปล่า .....



...........วัตถุอีก อย่าง นึง ที่เรา จะ เห็น บน ท้ง ฟ้า นั่น คือ ดวง จันทร์ ..( MONN / LUNAR )....



............ราย ละ เอียด ......หา อ่าน เอา ใน เว็บ นี้ แล้ว กัน นะ
22620

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 17 ม.ค. 2549 (18:25)
อยากทราบว่า...พลังงานดวงอาทิตย์มาจากไหนค่ะ

ใครรู้ช่วยบอกทีค่ะ

จะขอบคุณมากค่ะ
...NICK...ค่ะ (IP:203.114.112.44,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 17 ม.ค. 2549 (18:27)
ดวงดาวบนโลกนี้ มีทั้งหมดกี่ดวง

รู้แล้วช่วยบอกหน่อยนะค่ะ......
...NICK...ค่ะ (IP:203.114.112.44,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 17 ม.ค. 2549 (18:28)
ขอบคุณสำหรับคำตอบนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 52
โดเรมอนจัง (IP:203.114.112.44,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 18 ม.ค. 2549 (10:42)
..................ยิน ดี ครับ .................
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 18 ม.ค. 2549 (15:55)
ความเห็น 54 เอกภพเท่าทราบตอนนี้มีดาราจักร ประมาณล้าน ล้าน ดาราจักร 1 ดาราจักร มีดาวเป็น แสนล้านดวง ลองคุณดูครับ
คนรักจักรวาล
ร่วมแบ่งปัน296 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 24 ม.ค. 2549 (12:50)
ความเห็น 54 แต่เท่าที่ทราบ ดวงดาวบนโลก ยังไม่มีการค้นพบครับ
คนรักจักรวาล
ร่วมแบ่งปัน296 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 9 ก.พ. 2549 (11:25)
ในเอกภพนี้จะมีที่สิ้นสุดหรือปล่าวหรือจะมีหลายๆจักรวาล
คนช่างสังเกต (IP:61.19.158.3,192.168.1.130,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 9 ก.พ. 2549 (15:54)
คำถามนี้ผมว่าคนทั้งโลกกำลังหาคำตอบอยู่ครับ
คนรักจักรวาล
ร่วมแบ่งปัน296 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 16 ก.พ. 2549 (09:09)
ทำไมไม่มี ข้อความที่เกี่ยวกับ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะ ดาวบริวาร จำไว้นะ

ถ้ามันยังไม่มี ผมจะถล่มโปรแกรมนี่ให้ สัต
loso205@hotmail.com (IP:202.142.208.12,192.168.3.36,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 17 ก.พ. 2549 (18:51)
ดาวเคราะห์ครับ
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2900 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 18 ก.พ. 2549 (11:39)


22621
โลก (Earth)

ลองติดตามความรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์ ดาวบริวารนะครับจากลิงค์
http://www.kirdkao.org/edu/nineplanets/nineplanets/earth2.html

ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2900 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 2 มี.ค. 2549 (23:36)
บางทีอวกาศที่น่าพิศวงนี้ อาจจะอยู่ในลูกแก้วของเด็กคนนึงก็เปนได้ ทุกอย่างดูจะน่าเหลือเชื่อจนเกินไป แต่ก็ต้องทำใจยอมรับว่ามันเปนความจริง
11 (IP:61.19.150.150,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 8 มี.ค. 2549 (08:12)
.............เป็น เพียง ..ภาพ ใน มิว สิค วิดี โอ ครับ
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 18 พ.ค. 2549 (20:04)
อยากรู้จังเลยค่ะว่าดาวฤกษ์ทั้ง 88 มีอะไรบ้าง ช่วยตอบทีนะค่ะ ( เร็วๆยิ่งดี ขอบคุณค่ะ )
โนเนม (IP:203.144.177.81,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 18 พ.ค. 2549 (20:27)
#66 กลุ่มดาว 88 กลุ่มมากกว่ามั้ง

ในเน็ตก็มีเยอะแยะ หัด search มั่งสิครับ - -"



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

โดย: เนยสด (V) Horrible Member [IP: hidden]
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 20 พ.ค. 2549 (14:53)


............อิอิ



............Alphabetical listing of constellations



............Andromeda



............Antlia



............Apus



............Aquarius



............Aquila



............Ara



............Aries



............Auriga



............Boötes



............Caelum



............Camelopardalis



............Cancer



............Canes Venatici



............Canis Major



............Canis Minor



............Capricornus



............Carina



............Cassiopeia



............Centaurus



............Cepheus



............Cetus



............Chamaeleon



............Circinus



............Columba



............Coma Berenices



............Corona Austrina



............Corona Borealis



............Corvus



............Crater



............Crux



............Cygnus



............Delphinus



............Dorado



............Draco



............Equuleus



............Eridanus



............Fornax



............Gemini



............Grus



............Hercules



............Horologium



............Hydra



............Hydrus



............Indus



............Lacerta



............Leo



............Leo Minor



............Lepus



............Libra



............Lupus



............Lynx



............Lyra



............Mensa



............Microscopium



............Monoceros



............Musca



............Norma



............Octans



............Ophiuchus



............Orion



............Pavo



............Pegasus



............Perseus



............Phoenix



............Pictor



............Pisces



............Piscis Austrinus



............Puppis



............Pyxis



............Reticulum



............Sagitta



............Sagittarius



............Scorpius



............Sculptor



............Scutum



............Serpens



............Sextans



............Taurus



............Telescopium



............Triangulum



............Triangulum Australe



............Tucana



............Ursa Major



............Ursa Minor



............Vela



............Virgo



............Volans



............Vulpecula



............เมื่อย มั๊ย เนี่ย ......คง รู้ แล้ว ว่า มี อะ ไร มั่ง นะ ครับ



............แต่ ถ้า อยาก รู้ ว่า แต่ ละ กลุ่ม ...เป็น ยัง ไง นี่



............ผม จน ปัญญา ...



............ภาพ ที่ ผม ให้ มา มี ครบ มั๊ย ครับ ช่วย นับ หน่อย



............
22622

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 25 พ.ค. 2549 (14:02)
ขอบคุณครับ
คนรักจักรวาล
ร่วมแบ่งปัน296 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 4 ก.ค. 2549 (16:53)
ขอบคุนสำหรับข้อมูลนะครับ ผมจะได้เอาไปนำเสนอที่หน้าห้องเรียนอ่าครับดีใจมากเรยที่ได้ข้อมูลหล่ะขอบคุงนะครับ
jeohkung (IP:58.147.34.117,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 10 ก.ค. 2549 (00:26)
แล้ว Big Bang นี่มันคือการกำเนิดของจักรวาลและโลกหรอคะ
wi.
ร่วมแบ่งปัน50 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 31 ส.ค. 2549 (21:49)
อยากได้เนื้ยหาของ ดาวยักษ์ใหญ่ใครมีก็ช่วยบอกด้วยนะค่ะ
ปอ / por_dt@thaimail.com (IP:203.151.140.117,203.113.46.9,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 1 ก.ย. 2549 (09:28)
mmmmmmmmmmmmmmmmmmmmmmm
K_chawakit@hotmail.com (IP:125.24.140.77,192.168.212.25,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 8 ก.ย. 2549 (11:15)
ทด สอบ ครับ
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 9 ก.ย. 2549 (10:26)
ฉันอยากไปดวงจันทร์จังเลย.....
ploy (IP:125.24.134.187,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 21 ต.ค. 2549 (00:04)
ดวงดาว--กับ--เม็ดทราย---ใครมากกว่ากัน---ขอแนะนำ---น้องน้อง---ไป--ชม--ท้องฟ้าจำลอง---หรือยัง---มีความรู้---สาระ---ดีมาก---ไม่เป็น---พิษ-ภัย-----ให้ความรู้---ครับ
มนตรา--ตรีเมฆ--tony-pigนนทบุรี (IP:58.10.74.228,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 26 ต.ค. 2549 (12:25)
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน--ไปให้ถึงดวงดาว--ทั้งการงาน--การศึกษา--ขอบคุณครับ--จริงใจ--นะ
มนตรา--ตรีเมฆ-Tony-pig-นนทบุรี (IP:58.10.74.96,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 1 พ.ย. 2549 (08:30)
ดาวฤกษ์ที่ใกล้พระอาทิตย์มากที่สุดคือดาวฤกษ์อะไรครับ
bang053384759@hotmail.com (IP:202.5.87.128,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 1 พ.ย. 2549 (11:48)


....Proxima Centauri ดาวพร๊อกซิม่า......ระยะ 4.2 ปี แสง เอง ....



....เราอยู่ห่างพระ อาทิตย์ 500 วินาทีแสง อิอิ....



....


http://www.windows.ucar.edu/tour/link=/cool_stuff/Proxima.html
22623

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 1 พ.ย. 2549 (12:43)
อยาก--มี---ดาว----ครับ
มนตรา-ตรีเมฆ-tony-pig-นนทบุรี (IP:58.10.74.83,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 1 พ.ย. 2549 (16:36)
ขอบคุณค่ะ
ploy ....2 (IP:203.113.80.139,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 24 พ.ย. 2549 (18:27)
เราอยากได้ข้อมูลเรื่องดาวฤกษ์มั๊กๆช่วยส่งข้อมูลมาบอกเราบ้างน่ะ
Download_Counter@Hotmail.com (IP:124.157.231.181,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 25 พ.ย. 2549 (12:00)
ตอนนี้หาดาวฤกษ์ที่ชื่อ ปลาโลมาไม่เจอทำไงดีค่

ตอบด่วน
jarinya_715@hotmail.com (IP:58.136.146.16,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 25 พ.ย. 2549 (13:24)
อยากรู้ว่าดาวฤกษ์เกิดจากอะไร แล้วทำยังไงถึงทำไงให้เกิดดาวฤกษ์
nanago (IP:125.24.132.202,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 14 ธ.ค. 2549 (20:23)
ช่วยตอบคำถามนี้หน่อยครับ



เหตุใดดาวฤกษ์จึงเกิดเป็นทรงกลม?



รบกวนด้วยคับ
Sen (IP:125.25.25.37)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 19 ธ.ค. 2549 (08:49)
ทำไมดวงอาทิตย์ถึงใหญ่กว่าดาวดวงอื่นๆครับอยากรู้มากๆกรุณาช่วยตอบด้วยนะครับ......ขอบคุณครับ
toon76160@hotmail.com (IP:203.172.155.59)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 28 ธ.ค. 2549 (14:24)
สวัสดีปีใหม่แด่ทุกท่าน---และ--อะไร--ที่ใหญ่-กว่า--ดวงอาทิตย์--ครับ
มนตรา--ตรีเมฆ-หมู-นนทบุรี (IP:58.136.99.192)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 28 ธ.ค. 2549 (14:27)
กาแล็กซี่--คือ--ทางช้างเผือก--ใช่---ไหม--ครับ----และสวัสดีปีใหม่แด่ทุกท่าน---ตลอดไป----สุขสดชื่นสมหวัง-----
มนตรา--ตรีเมฆ--หมู-นนทบุรี (IP:58.136.99.192)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 28 ธ.ค. 2549 (14:29)
สวัสดีปีใหม่----แด่ทุกท่าน------ความสุข--สมหวัง
มนตรา--ตรีเมฆ--หมู-นนทบุรี (IP:58.136.99.192)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 30 ธ.ค. 2549 (12:52)
เนื้อ หามาก มาก เลยครับ
อvynatlmin@hotmail.com (IP:61.19.65.85)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 2 ม.ค. 2550 (13:16)
อยากทราบการกำเนิดจักรวาล
inkrut555@hotmail.com (IP:124.157.178.225)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 3 ก.พ. 2550 (23:38)
ระบบสุริยะ ถ้าใครได้มาศึกษาอย่างจิงจังแล้วก้อจะรู้ว่าสนุกมากเลยค่ะ
กล้วย (IP:222.123.17.56)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 11 ก.พ. 2550 (10:33)
อยากทราบถึงระบบดาวคู่แบบใกล้ชิดภายใต้แบบจำลองของโรชช์ และการเคลื่อนที่ภายใต้ปัญหาจำกัดสามวัตถุ ใครพอมีข้อมูลบ้างค่ะอยากทราบมาก ๆๆ
- (IP:203.114.114.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 11 ก.พ. 2550 (16:54)
ไม่ยาก...ถ้าอยากไปดวงอาทิตย์...ลองจับไฟแล้วเอาใส่ขวดดูดิ...ถ้าเอามาได้การไปที่ดวงอาทิตย์ก็เป็นเรื่องง่าย................
คนหล่อ007 (IP:202.129.52.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 11 ก.พ. 2550 (18:25)
ดาวฤกษ์ เป็นก้อนแก๊สร้อนขนาดใหญ่ มีองค์ประกอบส่วนใหญ่ เป็นธาตุไฮโดรเจน ซึ่งเป็นดาวที่เรามองเห็นบนท้องฟ้านั้นเอง


วิวัฒนาการของดาวฤกษ์


ดาวฤกษ์ เกิดจาก การยุบตัวของเนบิวลา แต่จุดจบต่างกัน ขึ้นอยู่กับมวลสาร
ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อย ใช้เชื้อเพลิงในอัตราที่น้อย ทำให้มีช่วงชีวิตที่ยาว
และจบชีวิตลงโดยไม่มีการระเบิด แต่จะกลายเป็นดาวแคราะขาว แคราะดำ ในเวลาต่อมา
ดาวฤกษ์ที่มีมวลมาก มีขนาดใหญ่ มีแสงสว่างมาก มีการใช้เชื้อเพลิงในอัตราที่สูงมาก ทำให้มีช่วงชีวิตสั้น
และจบลงด้วยการระเบิดอย่างรุนอย่างรุนแรง เรียกว่า ซูเปอร์โนวา หลังจากนั้นแรงโน้มถ่วงจะทำให้ดาวยุบตัวลง
ดาวที่มีมวลมากจะกลายเป็น ดาวนิวตรอน ส่วนดาวที่มีมวลสูงมากๆ จะกลายเป็น หลุมดำ

ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2900 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 15 ก.พ. 2550 (12:14)
สวย
แพ (IP:61.7.190.203)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 24 ก.พ. 2550 (21:08)
ดาวฤกษ์ ( Stars หรือ Fixed stars ) เป็นดาวที่มีแสงสว่าง และพลังงานในตัวเอง เช่น ดวงอาทิตย์

จุดกำเนิดดาวฤกษ์ จากการศึกษาของนักดาราศาสตร์พบว่า การเกิดดาวฤกษ์อุบัติขึ้นในบริเวณที่ลึกเข้าไปในกลุ่มเมฆ ฝุ่นและก๊าซ ซึ่งเรียกว่า เนบิวล่า ( Nebular) โดยจะเกิดจากอะตอมของก๊าซที่รวมตัวกันเข้าเป็นเมฆมืดขนาดยักษ์ มีขนาดกว้างใหญ่หลายร้อยปีแสง แรงโน้มถ่วงจะดึงก๊าซและฝุ่นเข้ารวมกันเป็นก้อนก๊าซที่อัดแน่นหมุนรอบตัวเองจนใจกลางมีอุณหภูมิสูงมากพอ จะเกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์

การศึกษาดาวฤกษ์ศึกษา ความสว่าง สีความสว่างและโชติมาตรของดาว โดยทั่วไปดาวจะปรากฏสว่างมากหรือน้อยไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสว่างจริงเพียงอย่างเดียวแต่ขึ้นอยู่กับระยะทางของดาว จึงนิยามความสว่างจริงของดาวเป็น โชติมาตรสัมบูรณ์สีของดาวฤกษ์ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของดาวแต่ละดวง ดาวฤกษ์เป็นก้อนก๊าซสว่างที่มีอุณหภูมิสูง พลังงานที่เกิดขึ้นภายในดวงจะส่งผ่านออกทางบรรยากาศที่เรามองเห็นได้ เรียกบรรยากาศชั้นนี้ว่า ชั้นโฟโตสเฟียร์พร้อมทั้งการแผ่รังสีอินฟราเรด รังสีอุลตราไวโอเลต เอกซเรย์ รวมทั้งคลื่นวิทยุ คลื่นแสงที่ตามองเห็น การพิจารณาอุณหภูมิของดาวฤกษ์กับสี พบว่า อุณหภูมิต่ำ จะปรากฏเป็นสีแดงและถ้าอุณหภูมิสูง จะปรากฏเป็นสีน้ำเงินและกลายเป็น สีขาว โดยมีการกำหนด ดาวสีน้ำเงิน อุณหภูมิสูงเป็นพวกดาว O ดาวสีแดงเป็นพวก M และเมื่อเรียงลำดับอุณหภูมิสูงลงไปหาต่ำ สเปคตรัมของดาวได้แก่ O - B - A - F - G - K - M ดวงอาทิตย์จัดเป็นพวก G ซึ่งมีอุณหภูมิปานกลาง 4.3 วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ดาวเกิดจากกลุ่มก๊าซและฝุ่นที่หดตัวลงเนื่องจากโน้มถ่วงของตัวเอง ขณะที่กลุ่มก๊าซและฝุ่นนี้หดตัว พลังงานศักย์โน้มถ่วงบางส่วนจะกลายเป็นพลังงานจลน์หรือพลังงานความร้อน และบางส่วนคายออกมาสู่ภายนอก จากการคำนวณพบว่า ใจกลางจะสะสมมวลและโตขึ้นจนกลายเป็นดาวในเวลาประมาณ 1 ล้านปี อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับที่ใจกลางของดาวเริ่มเกิดขึ้น และอนุภาคตรงใจกลางจะกลายเป็นไอ โมเลกุล (โดยเฉพาะไฮโดรเจน) จะแตกตัวเป็นอะตอม และในที่สุดจะแตกตัวเป็นอิออน ฝุ่นจากภายนอกใจกลางจะบดบังแสงจากใจกลางดาวจนมองไม่เห็น ต่อมาอนุภาคและฝุ่นจะดูดกลืนรังสีจากใจกลางและคายพลังงานกลับออกมาเป็นรังสีอินฟาเรด ทำให้กลุ่มก๊าซมีความทึบแสงจนในที่สุดกลุ่มก๊าซและฝุ่นจะตกลงในใจกลางจนหมดสิ้น ดังนั้นดาวที่เกิดใหม่จึงส่องรังสีอินฟาเรด ต่อมาเมื่อกลุ่มฝุ่นที่บดบังดาวเจือจางลง ดาวจะเริ่มส่องแสงออกมาให้เห็นโดยมีอุณหภูมิตั้งแต่ 4,000 – 7,000 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับมวลและการหดตัวจะดำเนินต่อไป จนอุณหภูมิที่ใจกลางสูงพอที่ไฮโดรเจนจะติดไฟได้ จึงเริ่มนับกลุ่มก๊าซและฝุ่นมีสภาพเป็นดาวอายุ 0 ปี เมื่อไฮโดรเจนติดไฟ หรือปฏิกิริยานิวเคลียร์เริ่มต้น ความดันภายในดวงดาวจะสูงขึ้นจนเกิดแรงสมดุลกับแรงโน้มถ่วง ดาวจะไม่ยืดและหดต่อไปช่วงนี้ดาวยังไม่เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ เราเรียก ดาว โปรตรอน ( Proton Stars) ดาวจะวิวัฒนาการต่อไปในขณะที่ไฮโดรเจนกำลังรวมตัวเป็นฮีเลี่ยม ในที่สุดไฮโดรเจนในใจกลางดาวเผาไหม้หมด จะมีการยุบตัวอย่างรวดเร็ว มวลใจกลางจะเพิ่มมากขึ้น จะเหลือไฮโดรเจนเผาไหม้อยู่ชั้นนอกๆ ผิวนอกจึงขยายตัวและอุณหภูมิลดลงในสภาพนี้ เรียกว่า ดาวยักษ์แดง การหดตัวของใจกลางดาวทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ในขณะนี้ไฮโดรเจนชั้นนอกๆจะดับผิวดาวจะร้อนและสว่างขึ้น ผิวดาวชั้นนอกอยู่ในลักษณะไม่เสถียรอาจมีการยืดหดตัวเป็นจังหวะ ทำให้ความสว่างเปลี่ยนไปเป็นจังหวะ กลายเป็นดาวแปรแสง
สุพัฒน์ (IP:58.9.46.16)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 25 ก.พ. 2550 (12:55)
อูยู้ยากไปดาวศุกร์
booddvd@hotmsn (IP:222.123.150.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 30 มี.ค. 2550 (13:02)
สวัสดีครับ----ทุกท่าน----อยากไป---ให้ถึงดวงดาว---ทั้งการศึกษา----การ---งาน---และความรัก
มนตรา-ตรีเมฆ-หมู-นนทบุรี (IP:203.170.144.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 108 6 เม.ย. 2550 (17:27)
คุณ Tanu คะช่วยส่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเรื่อง เอกภพ ให้บ้างได้ไหมคะ กำลังหาข้อมูลทำโปรเจ็กอยุ๋น่ะค่ะได้ไหมคะ ขอบคุณค่ะ

nui_na_rak@hotmail.com
nui (IP:203.113.45.228)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 109 6 เม.ย. 2550 (17:45)
ดูเพิ่มเติมได้ ที่นี่ เกี่ยวกับจักวาลวิทยา ระบบสุริยะ ดวงอาทิตย์ และวัตถุขนาดเล็ก ใน

ระบบสุริยะ อีกแยะหลายเรื่อง เป็นเว้ปใหม่เอี่ยม มีรูปประกอบสวยงาม เข้าใจง่ายดี



http://sunflowercosmos.page.tl/



เป็นเว็ปวิชาการที่ไม่มุ่งประโยชน์ด้านการค้า
peter (IP:124.120.228.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 110 20 เม.ย. 2550 (14:52)
คุณ NUI...ผม ไม่ ได้ รู้ จริง หรอก ครับ .....



....เอา เป็น ว่า ผม หา ให้ ได้ มั๊ย คัรบ...



...ส่ง ให้ ตาม เมลล์ เลย นะ ครับ
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 111 8 ก.ค. 2550 (18:53)
วงโคจงค้างฟ้าคือไร
งง (IP:203.113.80.138)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112 17 ก.ค. 2550 (16:51)
.....ไม่มี ครับ .....วงโคจงค้างฟ้า....อิอิ ไม่ ได้ จับ ผิด นะ ....



.....วงโคจรค้างฟ้า , วงโคจรสถิตนิ่ง



....ภาษาอังกฤษ เรียก geostationary orbit



....แปลว่า วงโคจรกลมของดาวเทียมหรือเทหวัตถุ รอบเส้นศูนย์สูตร เหนือพื้นโลกประมาณ 35,800 กิโลเมตร ที่มีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเชิงมุม ด้วยคาบเวลาเท่ากับที่โลกหมุนรอบตัวเอง คือ 1 วันดาราคติ ซึ่งตำแหน่งของดาวเทียมหรือเทหวัตถุ จะตรงกับจุดสังเกตเดิมตลอดเวลา



.....ผม ก้ ยัง งง ....แฮะ....



......A geostationary orbit (GEO) is a geosynchronous orbit directly above the Earth's equator (0° latitude), with orbital eccentricity of zero. From the ground, a geostationary object appears motionless in the sky and is therefore the orbit of most interest to operators of artificial satellites (including communication and television satellites). Due to the constant 0° latitude, satellite locations may differ by longitude only.



The idea of a geosynchronous satellite for communication purposes was first published in 1928 by Herman Potočnik. The geostationary orbit was first popularised by science fiction author Arthur C. Clarke in 1945 as a useful orbit for communications satellites. As a result this is sometimes referred to as the Clarke orbit. Similarly, the Clarke Belt is the part of space approximately 35,786 km above mean sea level in the plane of the equator where near-geostationary orbits may be achieved.



Geostationary orbits are useful because they cause a satellite to appear stationary with respect to a fixed point on the rotating Earth. As a result, an antenna can point in a fixed direction and maintain a link with the satellite. The satellite orbits in the direction of the Earth's rotation, at an altitude of approximately 35,786 km (22,240 statute miles) above ground. This altitude is significant because it produces an orbital period equal to the Earth's period of rotation, known as the sidereal day.



......เค้า ว่า ไง มั่ง นะ เนี่ย....งง กว่ เดิม อีก





.....สรุป คร่าวๆ แล้ว กัน นะ ...(จริงๆ แล้ว อ่าน แบบ ละเ อียด ไม่ออก แหละ)





.....เค้า ว่า วง โคจร ที่ อยู่ เหนือ เส้น ศูนย์ สูตร พอ ดี ....



.....แล้ว ก็ เอื๊อก.....แปล ไม่ ออก ...



.....ระ ยะ สูง จาก พื้นดิน 35,786 กิโลเมตร....



.....ซึ่งอัตตราความเร็ว ของ วัตถุ....มีความเร็ว เท่ากับ การหมุนรอบ ตัว เองของโลก...



.....และเป็นระยะที่ ....แรงดึงดูดของโลก เท่ากับแรง หนีศูนย์กลาง ....



.....ทำ ให้ วัตถุ ไม่ หลุดไปนอก โลก หรือ หล่น เข้า สู่บรรยากาศ โลก....



......รายละ เอียด จริง ๆ รอ ผู้ รู้ นะ ครับ ...
46159

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 113 17 ก.ค. 2550 (16:56)
.....แถม อีก นิด เราจะ มองเห็น วัตถุ นั้น อยู่ ที่เ ดิม บน ท้อง ฟ้า



.....เมื่อ มอง จาก พื้น โลก





....
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 114 4 ม.ค. 2554 (19:17)
ความคิดเห็นที่ 38 นะค่ะ
ดาวฤกษ์มีการจัดลำดับความสว่าง 6 ลำดับค่ะ

ดูจากความริบหรี่ยิ่งมากก็จะอยู่ลำดับ 6
และหากความสว่างมากไหร่ตัวเลขจะลดลงค่ะ ตัวเลขติดลบก็มีนะค่ะ
piano_tib@hotmail.com (IP:125.26.118.217)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม