ปริศนาการดูดซึมธาตุเหล็กของร่างกาย

โพสต์เมื่อ: 15:51 วันที่ 16 ก.ย. 2548         ชมแล้ว: 844,738 ตอบแล้ว: 9
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
12678
นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าได้คิดค้นว่ากระเพาะของเราดูดซึมธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์เข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างไร การค้นพบนี้ทำให้พวกเขาหวังว่าจะนำไปสู่การรักษาโรคโลหิตจางแบบใหม่
ทีมวิจัยของ King’s College ลอนดอน บอกกับวารสาร Cell ว่ามีโปรตีนที่สำคัญที่ช่วยควบคุมกระบวนการนี้ในหนู พวกเขากล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงผิดรูปไป (mutation) ของโปรตีนทำให้มีผลต่อความสามารถในการดูดซึมธาตุเหล็ก

การขาดธาตุเหล็ก ซึ่งทำให้เกิดอาการเหนื่อย เป็นปัญหาทางโภชนาการที่พบบ่อยที่สุด ประมาณ 20%ของผู้หญิงในอังกฤษเป็นโรคโลหิตจาง

ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่พบน้อยที่สุดในรูปแบบอาหารโดยปกติของชาวอังกฤษ เหล็กมาจากพืช เรียกว่า ธาตุเหล็กอนินทรีย์ (Inorganic iron) หรือที่มาจากเนื้อเยื่อสัตว์เรียกว่า Haem iron

Haem iron ถูกดูดซึมมากกว่า Inorganic iron ประมาณ 5 เท่า นี่เองทำให้รู้ว่าทำไมจึงแนะนำให้บริโภคเนื้อสัตว์เพื่อป้องกันโลหิตจาง แต่จนถึงเดี๋ยวนี้เราก็ยังไม่รู้ว่า Haem iron ถูกดูดซึมเข้าไปในกระเพาะได้อย่างไร

จากการศึกษาในหนูที่เป็นโรคโลหิตจาง ทีมวิจัยได้แยกเอาโปรตีนที่ช่วยขนส่ง (Transporter protein) ที่มีชื่อว่า HCP1 ซึ่งจะช่วยไขปริศนาในเรื่องนี้ได้

พวกเขาพบว่าโปรตีนนี้จะทำงานในส่วนแรกของสำไส้เล็กที่เรียกว่าส่วน ดูโอดีนัม (Duodenum) และมันจะเปลี่ยนตำแหน่งไปภายในเซลล์ของลำไส้เล็กที่รับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงการสะสมธาตุเหล็กของร่างกาย ทำให้เซลล์ดูดซึมธาตุเหล็กได้มากขึ้นหรือน้อยลงตามความต้องการของร่างกาย

ผู้นำการวิจัย Dr Andrew Mckie กล่าวว่า ปัจจุบันนี้หญิงมีครรภ์ที่ต้องทนทุกข์จากโรคโลหิตจางต้องได้รับ Inorganic iron เสริม แต่มันก็ยังมีการดูดซึมที่ไม่ดี

การที่มีการจำแนก haem transporter ทำให้เราสามารถสร้างโมเลกุลที่คล้าย Haem iron ที่พร้อมจะดูดซึมได้ง่ายกว่า
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์นี้จะช่วยรักษาโรคธาตุเหล็กเกินได้ (haemochromatosis) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากการดูดซึมธาตุเหล็กที่มากเกินไปจากอาหาร ทำให้เหล็กไปตกตะกอนอยู่ที่อวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะที่ตับ นำไปสู่การทำลายเนื้อเยื่อเสียหายได้

Dr Mckie กล่าวว่า mutation ของโปรตีน HCP1 จะมีผลต่อความสามารถของร่างกายในการดูดซึม haem และทำให้มันเป็นตัวการสำคัญในการทำให้เกิดโรค haemochromatosis ยาที่ยับยั้งการทำงานของ โปรตีน HCP1 นี้สามารถช่วยลดอาการของโรคนี้ได้

ศาสตราจารย์ Terry Lappin เลขาธิการทางวิทยาศาสตร์ของสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศอังกฤษ บอกกับเวบไซด์ บีบีซีนิวส์ ว่างานวิจัยนี้มีความน่าสนใจมากแค่ไหน เขากล่าวว่ายังคงมีคำถามเกี่ยวกับการทำการทดลองในหนูว่าจะสามารถนำมาใช้กับคนได้หรือไม่ แต่เขาคาดว่าน่าจะเป็นไปได้

การขยายความรู้เรื่อง iron metabolism เป็นหนทางสำหรับการวิจัยที่ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะมีการรักษาโรคซึ่งเกี่ยวกับการควบคุมธาตุเหล็กเป็นหลัก

ที่มา http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/4225610.stm


ธัญญวรรณ
ร่วมแบ่งปัน153 ครั้ง - ดาว 174 ดวง

จำนวน 9 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 20 ก.ย. 2548 (21:19)
จริงเหรอคนค้นคิดนะเก่งมากเลย
ตั้งโอ๋คุง(EINSTIEN)ไอสตาย (IP:202.28.76.139,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 24 ก.ย. 2548 (19:14)
คนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ก็มี่สิทธิ์เป็นโรคโลหิตจางใช่ไหม
คนเหนือ (IP:203.188.25.188,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 25 ก.ย. 2548 (10:03)
อยากรู้ว่าถ้าในร่างกายมีธาตุเหล็กมากเกินความต้องการ

จะมีอาการข้างเคียงอย่างไรและคนที่เป็นโรคธารัสซีเมียมียา

กินที่ใช้ขับธาตุเหล็กออกจากร่างกายหรือไม่
ยุพิน (IP:61.91.241.201,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 7 ก.ย. 2550 (21:12)
เมื่อเริ่มเป็นโลหิตจางควรทำอย่างไรดีค่ะ
tingtong_min@hotmail.com (IP:203.154.65.99)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 19 ก.ย. 2550 (13:54)
สวัดดีค่ะ

ขอถามว่า ถ้าเรากินธาตุเหล็กมากเกินไป แล้วจะเป็นอะไรคะ
teerayaa@hotmail.com (IP:124.121.23.34)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 11 ก.ย. 2552 (11:17)

ไม่รู้ว่ายังมีคนติดตามอ่านหน้านี้อยู่หรือเปล่า เพิ่งเปิดมาเจอค่ะ สามีมีธาตุเหล็กเกินมากไป (คนปกติมี 30-400 แต่สามี มีประมาณ 2,000 ซึ่งหมอบอกว่าเคยเจอมีมากถึง 4,000) เราพบว่าเขาเป็นเพราะเขามีอาการตับอักเสพจากร่างกายที่อ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย+เครียด�เราก็เลยไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตับโดยตรง ตรวจเลือดดูจึงรู้ผล ปกติทั่วไปคนไทยจะพบโรคนี้น้อยมาก�หมื่นคน แสนคนจะพบสักคน (ในฝรั้งพบประมาณทุก300คน)��และโดยมากจะพบเมื่อธาตุเหล็กเข้าไปจับในอวัยวะต่างๆ จนทำให้อวัยวะนั้นๆทำงานผิดปกติ�โรคนี้มักพบกับคนที่อยู่ในวัย (เลย) กลางคน (50++)�พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง (คงเพราะผู้หญิงมีประจำเดือนทุกเดือน)�ในผู้หญิงมักพบหลังวัยหมดประจำเดือน 10-20 ปี�การที่จะมีธาตุเหล็กมากมักเกิดจาก 1)พันธุ์กรรม� 2) รับประทานอาหาร+อาหารเสริมที่มีธาตุเหล็กติดต่อกันเป็นระยะเวลานานและมักจะบวกด้วยข้อ 3) มีความผิดปกติของร่างกายทำให้ร่างกายไม่สามารถขับธาตุเหล็กส่วนเกินได้ 4) ได้รับเลือดจำนวนมากๆ ผุ้ป่วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือด ฯลฯ
การรักษาคือการถ่ายเลือดทิ้งครั้งละ 1 ถุง ทุกๆครั้งที่รางกายคนไข้พร้อม คือพอท่ายเลือดออกไปแล้ว 1ถุง ก็กลับบ้านไปบำรุงขุนให้อ้วนๆ หมอก็จะนัดอีก 2 อาทิตย์มาเจาะเลือดดูว่าร่างกายพร้อมไหม ถ้า OK ก็เจาะทิ้งอีกถุง ถ้าไม่ OK ก็นัดมาใหม่ไปขุนใหม่�(ในฝรั่งเขาทิ้งได้ทุกสัปดาห์เพราะอาหารเขาจะเป็นเนื้อ-นม-ไข่มาก) ฉะนั้นการรักษาต้องใจเย็นใช้เวลานานหลายเดือน-เป็นปี
จริงๆวันนี้เข้ามาหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่เห็นมีคนถามถึงก็เลยเข้ามาค่ะ คุณหมอที่รักษาเคยประจำอยู่ที่รามาหลายปี (10-20ปี) บอกว่าเคยเจอเคสอย่างนี้ประมาณ 10 คนเองค่ะ


maymai@truemail.com (IP:124.120.54.85)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 11 ก.ย. 2552 (11:21)

การรักษา ยาก็มีค่ะ แต่ได้ผลไม่ดีเท่าการถ่ายเลือดทิ้ง จึงมักใช้กับคนไข้ที่เป็นมะเร็งในเม็ดเลือดอย่างเดียว


maymai01@truemail.com (IP:124.120.54.85)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 23 มี.ค. 2554 (18:12)
ตอนนี้ร่างกายอยู่ในภาวะตุเหล็กเกินอยู่ค่ะ ประมาณ 1500 อยากขอคำแนะนำว่าควรลดธาตุเหล็กแบบไหนให้เร็วที่สุด เพราะทานยาขับธาตุเหล็กประมาณ 2 เดือนแล้วยังไม่ดีขึ้นเลย อาการอ่อนเพลีย มึนๆ ยังคงเหมือนเดิม ส่วนสีผิวยังดำคลำมาก ควรแก้ปัญหายังไงดี บางคนตกใจเมื่อเห็นสภาพของเรา ซึ่งบอกตรงๆ รับไม่ได้ เพราะเมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้ รบกวนผู้ที่มีความรู้ช่วยบอกวิธีรักษาด้วยค่ะ
ชร. (IP:27.130.181.167)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 ส.ค. 2554 (01:17)
ลดอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อสัตว์ ผักใบเขียวบางชนิด เช่น ตำลึง ผักโขม ฯลฯ ทานน้ำชาบ้าง เพราะชาจะ
ไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก
int_nim@gmail.com (IP:180.183.119.234)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม