อินเตอร์เน็ตมีประโยชน์อย่างไร

โพสต์เมื่อ: 10:26 วันที่ 4 ส.ค. 2548         ชมแล้ว: 66,626 ตอบแล้ว: 46
วิชาการ >> กระทู้ >> การบ้านแบบฝึกหัด
คุณคิดว่าอินเตอร์เน็ตสามารถให้ประโยชน์อะไรกับคุณได้บ้าง
และคุณคิดว่าอินเตอร์เน็ตมีความสำคัญกับชีวิตประจำวันของคุณหรือไม่


nongluk46@chaiyo.com(202.29.14.251,,)

จำนวน 13 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 4 ส.ค. 2548 (10:44)
การที่คนเรานำอินเตอร์เน็ดมาใช้นั้นก็เพื่อจะหาความรู้เเต่คนเรานำมาใช้ในทางที่ผิดในอินเตอร์เน็ดมีความรู้มากจนที่ว่าเราไม่สามารถที่จะค้นและดูได้ทุกอันและไม่สามารถนำมาเบในสมองของเราได้หมด
www.sontaya.com (IP:202.29.14.251,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 4 ส.ค. 2548 (11:24)
อินเตอร์เน็ตสามารถสืบหาความรู้ที่เราต้องการทราบได้
rinda000@chaiyo.com (IP:202.29.14.241,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 4 ส.ค. 2548 (11:29)
อินเตอร์เน็ตมีประโยชน์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสืบหาข้อมูลข่าวสารและความรู้ที่ต้องการศึกษาได้
tunkratok@chaiyo.com (IP:202.29.14.251,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 9 ส.ค. 2548 (09:14)
อินเตอร์เน็ตมีส่วนช่วยในการค้นคว้าหาข้อมูลให้ง่ายขึ้น ทำให้ได้ข้อมูลที่รวดเร็วและหลากหลายจากเว็ปไซต์หลายๆเว็ปไซต์
นางสาวน้ำฝน เทียนทอง (IP:202.29.14.251,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 9 ส.ค. 2548 (13:18)
ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตมีความสำคัญต่อการสือค้นหาข้อมูล หรือใช้ในการติดต่อสื่อสาร ส่วนมากทุกๆคนก็จะทราบประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตคล้ายๆกันทั่วไป
อนิสา (IP:202.29.14.241,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 9 ส.ค. 2548 (13:23)
อินเตอร์เน็ตมีประโยชน์มากมาย ก็คงจะนนไปใช้ในทางที่ถูกที่ควร ก็คงใช้ในการค้นหาข้อมูล เปิดดูข่าวสาร
www.Tiwaporn.JUNE@chaiyo.com (IP:202.29.14.241,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 9 ส.ค. 2548 (13:31)
ช่วยให้ได้รับข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว
ป๋อง (IP:202.29.14.251,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 9 ส.ค. 2548 (15:41)
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=35100
karnbanjong.s@hotmail.com (IP:202.29.14.251,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 1 พ.ย. 2549 (10:01)
อินเตอร์เน็ต

ด.ช.วชีระ จะแด



อินเตอร์เนตคืออะไร



อินเตอร์เนต (Internet) คือ เครือข่ายของคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก โดยมีมาตรฐานการรับส่งข้อมูลระหว่างกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งคอมพิวเตอร์ แต่ละเครื่องสามารถรับส่งข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ได้หลายรูปแบบ เช่น ตัวอักษร,ภาพกราฟิกและเสียงได้ รวมทั้งสามารถค้นหาข้อมูลจากที่ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อินเตอร์เน็ตเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ไซเบอร์สเปซ (Cyberspace) คำเต็มของอินเตอร์เน็ต คือ อินเตอร์เน็ตเวิร์กกิง (Internetworking) ต่อมานิยมเรียกสั้นๆ ว่า อินเตอร์เน็ต หรือ เน็ต







อินเตอร์เน็ตมีประวัติความเป็นมาอย่างไร



อินเตอร์เน็ต กำเนิดขึ้นครั้งแรกในโลกเมื่อปี พ.ศ. 2512 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยองค์การทางทหารเป็นผู้คิดค้นระบบขึ้นเพื่อใช้เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีวันตาย แม้การสื่อสารจะถูกตัดขาด เพราะใช้วิธีการสื่อสารในรูปของคลื่นไมโครเวฟ เรียกว่า ARPAnet เรียกสั้น ๆ ว่า อาร์พา (ARPA : Advanced Research Project Agency)







ในปี พ.ศ. 2526 อาร์พาเน็ตก็ได้แบ่งออกเป็น 2 เครือข่าย คือ เครือข่ายด้านงานวิจัย ใช้ชื่ออาร์พาเน็ตเหมือนเดิม และเครือข่ายของกองทัพใช้ชื่อว่า มิลเน็ต (MILNET : Millitary Network) ซึ่งมีการเชื่อมต่อโดยใช้โพรโตคอล TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet) เป็นครั้งแรก







สำหรับประเทศไทย อินเตอร์เน็ตเริ่มมีบทบาทอย่างมากในช่วงปี 2530-2535 โดยมีการเชื่อมต่อ 2 แห่ง คือ ศูนย์เทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (NECTEC) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาในปี 2538 ก็มีการเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตในเชิงพาณิชย์ ( รายแรก คือ อินเตอร์เน็ต KSC ) ซึ่งขณะนั้น เวิร์ลด์ไวด์เว็บกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในอเมริกา







ทำไมต้องใช้อินเตอร์เนต



ในยุคสังคมข่าวสารข้อมูลดังทุกวันนี้ การสื่อสารรูปแบบต่าง ๆ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้คนเราสามารถสื่อสารถึงกันง่ายที่สุดและสะดวกที่สุด การสื่อสารถึงกันด้วยคำพูด ผ่านทางโทรศัพท์ย่อมไม่เพียงพออีกต่อไป เราต้องการมากกว่านั้น เช่น ภาพ เสียงและข้อความตัวอักษร รวมทั้งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งอินเตอร์เนตสามารถ เข้ามาตอบสนองในจุดนี้ได้



























อินเตอร์เน็ตมีประโยชน์อย่างไร



ด้านการศึกษา เราสามารถต่อเข้ากับอินเตอร์เนตเพื่อค้นคว้าหาข้อมูลได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการจากที่ต่าง ๆ ซึ่งในกรณีนี้ อินเตอร์เนตจะทำหน้าที่เหมือนห้องสมุดขนาดยักษ์ ส่งข้อมูลที่เราต้อการมาให้ถึงบนจอคอมพิวเตอร์ของเราในเวลาไม่กี่วินาทีจากแหล่งข้อมูลทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์, วิศวกรรม, ศิลปกรรม, สังคมศาสตร์, กฎหมายและอื่น ๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยสามารถติดต่อกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เพื่อค้นหาข้อมูลที่กำลังศึกษาอยู่ได้ทั้งข้อมูลที่เป็นตัวอักษร, ภาพและเสียงหรือแม้แต่มัลติมิเดียต่าง ๆ







ด้านการรับส่งข่าวสาร ผู้ใช้ที่ต่อเข้าอินเตอร์เนตสามารถรับส่งข้อมูลจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) กับผู้ใช้คนอื่น ๆ ทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็วได้โดยมีค่าใช้ จ่ายต่ำมากเมื่อเทียบกับการส่งจดหมายหรือส่งข้อมูลวิธีอื่น ๆ นอกจากนั้นยังอาจส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แฟ้มข้อมูล รูปภาพ จนไปถึงข้อมูลที่เป็น ภาพและเสียงได้อีกด้วย







ด้านธุรกิจและการค้า อินเตอร์เนตมีบริการในรูปแบบของการซื้อขายสินค้าผ่านคอมพิวเตอร์ เราสามารถเลือกดูสินค้าพร้อมทั้งคุณสมบัติต่าง ๆ ผ่านจอ คอมพิวเตอร์ของเราแล้วสั่งซื้อและจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตได้ทันที ซึ่งนับว่าสะดวกและรวดเร็วมาก นอกจากนี้ผู้ใช้ที่เป็นบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิดให้ บริการและสนับสนุนลูกค้าของคนผ่านอินเตอร์เนตได้ เช่น การตอบคำถาม, ให้คำแนะนำ รวมถึงการให้ข่าวสารใหม่ ๆ แก่ลูกค้าได้







ด้านการบันเทิง เราสามารถเข้าไปเลือกอ่านหนังสือ วารสารต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เนตได้ ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์ ดนตรีและอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งปัจจุบันเรา สามารถทำเป็นภาพเคลื่อนไหวและมีเสียงประกอบได้อีกด้วย







อินเตอร์เน็ตมีบริการอะไรบ้าง



ไปรษณีอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail : Electronics mail)



เป็นบริการที่ช่วยให้สามารถส่งข้อมูลแลกเปลี่ยนกันในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ผู้ส่งจะใช้ E-mail Adrress ของตัวเอง ส่งข้อมูลประเภทข้อความ รูปภาพหรือเสียง ผ่านจอคอมพิวเตอร์ไปยัง E-mail Address ของผู้รับ โดยที่ผู้รับจะรับเวลาใดหรือตอบกลับเวลาใดก็ได้ ซึ่งนอกจากจะให้ความสะดวก รวดเร็ว แล้วยังเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายอีกด้วย







เครือข่ายใยแมงมุม (WWW : World Wide Web)



เป็นบริการค้นหาและแสดงข้อมูลในแบบสื่อประสม (Multimedia) คือจะเป็นข้อมูลที่มีทั้งข้อความ ภาพและเสียงประกอบกัน ซึ่งเป็นบริการที่แพร่หลาย และขยายตัวเร็วที่สุดบนอินเทอร์เน็ต







การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล (FTP : File Transfer Protocol)



เป็นบริการที่ใช้ในการโอนย้ายแฟ้มข้อมูลหรือโปรแกรมต่าง ๆ ที่ต้องการบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง ในระบบการส่งไฟล์นี้อาจเป็นการส่งผ่านเครื่องใด ๆ ในระบบมาไว้ยังเครื่องของเรา ซึ่งเรียกว่า ดาวน์โหลด(Download) หรือส่งผ่านจากเครื่องเราไปยังเครื่องอื่นๆ ในระบบ เรียกว่า การอัพโหลด(Upload)







การทำงานข้ามเครื่อง (TelNet)



บริการที่ผู้ใช้บริการต้องการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ซึ่งตั้งอยู่ไกลออกไป สามารถเข้าใช้งานเครื่องอื่น ๆ ได้ทั่วโลกเหมือนกับเราไปที่เครื่องนั้นเอง ซึ่งจะต้องมีชื่ออยู่ในสารบบที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้ได้ โดยจะใช้ระบุชื่อและรหัสผ่าน ถ้าระบุได้ถูกต้องก็จะสามารถเข้าไปใช้งานได้ทันที







การสนทนาบนเครือข่าย (IRC : Internet Relay Chat)



ผู้ใช้บริการสามารถคุยโต้ตอบกันทางตัวอักษรบนจอคอมพิวเตอร์หรือคุยกันเป็นกลุ่มหลายๆ คนในลักษณะของการ Chat เช่น โปรแกรม Microsoft Chat, Pirch และ ICQ เป็นต้น ยังมีโปรแกรมที่พัฒนาให้สามารถพูดโต้ตอบกันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ได้เช่นเดียวกับทางโทรศัพท์ เช่น โปรแกรม Cooltalk เป็นต้น







กลุ่มข่าวที่สนใจ (UseNet)



เป็นบริการที่ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลและข่าวสารของกลุ่มสนทนาแลกเปลี่ยนข่าวสารต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สนใจตรงกัน หรือคล้าย ๆ กัน ได้ส่งข่าวติดต่อกันและแลกเปลี่ยนแนวคิด







การค้นหาข้อมูลและไฟล์ข้อมูล (Gopher/Archie)



เป็นบริการสืบค้นข้อมูล โกเฟอร์(Gopher) เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลเพียงค้นหาทีละหัวข้อ แต่ละหัวข้อจะมีเมนูย่อย ๆ ให้เลือก อาร์ชี(Archie) ผู้ใช้บริการทราบเพียงรายละเอียดบางอย่างก็จะแสดงรายชื่อออกมาให้ผู้ใช้ทราบว่าอยู่ที่ใดบ้าง















เครื่องมืออะไรที่ใช้ในการสื่อสารบนอินเตอร์เน็ต



ปกติแล้ว หากต้องการข้อมูลใดๆ ก็ตามบนอินเตอร์เน็ต คุณจะต้องเข้าไปสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณที่ใช้บริการจะเป็นไคลเอนต์ และเครื่องที่ให้บริการในการค้นหาจะเรียกว่าเป็น เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งระบบอินเตอร์เน็ตจริงๆ แล้วก็คือ ระบบไคลเอนต์ เซิร์ฟเวอร์ (Client / Server) นั่นเอง







ดังนั้นในการใช้บริการอินเตอร์เน็ต ก็คือ การใช้บริการในลักษณะที่เป็นไคลเอนต์ เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารบนอินเตอร์เน็ตนั้น จะมีอยู่ตัวหนึ่งที่เรียกว่า เว็บบราวเซอร์ (Web Browser) ที่จะเป็นโปรแกรมที่ใช้ในการเลือกดูเอกสารในระบบอินเตอร์เน็ตที่เป็นเวิร์ลด์ไวด์เว็บ ซึ่งเว็บบราวเซอร์นั้น จะต้องเชื่อมต่อไปที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ (หรืออาจเรียกว่าโฮสต์) เพื่อขอข้อมูลในการใช้งานต่าง ๆ







ข้อดีของเว็บบราวเซอร์ก็คือ สามารถดูเอกสารภายในเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างสวยงาม มีการแสดงข้อความ รูปภาพและระบบมัลติมีเดียต่างๆ ทำให้การดูเอกสารบนเว็บนั้นน่าตื่นเต้นและสนุกสนาน (และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้อินเตอร์เน็ตได้รับความนิยมเช่นกัน)







สิ่งที่จำเป็นต้องรู้บนอินเตอร์เน็ตมีอะไรบ้าง



ที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต



ที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต (Internet Address) หรือ E-mail Address จะประกอบด้วยชื่อของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ (user) และชื่อของอินเตอร์เน็ต (Internet Name) โดยจะมีรูปแบบคือ ผู้ใช้@โฮสต์ของอินเตอร์เน็ต



ตัวอย่าง เช่น saharath@mail.ksc.net.th. จะหมายถึงผู้ใช้ชื่อ saharath เป็นสมาชิกของคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ Mail ที่มีชื่ออินเตอร์เน็ตเป็น ksc.net.th หรือ sayam@internet.th.com จะหมายถึงผู้ใช้ชื่อ sayam เป็นสมาชิกของเครื่องที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ที่มีชื่อเป็น internet.th.com







หมายเลขอินเตอร์เน็ต



หมายเลขอินเตอร์เน็ต หรือ IP Address จะเป็นรหัสไม่ซ้ำกัน ประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุด ที่คั่นด้วย เครื่องหมายจุด (.) ตัวอย่าง เช่น 203.155.33.1 จะเป็น IP Adress ของเครื่อง ksc.net.th (แต่ละชุดจะไม่เกิน 255)







ชื่ออินเตอร์เน็ต



ชื่ออินเตอร์เน็ต (DNS:Domain Name Server) จะเป็นชื่อที่อ้างถึงคอมพิวเตอร์ที่ต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น (เนื่องจาก IP Address เป็นตัวเลข 4 ชุด ที่ยากในการจดจำ) เช่น mail.ksc.net.th, jupiter.ksc.net.th (mail คือ ชื่อคอมพิวเตอร์ , ksc คือชื่อเครือข่ายท้องถิ่น, net คือชื่อที่ซับโดเมน , th คือชื่อโดเมน)
thitipongtakaam@yahoo.com (IP:61.19.32.235,192.168.1.233, 61.19.32.235,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 16 ธ.ค. 2549 (17:11)
1. สืบค้นข้อมูลที่ต้องการทราบ
2. ให้ความบันเทิง เช่น เล่นเกม ฟังเพลง เป็นต้น
3. สื่อสารกันระหว่างเพื่อน หรือ คนทั่วไป ช่วยในการติดต่อสื่อสารผ่าน อีเมล
jnap
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 11 เม.ย. 2550 (00:35)
ทุกวันนี้เราคงต้องยอมรับอินเตอร์เน็ทเข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา

ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสาร ความรู้ต่างๆ ทำให้เราได้รับทราบข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว



อินเตอร์เน็ตมีประโยชน์มาก ก็ต้องใช้ให้ถูกทางด้วยนะครับ ถึงจะเป็นประโยชน์ที่แท้จริงและคุ้มค่า
jaooja
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 24 เม.ย. 2550 (09:28)
อินเตอร์เน็ตคืออะไร





อินเตอร์เน็ตเป็นระบบเครือข่าย (Network) ที่เชื่อมโยงเครือข่ายมากมายหลายเครือข่ายเข้าด้วยกัน มนุษย์พยายามที่จะใช้งาน

เครื่องคอมพอิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้ทำการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยน

และใช้งานข้อมูลอื่นๆร่วมกันได้ โดยผ่านทางสัญญาณในระบบ จึงเกิดเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) ซึ่งองค์กร

ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาหรือห้างร้านต่างๆ ได้นำหลักการของระบบเครือข่ายนี้ ไปติดตั้งเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลภายในองค์กร

ของตน ลักษณะเครือข่ายที่ใช้งานภายในองค์กรแบบนี้เรียกว่า ระบบแลน (Local Area Network : LAN)

เมื่อหลายๆองค์กรเริ่มมีระบบเครือข่ายของตน บางองค์กรที่มีสาขาก็อาจมีมากกว่า 1 เครือข่าย ความจำเป็นในการเชื่อมโยงเครือข่าย

ที่อยู่ห่างไกลกันจึงเกิดขึ้น ระบบเครือข่ายจึงเริ่มขยายขนาดจากระบบแลนเดิมมาเป็นระบบแวน (Wide Area Network : WAN) ซึ่ง

สามารถเชื่อมโยงกัยข้ามจังหวัด หรือข้ามประเทศได้โดยผ่านทางสายโทรศัพท์ ดาวเทียม หรือไมโครเวฟ

ความต้องการของมนุษย์ไม่สิ้นสุดอยู่แค่นั้น มนุษย์เริ่มเห็นประโยชน์จากการเชื่อมโยงข้อมูล ยิ่งหากแต่ละองค์กรสามารถเชื่อมโยง

และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันได้ ก็ยิ่งเกิดประโยชน์อเนกอนันต์ การเชื่อมโยงระหว่างเครือขข่ายองค์กรจึงเริ่มขึ้นจากเบื้องต้น

เพียง 2-3 องค์กร และขยายเพื่มๆขึ้น จนปัจจุบันกลายเป็นเครือข่ายที่ครอบคลุมองค์กรทั่วโลกที่รู้จักกันในนามเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

(Internet)



ความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต



สำหรับการใช้งานเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยนั้น ได้เริ่มต้นการใช้งานในภาครัฐ โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็น

จุดแรก จากนั้นกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

หรือ NECTEC จัดสรรเงินทุนงบประมาณ เพื่อการวิจัยการพัฒนาเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเพื่อเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยทั่วประเทศทั้งหมด

เข้าด้วยกัน

สำหรับในเชิงพาณิชย์นั้น เมื่อการสื่อสารแห่งประเทศไทย ได้อนุมัตติการจัดตั้งให้ KSC เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต หรือ ISP

รายแรกของประเทศได้อนุมัติการจัดตั้งให้บริการอินเตอร์เน็ตแก่บุคคลทั่วไป ทั้งในรูปแบบของบุคคลธรรมดาและ นิติบุคคล จากนั้นก็ได้

มี ISP เกิดขึ้นตามมาอีกหลายบริษัท เพื่อให้บริการในเชองพาณิชย์ เช่น ศูนย์บริการอินเตอร์เน็ตประเทศไทย, LoxInfo, Samart เป็นต้น



หมายเลขอินเตอร์เน็ต (Internet Number)



หมายเลขอินเตอร์เน็ต หรือหมายเลขไอพี (IP Nunber) เป็นเลขรหัสประจำตัวของเครื่องพิมพ์ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบอินเตอร์เน็ต

ซึ่งเป็นเลขรหัสที่ไม่ซ้ำกัน หมายเลขอินเตอร์เน็ตประกอบด้วยเลขทั้งหมด 4 จำนวน โดยแต่ละจำนวนจะมีตัวเลขตั้งแต่ 0' 255 โดยแต่ละ

จำนวนจะถูกคั่นดวยเครื่องหมายจุด ดังตัวอย่างเช่น เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เวิลด์ไวด์เว็บของสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ มีหมายเลข

อินเทอร์เน็ต หรือหมายเลขไอพีคือ 203.150.182.20

เนื่องจากหมายเลขประจำตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตนั้น เป็นตัวเลขที่จดจำได้ยาก ทำให้การอ้างถึงเครื่อง

คอมพิวเตอร์ในระบบอินเทอร์เน็ตไม่สะดวกต่อผู้ใช้ ดังนั้น จึงมีระบบชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์มาตรฐานในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยมีชื่อเรียก

ว่า "DNS"

(Domain Name Server) หรือระบบชื่อโดเมนขึ้นมา เพื่อเป็นการสะดวกต่อผู้ใช้ โดยที่ "DNS" จะทำการแปลงจากชื่อเป็นหมายเลข

อินเทอร์เน็ตนั่นเองเช่น



www.rajabbhat.ac.th ------------> DNS -----------> 203.150.182.20

ซึ่งลักษณะของชื่อคอมพิวเตอร์จะมีโครงสร้างดังนี้



www.rajabbhat.ac.th = ชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์.ชื่อเครือข่ายท้องถิ่น.ชื่อสับโดเมน.ชื่อโดเมน

ชื่อโดเมน

ชื่อโดเมนมีอยู่ 2 ประเภทคือ

1. ชื่อโดเมนที่เป็นองค์กรอยู่ภายในประเทศสหรัฐอเมริกา

ตัวอย่างชื่อโดเมน
มนุษย์onspeed_008@hotmail.com (IP:61.19.121.105)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 12 ก.ค. 2554 (17:51)
อินเตอเนตเปนพื้นที่สาธารณะ ต้องมีคนเอาข้อมูลมาใส่ มาวางไว้
ประโยชน หรือโทษขึ้นอยู่ที่เนื้อหา แหล่งที่มาเชื่อถือได้ไหม
บ้างก็ใช้เสพค ต้องการทางเพศ เล่นเกม ระบายอารมณ แสดง
ตัวตน บ้างก็ใช้ติดต่อค้าขาย บ้างก็ทำเหมือนเขียนกำแพงเลอะเทอะ พ่อทุกสถาบัน เป็นต้น
ขวาน (IP:180.214.208.196)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม