การนำความร้อน

โพสต์เมื่อ: 13:00 วันที่ 14 พ.ย. 2543         ชมแล้ว: 26,054 ตอบแล้ว: 118
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ที่ได้ดูวีดีโอในชั้นเรียนแก้วนำความร้อนได้แย่ที่สุดแต่ทำไมถึงมีเครื่องครังที่เป็นหม้อที่ทำจากแก้งด้อยครับเห็นจากตามรายการทำอาหารหรือตามห้างครับ


คณาวุฒิ ไชยยันบูรณ์(203.149.1.60)

จำนวน 54 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 14 พ.ย. 2543 (23:53)
Glass and ceramic cookwares can retain and release heat more constant which make it good both stovetop and oven. Most cooking technique doesn't need the fastest conduction of heat, but constant release of heat.

Chef (IP:168.18.249.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 พ.ย. 2543 (00:31)
What a good chef! ตอบดีสมกับเป็นพ่อครัว ฮิๆ

Z-1
ร่วมแบ่งปัน455 ครั้ง - ดาว 166 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 พ.ย. 2543 (12:16)
หิว

Rubik (IP:63.15.75.203)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 15 พ.ย. 2543 (13:31)
แก้วไม่ค่อยทำปฏิกิริยาเคมีกับอาหารเหมือนพวกภาชนะโลหะ


ภาชนะแก้วจึงน่าจะปลอดภัยกว่า


แพงกว่าแต่ปลอดภัย


ถูกกว่าแต่อันตราย อะไรทำนองนี้แหละครับ

นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26631 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 26 พ.ย. 2547 (12:30)
ความร้อนมีหลายรูปแบบ
ภัสสร (IP:203.150.217.111,203.113.45.36,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 6 ธ.ค. 2547 (13:31)
ไม่เห็นรู้เรื่อง
............ (IP:203.156.75.218,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 7 ธ.ค. 2547 (16:47)
สนับสนุนที่ อ.นิรนดร์ ตอบ

คือการเลือกใช้ต้องดูความเหมาะสมหลายอย่างประกอบด้วย
ครูตี๋ (IP:203.172.136.50,10.1.4.38,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 6 มิ.ย. 2548 (14:45)
การที่เราต้องใช้เซรามิกส์อย่างแก้วมาทำเป็นภาชนะ ก็เพราะว่ามีหลายสาเหตุครับ

สาเหตุทางเทคนิคคือ

1. เป็นวัสดุที่ไม่ทำปฏิกริยากับกรดและด่างหรือไอออนบางชนิดที่มีในอาหารเพราะหากมันทำปฏิกริยาอาจเกิดสารประกอบหรือไอออนของโลหะบางชนิดอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

2. แก้วเป็นฉนวนความร้อนก็จริงแต่ก็มีประโยชน์ในการเก็บกักความร้อนในกรณีที่เราใช้แหล่งให้ความร้อนภายในอย่างเช่น เตาอบ โดยเฉพาะไมโครเวฟจะเป็นภาชนะที่เป็นโลหะไม่ได้

3. แก้วเป็นวัสดุทนไฟชนิดหนึ่ง ซึ่งเหมาะกับการนำมาใช้เป็นเครื่องใช้กับความร้อนได้เป็นอย่างดี

4. พื้นผิวของแก้วเรียบซึ่งทำความสะอาดง่าย และสารตกค้างที่พื้นผิวมีน้อย และยังป้องกันการเกิดโคโลนี (เกิดเป็นกระจุก) ของแบคทีเรียบนพื้นผิวภาชนะ



เหตุผลทางด้านเศรษฐศาสตร์

1. แก้วเป็นวัสดุที่หาง่าย (ได้จากทราย) ผลิตได้ง่าย และมีอายุการใช้งานที่นาน ไม่มีการกัดกร่อนจนเกิดรอยรั่ว เหมือนหม้อสังกะสี

2. นอกจากหม้อแล้วยังมีมีด กรรไกร และอื่น ๆ ที่เป็นเครื่องใช้ในครัวที่เป็นเซรามิกส์ แต่ค่อนข้างมีราคาแพง

3. การพัฒนาคุณภาพของแก้วเพื่อให้ได้ตามต้องการทำได้ง่ายกว่าโลหะและค่าใช้จ่ายน้อยกว่าด้วย

4. มีความสวยงาม สำหรับผู้ที่มีรสนิยมในการตกแต่งบ้าน
วิศวะฯ พระจอมพระนครเหนือ (IP:202.44.32.9,,31.37.44.202)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 7 มิ.ย. 2548 (10:07)
ขึ้นกับลักษณะของการปรุงอาหารครับ



สมัยโบราณไทยเราใช้หม้อดิน ในการหุงข้าว ทำแกง นึ่งอาหาร นึ่งขนม ตัวหม้อดินเป็นดินเผา ถึงจะเป็นฉนวนความร้อน (ในแง่ที่เปรียบกับโลหะ) แต่ในทางปฏิบัติใช้เวลาไม่นานนักความร้อนก็เข้าไปถึงอาหาร อีกนานกว่าอาหารพวกน้ำจะร้อน ดังนั้นความเป็นฉนวนของหม้อจึงแทบไม่มีผลนัก



แต่ถ้าต้องการผัดผัก ในลักษณะแบบปัจจุบัน อาจใช้ภาชนะดินเผาไม่ได้ เพราะต้องการความร้อนที่เข้าถึงอาหารเร็วมาก นั่นเป็นความคิดแบบใหม่ที่ใช้โลหะ แบบเดิมต้องเผาภาชนะดินเผาให้ร้อนจัดก่อน แล้วใส่ผักลงไปผัดก็ได้เช่นเดียวกัน ดูจากการทำหอยทอด กระทะที่ใช้เป็นเหล็กหนาที่ร้อนจัด ต้องให้ความร้อนอยู่นานกว่าจะทำอาหารได้



พอรู้เรื่องฟิสิกส์และทำอาหารเป็นบ้าง สมัยไปเรียนข้างนอก ทำแกงเขียวหวานเนื้อหม้อยักษ์กินไปทุกมื้อถึง 3-4 วัน
ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 3 ก.ย. 2548 (18:08)
ได้รู้มากเลย
สะพานหิน (IP:203.172.200.210,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 4 ก.ย. 2548 (19:04)
บอกเรื่องการถ่ายโอนความร้อนหน่อยได้รึเปล่า..........
หมู (IP:203.151.140.114,203.113.37.7,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 6 ก.ย. 2548 (18:59)
การดูดกลืนแสงคือ สีที่เข้มจะดูดกลืนแสงมากทำให้เรารู้สึกร้อน

เราควรทาสีรั้วบ้านหรือสีในห้องให้เป็นสีที่อ่อนๆจะทำให้เรารู้สึกเย็นสบาย
สะพานหิน (IP:203.172.200.210,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 23 ต.ค. 2548 (14:16)
ร้านอาหารดัง ๆ ที่ใช้หม้อดินเป็นภาชนะ บางร้านจะอบหม้อดินเหล่านี้ให้ร้อนก่อน เมื่อนำอาหารร้อน ๆ พร้อมเสริฟมาใส่ อาหารนั้นยังร้อนจัดเท่าเดิม เพราะไม่ต้องเสียความร้อนให้กับภาชนะ (พลังงานความร้อนถ่ายโอนจากอาหารไปยังภาชนะ)



ผิดกับบางร้าน นำอาหารร้อนจัด (เช่นกระเพาะปลาน้ำแดง) ใส่ในชามหม้อดินที่เย็น ความร้อนจากอาหารจะส่งผ่านไปให้ชาม ทำให้อุณหภูมิลดลง ถึงหม้อดินจะเป็นฉนวนแต่มันก็สามารถดึงความร้อนไปได้



ความอร่อยของอาหาร นอกจากรสชาด สีสัน สัมผัส (เหนียว นุ่ม แข็ง กรอบ ร่วน) ยังขึ้นกับอุณหภูมิด้วย บางชนิดกินเย็น ไม่ใช่ตอนเย็นนะครับ ไอสครีมต้องกินเย็น บางชนิดกินร้อน ต้มยำน้ำแกงต้อง 100 องศา C ถ้าแค่ 80 - 90 ก็ไม่อร่อยแล้ว บางทียังกินไม่ลงอีก ตักมาแล้วใช้ลมปากเป่าให้น้อยกว่า 100 องศา C สักนิดกันปากพอง ซดชื่นใจดี
ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 28 พ.ย. 2548 (11:45)
การนำความร้อน (Conduction) เป็นการถ่ายเทความร้อนจากโมเลกุลไปสู่อีกโมเลกุลหนึ่งซึ่งอยู่ติดกันไปเรื่อยๆ จากอุณหภูมิสูงไปสู่อุณหภูมิต่ำ โลหะเป็นตัวนำความร้อนที่ดี อโลหะและอากาศเป็นตัวนำความร้อนที่เลว
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2800 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 9 ธ.ค. 2548 (22:55)
มีโครงงานเกี่ยวกับการนำความร้อนมั้ยอะถ้ามีก็มาบอกเรากันหน่อยสิ เอาสำหรับม.ต้นนะ
เนิ้ส (IP:58.10.32.155,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 19 ธ.ค. 2548 (10:13)
ไม่ชอบวิทย์เลยทําไงดี
เจ.ดา.นัน.แนน.รถ.บุ๋ม.แอ๋ม.เมย (IP:61.19.82.10,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 20 ธ.ค. 2548 (07:43)
ถ้วยแก้วนำความร้อนได้ดีบางครั้งนำมาทำถ้วยที่เวลาจับจะได้ไม่ร้อนครับ แต่ในกรณีก็มีถ้วยแก้วที่เอาไว้ตั้งไฟเลยอย่างที่บางท่านเห็นก็มี



คือการนำความร้อนในโลหะมันเป็นไปด้วยกลไกของการขนถ่าย electron ที่มี kinetic energy สูง จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งน่ะครับ



แน่นอนครับ ตามความเข้าใจว่าแก้วนำความร้อนได้แย่เป็นสิ่งที่ถูกแล้ว แต่ว่าที่มันนำความร้อนได้แย่เพราะกลไกการนำความร้อนมันต่างจากโลหะครับ



ปกติแล้วแก้วไม่นำไฟฟ้าครับ free electron ก็ไม่มี(กรณีปกตินะครับ) ดังนั้นกลไกการนำความร้อน เป็นไปด้วยการสั่นของอะตอม เรียกว่าร้อนมากก็สั่นมาก แถมสั่นเป็นคลื่นเสียด้วย(plane wave) หากคลื่นจลเหล่านี้วิ่งไปพบส่วนที่ไม่สมบูรณ์ในผลึก มันจะสะท้อนครับ คือแทนที่มันจะส่งผ่านพลังงานจลไปสู่อีกที่หนึ่งได้ง่าย มันกลับสะท้อนเมื่อเจอกับความไม่สมบูรณ์defect มันก็เหมือนคลื่นน้ำแหละครับ ถ้ามีอะไรขวางคลื่น มันก็จะมีส่วนที่สะท้อนไปด้านอื่นหรือที่เรียกว่า scattering



ทีนี้ด้วยวิทยาการปัจจุบัน อืมม อันที่จริงเป็นวิทยาการที่มีมาตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งมาแพร่หลาย(ในไทย) ก็คือปกติแล้วแก้วจะมี defect เยอะมากๆ งานนี้ เขาทำให้ผลึกแก้วมีความสมบูรณ์ค่อนข้างสูง เราเรียกมันว่า crystal ครับ จะแยกออกจาก glass คลื่นจลของกลุ่มอะตอมที่ได้ว่าไปแล้ว phonon มันเดินทางโดยแทบไม่สะดุดเลยครับ งานนี้วัสดุที่เรามองว่าเป็นแก้วธรรมดานั้น แน่นอนครับถ้าสังเกตุจะเห็นว่ามันจะแพงครับ

หากทำดีๆงานนี้การนำความร้อนสูสีกับโลหะทีเดียว ในหลายกรณีที่การนำความร้อนจะต่ำกว่าโลหะอยู่บ้างแต่ต้นทุนในการทำ crystal ต่ำกว่า แถมความคงทนต่อการกัดกร่อนก็อยู่คนละระดับกับหม้อโลหะเลย งานนี้ ออกมาสวยงาม นำความร้อนได้ดีด้วย ขายได้ราคาครับ



แน่นอนครับ คงไม่มีใครบ้า คิดจะทำเครื่องครัวให้เป็นผลึกที่มีความบริสุทธิสูงขนาด Si ที่ใช้ใน electronic chip หรอก ผมว่านะ



พูดมาตั้งนาน ก็อยากจะบอกว่า มันก็น่าคิดนะครับ เพราะถ้วย crystal อย่างดี กับถ้วยแก้วธรรมดา ดูแล้วมันไม่ต่างกันเลย ผมก็เลยไม่รู้ว่าที่คนถามไปเห็นนี่มันเป็นแบบไหน อันที่จริงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาเขาเลือกซื้อนี่เขารู้กันได้ยังไงว่าอันไหนมันเป็นถ้วย crystal อันไหนมันเป็นถ้วยแก้วธรรมดา เวลามันวางอยู่บนชั้นขายของ ก็เห็นมันเหมือนๆกันหมด หากต้องจ่ายแพงแล้วผมก็อยากได้ของดี เผอิญบ้านจนครับ เลยคิดว่าหากินเองคนเดียว ซื้อหม้อ stainless นี่แหละครับ แจ๋ว ไม่กลัวสารปนเปื้อนหรอกครับ stainless ซะอย่าง นานครับกว่าจะมีอะไรหลุดมา มันถูกสร้างมาให้ทนอยู่แล้ว ว่าผมอาจตายเพราะอย่างอื่นก่อนแน่ครับ งานนี้เน้นของถูกครับ
เด็กแรฟ (IP:84.141.221.106,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 20 ธ.ค. 2548 (07:45)
ขอโทษครับ เขียนผิด ขอแก้ครับ



ถ้วยแก้วนำความร้อนได้ไม่ดีบางครั้งนำมาทำถ้วยที่เวลาจับจะได้ไม่ร้อนครับ
เด็กแรพ (IP:84.141.221.106,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 1 ม.ค. 2549 (12:37)
อืมคือว่ามาที่ห้องนี้เเหนะได้ความรู้มากมายค่ะ ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆมากนะคะ บ้าย-บาย
ฟิล์มน่ารักที่สู้ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (IP:203.113.57.40,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 3 ม.ค. 2549 (17:52)
ความสามารถในการนำความร้อน ขึ้นกับค่าความนำความร้อนของสารที่ใช้ทำวัสดุนั้น มีน่วยเป็น Watt ต่อ mol ต่อ K เคลวิน



สารไหนมีค่า W/mol/K หรือ J/s/mol/K มากกว่า สารนั้นนำความร้อนได้ดีกว่า



สมมติ สาร A มีค่าความนำความร้อน(J/s/mol/K) มากกว่าสาร B



เมื่อสัมผัสสาร A หรือ B จะรู้สึกว่าสาร A ร้อนกว่าสาร B ทั้งๆที่อุณหภูมิเท่ากัน เนื่องจากสาร A คลายพลังงานความร้อนต่อวินาที(J/s) ให้กับมือ ได้เร็วกว่าสาร B



หรือ เมื่อสัมผัสสาร A หรือ B ที่แช่แข็งจะรู้สึกว่าสาร A เย็นกว่า สาร B ทั้งๆที่อุณหภูมิเท่ากัน เนื่องจากสาร A ดูดพลังงานความร้อนต่อวินาที(J/s) ไปจากมือ ได้เร็วกว่าสาร B



สรุปนำความร้อนดีไม่ดี ขึ้นอยู่กับค่าความนำความร้อน (Thermal Conductivity)

มีหน่วยเป็น วัตต์ ต่อ โมล ต่อ เคลวิน (W/mol/K)

หรือ จูล ต่อ วินาที ต่อ โมล ต่อ เคลวิน (J/s/mol/K)



อย่าจำผิดกับความจุความร้อนนะ น่นแค่ จูล ต่อ โมล ต่อ เคลวิน (J/mol/K)
Organic Chem
ร่วมแบ่งปัน341 ครั้ง - ดาว 163 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 4 ม.ค. 2549 (13:00)
อ่านตั้งนาน มา งง กับความเห็นที่ 62 คับ...



อิอิอิ...



ตอนนี้หายงงล่ะ....
Niwa Daisuke
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 6 ม.ค. 2549 (11:13)
ประกาศรับสมัครสอนพิเศษเด็ก โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (สอนที่บ้านในกรุงเทพฯ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง สำหรับนักศักษาที่ต้องการหารายได้เพิ่ม) โปรดติดต่อคุยรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะครับ 0-5819-1009 0-1850-1960
คุณศักดา (IP:203.188.28.200,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 17 ม.ค. 2549 (10:48)
การใช้แก้วส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในลักษณะกักเก็บความร้อน มีตัวให้ความร้อนแยกต่างหาก ความร้อนเข้ามาในแก้วในลักษณะการนำความร้อน หรือการพาความร้อน

ส่วนโลหะเป็นภาชนะที่เป็นการถ่ายเทความร้อนโดยการนำโดยตรง ๆ และสูญเสียความร้อนได้ง่ายกว่าแก้ว
ครูโต้ง (IP:202.29.4.252,192.246.11.85,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 18 ม.ค. 2549 (22:33)
หนูอยากทราบความจุความร้อนจำเพาะของแก้วกับสแตนเลส ที่ความดัน 1 บรรยากาศ อะค่ะ ไม่ทราบว่าจะสามารถหาข้อมูลนี้ได้จากที่ไหนบ้างคะ หรือถ้าพี่ ๆ คนไหนทราบช่วยบอกหนูด้วยนะคะ คือหนูจะนำมาวิเคราะห์ผลในการทดลองฟิสิกส์อะคะ
PP (IP:202.28.9.82,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 29 ม.ค. 2549 (21:12)
ขอบคุณพี่ๆทุกคน เข้าใจวิทมากขึ้นเยอะเลย
myfriend_2080@hotmail.com (IP:61.91.229.35,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 9 ก.พ. 2549 (12:33)
สำหรับคุณ pp



Specific Heat Capacity Table

Substance Specific Heat Capacity(at 25oC in J/goC)



H2 gas 14.267

He gas 5.300

H2O(l) 4.184

lithium 3.56

ethyl alcohol 2.460

ethylene glycol 2.200

ice @ 0oC 2.010

steam @ 100oC 2.010

vegetable oil 2.000

sodium 1.23

air 1.020

magnesium 1.020

aluminum 0.900

Concrete 0.880

glass 0.840

potassium 0.75

sulphur 0.73

calcium 0.650

iron 0.444

nickel 0.440

zinc 0.39

copper 0.385

brass 0.380

sand 0.290

silver 0.240

tin 0.21

lead 0.160

mercury 0.14

gold 0.129







ที่มา
http://www.ucdsb.on.ca/tiss/stretton/Database/Specific_Heat_Capacity_Table.html
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26631 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 14 ก.พ. 2549 (19:54)
เนื้อหาไม่ค่อยครบถ้วน ถูกต้องสักเท่าไร ควรปรับปรุง
อาร์ม (IP:58.10.132.180,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 15 ก.พ. 2549 (22:20)
รู้ว่าตรงไหนขาดไปก็วานคุณ"อาร์ม"ช่วยกันเติมให้เต็มด้วย

คนละไม้คนละมือ ดีกว่ามาคอยแต่ติแยะเลย จริงไหมครับ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26631 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 20 ก.พ. 2549 (10:53)
การนำความร้อนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารอย่างไรบ้าง จ๊ะ
คนน่ารัก (IP:61.19.125.234,192.168.1.184, 10.5.1.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 21 ก.พ. 2549 (17:46)
ก็มันต้องใช้ความร้อนในการเปลี่ยนสถานะ

ถ้าคุณสามารถนำความร้อนไปยังวัตถุได้เร็ว อัตราการเปลี่ยนสถานะก็สูงตามไปด้วย
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26631 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 6 มี.ค. 2549 (17:18)


17305
ทั้งพา ทั้งแผ่ ทั้งนำ http://reuse.thaiddns.com แสงแดดครับ

mcc
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 6 มี.ค. 2549 (19:01)
การนำความร้อน คือ การถ่ายโอนความร้อนชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ตัวกลางที่เป็นของแข็ง จะถ่ายโอนจากอุณหภูมิสูงไปอุณหภูมิต่ำ สสารที่นำความร้อนได้ดี เรียกว่า ตัวนำความร้อน เช่น เงิน เป็นตัวนำความร้อนที่ดีที่สุด สสารที่นำความร้อนได้ไม่ค่อยดีนัก เรียกว่า ฉนวนความร้อน เช่น ไม้ แก้ว เป็นต้น

แล้วที่เค้าใช้แก้วในการทำอาหารนั้นอาจต้องการทำให้ดูมีรูปลักษณ์ที่ดีในการทำ หรือ ป้องกันความร้อน เวลาที่เราจับ ( เดาเอานะ)
ปลายฟ้า (IP:203.188.10.78,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 12 มี.ค. 2549 (21:46)
การนำความร้อน (Thermal conductivity) คือ ค่าอัตราการไหลของความร้อนผ่านวัสดุตัวกลาง การถ่ายทอดพลังงานความร้อนในของแข็งโดยทั่วไปเกิดจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระ เช่น ในพวกโลหะหรือจากการสั่นของอะตอมในโครงสร้าง ซึ่งทำให้เกิดการถ่ายเทพลังงานโดยการเคลื่อนที่ของคลื่นการสั่นจากด้านที่พลังงานสูงกว่าไปยังด้านที่พลังงานต่ำกว่าที่อุณหภูมิสูงขึ้น กลไกสำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งจะเสริมการถ่ายเทพลังงานคือ การแผ่รังสี (Radiation) วัสดุเซรามิกส่วนใหญ่จะนำความร้อนได้ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากลักษณะของพันธะภายในโครงสร้างทำให้มีอิเล็กตรอนอิสระน้อยมาก ฉะนั้นกระบวนการถ่ายเทความร้อนที่เกิดจะเนื่องจาก atomic/lattice vibration หรือ radiation เป็นหลัก



Basic equation for steady state condition.

Q = (K.A)(dT/dx)

เมื่อ Q = Rate of Heat flow; BTU/hr , Cal/hr

K = Thermal Conductivity coefficient ; BTU.in/ft2.hr.F

A = Area หรือพื้นที่;ft2 ,m2 ,cm2

dX = ระยะหรือความหนาของวัสดุ ; Inch, cm, m, ft, mm

dT = ความแตกต่างของอุณหภูมิด้านร้อนและด้านเย็น [ T2-T1] ; C, K
ดิฟ # Ceramic Engineering@SUT (IP:203.158.4.135,203.158.4.202,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 17 มี.ค. 2549 (15:44)
ขอถามเป็นความรู้ครับ คือว่า แก้วคริสตัลที่มีตะกั่วเป็นส่วนผสมไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ กับแก้วคริสตัลที่มีตะกั่วเป็นส่วนผสมระหว่าง 25 ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ อย่างไหนแพงกว่ากันครับ และแพงกว่าด้วยเหตุผลใด ขอบคุณมากครับ
sukhanetr@yahoo.com (IP:203.150.30.31,57.59.15.113, 57.59.15.113, 10.32.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 18 มี.ค. 2549 (02:14)
แก้วที่ใช้ทำ cooking ware เป็น borosilicate glass ครับที่นำแก้วชนิดนี้มาใช้ เพราะจะไม่เกิดปัญหา thermal shock คือการแตกเมื่อมีการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างฉับพลันอย่างที่พบในแก้วน้ำ ขวดน้ำที่เป็น soda-lime glass ปรกติคับผม และสามารถนำเข้าเตาอบไมโครเวฟได้ น่าจะเป็นเหตุผลนี้มากกว่าสำหรับคนที่อยากมีเครื่องแก้วเป็นเฟอร์นิเจอร์ไว้ใช้งานในบ้านน่ะครับ แก้วชนิดนี้มีต้นทุนสูงนะครับ เนื่องจาก melting point สูงกว่าแก้วธรรมดา(soda-lime glass) และในไทยมีผลิตที่เดียวคือโรงงาน ไทย-อิวากิ กลาส
%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 18 มี.ค. 2549 (02:45)
ยังมีแก้วที่ทำเครื่องครัวที่ตกพื้นไม่แตกด้วยนะครับ เราจัดเป็นพวก glass-ceramic ซึ่งถือเป็น composite อย่างหนึ่งเหมือนกันโดยทำการให้แก้วผ่านกระบวนการทางความร้อนอีกครั้งแก้วที่เดิมอสัณฐานจะเกิดผลึกเล็กๆ(<1 micron) ความหนาแน่นของ nuclei ประมาณ10^12 -10^15 /cm^3 ระบบของglass-ceramic ที่นำมาทำเครื่องครัวคือ Li2O-Al2O3-SiO2 มี TiO2 เจืออีกเล็กน้อย ไปดู phase-diagram เอานะครับ มียี่ห้อทางการค้าคือ Corning's ware
%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 31 มี.ค. 2549 (13:21)


17306




Identify the conducting side of a tin oxide-coated piece of glass by using a multimeter to measure resistance. The conducting side will have a resistance of 20-30 ohms.







หลายๆท่าน ดูจะรู้เรื่องแก้วดี โดยเฉพาะ คห 82,83



พอจะทำ หา หรือแนะนำ เรื่องแก้วที่นำไฟฟ้า(Conductive Glass) ได้บ้าง หรือไม่



จะหามาลองทำต้นแบบโปรเจ็ค สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ประสงค์จะทดลองทำ Solar Cell เล่นเอง

คาดหมายว่าคงมีน้องๆเป็นจำนวนมาก ที่คิด และอยากจะทำเซลแสงอาทิตย์ได้เอง

มีหลายๆเว็ปที่จะหาวิธีการทำได้เอง โดยใช้ สารเคมีทีพอจะหาได้ไม่ยากนัก

แต่จะมาติดที่ กระจกนำไฟฟ้า ที่จะทำหน้าที่ให้แสงผ่านเข้ามาได้ และเป็นขั้วของไฟฟ้าไปในตัว


http://mrsec.wisc.edu/Edetc/nanolab/TiO2/text.html


http://www.solideas.com/solrcell/cellkit.html



ท่านใดคิดว่าจะทำให้ได้ ช่วยๆกันหน่อย นะครับ













โก๋แก่
ร่วมแบ่งปัน2629 ครั้ง - ดาว 586 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 3 เม.ย. 2549 (22:38)
ในการสร้างเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสีย้อมไวแสงจะใช้ conductive glass ในการทำเป็น electrode แต่แก้วโดยทั่วไปไม่นำไฟฟ้าดังนั้นจึงต้องทำชั้นบางๆของ Tin oxide เพื่อให้นำไฟฟ้าและยังคงความใสอยู่ โดยขั้นตอนการเตรียม แก้วนำไฟฟ้า มีการใช้สารเคมีได้แก่ SnCl4.5H2O,HCl 37%,Sb2O3,CH3OHก่อนใช้ควรศึกษา materials safety data sheet ให้ดีก่อน สารเคมีเหล่านี้ใช้เตรียมเป็นสารละลายที่จะใช้สเปรย์ลงบนกระจกที่มีการให้ความร้อนสูงถึง 500-600&deg;c จนเมื่อแก้วอยู่ในสมดุลความร้อน(หมายถึงเมื่อรอจนเมื่อยตุ้มแล้ว) จะทำการพ่นสเปรย์สารละลาย 1 (SnCl4.5H2O 0.5 g+CH3OH 30 ml)ลงไป หลังจากนั้นพ่นสเปรย์ สารละลาย2 (สารละลาย 1 17ml+ Sb2O3 1g+ HCl 3 ml) ทับอีก 2-3 ครั้ง วัดค่าความต้านทานด้วยมัลติมิเตอร์จนได้ค่าที่พอใจ นำสไลด์ไปตัดด้วยที่ตัดกระจกให้ได้ขนาด นำไปใช้งานต่อได้เลย โดยวิธีข้างต้นนี้เป็นวิธีที่เรียกว่า spray pyrolysis แต่ไม่ทราบว่ามีการผลิตในระดับอุตสาหกรรมหรือไม่ (ถ้ามีจะได้ซื้อเขาได้เลยไม่ต้องทำเอง แล้วก็ทำเองไม่เป็นต่อไปเรื่อยๆ)และก็คาดว่าถ้ามีการผลิตในระดับอุตสาหกรรมน่าจะใช้วิธี sputtering มากกว่า

เมื่อลองสอบถามผู้ที่เคยทำ conductive glass มาเองกับมือ กลับมี commend มาว่า การทำ conductive glass ไม่เหมาะที่จะทำนอกห้อง lab และไม่เหมาะแก่เด็กวัยกำลังซุกซนสักเท่าไร เนื่องจากต้องมี hot plate ที่สามารถทำความร้อนได้ถึงระดับ 600&ordm;c มีการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง อันตรายต่อผิวหนัง, ดวงตา รวมถึงอุปกรณ์ อย่าง air brush ที่เป็นที่รู้จักดีในวงการทำ model มีราคาแพงหลายพันบาท แต่ใช้งานได้แป๊บเดียวก็เสียเนื่องจากเกิดทำปฏิกริยากับสารละลายจึง ต้องสั่งเป่าเครื่องแก้วพิเศษโดยเฉพาะเพื่อทำหัวพ่น และในขั้นถัดมาในการเตรียมชั้นของ anatase โดยวิธี atomization hydrothermal ก็พบการกัดกร่อนของสายยางต่างๆ การใช้เทียนไขจุดไฟเพื่อเอาเขม่าคาร์บอนก็ควรทำไกลๆจากภาชนะที่ใส่ solution ซึ่งไวไฟ และส่วนสีย้อมแม้จะใช้ สีย้อมจากธรรมชาติเช่น ดอกหน้าวัว ราสเบอรี่(มีในไทยป่ะคับ เคยได้สัมผัสแค่กลิ่นเท่านั้น) ถ้าให้ผลยังไม่ดี รู้สึกไม่พอใจจนต้องเปลี่ยนมาใช้สีย้อมสังเคราะห์ที่ราคาก็โคตรแพงคับ และผลท้ายที่สุดแม้ efficiency ดีๆแล้ว ต่อพื้นที่ประมาณครึ่งกระดาษ A4 ต่อเซลล์แบบอนุกรม สามารถหมุนพัดลมเล็กๆแต่ไม่มีลมออกมาได้ครับ ประกอบกับเปเปอร์ที่ยังออกแนวกั๊กๆอยู่มาก ก็ขอเอาใจช่วยนักวิจัยพลังงาน ทุกคนคับผ้ม
%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 10 เม.ย. 2549 (14:20)
wow!

o_O



good information
rapboy (IP:134.245.244.158,134.245.244.177,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 12 เม.ย. 2549 (22:15)
เทส
สมภพ เจ้าเก่า
ร่วมแบ่งปัน68 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 12 เม.ย. 2549 (23:25)
รบกวนถามผู้มีความรู้ทีครับว่า เหล็กกล้ากับไททาเนียม อันไหนมีความแข็งแรงทนทานมากกว่ากัน และ ไททาเนียมมีแร่อะไรเป็นส่วนประกอบบ้างครับ



ขอบคุณครับ
นพ (IP:203.113.41.8,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 15 เม.ย. 2549 (22:28)
การถ่ายเทความร้อนมีได้สามรูปแบบ

1 การนำความร้อน เป็นการถ่ายเทความร้อนโดยตัวกลางไม่

มีการเคลื่อนที่ หน่วยการนำความร้อนคือ W/mK

2 การพาความร้อน เป็นการถ่ายเทความร้อนโดยตัวกลางเคลื่อน

ที่ไปด้วย หน่วยสัมประสิทธิ์การพาคือ W/m2K

3 การแผ่รังสี การถ่ายเทความร้อนโดยไม่ต้องใช้ตัวกลาง



ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยแรงขับเคลื่อน คือความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างจุดสองจุด ที่เรียกว่ามีเกรเดียนของอุณหภูมิเกิดขึ้น
sxr53@hotmail.com (IP:221.128.108.26,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 25 เม.ย. 2549 (03:21)
ใครรู้ค่าความร้อนจำเพาะหรือค่าความจุความร้อนของเซรามิกส์ช่วยบอกหน่อย ด่วนนะจ๊ะ
yuy@อยากรู้ (IP:202.12.74.5,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 30 เม.ย. 2549 (20:10)
ความคิดเหนแต่ละคนมีเหตุผลหมด

ขอสนับสนุนความคิดเหนของ

คุนครูชิตด้วยละกานนะงับ
เด็กโง่ม.3
ร่วมแบ่งปัน30 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 3 มิ.ย. 2549 (09:18)
แก้วน่าจะปลอดภัยที่สุดในการทำอาหาร
Chinjung
ร่วมแบ่งปัน93 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 24 มิ.ย. 2549 (14:56)
ไชโย ในที่สุดข้าพเจ้าก้งง จนได้



เเต่คุน %-) เก่งจิงจิง
flash
ร่วมแบ่งปัน14 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 18 ก.ค. 2549 (19:34)
อยากทราบว่า เมื่อน้ำระเหยมาที่กระจกที่อยู่ด้านบนในแนวระนาบ 180 องศา ถ้าเกิดว่าน้ำระเหยขึ้นมาเป็นไอแล้วกระทบกับกระจก จะมีปัจจัยไหนบ้างมั้ยครับที่ทำให้น้ำระเหยได้ดีที่สุดครับ

ช่วยตอบให้ด้วยนะครับ
โจม (IP:203.113.62.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 1 ก.ย. 2549 (14:37)
การนำความร้อนและฉนวนความร้อนเป็นอย่างไร
A (IP:203.209.44.4,192.168.2.241,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 15 ก.ย. 2549 (08:14)
อยากให้คนไทยหันมาพัฒนาระบบ Heat Pump สำหรับอุตสาหกรรมและการใช้ในครัวเรือนให้เหมาะกับการใช้งานในประเทศ เพื่อการใช้ทรัพยากรณ์พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ฝากน้องๆด้วยนะครับ
anonymous (IP:203.156.71.75,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 5 พ.ย. 2549 (14:48)
บอกการถ่ายโอนความร้อนให้หน่อยนะ ๆ

ขอบคุณค่ะ
วาฬน้อย (IP:203.146.63.187,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 106 16 พ.ย. 2549 (17:19)
ใครก้อได้ที่มีการทดลองเกี่ยวกับวิชาฟิสิกส์บอกมาทีนะ
pipatpol_koy@hotmail.com (IP:125.24.156.77,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 109 26 พ.ย. 2549 (15:18)
....
c_cin
ร่วมแบ่งปัน488 ครั้ง - ดาว 159 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 110 28 พ.ย. 2549 (15:46)
ขึ้นบันไดทีละขั้น แล้วโดดลงมา

ขึ้นไปใหม่ เพิ่มอีก 1 ขั้นแล้วโดดลงมา

ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ

หาจำนวนขั้นที่น้อยที่สุดแล้วรู้สึกเจ็บ

และอย่าได้ลองสูงกว่านี้อีก
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26631 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112 16 ธ.ค. 2549 (08:35)
การนำความร้อนมีอะไรบ้าง
MEEN (IP:203.156.38.53)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม