ทำไมต้องสารกึ่งตัวนำ

โพสต์เมื่อ: 22:54 วันที่ 15 ธ.ค. 2548         ชมแล้ว: 10,151 ตอบแล้ว: 54
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
โชล่าเชลใครรู้หลักการทำงาน ทำไมต้องใช้สารกึ่งตัวนำ ใช้ตัวนำเลยไม่ใด้หรอ


ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

จำนวน 52 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 ธ.ค. 2548 (09:53)
อืม รู้สึกช่วงนี้คนสนใจกันเยอะจังนะครับเรื่องนี้
เด็กแรฟ (IP:84.141.248.36,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 17 ธ.ค. 2548 (22:43)
มันยากไปหรอครับทำไมไม่มีคนตอบเลย ,ประเทศไทย
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 18 ธ.ค. 2548 (07:10)
ที่จริง ผมกำลังรอคนอื่นมาตอบอยู่น่ะครับ ผมกลัวตอบผิดเหมือนกระทู้ "ถ้าไม่มี spinฯ" อีก แต่เห็น คุณ enso เร่ง แล้วยังไม่มีคนมาตอบ ก็เลยขออนุญาตตอบ ก็หวังว่ามันจะไม่ผิดอีก -ยังไงวอนผู้รู้ทั้งหลายมาช่วยกันด้วยนะครับ อย่าอ่านกันอย่างเดียว เพราะผมไม่อยากตอบผิดแล้วไม่มีคนทักอีก ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันแบบไทยๆครับ-



มันไม่ยากไปหรอกครับ ตามความเห็นผมแล้ว เทียบกับคำถามพวกมิติ หรือกำเนิดจักรวาล ทฤษฎีสัมพันธภาพ ผมว่าคำถามพวกนั้นยากกว่ามาก ผมไม่ใช่ไม่ได้รู้มากแต่ก็คิดว่าพอจะสามารถให้ข้อมูลได้บางส่วน(ถ้ายากมาก ปกติส่วนใหญ่หลายเรื่องผมจะไม่สามารถตอบได้)



ส่วนตัวแล้วไม่ถนัดตรงนี้ และไม่ใช่วิชาโปรด แต่หากต้องให้ตอบ ก็คงตอบได้ว่า มันเป็นปัญหาเกี่ยวกับ band enerrgy น่ะครับ ซึ่งผมไม่รู้ว่าคุณผู้ถามมีความรู้ตรงนี้แค่ไหน แต่หากไม่เข้าใจจริงๆ ก็ให้ถามต่อเป็นจุดๆไปนะครับ คิดว่าในนี้มีเซียนควอนตัมหลายคนช่วยตอบได้ แต่ผมคิดว่าคุณอาจจะรู้บางส่วนอยู่แล้วด้วยซ้ำ



ปกติแล้วคำว่าตัวนำ conductor มักจะหมายถึงโลหะเสียส่วนใหญ่ ไม่ทราบว่าผู้ถามจะหมายถึงโลหะหรือไม่ เพราะจริงๆนอกจากโลหะ ยังมีพวก ceramic, ionic, liquid or solid electrolyte ที่ก็สามารถเป็นตัวนำได้



ผมจะขอสมมุติว่าคุณหมายถึงโลหะละกัน โลหะนั้นอิเล็กตรอนจะถูกเติมไปใน energy band โดยไม่เต็ม band ใน overall crystal หรือทั้งวัสดุ ฉะนั้น หาก แสงหรือ photon มากระทบ แน่นอนมันก็อาจจะเกิด photoelectric phenomina เช่นกัน โดยจะขึ้นกับพลังงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นด้วย แต่ว่านะครับ อิเล็กตรอนที่หลุดออกมาจะมี state รองรับมากมายเพราะตามหลักแล้ว electron จะถูกเติมไม่เต็ม band ตามที่กล่าวมาแล้ว ด้วยเหตุนี้ มันก็ไม่ไปไหนไกลหรอกครับ สุดท้ายมันก็อยู่ที่เดิมตรงนั้น แต่อาจจะคนละ energy state ซึ่งก็เป็น energy ใน band เดียวกันที่ใกล้กันเหลือเกิน สุดท้ายมันก็จะลดพลังงานลง(เสียพลังงานไปในรูปอื่นๆ เช่น phonon เป็นต้น) แล้ว electron ก็จะกลับไปอยู่ ณ พลังงานเดิม ซึ่งมันก็อยู่ที่ตรงนั้นแหละไม่ได้ไปไหน life time ของ electronมันสั้นมากเสียจนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มี แล้วมันก็ไม่มีประโยชนใดๆเลยด้วย เนื่องจาก ในโลหะ มี free electron มากมายมหาศาลอยู่แล้ว แต่ในปรากฏการทั้งหมดไม่มี internal potential ความต่างศักย์ เรียกว่างานนี้แทบจะไม่เบี่ยงไปจาก equilibriumซักเท่าไหร่เลย



ใน indirect semiconductor หรือวัสดุกึ่งตัวนำแบบ indirect band เมื่อแสงตกกระทบ หากพลังงานมากพอ electron จะวิ่งข้าม band gap ไปสู่ระดับพลังงานอื่นที่ห่างจากตัวมันพอสมควร คือใน semiconductor นั้น electron จะถูกเติมจนเต็ม band energy แล้วมี energy gap เป็นผลมาจาก quantum อันนี้ขอข้ามเพราะนอกประเด็น เอาว่ามันจะวิ่งข้าม band energy ไปอยู่ที่ state ใดๆในอีก energy band แล้วมันจะวิ่งได้อิสระคือเสมือนเป็น free electron ที่สำคัญคือ life time ของมันจะนานกว่าใน direct semiconductor มาก แน่นอนครับ หากจะพูดถึงเทียบกับโลหะแล้ว เรียกว่านานกว่าในคนละเสกลเลย ทำไมมันถึงนานกว่านั้นค่อนข้างยาว แต่เอาว่านี่เป็นประเด็นหลักในการเลือกวัสดุในการทำ solar cell คือไม่ใช่ว่า semiconductor ทุกตัวจะเอามาทำ solar cellได้ เนื่องจาก recombination life time มันยาวกว่า มันก็วิ่งไปได้ไกลกว่า และเขาก็ทำ pn junction ทำให้เกิด internal potential คือแทนที่จะปล่อยให้ electron วิ่งแบบ random walk อย่างไร้ประโยชน์นั้น internal potential ก็จะเหนี่ยวนำให้ electron และ hole วิ่งแบบ random walk แบบมีทิศทางไปอีกด้านของ pn junction นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเลือกใช้วัสดุกึ่งตัวนำ



น่าแปลกใจที่คนเราจะช่างคิดขนาดที่คิดทำ solar cell จากก้นครัวกันได้ ต้องขอขอบคุณข้อมูลจากคุณ โก๋แก่ จริงๆ



คือแทนที่จะใช้จะใช้ pn junction งานนี้พี่ท่านเล่นใช้ electrochemical cellมาประยุกต์ด้วย งานนี้เล่นเอาผมอึ้งเลย เพราะคิดไม่ถึง ไอ้ electrolyte มันทำหน้าที่แทน pn juntion ทำให้กระแสไหลได้ โอ้ ยอดจริงๆ จอรจ



แต่ว่าประสิทธิภาพจะต่ำกว่า solar cell แบบธรรมดามากเพราะ solar cell จะsensitive(ขอแปลเป็นอ่อนไหวละกัน เพื่ออนุรักษภาษาไทย) จะอ่อนไหวต่อ พวกความไม่สมบูรณ์ของวัสดุ defect มาก งานนี้กำลังไฟน่าจะอยู่ในระดับอ่อนมาก เพราะแม้กระทั่ง ใน solar cell แบบสมบูรณ์ efficiency ยังอยู่แค่ 40% เลย(มีบางประเทศทำได้ถึงขนาดนี้และมากกว่านี้นิดหน่อยได้แล้วจริงๆ)



งานนี้ใครซื้อ solar cellมือสองมา ก็อยากให้ระวังด้วย เพราะรอยขีดข่วนนิดเดียวก็ทำให้กำลังไฟตกลงมากแล้ว เอาว่าขนาดของมือหนึ่ง หากเอามาขายให้คนไทยด้วยกัน ผมยังไม่แน่ใจว่าพวกบริษัทเขาจะเอาของดีมาขายให้พวกเราเลย
เด็กแรฟ (IP:84.141.228.98,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 18 ธ.ค. 2548 (21:08)
ขอบคุณมากนะครับ คุณเด็กแรฟ ที่มาตอบให้ (แต่ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกครับ ถ้าคุณอธิบายใหม่ให้เขาใจง่ายกว่านี้ก็จะกรุณามากครับ) ขอถามต่อนะครับ

ตรงที่บอกว่า " แต่ในปรากฏการทั้งหมดไม่มี internal potential ความต่างศักย์ เรียกว่างานนี้แทบจะไม่เบี่ยงไปจาก equilibriumซักเท่าไหร่เลย " ถ้ามีความต่างศักย์อิเล็กตอนจะไหลไหมครับ ถ้ามันไหลเราก็ใช้ประโยชน์มันได้ใช่ไหมครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 18 ธ.ค. 2548 (22:42)
การที่คุณไม่เข้าใจอะไร แล้วถาม และ พยายามทำความเข้าใจ เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

เมื่อยังไม่เข้าใจก็ถามเข้ามาเรื่อย ๆ ได้ มีคนใจดีพยายามตอบให้อีกแยะ



ผมเองก็ไม่รู้มากเท่าไร จะพยายามตอบให้เท่าที่ทราบนะครับ



ผมเข้าใจว่า ความหมายของคุณจะหมายถึง การเปลี่ยนพลังงานแสงมาเป็นไฟฟ้า ทำไมต้องใช้สารกึ่งตัวนำ



ถ้าใช่ ผมก็คงพออธิบายได้

อย่างนี้ครับ

ในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรง เท่าที่ผมทราบ ตอนนี้ก็มี 2 วิธีคือการใช้โซลาร์เซลซึ่งทำมาจากสารกึ่งตัวนำ กับการใช้โฟโตอิเล็กตริกเซลที่ใช้โลหะบริสุทธิ์



ดังนั้น การที่คุณระบุว่า ทำไมถึงต้องใช้สารกึ่งตัวนำ ก็ต้องตอบว่าเพราะคุณเลือกใช้โซลาร์เซล



แต่ถ้าคุณจะเปลี่ยนคำถามใหม่ว่า ทำไมโซลาร์เซล ต้องทำด้วยสารกึ่งตัวนำ คำตอบก็จะเป็นอย่างที่คุณ"เด็กแรพ"อธิบายไว้ข้างต้น



ผมจะลองพูด(พิมพ์)ใหม่ให้สั้น ๆ หวังว่าจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นดังนี้นะครับ



การที่เราจะเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้านั้น แสงเป็นพลังงานที่เคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องอาศัยตัวกลาง แต่พลังงานไฟฟ้าจะต้องมีตัวกลางคือประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ ดังนั้นก็จะต้องหาตัวกลางที่เมื่อแสงตกกระทบแล้วเกิดประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้ง่าย ๆ และสามารถควบคุมได้ไม่ยากนัก

ทีนี้

นักวิทยาศาสตร์ได้แบ่งหมู่สสารด้านการนำไฟฟ้าไว้หยาบ ๆ 3 หมู่คือพวกนำไฟฟ้าได้ดี เรียกว่าโลหะหรือตัวนำ พวกนำไฟฟ้าได้บ้างไม่ดีนักเรียกว่าสารกึ่งตัวนำ และพวกที่นำไฟฟ้าได้แย่มากเรียกว่าพวกฉนวน ในสามกลุ่มหยาบ ๆ ข้างต้นคุณก็คงเห็นแล้วว่า สารที่พอจะเอามานำไฟฟ้าได้ก็มีแต่โลหะ กับสารกึ่งตัวนำ

เมื่อเอาสารกึ่งตัวนำมาดัดแปลงเพื่อเก็บเกี่ยวพลังงานแสง ก็เรียกว่าโซลาร์เซล

ถ้าเอาโลหะมาใช้ ก็จะไม่เรียกว่าโซลาร์เซล แต่จะเรียกว่าโฟโตอิเล็กตริกเซล



รายละเอียด ลองอ่านที่คุณ"เด็กแรฟ"อธิบายอีกทีนะครับ `
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26837 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 19 ธ.ค. 2548 (22:09)
ขอบคุณครับคุณ นิรันดร์ แล้วหลักการทำงานของ โฟโตอิเล็กตริกเซล มันทำงานยังไงครับ หรือว่าหาข้อมูลได้ที่ไหนครับ(แต่ผมไม่สามารถภาษาอังกฤษครับ) ผมพิมพ์ โฟโตอิเล็กตริกเซลที่ google ผลการค้นหา - โฟโตอิเล็กตริกเซล - ไม่ตรงกับเอกสารใดเลยครับ
enso (IP:203.151.140.120,203.113.51.164,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 20 ธ.ค. 2548 (08:55)


27202




ลองเปลี่ยนคำค้นหาเป็น "โฟโตอิเล็กทริกเซลล์" นะครับ

มีนิดหน่อยสำหรับเวปเมืองไทย



หากพิมพ์"photoelectric cell" ออกมา 370,000 กว่า

เศร้าไหม ฐานข้อมูลภาษาไทย









โก๋แก่
ร่วมแบ่งปัน2629 ครั้ง - ดาว 586 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 20 ธ.ค. 2548 (10:11)
แน่นอนครับ ถ้าให้ความต่างศักย์ ยกตัวอย่างเช่น แอโนด แคโทด อะไรทำนองนี้ อิเล็กตรอนก็ไหลครับ แต่ปริมาณมันจะน้อยกว่าใน solar cell มาก เหตุผลผมได้อธิบายไปแล้วเกี่ยวกับ life time ส่วนใหญ่จะถูกใช้ส่งสัญญาณประยุกต์หรือแปรข้อมูลต่างๆมากกว่าจะมีการนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าโดยตรง(ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคนใช้นะ) และที่สำคัญถ้าพูดถึงการประกอบเซลโลหะและใส่ความต่างศักย์ลงไปมันเป็นคนละเรื่องกับ solar cell แล้ว ส่วนมันจะกลายเป็นเรื่องไหน อาจารย์นิรันด์ กับปรมจารย์ โก๋แก่ ได้แนะนำไปแล้ว



ที่สำคัญ น้องน่าจะฝึกอ่านภาษาอังกฤษไว้ มันเป็นประโยชน์ และจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมก็เคยเกลียดภาษาอังกฤษมาก เป็นเหตุผลว่าจนป่านนี้ทำไมความรู้หลายเรื่องยังดักดานนัก น้องยังไม่แก่เหมือนพี่ น่าจะลองไว้เพื่อตัวของน้องเองนะครับ
เด็กแรพ (IP:84.141.221.106,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 20 ธ.ค. 2548 (17:34)
ปัญหาของการค้นคำในเน็ตก็คือ ศัพท์ที่มีรากมาจากภาษาต่างประเทศ

เวลาสะกดเป็นภาษาไทยแล้วไม่ค่อยตรงกัน ก็เลยค้นไม่ค่อยเจอ

แล้วชาติไหน ๆ ก็ใช้ภาษาอังกฤษกัน คนใช้หลายพันล้านคน

แต่ภาษาไทยมีคนใช้ 60 ล้านคนเท่านั้น อาจไม่ถึงด้วยซ้ำเพราะคนไทยบางคนก็ไม่ใช้ภาษาไทยก็มี



เห็นด้วยกับเด็กแรพที่ว่าภาษาอังกฤษ ต้องใช้ให้เป็นไว้บ้างนะครับ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26837 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 20 ธ.ค. 2548 (23:03)
ขอบคุณมากครับ แต่สงสัย life time ของ electron คืออะไรครับไม่เข้าใจครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 20 ธ.ค. 2548 (23:52)
life time คือ อิเล็กตรอนบางประเภท มันเคลื่อนไหวในวัสดุได้ไม่อิสระ แต่เมื่อมีพลังงานป้อนให้มัน เช่นแสงหรือพลังงานจลน์เป็นต้น มันก็จะหลุดจากวงพลังงานปกติ orbital (ไม่อยากใช้วงโคจร เพราะรัศมีมันไม่แน่นอน) ตอนนี้แหละ ที่มันหลุดออกมาจากวงเดิม มันจะวิ่งได้อิสระ ประมาณนักโทษหลุดจากเรือนจำอะไรประมาณนั้น ก่อนที่มันจะกลับไปสู่วงพลังงานเดิม แล้วเคลื่อนที่ไม่ได้อิสระ(เคลื่อนที่ได้เฉพาะในวงพลังงานของมันในอะตอม) ระยะเวลานั้นถูกเรียกว่า life time ครับ



อาจารย์นิรันดร์พูดถูกแล้วครับ เป็นคนไทยต้องรักภาษาไทย ผมเองไม่เก่งภาษา เวลาพิมพ์ ถ้ามีภาษาอังกฤษแล้วนึกภาษาไทยออก ผมจะเขียควบด้วยทุกครั้ง(คือมันจะมีหลายคำที่ผมก็นึกไม่ออกจริงๆครับต้องขออภัย) ต่อไป เวลาน้องเรียนภาษาอังกฤษ หรือภาษาใดๆ เพื่อการศึกษาแล้ว ก็อย่าลืมภาษาไทยนะครับ และความเป็นไทยนะครับ
เด็กแรพ (IP:84.141.203.96,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 21 ธ.ค. 2548 (21:53)
ขอบคุณมากคับ



มันจะเหมือนที่ผมเข้าใจไหมครับ เมืออิเล็กตรอนอิสระได้รับพลังงานจะหลุดออกมาจากวงโครจรและเมื่อสูญเสียพลังงาน(ใช้งาน)ที่ได้รับ(พลังงานลดลงเท่าเดิมตอนที่อยู่ในวงโคจร)มันก็จะกลับสู่วงโครจรตามเดิม(ที่เดิม)
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 21 ธ.ค. 2548 (22:53)
คืออันนี้ต้องว่ากันยาวนิดหน่อยอะครับ



จะพยายามอธิบายสั้นๆแต่ได้ใจความ(นี่เป็นจุดอ่อนที่สุดข้อหนึ่งของผม คือเรื่องภาษาและการสื่อสาร)



คือ การเชื่อมพันธะ bonding มันมีอยู่หลายแบบครับ เอาว่าแค่แบบโลหะเท่านั้นที่มีการเชื่อมพันธะ bonding แล้วมันยังมี อิเล็กตรอนอิสระ free electron เหลืออยู่มาก ทำให้มันนำไฟฟ้าได้ ชักจะไปไกลกว่าคำถามแล้วแฮะ

เอาว่าในกรณีของสารกึ่งตัวนำ semiconducror และพวกฉนวน insulator อิเล็กตรอนของมันจะถูกใช้ไปในการเชื่อมพันธะโดยตรง ส่วนใหญ่จะเป็นโควาเลนท์ จะมีเป็นพันธะอื่นอยู่บ้างเล็กน้อย อันนี้ไม่ยืนยันว่าเป็นตัวไหนบ้าง เพราะที่จริงการกลายจากพันธะหนึ่งไปสู่พันธะหนึ่งมันขึ้นกับหลายปัจจัย



แต่เอาเป็นว่าน้องเข้าใจเกือบถูกหมดแล้ว เพียงแต่ว่า อิเล็กตรอนที่ถูกกระตุ้นใน solar cell มันไม่ใช่อิเล็กตรอนอิสระ free electron ครับ แต่มันเป็นอิเล็กตรอนที่ถูก bonded อยู่แล้ว ปกติจะอยู่เฉพาะที่เคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้ เพื่อทำหน้าที่เชื่อมพันธะ bond ระหว่างอะตอมอยู่ตรงนั้น พอถูกกระตุ้นด้วยพลังงาน มันก็โดดออกมาอย่างที่น้องเข้าใจน่ะแหละ ทีนี้มันจะเป็น (semi) free electron



ส่วนโลหะ เวลามันโดนกระตุ้น โดยเฉพาะแสงนั้น มันก็โดดออกมาจากวงเหมือนกัน แต่น้องต้องเข้าใจว่าโลหะไม่ได้อยู่อะตอมเดียว มันอยู่เป็นผลึก มีอะตอมเป็นล้านอยู่ข้างใน มี state รองรับอยู่ใกล้มาก แล้วมันก็รวมกลับที่เดิมอย่างรวดเร็ว ไปไหนไกลไม่ได้ แต่ในเวลาปกติครับ ถึงมันไม่โดดออกมา ตัวมันเองก็เป็นอิเล็กตรอนอิสระอยู่แล้วครับ





ผมชักไม่แน่ใจว่าน้องเรียนอยู่ระดับไหน เลยแนะนำไม่ถูก ถ้าเรียนมอปลายแล้วยิงคำถามแบบนี้ พี่บอกเลยน้องยอดมาก สมัยพี่เรียนมอปลาย พี่ยังเล่น street fighter กะ taken1 กะ วินนิ่งภาคแรกในเครื่องซุปเปอร์อยู่เลย(ตอนมหาลัย เปลี่ยนมาเล่นเครื่องเพล) แต่ถ้าน้องเรียนมหาลัยพี่คงจะแนะนำไปอีกแบบ อันนี้เวลาพี่อธิบาย พี่อธิบายไม่ถูกไม่รู้ว่าน้องเรียนระดับชั้นไหนอะ เพราะช่วงแรกที่พี่เข้ามาเวปนี้ พี่เห็นเด็กมหาลัยเข้ามาเขียนกระทู้ไว้ค่อนข้างเยอะ เลยคิดว่าเวปนี้ไม่ได้มีแค่เด็กมัธยม เลยไม่แน่ใจว่าน้องเรียนอยู่ชั้นไหน
เด็กแรฟ (IP:84.141.198.133,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 21 ธ.ค. 2548 (23:48)
แล้วถ้าเราเอาโลหะก้อนเล็กๆมาเราสามารถดึงอิเล็กตรอนอิสระออกมาให้หมอได้ไหมครับ ถ้าดึงออกมาได้ แล้วจะมีเกิดขึ้นมาใหม่อีกไหมครับ



พี่ครับผมไม่ได้เรียนหรอกครับ (ผมจบแค่ ม 3) ผมอยากรู้ผมก็หาอ่านที่ google พอดีว่ามาเจอเวฟนี้ จะว่ากันไหมที่ผมเข้วมาเขียนกระทู้ถาม แค่อยากรู้ไม่ได้ใช้เรียน (แต่ผมอยากรู้จริงๆนะครับ)
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 22 ธ.ค. 2548 (04:06)
ไม่เป็นไรหรอกครับ ศึกษามากรู้มาก เรียนชั้นไหนถ้าไม่สนใจใฝ่หาความรู้ก็สู้คนใฝ่รู้ไม่ได้ ไม่มีใครว่าหรอก ในนี้มีแต่คนใจดีทั้งนั้น น่าดีใจที่มีคนใฝ่รู้อย่างน้อง มีคนใจดีก่อตั้งเวปอย่างคุณจ้อและทีมงาน และมีคนใจดีมาช่วยเติมความรู้ซึ่งกันและกันอย่างคุณโก๋แก่และอาจารย์นิรันดร์และคนอื่นๆครับ



ส่วนเรื่องดึงอิเล็กตรอนออกจากโลหะนั้น ปกติแล้วหากเราดึงอิเล็กตรอนออก เราก็ต้องใส่ความต่างศักย์เข้าไป พออิเล็กตรอนมันถูกดึงออกไป มันก็จะเกิดประจุเหนี่ยวนำขึ้นในตัวมัน แล้วมันก็จะมีอิเล็กตรอนจากสภาวะแวดล้อมเข้ามาเติมอิเล็กตรอนเองครับ เพื่อให้มันครบ circuit หรือจะว่าไปก็เป็นไปตามสมดุลย์ thermodynamic ครับ แต่หากจะทำการทดลองให้ดึงอิเล็กตรอนออกหมดกันจริงๆ โดยให้เป็นแบบไร้สภาวะแวดล้อม หรือสุญญากาศ อันนี้ผมไม่มีความรู้ในขนาดการทดลองแบบนั้น ผมคงตอบไม่ได้ครับ
เด็กแรพ (IP:84.141.198.133,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 22 ธ.ค. 2548 (14:28)
เมื่อวานซืน รายการ VIP เขาเชิญที่ปรึกษาสมาคมดาราศาสตร์

ท่านเป็นคนแปดริ้ว ที่บ้านก็ค้าขายทั่ว ๆ ไป

การศึกษาของท่านก็เพียง ป.7 แต่ท่านมีความรู้ดาราศาสตร์ระดับด็อกเตอร์หลายคนเทียบไม่ได้



ผมชักสงสัยกับหลักสูตร ที่บังคับให้เด็กเรียนมากมายจนค้นหาตัวเองไม่เจอ



ถ้าคุณ ENSO สงสัยอะไร ในเว็บวิชาการมีคนใจดี ความรู้ดี คอยตอบคำถามเป็นจำนวนมาก

อย่างคุณ"เด็กแรพ"ก็เป็นตัวอย่างที่ดีท่านหนึ่ง



วิธีที่จะดึงอิเล็กตรอนออกจากโลหะ ถ้าใช้ความต่างศักย์ ก็ต้องมาก ๆ หน่อย

ทำยาก คือต้องเอาไปใส่ในหลอดสุญญากาศด้วย



วิธีการง่าย ๆ ก็คือ หาที่ยึดโลหะที่เป็นฉนวนที่ดี เช่นยางหรือพลาสติก

แล้วก็ใช้ฉนวน ถู ๆ ๆ ๆ ก็จะทำให้อิเล็กตรอนหลุดที่ผิวโลหะได้ครับ



อิเล็กตรอน หลุดไปเปะปะ สักพักมันก็วนกลับมาหาโลหะเจอเหมือนเดิมได้ครับ



ยังมีวิธีอื่นที่ทำได้ง่าย ๆ อีก

ถ้าสนใจ วันหลังก็จะกลับมาเล่าต่อ

ว่าแต่บอกแล้ว จะไปลองทำดูหรือเปล่าครับ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26837 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 22 ธ.ค. 2548 (21:59)
ขอบคุณครับ ช่วยบอกด้วยนะครับ ผมอยากลองทำดู

ทีนี้ขอถามเรื่องโชล่าเชลบ้าง

ตามความเข้าใจของผมคือ เมื่อโฟตอนตกกระทบแผ่นข้างบนจะทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกมาแล้วก็วิ่งไปตามสายไปหาโฮลชึ่งเป็นแผ่นข้างล้าง เหมือนระดันนำ ใช่ไหมครับ ถ้าใช่ก็อยากจะถามต่อว่า เมื่อมีอิเล็กตรอนวิ่งไปมากๆมันจะไม่เต็มโฮลหรอครับ หรือว่าเมื่อโฟตอนตกกระทบมันจะขึ้นจากแผ่นข้างล้างมาแผ่นข้างบนเป็นวัดทะจัก(ผมเขียนไม่เป็น)แล้วโฟตอนก็เติมพลังให้แล้วก็จะหลุดออกมาแล้วก็วิ่งไป ใช่ไหมครับโปรดชี้แนะด้วยครับ ถ้างงขอโทษด้วยครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 23 ธ.ค. 2548 (00:10)
คือผมยังงงๆกับคำถามอะครับ ตอบยากครับ แต่เท่าที่อ่าน น่าจะเกี่ยวกับ electron-hole pair



งานนี้ถ้าน้องเป็นสมาชิกแล้ว นำรูปจำลองโซล่าเซลที่มี p n junction มาโพสให้เห็นชัดเจนผมอาจจะอธิบายให้ได้ครับ
เด็กแรพ (IP:84.141.199.43,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 23 ธ.ค. 2548 (23:03)
ไม่มีรูปหรอกครับคือนี้เป็นแค่ความเข้าใจของผมเอง

เอาเป็นว่าอิเล็กตรอนจะหายไปหลังจากไช้งานแล้วเกิดขึ้นมาใหม่เมื่อโฟตอนตกกระทบ หรือว่า อิเล็กตรอนตัวเดิมจะวนเวียนอยู่ในโชล่าเชลแค่เพิ่มพลังจากโฟตอนแล้วก็ลดพลังจากการใช้งานครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 23 ธ.ค. 2548 (23:28)
ถ้ามีคำถามใหม่(เรื่องอื่น)คำถามง่ายๆ อธิบายแค่บรรทัดก็จบผมควรถามที่นีหรือตั้งกระทู้ใหม่ดีครับ

ขอบคุณครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 23 ธ.ค. 2548 (23:33)
ถ้าผมมีคำถามใหม่(เรื่องอื่น) ตอบแค่บรรทัดก็จบ ควรถามที่นี่หรือตั้งกระทู้ใหม่ครับ

ขอบคุนคับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 24 ธ.ค. 2548 (01:30)
ผมกลับไปทำความเข้าใจความคิดเห็นที่ 3 ที่คุณ เด็กแรพตอบให้ผมเข้าใจขึ้นมากแล้วละครับ ถ้าผมตั้งกระทู้หลายเรื่องจะมีใครว่าไหมครับ ผมกลัวจะมาสร้างความลำคาญให้คนอื่น
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 24 ธ.ค. 2548 (05:25)
ไม่มีใครรำคาญหรอกครับ



เท่าที่ฟังจากที่น้องถาม คืองี้ครับ ถ้าไม่มีภาพประกอบไม่รู้น้องจะเข้าใจหรือปล่าว จะทำเท่าที่ทำได้ละกัน



ตอนที่โฟตอนตกกระทบแผ่นโซล่าเซลน่ะครับ มันไม่ได้ทำให้เกิดแค่อิเล็กตรอนอิสระ free electron แต่เมื่ออิเล็กตรอนอิสระวิ่งออกมาจากพลังงานเดิมแล้ว ลองนึกภาพดูนะครับ ณ พลังงานนั้นจะมีที่ว่างที่ไม่มีอิเล็กตรอน เราเรียกกันว่า hole ครับ ไอ้hole ตัวนี้มันอยู่ในบริเวณที่มีอิเล็กตรอนอยู่มาก มันจึงแสดงตัวเสมือนประจุบวกเนื่องจากศักย์ไฟฟ้าตรงนั้นมันขาดไปหนึ่งอิเล็กตรอน ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าโซล่าเซลหันด้านไหนรับแสง แต่ไม่ว่าจะใช้ด้านไหนรับแสง เจ้าอิเล็กตรอน และโฮล จะวิ่งไปด้านตรงข้ามกันครับ ลองไปดูภาพจากกูกเกิลดูนะครับ



ทีนี้เรก็ตอบคำถามได้แล้ว กระแสนั้นปกติจะไหล ก็ต่อเมื่อมันครบ circuit อิเล็กตรอนจะวิ่งไปใน circuit ของปลายด้านหนึ่งของโซล่าเซล ส่วนอีกปลายด้านหนึ่งโฮลจะทำหน้าที่ประจุบวกไปรับอิเล็กตรอนเข้ามาครับ



หวังว่าคำอธิบายนี้จะใช่สิ่งที่คุณ enso ถามมานะครับ
เด็กแรพ (IP:84.141.212.220,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 24 ธ.ค. 2548 (21:18)
ขอบคุณมากครับ

ก็พอพอจะเข้าใจแล้วละครับ เรื่อง โฟโต้เชล กับ โชล่าเชล แล้วถ้าเราเอาสิ่งของวัตถุวางไว้กลางแสงแดดแล้วมันร้อน มันจะเกี่ยวกับโพตอนไปทำให้อิเล็กตอนในวัตถุมีพลังงานแต่ไปไหนไม่ได้ก็เลยคายพลังงานออกมาในรูปความร้อน จะเป็นแบบนี้หรือปล่าวครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 26 ธ.ค. 2548 (07:13)
ร้อนไม่ร้อน ขึ้นอยู่กับว่าวัสดุมีพลังงานมากแค่ไหน ถ้าโฟตอนกระทบโลหะ คายพลังงานให้อิเล็กตรอนหรือการสั่นสะเทือนที่เรียกว่า phonon อิเล็กตรอนโลหะจะทำหน้าที่แผ่ความร้อนอย่างรวดเร็ว

ถ้าโฟตอนกระทบ ceramic มันจะแปรพลังงานสู่ phonon หรืออาจแปรสู่อิเล็กตรอนแต่สุดท้ายก็แปรสู่ phonon อยู่ดี อย่างที่น้องพูดไว้ การแผ่ความร้อน ก็จะเป็นไปโด่ย phonon อยู่ดี



ส่วนวัสดุกึ่งตัวนำนี่ ค่อนข้างเรื่องยาวครับหากจะพูดถึงว่ามันจะเป็นอย่างไรในการนำความร้อนหากแสงตกกระทบ เพราะงานนี้ต้องกลับไปอธิบาย band energy อีกรอบ ซึ่งมันจะขึ้นกับว่าเป็นวัสดุกึ่งตัวนำประเภทไหนด้วย แต่โดยรวมแล้วผมว่าน้องเดินมาค่อนถูกทางแล้ว



หัวข้อ phonon นี่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหัวข้อวัสดุตัวนำยิ่งยวดในอีกกระทู้ที่น้องถามครับ




เด็กแรพ (IP:84.141.212.100,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 26 ธ.ค. 2548 (21:26)
ขอบตุณครับ

แต่ว่า phonon มันคืออะไรเป็นยังไงหรอครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 27 ธ.ค. 2548 (03:08)
phonon คือการสั่นสะเทือนของอะตอมหรือโมเลกุลในของแข็งครับ
เด็กแรพ (IP:84.141.230.58,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 27 ธ.ค. 2548 (22:49)
ขอบคุณครับ

สงใสเรื่องโชล่าเชลอีกนิดครับ

เมื่อแสงมากโฟตอนมากตกกระทบประจุก็ต้องมากไฟฟ้าที่ผลิดออกมาก็ต้องมาก แต่เมื่อแสงน้อยไฟฟ้าก็น้อย แล้วถ้าต่อไปขับมอเตอร์กำลังที่ได้ก็ไม่เท่ากันชิครับ มีอุปกรอย่างอื่นอะไรอีกครับหรือว่าต้องนำไปช๊าตแบ็ตก่อนแล้วค่อยนำไปใช้อีกที่ครับหรือว่ายังไงครับ



คุณโก๋แก่ครับเครื่องร่อนโชล่าเชลที่คุณทำถ้าปล่อยให้มันบินแล้วสักพักถ้าเมฆบังแสงอาทิตร์มันก็ต้องรั่วชิครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 28 ธ.ค. 2548 (21:35)
คุณโก๋แก่ครับ

เครื่องร่อนโชล่าเชลที่คุณทำคุณต่อไฟเข้ามอเตอร์ยังไงครับ

จากโชล่าเชลเข้ามอเตอร์เลยหรือว่าไปที่อื่นก่อนที่ไหนครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 28 ธ.ค. 2548 (23:40)
คุณเด็กแรพครับ ตอบมาเหอะครับ ไม่ต้องกลัวผิดครับ

"ผิดเป็นครู" ประโยค (หรือเปล่า? ผมไม่ค่อยได้ภาษาไทยซะด้วย) นี้บอกหลายๆ อย่างนะครับ

ถ้าเราผิดแล้ว ครั้งต่อไปเราจะไม่ผิดอีก

ถ้าผิดแล้ว เราจะปรับปรุงแก้ไข

เราทุกคนเคยผิดกันมาก่อนทั้งนั้น ฯลฯ



เห็นจากที่ตอบมา คาดว่าคุณเด็กแรพคงเรียนขั้นมหาวิทยาลัยแล้ว

สมัครเป็นสมาชิกสิครับ จะได้แลกเปลี่ยนความรู้กันมากกว่านี้หน่อยครับ
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 29 ธ.ค. 2548 (06:09)
ถึงคุณ enso

ครับ เนื่องจากกำลังของแสงแดดไม่คงที่ บางครั้งโซล่าเซล จึงถูกนำมาใช้กับเซลไฟฟ้าเคมีครับ



ถึงคุณ เนยสด

แหะๆ ที่จริงอยากบอกว่า ใช่ชื่อเด็กแรพ เพราะตอนเด็กๆ เป็นยุคที่เพลงแรพเข้ามาในประเทศ สมัยเจ โย่ครับ(น้องอาจไม่รู้ว่าสมัยก่อน เจเขาเต้นแรพ) ก็คิดเอาละกันครับว่าอายุผมจะเท่าไหร่ เอาว่าเรียนจบมาจะสี่ปีกว่าแล้วครับ ผมเป็นคนพูดจาโผงผางไม่คิด ทำให้ช่วงนี้อยากคิดก่อนพูด อยากเป็นผู้ใหญ่ที่ดีบ้าง ไม่รู้จะทำได้หรือปล่าว นี่ก็เบญจเพศแล้วด้วย พอดีช่วงนี้ว่างๆ เหงาๆ เลยมาลงกะเวปวิชาการแก้เหงาดีครับ



หรือจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น ผู้ใหญ่แรพดี
เด็กแรพ (IP:84.141.249.153,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 29 ธ.ค. 2548 (21:29)
เหอะๆๆ จริงหรอครับที่จบมา 4 ปีแล้ว ตอนนี้ทำงานอะไรครับ

ชื่อเด็กแรพก็ดีครับ แต่ผู้ใหญ่แรพก็โน เหอะๆๆ

ผมไม่เลือกให้ละกันครับ คุณคนแรพเลือกเองสิครับ จะได้สบายใจ
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 29 ธ.ค. 2548 (22:54)


27203




ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 คุณโก๋แก่ครับเครื่องร่อนโชล่าเชลที่คุณทำคุณต่อไฟเข้ามอเตอร์ยังไงครับจากโชล่าเชลเข้ามอเตอร์เลยหรือว่าไปที่อื่นก่อนที่ไหนครับ







ที่ลองทำ ก็ประเภทเก็บขยะ ที่มีมาใช้ มอเตอร์ก็ของจากคลองถม ตัวเรือบินก็ขวดน้ำ Pet

ปีกก็ โฟมแผ่นๆจากขยะหน้าบ้าน ซื้อใบพัด เครื่องบินเล็กมาอันหนึ่ง 80 บาทมั้ง Solar Cellก็เล็กๆ ราว 3 วัตต์เก็บไว้ 10 ปีแล้ว

เอาไปใส่คานยาวสัก 2 เมตรถ่วงน้ำหนักไว้ให้สมดุล ไม่ให้มันหล่นลงมาคานก็ใส่ลูกปืนเพลา(เสา)ให้คล่อง

มันก็วิ่งเป็นวงกลม วิ่งได้อยู่หลายเดือนเหมือนกัน แต่เชือกที่มัดมันผุ เลยตกจนได้



เห็นว่ามันวิ่งดีก็ว่าจะทำใหม่ให้มันเบาลง และกลับมุมปีกได้จะได้ดูว่ามันจะลอยได้ไหม?ตั้งท่ามาหลายเดือนแล้วยังไม่เสร็จ ซักที



แหล่งพลังงานนอกจาก Solar Cell แล้วก็เอาไปต่อกับ Cappacitor ชนิด Super Cap.

ประมาณ 500,000 Micro Farad 5 Volts

ไว้สะสมพลังงานไว้ได้เล็กน้อยไว้ทดแทนเวลาแสงถูกบัง(มีบางช่วงมีเงาตึกบังแสง)



หากใครชอบเทคโนโลยีจากกองขยะ ละก็มาคุยกะโก๋ได้เลย กี๋จะเลิกก็เพราะเรื่องไอ้โก๋ฯกองขยะนี่แหละ

ว่าจะทำบ้านใหม่มีห้องใต้ดินเหมือนในหนังนิยายวิทยาศาสตรไว้สักห้องจะไดัไม่บ่นว่าโก๋ทำบ้านรกไปหมด



+++ใครมีที่ให้ไปสิงสถิตบอกบ้างเด้อ ฮิฮิ+++













โก๋แก่
ร่วมแบ่งปัน2629 ครั้ง - ดาว 586 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 29 ธ.ค. 2548 (23:10)
เรื่องโชล่าเชลบนพื้นบ้างครับ

จะใช้กระจกหลายๆแผ่นสะท้อนแสงอาทิตย์ใส่โชล่าเชลความคิดนี้จะเข้าท่าไหมครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 2 ม.ค. 2549 (22:47)
คุณโก๋แก่นักประดิษจะว่ายังไงบ้างครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 3 ม.ค. 2549 (10:54)
ไอเดียนี้ไม่ work หรอกครับ(ขอใช้ภาษาวัยรุ่นมั่งนะครับ ไม่ถูกหลักภาษาอย่าว่านะครับ นานๆที)



มันมีคำถามในวงการโซล่าเซลสมัยก่อนอยู่ว่าใช้โซล่าเซลในยุโรปตอนเหนือกับยุโรปตอนใต้อย่างเสปนที่เป็นเมืองร้อน และแดดจัด อันไหนจะให้กำลังไฟได้ดีกว่ากัน



คำตอบคือตอบไม่ได้ครับ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และตัวโซล่าเซลเป็นตัวๆไปเลยด้วยซ้ำ



เหตผลเพราะประสิทธิภาพของโซล่าเซลจะมากขึ้นตามปริมาณแสงที่ได้รับจริง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง กำลังไฟของมันจะตกลงเพราะประสิทธิภาพจะลดลงตามอุณหภูมิของโซล่าเซล หากคุณทำให้โซล่าเซลร้อนขึ้นจากการสะท้อนแสงแดดเป็นจำนวนมาก ประสิทธิภาพจะลดลง หักลบจากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากการได้รับโฟตอนมากขึ้นแล้ว มันไม่ค่อยคุ้มกันเท่าไหร่



นี่ก็เชื่อมโยงถึงอีกคำถามที่ว่า หากการนำไฟฟ้าของโซล่าเซล อ่อนไหวต่อความไม่สมบูรณ์ของผลึก defect มาก แล้วทำไมยังมี poly Si และ amorphous Si มาวางขายอยู่อีก ย้ำนะครับว่าเป็นแค่หนึ่งในเหตผลที่มี ไม่ใช่ทั้งหมด นั่นก็คือ ในบางครั้ง defect ในผลึกจะช่วยทางด้านการลดการนำความร้อนในผลึก ส่วนจะชดเชยเรื่อง mean free path ของ minority carrier ที่ลดลงยังไง อันนี้แล้วแต่การออกแบบครับ ผมว่าบ้านเรา ตัวนี้มันน่าจะเหมาะมากกว่า single crystal นะครับ เพราะบ้านเรา ร้อนมากกกกก
เด็กแรพ (IP:84.141.215.254,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 3 ม.ค. 2549 (21:12)


27204
http://www.eere.energy.gov/solar/concentrator_systems.html











ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 เรื่องโชล่าเชลบนพื้นบ้างครับ

จะใช้กระจกหลายๆแผ่นสะท้อนแสงอาทิตย์ใส่โชล่าเชลความคิดนี้จะเข้าท่าไหมครับ







คุณ ENSO (ไม่รู้ย่อมาจากอะไรนะ)แต่ก็เป็นคนที่ใฝ่รู้เอามากๆ และคิดเหมือนผมตอนเด็กๆเลย

เสียดายสมัยก่อนไม่มีใครมาให้ความกระจ่างได้ง่ายๆเลยได้แต่มีคำถามอยู่ในใจ และต้องหาเอาเอง



ไม่เลวครับความคิดนี้ และก็มีการทำแล้วด้วบแต่ไม่ได้ใช้กระจกรวมแสงที่สะท้อนออกไป

เพราะมันยุ่งยากเรื่องการหันกระจกให้ตาม การเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์

เขาใช้ Fresnel Lens แทน(แบบเลนซ์ที่ใช้ในOverhead Projector)วางด้นหน้าแทน

จะหันตามดวงอาทิตย์ได้ง่ายกว่า



ความคิดที่ 37 ที่ว่าอุณหถูมิสูงขึ้นจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงก็ถูกครับ แต่ยังมีส่วนต่างละหว่างข้อดีและข้อเสียอยู่

อาจทำให้ได้ไฟมากขึ้นกว่าเดิม เป็น 25-35% เมื่อเทียบกับไม่ใช้การเพิ่มความเข้มของแสงแทน 14-17%แบบปรกติ

ที่เราพูดกันว่าแผงนี้ 10วัตต์ 100วัตต์เราพูดกัยที่ความเข้มของแสงเท่าไรโดยทั่วๆไปเราวัดกัน

ที่ความเข้มของแสง 1000 วัตต์ต่อตารางเมตร (1000 Watt/m2 at 25 C)

และทำมุมตั้งฉากกับเซล แล้วแสงที่มีในบ้านเราสภาพโดยเฉลี่ยเคยรู้ไหมว่าเท่าไร หากไม่รู้จะเอาตัวเลขใดในการคิดกัน



หากจะสนใจเรื่องนี้กัน ก็อาจให้ นักเรียนทำโปรเจ็คที่ควรจะทำเพิ่อการหาข้อมูลของที่เขาทำแล้วให้ใข้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

หรือเหมาะสมกับสะภาวการในบ้านเรายังจะดีเสียกว่าให้ทำ SolarCell เองเสียอีก



- เข่นหาเซลแสงอาทิตย์แบบต่างๆมาวัด หาค่าต่างๆทางไฟฟ้าแล้วเปรียบเทียบกัน

- ที่ อุณหถูมิต่างๆกัน การหาทางลดอุณหถูมิการใช้งานลง เพิ่มความเข้มมากขึ้น การหันตามพระอาทิตย์ ฯลฯ

- เอาไปแปะถังน้ำให้ทำน้ำร้อนไปพร้อมกับทำไฟฟ้า และใช้น้ำลดความร้อน Cell ไปในตัว

- การลดลงของประสิทธิภาพต่อสะภาวะต่างๆ เช่นฝุ่นละออง ใบไม้ใบหญ้า หมอก ควัน ฯลฯ













โก๋แก่
ร่วมแบ่งปัน2629 ครั้ง - ดาว 586 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 3 ม.ค. 2549 (21:43)
"คุณ ENSO (ไม่รู้ย่อมาจากอะไรนะ)" ผมก้อไม่รู้หรอกครับย่อมาจากอะไร ตอนนั้นไม่รู้จะใช้ชื่ออะไรดี แต่ตอนนี้อยากจะเปลี่ยนชื่อจะทำได้ไหมครับ
enso (IP:203.113.51.164,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 4 ม.ค. 2549 (00:19)
ไอเดียดีครับ ขอชม
เด็กแรพ (IP:84.141.227.191,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 5 ม.ค. 2549 (21:36)
น้ำถือเป็นสารประเภทไหนครับ

ฉนวน

สารกึ่งตัวนำ

ตัวนำ

ขอนคุณครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 7 ม.ค. 2549 (03:09)
น้ำเป็นตัวนำครับ นำไฟฟ้าโดยไอออนที่อยู่ในน้ำ หลักการการนำไฟฟ้าต่างจากโลหะและสารกึ่งตัวนำครับ คือมันจะนำไฟฟ้าโดยไอออนบวกหรือลบโดยตรง ไม่ใช่อิเล็กตรอน
เด็กแรพ (IP:84.141.250.24,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 7 ม.ค. 2549 (20:41)
ขอบคุณครับ

แต่ว่านำไฟฟ้าโดยไอออนบวกหรือลบโดยตรงมันคือยังไงหรอครับรบกวนด้วยครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 10 ม.ค. 2549 (03:03)
เวลาพูดถึงไอออนให้นึกถึงอะตอมแต่มีประจุครับ ผมขออนุญาติไม่พูดถึงความแตกต่างทางเคมีกับนิยามอื่นๆ เช่นพวกโฮโมไลติกนะครับ ที่กล่าวไว้เพราะกลัวจะบอกแล้วไปขัดกับนิยามของพวกเคมีเขา เพราะผมไม่เก่งเรื่องนิยามเท่าไหร่



เอาว่า NaCl โซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือ แตกตัวได้ ไอออนบวก Na+ และไอออนลบ Cl- หรือ H2O แตกกัวได้ 2H+ กับ O2-



เมื่ออยู่ภายใต้สนามไฟฟ้า ไอออนจะวิ่งโดยความต่างศักย์เหมือนครับ



หลักการง่ายๆเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในเซลแบตตารี่ที่อยู่ในอุปกรณ์ต่างๆครับ
เด็กแรพ (IP:84.141.243.168,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 10 ม.ค. 2549 (21:33)
ขอบคุณครับ
ENSO
ร่วมแบ่งปัน123 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 1 พ.ค. 2549 (11:30)
ใครช่วยตอบได้ไหมคะว่า ตรงรอยต่อ pn ของ solar cells

การที่ อิเล็กตรอนแทนที่ โฮล ต้องมีการให้ขั่วไฟฟ้าเพื่อบังคับให้มันเป็นแบบ forward bias ก่อนหรือเปล่าคะ

ช่วยตอบด้วยค่ะ
อยากทราบมากค่ะ (IP:203.146.119.186,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 1 พ.ค. 2549 (17:39)
http://www.fuellesspower.com/



เวปนี้อ่ะมีหลักการของพลังงานที่ได้เปล่า

และโซล่าเชล เซลเชื้อเพลิง และ...
comecome
ร่วมแบ่งปัน10 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 6 พ.ค. 2549 (14:03)
จะตอบเป็นสองคำถามก็แล้วกัน



อันแรก เรื่อง bias คือปรกติแล้ว โซล่าเซลเวลารับแสง จะมีcarriers เพิ่มขึ้น ทำให้มีแรงดันในตัวพอให้กระแสไหลอยู่แล้ว แต่โซล่าเซลบางครั้งจะใส่ความต่างศักย์เข้าไปด้วย เพื่อให้ได้กำลังไฟที่สูงที่สุด ตามรูปข้างบน โดยกำลังไฟที่สูงที่สุดจะอยู่ที่ Imax Vmax



ส่วนเรื่องจะใช้bias ในของจริงว่าต้องใช้เท่าไหร่ หรือต้องต่อวงจรยังไง อันนี้ต้องไปถามผู้รู้ทางด้านไฟฟ้า เพราะการผลิตโซล่าเซลให้ได้คุณภาพดี ไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะทำให้โซล่าเซลมีประสิทธิภาพสูงสุด หากแต่การศึกษาทางด้านวงจรรวมบนแผงโซล่าเซลเชิงปฎิบัติ ก็มีส่วนสำคัญ



อย่างเช่น ถ้าเรามีโซล่าเซลคุณภาพต่ำ ต่อวงจรแบบหนึ่ง จะได้กำลังไฟสูงสุด แต่ถ้านำวงจรแบบเดียวกันไปใช้กับโซล่าเซลคุณภาพสูง ประสิทธิภาพจะลดลงทันที ยิ่งถ้าเราไม่สามารถรู้ได้ว่าโซล่าเซลที่ติดอยู่ทั้งแผง มีอันไหนดีไม่ดีบ้าง การต่อวงจรจะยิ่งซับซ้อนยุ่งยากเข้าไปอีก





ทีนี้กลับมาดูเรื่องการที่อิเล็กตรอนไปแทนที่โฮล หรือที่เรียกว่า recombination

พี่ค่อนข้างไม่แน่ใจในคำถามแต่เอาว่าจะพยายามตอบ

เนื่องจาก recombination ปรกติแล้วจะเกิดได้ทั่วไปใน semiconductor อยู่แล้ว แต่จะเกิดขึ้นมากบริเวณรอยต่อ pn junction เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ ไม่ขอพูด ณ ที่นี้ เพราะคนละประเด็น

โดยเฉพาะใน laser ที่เขาจะออกแบบให้มันมารวมกัน ณ junction หรือใน layer ชั้นผลึกหนึ่งๆ



ไม่รู้พี่เข้าใจคำถามถูกหรือเปล่า

แต่เอาว่าใน solar cell "เขาไม่ต้องการ recombination ครับ"

คือมันจะไม่เกี่ยวกับ forward backward bias แล้ว เพราะยังไงเขาจะทำให้มัน"ไม่"เกิด recombination ทุกบริเวณ รวมทั้ง pn juction



คือลองจินตนาการนะครับ ว่า carrier พยายามวิ่งจากจุดที่แสงกระทบ ไปยังอีกด้านหนึ่งของรอยต่อ grid ให้ได้ เพราะนั่นคือการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้า



แต่หากมัน recombine เสียก่อน ประจุไฟฟ้าก็ส่งผ่านไปในวงจรไม่ได้ครับ



เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะปรับ bias ยังไง ก็ไม่ต้องการให้มันเกิด recombinationครับ



พี่ตอบเรื่อง electron-hole recombination ไปแล้ว และตอบเรื่อง bias ไปด้วย แต่ไม่รู้ว่าตรงคำถามหรือเปล่า ยังไงถ้าไม่ตรงคำถาม ก็ขออภัยด้วยนะครับ
เด็กแรพ
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 6 พ.ค. 2549 (14:08)


27205
ขออภัยครับ รูปอยู่ข้างล่างครับ

เด็กแรพ
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 6 พ.ค. 2549 (14:23)
ส่วนในกระทู้นี้ ผมเคยให้ความเห็นผิดไปสองจุด ขออนุญาตแก้ไขไว้ณที่นี้เลย



อันแรก เรืองกระจกรวมแสง ที่ผมบอกว่า ยิ่งความร้อนสูง ทำให้ประสิทธิภาพโซล่าเซลต่ำ และกระจกอาจจะไม่ได้ผล



อันนี้ผิดครับ ส่วนหนึ่ง พี่โก๋แก่ได้แก้ไขไว้ให้แล้ว จะขอเสริมไว้อีกนิดนะครับ



คือในปัจจุบัน วิธีที่เขาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพโซล่าเซล มีอยู่มากมายหลายวิธีด้วยกัน วิธีหนึ่งก็คือใช้อุปกรณ์รวมแสง ติดไปเป็นส่วนหนึ่งของโซล่าเซลเลย โดยจะเรียกว่า inverter(หรือ converter สำหรับบางที่ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าอันไหนกันแน่) และจะผลิตโซล่าเซลให้มีระบบการนำความร้อนที่ดีไว้ด้วย เพื่อเป็นการป้องกันการลดลงของประสิทธิภาพรวม



วิธีนี้ หากนำไปใช้กับโซล่าเซลคุณภาพสูงแล้ว ในศูนย์วิจัยหลายแห่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้เกิน 40% นับเป็นผลดีต่ออนาคตพลังงานทางเลือกเป็นอย่างยิ่ง







อีกเรื่องหนึ่งที่เคยตอบผิด ก็คือ เรื่องที่ น้อง enso ถามเรื่องการดึงอิเล็กตรอน ออกจากโลหะให้หมด ที่จริงก็ไม่เชิงตอบผิดซะทีเดียว เพราะตอนนี้ก็ไม่รู้อยู่ดี ว่ามันทำยังไง แต่เอาว่า ในโลหะ อิเล็กตรอน จะถูกใช้ในการสร้างพันธะ หากอิเล็กตรอนถูกดึงออกหมด มันจะยังคงสภาพเป็น solid ของแข็งหรือเปล่า คำตอบคือไม่ มันอาจจะอยู่ในสภาพพลาสม่า หรืออย่างอื่น แต่ไม่ใช่สภาพโลหะของแข็งที่เราเห็นอย่างแน่นอน(มันไม่เหลืออะไรให้ bonding)



การดึงโลหะให้พ้นเหนือ fermi level ยังใช้อุณหภูมิสูงอย่างไม่น่าเชื่อ (ลองไปค้นดูได้ในbasic solid physics I) เป็นระดับหมื่นองศา แต่เหล็ก จุดหลอมเหลวแค่พันกว่าองศาเองครับ




เด็กแรพ
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 1 ม.ค. 2550 (16:39)
อยากทราบเกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการวัดค่า minority carrier lifetime ว่ามีกี่วิธีค่ะ อะไรบ้าง

รบกวนพี่ๆช่วยตอบหน่อยนะค่ะ เรียนมาแต่ไม่ทราบว่ามีวิธีอะไรบ้าง
aon_lunamoon@hotmail.com (IP:124.120.167.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 15 ก.ค. 2551 (12:05)

พี่ครับแล้ววิธีผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลทำกันยังไงครับ ขายที่ไหนบ้างทุนเทาไหร่ คือที่แถวผมอยู่บ้านนอก(นอกเมืองจริงๆ)ผมอยากจะนำวิธีนี้ไปช่วยชาวบ้านแถวบ้านที่ไฟฟ้าเขาไปไม่ถึงอะครับ รบกวนหน่อยนะครับ


mongkon2550@hotmail (IP:124.157.161.244)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 16 ก.ค. 2551 (10:05)

ลองติดต่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตนะครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26837 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม