ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเลือกนายกโดยตรง ด้วยมือของเราเอง

โพสต์เมื่อ: 23:42 วันที่ 5 ก.พ. 2549         ชมแล้ว: 5,603 ตอบแล้ว: 76
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเลือกนายกโดยตรง ด้วยมือของเราเอง


ืnp(203.118.114.174,,)

จำนวน 74 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 ก.พ. 2549 (10:06)
ต้องขออนุญาตว่า เราลองคุยเริ่มต้นด้วยประเด็นที่เสนอใน คหพ#1



เกี่ยวกับ "จริยธรรม" หรือจะเน้นเป็น "จริยธรรมทางการเมือง"



หรือชี้ชัดลงไปที่ "จริยธรรมของผู้นำ หรือผู้บริหาร"



ซึ่งพูดไปแล้ว ต้องโยงมาถึง "จริยธรรมของระบบ"

หรือ "จริยธรรมของสังคม"





ผมไม่รู้ว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมา 2-3 วันนี้

เป็นที่สนใจของต่างประเทศหรือไม่

และคนไทยเราเองสนใจแค่ไหน



ผมรู้สึกว่า จริงๆ แล้วเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญครั้งหนึ่ง

ต่อพัฒนาการของการเมืองไทย



ไม่แน่ใจว่า ครู อาจารย์ที่สอน ประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง

จะมองเห็นแง่งามที่น่าสนใจนี้หรือไม่



ความงดงามทั้งหมด นั้นน่าจะเนื่องมาจากบารมี ความเป็นห่วง

ความรักของในหลวงที่มีต่อประเทศของเรา



ผมเองก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่พยายามสังเกต

เรียนรู้ตามสภาพจริง เพื่อให้เกิดปัญญา เข้าใจ และนำไปสู่การวางตน การวางแนวคิด และการกระทำของเรา



มีข้อสังเกต แบบธรรมดาดังนี้



1. คำว่า "จริยธรรม" ถูกนำมาใช้ ซึ่ง ผมคิด ว่าเป็นนิมิตรหมายอันดี ถึงแม้ในตอนเริ่มต้น อาจถูกมองว่า เป็นการเล่นคำ หรือ ใช้เป็นเครื่องมือทางความรู้สึก



2. จริงๆ คำว่า "จริยธรรม" ถูกทอดทิ้งมานานแล้ว ในกรอบแนวคิดของ เศรษศาสตร์ การเมือง หรือ แม้แต่ วิทยาศาสตร์



3. เราเริ่มจะค้นหาต้นตอ ของปัญหา ที่ต้นตอ หรือที่เรา มักใช้ว่า

ที่รากหญ้า ที่รากหญ้าของแต่ละคนก็คือ "จริยธรรม" นั่นเอง



4. "จริยธรรม" เป็นเรื่อง พูดยาก เพราะเรา เพิกเฉยมานาน เพราะความ มีธรรมชาติเดิม ของ "สัตว์" ในร่องรอย ของอำนาจต่างๆ ความมีบทบาท จนไปถึงมีความสำคัญที่แตกต่างกัน ของแต่ละคน



5. แต่ก่อน อำนาจเป็นเรื่องของ ฐานันดร ชนชั้น ต่อมา เราก็มีอำนาจทางด้านกำลังทหาร ต่อมาพัฒนาเป็นอำนาจที่ได้จากความรู้ การศึกษา จนเราได้ระบบการปกครอง ก็เกิดเป็นอำนาจทางการเมือง แต่มีอำนาจหนึ่ง ที่มีอำนาจอยู่เสมอก็คือ "อำนาจเงิน" เพราะตัวนี้ อยู่ที่รากหญ้าของมนุษย์ คือ ความโลภ การนึกถึงตัวเอง ครอบครัวของตัวเองก่อน และอำนาจอันนี้ ก็ไปกันได้อย่างดี กับระบบเศรษฐกิจแบบที่เราใช้กัน



6. เรามักพูดว่า ปัญหาแบบนี้ มีกันมาทุกยุคทุกสมัย อันนี้ต้องบอกว่า เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เป็นธรรมชาติฝ่ายต่ำ ที่ไม่งดงาม เราไม่ควรพูดเป็นเพียงข้ออ้าง แต่ควรมองหาวิธีการที่จะทำให้ลดน้อยลงไป แน่นอน ปัญหาการคดโกงทุรจริตต่างๆ เรายังมีอยู่มาก และจะต้องช่วยๆกันให้ลดลงไปเรื่อยๆตามลำดับ



7. คนเรามีทั้งขาว และดำ และที่เป็นเช่นนั้น มาจากความเข้าใจที่ผิด หรือ หลงผิด อยู่ส่วนหนึ่ง การปรับท่าที่ การยอมรับฟัง

เพื่อปรับปรุงตนเอง น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของจริยธรรมที่ดี




8. เราควรเลิกคิดเป็นฝักเป็นฝ่าย คิดแบบล้มล้าง เอาเป็นเอาตาย

ต้องใช้วิธีการที่ดี จริยธรรม ต้องเกิดจาก แนวทางที่เป็นจริยธรรม



9 ผมดีใจที่เริ่มมีนักวิชาการออกมาแสดงบทบาท ในหนึ่งช่วงชีวิตสั้นๆของผม ผมดีใจที่ได้เห็นสิ่งที่สร้างสรรค์เช่นนี้ ผมเคยถามตัวเองมาตลอดว่า นักวิชาการ คนมีความรู้ คนที่เป็นดอกเตอร์ เป็นศาสตราจารย์และสอนให้คนเป็นดอกเตอร์ ควรทีจะมีบทบาทสำคัญและเป็นกลาง แต่ไม่ใช่เพิกเฉย



10. สิ่งที่อันตราย และทำให้สังคมเราเสื่อมทั้ง จริยธรรม และคุณภาพที่ดีต่างๆ คือ "การเพิกเฉย" เราส่วนมากยังเข้าใจคำว่า

"อุเบกขา" ไม่ถูกต้อง เราจะอยู่เฉยไม่ได้ ถ้ามีเรื่อง ไม่ดี ไม่เป็นธรรม ขัดจริยธรรมเกิดขึ้น จะต้องทำในส่วนที่เราทำได้

เพื่อผดุงคุณธรรม ให้จริยธรรมที่ดีกลับคืนมา

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 6 ก.พ. 2549 (13:31)
คุณภาพของประชาธิปไตย อยู่ที่คุณภาพของประชาชน



ต้องเริ่มต้นด้วยการพัฒนาคุณภาพของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ถึงจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ต้องทำ



รัฐธรรมนูญดีอย่างไร ประชาชนใช้อำนาจของตัวเองไม่เป็นก็เท่านั้น
CrazyHOrse
ร่วมแบ่งปัน567 ครั้ง - ดาว 109 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 6 ก.พ. 2549 (16:18)
"คุณภาพของประชาธิปไตย อยู่ที่คุณภาพของประชาชน"



ครับผมเห็นด้วยกับข้อความดังกล่าว



แต่ปัญหาก็คือ เราจะนำไปใช้ เป็นข้อแก้ตัว เป็นข้ออ้างอีกตามเคย ไม่ได้นำมาใช้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น





ปัญหา มีทั้งเฉพาะหน้า และปัญหาที่แทรกซึม



การแก้ปัญหา ก็ควรต้องมี หลาก หลายรูปแบบ เช่นเดียวกับลักษณะของปัญหา



เช่น ณ ขณะนี้ ที่ผมได้ลงคะแนนเสียงไปแล้ว

ผมต้อง ทำตัวเฉย ไม่ต้องเดือนร้อนทำอะไร รอไป จนกว่าจะครบวาระ



ต้องสงบปากสงบคำ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องวิจารณ์ เสนออะไร

เพราะหน้าที่ผม มีแค่เพียงไปเลือกลงคะแนนเสียง



ดูช่างเป็นบทบาท ที่สั้นและฉาบฉวยมาก





ผมว่า เราต้องดูกันทั้งระบบ

ระบบพรรค

ระบบคัดสรรคนมาให้เราเลือก



ถ้าตัวเลือก ที่มี ไม่ค่อยจะดี ตั้งแต่เริ่มต้น

คนเลือก จะมีคุณภาพแค่ไหน ก็ได้คนไม่ดี






ดังนั้น ถ้าผมจะย้อนถามว่า



ทำอย่างไร เราจะได้ ผู้ที่จะเสนอตัวให้เราเลือก

ให้เป็นคนดี






มันจะไม่ง่าย กว่า การที่เราจะไป อ้างว่า ประชาชนเราไม่มีคุณภาพ



ทำไม่ไม่อ้างว่า ระบบของเราไม่มีคุณภาพ



คนที่สร้างระบบ ยังทำได้ไม่มีคุณภาพ






อย่ามาโทษ ประชาชนเป็นอันขาด!
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 ก.พ. 2549 (18:49)
นี่อาจเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของอนิจจัง

แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเข้าใจว่ามันเป็นอนิจจังแล้วเราจะดูดายได้

"อุเบกขา" ที่แท้จริงนั้นต่างกันลิบลับกับการเพิกเฉยอย่างที่คุณ MathGuy ได้กล่าวมา



ความจริงส่วนหนึ่งก็คือ กระแสของโลกในเวลานี้ให้ความสำคัญกับทุน การตักตวงและการอยู่รอด

จนคนทั้งหลายอาจเผลอ ลืมนึกถึงจริยธรรมไปบ้าง

ทั้งๆที่จริยธรรมนี้เคยเป็นอุปนิสัยส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ

การเผลอไผลเช่นนี้จึงพลอยให้คนเราทำสิ่งต่างๆได้โดยไม่อายใจตัวเอง

เมื่อไม่อายตนเองจึงไม่จำเป็นต้องอายผู้อื่น



แต่ถึงอย่างไรอิฉันก็ยังเชื่อในพลังมด (ขอยืมถ้อยคำของครูไผ่มาใช้นะคะ)

การสอนใจตัวเอง ฝึกใจตัวเองเป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่ง

จากนั้นจึงขยายสู่คนรอบข้าง เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาค่ะ

แต่ไม่ใช่เรื่องที่เกินความพยายามและความตั้งใจจริง



นึกถึงสมัยยังเด็ก หลังจบข่าวภาคค่ำ โทรทัศน์ทุกช่อง

จะอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

มาถ่ายทอดทุกวัน แม้ความที่เป็นเด็กขนาดนั้นจะไม่ได้ฟังด้วยความใส่ใจ

แต่ด้วยความที่ได้ฟังทุกวัน ทุกๆกระแสพระราชดำรัสที่เคยได้ฟัง

จึงยังติดอยู่ในใจมาจนบัดนี้

กระแสพระราชดำรัสหนึ่งมีใจความว่า

(ขออภัยนะคะ อิฉันจำไม่แม่นจึงถ่ายทอดไม่ตรงแบบคำต่อคำ แต่ยืนยันว่าหลักใหญ่ใจความไม่บิดเบือนค่ะ)

"บ้านเมืองย่อมประกอบด้วยทั้งคนดีและคนไม่ดี การทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองจึงไม่ใช่การทำลายคนไม่ดี แต่เป็นการสนับสนุนคนดีให้โอกาสเป็นผู้นำ"



ถึงตอนนี้ นึกเสียดายแทนเด็กๆสมัยนี้ ที่ไม่มีโอกาสได้ซึมซับ

สิ่งที่มีคุณค่า

ที่อาจจะหล่อหลอมเป็นพื้นฐานทางจริยธรรมของเค้าได้ในอนาคต

เพราะโทรทัศน์สมัยนี้เป็นธุรกิจเหลือเกิน



และถึงตอนนี้ อิฉันเห็นด้วยที่ทุกท่านแสดงออกอย่างมีเหตุผล

มีสติและไม่เพิกเฉยนิ่งดูดาย



เมื่อหลายๆ พลังมดรวมกัน ย่อมสร้างสรรสิ่งดีๆ ได้มากมาย
ชื่นใจ
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 7 ก.พ. 2549 (00:13)
ในอดีต(ที่ไม่นานเท่าไรนัก) ผมและชาวบ้าน เลือกผู้แทนเข้ามาทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา เป็นปากเป็นเสียงแทนผม

ผู้แทนเหล่านั้นบางยุค ก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก ไม่เสียแรงที่เลือกเข้ามา

แต่บางยุค แทนที่จะเป็นหูเป็นตา เป็นปากเป็นเสียงแทนผม กลับปิดหูปิดตา ปิดปากเราเสียนี่ กลายเป็นนกกระสาไปก็มี

บางครั้งเปลี่ยนพรรค เปลี่ยนอุดมการณ์ ไปสนับสนุนให้คนที่ผมไม่ชอบ ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเสียอีก

ทำให้ผมเกิดความคิดขึ้นว่า ถ้าเราได้เลือกนายกด้วยมือของเราเอง ท่าจะดี

และผู้แทนที่เราเลือกเข้ามานั้น ก็ให้ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา เป็นปากเป็นเสียงแทนเราดูแล ทักท้วงเตือนสติรัฐบาลแทนเราตลอด 4 ปี



นี่เป็นเพียงแนวคิดกว้างๆ ส่วนข้อปลีกย่อยที่จะต้องพูดกันยังมีอีกมาก (ถ้ามีผู้แสดงความคิดเห็นในเชิงเห็นด้วยหรือคัดค้าน)



กระทู้นี้ อยากฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง



ถ้าต้องการแสดงความคิดเห็นเรื่องจริยธรรม ก็มี อีกกระทู้หนึ่งแล้ว
np (IP:210.246.75.23,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 7 ก.พ. 2549 (10:51)
จริงๆ ไม่แยกกระทู้ก็ได้นะครับ แต่แยกแล้วก็ไม่เป็นไร



เพราะผมว่า มีความเชื่อมโยงกันค่อนข้างมาก

เหมือนเป็นคนละด้านของเหรียญ





Ok ครับ ลองมองให้ตรงประเด็นถึง "วิธีการเลือกนายก"



ผมว่า วิธีการปัจจุบันนี้ ก็ดูค่อนข้างพอใช้ได้ทีเดียว



หัวหน้าพรรค หรือหัวหน้ากลุ่มที่มีเสียงข้างมาก ได้เป็นนายก



ซึ่งตรงไปตรงมา กับแนวคิด ประชาธิปไตย = เสียงข้างมาก





ทีนี้ถ้าเราจะมองใหม่ เลือกนายกก่อนเลย ทั้งประเทศ

อันดับแรกก็ต้องมาช่วยกันกำหนดว่า

ผู้ที่จะสมัครเป็นนายกได้ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง



เมื่อเราเลือกนายกได้แล้ว



โครงสร้างของ ฝ่ายรัฐบาล และ ฝ่ายค้านจะได้มาอย่างไร

โครงสร้างของ วุฒิสภา และ สภาผู้แทน จะเป็นอย่างไร



ผมมองปัญหาหนึ่งก็คือ การป้องกันไม่ให้รัฐบาลมีอำนาจมากจนเกินไป

แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องให้มี เสถียรภาพและความคล่องตัว



สงสัยผมต้องขอตั้งกระทู้ย่อยซ้อนลงไปว่า



"เราจะมีระบบการคานอำนาจ การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างไร?"



ผมไม่แน่ใจว่า เราต้องตามเข้าไปดู เข้าไปรื้อรัฐธรรมนูณกันด้วยหรือเปล่า



( ต้องขอบอกก่อนว่า ผมเองรู้ในเรื่องเทคนิค วิชาการเฉพาะทางการเมืองน้อยมาก ... ได้แต่เรียนรู้ สังเกต แบบคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง)
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 7 ก.พ. 2549 (12:56)
ทำไมจะต้องตั้งกระทู้อีกล่ะครับ

หรือว่า การเลือกนายกโดยตรง มันมีปัญหา

ถ้ามี ก็พูดถึงปัญหาในกระทู้นี้ก็ได้นี่ครับ



ผมเอง เกิดนานแล้ว แต่ความรู้(และความคิด)ในทางการเมือง ไม่ประสีประสาเลย



สิ่งที่เราคุยกัน หรือคิดกัน อาจจะมีบางคนกำลังหัวเราะเยาะอยู่

อาจจะมีบางคนที่คิดโง่ๆเหมือนผม ถ้ามีคนชี้แจงให้เข้าใจ ก็อาจจะไม่ต้องเริ่มต้นกันใหม่ก็ได้



แต่ก็ไม่แน่นะ บางคนอาจจะมีความคิดดี และความคิดนั้นอาจจะถูกเผยแพร่ไปถึงผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารบ้านเมืองก็ได้

--------------------------------------------------



สิ่งที่ผมไม่เข้าใจ

1. ทำไมผู้แทนราษฏร จะต้องสังกัดพรรคการเมือง ทำไมผู้แทนราษฎร์จะต้องไปเป็นบริวารของรัฐมนตรี ของรัฐบาล ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องไปปกป้องรัฐบาลโดยไม่คำนึงถึงว่ารัฐบาลทำถูกหรือผิด



ทำไมไม่ไห้ผู้แทนเห็นหูเป็นตาเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องถูกบังคับให้ยกมือสนับสนุนปกป้องรัฐบาลเมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

จะให้ผู้แทนมีอิสระในการพิจารณาและตัดสินใจเองไม่ได้หรือ



2. อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว ลงมติ ไปทำไม ในเมื่อรัฐบาลมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว ถึงอย่างไรก็ชนะอยู่วันยังค่ำ



ผมยังโง่อยู่อีกหลายเรื่อง ขอทยอยนำมาเสนอ เดี่ยวรับไม่ทันตอนถูกตอกกลับ
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.137,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 7 ก.พ. 2549 (16:55)
"ทำไมผู้แทนราษฏร จะต้องสังกัดพรรคการเมือง ทำไมผู้แทนราษฎร์จะต้องไปเป็นบริวารของรัฐมนตรี ของรัฐบาล ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องไปปกป้องรัฐบาลโดยไม่คำนึงถึงว่ารัฐบาลทำถูกหรือผิด



ทำไมไม่ไห้ผู้แทนเห็นหูเป็นตาเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องถูกบังคับให้ยกมือสนับสนุนปกป้องรัฐบาลเมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

จะให้ผู้แทนมีอิสระในการพิจารณาและตัดสินใจเองไม่ได้หรือ"


ความเห็นของ อ. np นี้น่าฉุกคิดเหมือนกันนะครับ

1. มูลเหตุที่ผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองนี้ มาจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า ส.ส. ต้องสังกัดพรรคการเมือง (ซึ่ง ส.ส.ร. คิดผิดอย่างมหันต์ และร้ายกว่านั้น หลายคนเป็นสมาชิกพรรคการเมือง)

2. อำนาจการตัดสินใจของพรรคอยู่ที่กรรมการพรรคเท่านั้นครับ

ซึ่งจริง ๆ จะฝ่าฝืนก็ได้ แต่อาจถูกบังคับทางอื่น เช่น อาจไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้งอีก อาจเสียผลประโยชน์ก็ได้ หรือ คิดเองไม่เป็น อยากอยู่อย่างนี้ดีกว่า)

3. ส.ส. ลงมติเพื่อให้ตรงกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเท่านั้น(ซึ่งมีทั้งประโยชน์และโทษพอสมควร)

พูดง่าย ๆ คือพอเป็นพิธี (ในสมัยที่นายก ชื่อ ทักษิณ)

4. ปกติเราก็ไม่ได้เลือกนายกโดยตรงอยู่แล้ว เพราะ

ประการแรก ผู้ที่เสนอรายชื่อคือประธานรัฐสภา

ประการที่สอง รัฐธรรมนูญถือว่าผู้สมัตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อคนแรกมีสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี

ประการที่สาม เราไม่มีผู้สมัครอิสระนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน(ส่วนน้อย?) ตราไว้

วันนี้ขอเพียงเท่านี้ครับ ถ้าความเห็นแรงไปคงต้องขออภัยนะครับ
ศรีปิงเวียง
ร่วมแบ่งปัน1209 ครั้ง - ดาว 142 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 7 ก.พ. 2549 (17:31)
มีที่อยากร่วมคุยด้วยหลายประเด็น

( ตอนนี้เราเปิดสภาคนสามัญชนธรรมดากันใช่มั้ยครับ )



ขอเริ่มตรงนี้ก่อนนะครับ



"อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว ลงมติ ไปทำไม ในเมื่อรัฐบาลมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว ถึงอย่างไรก็ชนะอยู่วันยังค่ำ"



จะเป็นอย่างอื่นได้ ก็ต้องมีการแตกแยกของเสียงในฝ่ายรัฐบาล ซึ่งแต่ก่อน เป็นไปได้บ้าง เพราะว่า ยังเป็นระบบพรรคผสม มีหลายกลุ่ม หลายขั้ว(ผลประโยชน์)



แต่ถ้าเป็นแบบคุมกันได้ แบ่งปันอำนาจ (ผลประโยชน์)

กันได้ และเป็นพรรคเดียวที่เสียงข้างมาก แบบมากๆด้วย



การแตกแยกของเสียง ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย



ยกเว้นกรณี ตัวผู้นำ หรือกลุ่มหัวหอก ทำอะไรที่ผิดร้ายแรงชัดเจน อย่างที่จะแก้ตัวให้เป็นอย่างอื่นไม่ได้







ไหนๆ เราก็จะคิด โดยไม่สนใจว่า ใครจะว่าอย่างไร

ผมขอใช้วิธี คิดแบบเด็กๆ





ไม่ว่าเราจะพูด หรือไม่พูดถึง กลไกลที่อยู่เบื้องหลัง คือ เรื่องของผลประโยชน์



คิดง่ายๆว่า สส. นายก รมต. เป็นเหมือน job หรือ อาชีพอันหนึ่ง

ซึ่งเกียวข้องกับการยอมรับ หรือยินยอมของประชาชน

ให้เข้ามาบริหารประเทศ ดูแลกิจการของประเทศในเรื่องต่างๆ

พ่วงด้วยอำนาจ และสิทธิ ทั้งทางตรงและทางอ้อม



ดังนั้นจึงมีผลประโยชน์ เป็นแรงจูงใจ




และมีเครื่องมือหลักคือ กฏหมาย รัฐธรรมนูณ





ผมเสนอว่า



ควรจะแบ่งผลประโยชน์อันนั้นให้ฝ่ายค้านด้วย



นี่เป็นข้อเสนอเชิงหลักการ ทีนี้มาดูว่าจะทำอย่างไร



เช่น ผมเสนอว่า ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายค้าน ควรเทียบเท่ารองนายกรัฐมนตรี ให้มีเงินเดือนเหมือนตำแหน่งรองนายก

แล้วก็กำหนด หน้าที่ หรือบทบาทให้ทำ เพื่อถ่วงดุล





ตัวก้อนผลประโยชน์ (ต้องมองให้เห็น ให้เป็นก้อนๆ)



ควรมีการเจียด แบ่งให้ฝ่ายค้านด้วย ตามสัดส่วน



ทำระบบ ให้ สส. รัฐบาล หรือ สส. ฝ่ายค้าน สามารถเข้าถึงผลประโยชน์ได้พอๆ กัน



( อันนี้ ไม่ได้บอกว่า ให้ร่วมมือกัน หาช่องทาง เอาประโยชน์ ทุจริตตามช่องว่างของระบบ )



ทำให้ตัวผลประโยชน์ ไม่ขึ้นกับ หัวหน้ากลุ่ม ไม่ขึ้นกับนายก





ทำอย่างไร เราจะ ทะลาย ก้อนผลประโยชน์ ก้อนมหึมา ที่เรามองไม่เห็น แต่บรรดานักการเมืองทั้งหลาย ตาลุกโพลง ยึดเอาไว้เป็นสรณะ และยอมสยบตาม แม้แต่จะให้ยกมือ ลงมติ อย่างไรก็ได้

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 8 ก.พ. 2549 (23:15)
เหรียญมีสองด้านนะคะ

ด้านนึงน่าจะดีอย่างที่ว่า

แต่ถ้าพลิกอีกด้าน เค้าอาจจะร่วมด้วยช่วยกันอย่างออกหน้าออกตา

หรืออาจจะปากว่าตาขยิบ ต่อหน้าสาธารณชนก็เหมือนจะค้านกัน แต่ลับหลังแล้วสามัคคีกันน่าดู
ชื่นใจ
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 9 ก.พ. 2549 (00:09)
ประเด็นของกระทู้นี้คือ

"ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเลือกนายกโดยตรง ด้วยมือของเราเอง "



ก. ถึงแล้ว เพราะ.......

ข. ยังไม่ถึง เพราะ......
ืnp (IP:210.246.67.14,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 9 ก.พ. 2549 (07:50)
ค. ถึงแล้ว แต่.....

ง. ยังไม่ถึง แต่......

จ. ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะต้องถกเถียงกัน เพราะ.....
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 9 ก.พ. 2549 (09:33)
ผมเคยอ่านบทความนึงใน นสพ เค้าว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ นายก ปัญหาอยู่ที่ 19ล้านเสียง .... ผมเองก็เห็นด้วย เพราะว่า ผู้นำแต่ละประเทศจะสะท้อนคุณภาพประชาชนของประเทศนั้น



ถ้าเราจะเลือกนายกใหม่ มั่นใจแล้วหรือว่าจะ ไม่หวนคืนแบบเดิม หรืออาจจะได้นายกที่แย่กว่าเดิม



ผมเห็นว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดยังเป็นจิตสำนึกของทุกประชาชนทุกคน ตอนนี้สังคมยอมรับการคอรับชั่นว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้ามันไม่มากเกินไป ... นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด

เรามีการคอรับชั่นกันทุกระดับ ตั้งแต่ข้าราชการชั้นผู้น้อยจนถึงชั้นผู้ใหญ่ และรวมไปถึงนักการเมือง ในเมื่อทุกคนคุ้นเคยกันแบบนี้จะจัดการยังไงละครับ



ผมเองก็ยังคิดว่าการเลือกนายกใหม่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด

การแก้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่ใช่

แก้ไขระบบต่างๆก็ยังไม่ถูกจุด



ต้องแก้ที่สามัญสำนึกของประชาชาชน
เบื่อ (IP:133.48.179.12,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 9 ก.พ. 2549 (14:09)
การที่จะแก้ที่สามัญสำนึกของประชาชาชน น่ะ ทำยังไงล่ครับ

ถ้าแก้ด้วยการให้การศึกษาอบรม เขาทำกันมานานแล้ว

แก้ด้วยการอบรมครู เขาก็ทำกันมานานแล้ว

แก้ด้วยธรรมมะให้พระเทศน์ให้ฟังก็ทำกันมานานแล้ว

พูดง่ายครับ แต่แก้ยาก



แต่จะง่าย ถ้าเลือกคุณเป็นนายกแล้วให้คุณหาวิธีการ หาทีมงานมาช่วยกันคิด วางแผนและดำนินการแก้สามัญสำนึกของประชาชน



แต่ถ้าคุณไม่มีความสามารถ ก็เลือกคนอื่นที่มีความสามารถ

ก็สรุปว่า การเลือกนายกเท่านั้นที่จะสามารถแก้ปัญหาอย่างที่คุณว่า ได้
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 9 ก.พ. 2549 (15:50)
ผมถูกว่าเป็นนัยๆ ว่าไม่ได้ตอบให้ตรงประเด็น

ก็เลยชักจะไม่แน่ใจว่า จะคุยต่ออย่างไรดี



คือ ผมพยายามมองในหลักการ ในหลักปรัชญา โดยภาพรวมๆก่อน



เมื่อได้ภาพรวม เราก็จะได้วิธีการเลือก



ให้เลือกตอบตรงๆ คงตอบไม่ได้ง่ายๆ







พอตอบไม่ได้ ผมขออนุญาตใช้วิธีถามย้อนกลับแล้วกันนะครับ

(คิดแบบสืบสวน - โยโสมนสิการ)



1. ถ้าวิธีการเลือกเปลี่ยนไป จะช่วยให้อะไรดีขึ้นได้อย่างไร

2. วิธีการ ณ ปัจจุบันนี้ มีข้อบกพร่องชัดๆ ในแง่ใดบ้าง


MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 9 ก.พ. 2549 (18:23)
ตอบข้อ 2 ก่อนนะครับ

ผมเลือกนาย ก. เพื่อให้เป็นปากเป็นเสียงแทนผม และต้องการให้นาย ก. ไปสอดส่องดูแลพฤติกรรมของรัฐบาล แต่ นาย ก. อยู่พรรคเดียวกับนาย ข. นาย ก.จึงไปยกมือให้นาย ข. เป็นนายกรัฐมนตรี นาย ก. ต้องไปพินอบพิเทานาย ข. สนับสนุนนาย ข. โดยไม่ลืมหูลืมตาอีก พอผมทวงสิทธิ ก็ตาเขียวใส่ผม



ใจจริงแล้วผมอยากให้ นาย ค. ซึ่งอยู่คนละพรรคกับนาย ก. และ ข. เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ผมไม่สามารถเลือกนาย ค.



แต่ถ้าผมจะเลือกนาย ยี้ ซึ่งอยู่พรรคเดียวกับนาย ค. นาย ยี้.ก็มีประวัติเสียมาตลอด



ผมจึงตกอยู่ในสภาพ หวานอม ขมกลืน



มีคำแนะนำในการตัดสินใจว่า ให้เลือกผู้แทนที่สังกัดพรรคที่คิดว่าหัวหน้าพรรคดีที่สุด และเหมาะที่จะเป็นนายก



แต่ผมก็ทำใจไม่ได้



ถ้าผมได้อภิสิทธิ์ เป็นผู้แทนของผม และได้ ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะมีความสุขมากเลย

และยิ่งจะมีความสุขมาก ถ้าผู้แทนของผมไม่ไปพินอบพิเทานายกรัฐมนตรีแบบไม่ลืมหูลืมตา คือถ้านายกคิดผิด พูดผิด ทำผิดก็ทักท้วง ถ้าทำดี ก็สนับสนุน



ผมคิดผิดหรือเปล่า ช่วยแนะนำด้วย บอกแล้วว่า เรื่องการเมืองนี้ ผมไม่ประสีประสาเอาเสียเลย
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 14 ก.พ. 2549 (17:38)
ครับหายไปหลายวัน วันนี้ก็เข้ามาได้แบบแว๊บๆ



เริ่มมองเห็นภาพ และคิดว่าพอจะเข้าใจสิ่งที่ต้องการ



แต่ก็ยังมองไม่ออกว่า จะได้มาอย่างไร



และจะเชื่อมโยงกับวิธีการเลือกนายกอย่างไร



เพราะภาพปัญหาดังกล่าว เป็นเรื่องกลไกของอำนาจ

กลไกของผลประโยชน์

และเชื่อมโยงกับกติกาเก่า ที่เราต้องทำตาม



คุณ np หมายความว่า ให้เราช่วยกันเสนอกติกาใหม่

เพื่อให้ได้กลไกอันใหม่ ที่จะลดช่องปัญหาดังกล่าว ใช่มั้ยครับ
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 15 ก.พ. 2549 (08:42)
เปล่า ครับ

ผมไม่ได้ให้เสนอกติกา

ผมพูด(ที่จริงเขียน) ตรงไปตรงมาตามตัวอักษร คือ



"ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเลือกนายกโดยตรง ด้วยมือของเราเอง "



คำตอบที่ผมต้องการ ก็คือ

ก. ถึงแล้ว เพราะ.......แต่......

ข. ยังไม่ถึง เพราะ......แต่.....

ค. ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะต้องถกเถียงกัน เพราะ....แต่.....



บางข้ออาจมีทั้งสองอย่าง คือ เพราะ...(เหตุผล) และ แต่...(เงื่อนไข) หรือมีทั้งสองอย่างก็ได้
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 15 ก.พ. 2549 (12:42)
ครับ ... ตอนที่ผมเลือกครั้งที่แล้ว (ตามกติกาเดิม)

ก็เลือกให้ ไทยรักไทย ตามจำนวนที่ผมมีสิทธิเลือกได้

เพราะ(ในตอนนั้น)อยากให้คุณทักษิณเป็นนายก



ก็คือ ผมเลือกนายกเอง ด้วยมือของผมเองครับ



ซึ่งมองๆ ก็ค่อนข้างเป็นทางอ้อม

แต่โดยความหมายเป็นทางตรงโดยกติกา



เพราะเมื่อไทยรักไทยได้เสียงข้างมาก(ท่วมท้น)

ถ้าเกิดผิดผัน จะได้คนอื่นที่ไม่ใช่คุณทักษิณเป็นนายก

ผมว่า ก็คงมีเรื่อง ยอมกันไม่ได้แน่นอน





ตามความเข้าใจผม วิธีการเดิมจึงเป็นวิธีการค่อนข้างโดยตรงอยู่แล้ว



คำตอบจึงเป็น :



ง. ถึงเวลาไปแล้ว และเราก็ได้ลงมือเลือกด้วยตัวเองอยู่แล้ว





ถ้าผมเข้าใจผิด

ช่วยปรับโจทย์ ตัวเลือกใหม่ให้ตรงอย่างที่คุณ np ต้องการ

ด้วยนะครับ
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 15 ก.พ. 2549 (13:16)
นี่แหละครับ คือคำตอบที่ตรงไปตรงมา ที่ผมต้องการ

ขอบคุณครับ

อยากจะฟังความคิดเห็นคนอื่น หรือคนเดิมที่เป็นความคิดเสริมหรือขยายความต่อไปอีก ก็ได้
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 16 ก.พ. 2549 (08:17)
ผมเลือกข้อ ค แล้วกัน

และคัดบางส่วนจาก นสพมาให้ดู เป็นสิ่งที่ถูกใจผมมากครับ



จาก http://www.komchadluek.net/column/think/2006/02/yoon16.php



นักข่าวถามเลขาธิการ สนนท.(สหพันธ์นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย) น.ส.กชวรรณ ชัยบุตร ว่า ที่นักศึกษาออกมาร่วมรณรงค์ให้ นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนั้น มีคำตอบหรือเปล่าต่อคำถามยอดฮิตของประเทศในประชาชนบางหมู่เหล่าว่า



"ทักษิณไปแล้ว จะเอาใครมาแทน?"



ถ้าเป็นผู้ใหญ่รุ่นเก่า พอถูกถามอาจจะชะงักไปพักหนึ่ง พร้อมกับตอบว่า "กรุงศรีอยุธยาย่อมไม่สิ้นคนดี" แต่ผู้นำนักศึกษา พ.ศ.2549 คนนี้ เธอตอบอย่างฉะฉานว่า



"เราจะไม่ตอบคำถามนี้ แต่เราจะตอบว่า ไม่เอาทักษิณแล้วจะเอาสังคมแบบไหน ด้วยการปฏิรูปการเมือง ปลดโซ่ตรวนองค์กรตรวจสอบและรัฐสภาที่ถูกแทรกแซง ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจแบบทักษิณ ประชาชนรากหญ้าชอกช้ำมาก ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ช่องว่างของสังคมมีมากขึ้น เราต้องบัญญัติว่า กิจการสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อพื้นฐานประจำวันต้องไม่ขาย เช่น ไฟฟ้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย นี่คือสังคมใหม่ที่เราต้องร่วมกันกำหนด..."
เบื่อ (IP:133.48.179.12,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 16 ก.พ. 2549 (12:12)
คุณเบื่อ นำเสนอข้อมูล และประเด็นที่น่าสนใจมากครับ



สุดสัปดาห์ที่แล้ว ผมไปทานข้าวกับพี่ชาย

ซึ่งเป็นคนที่ชอบทักษิณ เปรียบเทียบหลายๆอย่างกับ

ที่เคยเป็นในรัฐบาลชุดก่อน



ผมก็ได้แต่ฟัง เพราะไม่ใช่เวลาที่จะขัดแย้ง

และที่พี่ชายผมพูด น่าฟังและก็เห็นตามเช่นนั้นจริงๆ



นายกทักษิณคนนี้ ทำอะไรหลายๆอย่าง

เป็นคนที่มีความคิด กล้าทำ และทำจริง

และก็ทำอะไรให้เกิดผล เป็นผลงานที่น่าชื่นชมพอควร



ส่วนประเด็น เรื่องไม่ชอบมาพากล เรื่องจริยธรรม

เรื่องจะเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องเครือญาติ



เรื่องการมุ่งเศรษฐกิจ จนจะเกิน "พอเพียง"

มุ่งจะทำใหเศรษฐกิจโต โดยไม่คำนึงถึงว่า

จริงๆแล้ว เข้ากระเป๋าใคร ในสัดส่วนเท่าใด



มุ่งให้เกิดการผูกขาดทางอำนาจเงิน อำนาจการตัดสินใจ

ไปยังกลุ่มคนรวย

ผ่านทางการขายสิ่งที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของคนทั้งชาติ



มุ่งที่จะให้เรากลับไปเป็นหนี้ผ่านโครงการเมกกะโปรเจกต์



มุ่งให้เราจำยอมกับข้อแลกเปลี่ยน แบบคุยกันเอง คิดเอง

ที่ไม่ได้สนใจว่าจะกระทบชาวนาชาวไน่ชาวสวนอย่างไร

จะกระทบผู้บริโภคอย่างไร



เขาแสดงให้เห็นว่า เขาทำได้ มูลค่าหุ้นในตระกูลของเขา

เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล



นั่นคือสิ่งที่พิสูจน์ว่า เขาทำได้ ทำให้คนรวย รวยมากยิ่งขึ้นๆได้



แต่สิ่งที่เขายังไม่ได้พิสูจน์คือ เขาจริงใจกับคนจนๆ แค่ไหน

ดูจากการพูดคุยกับชาวประชากรแทกซี่



เขาจะตอบได้มั้ยว่า การสร้างคนรวยให้รวยขึ้น อย่างรวดเร็วนั้น

จะสะท้อนการพัฒนาของประเทศทั้งหมดอย่างไร
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 16 ก.พ. 2549 (12:17)
ต่อคำถาม



"ทักษิณไปแล้ว จะเอาใครมาแทน?"



ผมว่า เราตั้งใจจะถามจริงๆ



หรือต้องการคำตอบจริงๆ หรือเปล่า





ก่อนหน้านี้ เราก็ไม่ได้มีนายกชื่อ ทักษิณ



ถ้าคุณ ทักษิณไป เราก็จะมีคนมาแทน ตามกติกาที่มีอยู่





สุดท้ายทุกคนก็ต้องตาย

สุดท้ายเราแต่ละคนก็ต้องไป ไม่ว่าด้วยวิธีการใด
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 16 ก.พ. 2549 (13:21)
"ทักษิณไปแล้ว จะเอาใครมาแทน?"



น่าจะเป็นคนนั้น

น่าจะเป็นคนนี้

น่าจะเป็นคนเดิม

ใครก็ได้ที่ไม่ใช่คนเดิม

เอานกกระสาดีกว่า

เอาขอนไม้ดีกว่า

ไม่ว่าจะเอาใคร จะได้มาอย่างไร แบบเดิม แบบใหม่ หรือแบบผสม แต่ละแบบ ดีหรือไม่ดีต่างกันอย่างไร





นี่คือที่มาของกระทู้นี้
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 16 ก.พ. 2549 (14:16)
ดีนายก ฯ โดยตรงก็ดี

เพราะว่าเราก็จะได้ทักษิณอีกรอบ

และคราวนี้ พวกเล่นการเมืองก็ล้มคนทำงานอย่างทักษิณ

ไม่ได้แน่ ๆ เพราะมาจากประชาชนอย่างแท้จริง
1 ใน มากกว่า 19 ล้านเสียง (IP:221.128.110.82,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 17 ก.พ. 2549 (15:56)
ถ้าจะเอากัน(หมายถึงตกลงจะเลือกนายก)จริงๆ ก็ต้องกำหนดวิธีโค่นล้มกันอีก

เช่นให้ประชนทั้งประเทศลงคะแนนเพื่อโค่นล้ม

ไม่ใช่...ตอนเลือกให้คนทั้งประเทศ เลือกมา

แต่พอจะโค่น ให้คนแค่หยิบมือเดียวลงคะแนนเพื่อโค่นล้ม



ในทางปฏิบัติ มันไม่ง่ายเหมือนที่คิดดหรอกครับ

แต่...ทีเขาเลือกประธานาธิบดี ยังทำกันได้



เราจะเลือกนายกรัฐมนตรีมาบริหารประเทศโดยมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ได้หรือครับ
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 17 ก.พ. 2549 (19:30)
คงไม่ถึงขนาด หาวิธีโค่นล้ม



ถ้าได้วิธีคานอำนาจ วิธีปรามกันได้ ก็น่าจะดี



ผมดีใจที่ เรามีการพัฒนาทางการเมืองค่อนข้างถือว่า น่าพอใจ



หลายๆ ฝ่าย เริ่มตระหนักถึงบทบาทของตัวเองมากขึ้น



โดยเฉพาะทางฝ่ายนักวิชาการ ... แต่อยากให้มีบทบาทมากกว่านี้



นักศึกษาเอง ก็เป็นพลังที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเขาคืออนาคตของชาติ และกำลังอยู่ในช่วงที่มีอุดมการณ์ มีความคิดสร้างสรรค์



ผู้ใหญ่เองเข้าสู่วัยหนึ่ง เข้าไปอยู่ในระบบ แล้วมักจะสูญเสียพลังเชิงสร้างสรรค์ไปมาก เพราะต้องดูแลรับผิดชอบครอบครัวของตัวเองเป็นหลัก และหมดพลังที่จะต่อสู้ทำอะไรเพื่อส่วนรวม



ที่สำคัญ ตอนนี้ ระบบเงิน ระบบเศรษฐกิจมีอำนาจมหาศาล

จนดูเหมือนว่า จะนำทางการเมือง



เรื่องจริยธรรม เรื่องปัญญาธรรม เรื่องความรู้จักพอ รู้จักให้

นับวันจะอ่อนด้อยกำลังลง





ได้แต่คิดเพ้อฝันว่าสักวัน เราจะมีนายกที่ทั้งเก่งทางโลก และไม่ด่างพร้อย หรือมีข้อกังขาในเรื่องจริยธรรม ปัญญาธรรม
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 20 ก.พ. 2549 (12:15)
.....ได้แต่คิดเพ้อฝันว่าสักวัน เราจะมีนายกที่ทั้งเก่งทางโลก และไม่ด่างพร้อย หรือมีข้อกังขาในเรื่องจริยธรรม ปัญญาธรรม

โดย: MathGuy

-----------------------

ความฝันจะเป็นจริงได้ ถ้าพวกเราได้มีโอกาสเลือกนายกด้วยมือของเราเอง



(ถ้าไม่ได้อย่างใจ เราก็ลงชื่อ 5 หมื่น ชื่อ เสนอถอดถอน แล้วลงคะแนนทั้งประเทศ - จะเอาไว้หรือไม่เอาไว้อีก)
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 20 ก.พ. 2549 (12:25)
วันสองวันนี้ มีข่าวประธานาธิบดีฝรั่งเศส มาเยี่ยมรัฐบาลไทย



ที่สำคัญมาพร้อมกับ "นักธุรกิจ"



ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่า จะรู้สึก ยินดี หรือ ยินร้าย ด้วย



ก็แค่ได้แต่ พิจารณา สังเกต ตามกำลังสติปัญญาอันน้อยๆที่มี





รู้แต่เพียงว่า คุณทักษิณ เก่งมาก ที่ทำให้ เมืองไทย เราเนื้อหอม

ใครๆ ก็อยากมาทำ ธุรกิจด้วย





ครับ สมัยนี้ ผู้นำคุยกัน เขาถือ เอาเรื่อง เศรษฐกิจเป็นหลัก





วงจรชีวิตผม คงได้เป็นแค่เพียง ผู้ถูกกระทำ ทางธุรกิจ





คิดๆ ดูแล้วก็เศร้า ที่ชีวิตเรา ไม่ได้ in trend กับยุคสมัยเขาเลย





สงสัยว่า ต่อไปชีวิตคงจะลำบากมากๆขี้น

การเป็นอยู่ตามอัตถภาพ คงจะอยู่ในโลกสมัยนี้ ได้อย่างจำกัดๆ ลงทุกที
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 20 ก.พ. 2549 (16:58)
จากอดีตที่ผ่านมา อย่างยุคเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลา หรือ พฤษภาทมิฬ ทำให้ตอนนี้ประชาชนส่วนมาก ปฏิเสธการก่อรัฐประหาร และปฏิเสธการก้าวขึ้นมาของผู้นำที่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง

วิกฤติการ ทักษิณ นี้ น่าจะเป็นโอกาสที่จะพัฒนาการเมืองอีกขั้น เพียงแต่ว่าจะทำกันหรือไม่เท่านั้นเอง ในตอนนี้ประชาชนจำนวนมากมีความสามัคคี เพราะว่ามีจุดมุ่งหมายร่วมกันคือไล่นายก เราน่าจะนำความสามัคคีนี้มาพัฒนาการเมืองต่อ โดยการเพิ่มจุดมุ่งหมายอื่นต่อหลังจากที่นายกลงจากอำนาจ เช่นสร้างระบบการตรวจสอบให้เข้มแข็ง และปลูกฝังค่านิยมของสังคมที่จะทำให้ได้สังคมที่ดีขึ้น เช่นค่านิยมที่รังเกียจการคอรัปชั่น หรือนำความสามัคคีนี้ทำให้เกิดประโยชน์อื่น

อย่าหยุดแค่ไล่นายก หรือเลือกผู้นำคนใหม่!
เบื่อ (IP:133.48.179.12,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 21 ก.พ. 2549 (15:16)
ผมดีใจ ที่เห็นภาพสะท้อนต่างๆ



เห็นการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง



เราแต่ละคน ใช่ว่าจะเข้าคูหา แล้วก็ปิดหูปิดตา ไปอีก 4 ปี



แล้วก็เดินเข้าคูหาอีกครั้ง ใช้การพิจารณาแบบคร่าวๆ เพียงชั่ววูบอีกครั้ง



วงจรนี้ ใช้ได้กับคนบ้านเรา เพราะเราโกรธใคร จะโกรธไม่นาน

แป๊บเดียวก็ลืม



ผมเห็นด้วยว่า การเข้ามามีส่วนร่วม การมีบทบาทมากขึ้น ของประชาชน เป็นหนทางเดียวที่เราจะได้ การเมือง ที่มีคุณภาพ
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 21 ก.พ. 2549 (17:06)
สวัสดีผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านครับ

ขอนอกเรื่องที่ความเห็นที่ 30 ครับ

น่าคิดครับว่า ทำไมสมัยนี้ รัฐบาลให้ความสำตัญกับนายทุน มากกว่าความเป็นอยู่ของชนส่วนใหญ่?

จากข้อความของ อ.แมทกาย

สงสัยว่า ต่อไปชีวิตคงจะลำบากมากๆขี้น

การเป็นอยู่ตามอัตภาพ คงจะอยู่ในโลกสมัยนี้ ได้อย่างจำกัดๆ ลงทุกที

คงจะจริงครับ แต่เราอาจต้องหาหนทางอื่น โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงครับ(แต่จะทำได้แค่ไหน อย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

ป.ล. ถ้าใครอยู่เชียงใหม่ ท่านอาจเห็นป้ายสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจนออกนอกหน้า(หรือไม่ประการใดแล้วแต่จะคิด)

ป้ายดังกล่าวผมไม่แน่ใจว่า เป็นสิทธิทางประชาธิปไตยหรือเปล่า

อาจเหมือนป้าย มีสติยืดเวลา พาชาติพ้นภัย ก็ได้
ศรีปิงเวียง
ร่วมแบ่งปัน1209 ครั้ง - ดาว 142 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 24 ก.พ. 2549 (03:11)
ความจริง ให้มีการชี้แจง มีการซักถามกัน มีการตรวจสอบข้อกังขาต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา ทำไมจึงทำไม่ได้



จะได้ไม่ต้องมีการประท้วงอะไรกันอีก



จะมีใครที่ไหนอยากขับไล่คนที่ไม่มีความผิด



และมีผู้ที่ถูกกล่าวหาที่ไหน ไม่พยายามชี้แจง แก้ปัญหาอย่างจริงใจ



ทำไมจึงหันหน้าเข้าหากันไม่ได้



หรือว่า มีสิ่งที่เป็นปัญหาจริงๆ แล้วต้องการบ่ายเบี่ยง





น่าจะหันหน้าเข้าหากัน ผิดว่าตามผิด ไม่ผิดก็ว่าตามไม่ผิด

ด้วยเหตุด้วยผล ด้วยการยอมรับทุกฝ่าย



แล้วจะได้ช่วยกันทำงาน ทำสิ่งที่ดีให้กับประเทศชาติส่วนรวมได้
วริน (IP:202.12.97.118,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 24 ก.พ. 2549 (04:41)
คงต้องไปเรียนวิชา politicial government ก่อนซะแล้วเรา
อาจารย์โกย
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 24 ก.พ. 2549 (11:29)
ที่เขาอยากให้แก้รัฐธรรมนูญกันน่ะ

อยากทราบว่า ให้แก้มาตราไหน แก้ให้เป็นอะไร

เพราะเหตุใด

ใครทราบ ช่วยบอกด้วย
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 25 ก.พ. 2549 (19:42)
อ้าว ! นายกรัฐมนตรี พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ยุบสภาเสียแล้ว

(24 กุมภาพันธ์ 2549)
np (IP:210.246.75.188,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 26 ก.พ. 2549 (10:19)
อ้าว ! นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ยุบสภาเสียแล้ว

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 และกำหนดวันเลือกตั้งทั่วประเทศ เป็นวันที่ 2 เมษายน 2549



แต่.......พรรคการเมืองพรรคอื่นๆ ตกลงกันว่าจะไม่ส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะคิดว่า นายกรัฐมนตรียุบสภาโดยไม่สมเหตุสมผล
np (IP:210.246.72.212,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 26 ก.พ. 2549 (18:17)
กำลังดูกันว่า จะเล่นตามเกม หรือเล่นนอกเกม หรือสร้างเกมใหม่



รู้ๆกัน ว่าคุณทักษิณถนัดเล่นเกมของตัวเอง ขนาดเกือบไม่มีทางหนีทีไล่ก็ยังมีตัวช่วยตัวสุดท้าย



ผมว่า ถ้ามีเกมใหม่ น่าจะดูน่าสนใจไปอีกแบบ



( เกมเก่าๆ ไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้น )
วริน (IP:202.12.97.118,10.177.64.81,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 27 ก.พ. 2549 (11:26)
Oh my goodness!



คุณทักษิณ ถือไพ่รอน๊อคมืด อยู่สบายๆ อีกแล้ว



เห็นปฏิกริยาฝ่ายค้านเมื่อวันก่อน นึกว่าจะพอฝากผี ฝากไข้

พึ่งเป็นความหวัง หรือทางเลือกใหม่ให้ได้



ไปๆมาๆ ดูจะไม่เป็นท่าเหมือนเดิม



เริ่มตั้งแต่วันนี้ (จริงๆเริ่มมานานนมแล้วล่ะ)



เราจะได้เห็นได้ยิน คนพูดปด คนเล่นลิ้น



คนที่สักแต่ว่าพูด โดยไม่มีปัญญา คุณธรรมอะไร



จะเป็นสงคราม ของการอ้างโน่น อ้างนี้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง



เป็นสงครามของการใส่ร้ายป้ายสี สงครามของการเล่นคำ

นำเอาโน่น เอานี่มาประติดปะต่อกัน แบบเด็กๆ แล้วก็เชิดหน้าพูดด้วยความหยิ่งลำพอง เพื่อ



1. สร้างภาพดีเลิศให้ตัวเอง

2. สร้างภาพเลวทรามให้ฝ่ายตรงข้าม



เกมน้ำเน่า เกมการเมืองการศึกษาต่ำๆ ปัญญาต่ำๆ จริยธรรมต่ำๆ

กลับมาให้เรา รู้สึกสะอิดสะเอียนกันอีกแล้ว





สงสัยว่า ผมกลับไปให้กำลังใจ กลุ่มที่ทำเพื่อประชาชน

ที่ประกอบด้วยประชาชนจริงๆ น่าจะมีคุณค่า ให้ความรู้สึกเป็นมนุษย์มากกว่า





เรายังจะยอมรับคนที่ทำผิดและยิ้มระรื่น แล้วยังมาคุยแบบอันธพาลในคราบของผู้ดีหลอกๆ ต่อไปอีกเช่นนั้นหรือ





กระบวนการประชาชน กระบวนการปัญญาชน ที่มองเห็นผิดภัยร้ายของระบบที่ครอบงำเราอยู่ในขณะนี้ จงต่อสู้ต่อไป



ขอให้กำลังใจ ผู้ที่ทำเพื่อประเทศชาติ ด้วยปัญญาธรรม อย่างแท้จริง
วริน (IP:202.12.97.118,10.177.64.81,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 27 ก.พ. 2549 (19:16)
งานนี้ ใครผิด ใครถูก

เราควรจะอยู่ฝ่ายใด อยากให้ช่วยวิเคราะห์

ด้วยครับ
นายสับสน (IP:210.246.75.84,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 27 ก.พ. 2549 (20:43)


29033




โอย เป็นงง แล้วนะเมืองไทย กติกา ก็ไม่สนอยากเล่นอะไรก็เล่น

เล่นแบบเด็ก งอแง พูดอะไรก็ไม่ฟัง รู้ว่า เลือกใหม่ก็แพ้ เล่นไม่ให้เลือกมันเสียเลยดีกว่า



อยากแก้รัฐธรรมนูญบ้างจัง



หาก เข้าชื่อ 50000 ปลดฝ่ายการเมืองได้ ก็อยากเห็น 50000 รายชื่อ

ถอดถอน บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ออกจากบุคคลสัญชาติไทย ได้บ้าง สำหรับประชาชนทที่มองเห็น

ได้ว่าเขาเหล่านั้นทำให้บ้านเมือง เกิดความเดือดร้อน วุ่นวาย และ เสียหายต่อส่วนรวม



จะได้เป็นการคานอำนาจ


เด็กงอแง และไร้เหตุผลมุ่งแต่เอาชนะ







เซ็งจัง











โก๋แก่
ร่วมแบ่งปัน2629 ครั้ง - ดาว 586 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 27 ก.พ. 2549 (23:48)
ช่วยคิดให้ เอาไหม



มีคนต้องการให้นายกทักษิณลาออก ก็น่าจะลาออก (ให้สะใจคนอยากให้ออกเสียเลย) วางมือสักสมัยหนึ่ง ก็ยังไม่แก่เกินไป (ดูแต่เสธ.หนั่นซิ แป๊บเดียวก็กลับมาแล้ว)



แล้วก็ไปยืนข้างเวทีโดยไม่พูดไม่จา เป็นการพักผ่อนไปในตัว ดูเขาบริหารบ้านเมือง



พอครบ 4 ปี ปั๊บ ก็ประกาศเลย "ทักษิณมาแล้ว"



แค่นี้แหละครับ ไม่ต้องหาเสียงให้เหนื่อย
สับสน (IP:210.246.75.84,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 28 ก.พ. 2549 (00:18)
คน(คิดว่าตัวเอง) เก่ง และ มองว่าคนอื่นโง่



ไม่มีวันจะลาออก หรือยอมแพ้ง่ายๆ หรอก



อำนาจเงิน อำนาจการซื้อ การจัดการ ก็คิดว่าตัวเองเหนือชั้นกว่าใครๆอยู่แล้ว



คนที่รู้ตัว รู้จักตัวเอง ถ้าจะต้องแพ้ เขาจะเป็นสุภาพชน



แต่เราคงจะหา ความสง่างาม จากคนๆ นี้ไม่ได้แน่นอน



ยิ่งกว่านั้น ... เขากำลังจะทำทุกอย่าง เพื่อ(เป็นมาร)ครองเมือง



อย่างชนิดที่ ไม่มีใครจะไปแตะต้องเขาได้เลย !
วริน (IP:202.12.97.118,10.177.64.81,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 1 มี.ค. 2549 (23:42)
ผมน่ะ ไม่ได้ชอบทักษิณหรอกนะครับ จริงๆ ไม่ได้พูดเล่น เพราะ....

ทักษิณรวยมาก รวยล้นฟ้า แต่ผมไม่เคยเห็นถนนทักษิณ สะพานทักษิณ ตึกทักษิณในโรงพยาบาลต่าง ๆ

ไม่เคยเห็นโรงเรียนทักษิณ เห็นแต่กิจการที่เป็นธุรกิจที่สร้างความร่ำกรวยยิ่งๆขึ้น

บริษัทขายเครื่องดื่มกระตุ้นประสาท เขาขายดิบขายดีจนรวย ไม่ถึงกับล้นฟ้า แต่เขาก็คืนกำไรให้ประชาชนในรูปแบบต่างๆ

หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ทำมาหากินกับคนไทยจนร่ำรวย เขาก็สร้างโรงเรียนกระจายอยู่ทั่วประเทศ

ทักษิณทำมาหากินบนผืนแผ่นดินไทย แต่ผมไม่เห็นเขาคืนกำไรให้แก่ประชาชน

ถ้าจะบอกว่า เขาบริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรือง แต่ประเทศชาติก็ให้เงินเดือนเขา ให้เกียรติยศชื่อเสียง แก่เขามากมายเกินคุ้มเสียอีก



บางคนหาว่า ทักษิณโกงชาติ ขายชาติ ถึงแม้ผมจะไม่ชอบทักษิณ ผมกล้าพูดได้เลยว่า ทักษิณไม่ได้โกง

คนอย่างทักษิณจะโกงไปทำไมล่ะครับ เขามีกิจการที่เป็นธุรกิจก่อให้เกิดรายได้โดยสุจริตตั้งหลายอย่าง

ถึงแม้จะไม่ทำอะไรเลย อยู่เฉยๆ เงินทองมันก็ ผลิ ดอก ออก ผล ขึ้นมาเอง

ดังนั้น เลิกพูดได้แล้วว่าทักษิณโกง

แต่ถ้าจะบอกว่า ทักษิณขี้เหนียว ทักษิณเห็นแก่ตัว ทักษิณไม่เสียสละเพื่อประเทศชาติ ก็สมเหตุสมผลดี



ดังนั้น การที่มีคนล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้องให้ทักษิณลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เราก็เห็นด้วย

เพราะไม่ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ



แต่การก่อม้อบชุมนุม เรียกร้อง ด่าทอ นักการเมือง รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ข้าราชาการ หรือประชาชนคนใดคนหนึ่ง

เราไม่เห็นด้วย ถ้าคิดว่าเขาผิด ก็ต้องแจ้งความดำเนินคดี

ถ้าเป็นนักการเมือง รัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี ก็ต้องอภิปรายกันในสภา

ถ้าจะมาอภิปรายกันนอกสภาอย่างนี้ ถึงแม้จะไม่ผิด แต่ก็คิดว่ามันไม่น่าจะถูกนะครับ

เรื่องอย่างนี้ ผมเคารพนับถือแนวความคิดและหลักการของท่านชวนหลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด





เมื่อมีการเรียกร้องให้นายกลาออก นายกกลับไปยุบสภาเสียนี่ เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชนอีกครั้ง

แม้เหตุผลในการยุบสภาจะไม่สมเหตุสมผล

แต่....ก็ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยมาแล้ว นะครับ



!...!...!



กล้า....หรือครับ.....!....!...1



อย่างนี้เล่นด้วยไม่ได้หรอกครับ



ถ้ากลัวว่า นายกมหาภัยคนเดิมจะกลับมาอีก (ซึ่งแน่นอน พันเปอร์เซนต์ ต้องกลับมาอยู่แล้ว) ก็ต้องรณรงค์หาเสียง

ชี้แจงประชาชนทุกหย่อมหญ้าให้เข้าใจ และตัดสินใจไม่เลือกซีครับ แต่ต้องมีพยานหลักฐานนะครับ มิฉะนั้นอาจโดนฟ้องไม่รู้ด้วย

หลังจากชี้ชวนประชาชนให้เข้าใจแล้ว ประชาชนยังเลือกเข้ามาอีกด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น

ไอ๋หยา......

ตัวคุณเองต้องเอาปี๊บคลุมหัว แทรกแผ่นดินหนีไปให้ไกลที่สุดเสียแล้วหละครับ

ถ้าคุณมาก่อม้อบไล่เขาไปอีก เล่นกันนอกสภา เล่นนอกกติกา อย่างนี้ คิดดุซิครับว่ามันถูกต้องไหม

และมันก็จะแสดงว่าคุณดูถูกประชาชนส่วนมาก

และคุณคิดว่าประชาชนส่วนมากโง่ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ คุณเท่านั้นเก่งและถูกอยู่คนเดียว

เห็นทีคุณจะต้องไปสร้างประเทศขึ้นมาใหม่และเป็นนายกเสียเองแล้วหละครับ



ถ้าทักษิณจะวางมืองทางการเมืองสักระยะหนึ่ง ผมก็เห็นด้วย ถ้าเขาเกาะอยู่ข้างเวที เขาจะมองเห็นลู่ทางดีกว่าการขึ้นเวทีเสียเอง

ถ้าเขาวางมือตลอดไป นักการเมืองคนอื่นๆ ก็คงจะดีใจที่จะมีโอกาสได้ผุดได้เกิดเสียที

ดังนั้น ใคร ๆ ก็คงอยากจะให้ออกหรือวางมือ



สำหรับนักวิชาการ และนักธรรมะธรรมโมทั้งหลาย

ถ้ารู้กำพืดของทักษิณเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติและไม่ต้องการให้ทักษิณเป็นนายก

วิธีที่คิดว่าถูกก็คือ เดินสายรณรงค์เผยแพร่ข้อเท็จจริงให้ประชาชนทั่วประเทศทราบเพื่อจะได้ตัดสินใจถูกต้อง

และไม่เลือกทักษิณ ไม่ใช่มา เยิ้ว เยิ้ว อยู่ที่ใดที่หนึ่ง

แต่เมื่อรณรงค์แล้วประชาชนยังหลับหูหลับตาเลือกเข้ามาอีก แล้วคุณไม่ยอบรับละก้อ จะมีรัฐสภาไว้ทำอะไรล่ะครับ

ถ้าหากมีใครคนใดคนหนึ่งก่อม้อบกีดกันไม่ให้คุณเป็นนายกรัฐมนตรีบ้างล่ะ คุณจะคิดอย่างไรครับ



ถ้าคุณคิดว่า ถ้าสู้กันในรัฐสภาแล้ว คุณก็ต้องแพ้อยู่วันยังค่ำ

เพราะฝ่ายรัฐบาลมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว จะอภิปรายกี่วันกี่คืน ก็ต้องแพ้อยู่ดี

ก็แสดงว่าวิธีการนี้ (คือการให้พรรคที่มีเสียงมากเป็นรัฐบาล)ไม่ได้เรื่องเสียแล้ว

เพราะ ส.ส. ที่คุณเลือกเข้ามาเป็นหูเป็นตา เป็นปากเป็นเสียงของคุณ ไปเชียร์และสนับสนับสนุนรัฐบาลโดยไม่ลืมหูลืมตาเสียนี่



แนวทางที่จะขับไล่รัฐบาลได้ก็คือต้องแก้ไขกฎเกณฑ์วิธีการบางสิ่งบางอย่างเสียใหม่

นั่นคือ ส.ส.ต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง

แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีกำหนดกฎเกณฑ์ที่จะใช้ควบคุม ส.ส.อีกทีหนึ่งเพื่อไม่ให้...เอะอะก็จะขับไล่รัฐบาลอยู่เรื่อย
ly[lo (IP:210.246.72.13,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 2 มี.ค. 2549 (08:05)
การนับคะแนนโดยนับจำนวนไปณียาบัตร ก็ดี



การตัดสินผลการประกวดนางงามโดยนับจำนวนลูกโป่งที่มีผู้มอบให้ หรือนับจำนวนพวงมาลัยที่ได้รับ ก็ดี



มีค่าความเชื่อมั่นไม่สูงนัก เพราะ คน คนเดียวอาจจะส่งหลายใบ ให้ลูกดป่งหลายลูก หรือ มอบพวงมาลัยให้หลายครั้งก็ได้



เอ เรียนสูง ความคิดอ่านดีเยี่ยม สมองปราดเปรื่อง ประสบการณ์มาก ทำไมคิดตื้นๆอย่างนี้

หรือว่ามันมีส่วนที่ลึกๆที่ผมเอง มองไม่เห็น



ท่านล่ะ คิดอย่างไรครับ
สงวนชื่อ (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 2 มี.ค. 2549 (14:15)
ประชาธิปไตย คือ ไปเลือกตั้ง แล้วก็นับเสียงข้างมาก



แล้วเราก็ได้คน มาขีดมาเขียน อะไรที่เป็นกติกา



ได้คนมาใช้กติกา



1. ในทางที่สร้างสรรค์ เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม



2. บิดเบื่อน ใช้ช่องว่าง ใช้เล่ห์เหลี่ยม เพื่อทำการเพื่อส่วนตัว หรือพวกพ้อง



คำว่า ประชาธิปไตย ไม่ได้มีความหมายของคำว่า จริยธรรม หรือ คุณธรรมอยู่เลย



ถ้าผู้นำมีคุณธรรม มีจริยธรรม มีความสามารถ จะให้เป็น การปกครองแบบใด เราก็น่าจะมีความสุขสงบ เต็มเปี่ยมไปด้วย บรรยากาศของ ปัญญาธรรม ความจริงใจ และการให้ การเสียสละ การรู้จักตัวเอง ไม่อวดรู้ อวดเก่งไปทุกเรื่อง ไม่ยอมฟังใคร



ขอให้เราต่อสู้ เพื่อธำรง คุณธรรม จริยธรรม เชิดชูการกระทำดี

ไม่ยอมต่อการทุจริต ไม่ว่าจะมาในรูปแบบที่เหนือเมฆก็ตาม



ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เลือกคุณทักษิณ แต่วันนี้ ผมไม่เห็น ความสง่างาม ผมไม่อยากได้ยิน คำพูด ที่ขาดความจริงใจ คำพูดที่หลอกตัวเอง และคิดว่า จะหลอกคนอื่นๆ ได้อีกต่อไป



ผมอยากเห็น คนจริงใจ บริสุทธิ์ใจ มากกว่า และทนไม่ได้ที่จะเห็นตัวเองเป็นคนโง่อีกต่อไป





ดีใจที่นักวิชา คนมีความรู้ ในการวิเคราะห์ คนดีต่างๆ ช่วยกันออกมา เสนอทางเลือก ให้ท่านพิจารณาตัวเอง



แต่นับวันจะผ่านไป คุณทักษิณ มีแต่จะถลำตัวลึก

คนที่อยู่ข้างๆท่าน ก็ไม่มีใครเตือนสติท่านได้



นี่ไม่ต่างจากอะไร กับ แมงเม่าบินเข้ากองไฟ





ถ้าท่านมีความดีอยู่บ้าง ขอให้ความดีนั้นเตือนสติ

ให้ท่านเห็นสิ่งที่ชอบที่ควร
วริน (IP:202.12.97.118,10.177.64.81,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 2 มี.ค. 2549 (23:26)
ตามความเห็นเพิ่มเติมที่ 45

ผมน่ะ ไม่ได้ชอบทักษิณหรอกนะครับ จริงๆ ไม่ได้พูดเล่น



แต่สงสัยว่า ทำไมจะต้องให้เขาวางมือในทางการเมือง หรือยุติบทบาทในทางการเมืองตลอดไป เขาทำผิด พรบ.ข้อไหน อย่างไร

เสธ.หนั่น ยังกลับมาเล่นการเมืองได้อีกแล้ว

ศาลยังไม่ได้พิพากษาว่าทักษิณผิด ทำไมจะต้องให้เขายุติบทบาททางการเมืองตลอดไปล่ะครับ



แค่สงสัย ช่วยอธิบายให้เข้าใจด้วย จะได้ช่วยรุมอีกแรง
ly[lo (IP:58.10.107.129,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 3 มี.ค. 2549 (06:33)
ผมต้องการเพียงความสง่างาม ในตัวคุณทักษิณ



การพิจารณาตัวเอง และยอมรับฟังคนอื่นบ้าง



คนไม่ฟังความคิดเห็นคนอื่น ... ไม่น่าจะเป็นผู้นำที่ดีได้







ทุกคนมีผิดพลาดได้ ทั้งที่จะตั้งใจ รู้เท่าทัน(ผลกรรม)หรือไม่ก็ตาม



แต่การรู้จัก มองย้อนกลับมาที่ตัวเอง รู้จักยอมรับผิดในส่วนที่มาจากตัวเราเอง นั่นคือ ความสง่างาม นั่นคือ หนทางของ คุณธรรม และจริยธรรม แบบอย่างที่ดีต่อสังคม
วริน (IP:202.12.97.118,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 4 มี.ค. 2549 (01:13)
ผ่าทางตันได้แล้ว พบช่องทางแล้ว

ถ้าจะให้ทักษิณไม่เป็นนายก หรือเลิกเล่นการเมือง ทำดังนี้



1. นายสนธิ สามพรรคฝ่ายค้านใหญ่ จำลองศรีเมือง นักวิชาการ และผู้ที่ไม่ชอบทักษิณ ทุกคน ต้องช่วยกัน พิมพ์ใบปลิว พิมพ์โปสเตอร์ จัดทำป้ายโฆษณา จัดเวลทีอภิปราย เดินเคาะประตูบ้าน ร้าน ตลาด ชนบท ทุกหัวระแหง ให้ความรู้ ชี้แจงข้อเท็จจริง แก่ประชาชนให้เข้าใจในเรื่องความไม่ดี ไม่เหมาะสมของทักษิณในการที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเล่นการเมือง



งัดวิทยายุทธทุกรูปแบบ แม้จะต้องแจกเงินแจกทองก็ต้องนำมาใช้ (แต่ต้องระวัง หาทางเลี่ยงกฎหมายให้ดี)



แนะนำประชาชน อย่าให้เลือกทักษิณหรือพรรคไทยรักไทย



2. ในวันเลือกตั้ง ให้ทุกคนออกไปเลือกตั้งให้มากที่สุด แต่อย่าเลือกพรรคไทยรักไทย ให้เลือกพรรคอื่น หรือกาช่อง ไม่เลือก





แค่นี้ก็อยู่หมัดแล้วครับ ทักษิณหมดสภาพ หมดรูป หมดเขี้ยว หมดเล็บ แล้วครับ



เพราะเขาให้คำมั่นสัญญาประชาคมกระหึ่มทั่งท้องสนามหลวง เผยแพร่ทางสื่อมวลชนทุกแขนงกระจายไปทั่วโลกแล้วว่า ถ้าเขาได้คะแนนเสียงน้อยกว่าจำนวนคนที่ไม่เลือก บวกกับจำนวนคนที่เลือกพรรคอื่น เขาจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรี



3. ต้องคุมเข้มอย่างหนักไม่ให้พรรคไทยรักไทยมีการซื้อเสียงเด็ดขาด ซึ่งทำได้กไม่ยาก เพราะมีคนไม่ชอบทักษิณและไทยรักไทยมากมายทั่วทุกชุมชน

ถ้าพรรคอื่นจะซื้อเสียงขายเสียงบ้างก็ทำเป็นไม่เห็นเสีย



คราวนี้แหละ ไอ้หวังตายแน่ ไม่มีอีกแล้วคนชื่อไอ้ธรรม เอ๊ย

คราวนี้แหละ ทักษิณตายแน่ ไม่มีอีกแล้วคนชื่อทักษิณ



หรือมีทางใดที่เขาจะลื่นไหลหรือเล็ดลอดไปได้ ให้เสนอมา จะได้ช่วยกันหาทางควบคุมให้อยู่หมัด
ly[lo (IP:61.91.78.224,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 4 มี.ค. 2549 (18:15)
ทักษิณ ยังมีความหวังอยู่มาก

จากสภาพสังคมปัจจุบันนี้



ตัวละคร(นักการเมือง)ที่เล่นบทบาทจริงๆ



กลุ่มนักธุรกิจ



สื่อ นักวิจารณ์



นักวิชาการ นักศึกษา ปัญญาชน คนชั้นกลาง



ประชากร กลุ่มรากหญ้า ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่





ที่แยกออกมาคร่าวๆนี้ เพื่อให้เห็นว่า ในกลุ่มรากหญ้า

คุณทักษิณ ยังคุมได้ค่อนข้างมาก
วริน (IP:202.12.97.118,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 6 มี.ค. 2549 (15:54)
ขออภัย กำลังอยู่ในระยะหน้าสิ่วหน้าขวาน

ขอเรื่องนี้ก่อน

-----------------------

ถ้ารอถึงวันที่ 2 เมษา เพื่อเล่นตามกติกาประชาธิปไตยที่แท้จริง แล้ว



ก็มองเห็นโทนโท่อยู่แล้วว่า ทักษิณต้องได้รับเสียงสนับสนุนมากว่าเสียงที่ต่อต้าน+เสียงที่เฉยๆ



แล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน



รุกฆาต รวบรัด ตัดตอน ให้จบสิ้นก่อนวันที่ 2 เมย. เสียเลยดีกว่า



ถ้าทักษิณลาออกก่อนวันที่ 2 เม.ย. ก็ไม่มีที่ซุกหน้าเหมือนกัน



ดังนั้น ขณะนี้ ฝ่ายหนึ่ง ดึงเกม (เตะลูกทิ้ง และถ่วงเวลาไปก่อน)

อีกฝ่ายหนึ่ง รุกหนัก จะน้อคให้ได้



โอย มันและเสียวไส้
ly[lo (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 6 มี.ค. 2549 (16:31)
เขาบอกว่า ให้พยายามเปลี่ยน วิกฤต ให้เป็นโอกาส



ให้พยามมองหาแง่มุมมองที่ดี จากสิ่งที่เราเห็นว่า ไม่เข้าท่า



วันนี้ ประวัติศาสตร์การเมือง ของบ้านเรา ได้ให้ภาพสะท้อน อะไรหลายๆ อย่าง



ทำให้เราเห็นช่องว่าง ทางอำนาจการบริหาร



ช่องว่าง ทางการศึกษา



ช่องว่าง ทางข้อมูล ข่าวสาร



ช่องว่าง ทางจิตสำนึก



ช่องว่าง ของความรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ



ช่องว่าง ของคุณธรรม จริยธรรม



ช่องว่าง ของ อำนาจเงิน



ช่องว่าง ของโอกาส



ช่องว่าง ของกลุ่มคน กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ



ช่องว่างทางการฉกฉวยผลประโยชน์ การทุรจริต คอรับชั่น



ช่องว่าง ของการเป็นแบบอย่างที่ดี การมองเห็นประโยชน์ของส่วนรวมจริงๆ





ชักจะไม่แน่ใจนักว่า ... บ้านเรา มั่นคง เติบโตเป็นผู้ใหญ่ หรือยัง?



ชักไม่แน่ใจว่า ... คำตอบจะอยู่ที่ใคร



ไม่แน่ใจว่า ... แต่ละคนจะมีบทบาทที่สร้างสรรค์ อย่างไร?
วริน (IP:202.12.97.118,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 6 มี.ค. 2549 (21:46)
สาเหตุของความวุ่นวายในครั้งนี้ก็คือ นายกทักษิณดื้อด้าน ไม่ยอมวางมือทางการเมือง

ฝ่ายหนึ่งว่าอย่างนี้



อีกฝ่ายหนึ่ง บอกว่า เป็นเพราะ สนธิ และจำลอง ก่อความวุ่นวายขึ้นมาเอง



ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน และดทษฝ่ายตรงข้าม



ถามว่า ใครก่อเหตุขึ้นก่อน



ฝ่ายหนึ่งบอกว่าทักษิณ ก่อเหตุก่อน ก่อมานานแล้ว



อักฝ่ายหนึ่งบอกว่า สนธิ และจำลองนั่นแหละ ก่อเหตุ ไม่ทำตามกติกา ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เล่นนอกสภา







ตอนนี้ แต่ละฝ่าย ถอยไม่ได้ ทั้งๆที่รู้กันว่า แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร แต่ก็ไม่มีใครยอมแพ้ แม้แต่ผู้ที่ถือว่าตัวเองเป็นพระ ยังต้องยอมเป็นมาร



งานนี้ ใครถอยไม่ได้ แพ้ไม่ได้ แพ้แล้วเสียหน้าอย่างหนัก

ดังนั้นต่างฝ่ายต่างสู้จนหมดหน้าตัก ทุ่มสุดตัว ประเทศชาติจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ขอชนะไว้ก่อน



ชนะแล้ว ใครจะฟื้นฟู ไม่คำนึงถึง

ปากก็ว่า เป็นปัญญาชน

แต่พฤติกรรมเหมือนเด็กๆ ไม่มีผิด



ฝ่ายหนึ่งพยายมดึงเกมให้ถึงวันที่ 2 เมย.

ถ้าถึงวันที่ 2 เมย.ละก็ ชนะ ใสอยู่แล้ว



อีกฝ่ายหนึ่ง พยายามจะเผด็จศึกให้เสร็จก่อนวันที่ 2 เมย.

ถ้ายืดเยื้อไปถึงวันที่ 2 เมย. ละก้อ แทบจะต้องผูกคอตาย





2 เมย. มันช่างเป็นเวลายาวนานเสียเหลือเกิน สำหรับฝ่ายหนึ่ง



อีกฝ่ายหนึ่ง มันช่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน
ly[lo (IP:203.118.114.6,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 7 มี.ค. 2549 (09:41)
จริงๆ แล้ว เราหลายๆคน ก็เป็นเพียงผู้ดู ผู้สังเกตการณ์



เราเองว่าไปแล้ว ก็ใช่ว่า จะมีฐานะ แตกต่างไปจาก คนที่เรียกร้องอยู่ในขั้วตรงข้าม ทั้งสองฝ่าย



ถ้าจะดูกันตามสภาพจริง



นี่เป็นปรากฏการณ์ ที่ให้บทเรียน สะท้อนอะไรหลายๆ อย่าง



และน่าจะมีมุมมองที่สวยงาม พอๆกับมุมมองที่หลายๆคนเป็นห่วง





การไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมหันหน้าเข้าหากัน

เพราะต่างฝ่าย ก็ได้ก้าวเลยตรงนั้น ไปมากแล้ว



กลายเป็น การถือ ทิฐิ เอาชนะกันด้วย ทิฐิ





เป็นไปได้ว่า ... เราอาจจะลงเอยด้วย ทุกคนต่างเป็นผู้แพ้ ด้วยกันทั้งหมด



แต่ไม่ว่า จะลงเอยเช่นไร อยากให้ทุกคน ได้พิจารณาว่า นี่คือ สภาพจริงของสังคมเราขณะนี้ นี่คือสิ่งที่เราอยู่ร่วมกันในขณะนี้



นี่คือกระแสปัจจัยที่กำลังขับเคลื่อนพวกเราไปด้วยกัน ไม่ว่าเราจะเป็น



1. ผู้เล่น



2. คนเชียร์



3. ผู้ถูกเล่น



หรือ



4. ผู้ดู ผู้สังเกตการณ์



ก็ตามที
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 9 มี.ค. 2549 (17:13)
เราเป็นประเทศประชาธิปไตย ก็น่าจะเล่นตามกติกาประชาธิปไตยนะ อายชาวต่างชาติจริงๆ ที่คนไทยอยู่ๆก็ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ไม่ใช่เหตุผลแต่ด้วยอารมณ์ คนประท้วงกล่าวหาเขาหันกลับมามองตัวเองบ้าง ไม่มีใครที่ถูกใจทุกคนหรอก แค่เขาพัฒนาประเทศเราได้ คุณก็น่าจะพอใจได้แล้วนะ



คนเป็น แสนชุมนุมประท้วงกันเป็น พลังยิ่งใหญ่ของประชาชนก็จริงอยู่ แล้ว 19ล้านเสียงหล่ะ ไม่ประชาชนรึ พวกเขารอการเล่นตามกติกา แต่พวกคุณหาทางลัดซะงั้น



หาข้อผิดไม่ได้ก็อ้างจริยธรรม พอรู้ว่ามีคนสนับสนุนทักษิณมากก็กล่าวหาว่าไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารครบทั่วถึง



คุณเป็นผู้หยั่งรู้หรือยังไง มาหาว่าชาวบ้าน ฉลาดน้อยถูกหลอก อย่างน้อยชาวบ้านก็มีสมองแยกแยะออกว่าอะไร ถูกอะไรผิด



พอรู้ว่ายังไงก็สู้ไม่ได้ก็ชักแม่น้ำหาทางบีบเขาออกไป อย่างไร้เหตุผล และยังเล่นประเด็นซ้ำใช้คำพูดไม่เหมาะสมเข้าว่าอย่างไร้สำนึกคนไทย ไม่มองภาพพจน์ชาติ



สุดท้ายในฐานะคนกลาง อยากฝากถามว่าอะไร คือความหมายของจริยธรรมในความหมายของคุณ
แป๋มคุง 100
ร่วมแบ่งปัน81 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 9 มี.ค. 2549 (17:46)
ครับ รู้สึกว่า ... เราจะเลือกเข้าประเด็น ของความขัดแย้ง



มากกว่า ประเด็น ของมุมมอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น



ถ้าเป็นเช่นนี้ การเข้าถึง ความจริง สภาพจริงต่างๆ คงจะเป็นไปได้ยาก



ผมเห็นใจ พ่อใหญ่แม่ใหญ่ เพราะอย่างน้อย สมัยที่ผมเรียน

ผมเองก็เคยเป็น นศ. อาสาพัฒนา

เคยคลุกคลี ทำกิจกรรม เคยพักอยู่กับชาวบ้าน เป็นครึ่งค่อนเดือน



ผมเองก็เติบโต มาจาก หมู่บ้าน ติดดิน และเป็นคนธรรมดามาก

เคยเป็นเด็กชาวบ้าน ธรรมดาคนหนึ่ง



ประเด็นของ ชาวบ้านถูกใช้เป็นเครื่องมือ อยากให้เราลองกลับไปคิดครับ เปิดทัศนะเราให้กว้าง ... อย่าพึ่ง ไปถือฝัก ถือฝ่าย





เรื่องจริยธรรม ... คงต้องดูที่ตัวเราเองก่อน



ว่า เรารู้จักดีแค่ไหน เคยศึกษาธรรมะ เคยภาวนา เคยฝึกสมาธิ หรือไม่



เคยมองคน ที่การกระทำ ไม่ตำหนิคน แต่ตำหนิการกระทำที่ไม่ถูกต้อง



ไม่มีฝัก มีฝ่าย



แต่ดูที่ความถูกต้อง เหมาะสม



ขอให้วิจารณญาณ ... และปัญญา เกิดขึ้น กับผู้ที่พยายามแสวงหาความจริง



สุดท้าย ... บาป กรรม จะเป็นเครื่องพิสูจน์ อย่างแน่นอนที่สุด



มุมมองผมอาจจะผิดพลาดไปก็ได้

แต่ ... บาปกรรม ย่อมไม่มีผิดพลาดแน่นอน





เรื่อง รัฐธรรมนูณ กติกา ประชาธิปไตย

ไม่ได้มีคุณค่าอะไร ถ้าคนที่พูด หรือใช้คำเหล่านี้

ไม่ได้เป็นคนดี
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 9 มี.ค. 2549 (18:58)
ฝากไว้สั้นๆ



ถ้าเราถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นที่สุด การทำให้ถูกต้องตามกฏหมายเป็นอัน "ยุติ"ธรรม แล้ว ป่านนี้เราอาจจะยังมีนายกชื่อสุจินดา คราประยูร หรือ อิสระพงศ์ หนุนภักดีก็เป็นได้



ระบบประชาธิปไตยอำนาจเป็นของปวงชน ไม่ใช่เป็นของรัฐธรรมนูญ



การล้มล้างการปกครองในคราวพฤษภาทมิฬเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้การเมืองไทยหลุดพ้นจากระบอบทหาร



วันนี้เราเจออุปสรรคใหม่ เราก็ต้องฝ่าไปให้ได้



ว่าแล้วนึกถึง "สถาบันสถาปนา" จังครับ
CrazyHOrse
ร่วมแบ่งปัน567 ครั้ง - ดาว 109 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 10 มี.ค. 2549 (00:32)
สมมติว่า เรามีนายกคนใหม่ ชื่อว่า นายสะอาด



แล้วสักประมาณ 1 เดือน ให้สื่อ ข่าวต่างๆ ทำให้คนทั้งประเทศรู้ว่า ตอนนี้ เรามีนายกชื่อว่า นายสะอาด



ให้ชาวบ้านทุกคน รู้ว่า นายสะอาด คือ นายก



แล้วสุ่มเลือกหมู่บ้าน ของพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ที่ไหนก็ได้



สมมติว่า เป็น ชาวบ้านตำบลเป็นสุข



ทางการแจ้งให้ชาวบ้านทราบว่า นายกสะอาด จะมาเยี่ยม



คำถาม คือ



ชาวบ้านจะออกมาต้อนรับ นายกสะอาด ด้วยความความยินดี ดีใจ หรือไม่ เพียงใด







ต่อมาไม่กี่วัน นายสะอาด เกิดเป็นโรคปัจจุบันทันด่วน ต้องถึงแก่เสียชีวิต



ทำให้เราได้นายกคนใหม่ชื่อว่า นายสีเทา



ไม่กี่วัน ทั้งประเทศก็รู้ว่า นายสีเทา เป็นนายก





ทางการแจ้งให้ชาวบ้านเป็นสุขทราบว่า นายกสีเทา จะมาเยี่ยม



คำถาม คือ



ชาวบ้านจะออกมาต้อนรับ นายกสีเทา ด้วยความความยินดี ดีใจ หรือไม่ เพียงใด







ป้าบุญเต็ม อยู่ตำบลเป็นสุข มาตลอดชีวิตกว่า 50 - 60 ปี

ได้มีโอกาส เห็นนายก มาเยี่ยม ถึงหมู่บ้าน

ป้าบุญเต็ม จะรู้สึก ปลื้มใจแค่ไหน
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 10 มี.ค. 2549 (07:02)
ถ้าคุณเป็นครู ในฐานะครู แม้จะสอนวิชาอื่น แต่เรื่องความเป็นประชาธิประไตย คุณก็ต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นแบบประชาธิปไตยอยู่แล้ว เช่น

มีคนพูดก็ต้องมีคนฟัง จะแย่งกันพูดไม่ได้

มีการยอมรับข้อสรุปผลการทดลองของหลายกลุ่มที่มีเสียงข้างมาก

ผลการทดลองของกลุ่มที่มีเสียงข้างมากอาจจะผิดจากข้อเท็จจริงก็ได้ ซึ่งครูจะต้องหาวิธีการให้ความรู้เพื่อให้ข้อสรุป ตรงกันและถูกต้องตามความเป็นจริง



เอาเป็นว่า คุณต้องสอนประชาธิปไตยในโรงเรียน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม



แต่เหตุการบ้านเมืองตอนนี้ คุณจะนำไปสอนประชาธิปไตยในโรงเรียนได้อย่างไร ในเมื่อของจริงมันไม่เป็นไปตามกคิกา
np (IP:61.91.77.146,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 10 มี.ค. 2549 (07:18)
ไม่มีความเท่าเทียมกันในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาอยู่แล้วครับ



ห้องน้ำต้องแยกกันระหว่างอาจารย์กับ นักเรียน ไม่รู้ทำไมใช้ร่วมกันไม่ได้ อย่าอ้างว่านักเรียนทำสกปรกเลย เพราะถ้าจำนวนห้องต่อผู้ใช้เท่ากันแล้ว ก็ไม่แน่ว่าห้องน้ำอาจารย์จะสะอาด



โต๊ะกินข้าวก็ต้องแยก



ที่จอดรถก็จะต้องแยก ว่าเป็นของ หัวหน้า ผอ. ... นักเรียนก็จะเห็นแต่ความไม่เท่าเทียมกัน คนมีตำแหน่งใหญ่ก็จะได้อภิสิทธิ์



นร. ต้องทำความเคารพรุ่นพี่ สำหรับบางสถานศึกษาถึงกับต้องรับใช้



ยังมีอีกเยอะ



ชีวิตคนไทยเริ่มจากการยอมรับในสิ่งที่ไม่เท่าเทียมกัน คนส่วมมากไม่ค่อยรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมกันอีกเยอะ ผมเองก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ จนได้เห็นบางสถาบันที่ต่างประเทศ เค้าไม่มีเรื่องแบบนี้
เบื่อ (IP:133.48.179.12,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 10 มี.ค. 2549 (07:37)
เด็กที่เรียนในโรงเรียน เมื่อมีชีวิตอยู่กับการถูกบังคับสิ่งที่ไม่มีเหตุผล

เช่น ทำไมต้องตัดผมสั้น ผมสั้นทำให้เรียนดีหรือ ผมสั้นทำให้หล่อ...

มีหลายโรงเรียนปลูกสนามหญ้าและยอมให้หมามาขี้ดีกว่าให้เด็กมาออกกำลังกาย เพราะแค่กลัวหญ้าตาย



และครูเคยแสดงความกล้าที่จะท้าทายในสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่างๆในโรงเรียนหรือไม่ เปล่าเลย



แล้วอย่างนี้จะทำให้เด็กนักเรียนซึมซับความเท่าเทียมกัน ความถูกต้องได้อย่างไรกัน
เบื่อ (IP:133.48.179.12,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 10 มี.ค. 2549 (09:55)
คุณ np คุณเบื่อ



ให้ภาพสะท้อน มุมมอง ทีน่าสนใจมากครับ



ถึงจะดูว่าเป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ



แต่จริงๆ สิ่งเหล่านี้ แผ่ซึม ปกคลุม และห่อหุ้ม



เอาสังคม ของคนที่แตกต่างกัน ในเรื่องต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็น การศึกษา ฐานะทางการเงิน ฐานะทางสังคม

อำนาจ การได้เป็นผู้เล่น ผู้ถือ หรือ เขียนกติกา

การเป็นผู้น้อย การเป็นผู้ที่ได้แต่เพียง เป็นบันไดอำนาจ

หรือ อภิสิทธิ์ ของคนอีกกลุ่มหนึ่ง





ผมผิดหวังพอสมควร "ที่ตรรกศาสตร์" ในการพูด การแสดงความคิดเห็น ถูกใช้เป็นเครื่องมือ



ด้วยการ เล่นคำ ด้วยการ ถือตำแหน่ง หรือฐานะที่ได้เปรียบทางสังคม



ด้วยการเห็นเพียงว่า เป็นการเล่นเกมการเมือง



ด้วยเพียงต้องการ ยึดมั่นในทิฐิ ไม่ยอมรับฟัง

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 11 มี.ค. 2549 (04:44)
ใช่ครับคุณ เบื่อ

ไม่มีความเท่าเทียมกันในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาอยู่แล้วครับ

ในที่มทำงานด้วย ในครอบครัว ก็เช่นกัน ในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ก็ไม่มีความเท่าเทียมกันทั้งนั้น

น้องชาย จะนอนกับพี่สะใภ้เหมือนพี่ชายก้ไม่ได้

ลูกบ้านทุกคน จะรับเงินเดือนเท่ากับผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้

แต่เวลาซื้อตั๋วรถไฟ ก็ต้องเข้าคิวกันทั้งนั้น



ประชาธิปไตย ไม่ได้หมายถึงการเท่าเทียมกัน และไม่ได้หมายถึงการมีสิทธิเสรีภาพที่จะทำอะไรก็ได้



ผมอยากจะนิยามว่า " ประชาธิปไตย คือคุณธรรม ของมนุษย์ "



ไม่ทราบว่าจะเข้าท่าหรือใช้ได้ หรือเปล่า
np (IP:61.91.77.97,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 11 มี.ค. 2549 (09:05)
ผมคิดว่าที่ผมคงจะเขียนความเห็นไม่ดีพอ ทำให้คุณ np ไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมเสนอ ผมไม่ได้เสนอให้มีความเท่ากันทุกอย่างในทุกสถานภาพ ไม่ใช่ว่านักเรียนควรเท่าเทียมกับครูโดยการไปนั่งโต๊ะครู หรือทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้ที่คนอื่นทำได้



ผมเพียงแค่เสนอให้เห็นว่าคนไทยยังอยู่กับความไม่เท่าเทียมกันหรือระบบยศถาบรรดาศักดิ์ และยังยอมรับกับความไม่เท่าเทียมพื้นฐาน การใช้อภิสิทธิ์ต่างๆมันเกิดขึ้นในทุกระดับ และตามความเห็นของผม มันเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศชาติล้าหลัง คนส่วนใหญ่ต้องการสบายมีอภิสิทธิ์ ก็แค่อยางมีตำแหน่งใหญ่โต ไม่ได้ตั้งใจทำงานจริง เหมือนกับที่คนโบราณสั่งสอนให้เรียนสูงๆจะได้เป็นเจ้าคนนายคน มีความเป็นอยู่ดี มิได้ให้เรียนเพื่อทำงานให้เป็นประโยชน์ คุณลองคิดดูถ้า ผอ.ขสมก ต้องขึ้นรถเมล์ไปทำงานทุกวัน คุณว่า ขสมก จะพัฒนาดีขึ้นกว่านี้หรือไม่ หรือไม่เวลาทำงานหัวหน้าคุณไม่เคยเอาเปรียบเลย เวลามีเรื่องที่ต้องใช้แรงงานเยอะๆ หัวหน้าก็มาทำงานด้วยเหมือนลูกน้อง คิดดูซิครับว่าลูกน้องจะเกรงใจและตั้งใจทำงานหรือไม่ อันนี้ผมไม่ได้หมายถึงว่าหัวหน้าต้องทำงานเหมือนกับลูกน้องทุกประการนะครับ หรือในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ไม่มีอภิสิทธิ์ชน อาจารย์ไม่มีที่จอดรถพิเศษ มาสายก็ไม่มีที่จอด ไม่มีห้องน้ำพิเศษถ้ามีคนเยอะก็ต้องรอ ไม่มีโต๊ะกินข้าวพิเศษ นักเรียนก็จะเห็นว่าขนาดคนที่เป็นอาจารย์ แต่ยังอยู่เหมือนนักเรียนหรือคนทั่วไป ผมคิดว่านักเรียนน่าจะซึมซับ และ โตขึ้นคงไม่คิดเอาเปรียบใคร



คนไทยส่วนมาก ยังยอมรับความไม่เท่าเทียมกัน ยอมรับยศถาบรรดาศักดิ์ ยอมรับในระบบอภิสิทธิ์ ประเทศชาติถึงไม่เจริญไงครับ



ที่คุณ np บอกว่าเวลาซื้อตั๋วรถไฟก็ต้องเข้าคิวกันทั้งนั้น แต่ถ้ามีระดับนายอำเภอหรือผู้ว่ามาละครับ รับรองพนักงานให้ลัดคิว และชาวบ้านก็ไม่รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ มันต่างกับระบบน้ำใจของคนไทยนะครับ
เบื่อ (IP:133.48.179.12,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 13 มี.ค. 2549 (08:18)
เฮ้อ ! ไม่เข้าใจ จะเอายังไงดี



เมื่อมีการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช ก็ยอมเสี่ยงตายยึดอำนาจมาจัดการปกครองเสียเอง คิดว่าจะไปได้สวย



จับพลัดจับผลูมาได้ 70 กว่าปี แล้วประชาธิปไตยของไทยยังล้มลุกคลุกคลานอยู่เลย ตั้งตัวไม่ได้สักที รัฐธรรมนูญฉบับแล้วฉบับเล่า ก็ยังไม่ได้ที่สักที



รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมานสูงสุด แต่ก็ถูกฉีก ถูกแก้ และร่งขึ้นมาใหม่ กี่ฉบับแล้วก็ไม่รู้



การใช้กฎหมู่มีมาตลอด



มีกี่สมัยที่รัฐบาลอยู่ครบเทอม



พอมีทีท่าว่าจะมั่นคง ก็มีอันเป็นไป(จนได้)อีกแล้ว



มีการปฏิวัติ รัฐประหารตั้งหลายครั้งหลายคราว



ในที่สุดก็ต้องปกครองแบบเผด็จการมาระยะหนึ่ง



แล้วการต่อสู้เรียกร้องโหยหารัฐธรรมนูญก็เกิดขึ้น จนกระทั่งต้องเสียเลือดเนื้อกันเป็นจำนวนมาก เราต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง



ด้วยเหตุผลและความจำเป็นบางอย่าง ประกอบกับแนวคิด"ประชาธิปไตยแบบไทย","ประชาธิปไตยครึ่งใบ" บางครั้งนายกก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เราก็ต่อสู้เรียกร้องจะเอานายกที่มาจากการเลือกตั้ง



แต่เมื่อได้นายกที่มาจากการเลือกตั้ง เรากลับจะเอานายกพระราชทาน



งงแล้วนะเนี่ยะ



วานผู้ที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง ให้ความกระจ่างด้วยเถิด





ไม่ได้เชียร์ใคร หรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มีความคิดอย่างนี้ ขอร้องอย่าดึงเข้าไปเป็นพวก หรือผลักไสให้เป็นพวกของฝ่ายตรงข้าม
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 13 มี.ค. 2549 (13:48)
ถึงคุณ np นะครับ ลองทำความเข้าใจตามนี้นะครับ



1.ระบอบประชาธิปไตย อำนาจเป็นของปวงชน รัฐธรรมนูญเป็นเหมือนข้อตกลงที่ปวงชนร่างขึ้นมาเพื่อกำหนดวิธีใช้อำนาจร่วมกัน หากรัฐธรรมนูญไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขสถานการณ์ก็ย่อมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้



2.เหตุการณ์พฤษภาทมิฬนั้นเริ่มต้นขึ้นจากการปฏิวัติของรสช.โดยอ้างเหตุการทุจริตในรัฐบาลสมัยนั้น แต่หลังจากรัฐบาลรักษาการจัดให้มีการเลือกตั้ง นักการเมืองกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันตั้งพรรคใหม่ชื่อสามัคคีธรรม เมื่อเลือกตั้งเสร็จสิ้นได้เสียงข้างมากก็เลือกพล.อ.สุจินดา คราประยูรขึ้นเป็นนายก ว่ากันตามนิตินัยถือว่าถูกต้องทุกประการ แต่ว่ากันตามพฤตินัยนี่คือการฟอกตัวผ่านการเลือกตั้งผ่านกลไกรัฐธรรมนูญ หากยอมรับเท่ากับว่าการปฏิวัติโดยทหารสามารถทำได้ง่ายๆฟอกตัวให้ถูกกฏหมายได้ง่ายๆแบบนี้ ปัญหาคือว่าตามกฏหมายไม่มีอะไรผิด ฝ่ายเรียกร้องในขณะนั้นใช้ข้ออ้างว่า "นายกต้องมาจากการเลือกตั้ง" เรื่องนี้ผม(บัณฑิตหมาดๆตอนนั้น)ไม่เคยเห็นด้วยเลย เพราะเห็นว่าเราน่าจะแสดงความเห็นตรงๆได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ข้ออ้างแบบนี้



แต่ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าใช้ข้ออ้างไม่เข้าท่าอย่างไร 14 ปีมานี้เราไม่ต้องเจอการปฏิวัติอีกแล้ว และทหารก็หันเหทิศทางเป็นทหารอาชีพที่มีวินัยมากขึ้น แทรกแซงการเมืองน้อยลงมาก ทั้งหมดนี้ต้องถือเป็นคุณูปการของวีรชนผู้ออกมาเรียนร้องในปี 2535 ทุกท่านครับ(ไม่ได้มีผมอยู่ด้วย)



ครั้งนี้เหตุการณ์มีทั้งความเหมือนและความต่าง ข้ออ้างในการขับไล่ยังไม่เข้าท่าเหมือนเดิม แต่ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของประชาธิปไตยไทย



- การทุจริตเชิงนโยบายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ถึงทุกอย่างจะดูถูกต้องตามนิตินัย(คุ้นๆไหม) แต่การที่ผู้ปกครองประเทศมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมหาศาล(ไม่ใช่มูลค่าหุ้นนะครับ ทรัพย์สิน ลองตรวจสอบดู ถ้าไม่เข้าใจถือเป็นโอกาสอันดีที่คุณจะได้ทำความเข้าใจเรื่องงบการเงินแล้ว) การเพิ่มขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะสามารถเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 5 เท่าในเวลา 5 ปี ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าคุณได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณบุญคลี ปลั่งศิริ CEO ของ Shin ในช่วงหลังเหตุการณ์ลดค่าเงินบาทที่ประเมินถึงสถานการณ์(ไร้อนาคต)ของธุรกิจสื่อสารในประเทศไทยแล้ว คุณจะเข้าใจเลยว่านโยบายโครงการหมู่บ้านฯลฯ มีบทบาทสำคัญอย่างไรกับการเติบโตของเครือ Shin ในช่วง 4-5 ปีมานี้



- ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นการคานอำนาจของฝ่ายบริหาร,นิติบัญญัติและตุลาการ ทุกวันนี้ฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ภายใต้การครอบงำของฝ่ายบริหาร 100% ในขณะที่องค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญถูกครอบงำ(รายละเอียดขอให้ไปหาอ่านเหตุการณ์การคัดเลือกตัวแทนองค์กรอิสระในช่วง 4-5 ปีที่แล้วนะครับ แล้วจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย)



อยากให้ลองค้นคว้าดู เมื่อถึงที่สุดแล้วจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่คุณเถิด
CrazyHOrse
ร่วมแบ่งปัน567 ครั้ง - ดาว 109 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 13 มี.ค. 2549 (17:15)
คุณ CrazyHOrse ให้ความเห็นที่น่าเชื่อถือมาก

ครับ ผมจะลองศึกษาค้นคว้าต่อไป



จากข้อความที่คุณ CrazyHOrse บอกว่า



- ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นการคานอำนาจของฝ่ายบริหาร,นิติบัญญัติและตุลาการ ทุกวันนี้ฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ภายใต้การครอบงำของฝ่ายบริหาร 100%



เท่าที่สังเกตในปัจจุบัน เราเลือกฝ่ายนิติบัญญัติ(ส.ส.)ขึ้นมา

แล้วฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ทำให้เกิดฝ่ายบริหาร(ถ้ามีจำนวน ส.ส.มาก หัวหน้าพรรคก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี)



ดังนั้นฝ่ายบริหารจึงครอบงำฝ่ายนิติบัญญัติ 100 % อย่างที่คุณว่า และผมก็ get ตามที่คุณให้ความเห้น



และดังนั้น เราจะเลือกฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ แยกจากกันไปเลยอย่างที่ผมว่า(ตั้งกระทู้)ได้หรือไม่



อธิบายขยายความว่า ให้ประชาชนทั้งประเทศ เลือกนายกโดยตรง แล้วให้นายกจัดตั้งรัฐบาล(หามาเองหรือจะให้ประชาชนเลือกให้ก็ได้) เพื่อมาบริหารประเทศ



แล้วเราก็เลือก ส.ส.เพื่อให้มาตรวจสอบ ควบคุมการทำงานของรัฐบาลแทนตัวเราอีกที



ได้ไหม...เพราะอะไร...
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 14 มี.ค. 2549 (00:09)
จะเลือกนายกโดยตรงก็ทำได้ มีบางประเทศก็ทำอย่างนี้



ทางนิตินัยอาจแยกอำนาจบริหารออกจากนิติบัญญัติได้เด็ดขาด



แต่ในทางปฏิบัติ หากส.ส.ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง จะเป็นเพราะไม่มีศักดิ์ศรีไม่รู้หน้าที่ หวังพึ่งพาการเงินจากพรรค นายทุนพรรค หรือหัวหน้าพรรค หรือถูกกุมไว้โดยกฏหมายบางมาตราที่ให้อำนาจนายกในการตัดส.ส.นอกแถวออกจากสารบบการเมือง จนเกิดเหตุการณ์ที่ส.ส.ทำตัวเป็นพนักงานรับจ้างยกมือ อย่างนี้แยกให้ตายก็แก้ปัญหาไม่ได้



โดยส่วนตัวผมเห็นว่าแก้รธน.ปลดล็อก 90 วันก็เปล่าประโยชน์ถ้านักการเมืองเป็นพวกไร้ศักดิ์ศรี มีอาชีพแค่รับจ้างยกมือ



มองกลับไปที่ต้นเหตุ คนแบบนี้ได้รับเลือกตั้งเข้ามาก็เป็นเพราะว่าประชาชนของเรายังไม่พร้อม ไม่สามารถเลือกคนดีมีความสามารถมาเป็นผู้แทนของตัวเองได้



ปัญหาประเทศไทยอยู่ที่การศึกษาของประชาชน ถึงผลสำเร็จจะอยู่ในอนาคตหลายปี แต่ถ้าเราไม่เริ่ม มันก็จะไม่มีทางมาถึงครับ



ต้องฝากความหวังไว้ที่ครูอาจารย์ทุกท่าน
CrazyHOrse
ร่วมแบ่งปัน567 ครั้ง - ดาว 109 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 14 มี.ค. 2549 (02:02)
จะฝากความหวังไว้ที่ครูอาจารย์ทุกท่าน

ครูอาจารย์บางท่าน ก็ยังไม่เข้าใจ เรื่องการบ้านการเมืองดีเลยครับ



ถ้าแยกฝ่ายนิติบัญญัติออกจากฝ่ายบริหารโดยเด็ดขาด



ฝ่ายบริหาร ตั้งพรรคการเมืองได้ ฟอร์ม ครม.ไว้ก่อน ให้เดินบิดซ้ายบิดขวาบนเวที เป็นพรรคๆ ให้ประชาชนดูโฉมหน้าและตัดสินใจเลือกเข้ามาบริหารประเทศ



ส่วนฝ่ายนิติบัญญัตินั้นก็ให้เลือกจากคนในท้องถิ่นของตัวเอง ที่เป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถ(ในหน้าที่) ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองใดๆทั้งสิ้น เพื่อทำหน้าที่นิติบัญญัติ และควบคุมการทำงานของรัฐบาล เสนอโครงการต่าง ๆ ให้รัฐบาลดำเนินการ พิจารณายกมือสนับสนุนหรือคัดค้านกฎหมายหรือโครงการต่างๆ....



จะได้หรือไม่



โดยวิธีนี้จะไม่มี สส. ที่สนับสนุนรัฐบาลแบบไม่ลืมหูลืมตา เช่น ในปัจจุบัน เนื่องจากไม่ได้สังกัดพรรค หรืออาจกล่าวว่า ส.ส.ทุกคนเป็นฝ่ายค้านหมด ก็ได้



ปัญหา



ถ้ารัฐบาลจะออกกฎหมาย หรือมีโครงการพัฒนาประเทศสักอย่าง ถ้า สส.ไม่เห็นด้วย จะทำอย่างไร



ก็ต้องไว้ใจกัน เชื่อมือกัน ครับ ถ้าค้านตะบี้ตะบัน ไม่มีมีเหตุผล ก็ต้องให้ประชาชนในเขตนั้นเข้าชื่อถอดถอน



และถ้าประชาชนเห็นว่า สส.บางจังหวัดดึงงบประมาณของประเทศไปพัฒนาจังหวัดของตนมากเกินไปหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็สามารถให้ประชาชนเข้าชื่อเสนอถอดถอนได้ แต่ต้องมีจำนวนมากกว่า กรณีแรก



ถ้า รัฐมนตรีคนหนึ่งมีโครงการจะสร้างมอเตอร์เวย์ สัก 5 สาย และถ้าโครงการเสร็จก็จะมีค่าคอมมิสชัน และค่าอื่นๆอีก เป็นกอบเป็นกำพอที่จะมีชีวิตอยู่อย่างหรูหราอีกหลายชาติแม้จะหมดอำนาจไปแล้ว และลงทุนซื้อ ส.ส.สักเกินครึ่งของจำนวน สส.ทั้งหมด.....อย่างนี้ก็อันตราย

แต่ก็มีวิธีแก้ คือพึ่งศาลปกครอง และจะไม่มี สส.ที่มีคุณธรรมบ้างเลยหรือ



ที่คุณ CrazyHOrse บอกว่า ...ประชาชนของเรายังไม่พร้อม ไม่สามารถเลือกคนดีมีความสามารถมาเป็นผู้แทนของตัวเองได้...นั้น



เราจะทำยังไงดีล่ะ จะรอไปอีก 8 ปี ตามแนวคิดของรัฐบาลหอย หรือว่า ทำไป เรียนรู้ไป ลองผิดลองถูกแล้วก็แก้ไขกันไป
np (IP:61.91.77.221,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 14 มี.ค. 2549 (09:33)
1.เรื่องส.ส.ห้ามสังกัดพรรคการเมืองมันจะกลายเป็นเรื่องโอละพ่อแบบเดียวกับส.ว.ห้ามสังกัดพรรคการเมืองน่ะสิครับ แต่ผมเห็นด้วยนะครับว่าส.ส.ต้องเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ตัวเองให้ได้ และมีต้องมีส่วนร่วมสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ให้ประชาชนในพื้นที่ของตัวเอง



2.เรื่องประชาชนไม่พร้อม ก็ต้องค่อยๆทำให้พร้อม ระหว่างนี้ก็ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องมีสำนึกอยู่เสมอว่าประชาชนยังไม่พร้อม และฝ่ายการเมืองต้องมีจริยธรรมมากพอที่จะไม่ฉวยโอกาสจากความไม่พร้อมของประชาชนเอามาใช้เป็นฐานอำนาจของตัวเอง(แถมตะโกนปาวๆอีกต่างหากว่า "อย่าดูถูกประชาชน")



ประชาธิปไตย อำนาจเป็นของประชาชน คุณภาพของประชาธิปไตย จึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชนครับ
CrazyHOrse
ร่วมแบ่งปัน567 ครั้ง - ดาว 109 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 14 มี.ค. 2549 (11:40)
จริงๆแล้ว หนูพึ่งจะได้บัตรประชาชนมาไม่นานนี้เอง ยังไม่มีสิทธิอะไรทางกฏหมาย เมื่อ 3 เดือนก่อน หนูหลับหูหลับตาไม่สนใจการเมืองเลย แต่พอมีข่าว ก็เริ่มสนใจการเมืองขึ้นมาทันที



เนื่องจากพ่อเป็นคนติดตามข่าว แบบวงใน ทำให้รู้อไรเยอะ
แป๋มคุง 100
ร่วมแบ่งปัน81 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 14 มี.ค. 2549 (11:58)
คำตอบของคุณ CrazyHOrse ผม get หมด ยกเว้น ข้อความ

....เรื่องส.ส.ห้ามสังกัดพรรคการเมืองมันจะกลายเป็นเรื่องโอละพ่อแบบเดียวกับส.ว.ห้ามสังกัดพรรคการเมืองน่ะสิครับ ....



สงสัยว่า ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญให้ สส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองแล้ว มันจะโอละพ่อยังไงครับ



คือว่า พรรคการเมืองนั้น เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร พรรคที่ชนะการเลือกตั้ง จะได้เข้ามาบริหารประเทศเพียงพรรคเดียว พรรคอื่นหลังเลือกตั้ง ก็สลายตัวหมด(หรือจะไม่สลายก็ได้ แต่ไม่มีบทบาททางการเมือง) พอจะถึงคราวเลือกตั้งใหม่ก็ฟอร์มกันมาใหม่ เสนอตัวให้ประชาชนเลือกอีกที (ตามความคิดโง่ๆของผม)



การพิจารณากฏหมาย โครงการ งบประมาณต่างๆของรัฐบาลนั้น สส.มีอิสระเต็มที่ในการยกมือคัดค้านหรือสนับสนุนรัฐบาล



ถ้าเห็นว่าจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติก็สนับสนุน ถ้าเห็นว่าจะเป็นผลเสียแก่ประเทศชาติ ก็คัดค้าน

ถ้ารัฐแพ้โหวด ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องลาออกทั้งพรรค(ยกเว้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ)



ปัญหา ก็คือความมั่นคงของรัฐบาลจะไม่มี ก็แก้โดยให้อภิปรายไม่ไว้วางใจได้เมื่อบริหารงานได้ครบ 2 ปี หรือประชาชนเหลืออดเหลือทนและเรียกร้อง



ข้อดีก็คือ การขับไล่รัฐบาลนั้นจะได้ผล ดีกว่าการที่ ส.ส. สังกัดพรรค ซึ่งถ้ารัฐบาลเลวแค่ไหน อภิปรายดุเด็ด เผ็ดมัน และนานเท่าไร ก็ไม่มีทางขับไล่ได้เพราะมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว(งงเหมือนกันว่าตั้งเกณฑ์แบบนี้มาได้ยังไง)



ผมอาจจะคิดแบบโง่ ๆ เพราะไม่เข้าใจลึกซึ้งในเรื่องการเมือง อาจจะมีหลายคนที่โง่เหมือนผม



ดังนั้น ถ้ามีการชี้แจง อธิบายให้เข้าใจ ก็จะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยแก่คนไทยอย่างน้อย 1 คน และอาจจะเผยแพร่ไปสู่คนอีกเป็นจำนวนมากก็ได้



และในทางตรงข้าม ถ้าผมไม่เข้าใจ ผมอาจจะเผยแพร่แนวความคิดที่ผิดๆ ไปก็ได้
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 15 มี.ค. 2549 (18:42)
ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน ห้าม ส.ส.สังกัดพรรคการเมือง กับ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง นั้นต่างกัน เพราะอันหลังแปลว่าอาจสังกัดหรือไม่ก็ได้นะครับ



ถ้าเป็นอย่างหลังผมไม่ติดใจอะไรครับ



แต่ที่ผมพูดถึงเป็นปัญหาของอย่างแรก ดังนั้น



1.เราอาจห้ามบุคคลสังกัดพรรคการเมืองได้ แต่เราจะห้ามความคิดของคนได้หรือไม่? หรือกลายเป็นว่าบางคนทางนิตินัยไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองแต่ทางพฤตินัยสนับสนุนบางพรรค 100% เหลือแต่คนที่มีจริยธรรมก็พยายามทำตามกฏเกณฑ์ พยายามไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ระบบแบบนี้เท่ากับสร้างข้อจำกัดให้คนที่มีจริยธรรมสูงแต่สร้างความได้เปรียบให้กลุ่มที่ไร้จริยธรรมหรือไม่? ต้องลองคิดดู



2.รัฐธรรมนูญฉบับนี้สนับสนุนระบบพรรคการเมืองอย่างชัดเจน (เห็นได้จากส.ส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์) ที่เป็นอย่างนี้ก็มีเหตุผลอยู่ เพราะพรรคการเมืองสามารถทำให้มีความต่อเนื่องทางนโยบายได้(หากได้รับการเลือกตั้งเข้ามาอีก) แต่รัฐธรรมนูญเองก็ให้เอกสิทธิ์ในการตัดสินใจกับส.ส.ด้วยในระดับหนึ่ง(ถึงส.ส.บางคนโดนไล่ออกจากพรรคเพราะโหวตสวนมติพรรคก็ยังไม่เสียสถานภาพส.ส. โดยสามารถหาพรรคใหม่สังกัดได้ - คนละเรื่องกับการลาออกจากพรรคระหว่างดำรงตำแหน่งซึ่งจะเสียสถานภาพทันทีนะครับ) ทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นเพราะว่ารัฐบาลจำเป็นต้องใช้การออกกฎหมายเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน หากไม่มีส.ส.ที่มีความคิดเห็นในแนวทางเดียวกันมากพอจะทำให้เกิดความขลุกขลักในการบริหาร ซึ่งถ้ามีปัญหามากนายกฯจะต้องยุบสภาเพื่อเลือกตั้งส.ส.กันใหม่ แต่ในเรื่องการควบคุมการทุจริต เมื่อได้รับฟังข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ส.ส.สามารถใช้สิทธิ์ไม่ไว้วางใจฝ่ายบริหารได้ โดยหลักการแล้วฝ่ายบริหารจะต้องลาออกหรือปรับเปลี่ยนครม.(จะทั้งชุด หรือ บางส่วนก็ได้) อันนี้บางยุคบางสมัยรัฐบาลจะแก้ปัญหาโดยการยุบสภา(ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าผิดหลักการ เพราะสภาไม่ได้ผิด แต่ความผิดอยู่ที่ฝ่ายบริหาร)



3.เรื่องที่น่าคิดของรธน.ฉบับนี้คือ เรามีองค์การอิสระจำนวนมาก และที่สำคัญคือการเมืองภาคประชาชนจะต้องอาศัยช่องทางผ่านองค์กรอิสระเหล่านี้ แต่กรรมการองค์การอิสระกลับถูกคัดเลือกจากคณะกรรมการซึ่งมีคนจากภาคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย(ไม่นับที่ว่ามีการฉีกจารีตในการคัดเลือกคณะกรรมการจากพรรคการเมืองที่ส.ส.ร.คาดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้น แถมคณะกรรมการบางฝ่ายสาวไปก็จะพบว่ามาจากตำแหน่งที่แต่งตั้งจากภาคการเมืองได้ในทางอ้อมเพราะมาจากส่วนราชการ) ที่น่าคิดคือ องค์การอิสระ ไม่ได้เป็นฝ่ายอะไรเลยใน 3 อำนาจหลักของประชาธิปไตย(บริหาร,นิติบัญญัติและตุลาการ) ถึงแม่ว่าดูแล้วฝ่ายตุลาการจะถูกแทรกแซงได้ยากกว่าใคร แต่ถ้าตำรวจไม่ทำสำนวนหรืออัยการสั่งไม่ฟ้อง การพิจารณาคดีก็ไม่มีทางเกิดขึ้น นั่นคือฝ่ายบริหารอาจแทรกแซงฝ่ายตุลาการได้ส่วนหนึ่งด้วย



รัฐธรรมนูญของเรายังมี upside อีกเยอะครับ
CrazyHOrse
ร่วมแบ่งปัน567 ครั้ง - ดาว 109 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 22 มี.ค. 2549 (22:44)
ต้องขออภัยทุกๆท่านด้วยนะครับ เนื่องจากสถานะการณ์บ้านเมืองกำลังสับสน ทางเว็บวิชาการมีหลักการที่จะไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองไม่ว่าสถานะการณ์ใดๆก็ตาม ช่วงนี้ความขัดแย้งทางสังคมมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทางทีมงานจึงต้องขอสวงนสิทธิ์ งดรับความคิดเห็นทางการเมืองทั้งหมดเป็นการชั่วคราว



ต้องขออภัยสมาชิกทุกๆท่านด้วย และ หวังว่าทุกท่านคงเข้าใจ



ทีมงานวิชาการดอทคอม
จ้อ
ร่วมแบ่งปัน1444 ครั้ง - ดาว 268 ดวง

จำไว้ตลอด

กระทู้นี้ ปิด รับความเห็นค่ะ