ภาวะโลกร้อน (ประเทศไทย)

โพสต์เมื่อ: 14:30 วันที่ 2 มี.ค. 2550         ชมแล้ว: 512,448 ตอบแล้ว: 873
วิชาการ >> กระทู้ >> พักผ่อนหย่อนใจ
ภาวะโลกร้อน : ผลกระทบต่อประเทศไทย


ระดับน้ำทะเลขึ้นสูง

นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลอาจสูงขึ้นอีกถึง 90 เซนติเมตรในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบทั้งทางด้านกายภาพและชีวภาพต่างๆหลายประการ

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยประเมินไว้ว่า มีสิ่งชี้ชัดในเรื่องความเป็นไปได้ของภาวการณ์ขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และอุทกภัยที่ถี่ขึ้นและรุนแรงยิ่งขึ้นในพื้นที่ราบลุ่ม โดยเฉพาะในบริเวณชายฝั่งของกรุงเทพฯที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง และอยู่เหนือระดับน้ำทะเลเพียง 1 เมตร โดย ระดับการรุกของน้ำเค็มจะเข้ามาในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาถึง 40 กิโลเมตร ส่งผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อความสมดุลของน้ำจืดและน้ำเค็มในพื้นที่ นอกจากนี้ กรุงเทพฯยังมีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำล้นตลิ่งและอุทกภัย ที่จะก่อความเสียหายกับระบบสาธารณูปโภค ที่อยู่อาศัยของคนจำนวนมาก รวมถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่จะตามมา

ส่วนพื้นที่ชายฝั่งจะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน โดยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อพื้นที่ชายฝั่งแตกต่างกันไปเป็นกรณี เนื่องจากประเทศไทยมีพื้นที่ชายฝั่งหลายแบบ เช่น พื้นที่ชายฝั่งที่เป็นหน้าผา อาจจะมีการยุบตัวเกิดขึ้นกับหินที่ไม่แข็งตัวพอ แต่กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ส่วนชายหาดจากเพชรบุรีถึงสงขลาซึ่งมีลักษณะชายฝั่งที่แคบจะหายไป และชายหาดจะถูกร่นเข้ามาถึงพื้นที่ราบริมทะเล

ส่วนพื้นที่ป่าชายเลนจะมีความหนาของพรรณไม้ลดลง เนื่องจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะทำให้พืชตาย แอ่งน้ำเค็มลดลงและถูกแทนที่ด้วยหาดเลน ในขณะที่ปากแม่น้ำจะจมลงใต้น้ำทำให้เกิดการชะล้าง พังทลายของพื้นที่ลุ่มน้ำ โดย ทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นแหล่งน้ำชายฝั่งจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นและอาจมีน้ำเค็มรุกเข้ามามากขึ้น

ตัวอย่างอื่นๆของพื้นที่ที่จะได้รับความเสียหาย คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี หากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอีก 1 เมตร พื้นที่ร้อยละ 34 ของจังหวัดจะถูกกัดกร่อนและพังทลาย ก่อให้เกิดความเสียหายกับพื้นที่การเกษตรและนากุ้งในบริเวณดังกล่าวด้วย

ผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น จะทำให้การระเหยของน้ำทะเล มหาสมุทร แม่น้ำ ลำธาร และทะเลสาบเพิ่มมากขึ้น ยิ่งจะทำให้ฝนตกมากขึ้น และกระจุกตัวอยู่ในบางบริเวณ ทำให้เกิดอุทกภัย ส่วนบริเวณอื่นๆก็จะเกิดปัญหาแห้งแล้ง เนื่องจากฝนตกน้อยลง กล่าวคือ พื้นที่ภาคใต้จะมีฝนตกชุก และเกิดอุทกภัยบ่อยครั้งขึ้น ในขณะที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องเผชิญกับภัยแล้งมากขึ้น

รูปแบบของฝนและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้วัฏจักรของน้ำเปลี่ยนแปลง ลักษณะการไหลของระบบน้ำผิวดิน และระดับน้ำใต้ดินก็จะได้รับผลกระทบด้วย ทั้งพืชและสัตว์จึงต้องปรับปรุงตัวเองเข้าสู่ระบบนิเวศที่เปลี่ยนไป ลักษณะความหลากหลายทางชีวภาพก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

ระบบนิเวศทางทะเล ก็เป็นอีกระบบนิเวศหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน เนื่องจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และอุณหภูมิผิวน้ำที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้พืชและสัตว์ทะเลบางชนิดสูญพันธุ์ รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกสีทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน

ผลกระทบต่อการเกษตรและแหล่งน้ำ

การศึกษาของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ระบุว่า ในประเทศไทยมีแนวโน้มว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ปริมาณน้ำลดลง (ประมาณ 5 - 10 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งจะมีผลต่อผลผลิตด้านการเกษตร โดยเฉพาะข้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ และต้องอาศัยปริมาณน้ำฝนและแสงแดดที่แน่นอน รวมถึงความชื้นของดินและอุณหภูมิเฉลี่ยที่พอเหมาะด้วย

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อภาคการเกษตรจะไม่รุนแรงมาก เพราะพื้นที่ชลประทานจะได้รับการป้องกัน แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอาจจะรุนแรงในบริเวณที่ขาดน้ำอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ผลกระทบยังอาจเกิดขึ้นกับการทำประมง เนื่องจาก แหล่งน้ำที่เคยอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี อาจแห้งขอดลงในบางฤดูกาล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ ซึ่งจะทำให้จำนวนและความหลากหลายของชนิดของสัตว์น้ำลดจำนวนลงอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ความหลากหลายทางชีวภาพ และความอุดมสมบูรณ์ในแหล่งน้ำแถบลุ่มแม่น้ำโขงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะลดลงอย่างต่อเนื่อง หากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงดำเนินต่อไป

เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง

จากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง อากาศที่ร้อนขึ้น และความชื้นที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้ภัยธรรมชาติต่างๆเกิดบ่อยครั้งและรุนแรง จะทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองบ่อยครั้งขึ้นและไม่เป็นไปตามฤดูกาล โดยภาคใต้ของประเทศซึ่งเคยมีพายุไต้ฝุ่นพัดผ่านจะเกิดพายุมากขึ้น และความรุนแรงของพายุไต้ฝุ่นก็จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงอัตราเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของแนวโน้มอุทกภัยแบบฉับพลันด้วยเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไร้ที่อยู่อาศัย และก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบนิเวศ

ภัยธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งที่คาดการณ์ว่าจะรุนแรงขึ้น ได้แก่ ภาวะภัยแล้ง เช่น ในช่วงกลางปี พ.ศ 2533 ประเทศไทยต้องประสบกับความแห้งแล้งรุนแรงจากปรากฏการณ์ เอล นินโญ่ ที่เชื่อกันว่าอาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อผลผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ไฟป่าอาจจะเกิดบ่อยครั้งขึ้นสืบเนื่องมาจากภาวะภัยแล้ง

ผลกระทบด้านสุขภาพ

อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นและเหตุการณ์ตามธรรมชาติที่รุนแรงและเกิดบ่อยครั้งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและอนามัยของคนไทย โรคระบาดที่สัมพันธ์กับการบริโภคอาหารและน้ำดื่ม มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงมากขึ้น โดยภัยธรรมชาติ เช่น ภาวะน้ำท่วมทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคในแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็น โรคบิด ท้องร่วง และอหิวาตกโรค เป็นต้น

โรคติดต่อในเขตร้อนก็มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น และจะคร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ ไข้มาลาเรีย ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ เนื่องจากการขยายพันธุ์ของยุงจะมากขึ้นในสภาวะแวดล้อมที่ร้อนขึ้นและฤดูกาลที่ไม่แน่นอน

แนวโน้มของผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงจากภัยธรรมชาติ อาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนอาหาร และความอดอยาก ทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร และภูมิต้านทานร่างกายต่ำ โดยเฉพาะในเด็กและคนชรา

ผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ

ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นไม่เพียงแต่ส่งกระทบที่รุนแรงต่อประเทศไทยในทางกายภาพเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศชาติเช่นเดียวกัน กล่าวคือ การยุบตัวของพื้นที่ชายฝั่ง ภูมิอากาศแปรปรวน โรคระบาดรุนแรง และผลกระทบอื่นๆ ส่งผลให้มีประชากรบาดเจ็บล้มตาย ทิ้งที่ทำกิน และไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ประชาชนยังจะได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มที่ถูกสุขลักษณะระหว่างภาวะน้ำท่วม และความเสียหายที่เกิดกับระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งโดยมาก ผู้ที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจะเป็นประชาชนที่มีความยากจน และไม่มีทุนทรัพย์พอที่จะป้องกันผลกระทบของภาวะโลกร้อนได้ ยกตัวอย่างเช่น การป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มในพื้นที่ทำกิน อาจทำได้โดยการสร้างเขื่อน และประตูน้ำป้องกันน้ำเค็ม แต่วิธีการนี้ต้องลงทุนสูง ดังนั้นเมื่อราคาของการป้องกันสูงเกินกว่าที่ชาวนาจะสามารถรับได้ การทิ้งพื้นที่ทำกินในบริเวณที่ให้ผลผลิตต่ำจึงเป็นทางออกที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสูญเสียพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญตามแนวชายฝั่งที่ยุบตัว ภัยธรรมชาติ และความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์ธรรมชาติที่รุนแรง ล้วนส่งผลให้ผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าออกหลักของประเทศมีปริมาณลดลง พื้นที่ที่คุ้มค่าแก่การป้องกันในเชิงเศรษฐกิจ และพื้นที่ที่มีการพัฒนาสูง อาจได้รับการป้องกันล่วงหน้า เช่น นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จำต้องมีโครงสร้างป้องกันกระแสคลื่น ซึ่งจะรุนแรงขึ้นเมื่อน้ำทะเลสูงขึ้น หรือการสร้างกำแพงกั้นน้ำทะเลหรือเขื่อน เพื่อป้องกันการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษตร และการทำนาเกลือ เป็นต้น

การป้องกันดังกล่าวนั้นจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล ดังนั้น ในพื้นที่ที่ไม่คุ้มค่าที่จะป้องกันในเชิงเศรษฐกิจจะถูกละทิ้งไป ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เกิดปัญหาเศรษฐกิจและสังคมมากที่สุด เช่น การช่วยเหลือชาวนา ซึ่งจำเป็นที่จะต้องย้ายไปอยู่ที่ที่สูงขึ้นเนื่องจากน้ำทะเลรุก เป็นต้น

ทางออกของปัญหาภาวะโลกร้อน

หากมองย้อนกลับไปที่ต้นเหตุของปัญหา เราจะพบว่าสาเหตุของภาวะโลกร้อนนั้นคือการที่มนุษย์เผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เพื่อผลิตพลังงาน และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวสำคัญที่สุดออกสู่ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้นการแก้ปัญหาก็คือ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังจะเห็นได้จากความพยายามในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกในระดับนานาชาติที่ระบุใน พิธีสารเกี่ยวโต (Kyoto Protocol) พิธีสารเกี่ยวโตเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศ กำหนดให้มีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเรียกร้องให้ประเทศที่พัฒนาแล้วลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ได้ 5.2 เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าระดับการปล่อยก๊าซดังกล่าวของปี .พ.ศ .2533 ภายใน พ.ศ. 2555

แม้ว่าพิธีสารเกี่ยวโตไม่ได้กำหนดให้ประเทศกำลังพัฒนา อย่างเช่นประเทศไทยจะต้องมีพันธะสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราควรจะคำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากประเทศไทยเองก็มีความเสี่ยงต่อผลกระทบที่รุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกดังที่กล่าวไว้


ต้นโด
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

จำนวน 741 ความเห็น, หน้าที่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| -7- 8|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 613 16 พ.ย. 2550 (18:04)
ช่วยหยุดภาวะโลกร้อนด้วยมือของเรากันเถอะค่ะ
น้องฟาง กระบี่ (IP:203.113.71.135)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 614 16 พ.ย. 2550 (19:03)
โอ้ย! ร้อน...น...น...น...น...น...น...น จังเลย
Pikaju_namg@namg.com (IP:122.154.3.252)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 615 16 พ.ย. 2550 (19:07)
มาช่วยกันปลูกต้นไม้ลดภาวะโลกร้อนกันเถอะ
ชินซ์ (IP:122.154.3.252)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 616 17 พ.ย. 2550 (11:24)
ช่วยกันปลูกต้นไม้กันเถอะ
เพี้ยซ เกด (IP:125.24.137.236)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 618 18 พ.ย. 2550 (15:33)
ช่วยกันหยุดโลกร้อนเถอะเราจะไม่มีโลกอยู่กันแล้วนะ
มิ้นท์ (IP:203.113.80.140)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 619 18 พ.ย. 2550 (19:45)
ช่วยกันหยุดโลกร้อนเถอะเราจะไม่มีโลกอยู่กันแล้ว พระเจ้ากำลังจะมา!
13 (IP:124.121.215.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 620 19 พ.ย. 2550 (14:12)
พระเจ้ากำลังลดน้ำอยู๋ มันอยู่ที่บน...............แงแงแงแงแงแงแงแงแ
Retrso Spdct (IP:117.47.140.99)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 621 19 พ.ย. 2550 (18:00)
โลกร้อนน่าเบื่อ
pat1311@hotmail.com (IP:124.121.156.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 622 19 พ.ย. 2550 (18:02)
พัดน่ารักกว่าโลกร้อนค่ะ

จาก พัด
pat1311@hotmail.com (IP:124.121.156.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 624 20 พ.ย. 2550 (09:47)
55555555555555555+ ไม่เหงรุเรื่อง เซง
ม่ายบอก (IP:124.120.238.139)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 625 20 พ.ย. 2550 (10:14)
เราจะช่วยโลกเอง........เนส กับ มาร์ค
nkes ard mark (IP:125.25.194.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 626 20 พ.ย. 2550 (10:20)
บอสกับเเบงค์จะทําภาวะโลกลดมากขึ้น

พงศ์เทพ วชรพงศ์
บอส เเบงค์ (IP:125.25.194.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 632 20 พ.ย. 2550 (18:50)
ตอนนี้หนูได้ลดสภาวะโลกร้อนไปได้บ้างแล้ว

1.ใช้หลอดไฟ LED ประหยัดพลังงานได้40%

2.แยกขยะ นำของเก่ามาใช้ใหม่ได้

3.ปลูกต้นไม้

ทุกๆคนก็ทำได้นะคะ
แตงโม (IP:124.121.193.44)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 633 20 พ.ย. 2550 (18:53)
อยากให้ทุกคนปลูกต้นไม้ค่ะบ้านหนูปลูกเต็มสวนเลยแต่ส่วนใหญ่จะเป็นสมุนไพร
แตงโม (IP:124.121.193.44)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 634 21 พ.ย. 2550 (12:22)
อยากให้ทุกคน ปลูกต้นไม้
ซี (IP:117.47.204.216)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 635 21 พ.ย. 2550 (12:26)
[tex]หนูไม่อยากให้ทุกคนต้องร้อน[/tex]
ซีสาร (IP:117.47.204.216)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 636 21 พ.ย. 2550 (12:31)
[tex]อยากให้ทุกคนปลูกต้นไม้[/tex]
บังอุบ คลองปิ้ง (IP:117.47.204.216)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 638 21 พ.ย. 2550 (14:04)
อยากให้ทุกคน ปลูกต้นไม้มากเลยคะ
คึรึรึรคึตครคึรคึรีร (IP:58.10.12.191)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 639 21 พ.ย. 2550 (19:05)
อยากให้โลกเย็นควรประหยัดไฟ ปลูกต้นไม้แล้วกัน
ราง (IP:203.113.50.15)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 644 22 พ.ย. 2550 (11:59)
ถ้าไม่อยากให้โลกร้อนก็อย่าทำลายทรัพยากรธรรมชาติสิคะ
kihrwjhdbvdshhdfh@bghxfbvb.com (IP:125.24.148.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 645 22 พ.ย. 2550 (12:01)
อย่าทำลายธรรมชาติช่วยกันรักษาธรรมชาติง่ายกว่าทำลายเยอะเลยคะ
คนที่รักเธอเสมอแม้ว่าเธอไม่รัก (IP:125.24.148.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 646 22 พ.ย. 2550 (12:07)
ช่วยกันลดโลกร้อนเถอะคะเพื่อประเทศของเราและโลกของเราคะโลกของเราจะได้เย็นขึ้นทำให้สบายทั้กาย จิตใจ ความคิด สังคม และคนที่รักเรา แค่นี้โลกก็น่าอยู่ยิ่งขึ้นเรื่อยๆไปคะ
คนที่รัก...................(สิ่งแวดล้อม) (IP:125.24.148.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 647 22 พ.ย. 2550 (12:22)
เราช่วยกันลดโลกร้อนนะครับ
กอล์ฟ (IP:125.24.148.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 649 22 พ.ย. 2550 (12:23)
ไม่ตัดไม้ทำลายป่านะครับ
กอล์ฟ (IP:125.24.148.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 650 22 พ.ย. 2550 (13:15)
ไม่หยากให้โลกร้อนเลยคับ
.......จุบจุบนะ (IP:125.24.148.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 659 23 พ.ย. 2550 (14:52)
ดี
tklrpokygjg (IP:203.172.218.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 661 25 พ.ย. 2550 (08:20)
โลกร้อนใช้กันหยุดโลกร้อน
ด.ช สุทัศน์ สุวรรณเหม (IP:125.24.182.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 662 25 พ.ย. 2550 (09:30)
เราจะช่วยรักธรรมชาติกัน
เดี่ยว..... (IP:124.157.177.22)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 663 25 พ.ย. 2550 (12:22)
อย่าสร้างโรงงานเลยนะคะ
แก้ว (IP:125.27.120.175)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 664 26 พ.ย. 2550 (10:02)
อยากให้ข้อความมีมากกว่านี้
wipawanee@hotmail.com (IP:222.123.161.38)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 666 26 พ.ย. 2550 (13:49)
ขอให้ทุกคนร่วมกันปลูกต้นไม้
ผู้ที่หวังดี (IP:125.26.242.43)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 668 27 พ.ย. 2550 (09:05)
โลกร้อนไม่มีจริงหรอกไอบ้า
เท็น (IP:58.10.152.67)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 669 27 พ.ย. 2550 (12:19)
โลกร้อนทำให้โลกจะแตก
เพชรใส (IP:125.27.18.21)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 670 27 พ.ย. 2550 (13:37)
ข้อให้ทุกคนช่วยกันแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนด้วยนะค่ะ จากความหวังดีของ ดัชชี่2/5 ส.อ.ค่ะ
ดัชชี่2/5 ส.อ.ค่ะ (IP:61.19.22.229)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 671 27 พ.ย. 2550 (18:21)
ขอให้ปวงชนชาวไทยทุกคนช่วยกันลดปัณหาภาวะโลกร้อนนะครับ
อิ้งจ้า (IP:117.47.198.237)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 672 27 พ.ย. 2550 (21:26)
ใครว่าโลกร้อนไม่มีจริง

ยืดอกพกถุง.......................ผ้า
เด็กทับมา (IP:125.27.74.158)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 676 28 พ.ย. 2550 (14:23)
อยากให้ประชากรในประเทศไทยทุกคน(ช่วยกันปลูกต้นให้เยอะๆ)เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน
แอนand แซม (IP:203.150.138.116)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 677 29 พ.ย. 2550 (09:20)
ไม่อยากให้โลกร้อนไปมากกว่านี้อยากให้ทุกคนช่วยกันรักษาโลกใบนี้ไว้ให้อยู่กับเราไปนานๆนะค่ะ
จากผู้ที่รักโลก (IP:222.123.95.127)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 678 29 พ.ย. 2550 (11:13)
ดีงับเหงด้วย













































ไม่อยากให้โลกร้อนเลยงับ
jam10110@hotmail.com (IP:125.25.184.245)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 680 29 พ.ย. 2550 (14:54)
อย่างไรก็ได้ไม่ใช่เรื่องของผม
leeplay_golf@hotmail.com (IP:125.24.131.181)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 682 30 พ.ย. 2550 (10:53)
ช่วยกันประหยัดพลังงานนะค่ะ
PAM (IP:58.136.76.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 683 30 พ.ย. 2550 (11:01)
ช่วยกันประหยัดพลังงานนะค่ะ เพื่อประเทศชาติของเรา
PAM (IP:58.136.76.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 684 30 พ.ย. 2550 (12:18)
ไม่ควรทิ่งขยะนะครับ
bus (IP:125.25.103.203)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 685 1 ธ.ค. 2550 (17:49)
ผมจะไม่ตัดต้นไม้ครับผม เเละ ช่วยกันประหยัดพลังงานนะค่ะ

เเละ ไม่ควรทิ่งขยะนะครับ
ตี๋เล็ก (IP:124.121.135.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 686 1 ธ.ค. 2550 (18:13)
ไม่หยากให้โลกร้อนเลยคับ

ช่วยกันประหยัดพลังงานนะค่ะ
เด็กเทพ...1 (IP:124.121.135.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 687 1 ธ.ค. 2550 (18:17)
ช่วยกันประหยัดพลังงานนะค่ะ

ไม่หยากให้โลกร้อนเลยคับ
เด็กเทพ...2 (IP:124.121.135.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 688 1 ธ.ค. 2550 (18:22)

.2 (IP:124.121.135.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 689 2 ธ.ค. 2550 (19:18)
leeplay_golf@hotmail.com บ้าหรือปล่าวคุณ

ภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องของคุณหรอกเหรอ

แล้วมันเป็นเรื่องของสุนัขที่ไหนล่ะ?

v i s i o n นะมีไหม สมองส่วนไหนคิดว่าภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องของคุณ

หากมีคนอย่างคุณสัก 100 คน ประเทศนี้เมืองนี้คงล้มจม....

ภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับทุกคน

หากเรายังไม่ลด ลด เลิก พฤติกรรมที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน

อีกไม่นาน พวกเราชาวโกทุกคนคงต้องย้ายไปอยู่ดาวอังคารกันแน่ๆ







ใช้สมองให้มากๆหน่อยนะ ก่อนที่จะโพสต์อะไรมา
คนรักโลก (IP:203.113.77.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 690 2 ธ.ค. 2550 (21:13)
หยุดการใช้ถุงพลาสติกหันมาใช้ถุงผ้าครับ
MissionBanana
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 692 3 ธ.ค. 2550 (13:09)
ขอให้คนไทยทุกคนช่วยกันลดภาวะโลกร้อน

และหันมาปลูกป่าเพื่อในหลวงกันเถอะค่ะ
เรารักธรรมชาติ (IP:125.25.219.112)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 694 3 ธ.ค. 2550 (13:50)
โลกร้อนมีอยู่จริง
รักนะ รักธรรมชาติ (IP:125.27.106.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 695 3 ธ.ค. 2550 (13:51)
ทำไม่ถึงเกิดโลกร้อน
รักนะ (IP:125.27.106.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 696 3 ธ.ค. 2550 (14:43)
เราชวยกันนะครับ
เรารักในหลวง กิตติธัช ธุริวรรณ (IP:125.27.106.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 697 3 ธ.ค. 2550 (15:40)
ช่วยกันหยุดโลกร้อนนะครับ
GOLF (IP:125.25.20.69)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 698 3 ธ.ค. 2550 (15:43)
ทำไมถึงเกิดโลกร้อน
พุฒิสรรค์ เกมรรค (IP:125.25.20.69)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 699 3 ธ.ค. 2550 (19:18)
ภาวะโลกร้อน???



มันน่ากลัวจังเรยเนอะ



ถ้าเรายังอยากมีโลกสวยๆอย่างนี้



ก้อช้วยกันลดใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นนะคะ



เพื่อโลกของเรา !
amine na! (IP:203.113.57.39)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 700 5 ธ.ค. 2550 (15:35)
หยุดโลกร้อนเถอะค่ะ ช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อหยุดโลกร้อน
fjjj.oituu.ppp@ghiu.com. (IP:61.19.166.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 701 5 ธ.ค. 2550 (17:29)
ไม่อยากให้โลกร้อนเลย
รักนะ ณัฐยา วงษ์ประยูร 6/3 (IP:125.26.249.57)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 702 7 ธ.ค. 2550 (09:55)
ไม่อยากให่โลกร้อนปลูกต้นไม้กันนะ
MR.MAN (IP:58.10.155.49)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 703 8 ธ.ค. 2550 (16:59)
หยุดการใช้ถุงพลาสติกแล้วหันมาใช้ถุงยางอนามัยเอ้ย ถุงผ้ากันเถอะคับ
+++55+++- (IP:125.27.213.228)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 704 9 ธ.ค. 2550 (11:13)
เรารักธรรมชาติ
ด.ญ. วันวิสาข์ นิยมพงษ์ (IP:117.47.7.128)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 708 9 ธ.ค. 2550 (13:37)
ไม่ตัดต้นไม ไม่เผาป่า
phanitawilaiwan@hotmail.com (IP:125.26.44.92)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 709 10 ธ.ค. 2550 (09:58)
66191
โปรดอ่านความเห็นในอีกแง่มุมหนึ่งด้วยครับ



===============





เล่ห์กลหาประโยชน์จากเรื่องโลกร้อน





ดร.โสภณ พรโชคชัย {1}

ประธานกรรมการ มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย {2}



โลกร้อนขึ้นคงไม่มีใครสงสัย การรักษาสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่ดี แต่การรณรงค์เรื่องโลกร้อนทำให้ใครได้ ใครเสียประโยชน์ ประเด็นนี้เป็นกรณีศึกษาของการโฆษณาชวนเชื่อในการทำให้ประชาชนมืดบอดหรือไม่ และถือเป็น “เครื่องมือทำมาหากิน” สำหรับใครบางคนหรือไม่



ทุกวันนี้ แทบทุกคนคงได้ยินเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน และเชื่อว่าทุกคนที่ได้ฟังคงชักห่วงใยต่อโลกในประเด็นนี้เช่นกัน แต่เมื่อนายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากการรณรงค์เรื่องโลกร้อน {3} ผมกลับเริ่มสงสัยว่าสันติภาพไม่น่าจะเกี่ยวกับโลกร้อนโดยตรง ที่ผ่านมาคนอื่นที่โด่งดังเช่นท่านติช นัท ฮันห์ {4} ผู้นำพระสงฆ์ในสมัยสงครามเวียดนาม ก็ยังพลาดรางวัลนี้มาแล้ว ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ผู้คนมักเชื่อไปในแนวทางเดียวกันโดยไม่มีโอกาสไตร่ตรองด้วยเหตุผล ผมจึงขอเสนอบทความนี้เพื่อต่อกรกับการครอบงำ และการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง





An Inconvenient Truth: เท็จหลายเรื่อง



ท่านที่อ่านหนังสือหรือชมภาพยนตร์เรื่อง An Inconvenient Truth (AIT) {5} “คงรู้สึกตรงกันอย่างหนึ่งว่า อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน . . . คงจะไม่เป็นการเกินเลยไปนัก หากจะเรียกขบวนการดังกล่าวว่าเป็นภารกิจกู้โลก เพราะวิกฤตการณ์เกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนนั้นเกิดขึ้นแล้วจริงๆ และกำลังส่งผลกระทบอย่างกว้างไกลเกินจินตนาการ” {6} วลีที่อ้างถึงนี้สะท้อน “อารมณ์” ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม AIT เป็นการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง และยังแสดงข้อมูลที่เป็นเท็จหลายเรื่อง {7} ซึ่งสังคมมักไม่มีโอกาสรับรู้ เช่น:



1. การมองด้านเดียว: AIT ไม่เคยมองถึงบทบาทที่จำเป็นของน้ำมัน ก๊าซและถ่านหิน (Hydrocarbon) ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนจน ช่วยเพิ่มอายุขัยของประชากร ฯลฯ AIT ละเลยอัตราการตายที่สูงขึ้นในยามที่โลกเย็นลงในอดีตที่ผ่านมา



2. ความเข้าใจผิด: สาเหตุหลักของการตายของมนุษย์ปัจจุบันไม่ใช่เป็นเพราะภัยธรรมชาติ คล้ายกับการตื่นกลัวไข้หวัดนกจนเกินเหตุทั้งที่โรคปอดบวมทำคนไทยตายมากมาย โดยในปี 2550 ไม่พบคนป่วยและตายด้วยไข้หวัดนกในประเทศไทย แต่คนไทยป่วยด้วยโรคปอดบวมจนต้องนอนโรงพยาบาลถึง 88,841 ราย และตาย 765 รายในปี 2549 {8} นอกจากนี้ AIT ยังอ้างทำนองว่านักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นพ้องกับตน แต่ความจริงเสียงส่วนใหญ่เห็นตรงข้ามกับ AIT



3. การพูด “ใส่ไข่” จับเอาปรากฏการณ์ครั้งคราวมาเป็นสรณะ: การอ้างว่าหมีขั้วโลกจมน้ำตายเพราะน้ำแข็งละลายทั้งที่เป็นเพราะพายุ การกล่าวถึงฝนตกหนักถึง 37 นิ้วในนครมุมไบในปี 2548 ทั้งที่ตลอด 45 ปี ไม่พบแนวโน้มการเพิ่มขึ้นเลย การโยงเรื่องโลกร้อนกับอุทกภัยในจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทั้งที่ใน 1-2 ศตวรรษก่อนมีอุทกภัยที่รุนแรงยิ่งกว่านี้มากมาย การโทษว่าโลกร้อนทำให้แนวปะการังเสียหายทั้งที่เป็นเพราะปัจจัยทางเฉพาะภูมิภาค ปัจจัยทางสังคมและอื่น ๆ การกล่าวว่าธารน้ำแข็งเกาะกรีนแลนด์จะเลื่อนลงสู่ทะเลทั้งที่ตั้งอยู่ในแอ่งที่ไม่มีทางออก



4. การพูดผิดความจริง เช่น การอ้างว่าโลกร้อนในอดีตเป็นเพียงระยะสั้น ทั้งที่มีระยะเวลานับร้อยปีในอดีตที่เคยร้อนกว่าปัจจุบัน จนทำให้ครั้งหนึ่งชาวไวกิ้งสามารถไปตั้งถิ่นฐานในเกาะกรีนแลนด์ที่หนาวเย็นในขณะนี้ได้ การอ้างว่าโลกร้อนขึ้นมากทั้งที่เพิ่มเพียง 0.17 องศาเซลเซียสในรอบ 30 ปีล่าสุด และร้อนขึ้น 0.5 องศาเซลเซียสในรอบ 100 ปี และที่ผ่านมาก็มีลักษณะขึ้น ๆ ลง ๆ การอ้างว่าคลื่นร้อนยุโรปที่ทำให้คนตายมากมายเป็นผลจากโลกร้อนทั้งที่เป็นเพราะสาเหตุอื่น



ในประเทศอังกฤษ มีการฟ้องศาลให้ห้ามฉาย AIT ในโรงเรียนมัธยม ศาลเห็นว่า AIT มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ผิดไปถึง 9 ประการ แต่ให้ฉายได้โดยต้องเพิ่มเติมข้อมูลที่ถูกต้อง และให้ครูที่จัดฉายต้องชี้ให้นักเรียนเข้าใจถึงข้อผิดพลาดของ AIT ด้วย {9} แต่ในประเทศไทย เรากลับปล่อยให้ฉายหลอกลวงประชาชนอย่างหน้าตาเฉย ตัวอย่างความผิดพลาดสำคัญ ได้แก่ การกล่าวว่าหิมะบนยอดเขาคิลิมันจาโรซึ่งสูงถึง 6 กิโลเมตร ละลายเพราะภาวะโลกร้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นแย้ง สาเหตุการละลายคงเป็นเพราะแสงอาทิตย์ การใช้ที่ดินโดยรอบตลอดจนความร้อนใต้พิภพหรืออื่น ๆ เพราะหากแม้ผิวโลกจะร้อนขึ้น อุณหภูมิบนยอดเขาก็ยังต่ำกว่าจุดเยือกแข็งอยู่ดี





นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นแย้ง



กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ 19,000 คนได้ร่วมกันลงชื่อใน The Petition Project {10} ว่า จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าการใช้ Hydrocarbon เพิ่มขึ้นทำให้เกิดภาวะโลกร้อนหรือภาวะเรือนกระจกแต่อย่างใด แม้โลกได้ร้อนขึ้นเล็กน้อย ก็ไม่ได้มีผลเสียหายร้ายแรง (อาจมีไวรัสบางชนิดเกิดขึ้น แต่ในช่วงโลกเย็นก็อาจเกิดโรคอื่น) แต่กลับเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกในเขตอบอุ่น การเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเป็นผลดีต่อชีวิตสัตว์และทำให้การเพาะปลูกพืชผลได้มากขึ้น นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้จึงหนุนให้สหรัฐอเมริกาไม่ลงนามในพิธีสารเกียวโต {11} ซึ่งได้กำหนดข้อผูกพันทางกฎหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศภาคี



บทวิพากษ์ของ The Petition Project ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า



1. การกลับหนาว-ร้อนของโลกมีลักษณะที่เป็นวัฏจักร ไม่ใช่มีแต่ร้อนขึ้นอย่างเดียว ที่ผ่านมามียุคน้ำท่วมโลก และยุคน้ำแข็งสลับกันมาหลายครั้งแล้ว



2. ธารน้ำแข็งเริ่มละลายมานานก่อนการใช้ Hydrocarbon เสียอีก และละลายเร็วในอัตราเดียวกันมาตลอด 150 ปีแล้ว



3. อากาศที่ร้อนขึ้นเกิดจากสาเหตุหลายอย่าง ภาวะเรือนกระจกอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังมีสาเหตุอื่นอีกมาก เช่น แสงแดด เมฆ ความชื้น การเปลี่ยนแปลงของผิวน้ำในมหาสมุทร ความร้อนใต้พิภพ ฯลฯ



4. พายุทอร์นาโดมีแนวโน้มลดลง ส่วนพายุเฮอริเคนจากมหาสมุทรแอตแลนติก ก็มีแนวโน้มคงที่ พายุขนาดใหญ่ เช่น Katrina {12} ในปี 2548 อาจเกิดได้เป็นครั้งคราว เราจึงไม่ควรถือเอาปรากฏการณ์ชั่วคราว มาทึกทักปะติดปะต่อกับภาวะโลกร้อน



5. ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น 7 นิ้วในรอบศตวรรษแต่เพิ่มมาก่อนยุคที่ใช้ Hydrocarbon ด้วยซ้ำไป



6. ป่าไม้ (ไม่ใช่สวนป่า) ในสหรัฐอเมริกาได้รับการปลูกเพิ่มขึ้น 40% ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการปลูกป่าก็อาจไม่ได้ช่วยแก้ไขโลกร้อนอย่างมีนัยสำคัญนัก {13}





อย่าให้ใครลวงให้ตื่นตูม



มีอยู่ภาพหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นภาพทะเลสาบ Aral Sea ในคาซัคสถาน {14} ซึ่งแต่เดิมมีขนาดใหญ่มาก แต่กลับแห้งไป มีเรือจอดอยู่บนพื้นคล้ายทะเลทราย ภาพดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ห่วงใยโลกเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็เป็นภาพแห่งการโกหกอย่างร้ายกาจ เพราะการเหือดหายไปของทะเลสาบนี้ เป็นผลมาจากการสูบน้ำและเป็นที่คาดหมายมานานแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนแม้แต่น้อย



================================

โปรดดูภาพทะเลสาบแห้งเหือดจนกลายเป็นทะเลทราย

ซึ่งอัล กอร์ นำมาอ้างอย่างผิด ๆ ว่าเป็นเพราะปัญหาโลกร้อน

ที่มา: http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms200712623182.jpg



================================



ถ้าวันนี้เกิดการระเบิดของภูเขาไฟ ระดับเดียวกับ “กรากะตัว” ในอินโดนีเซียเมื่อปี 2426 เราคงลืมเรื่องโรคร้อนในบัดดล และนึกว่าโลกต้องแตกแน่แล้ว เพราะ “แรงระเบิดนั้นคร่าชีวิตทุกคนที่ยังอยู่บนเกาะ พื้นที่ร้อยละ 65.52 ของเกาะกลายเป็นเถ้าธุลี (รวมทั้งแก๊สมากมาย) ลอยสูงขึ้นไปถึง 80 กิโลเมตร ในรัศมี 240 กิโลเมตร เถ้าธุลีบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิดคล้ายตอนกลางคืน . . . อยู่ห่างถึง 4,776 กิโลเมตรก็ได้ยิน (เสียงระเบิด) . . . เกิดคลื่นสึนามิ สูงกว่า 30 เมตร เดินทางไปถล่มเกาะหลายแห่ง แรงแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นตรวจจับได้แม้แต่ที่สหราชอาณาจักร รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 36,000 คน (อากาศยังเย็นลง 1.2 องศาทั่วโลกเป็นเวลาถึง 5 ปี)” {15} ดังนั้นเราจึงไม่ควรปริวิตกกับปรากฏการณ์ชั่วคราวจนเกินเหตุ





กรณีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในไทย



หลายคนเน้นใช้ความรู้สึกมาบอกว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติต่าง ๆ รุนแรงขึ้น แต่ความจริงก็คือ พายุหมุนเขตร้อนที่เข้ามาในประเทศไทยมีปริมาณลดลงตลอดในช่วงปี 2494-2549 รวมทั้งอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วง พ.ศ.2539-2549 ก็ไม่แตกต่างกันเลย {16} ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยกลับลดลงนับแต่ปี 2483 ที่สำรวจ {17} ความรู้สึกที่ไม่อิงข้อมูล มักทำให้คิดตรงข้ามกับความจริง และมักจะรีบเชื่อเมื่อมีผู้ทำให้ตกใจ



================================

โปรดดูแผนภูมิสถิติพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนที่เข้าสู่ประเทศไทย

ซึ่งมีจำนวนลดลง แต่การใช้ความรู้สึกที่ไม่อิงข้อมูล

เรากลับเข้าใจว่าเพิ่มขึ้น

ที่มา: http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2007126231851.jpg



================================

.

.

.

================================

โปรดดูแผนภูมิอุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือน พ.ศ.2539-2549

ซึ่งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยตลอดทุกปี

แต่ในความรู้สึก เรามักกล่าวอ้างกันลอย ๆ ว่าร้อนขึ้น

ที่มา: http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms200712623201.jpg



================================

.

.

.

================================

โปรดดูแผนภูมิสถิติอากาศร้อนสุดและหนาวสุดในประเทศไทย

พ.ศ.2595-2550 ซึ่งแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยมา 55 ปี

แต่เรามักได้ยินโฆษณาชวนเชื่อว่าร้อนขึ้น หนาวน้อยลง

ที่มา: http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2007126232043.jpg



================================



ส่วนที่เห็นน้ำท่วมโบสถ์วัดขุนสมุทร {18} นั้น คงเป็นเพราะการทรุดตัวของดินจากผลของการสูบน้ำบาดาลเกินขนาด การทำลายป่าชายเลน การพังทลายของตลิ่งและอื่น ๆ ซึ่งเป็นมาโดยตลอด ไม่ใช่เพราะภาวะโลกร้อนแต่อย่างใด เป็นธรรมชาติรอบอ่าวไทย ที่บางส่วนของพื้นที่อาจถูกกัดเซาะ บางบริเวณก็กำลังเกิดที่งอก ในสมัยโบราณ บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาแต่เดิมเป็นทะเลทั้งหมด ทุกวันนี้ใต้ท้องนาในจังหวัดอยุธยา ยังขุดทรายมาขายกันได้เป็นล่ำเป็นสัน วัดเจดีย์หอยที่อำเภอลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี ก็ยังพบเปลือกหอยทะเลมากมาย แค่น้ำทะเลกัดเซาะวัดขุนสมุทรและบริเวณใกล้เคียงเพียงเท่านี้ ยังเทียบอะไรไม่ได้กับการเกิดภาคกลางของประเทศไทยแต่อย่างใด



================================

โปรดดูภาพเจดีย์หอย ปทุมธานี ที่แสดงว่าเมื่อก่อนทะเลกินลึก

ถึงต้นแม้น้ำเจ้าพระยา กลับที่วันนี้สูญเสียแผ่นดินแถวสมุทปราการ

บางส่วนที่วัดขุนสมุทร นับว่าเล็กน้อยมาก ที่สำคัญวันนี้เสีย

เพราะการตัดป่าชายเลน สูบน้ำบาดาล ฯลฯ

ไม่เกี่ยวกับโลกร้อนสักนิด แต่กลับถูกอ้างโดยไร้เหตุผล

ที่มา: http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2007126233254.jpg



================================



ในประเทศไทยของเรา การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศยังเป็นเพราะปรากฏการณ์เอลนีโญ ลานีญา และเอ็นโซ ตามกระแสน้ำอุ่น {19} แต่กลับมีการกล่าวอ้างว่าเป็นเพราะภาวะโลกร้อนเป็นสำคัญ





สิ่งที่ต้องคิดทบทวน



โปรดอย่าไพล่เข้าใจผิดว่า เราไม่ควรใส่ใจกับเรื่องโลกร้อนและพาลเข้าใจว่า เราละเลยการรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน บทความนี้เพียงมุ่งตรวจสอบการโฆษณาชวนเชื่อที่ขาดจรรยาบรรณ ทำให้สังคมขาดความรอบรู้และเกิดการคิดอย่างไม่เป็นวิทยาศาสตร์ เราควรมีเวทีการถกเถียงเพื่อให้การศึกษาแก่ประชาชนในวงกว้าง เป็นการส่งเสริมสังคมอุดมปัญญา มีบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่สังคมที่สักแต่เชื่อกันด้วยศรัทธาอย่างมืดบอดอันถือเป็นอันตรายต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและปัญญา-ความรู้ของประชาชนในระยะยาว



การใช้อวิชชาหลอกล่อให้คนเชื่อ เป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ประหนึ่งเห็นชาวบ้านเป็นวัวควายที่อธิบายกันดีๆ ไม่ได้ ต้องหลอกล่อด้วยความกลัวถึงผลร้ายของภาวะโลกร้อนจนเกินจริง และด้วยการใช้ความน่ารัก-น่าสงสารของคน สัตว์และสิ่งของเพื่อให้คล้อยตาม โปรดสังเกตว่า “หมัดเด็ด” ในการปิดปากผู้สงสัยเรื่องโลกร้อนก็คือการป้ายสีพวกเขาว่าเป็นผู้ไม่หวังดีต่อโลก เราจึงควรมีการวินิจฉัยด้วยตนเองให้ชัดเจนตามหลักธรรมกาลมสูตร {20} ก่อนที่จะเชื่ออะไรง่าย ๆ



ผู้ที่กล้าพูดความจริงบางส่วนเพื่อเอาประโยชน์ใส่ตนนับเป็นผู้ที่น่ากลัว สังคมพึงทราบว่าบ้านของนายอัล กอร์เองกลับใช้ไฟฟ้ามากกว่าคนอเมริกันทั่วไปถึง 20 เท่า ใช้เงินค่าไฟฟ้าและแก๊สรวมกันปีละเกินกว่า 1 ล้านบาท {21} คนทำดีพูดดีเรื่องโลกร้อนอาจสั่งสมบารมีจนได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา บางคนได้อาชีพเป็นนักอนุรักษ์ นักประท้วง นักแบกป้ายเพื่อ “กู้โลก” หาเลี้ยงชีพไปได้ชั่วชีวิต เป็นต้น



การบิดเบือนความจริงเคยส่งผลเสียหายมากมายมาแล้ว เช่น การที่ NGO บางแห่งเคยให้ข้อมูลที่เป็นเท็จอย่างร้ายแรงว่า ประเทศไทยมีโสเภณี 2 ล้านคน ทำให้พจนานุกรมลองแมน เคยให้คำจำกัดความของกรุงเทพมหานครว่าเป็นนครแห่งโสเภณีในปี 2536 {22} จะสังเกตได้ว่านักเคลื่อนไหวทางสังคมมักพยายามโฆษณาว่าปัญหาที่ตนเกี่ยวข้องอยู่มีขนาดใหญ่ ด้วยหวังให้สังคมให้ความสนใจ แต่น่าเสียดายที่ทุกคนก็ใช้วิธีเดียวกันจนเฝือ สังคมเลย “มึน” และกลับคิดว่าปัญหาทั้งหลายนั้นสุดแก้ไข กลายเป็นปัญหาโลกแตกไป



ทางออกสุดเท่ห์ของการแก้โลกร้อนก็คือการปลูกป่า (ซึ่งถือเป็นรูปแบบการทำดีที่นำสมัยและมีระดับ ไม่ใช่พื้น ๆ แบบการบริจาคให้มูลนิธิการกุศล) โดยไม่นำพาว่าจะรณรงค์ปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าอย่างจริงจัง ปีหนึ่ง ๆ ป่าไม้ไทยถูกทำลายไปมหาศาลกว่าป่าที่ปลูกใหม่ ต้นไม้ที่ปลูกอย่างลูบหน้าปะจมูกนี้ก็คงตายไปมากกว่าจะอยู่รอดได้ บาปของแฟชั่นการปลูกป่านี้ก็คือการช่วยบิดเบือน ปกปิดไม่ให้อาชญากรรมทำลายป่าได้รับการตระหนักโดยสังคมส่วนรวม



การเคลื่อนไหวเรื่องนี้ยังอาจถือเป็นการเบี่ยงประเด็นสาระสำคัญของปัญหาในโลกนี้ อันได้แก่ โรคภัยไข้เจ็บที่เผชิญอยู่ทุกวัน การกดขี่เอารัดเอาเปรียบต่อผู้ด้อยโอกาส สงครามและการก่อการร้าย อำนาจเผด็จการที่ปิดกั้นเสรีภาพประชาธิปไตย ตลอดจนการปล้นสดมภ์ของประเทศมหาอำนาจต่อประเทศกำลังพัฒนา เป็นต้น บางทีถ้าเราเอาเงินรณรงค์เรื่องโลกร้อนไปช่วยคนทุกข์ยากทางอื่น ยังอาจได้ประโยชน์ต่อสังคมมากกว่านี้



บางที “นักบุญ” ที่พูดกับท่านถึงภาวะโลกร้อนนั้น แท้จริงอาจเป็น “ซาตาน” ผู้ก่ออาชญากรรม ตักตวงประโยชน์ทางการเมือง ฉกฉวยหาประโยชน์เฉพาะตน คนที่กล้า “แหกตา” พวกเราถึงเพียงนี้ น่าจะเป็นบุคคลอันตราย เราควรรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน แต่เราก็ควรส่งเสริมการระดมความคิด ถกเถียงค้นคว้าอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และมีสติ และต่อต้านความงมงายอย่างมืดบอดในทุกรูปแบบ ประเทศชาติจึงจะเจริญด้วยสังคมอุดมปัญญาที่แท้จริง



ที่มา:

{1} ดร.โสภณ พรโชคชัย เป็นผู้ประเมินค่าทรัพย์สินและนักวิจัยด้านอสังหาริมทรัพย์ ยังเป็นกรรมการที่ปรึกษาหอการค้าไทยสาขาอสังหาริมทรัพย์ ผู้แทนสมาคมประเมินค่าทรัพย์สินนานาชาติ (IAAO) ประจำประเทศไทย และกรรมการสภาที่ปรึกษา Appraisal Foundation ซึ่งก่อตั้งโดยสภาคองเกรสเพื่อการควบคุมการประเมินค่าทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกา Email: sopon@thaiappraisal.org



{2} มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่มุ่งให้ความรู้แก่สาธารณชนด้านการประเมินค่าทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาเมือง ปัจจุบันเป็นองค์กรสมาชิกหลักของ FIABCI ประจำประเทศไทย ถือเป็นองค์กรเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่มีกิจกรรมคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยจนได้รับความเชื่อถือจากนานาชาติ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaiappraisal.org





{3} ข่าว “'อัล กอร์'-ไอพีซีซี โนเบลสันติภาพ” ไทยรัฐ 13 ต.ค. 50 http://www.thairath.com/offline.php?section=hotnews&content=64404





{4} รายละเอียดเกี่ยวกับพระติช นัท ฮันห์ http://en.wikipedia.org/wiki/Nhat_Hanh ซึ่งเป็นหนึ่งผู้ได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก



{5} เว็บไซต์เกี่ยวกับภาพยนต์นี้ดูได้ที่ http://www.climatecrisis.net และ http://www.an-inconvenient-truth.com





{6} เพชร มโนปวิตร บทความ “รายงานโลกใบใหญ่ / สิ่งแวดล้อม : An Inconvenient Truth กับภารกิจกู้โลก” ในนิตยสารสารคดี พฤศจิกายน 2549: http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=633





{7} โปรดอ่านบทวิพากษ์ภาพยนต์เรื่อง An Inconvenient Truth ได้ที่ Marlo Lewis “A Skeptic's Guide to An Inconvenient Truth”: http://www.cei.org/pages/ait_response-book.cfm และ Mary Ellen Tiffany Gilder “Diagnosing Al Gore: Truth in the Balance” http://sitewave.net/news/MaryEllenGilder.htm





{8} ฝ่ายวิเคราะห์และประมวลข่าวสาร สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข 11 ตุลาคม 2550: “ในปี พ.ศ. 2549 . . . ผู้ป่วยโรคปอดบวมที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลอีก 88,841 ราย/ ตาย 765 ราย ซึ่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 เกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นต้นเหตุ สำหรับในปี พ.ศ. 2550 จนถึงสัปดาห์ที่ 39 . . . มีรายงานผู้ป่วย. . . โรคปอดบวมที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลอีก 60,188 ราย ตาย 619 ราย . . . อย่างไรก็ตามจากการสำรวจของกรมควบคุมโรคในปี 2550 นี้ยังไม่พบผู้ป่วยจากโรคไข้หวัดนก หรือผู้เสียชีวิต” ที่ http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=9516





{9} โปรดอ่านข่าว “Gore climate film's nine 'errors'” BBC News, October 11, 2007: http://news.bbc.co.uk/1/hi/education/7037671.stm





{10} โปรดดูรายละเอียดของโครงการนี้ได้ที่ Petition Project http://www.oism.org/pproject/s33p1845.htm





{11} พิธีสารเกียวโต Kyoto ดูรายละเอียดภาค ภาษาอังกฤษฉบับเต็มได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Kyoto_Protocol หรือภาคภาษาไทยได้ที่ http://www.jgsee.kmutt.ac.th/greenhouse/unfccc/unfccc.php#unfccc





{12} ดูรายละเอียดพายุ Katrina ถล่มนครนิวออลีนส์ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Hurricane_Katrina





{13} ผลการศึกษาของ Lawrence Livermore National Laboratory เรื่อง “Plant a tree and save the Earth?” ที่ http://www.llnl.gov/pao/news/news_releases/2006/NR-06-12-02.html และเรื่อง “Models show growing more forests in temperate regions could contribute to global warming” ที่ http://www.llnl.gov/pao/news/news_releases/2005/NR-05-12-04.html





{14} อ่านรายละเอียด Aral Sea ได้ที่ http://unimaps.com/aral-sea/print.html





{15} อ่านรายละเอียดภูเขาไฟกรากะตัวได้ที่ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7





{16} ข้อมูลพายุจากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ www.tmd.go.th/programs/uploads/cyclones/track-56y.pdf และข้อมูลอุณหภูมิเฉลี่ยต่อเดือนจาก http://service.nso.go.th/nso/nso_center/project/table/files/1100400/2549/000/00_1100400_2549_000_000000_00500.xls





{17} ข่าว “อัล กอร์ มั่ว น้ำทะเลอ่าวไทยลดลงทุกปี” ไทยรัฐ 17 ตุลาคม 2550 http://www.thairath.com/news.php?section=society03&content=64807 และข่าว “อย่าตระหนก โลกร้อนไม่ทำให้กรุงเทพจมบาดาล” http://www.tei.or.th/hotnews/071116-globalwarming1-manager.htm





{18} โปรดดูได้ที่เว็บไซต์วัดขุนสมุทร สมุทรปราการ http://www.khunsamut.com





{19} ปรากฎการณ์เอลนีโญและลานีญา โปรดศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=17





{20} กาลามสูตร 10 คือ อย่าปลงใจเชื่อ 1.ด้วยการฟังตามกันมา 2.ด้วยการถือสืบ ๆ กันมา 3.ด้วยการเล่าลือ 4.ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ 5.ด้วยตรรก 6.ด้วยการอนุมาน 7.ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล 8.เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน 9.เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ และ 10.เพราะนับถือว่าท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา เราจะเชื่อก็ต่อเมื่อพิจารณาเห็นด้วยปัญญา (ที่มาคือ http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/002684.htm)





{21} ข่าว “เมื่อกระแสโลกร้อนย้อนมาเล่นงานอัล กอร์” สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ 7-15 มีนาคม 2550 โปรดอ่านข่าวภาษาอังกฤษที่ http://www.guardian.co.uk/international/story/0,,2022869,00.html (The Guardian) และ http://www.usatoday.com/news/washington/2007-02-27-gore-house_x.htm (USA Today)



{22} โปรดอ่านข่าวดังกล่าวได้ที่ http://www.prospect-magazine.co.uk/article_details.php?id=6889





หมายเหตุ:

ดูบทความนี้ทั้งหมดได้ที่: http://www.thaiappraisal.org/Thai/Market/Market166.htm





โปรดอ่านเพิ่มเติมในกระทู้ “กระทู้รวมพล คนที่ ‘ไม่เชื่อ’ ว่ามนุษย์ทำให้โลกร้อน” และประจักษ์หลักฐานรวมทั้งความเห็นเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่มีต่อกระทู้นี้ http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X5912617/X5912617.html
pornchokchai
ร่วมแบ่งปัน21 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 710 11 ธ.ค. 2550 (15:52)
ผมไม่อยากให้โลกร้อนเลยอะ
เอกวิน (IP:61.19.42.153)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 711 12 ธ.ค. 2550 (17:45)
โลกเรากำลังร้อนโปรดช้วยกันรักษา
สาสวามวสา (IP:203.113.62.6)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 712 16 ธ.ค. 2550 (15:45)
ควรประหยัดค่าน้ำ ค่าไฟกันนะค่ะ ตอนนี้เศรษฐกิจย้ำแย่มากๆๆๆ งั้นพวกเราควรจะลดภาวะโลกร้อนกันนะจ๊ะพี่น้องทุกคนื ลาก่อนผู้ที่อ่านข้อความนี้ บายจ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
tawan_zaja@hotmail.com. (IP:125.25.148.138)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 713 17 ธ.ค. 2550 (09:45)
ถึงโลกจะร้อน คนอย่าร้อนตามนะคะ
ฟ้าใส (IP:202.29.58.30)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 715 19 ธ.ค. 2550 (12:57)
รักษาโลกนะครับ
เก่งครับ (IP:125.24.232.191)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 716 21 ธ.ค. 2550 (09:25)
ร่วมกันอนุรักษ์ด้วย โลกร้อน ทำให้เกิดปัญหามากมาย
ป้อนข้าว (IP:202.143.139.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 717 21 ธ.ค. 2550 (13:41)
เพราะมนุษย์แท้ๆ โลกของเราถึงร้อนแบนี้
นยนยนยพ (IP:125.26.125.38)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 718 21 ธ.ค. 2550 (13:45)
โลกเราต้องดีกว่านี้ถ้าเราช่วยกันรักษาเอาไว้
farn (IP:125.26.125.38)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 719 21 ธ.ค. 2550 (16:10)
พดพดเเ
พดพกด (IP:58.10.3.102)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 720 24 ธ.ค. 2550 (16:35)
หั่นมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก
che-am (IP:125.27.63.79)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 721 6 ม.ค. 2551 (20:33)
เราควร รักษาโลก ไม่งั้น ถ้าเรากระทำต่อโลกแบบนี้ อีก 50 ปีข้างหน้า

จะทำให้โลกระเบิดได้ เพราะอุณหภูมิจะสูงขึ้นจะคนตาย

หมดทั้งโลก และ โลกจะระเบิดต่อมา
CK Dear
ร่วมแบ่งปัน51 ครั้ง - ดาว 188 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 726 9 ม.ค. 2551 (13:07)
จาก www.thaiclimate.org



ห้าล้านคนกรุงเทพฯ เสี่ยงน้ำท่วมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ



งานวิจัยล่าสุดชี้ว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองอันดับที่เจ็ดของโลกซึ่งจะได้รับผลกระทบด้านอุทกภัยอย่างรุนแรงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการทรุดตัวของแผ่นดิน ในขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์และนักเศรษฐศาสตร์ไทยบอกว่าเราจะเป็นฝ่ายแพ้ในเกมนี้ ถ้าไม่ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อปกป้องเมืองหลวง



รายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) นับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดอันดับ 136 เมืองชายฝั่งทั่วโลกที่มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน โดยคำนวณจากระดับผลกระทบที่จะได้รับในรูปของน้ำท่วมอย่างรุนแรง



ตามข้อมูลในรายงานฉบับดังกล่าว ในปัจจุบันประชากรประมาณ 900,000 คนของกรุงเทพฯ มีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญภัยน้ำท่วม 1 ใน 100 ปี และในปี 2070 จะมีประชากรจำนวนถึง 5 ล้านคนที่มีความเสี่ยงดังกล่าว มูลค่าความเสียหายที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานเนื่องจากอุทกภัยคิดเป็นเงินประมาณ 1.3 แสนล้านบาทในปัจจุบัน และในปี 2070 จะเพิ่มขึ้นเป็น 36.7 แสนล้านบาทหากไม่มีระบบป้องกัน



ในสายตาของนักเศรษฐศาสตร์ นี่เป็นเพียงสัญญาณเตือนครั้งล่าสุด เพื่อให้ผู้กำหนดนโยบายให้ความใส่ใจกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจริงจังมากขึ้นและเริ่มวางแผนล่วงหน้า สฤณี อาชวานันทกุล อาจารย์พิเศษ จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าว “มันก็เห็นชัดเจน พื้นที่อย่างขุนสมุทรจีนก็จมแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรป้องกัน ถึงเวลาก็เสียหาย ปี 2070 อาจฟังดูยังอีกไกล แต่อันที่จริงในแง่ของการวางแผนเพื่อป้องกันหายนะทางเศรษฐกิจ ก็ไม่ถือว่าไกล ยกตัวอย่างเช่น เราจะต้องมีนโยบายป้องกันการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ไม่ให้ลุกล้ำลงไปในทะเล ในพื้นที่เสี่ยงตั้งแต่ตอนนี้แล้ว เพื่อจำกัดความเสียหายในอนาคต”



กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้มีความเสี่ยงมากกว่าเมืองชายฝั่งอื่นใดในแง่ของการทรุดตัวของแผ่นดิน ทุกปีกรุงเทพฯ จะทรุดลงประมาณ 2-3 ซม. เมื่อพิจารณาถึงระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน รวมทั้งการไม่มีแผนจัดการอุทกภัยอย่างดีพอ สัดส่วนของกรุงเทพฯ ที่จะได้รับผลกระทบจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้ตามความเห็นของ ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าศูนย์ศึกษาข้อมูลภัยพิบัติและที่ดิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“กรุงเทพฯ อาจมีสภาพเดียวกับนิวออลีนตอนที่เจอกับพายุเฮอร์ริเคนแคทรินา ทั้งนี้เพราะมีสภาพภูมิศาสตร์คล้ายคลึงกัน” ธนวัตน์ยืนยัน “ประชากรอย่างน้อย 3 ล้านคนในกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบทันทีถ้าเราต้องเผชิญกับไต้ฝุ่น ทั้งนี้เนื่องจากเราไม่มีแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันเนื่องจากภัยพิบัติเช่นเดียวกับเมืองชายฝั่งอื่น ๆ เมื่อสองปีก่อนคาดการณ์ว่าจะมีไต้ฝุ่นเข้าที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เวียดนามสามารถเตรียมการเพื่ออพยพประชาชน 200,000-300,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว แต่กรุงเทพฯ จะมีความสามารถเช่นนั้นหรือเปล่า”



เขาเสริมด้วยว่าในช่วงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 1995 หรือที่หลายคนจำกันได้ในนามกรณี “น้ำท่วมไวท์เฮ้าส์” พื้นที่เมืองหลวงเกือบร้อยละ 40 ต้องจมน้ำเป็นเวลาเกือบเดือน



“และตอนนี้จะเห็นได้ว่าเราต้องเจอกับพายุบ่อยครั้งขึ้น จากหนึ่งครั้งในทุกสี่หรือห้าปีเป็นหนึ่งครั้งในทุกสองปีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา” ธนวัฒน์ตั้งข้อสังเกต



นอกจากผลกระทบต่อมนุษย์แล้ว กรุงเทพฯ ยังต้องเผชิญความเสียหายอย่างใหญ่หลวงดานเศรษฐกิจ สฤณี นักเศรษฐศาสตร์กล่าวเตือน เราจะเอาเงินจากที่ไหนมาช่วยผู้ได้รับผลกระทบ หรือมาซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย จากการประเมินขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา น้ำท่วมใหญ่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ ถ้าเราไม่หาทางป้องกันในตอนนี้มูลค่าความเสียหายจะสูงเพิ่มขึ้นกว่านี้อีก



ธนวัฒน์เสริมว่าจำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่คาดการณ์ไว้ยังอยู่ต่ำเกินไปองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาใช้ตัวเลขจำนวนประชากรอย่างเป็นทางการที่ 6.5 ล้านคนซึ่งเป็นตัวเลขเมื่อปี 2005 ในขณะที่ตัวเลขที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านคน



สฤณีเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาว่า ถึงเวลาแล้วที่กรุงเทพฯ ต้องจริงจังกับการป้องกันตนเองจากภัยเนื่องจากพายุในอนาคต มีข้อสังเกตในรายงานว่า ในขณะที่เมืองชายฝั่งที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงแห่งอื่นอย่างเช่น อัมสเตอร์ดัม โตเกียวและลอนดอน เมืองเหล่านี้กลับอยู่ในลำดับขั้นที่ต่ำกว่าเมื่อมองในแง่ผลกระทบ ทั้งนี้เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเมืองเหล่านี้ทุ่มเทให้กับมาตรการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานและกำหนดนโยบายการใช้ที่ดินอย่างจริงจัง



รายงานระบุอย่างชัดเจนถึงผลกระทบด้านนโยบาย “…ประโยชน์จากนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในแง่การลดผลกระทบระดับโลกและการปรับตัวของท้องถิ่นในระดับเมืองจะมีมหาศาล ดังที่ระบุถึงในรายงานประเมินผลครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) การลดผลกระทบระดับโลกอาจช่วยชะลอและจำกัดความเสียหายอันเนื่องมาจากภัยน้ำท่วมตามชายฝั่งอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างน้อยก็ช่วยซื้อเวลาเพื่อช่วยให้เมืองต่าง ๆ ดำเนินมาตรการปรับตัวเอง เนื่องจากเมืองต่าง ๆ มีส่วนรับผิดชอบปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนใหญ่ เมืองเหล่านี้จึงมีหน้าที่สำคัญในการออกแบบและดำเนินการตามยุทธศาสตร์เพื่อลดผลกระทบ”



ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อประชาชนและเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ เนื่องจากภาวะโลกร้อนควรเป็นเหตุให้รัฐบาลไทยมีบทบาทเข้มแข็งขึ้นเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สฤณีกล่าวเสริม



“ดูรายงานฉบับนี้แล้วบอกว่ามีความเสี่ยง แค่นี้ก็พอแล้วว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง การประหยัดพลังงานต้องจริงจังมากขึ้นเพื่อป้องกันผลกระทบที่มันจะย้อนมาถึงตัวเราเอง แต่จนถึงปัจจุบัน ภาคธุรกิจยังมองแค่ว่าจะใช้ประโยชน์ภาวะโลกร้อนในเชิงการตลาดได้อย่างไร แต่ความเสี่ยงมันสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำอย่างไรคนจะเห็นว่าโลกร้อนเป็นปัญหา และพยายามแก้ปัญหา หรือเอามาโยงกับ CSR [corporate social responsibility] ว่าที่ถูกทำกันอย่างไร” สฤณีกล่าว
editors@thaiclimate.com (IP:124.120.123.205)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 727 9 ม.ค. 2551 (15:50)
แมว แมว
งมงาย (IP:124.157.236.146)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 728 10 ม.ค. 2551 (20:26)
หหฟฟฟฟฟหหหฟฟฟหหหฟหฟหฟหฟหฟหฟหฟฟฟฟ
ฟฟฟฟหหห (IP:124.120.128.52)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 729 11 ม.ค. 2551 (14:27)
ภาวะดลกร้อนเป็นปัญหามากไมคะ
เจนคะ (IP:125.24.49.30)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 730 11 ม.ค. 2551 (14:31)
คุณครูให้ไปทำรายงานเรื่องปัญหาโลกร้อนคะ หนูก็เลยมาหาในเน็ต ได้ความรู้มามากเลยว่าปัญหาโลกร้อนเป็นสิ่งใกล้ตัว เพราะถ้าโลกถูกทำลายมากกว่านี้จะเป็นปัญหาต่อมนุษย์เอง เราควรต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้คะ
ปุญญิศา นักเรียนชั้นม.1คะ (IP:125.24.49.30)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 731 13 ม.ค. 2551 (14:57)
หนูอยากให้คนทั่วโลกร่วมกันลดภาวะโลกร้อนค่ะ
วนิดา (IP:203.172.199.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 732 15 ม.ค. 2551 (19:50)
มาร่วมมือช่วยกันลดภาวะโลกร้อนตั้งแต่วันนี้ ยังไม่สายเกินไปก่อนที่จะหมดหวัง
Game (IP:202.149.24.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 733 17 ม.ค. 2551 (10:53)
เครียดบ้างดีบ้าง.....แต่ก็มันส์ดี
นิว (IP:203.172.154.163)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 734 17 ม.ค. 2551 (11:02)
ดีอ่ะนะ มันส์ดีได้แอบเล่นเกมส์ด้วย
นายนิรนาม จามฮัดเช้ย (IP:203.172.154.163)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 735 17 ม.ค. 2551 (11:10)
รักษาโลกอย่าให้ร้อนไม่งั้นเดี๋ยวคนร้อนตายตามแน่ๆ อิอิ
รักนะจุ๊บๆ (IP:203.172.154.163)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 736 21 ม.ค. 2551 (10:56)
ก็ต้องช่วยกันนะครับ เรื่องโลกร้อน เพราะเกิดขึ้นจริง ที่เราพอมีข้อมูลเรื่องพลังงานทดแทนของสารทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศ ชื่อ cold 22 ที่ช่วยเรื่องภาวะโลกร้อนได้ แถมยังประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าไฟได้มากกว่า 15 - 25 % ลองหาอ่านดูใน www.coolmansale.com ( น้ำแดงก็สนใจอยู่ )
น้ำแดง (IP:124.121.22.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 737 21 ม.ค. 2551 (13:45)
ร้อนจะตายแล้ว
asara_piya@hotmail.com (IP:58.10.164.57)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 738 21 ม.ค. 2551 (15:03)
มนุษย์เป็นคนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน มนุษย์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบการกระทำนั้น
น้องอ้อม (IP:61.19.236.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 739 21 ม.ค. 2551 (16:42)
โลกร้อนเป็นการกะทําของคนเรา
ภาวะโลกร้อน (IP:61.7.138.128)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 740 22 ม.ค. 2551 (09:45)
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ก้อในเมื่อเกิดมากก้อต้องตาย ปรง !!
chonlada_biw@hotmail.com (IP:222.123.228.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 741 22 ม.ค. 2551 (14:35)
ช้วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมของเราไม่ตัดไม้ทำลายป่าช้วยกันปลูกต้นไม้นะครับ
best_00787@hotmail.com (IP:203.62.152.24)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 742 22 ม.ค. 2551 (20:31)
แล้วจะหาถุงผ้าที่ไหนหละสัส
jungha@hotmail,com (IP:125.25.19.144)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 743 23 ม.ค. 2551 (09:05)
ร้อนมาก
วรกิตย์ (IP:125.24.129.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 744 23 ม.ค. 2551 (10:15)
ช่วยกันรักษาธรรมชาติ
บอย T (IP:203.113.17.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 745 23 ม.ค. 2551 (10:17)
ร้อนมาก ตอนไหนไม่รู้
ด.ญ วริยา สุวรรณศรีสุข (IP:125.24.129.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 746 23 ม.ค. 2551 (10:21)
ไม่ร้อนแล้ว
แพรว (IP:125.24.129.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 747 23 ม.ค. 2551 (10:21)
ไม่ร้อนมากแล้วอากาศกำลังดี
ด.ญ.สาวิตรี วรสันต์ (IP:125.24.129.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 748 23 ม.ค. 2551 (10:24)
อะไรง่ะงง
เพ้ย (IP:125.24.129.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 749 23 ม.ค. 2551 (16:25)
เราต้องช่วยกันแก้ปัญหานี้กันทุกคนจึงจะลดภาวะโลกร้อนลงได้ค่ะ
นิรนาม (IP:58.147.40.135)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 750 23 ม.ค. 2551 (17:11)
ดีจิงๆ
pp (IP:117.47.164.20)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 751 24 ม.ค. 2551 (09:45)
อยากให้ทุกคนช่วยกันลดภาวะโลกร้อนและร่วมมือร่วมใจปลูกต้นไม้เยอะๆ
นักเรียนม.6รร.มิตรภาพวิทยา (IP:203.113.17.177)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม