Backward Design

โพสต์เมื่อ: 13:09 วันที่ 9 พ.ค. 2550         ชมแล้ว: 76,002 ตอบแล้ว: 37
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
อยากทราบวิธีสอนแนวนี้ วานผู้รู้ช่วยให้คำอธิบายที่ชัดเจนหน่อยครับ


xx
ร่วมแบ่งปัน663 ครั้ง - ดาว 165 ดวง

จำนวน 35 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 มิ.ย. 2550 (03:06)
ผมทำโครงการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพครูชื่อ Intel Teach to the Future ใช้หลักการนี้เหมือนกัน



ต้องคุยกันยาวๆ ครับ เราทำมา 5 ปีแล้ว พยายามอธิบายมากมาย หลายคนหัวเราะเยาะเราว่าพูดไม่รู้เรื่อง



ตอนนี้ รู้สึกดี ที่มีคนคิดเหมือนกันเยอะขึ้น

สรุปง่ายๆ แบบนี้นะครับ แบบกำปั้นทุบดิน



นี่เป็นการสอนที่ตัวครูต้องนึกถึง product หรือ performance mจะได้จากผู้เรียนก่อน

จากนั้น ครูต้องลงมือทำเองก่อนว่า ทำได้ไหมเกิดการเรียนรู้จริงหรือไม่ จากนั้น ไปสร้างแบบประเมิน แล้วจึงค่อยจัดทำขั้นตอนการสอนเป็นส่วนต่อมา

แปลว่า ถ้าคุณจะให้เด็กทำข้าวผัดมาส่ง คุณต้องลงมือทำข้าวผัดเองก่อน

แล้วมาดูว่าต้องการข้าวผัดแบบไหน ทำแบบประเมิน นำข้าวผัดที่ทำได้มาให้เด็กดู

แล้วจึงดำเนินการตามขั้นตอนที่ออกแบบมา
sompoat@yahoo.com (IP:124.121.105.62)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 24 มิ.ย. 2550 (07:21)
เข้าใจแบบครูแต่ยังไม่ลึกซึ้ง คงทน คุณครูมีแผนเป็นตัวอย่างซักแผนไหมคะจะขอทางเมล์
ครู ป.1
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 24 มิ.ย. 2550 (11:58)
ครับ ขอบคุณจริงๆเลยคุฌ สมโภช์

ไมทราบว่าผมเข้าใจแบบนี้จะถูกต้องหรือไม่



เช่นว่าผมต้องการในนักเรียนของผมสามารถแก้ปัญเรื่องมวลสารสัมพันธ์ในวิชาเคมีได้

ผมก็ออกแบบดังนี่คือ

๑ ผมก็ยกตัวอย่างปัญหามา ๑ ข้อ

๒ผมลงมือแก้ปัญหานนั้นด้วยการลงมือทำเองด้วยวิธีการของผม พร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้อง

๓ผมออกแบบแผนการสอนแล้วยึดกิจกรรมที่ผมทำในข้อที่๒เป็นหลัก แล้วเขียนส่วนต่างๆให้ครบ

๔ ผมนำแผนนี้ไปสอนเด็ก



แบบนี่ใช่ backward design หรือไม่

ขอบคุณครับ
xx
ร่วมแบ่งปัน663 ครั้ง - ดาว 165 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 6 ส.ค. 2550 (19:30)
ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการเรื่อง



"Backward Design : ภารกิจที่ท้าทายครูไทย"



ในวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2550 เวลา 08.00 – 12.00น. (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

ณ ห้อง 106 คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยวิทยากร



ผศ. ดร. สิริพัชร์ เจษฎาวิโรจน์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ดร. ชาติ แจ่มนุช สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 1

อ.พีระ ฉิมคง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา



จัดโดยนิสิตระดับดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณประไพ ธรมธัช (081-2594285) และ คุณเบญจา วงษา (081-8794097)
สุรัชน์
ร่วมแบ่งปัน702 ครั้ง - ดาว 158 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 16 ส.ค. 2550 (13:20)
ที่โรงเรียนก็มีสอนนะ แต่อยู่ในรูปแบบของการบูรณาการกับ 8 กลุ่มสาระและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
GARFIELD
ร่วมแบ่งปัน36 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 17 ส.ค. 2550 (16:00)
เตรียมคำถามไปถามวิทยากรเยอะๆนะครับ เช่น



ทำไมเขาจึงเรียกว่า backward design แล้ว forward design มีไหม



ที่บอกว่า backward design คือสิ่งที่ครูบางคนหรือแม้แต่เราก็ทำอยู่แล้ว

เป็นแบบนั้นจริงไหม



backward design มันดีตรงไหน

ถ้าครูทำได้ จะเกิดผลดีอย่างไรกับการเรียนการสอน

และถ้าครูทำไม่ได้ จะเกิดผลเสีย หรือจะเสียผลประโยชน์อย่างไร



จริง ๆ แล้ว backward design จะเหมาะกับระบบการศึกษาของประเทศไทยหรือไม่



ตอนที่ design จะต้องเริ่มจาก back มา จริง ๆ หรือ

หรือจะเริ่มตรงไหนก่อนก็ได้



backward design ไม่เหมาะกับบางวิชา เช่น คณิตศาสตร์ เป็นอย่างนั้นจริงหรือ
สุรัชน์
ร่วมแบ่งปัน702 ครั้ง - ดาว 158 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 25 ส.ค. 2550 (15:47)
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับ backward design หากใครทราบข้อมูลช่วยส่งอีเมลล์ให้ทีนะคะ อยากเข้าใจให้ถ่องแท้กว่านี้ จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
jaae2007
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 3 ก.ย. 2550 (08:16)
ในส่วนของ Backword Design เป็นอะไรที่สำคัญมากสำหรับอาชีพครู ในต่างประเทศจะให้ความสำคัญกับการออกแบบการเรียนรู้ และ การประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนในชั้นเรียน เพราะเขาจะคำนึงถึงการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กในขั้น understanding มากกว่า Know เพราะฉนั้น การทำ Backword Design จึงถึอเป็นกระบวนการที่สำคัญในการตรวจหาความสำเร็จในการสอน ว่าเป้นจริงตามที่ความหวังหรือไม่
สุพัฒตรา/supattra_aoy@hotmail.com (IP:202.57.142.229)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 3 ก.ย. 2550 (09:23)
ใครเข้าใจเรื่อง Backward Design ช่วยอธิบายหรือแบ่งปันเพื่อนครูไทยด้วยนะคะ
สุพัฒตรา/supattra_aoy@hotmail.com (IP:202.57.142.229)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 3 ก.ย. 2550 (10:10)
ขอเสนอความเห็นนะครับ



ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้จบมาทางด้านคุรุศาสตร์ และไม่มีประสบการณ์การสอนในห้องเรียนนะครับ เพียงแต่มีประสบการณ์สอนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวเท่านั้น ผมพยายามค้นคว้าวิธีีแนวทางการสอนที่ได้ผลจากหนังสือทางด้านการสอน จากอินเทอร์เนต จากการประมวลประสบการณ์ตอนตัวเองเป็นนักเรียนแล้วได้เรียนกับอาจารย์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้และสนุก ผมได้ลองใช้แนวปฎิบัตินี้มา 1 เดือนแล้ว ปรากฎว่านักเรียนเรียนรู้มากขึ้นมาก และตัวผมเองก็สนุกกับการสอน (คือก่อนหน้านี้ผมสอนแบบสะเปสะปะมาก ไม่เข้าใจคำว่า course design อะไรเลย) พอผมมาอ่านกระทู้ีนี้เพิ่งเข้าใจว่าวิธีของเราก็น่าจะสอดคล้องกับแนวความคิด "backward design"



ผมว่า "backward design" นั้นเป็น



--การเน้นสิ่งที่นักเรียนจะได้ไปจากเรามากกว่า สิ่งที่เราต้องการสื่อให้นักเรียน (คล้ายๆ กับแนวความคิดของ Paolo Freire นักวิชาการทางการศึกษาของบราซิล)

--การเน้นการเรียนรู้ (learning) มากกว่าการสอบ (passing the test)

--และอีกประเด็นสำคัญที่ "backward design" เน้นคือ การสร้างให้นักเรียนเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีพ (to be a life-long learner)



ก่อนผมจะสร้างคอร์สที่จัวเองสอนอยู่นั้น ผมถามตัวเองก่อนว่า

1. เราต้องการสอนอะไร

2. เราต้องการให้นักเรียนได้อะไร



จากนั้นก็ถามตัวเอง -- และนักเรียน -- ว่า

3. นักเรียนต้องการอะไร



เมื่อได้ 2 สิ่งแล้ว ผมก็หาจุดเชื่อมว่าเราจะช่วยนักเรียนถึงจุดมุ่งหมาย (ข้อ 3) ได้อย่างไร โดยที่เราไม่ทิ้งความต้องการข้อ (1) และ (2) ของเรา



เมื่อได้คำตอบแล้ว ผมก็เริ่มการสร้างวิชา (course design) ***สังเกตว่าการสร้างวิชาเกิดหลังจากเราได้ข้อ 1 2 และ 3 แล้วนะครับ เพราะว่านี่คือ --- จุดประสงค์ท้ายสุดที่เราต้องการไปถึง --- *** โดยการสร้างวิชานั้นแต่ละวันผมจะถามตัวเองในแต่ละบทของวิชาดังนี้



--บทเรียนบทนี้เกี่ยวพันกับข้อ 1 2 3 อย่างไร

--เราจะดึงดูดนักเรียนให้สนใจบทเรียนวันนี้ได้อย่างไร (นี่คือแรงจูงใจในการเรียนครับ ถ้าเรานำความคิดหรือจุดมุ่งหมายของนักเรียนมาเป็นส่วนนึงของ course design)

--นักเรียนพร้อมที่จะเรียนบทเรียนนี้หรือยัง คือนัักเรียนมีความพร้อมสำหรับเนื้อหาหรือไม่



เมื่อเรียนจบ เราต้องประเมินนักเรียน--และัตัวผมเอง การประเมินต้อง



1. ทันที มีงานวิจัยออกมาสนับสนุนว่ายิ่งได้การประเิมินเร็วเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ผู้เรียนสนใจการเรียนมากขึ้น

2. เที่ยงตรง คือมีหลักฐานชัดว่านักเรียนทำดีตรงนี้ ไม่ดีตรงนี้

3. ชัดเจน คือระบุให้ชัด ไม่ใช่แค่ "8/10" หรือ "ควรปรับปรุง" ต้องระบุให้ชัดว่าควรปรับปรุงข้อไหน จุดไหน

4. เข้าใจผู้เรียน ไม่ใช่มััวแต่หาข้อผิดพลาด ผู้สอนต้องเข้าใจว่าถ้านักเรียนถูกด่า ตำหนิ จะทำให้เค้าสนใจการเรียนน้อยลงมาก และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางเรียนได้



ผมมักจะให้นักเรียนประเมินตัวเองเกือบทุกครั้งว่า ตัวคุณได้เรียนอะไรไปบ้าง ในขณะที่ผมเองก็ถามนักเรียนเช่นกันว่า คุณคิดว่าการสอนวันนี้เป็นอย่างไร มีจุดไหนที่ไม่เข้าใจ หรือจุดไหนที่เข้าใจ หรือกิจกรรมไหนที่คุณคิดว่าดีหรือไม่ดี



วิธีประเมินอีกวิธีคือ การจัดทำข้อสอบ การทำข้อสอบต้องกลับไปดูข้อ 1 2 3 ว่าข้อสอบที่เราทำสอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการสอนตอนแรก สิ่งที่นักเรียนต้องการเรียนรู้หรือเปล่า (ข้อสอบและคำถาม หรือแม้แต่วิธีการถามต้องวัดการเรียนรู้ มากกว่าวัดความสามารถว่าจะให้เกรดอะไร เช่น ตอนผมสอนเรื่อง Present Simple เมื่ออาทิตย์ก่อน ผมใ้ห้งานนักเีรียนไปดังนี้ "เพราะว่า tense นี้ใช้ในการอธิบายสิ่งที่เป็นจริงทั่วไป เช่นความสูง ชื่อ ที่ทำงาน ดังที่เราพูดกันไปแล้วในห้องเรียน ดังนั้นสำหรับงานนี้ ผมต้องการให้คุณเตรียมบทพูดแนะนำตัวเองมา 5 นาที พร้อมกับเตรียมแนะนำเพื่อนคุณให้ผมรู้จัก 1 คน" จุดประสงค์ของงานนี้ มีดังนี้



1. คุณเข้าใจรูปแบบ present simple หรือไม่ (ข้อนี้สอดคล้องกับจุดประสงค์ของผมคือ - นักเรียนต้องเข้าใจรูปแบบ)

2. คุณสามารถนำ present simple ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร (ข้อนี้สอดคล้องกับจุดประสงค์ของผม - และนักเรียน - คือ - นักเรียนต้องนำสิ่งที่เรียนในห้องเรียนไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันจริง

3. คุณได้ฝึกการพูด)





สรุปว่าเป้าหมายต้องมาจากผู้สอน-และผู้เรียน-และต้องชัดเจน ทุกกระบวนการไม่ว่าจะเป็นการสร้างวิชา การทดสอบ กิจกรรมในห้องเรียน และข้อสอบต้องสอดคล้องกับจุดประสงค์เหล่านั้นครับ **แน่นอนครับการสอนแบบนี้กินพลังงานคนสอนมากทีเดียว เพราะว่ามันมีอะไรมากกว่าเพียงแค่หยิบตำราเรียนแล้ว เข้าใจเนื้อหา และเดินเข้ามาสอน และหมดคอร์สก็จัดสอบ แล้วดูว่าผ่านหรือไม่ผ่าน**



--------------------------------------------------------



แนวความคิดของคุณ sompoat@yahoo.com น่าสนใจนะครับ แต่ผมเกรงว่าถ้าให้ผู้สอนลองทำหมดทุกอย่าง มันอาจจะเป็นการเสียเวลามากเกินไป ผมคิดว่าแนวคิดนี้มาจากความต้องการที่ไม่อยากให้มีการผิดพลาดเลยก่อนไปสอนนักเรียน แต่ผมว่าเราต้องอย่าลืมว่า "ส่วนหนึ่งแล้วการสอนเป็นเรื่องของการลองผิดลองถูกนะครับ" ครูต้องคอยประเมินตัวเองตลอดอยู่แล้ว ถ้าเรามัวไปทดลองทุกอย่างก่อนสอน ลองคิดดูสิครับว่าถ้าเราทำข้าวผัดแบบ 1 ไม่อร่อย เราต้องทำแบบ 2 3 4 5 จนกว่าจะอร่อยถึงจะสอนได้ เราต้องเสียเวลาและทรัพยากรไปมากเลยนะครับแค่ 1 บทเรียนเท่านั้นเอง
52013

เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง
ร่วมแบ่งปัน10 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 8 พ.ย. 2550 (12:53)
ทำยากเหมือนกัน อบรมมานิดหน่อยยังไม่ค่อยเข้าใจ อยากเห็นคนที่ทำมาเป็นตัวอย่าง บางช่วงติด เช่นทักษะคร่อมวิชาช่วงกิจกรรมต้องใส่กิจกรรมอย่างไรลงไป อะไรเป็นตัววัด ใช้หลักฐานอะไร ถ้ามีคนทำซักแผนคงทำได้ ใครทำได้ครบเก่งครับไม่อยากทำผิดๆถูกๆ
anupun@hotmail.com (IP:203.146.63.184)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 19 พ.ย. 2550 (10:24)
ท่านอาจารย์ท่านใดต้องการ ได้ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้แบบBackward Design

สามารถติดต่อได้ที่ อ.ปัญญา ทรงเสรีย์ 02 -222-4543
ปัญญา ทรงเสรีย์ /Ptdc@wpp.co.th (IP:58.9.169.25)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 19 ธ.ค. 2550 (12:36)
ตัวอย่างแผนBackward Design จะวางแผงต้นเดือนมกราคม51 อย่าพลาดทีเดียว
สุภาพร ต่อมคำ (IP:203.172.139.222)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 6 ม.ค. 2551 (18:34)
ต้องการที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Backward Design นะแต่ไม่รู้จะศึกษาจากที่ไหน

ถ้าใครมีรายละเอียดและตัวอย่างขอรบกวนด้วยนะค่ะ

ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

(รบกวนตอบผ่าน E-mail นะค่ะ)
n-srinuan@hotmail.com (IP:203.113.45.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 7 ม.ค. 2551 (01:03)
การสอนแบบแฮบาต

การสอนแบบหน่วย

การสอนแบบวิทยาศาสตร์

การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้

การสอนแบบหน่วย

คิวซี

ระฆังขาน

ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

บูรณาการ

ทั้งหมดนี้ที่เขาว่าดี ในที่สุดก็มาตายอยู่ที่โรงเรียน.....

แล้ว Backward Design จะเป็นเป็นยังไง ก็ต้องรอดูและรอลุ้นกันต่อไป
NpEducate
ร่วมแบ่งปัน915 ครั้ง - ดาว 193 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 8 ม.ค. 2551 (00:52)
หลักการของ Backward Design



กระบวนการออกแบบถอยหลังกลับ (Backward Design) ของ Wiggins และ McTighe เริ่มจากคิดทุกอย่างให้จบสิ้นสุด จากนั้นจึงเริ่มต้นจากปลายทางที่ผลผลิตที่ต้องการ (เป้าหมายหรือมาตรฐานการเรียนรู้) สิ่งนี้ได้มาจากหลักสูตร เป็นหลักฐานพยานแห่งการเรียนรู้ ( Performances) ซึ่งเรียกว่า มาตรฐานการเรียนรู้ แล้วจึงวางแผนการเรียนการสอน ในสิ่งที่จำเป็นให้กับนักเรียนเพื่อเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่การสร้างผลงานหลักฐานแห่งการเรียนรู้นั้นได้



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนังสือ

Understanding by Design โดย Grant P. Wiggins, Jay McTighe http://books.google.co.th/books?id=N2EfKlyUN4QC&pg=PP2&vq=backward+design&sig=eZF_o_9fosBSxUtXDO4TmJd6tqw
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6416 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 8 ม.ค. 2551 (02:10)
สำหรับผู้เริ่มฝึกทำ backward design ควรจะเริ่มฝึกออกแบบกับเนื้อหาสาระที่เราถนัดก่อน

เมื่อเข้าใจและทำได้แล้วจึงค่อยขยับขยายไปบูรณาการกับ 8 กลุ่มสาระและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

จะได้ไม่รู้สึกว่าเป็นงานที่หนักรุงรังเกินไป



มีตัวอย่างสำหรับผู้เริ่มต้นที่นี่ค่ะ http://www.krupai.net/backward.htm



ลองคลิกดูที่ "ตารางสี่ช่อง: กระดาษทดของการออกแบบด้วยกระบวนการย้อนกลับ" นะคะ
ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4126 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 12 ม.ค. 2551 (20:46)
วันนี้มาเรียนรู้เกี่ยวกับ backward design ค่ะ ขอขอบคุรมากค่ะ จะไปฝึกทำแผนการเรียนรู้ ค่ะ และเผยแพร่กับเพื่อน ๆ ขอขอบคุณคุณครูไผ่มากค่ะ
ครูคิม
ร่วมแบ่งปัน483 ครั้ง - ดาว 247 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 15 ม.ค. 2551 (13:50)
ผู้เขียนหนังสือ Understanding by Design คือ Grant Wiggins จะบินมาเมืองไทยเพื่อเป็นวิทยากรในการสัมมนาหัวข้อเดียวกันนี้



ใครสนใจ เชิญร่วมสัมมนา ได้ในงานนิทรรศการการศึกษานานาชาติ 2551 หรือ TIEE 2008 วันที่ 1-3 กุมภาพ้นธ์ 2551 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
numberbeen@yahoo.com (IP:58.10.65.226)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 15 ม.ค. 2551 (14:15)
โทษค่ะ ขอเพิ่มเติมนิดนึงนะคะ



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ โทร. 0 2512-0093-104 ต่อ 294, 311 จ้า
numberbeen@yahoo.com (IP:58.10.65.226)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 26 ม.ค. 2551 (22:01)
พรุ่งนี้จะไปอบรมเรื่องนี้ที่ไดม่อนสุราษฎร์ธานี ตอนนี้ตึงต้องมาศึกษาก่อนก็เป็นรูปแบบที่ดีนะ
K_srisuwan@thaimail.com (IP:125.27.171.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 23 ก.พ. 2551 (10:22)
<P>สวัสดี่เพื่อนครูทุกท่าน..วันนี้เรามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะคะในเรื่อง..การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ Backward Design เริ่มจากการศึกษาหลักสูตรแกนกลางตามลำดับดังนี้ ค่ะ..1)มาตรฐาน 12 ปี&nbsp; 2)มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นที่สอน 3)ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังชั้นที่รับผิดชอบสอน&nbsp; </P>

<P><STRONG>ขั้นตอนทีสำคัญของ Backward Design</STRONG> </P>

<P><STRONG>1. การวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้</STRONG>&nbsp; ให้เพื่อนครูวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ 12 ปี ทีละมาตรฐาน เพื่อหาความคิดรวบยอดหลัก Core Concept ยกตัวอย่างดังนี้</P>

<P><STRONG>มาตรฐาน ศ 3.1</STRONG> เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เมื่อวิเคราะห์หาความคิดรวบยอดหลัก Core Concept ได้ดังนี้ คือ </P>

<P>1) การแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ (ครอบคลุมด้านความรู้และกระบวนการ K+P) 2) การวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ (ครอบคลุมด้านกระบวนการ P) </P>

<P>3) การถ่ายทอดความรู้สึกอย่างอิสระ (ครอบคลุมด้านความรู้และกระบวนการ K+P) </P>

<P>4) มีความชื่นชมและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน (ครอบคลุมด้านจิตพิสัย A) </P>

<P>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จะเห็นได้ว่าเราวิเคราะห์ความคิดรวบยอดหลักได้ 4 ข้อ ซึ่งเป็นสาระสำคัญปรากฏอยู่ในมาตรฐานอยู่แล้ว ให้เพื่อนครูทำทุกมาตรฐานนะคะ ลงสู่ขั้นตอนที่ 2 ดังนี้ค่ะ</P>

<P><STRONG>2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรฐานการเรียนรู้กับมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น</STRONG></P>

<P>ขั้นตอนนี้ เรานำมาตรฐาน 12 ปี (ทีละมาตรฐาน) เป็นตัวตั้งไว้ก่อนนะคะ </P>

<P>มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น&nbsp; มาตรฐาน ศ 3.1.......</P>

<P>มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น (ม.4-6) ข้อ 2.....</P>

<P>ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี ข้อ&nbsp;2 แสดงออกทางนาฏศิลป์&nbsp;</P>

<P>เมื่อตรวจสอบสาระที่ปรากฏในผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปีจะพบว่าสอดคล้องกับความคิดรวบยอดหลักที่วิเคราะห์ในขั้นตอนที่ 1จำนวน 2 ข้อย่อย คือ การแสดงออก และการวิเคราะห์เพราะการที่นักเรียนจะสามารถแสดงออกทางนาฏศิลป์ได้ก็ต้องมีความรู้ก่อนค่ะ&nbsp; จุดนี้จะเห็นได้ว่ายังไม่ครอบคลุมขาดส่วนที่เป็นจิตพิสัย&nbsp; จุดนี้แหละค่ะเราควรเติมเต็มให้หลักสูตร โดยสามารถเพิ่มผลการเรียนรู้ที่คาดหวังเพื่อนำไปใช้สอน ดังนี้นะคะ</P>

<P>แสดงออกทางนาฏศิลป์<STRONG>พื้นเมืองสร้างสรรค์ด้วยความภาคภูมิใจ</STRONG>&nbsp; จุดนี้ทำให้ครูผู้สอนสามารถสอดแทรกสาระท้องถิ่นของตนเองได้อย่างสอดคล้อง และเมื่อตรวจสอบจะพบว่าผลการเรียนรู้ที่คาดหวังครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือ ความรู้+ทักษะกระบวนการ+จิตพิสัย </P>

<P><STRONG>3) การจัดทำตารางวิเคราะห์ผังการประเมิน</STRONG>&nbsp; ขั้นตอนนี้เป็นการกำหนดหลักฐานการเรียนรู้ให้ครอบคลุมเป้าหมายการเรียนรู้&nbsp; ในหน่วยการเรียนรู้หนึ่งๆ&nbsp; อาจมีมากกว่า 1 แผน และมากกว่า 1 ชั่วโมง&nbsp; หลักฐานการเรียนรู้เช่น การเลือกตอบ การตอบคำถาม การเขียนแบบอัตนัย&nbsp;&nbsp;การประเมินการปฏิบัติภายในโรงเรียน&nbsp; การประเมินการปฏิบัติภายนอกโรงเรียน และการประเมินแบบต่อเนื่อง&nbsp; ขั้นตอนนี้ควรจัดทำในรูปแบบตารางเพื่อให้ชัดเจนนะคะ..เพราะเราจะสามารถระบุได้ว่าเป้าหมายการเรียนรู้คืออะไร จะจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างไร ใช้เวลาเท่าไหร่ มีแหล่งเรียนรู้และทรัพยากร/สื่อ อะไรบ้าง <STRONG>ทำให้เราสามารถนำจุดนี้ไปเขียนแผนได้เลยค่ะ&nbsp; จุดนี้เองที่เรียกว่า การออกแบบแบบย้อนกลับ&nbsp; อธิบายอีกครั้งนะคะ..หมายความว่า เราวิเคราะห์และตั้งเป้าหมายไว้ก่อนว่าสอนเรื่องนี้แล้วจะมีชิ้นงานนักเรียนเป็นอย่างไร&nbsp; ทำให้เราสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับชิ้นงานที่เราต้องการ..</STRONG></P>

<P>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หากเพื่อนครูท่านใดอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมตัวอย่าง&nbsp; สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 086-8780328&nbsp; หรือจะกรุณารอสักระยะนะคะ..กำลังดำเนินการจัดทำเว็บเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูทุกท่านค่ะ..และปลายเดือนกุมภาพันธ์ 51 หนังสือวิเคราะห์หลักสูตรแบบย้อนกลับกลุ่มสาระศิลปะ (ทั้ง 3 สาระ) ช่วงชั้นที่ 1-4 จะวางแผงด้วยค่ะ.. สวัสดีค่ะ</P>
สุภาพร ต่อมคำ (IP:202.149.24.129)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 25 เม.ย. 2551 (19:59)
อยากทราบรูปแบบการสอนแบบหน่วยคะ ประวัติผู้คิดค้น เพราะไม่เข้าใจ (งง)&nbsp;เราสามารถนำรูปแบบการสอนนี้ไปใช้ในระดับมัธยมศึกษาได้หรือไม่คะ โดยเฉพาะสาระวิทยาศาสตร์&nbsp;ขอบคุณคะ
Maskku (IP:202.91.19.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 25 มิ.ย. 2551 (20:55)
<P>สวัสดีครับ</P>

<P>&nbsp;ใครมีแบบฟอร์มของการเขียนแผน แบบ Backward design ช่วยบอกทีครับ เพราะผอ. พยายามจะให้ครูทำให้ได้แต่ไม่มีตัวอย่างให้ดูเลย แย่จริงๆครับ</P>

<P>&nbsp;</P>
ruralteacher2000@yahoo.com (IP:202.149.25.225)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 28 ส.ค. 2551 (10:49)

ดิฉันว่า Backward Design ดีแต่ครูไทยส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ อันเนื่องมาจากขาดการอบรม ขาดการนำไปใช้จริงๆค่ะ จึงควรได้รับการศึกษาอย่างลึกซึ้งมากกว่านี้


kruthai51@yahoo.com (IP:58.9.52.243)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 13 มี.ค. 2552 (22:19)

ใครที่สนใจแผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบBackward Design เทคนิค WHERETOร่วมกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง..ลองมาแลdเปลี่ยนกันดูน่ะ..ถ้าท่านสนจใจก็จะแนบFileทาง mail


lifelearn2@hotmail.com (IP:202.149.25.236)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 9 ก.ย. 2552 (11:17)

ขอดูตัวอย่าง ครับ



man (IP:58.136.232.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 8 ต.ค. 2552 (13:33)
ถึงพี่สุภาพร ต่อมคำ
ใช่บ้านอยู่อุบลไหมครับ
ผมโทน จ.อำนาจเจริญ ครับ
ติดต่อผมด้วยครับ
aurasopon@hotmail.com (IP:58.147.85.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 21 ต.ค. 2552 (10:29)
ผมสอนตามแบบของผมที่คิดขึ้นเอง เด็กก็เข้าใจดีมาก...คิดได้...ทำเป็น..แก้ปัญหาชีวิตได้(มากเกือบ 30 ปีแล้ว)...แบบนี้ผมต้องเปลี่ยนมาสอนแบบ ย้อนกลับด้วยหรือไม่
porn4750@gmail.com (IP:125.27.225.75)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 4 พ.ย. 2552 (15:12)

หากไม่ต้องการทำผลงานก็สอนแบบเดิมดีแล้วครับ ไม่ต้องเครียด


chaibancha@hotmail.com (IP:124.157.235.165)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 6 พ.ย. 2552 (11:57)
ไม่ค่อยเข้าใจในการเขียนแผนแบบ backwrad design เท่าไหร่เลย โดยเฉพาะวิชาเพิ่มเติม
nat19221@hotmail.com (IP:125.26.170.55)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 12 พ.ย. 2552 (22:35)

มีอะไรดี ๆ เกี่ยวกับ backward desing ช่วยแนะนำกันบ้างนะคะ
เดินไม่ค่อยถูกทางเลย
                            ครูใต้


Pretty.kir11@hotmail.com (IP:118.173.179.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 7 เม.ย. 2553 (20:11)
สบายดีนะค่ะ อยากได้แผน ป. 1 ตามหลักสูตร 51 ค่ะ
นงลักษณ์ บุตทศ
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 9 ก.ย. 2553 (10:59)
อยากได้ตัวอย่าง Backward design ของวิชาฟิสกส์ ที่ทำให้นักเรียนเรียนแก่
ครู แก่ (IP:222.123.85.226)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 18 ก.ย. 2554 (19:11)

ตั้งแต่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้บรรลุธรรมขั้นสูง ธรรมะของพระองค์มีทั้งสิ้น แปดหมื่นสี่พัน พระธรรมขันธ์ ครอบคลุมความรู้ทั้งหมดในสากลจักรวาลพิสูจน์ ได้ไม่จำกัดกาล ผู้ปฏิบัติเห็นผลได้ด้วยตนเองและเป็นที่ประจักษ์แก่ผู้อื่น ธรรมะ สำหรับการศึกษาเล่าเรียนเอาแบบพื้นๆเลยคือ สุ จิ ปุ ลิ และแถมอีกขนานหนึ่งคือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ใครก็ตามเดินตามแนวทางนี้สำเร็จผลทุกราย ฝากบอกครูทุกท่าน ไม่มีวิธีการหรือทฤษฎีใดๆจะเทียบของพระพุทธเจ้าได้ดอก ว่าแต่ว่าท่านจะทำประการใดที่จะปลูกฝังคุณธรรมนี้ให้กับตนเองเป็นอันดับแรกแล้วไปสอนนักเรียนของท่านให้ปฏิบัติธรรมนี้ก็จะสำเร็จทุกประการ  เรามีของดีแต่กลับละเลยไป หลงฝรั่งอยู่ได้


จิตแผ้ว
ร่วมแบ่งปัน419 ครั้ง - ดาว 161 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม