เด็กหลอดแก้ว

โพสต์เมื่อ: 23:17 วันที่ 20 พ.ค. 2545         ชมแล้ว: 63,348 ตอบแล้ว: 95
วิชาการ >> กระทู้ >> วิทยาศาสตร์ >> ชีววิทยา

อยากได้ข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานเรื่อง การปฏิสนธิในหลอดแก้ว และการถ่ายกลับตัวอ่อน
- ความหมาย
- หลักการและขั้นตอน
- ข้อดี และข้อเสีย
- ประโยชน์

ขอบคุณมากครับ



rome(203.147.0.42)

จำนวน 63 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 21 พ.ค. 2545 (23:17)
เด็กหลอดแก้ว




1. เด็กหลอดแก้วคืออะไร ? ทำไมจึงเรียกเด็กหลอดแก้ว


คนทั่วไปมักไม่รู้หรือเข้าใจผิดว่าการทำ "เด็กหลอดแก้ว" หมายถึง การการก่อให้เกิดตัวอ่อนมนุษย์และเลี้ยงอยู่ภายในหลอดแก้ว จนโตเป็นเด็ก ตัวเล็กๆ จากนั้นจึงนำมาเลี้ยงต่อ ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ในตู้อบ จนกลายเป็นทารกที่น่ารัก เหมือนกับที่คลอดออกมาตามธรรมชาติ ความจริงเป็นความเข้าใจผิด เพราะเราไม่สามารถเลี้ยงเด็กในหลอดแก้วจริงๆ ได้ เราเลี้ยงได้ เฉพาะ "ตัวอ่อน" ของมนุษย์ในระยะ 2-3 วันแรกเท่านั้น จากนั้นต้องรีบนำกลับเข้าสู่ร่างกายสตรี มิฉะนั้น "ตัวอ่อน" จะตาย


การทำ "เด็กหลอดแก้ว" ในภาษาไทยนั้น ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า "IVF" (In Vitro Fertiliztion) หมายความว่า การช่วยเหลือให้เกิดการปฏิสนธิของไข่และตัวอสุจิ ภายนอกร่างกายในหลอดแก้วทดลองภายใต้สิ่งแวดล้อม อุณหภูมิคล้ายกับภายในร่างกาย เมื่อได้ "ตัวอ่อน" ที่สมบูรณ์ ในขนาดที่เหมาะสม ก็นำกลับเข้าสู่ภายในร่างกายของสตรีผู้นั้น เพื่อให้ฝังตัวและเจริญเติบโตเป็นทารกภายในโพรงมด ลูกต่อไป


2. เด็กหลอดแก้ว มีความเหมือน หรือแตกต่างจากการผสมเทียมอย่างไร ?


แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะการผสมเทียม (Articial Insemination) หมายถึง การฉีด "เชื้ออสุจิ" เข้าไปในช่องคลอดหรือมดลูก โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ช่วยเหลือ จะมีการปฏิสนธิหรือไม่ ยังไม่ทราบ และหากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็เป็นการปฏิสนธิภายในร่างกาย


แต่การทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นการนำเอา "ไข่" ของสตรีออกมาภายนอกร่างกายแล้วมาผสมกับ "เชื้ออสุจิ" ในหลอดแก้วทดลอง เพื่อให้มีการปฏิสนธิภายนอก ภายใต้บรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่จัดให้เหมาะสม แก่การดำรงชีวิต ของ "ตัวอ่อน" ได้


3. ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" มีขั้นตอนหรือกรรมวิธีอย่างไร ?


ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้ว


 ขั้นตอนที่ 1 "การกระตุ้นไข่" โดยใช้ยาหรือฮอร์โมน จากต่อมใต้สมองส่วนหน้ามากระตุ้น เพื่อให้ได้ไข่จำนวนมากๆ


 ขั้นตอนที่ 2 "การเก็บไข่" โดยใช้เข็มยาวที่ทำขึ้นมาเฉพาะ เจาะเก็บไข่ทางหน้าท่องหรือทางช่องคลอด แต่ส่วนใหญ่เจาะเก็บไข่ ผ่านทางช่องคลอด เพราะสามารถมองเห็นไข่ได้โดยตรง จากการใช้อัลตราซาวนด์ช่วยทำให้เจาะเก็บไข่ได้จำนวนมาก


 ขั้นตอนที่ 3 การเตรียม "เชื้ออสุจิ" เป็นการ "คัดเชื้อ" เพื่อให้ได้ตัว "เชื้ออสุจิ" ที่มีคุณสมบัติดีพบที่จะปฏิสนธิกับไข่โดยใช้ "ตัวอสุจิ" ขนาดความเข้มข้นประมาณ 100,000 ตัวต่อไข่ 1 ใบ


การเก็บเชื้ออสุจิ โดยปกติจะใช้วิธีให้ช่วยตัวเอง (masturbation) ไม่ควรใช้วิธีร่วมเพศก่อนแล้วมาหลั่งภายนอก หรือใช้ถุงยางอนามัย เนื่องจากสารหล่อลื่นภายในถุงยาง จะทำลายตัวอสุจิได้


 ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยง "ตัวอ่อน" เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด ในกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว"


ภายหลังจากที่ได้ไข่มาแล้ว ก็จะนำมาเลี้ยงในหลอดแก้วทดลอง ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ประมาณ 3-6 ชั่วโมง จากนั้นจึงทำการใส่ "เชื้ออสุจิ" ที่ผ่านการคัดเชื้อแล้วลงไป เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 18 ชั่วโมง ก็มาตรวจดูว่า มีการปฏิสนธิเกิดขึ้นหรือยัง


ถ้าไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็อาจใส่เชื้ออสุจิอีกเป็นครั้งที่สอง หรือเฝ้าสังเกตการณ์ต่อไป


ถ้าไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็ต้องตรวจดูว่า มีการปฏิสนธิที่ผิดปกติหรือไม่ หากมีก็คัด "ตัวอ่อน" นั้นทิ้งไป เหลือไว้ แต่ "ตัวอ่อน" ที่ปกติเท่านั้น


ในวันที่สอง (ประมาณ 48-50 ชั่วโมงภายหลังจากเจาะไข่ออกมา) "ตัวอ่อน" แต่ละตัวอยู่ระหว่าง 2-8 เซลล์ "ตัวอ่อน" แต่ละตัว จะมีความสมบูรณ์ไม่เท่ากัน เราจัดลำดับความสมบูรณ์ของตัวอ่อน ออกเป็นเกรด 1(A), 2(B), 3(C), 4(D) เกรด 1 ดีที่สุด เกรด 2 ดีรองลงมา ควรจะนำ "ตัวอ่อน" เฉพาะเกรด 1 และ 2 เท่านั้น ใส่กลับเข้าสู่ร่างกายคนไข้สตรีส่วน "ตัว-อ่อน" เกรด 3 และ 4 จะนำมาใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น


 ขั้นตอนที่ 5 การนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย เราสามารถนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกายได้ 2 ทาง คือ ทางปากมดลูก หรือทางปีกมดลูก


 ขั้นตอนที่ 6 การแช่แข็ง "ตัวอ่อน" ตัวอ่อนของมนุษย์ที่เหลือจากการใส่กลับเข้าสู่ร่างกายเรา จะนำมา แช่แข็งที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส "ตัวอ่อน" จะหยุดการเจริญเติบโต แต่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นานเป็นปีทีเดียว เมื่อไรจำเป็นต้อง ใช้ก็เพียงแต่ละลายกลับมาสู่อุณหภูมิปกติอย่างมีประสิทธิภาพ


4. ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" แต่ละครั้งมีจำกัด หรือไม่ว่าจะต้องใช้ไข่กี่ฟอง ?


เราไม่จำเป็นต้องจำกัดการใช้ "ไข่" เพราะเราจะนำไข่ทั้งหมด ที่เจาะได้มาหยอด "เชื้ออสุจิ" เพื่อให้เกิดเห็น "ตัวอ่อน " มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราจำกัด "ตัวอ่อน" มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราจำกัด "ตัวอ่อน" ที่จะนำกลับเข้า สู่ร่างกายไม่ให้เกิน 4 ตัวอ่อน เพื่อไม่ให้เกิดแฝดจำนวนมาก ส่วน "ตัวอ่อน" ี่เหลือจะแช่แข็งไว้ใช้ต่อไปในอนาคต


5. มีอัตราความสำเร็จในการปฏิสนธิเท่าไร ?


การปฏิสนธิโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับปัจจัย หลายอย่าง เช่น ความสมบูรณ์ ของ "ไข่" และ "เชื้ออสุจิ" ประสิทธิภาพของ ห้องปฏิบัติการรวมถึงความ ชำนาญของผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงตัวอ่อน


อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ศึกษาไว้ดังนี้


จำนวนของ "ไข่" ที่หยอด "เชื้ออสุจิ" ทั้งหมด 1,364 คิดเป็นร้อยละ 100


จำนวนของ "ไข่" ที่มีการปฏิสนธิปกติเท่ากับ 738 คิดเป็นร้อยละ 54.1


จำนวนของ "ไข่" ที่ไม่มีการปฏิสนธิเท่ากับ 486 คิดเป็นร้อยละ 35.6


จำนวนของ "ไข่" ที่มีการปฏิสนธิในเวลาที่เนิ่นนานออกไป


จากปกติเท่ากับ 54 คิดเป็นร้อยละ 4.0


จำนวนของ "ไข่" ที่บริเวณเปลือกนอก ได้แตกออกเท่ากับ 39 คิดเป็นร้อยละ 2.9


จำนวนของ "ไข่" ที่สลายหรือภายในมีฟองอากาศเท่ากับ 12 คิดเป็นร้อยละ 0.9


จำนวนของ "ไข่" ที่ยังไม่สุกพอที่จะสามารถปฏิสนธิ


ได้เท่ากับ 10 คิดเป็นร้อยละ 0.8


ในบางสถาบันเมื่อพบ "ไข่" ไม่มีการปฏิสนธิในเวลา 12-24 ชั่วโมง ก็ทำการหยอด "เชื้ออสุจิ" ลงไป อีกเป็นครั้งที่สอง แต่มักไม่ค่อยได้ผล ยกเว้นในกรณี "เชื้ออสุจิ" ของสามีไม่ดีในการหยอดครั้งแรกเมื่อหยอด "เชื้ออสุจิ" บริจาค ของชายอื่นลงไปเป็นครั้งที่สองมักจะให้ผลดีพอสมควร


6. ในการนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย จะต้องใช้ "ตัวอ่อนจำนวนเท่าไร ?


ปกติใช้ 3 ตัวอ่อน สูงสุดไม่เกิด 4 ตัวอ่อน ไม่ว่าจะเป็นการใส่กลับเข้าดำเนินการทางปีกมดลูก หรือทางปากมดลูก


7. หลังจาก "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?


กรณีที่นำ "ตัวอ่อน" ใส่กลับเข้าทางปากมดลูก หลังจากนอนพักหลังหยอด "ตัวอ่อน" แล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ แต่สมควรนอกพักต่อที่บ้านอีกประมาณ 12-24 ชั่วโมง หลังจากนั้น จึงสามารถทำงานเบาๆ ได้ ไม่ควรทำงานหนักหรืองานที่ต้องใช้การเกร็ง หน้าท้อง และไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้


ในกรณีที่นำ "ตัวอ่อน" ใส่กลับเข้าสู่ร่างกายทางปีกมดลูก (ZIFT) ผู้ป่วยจะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 1 วัน เมื่อกลับบ้านยังควรพักผ่อนต่ออีกไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน


8. ต้องใช้เวลานานเท่าไร ? จึงจะทราบว่าตั้งครรภ์


ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากจบกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว" โดยการเจาะเลือดตรวจ การตั้งครรภ์ที่แน่ใจว่า ไม่น่าจะแท้ง ก็คือเมื่ออายุครรภ์ 8 สัปดาห์ ทำการอัลตรา-ชาวนด์ ทางช่องคลอดพบว่ามีการเต้นของ หัวใจทารก


9. "ตัวอ่อน" ที่ใส่เข้าไปในร่างกายสัตว์จะรอดเป็นทารก ทุกตัวอ่อนหรือไม่ มีอัตราการรอดเป็นอย่างไร ?


ในทางการแพทย์ การรอดชีวิตของ "ตัวอ่อน" เท่าไรนั้น วัดได้จาก เมื่อเราหยอด "ตัวอ่อน" ลงไปจำนวนเท่าไร แล้วเหลือรอดชีวิตมาฝังตัวได้กี่ตัวอ่อน เราเรียกอัตราการรอดชีวิต ของ "ตัวอ่อน" นี้ว่า "อัตราการฝังตัว" (Implantation Rate) โดยปกติจะพบประมาณร้อย ละ 20 (หากใส่ "ตัวอ่อน" เข้าไป 100 ตัวอ่อน จะฝังตัวได้ 20 ตัวอ่อน) ไม่ว่าจะเป็นการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปากมดลูกหรือปีกมดลูก


ถึงแม้จะฝังตัวได้ แต่จะมีส่วนหนึ่งที่แท้งออกมา คิดเป็นร้อยละ 25 ของการตั้งครรภ์ ดังนั้นการรอดชีวิตของ "ตัวอ่อน" จึง มีไม่มากนักโดยเฉพาะในสตรีที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป


10. "ตัวอ่อน" ที่ใส่เข้าไปมีโอกาสเป็นแฝดหรือไม่ ? และจะเป็นแฝดแท้หรือไม่แท้


มีโอกาสเกิดเป็นแฝดสองร้อยละ 21 แฝดสามร้อยละ 4.5 และแฝดสี่ร้อยละ 0.2 ส่วนใหญ่แฝดที่เกิดจากกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นแฝดไม่แท้หรือพูดง่ายๆ คือ แฝดจากไข่คนละใบ หน้าตาจึงไม่เหมือนกันทีเดียวแต่จะคล้ายกับเป็นพี่น้องกันมากกว่า


11. อัตราความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เท่ากับเท่าไร ?


ความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" วัดได้จากอัตราการตั้งครรภ์ อัตราการตั้งครรภ์ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" จากการหยอด "ตัว อ่อน" ทางปากมดลูก เท่ากับร้อยละ 10-20 และจากการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปีกมดลูก (ZIFT) เท่ากับร้อยละ 30-40


12. ต้องเสียค่าใช้จ่ายการทำ "เด็กหลอดแก้ว" ครั้งละประมาณเท่าไร ?


ประมาณ 50,000 - 100,000 บาท แล้วแต่สถาบัน


13. อุปสรรคในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" คืออะไร ?


อุปสรรคในที่นี้หมายถึง ข้อจำกัดหรือสิ่งที่ขัดขวาง การไปสู่ความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" อันนี้ขึ้นอยู่กับ


1. ความพร้อมของคู่สามีภรรยาที่มารักษา ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจหรือสุขภาพ ยกตัวอย่างอุปสรรค ทางด้านสุขภาพ ได้แก่


 ภรรยา มีปัญหาความผิดปกติทางสภาพร่างกาย เช่น รังไข่ไม่ทำงานหรือไม่ผลิตไข่ มดลูกมีเนื้องอกขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะทำ "เด็กหลอดแก้ว"


 สามี มีปัญหาด้านความสมบูรณ์ของ "เชื้ออสุจิ" ไม่ว่าจะเป็นจำนวนที่น้อยเกินไป หรือการเคลื่อนไหว ที่บกพร่องอย่างมาก แต่ปัจจุบันสามารถแก้ไขได้ง่ายด้วยวิธี เจาะไข่ใส่ "เชื้ออสุจิ" เข้าไป (ICST "อิ๊กซี่")


2. ความพร้อมของห้องปฏิบัติการ รวมทั้งบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ห้องปฏิบัติการจะต้องทันสมัย เครื่องมีพร้อมมูล สะอาด บุคลากรต้องมีความรู้ความชำนาญ โดยเฉพาะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยง "ตัวอ่อน" (Embryologist)


14. คนไข้ส่วนใหญ่ต้องทำกี่ครั้ง ? จึงจะประสบผลสำเร็จ มีหรือไม่ที่ไม่ประสบความสำเร็จเลย


จะทำกี่ครั้งจึงประสบความสำเร็จนั้นคงตอบยาก ขั้นอยู่กับสุขภาพและฐานะทางเศรษฐกิจของคู่สมรสที่มารักษา


โดยปกติการทำ "เด็กหลอดแก้ว" แล้วหยอดตัวอ่อนทางปากมดลูก (กรณีมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถใส่เข้าทางปีกมดลูกได้) มีอัตราการตั้งครรภ์ร้อยละ 10-20 หมายความว่า ดำเนินการประมาณ 5 ครั้ง ประสบความสำเร็จ 1 ครั้ง


สำหรับการดำเนินการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปีกมดลูก (ZIFT) จะมีอัตราการตั้งครรภ์ร้อยละ 30-40 หมายถึง ดำเนินการ 3 ครั้ง มีโอกาสประสบความสำเร็จ 1 ครั้ง


แต่จะมีคนไข้จำนวนหนึ่งที่ไม่ว่าจะดำเนินการกี่ครั้ง ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่คนไข้ควรขวนขวาย หาความรู้เพื่อมาประกอบการตัดสินใจ ส่วนแพทย์ผู้รักษา ก็ควรจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับพยาธิสภาพและการพยากรณ์โรคแก่คนไข้อย่าง ตรงไปตรงมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้


15. การทำ "เด็กหลอดแก้ว" กับการทำ "กิ๊ฟ" เหมือนกันหรือเปล่า


ไม่เหมือนกัน เพราะการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ในหลอดแก้วทดลอง จากนั้นจึง นำกลับเข้าสู่ร่างกายแต่การทำ "กิ๊ฟ" เป็นกระบวนการนำเอา "เชื้ออสุจิ" และ "ไข่" เข้าไปใส่ไว้ในปีกมดลูก เพื่อให้มีการปฏิสนธิภายในร่างกาย


การทำเด็กหลอดแก้วก็เป็น ทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ คนเป็นพ่อเป็นแม่สมหวัง หลังจากคุณได้อ่านบทความนี้ แล้ว คงจะตอบตัวเองได้ว่าจะเลือกทางนี้หรือเปล่า

โจ้ (IP:203.151.8.41)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 ก.ค. 2547 (19:30)
โหดร้ายจัง
deer.kreak@chaiyo.com (IP:203.150.209.232,203.113.71.69,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 13 ก.ค. 2547 (14:46)
ขอบคุณมากๆที่ให้ข้อมูล
thank (IP:61.90.22.185,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 ก.ค. 2547 (15:32)
IT IS VERY INTEREST.
HONEY (IP:203.144.143.250,203.118.102.189,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 15 ก.ค. 2547 (16:13)
ขอให้มีการพัฒนาต่อไป เรียนให้เก่งนะเพื่อนรัก
เจนนี่ (IP:203.150.209.232,203.113.71.107,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 17 ก.ค. 2547 (16:36)
ขอบคุณครับ
non_narak_1@hotmail.com (IP:203.172.88.114,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 24 ก.ค. 2547 (10:14)
ยุ่งยากจังค่ะ
เมย์ (IP:203.113.51.104,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 2 ส.ค. 2547 (10:34)
ขอบคุณครับ
taraput2536@hotmail.com (IP:203.172.115.19,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 13 ส.ค. 2547 (11:40)
ขอบคุณนะคะจะพยายามเข้าใจ
ปู (IP:202.47.247.130,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 17 พ.ย. 2547 (16:54)
ไม่รู้นะ
ปนัดดา ประหยัดทรัพย์ (IP:203.150.4.15,192.168.2.104,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 8 ธ.ค. 2547 (09:11)
เท่าที่จำได้นะคะ การปฎิสนธิในหลอดแก้ว คือการนำเซลล์ไข่และสเปิร์มให้มาปฏิสนธิกันภายในหลอดแก้วแล้วจึงฉีดกลับเข้าไปในมดลูก ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สามารถระบุได้ว่าต้องการให้ทารกป็นเพศใด แต่จะมีข้อเสียคือราคาสูง
Punky Girl
ร่วมแบ่งปัน43 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 10 ม.ค. 2548 (19:26)
อยากรู้ข้อดีและข้อเสียของเด็กหลอดแก้ว
ขวํญ (IP:61.19.198.223,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 16 ก.พ. 2548 (18:34)
1. เด็กหลอดแก้วคืออะไร ? ทำไมจึงเรียกเด็กหลอดแก้ว

คนทั่วไปมักไม่รู้หรือเข้าใจผิดว่าการทำ "เด็กหลอดแก้ว" หมายถึง การการก่อให้เกิดตัวอ่อนมนุษย์และเลี้ยงูอยู่ภายในหลอดแก้ว จนโตเป็นเด็ก ตัวเล็กๆ จากนั้นจึงนำมาเลี้ยงต่อ ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ในตู้อบ จนกลายเป็นทารกที่น่ารัก เหมือนกับที่คลอดออกมาตามธรรมชาติ ความจริงเป็นความเข้าใจผิด เพราะเราไม่สามารถเลี้ยงเด็กในหลอดแก้วจริงๆ ได้ เราเลี้ยงได้ เฉพาะ "ตัวอ่อน" ของมนุษย์ในระยะ 2-3 วันแรกเท่านั้น จากนั้นต้องรีบนำกลับเข้าสู่ร่างกายสตรี มิฉะนั้น "ตัวอ่อน" จะตาย

การทำ "เด็กหลอดแก้ว" ในภาษาไทยนั้น ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า "IVF" (In Vitro Fertiliztion) หมายความว่า การช่วยเหลือให้เกิดการปฏิสนธิของไข่และตัวอสุจิ ภายนอกร่างกายในหลอดแก้วทดลองภายใต้สิ่งแวดล้อม อุณหภูมิคล้ายกับภายในร่างกาย เมื่อได้ "ตัวอ่อน" ที่สมบูรณ์ ในขนาดที่เหมาะสม ก็นำกลับเข้าสู่ภายในร่างกายของสตรีผู้นั้น เพื่อให้ฝังตัวและเจริญเติบโตเป็นทารกภายในโพรงมด ลูกต่อไป

2. เด็กหลอดแก้ว มีความเหมือน หรือแตกต่างจากการผสมเทียมอย่างไร ?

แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะการผสมเทียม (Articial Insemination) หมายถึง การฉีด "เชื้ออสุจิ" เข้าไปในช่องคลอดหรือมดลูก โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ช่วยเหลือ จะมีการปฏิสนธิหรือไม่ ยังไม่ทราบ และหากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็เป็นการปฏิสนธิภายในร่างกาย

แต่การทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นการนำเอา "ไข่" ของสตรีออกมาภายนอกร่างกายแล้วมาผสมกับ "เชื้ออสุจิ" ในหลอดแก้วทดลอง เพื่อให้มีการปฏิสนธิภายนอก ภายใต้บรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่จัดให้เหมาะสม แก่การดำรงชีวิต ของ "ตัวอ่อน" ได้

3. ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" มีขั้นตอนหรือกรรมวิธีอย่างไร ?

ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้ว

 ขั้นตอนที่ 1 "การกระตุ้นไข่" โดยใช้ยาหรือฮอร์โมน จากต่อมใต้สมองส่วนหน้ามากระตุ้น เพื่อให้ได้ไข่จำนวนมากๆ

 ขั้นตอนที่ 2 "การเก็บไข่" โดยใช้เข็มยาวที่ทำขึ้นมาเฉพาะ เจาะเก็บไข่ทางหน้าท่องหรือทางช่องคลอด แต่ส่วนใหญ่เจาะเก็บไข่ ผ่านทางช่องคลอด เพราะสามารถมองเห็นไข่ได้โดยตรง จากการใช้อัลตราซาวนด์ช่วยทำให้เจาะเก็บไข่ได้จำนวนมาก

 ขั้นตอนที่ 3 การเตรียม "เชื้ออสุจิ" เป็นการ "คัดเชื้อ" เพื่อให้ได้ตัว "เชื้ออสุจิ" ที่มีคุณสมบัติดีพบที่จะปฏิสนธิกับไข่โดยใช้ "ตัวอสุจิ" ขนาดความเข้มข้นประมาณ 100,000 ตัวต่อไข่ 1 ใบ

การเก็บเชื้ออสุจิ โดยปกติจะใช้วิธีให้ช่วยตัวเอง (masturbation) ไม่ควรใช้วิธีร่วมเพศก่อนแล้วมาหลั่งภายนอก หรือใช้ถุงยางอนามัย เนื่องจากสารหล่อลื่นภายในถุงยาง จะทำลายตัวอสุจิได้

 ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยง "ตัวอ่อน" เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด ในกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว"

ภายหลังจากที่ได้ไข่มาแล้ว ก็จะนำมาเลี้ยงในหลอดแก้วทดลอง ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ประมาณ 3-6 ชั่วโมง จากนั้นจึงทำการใส่ "เชื้ออสุจิ" ที่ผ่านการคัดเชื้อแล้วลงไป เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 18 ชั่วโมง ก็มาตรวจดูว่า มีการปฏิสนธิเกิดขึ้นหรือยัง

ถ้าไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็อาจใส่เชื้ออสุจิอีกเป็นครั้งที่สอง หรือเฝ้าสังเกตการณ์ต่อไป

ถ้าไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็ต้องตรวจดูว่า มีการปฏิสนธิที่ผิดปกติหรือไม่ หากมีก็คัด "ตัวอ่อน" นั้นทิ้งไป เหลือไว้ แต่ "ตัวอ่อน" ที่ปกติเท่านั้น

ในวันที่สอง (ประมาณ 48-50 ชั่วโมงภายหลังจากเจาะไข่ออกมา) "ตัวอ่อน" แต่ละตัวอยู่ระหว่าง 2-8 เซลล์ "ตัวอ่อน" แต่ละตัว จะมีความสมบูรณ์ไม่เท่ากัน เราจัดลำดับความสมบูรณ์ของตัวอ่อน ออกเป็นเกรด 1(A), 2(B), 3(C), 4(D) เกรด 1 ดีที่สุด เกรด 2 ดีรองลงมา ควรจะนำ "ตัวอ่อน" เฉพาะเกรด 1 และ 2 เท่านั้น ใส่กลับเข้าสู่ร่างกายคนไข้สตรีส่วน "ตัว-อ่อน" เกรด 3 และ 4 จะนำมาใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น

 ขั้นตอนที่ 5 การนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย เราสามารถนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกายได้ 2 ทาง คือ ทางปากมดลูก หรือทางปีกมดลูก

 ขั้นตอนที่ 6 การแช่แข็ง "ตัวอ่อน" ตัวอ่อนของมนุษย์ที่เหลือจากการใส่กลับเข้าสู่ร่างกายเรา จะนำมา แช่แข็งที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส "ตัวอ่อน" จะหยุดการเจริญเติบโต แต่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นานเป็นปีทีเดียว เมื่อไรจำเป็นต้อง ใช้ก็เพียงแต่ละลายกลับมาสู่อุณหภูมิปกติอย่างมีประสิทธิภาพ

4. ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" แต่ละครั้งมีจำกัด หรือไม่ว่าจะต้องใช้ไข่กี่ฟอง ?

เราไม่จำเป็นต้องจำกัดการใช้ "ไข่" เพราะเราจะนำไข่ทั้งหมด ที่เจาะได้มาหยอด "เชื้ออสุจิ" เพื่อให้เกิดเห็น "ตัวอ่อน " มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราจำกัด "ตัวอ่อน" มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราจำกัด "ตัวอ่อน" ที่จะนำกลับเข้า สู่ร่างกายไม่ให้เกิน 4 ตัวอ่อน เพื่อไม่ให้เกิดแฝดจำนวนมาก ส่วน "ตัวอ่อน" ี่เหลือจะแช่แข็งไว้ใช้ต่อไปในอนาคต

5. มีอัตราความสำเร็จในการปฏิสนธิเท่าไร ?

การปฏิสนธิโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับปัจจัย หลายอย่าง เช่น ความสมบูรณ์ ของ "ไข่" และ "เชื้ออสุจิ" ประสิทธิภาพของ ห้องปฏิบัติการรวมถึงความ ชำนาญของผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงตัวอ่อน

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ศึกษาไว้ดังนี้

จำนวนของ "ไข่" ที่หยอด "เชื้ออสุจิ" ทั้งหมด 1,364 คิดเป็นร้อยละ 100

จำนวนของ "ไข่" ที่มีการปฏิสนธิปกติเท่ากับ 738 คิดเป็นร้อยละ 54.1

จำนวนของ "ไข่" ที่ไม่มีการปฏิสนธิเท่ากับ 486 คิดเป็นร้อยละ 35.6

จำนวนของ "ไข่" ที่มีการปฏิสนธิในเวลาที่เนิ่นนานออกไป

จากปกติเท่ากับ 54 คิดเป็นร้อยละ 4.0

จำนวนของ "ไข่" ที่บริเวณเปลือกนอก ได้แตกออกเท่ากับ 39 คิดเป็นร้อยละ 2.9

จำนวนของ "ไข่" ที่สลายหรือภายในมีฟองอากาศเท่ากับ 12 คิดเป็นร้อยละ 0.9

จำนวนของ "ไข่" ที่ยังไม่สุกพอที่จะสามารถปฏิสนธิ

ได้เท่ากับ 10 คิดเป็นร้อยละ 0.8

ในบางสถาบันเมื่อพบ "ไข่" ไม่มีการปฏิสนธิในเวลา 12-24 ชั่วโมง ก็ทำการหยอด "เชื้ออสุจิ" ลงไป อีกเป็นครั้งที่สอง แต่มักไม่ค่อยได้ผล ยกเว้นในกรณี "เชื้ออสุจิ" ของสามีไม่ดีในการหยอดครั้งแรกเมื่อหยอด "เชื้ออสุจิ" บริจาค ของชายอื่นลงไปเป็นครั้งที่สองมักจะให้ผลดีพอสมควร

6. ในการนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย จะต้องใช้ "ตัวอ่อนจำนวนเท่าไร ?

ปกติใช้ 3 ตัวอ่อน สูงสุดไม่เกิด 4 ตัวอ่อน ไม่ว่าจะเป็นการใส่กลับเข้าดำเนินการทางปีกมดลูก หรือทางปากมดลูก

7. หลังจาก "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

กรณีที่นำ "ตัวอ่อน" ใส่กลับเข้าทางปากมดลูก หลังจากนอนพักหลังหยอด "ตัวอ่อน" แล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ แต่สมควรนอกพักต่อที่บ้านอีกประมาณ 12-24 ชั่วโมง หลังจากนั้น จึงสามารถทำงานเบาๆ ได้ ไม่ควรทำงานหนักหรืองานที่ต้องใช้การเกร็ง หน้าท้อง และไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้

ในกรณีที่นำ "ตัวอ่อน" ใส่กลับเข้าสู่ร่างกายทางปีกมดลูก (ZIFT) ผู้ป่วยจะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 1 วัน เมื่อกลับบ้านยังควรพักผ่อนต่ออีกไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน

8. ต้องใช้เวลานานเท่าไร ? จึงจะทราบว่าตั้งครรภ์

ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากจบกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว" โดยการเจาะเลือดตรวจ การตั้งครรภ์ที่แน่ใจว่า ไม่น่าจะแท้ง ก็คือเมื่ออายุครรภ์ 8 สัปดาห์ ทำการอัลตรา-ชาวนด์ ทางช่องคลอดพบว่ามีการเต้นของ หัวใจทารก

9. "ตัวอ่อน" ที่ใส่เข้าไปในร่างกายสัตว์จะรอดเป็นทารก ทุกตัวอ่อนหรือไม่ มีอัตราการรอดเป็นอย่างไร ?

ในทางการแพทย์ การรอดชีวิตของ "ตัวอ่อน" เท่าไรนั้น วัดได้จาก เมื่อเราหยอด "ตัวอ่อน" ลงไปจำนวนเท่าไร แล้วเหลือรอดชีวิตมาฝังตัวได้กี่ตัวอ่อน เราเรียกอัตราการรอดชีวิต ของ "ตัวอ่อน" นี้ว่า "อัตราการฝังตัว" (Implantation Rate) โดยปกติจะพบประมาณร้อย ละ 20 (หากใส่ "ตัวอ่อน" เข้าไป 100 ตัวอ่อน จะฝังตัวได้ 20 ตัวอ่อน) ไม่ว่าจะเป็นการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปากมดลูกหรือปีกมดลูก

ถึงแม้จะฝังตัวได้ แต่จะมีส่วนหนึ่งที่แท้งออกมา คิดเป็นร้อยละ 25 ของการตั้งครรภ์ ดังนั้นการรอดชีวิตของ "ตัวอ่อน" จึง มีไม่มากนักโดยเฉพาะในสตรีที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป

10. "ตัวอ่อน" ที่ใส่เข้าไปมีโอกาสเป็นแฝดหรือไม่ ? และจะเป็นแฝดแท้หรือไม่แท้

มีโอกาสเกิดเป็นแฝดสองร้อยละ 21 แฝดสามร้อยละ 4.5 และแฝดสี่ร้อยละ 0.2 ส่วนใหญ่แฝดที่เกิดจากกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นแฝดไม่แท้หรือพูดง่ายๆ คือ แฝดจากไข่คนละใบ หน้าตาจึงไม่เหมือนกันทีเดียวแต่จะคล้ายกับเป็นพี่น้องกันมากกว่า

11. อัตราความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เท่ากับเท่าไร ?

ความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" วัดได้จากอัตราการตั้งครรภ์ อัตราการตั้งครรภ์ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" จากการหยอด "ตัว อ่อน" ทางปากมดลูก เท่ากับร้อยละ 10-20 และจากการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปีกมดลูก (ZIFT) เท่ากับร้อยละ 30-40

12. ต้องเสียค่าใช้จ่ายการทำ "เด็กหลอดแก้ว" ครั้งละประมาณเท่าไร ?

ประมาณ 50,000 - 100,000 บาท แล้วแต่สถาบัน

13. อุปสรรคในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" คืออะไร ?

อุปสรรคในที่นี้หมายถึง ข้อจำกัดหรือสิ่งที่ขัดขวาง การไปสู่ความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" อันนี้ขึ้นอยู่กับ

1. ความพร้อมของคู่สามีภรรยาที่มารักษา ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจหรือสุขภาพ ยกตัวอย่างอุปสรรค ทางด้านสุขภาพ ได้แก่

• ภรรยา มีปัญหาความผิดปกติทางสภาพร่างกาย เช่น รังไข่ไม่ทำงานหรือไม่ผลิตไข่ มดลูกมีเนื้องอกขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะทำ "เด็กหลอดแก้ว"

• สามี มีปัญหาด้านความสมบูรณ์ของ "เชื้ออสุจิ" ไม่ว่าจะเป็นจำนวนที่น้อยเกินไป หรือการเคลื่อนไหว ที่บกพร่องอย่างมาก แต่ปัจจุบันสามารถแก้ไขได้ง่ายด้วยวิธี เจาะไข่ใส่ "เชื้ออสุจิ" เข้าไป (ICST "อิ๊กซี่")

2. ความพร้อมของห้องปฏิบัติการ รวมทั้งบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ห้องปฏิบัติการจะต้องทันสมัย เครื่องมีพร้อมมูล สะอาด บุคลากรต้องมีความรู้ความชำนาญ โดยเฉพาะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยง "ตัวอ่อน" (Embryologist)

14. คนไข้ส่วนใหญ่ต้องทำกี่ครั้ง ? จึงจะประสบผลสำเร็จ มีหรือไม่ที่ไม่ประสบความสำเร็จเลย

จะทำกี่ครั้งจึงประสบความสำเร็จนั้นคงตอบยาก ขั้นอยู่กับสุขภาพและฐานะทางเศรษฐกิจของคู่สมรสที่มารักษา

โดยปกติการทำ "เด็กหลอดแก้ว" แล้วหยอดตัวอ่อนทางปากมดลูก (กรณีมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถใส่เข้าทางปีกมดลูกได้) มีอัตราการตั้งครรภ์ร้อยละ 10-20 หมายความว่า ดำเนินการประมาณ 5 ครั้ง ประสบความสำเร็จ 1 ครั้ง

สำหรับการดำเนินการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปีกมดลูก (ZIFT) จะมีอัตราการตั้งครรภ์ร้อยละ 30-40 หมายถึง ดำเนินการ 3 ครั้ง มีโอกาสประสบความสำเร็จ 1 ครั้ง

แต่จะมีคนไข้จำนวนหนึ่งที่ไม่ว่าจะดำเนินการกี่ครั้ง ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่คนไข้ควรขวนขวาย หาความรู้เพื่อมาประกอบการตัดสินใจ ส่วนแพทย์ผู้รักษา ก็ควรจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับพยาธิสภาพและการพยากรณ์โรคแก่คนไข้อย่าง ตรงไปตรงมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

15. การทำ "เด็กหลอดแก้ว" กับการทำ "กิ๊ฟ" เหมือนกันหรือเปล่า

ไม่เหมือนกัน เพราะการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ในหลอดแก้วทดลอง จากนั้นจึง นำกลับเข้าสู่ร่างกายแต่การทำ "กิ๊ฟ" เป็นกระบวนการนำเอา "เชื้ออสุจิ" และ "ไข่" เข้าไปใส่ไว้ในปีกมดลูก เพื่อให้มีการปฏิสนธิภายในร่างกาย

การทำเด็กหลอดแก้วก็เป็น ทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ คนเป็นพ่อเป็นแม่สมหวัง หลังจากคุณได้อ่านบทความนี้ แล้ว คงจะตอบตัวเองได้ว่าจะเลือกทางนี้หรือเปล่า
keng23_@hotmail.com (IP:202.28.38.253,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 16 ก.พ. 2548 (22:54)
มีคนใจดีให้ลิ้งมาในกระทู้ผสมเทียมค่ะ เลยเอามาใส่ในกระทู้นี้เพื่อให้ง่ายต่อการค้น http://www.smcfertility.com/SMC_tha/knowledge00.html
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 10 ก.ค. 2548 (20:35)
thank you very much.because your report can help me verymuch.

good luck.
omi_maching_brain@hotmail.com (IP:203.172.106.190,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 15 ก.ค. 2548 (16:34)
ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กหลอดแก้วมาพอสมควร ทราบรายละเอียด และขั้นตอนการทำ แต่อยากทราบแหล่ง สถานพยาบาลที่ทำเด็กหลอดแก้ว ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง และผู้เชี่ยวชาญในการทำเด็กหลอดแก้ว และอีกประการหนึ่ง คือ มีงบประมาณไม่เกิน แสนบาท อยากมีลูกมาก ก็พยายามเก็บเงิน อดออม มาได้ระยะหนึ่ง และอยากมีลูกจริง หากตัดสินใจได้ทำครั้งหนึ่ง ก็อยากจะให้สำเร็จ เพราะไม่มีเงินพอที่จะทำในครั้งต่อไป เพราะต้องใช้เงินเยอะพอสมควร ขอความเห็นใจ และขอทราบแหล่งข้อมูลที่พอจะมีเปอร์เซ็นต์ ความหวังในการมีบุตรด้วยค่ะ ( แต่งงานมาแล้ว 4 ปี แต่ยังไม่มีบุตร) เคยสอบถามหลายแห่ง ล้วนแต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก เพียงแค่ขั้นตอนปรึกษายังแพงมากค่ะ
ผู้รอความหวัง (IP:203.149.61.114,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 2 ส.ค. 2548 (11:39)
ลองไปปรึกษาที่ศูนย์การแพทย์อรุณอัมรินทร์ พบคุณหมอเรืองศิลป์สิคะ ท่านเก่งมาก เป็นอาจารย์หมอด้วยนะค๊ะ พี่สาวไปปรึกษาคุณหมอ ตอนนี้มีลูกแล้ว 2 คน ค๊ะ
SARA (IP:168.120.27.49,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 7 ส.ค. 2548 (11:54)
ถ้านำไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว นำไปใส่ไว้ในผู้หญิงหลายคนได้หรือไม่
nookniltho@thaimail.com (IP:202.12.118.36,10.120.154.109, 10.120.154.109,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 16 ส.ค. 2548 (15:21)
ขอบใจนะที่ให้ข้อมูล
อ้อย (IP:203.172.156.11,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 20 ส.ค. 2548 (12:19)
การทำเด็กหลอดแก้วนี่ สตรีต้องเตรียมความพร้อมและเราจะต้องสอบประวัติและฐานะรึป่าวค่ะ ว่าจะสามารถเลี้ยงเด็กได้รึป่าว

แล้วเด็กที่ออกมาจะมีพ่อรึป่าว รึว่าเฉพาะสตรีที่ต้องการมีลูกแต่ไม่ต้องการร่วมเพศค่ะ จาก เด็กป.6
rd_parn_2@hotmail.com (IP:58.147.35.234,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 23 ส.ค. 2548 (13:44)
อยากรู้ว่า เด็กหลอดแก้ว หมายความว่าอะไรคะ

ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะคะ เราจะเอาไปทำรายงานส่งอาจารอะคะ บอกหนูด้วยนะคะ
visarat5@hotmail.com (IP:203.156.37.8,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 29 ส.ค. 2548 (17:57)
อยากทราบว่าเด็กหลอดแก้วคนแรกของโลกเป็นชาวอเมริกาชื่อ.........เพศ.....

ส่วนเด็กหลอดแก้วของไทยคนแรกเป็นเพศ................
tuey_angle@hotmail.com (IP:202.5.88.158,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 29 ส.ค. 2548 (23:05)
อยากทราบว่าเด็กหลอดแก้วคนแรกคือใคร
t1 (IP:203.146.161.183,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 3 ก.ย. 2548 (19:01)
อยากได้เทคนิคหรือวิธีการใช้ คุณภาพและปริมาณของผลผลิต และข้อดีข้อเสียครับ
King_Arthur_No1@hotmail.com (IP:203.113.71.107,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 7 ก.ย. 2548 (20:07)
thank you
mon (IP:161.200.255.163,161.200.170.89,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 24 ก.ย. 2548 (12:18)
คนเราเก่งจัง
นโม (IP:202.28.27.4,10.29.7.6,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 18 พ.ย. 2548 (13:53)
อยากรู้ชื่อคนที่ทำกิ๊บคนแรก
ลอย (IP:203.172.208.217,192.168.1.216,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 18 พ.ย. 2548 (13:56)
รักเทอร์ประเทศไทย
มาย (IP:203.172.208.217,192.168.1.216,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 26 พ.ย. 2548 (12:23)
ขอบคุณมากนะค่ะที่ให้ข้อมูล
เตย (IP:125.25.6.228,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 30 พ.ย. 2548 (19:34)
ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยให้ข้อมูลเป็นกำลังใจให้ค้นคว้าต่อไปนะคะ
เด็กน้อย (IP:203.113.36.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 30 พ.ย. 2548 (19:57)
ตอบคห.45

เด็กหลอดเเก้วเป็นเหมือนการปฏิสนธิทั่วๆไปของคนเรานะครับ เพียงแต่เรานำไข่กับอสุจิออกมาผสมกันผายนอกมดลูกนะครับ



ซึ่งแน่นอนเด็กย่อมต้องมีพ่อนะครับ คนที่ให้สเปิรมนั่นแหละ^^ วิธีนี้ส่วนใหญ่มักจะทำกันในคู่สมรสที่มีลูกยากนะครับ ปฏิสนธิภายในยังไงมันก็ไม่มีลูกซะที ก็เลยเอาออกมาทำข้างนอกแทน



พอหลังจากการปฏิสนธิแล้วจะนำเซลล์เข้าไปฝังในมดลูกแม่เหมือนเดิมเมื่อเอมบริโอ เริ่มเข้าสู่ระยะblastocystนะครับ คือหลังจากการปฏิสนธิประมาน3-4วัน



ถ้าน้องอยากจะรู้ลึกๆกว่านี้ก็แนะนำให้ไปหาอ่านเองนะครับ



แต่ยังไงเด็กก็มีพ่อนะ^^
|\|uT~
ร่วมแบ่งปัน30 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 17 ธ.ค. 2548 (22:13)
อยากได้ข้อดี และข้อเสียครับ ช่วยหาให้หน่อยนะ
tip_3year@yahoo.com (IP:202.183.233.10,10.70.1.31,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 18 ธ.ค. 2548 (14:44)
ตอนนี้ มหาวิทยาลัยเชียงได้ สร้างเด็ก ในหลอดแก้วมาแล้วคนนึงเป็นคนแรกของประเทาไทนแล้วก้เป็นคนแรกของ ทวีปเอเชียตอนใต้ด้วยรู้กันหรือยัง
NK
ร่วมแบ่งปัน28 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 21 ธ.ค. 2548 (10:47)
หลักการและขั้นตอนการเลี้ยงเด็กในหลอดแก้ว
ฟ้า (IP:61.19.32.149,192.168.1.128,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 31 ม.ค. 2549 (18:45)
อยากทราบเรื่องเด็กหลอดแก้ว
หนู (IP:203.113.67.69,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 7 ก.พ. 2549 (17:41)
บอกประโยชน์ในการทำเด็กหลอดแก้วหน่อยครับ

บอกมาเป็นข้อเลยครับ

ขอบคุณครับ
nutzathailand@hotmail.com (IP:203.113.51.73,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 13 มี.ค. 2549 (15:38)
เคยทำเด็กหลอดแก้วแล้ว 2 ครั้งไม่ติดเลย เสียเงินหลายแสนบาทแล้ว หมอที่ไหนเก่ง ๆ ช่วยแนะนำที เสียเงินนะไม่ว่าหรอก แต่เสียเวลาและเสียใจนี่สิ ทรมาน
น้อง บ คนยากมีลูก (IP:125.24.96.48,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 18 เม.ย. 2549 (22:11)
ตอบคุณ บ คนอยากมีลูก

รพ.เจตนิน 02 655 5301คุณหมอจงเจตน์ หรือ คุณหมอเรืองศิลป์ที่รพ.จุฬา โชคดีนะคะ
aum_tharintorn@hotmail.com (IP:125.24.7.3,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 10 พ.ค. 2549 (17:20)
คุณหมอวิวัฒน์ รพ.BNh ศูนย์ IVF ชั้น7 ถนน.สาทร ก็ดีนะคะ มีคนประสบความสำร็จเยอะมาก ดิชั้นก็กำลังอยู่ในช่วงใส่ตัวอ่อน และพักผ่อนอยู่กับบ้าน รอฝังผลอีก 12 วัน ค่ะ
aoyaoy09@yahoo.com (IP:124.120.75.241,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 10 พ.ค. 2549 (19:00)


ดูเพิ่มครับ....
18062

นายรอบรู้
ร่วมแบ่งปัน436 ครั้ง - ดาว 167 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 12 พ.ค. 2549 (12:50)
คุณ Punky Girl พูดถูกแล้วครับ
PrinceArt
ร่วมแบ่งปัน118 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 8 มิ.ย. 2549 (13:02)
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่มีบุตร ยาก ตอนนี้ห้าปีแล้วจึงมีความคิดว่าจะทำเด็กหลอดแก้ว แต่ถ้าไม่ได้ผลแล้วทางสถาบันเขาจะคิดเงินหรือเปล่าค่ะ
ยะลา (IP:203.113.77.73,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 26 มิ.ย. 2549 (18:39)
แพทย์ที่ทำเด็กหลอดแก้วเก่ง
pavena@hoilmail (IP:203.118.75.1,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 28 มิ.ย. 2549 (20:23)
ขอบคุณ มากมากนะคะ กะละหารายงานเรื่องนี้อยู่เลย แล้วก็หาหัวข้อเหมือนข้างบนหมดทุกข้อเลยคะขอบคุณมากมากนะค้า
ไข่ดาว (IP:124.121.62.95,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 30 มิ.ย. 2549 (20:21)
เด็กหลอดแก้ว



1. เด็กหลอดแก้วคืออะไร ? ทำไมจึงเรียกเด็กหลอดแก้ว

คนทั่วไปมักไม่รู้หรือเข้าใจผิดว่าการทำ "เด็กหลอดแก้ว" หมายถึง การการก่อให้เกิดตัวอ่อนมนุษย์และเลี้ยงอยู่ภายในหลอดแก้ว จนโตเป็นเด็ก ตัวเล็กๆ จากนั้นจึงนำมาเลี้ยงต่อ ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ในตู้อบ จนกลายเป็นทารกที่น่ารัก เหมือนกับที่คลอดออกมาตามธรรมชาติ ความจริงเป็นความเข้าใจผิด เพราะเราไม่สามารถเลี้ยงเด็กในหลอดแก้วจริงๆ ได้ เราเลี้ยงได้ เฉพาะ "ตัวอ่อน" ของมนุษย์ในระยะ 2-3 วันแรกเท่านั้น จากนั้นต้องรีบนำกลับเข้าสู่ร่างกายสตรี มิฉะนั้น "ตัวอ่อน" จะตาย

การทำ "เด็กหลอดแก้ว" ในภาษาไทยนั้น ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า "IVF" (In Vitro Fertiliztion) หมายความว่า การช่วยเหลือให้เกิดการปฏิสนธิของไข่และตัวอสุจิ ภายนอกร่างกายในหลอดแก้วทดลองภายใต้สิ่งแวดล้อม อุณหภูมิคล้ายกับภายในร่างกาย เมื่อได้ "ตัวอ่อน" ที่สมบูรณ์ ในขนาดที่เหมาะสม ก็นำกลับเข้าสู่ภายในร่างกายของสตรีผู้นั้น เพื่อให้ฝังตัวและเจริญเติบโตเป็นทารกภายในโพรงมด ลูกต่อไป

2. เด็กหลอดแก้ว มีความเหมือน หรือแตกต่างจากการผสมเทียมอย่างไร ?

แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะการผสมเทียม (Articial Insemination) หมายถึง การฉีด "เชื้ออสุจิ" เข้าไปในช่องคลอดหรือมดลูก โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ช่วยเหลือ จะมีการปฏิสนธิหรือไม่ ยังไม่ทราบ และหากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็เป็นการปฏิสนธิภายในร่างกาย

แต่การทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นการนำเอา "ไข่" ของสตรีออกมาภายนอกร่างกายแล้วมาผสมกับ "เชื้ออสุจิ" ในหลอดแก้วทดลอง เพื่อให้มีการปฏิสนธิภายนอก ภายใต้บรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่จัดให้เหมาะสม แก่การดำรงชีวิต ของ "ตัวอ่อน" ได้

3. ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" มีขั้นตอนหรือกรรมวิธีอย่างไร ?

ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้ว

 ขั้นตอนที่ 1 "การกระตุ้นไข่" โดยใช้ยาหรือฮอร์โมน จากต่อมใต้สมองส่วนหน้ามากระตุ้น เพื่อให้ได้ไข่จำนวนมากๆ

 ขั้นตอนที่ 2 "การเก็บไข่" โดยใช้เข็มยาวที่ทำขึ้นมาเฉพาะ เจาะเก็บไข่ทางหน้าท่องหรือทางช่องคลอด แต่ส่วนใหญ่เจาะเก็บไข่ ผ่านทางช่องคลอด เพราะสามารถมองเห็นไข่ได้โดยตรง จากการใช้อัลตราซาวนด์ช่วยทำให้เจาะเก็บไข่ได้จำนวนมาก

 ขั้นตอนที่ 3 การเตรียม "เชื้ออสุจิ" เป็นการ "คัดเชื้อ" เพื่อให้ได้ตัว "เชื้ออสุจิ" ที่มีคุณสมบัติดีพบที่จะปฏิสนธิกับไข่โดยใช้ "ตัวอสุจิ" ขนาดความเข้มข้นประมาณ 100,000 ตัวต่อไข่ 1 ใบ

การเก็บเชื้ออสุจิ โดยปกติจะใช้วิธีให้ช่วยตัวเอง (masturbation) ไม่ควรใช้วิธีร่วมเพศก่อนแล้วมาหลั่งภายนอก หรือใช้ถุงยางอนามัย เนื่องจากสารหล่อลื่นภายในถุงยาง จะทำลายตัวอสุจิได้

 ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยง "ตัวอ่อน" เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด ในกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว"

ภายหลังจากที่ได้ไข่มาแล้ว ก็จะนำมาเลี้ยงในหลอดแก้วทดลอง ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ประมาณ 3-6 ชั่วโมง จากนั้นจึงทำการใส่ "เชื้ออสุจิ" ที่ผ่านการคัดเชื้อแล้วลงไป เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 18 ชั่วโมง ก็มาตรวจดูว่า มีการปฏิสนธิเกิดขึ้นหรือยัง

ถ้าไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็อาจใส่เชื้ออสุจิอีกเป็นครั้งที่สอง หรือเฝ้าสังเกตการณ์ต่อไป

ถ้าไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็ต้องตรวจดูว่า มีการปฏิสนธิที่ผิดปกติหรือไม่ หากมีก็คัด "ตัวอ่อน" นั้นทิ้งไป เหลือไว้ แต่ "ตัวอ่อน" ที่ปกติเท่านั้น

ในวันที่สอง (ประมาณ 48-50 ชั่วโมงภายหลังจากเจาะไข่ออกมา) "ตัวอ่อน" แต่ละตัวอยู่ระหว่าง 2-8 เซลล์ "ตัวอ่อน" แต่ละตัว จะมีความสมบูรณ์ไม่เท่ากัน เราจัดลำดับความสมบูรณ์ของตัวอ่อน ออกเป็นเกรด 1(A), 2(B), 3(C), 4(D) เกรด 1 ดีที่สุด เกรด 2 ดีรองลงมา ควรจะนำ "ตัวอ่อน" เฉพาะเกรด 1 และ 2 เท่านั้น ใส่กลับเข้าสู่ร่างกายคนไข้สตรีส่วน "ตัว-อ่อน" เกรด 3 และ 4 จะนำมาใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น

 ขั้นตอนที่ 5 การนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย เราสามารถนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกายได้ 2 ทาง คือ ทางปากมดลูก หรือทางปีกมดลูก

 ขั้นตอนที่ 6 การแช่แข็ง "ตัวอ่อน" ตัวอ่อนของมนุษย์ที่เหลือจากการใส่กลับเข้าสู่ร่างกายเรา จะนำมา แช่แข็งที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส "ตัวอ่อน" จะหยุดการเจริญเติบโต แต่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นานเป็นปีทีเดียว เมื่อไรจำเป็นต้อง ใช้ก็เพียงแต่ละลายกลับมาสู่อุณหภูมิปกติอย่างมีประสิทธิภาพ

4. ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" แต่ละครั้งมีจำกัด หรือไม่ว่าจะต้องใช้ไข่กี่ฟอง ?

เราไม่จำเป็นต้องจำกัดการใช้ "ไข่" เพราะเราจะนำไข่ทั้งหมด ที่เจาะได้มาหยอด "เชื้ออสุจิ" เพื่อให้เกิดเห็น "ตัวอ่อน " มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราจำกัด "ตัวอ่อน" มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราจำกัด "ตัวอ่อน" ที่จะนำกลับเข้า สู่ร่างกายไม่ให้เกิน 4 ตัวอ่อน เพื่อไม่ให้เกิดแฝดจำนวนมาก ส่วน "ตัวอ่อน" ี่เหลือจะแช่แข็งไว้ใช้ต่อไปในอนาคต

5. มีอัตราความสำเร็จในการปฏิสนธิเท่าไร ?

การปฏิสนธิโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับปัจจัย หลายอย่าง เช่น ความสมบูรณ์ ของ "ไข่" และ "เชื้ออสุจิ" ประสิทธิภาพของ ห้องปฏิบัติการรวมถึงความ ชำนาญของผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงตัวอ่อน

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ศึกษาไว้ดังนี้

จำนวนของ "ไข่" ที่หยอด "เชื้ออสุจิ" ทั้งหมด 1,364 คิดเป็นร้อยละ 100

จำนวนของ "ไข่" ที่มีการปฏิสนธิปกติเท่ากับ 738 คิดเป็นร้อยละ 54.1

จำนวนของ "ไข่" ที่ไม่มีการปฏิสนธิเท่ากับ 486 คิดเป็นร้อยละ 35.6

จำนวนของ "ไข่" ที่มีการปฏิสนธิในเวลาที่เนิ่นนานออกไป

จากปกติเท่ากับ 54 คิดเป็นร้อยละ 4.0

จำนวนของ "ไข่" ที่บริเวณเปลือกนอก ได้แตกออกเท่ากับ 39 คิดเป็นร้อยละ 2.9

จำนวนของ "ไข่" ที่สลายหรือภายในมีฟองอากาศเท่ากับ 12 คิดเป็นร้อยละ 0.9

จำนวนของ "ไข่" ที่ยังไม่สุกพอที่จะสามารถปฏิสนธิ

ได้เท่ากับ 10 คิดเป็นร้อยละ 0.8

ในบางสถาบันเมื่อพบ "ไข่" ไม่มีการปฏิสนธิในเวลา 12-24 ชั่วโมง ก็ทำการหยอด "เชื้ออสุจิ" ลงไป อีกเป็นครั้งที่สอง แต่มักไม่ค่อยได้ผล ยกเว้นในกรณี "เชื้ออสุจิ" ของสามีไม่ดีในการหยอดครั้งแรกเมื่อหยอด "เชื้ออสุจิ" บริจาค ของชายอื่นลงไปเป็นครั้งที่สองมักจะให้ผลดีพอสมควร

6. ในการนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย จะต้องใช้ "ตัวอ่อนจำนวนเท่าไร ?

ปกติใช้ 3 ตัวอ่อน สูงสุดไม่เกิด 4 ตัวอ่อน ไม่ว่าจะเป็นการใส่กลับเข้าดำเนินการทางปีกมดลูก หรือทางปากมดลูก

7. หลังจาก "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

กรณีที่นำ "ตัวอ่อน" ใส่กลับเข้าทางปากมดลูก หลังจากนอนพักหลังหยอด "ตัวอ่อน" แล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ แต่สมควรนอกพักต่อที่บ้านอีกประมาณ 12-24 ชั่วโมง หลังจากนั้น จึงสามารถทำงานเบาๆ ได้ ไม่ควรทำงานหนักหรืองานที่ต้องใช้การเกร็ง หน้าท้อง และไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้

ในกรณีที่นำ "ตัวอ่อน" ใส่กลับเข้าสู่ร่างกายทางปีกมดลูก (ZIFT) ผู้ป่วยจะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 1 วัน เมื่อกลับบ้านยังควรพักผ่อนต่ออีกไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน

8. ต้องใช้เวลานานเท่าไร ? จึงจะทราบว่าตั้งครรภ์

ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากจบกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว" โดยการเจาะเลือดตรวจ การตั้งครรภ์ที่แน่ใจว่า ไม่น่าจะแท้ง ก็คือเมื่ออายุครรภ์ 8 สัปดาห์ ทำการอัลตรา-ชาวนด์ ทางช่องคลอดพบว่ามีการเต้นของ หัวใจทารก

9. "ตัวอ่อน" ที่ใส่เข้าไปในร่างกายสัตว์จะรอดเป็นทารก ทุกตัวอ่อนหรือไม่ มีอัตราการรอดเป็นอย่างไร ?

ในทางการแพทย์ การรอดชีวิตของ "ตัวอ่อน" เท่าไรนั้น วัดได้จาก เมื่อเราหยอด "ตัวอ่อน" ลงไปจำนวนเท่าไร แล้วเหลือรอดชีวิตมาฝังตัวได้กี่ตัวอ่อน เราเรียกอัตราการรอดชีวิต ของ "ตัวอ่อน" นี้ว่า "อัตราการฝังตัว" (Implantation Rate) โดยปกติจะพบประมาณร้อย ละ 20 (หากใส่ "ตัวอ่อน" เข้าไป 100 ตัวอ่อน จะฝังตัวได้ 20 ตัวอ่อน) ไม่ว่าจะเป็นการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปากมดลูกหรือปีกมดลูก

ถึงแม้จะฝังตัวได้ แต่จะมีส่วนหนึ่งที่แท้งออกมา คิดเป็นร้อยละ 25 ของการตั้งครรภ์ ดังนั้นการรอดชีวิตของ "ตัวอ่อน" จึง มีไม่มากนักโดยเฉพาะในสตรีที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป

10. "ตัวอ่อน" ที่ใส่เข้าไปมีโอกาสเป็นแฝดหรือไม่ ? และจะเป็นแฝดแท้หรือไม่แท้

มีโอกาสเกิดเป็นแฝดสองร้อยละ 21 แฝดสามร้อยละ 4.5 และแฝดสี่ร้อยละ 0.2 ส่วนใหญ่แฝดที่เกิดจากกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นแฝดไม่แท้หรือพูดง่ายๆ คือ แฝดจากไข่คนละใบ หน้าตาจึงไม่เหมือนกันทีเดียวแต่จะคล้ายกับเป็นพี่น้องกันมากกว่า

11. อัตราความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เท่ากับเท่าไร ?

ความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" วัดได้จากอัตราการตั้งครรภ์ อัตราการตั้งครรภ์ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" จากการหยอด "ตัว อ่อน" ทางปากมดลูก เท่ากับร้อยละ 10-20 และจากการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปีกมดลูก (ZIFT) เท่ากับร้อยละ 30-40

12. ต้องเสียค่าใช้จ่ายการทำ "เด็กหลอดแก้ว" ครั้งละประมาณเท่าไร ?

ประมาณ 50,000 - 100,000 บาท แล้วแต่สถาบัน

13. อุปสรรคในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" คืออะไร ?

อุปสรรคในที่นี้หมายถึง ข้อจำกัดหรือสิ่งที่ขัดขวาง การไปสู่ความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" อันนี้ขึ้นอยู่กับ

1. ความพร้อมของคู่สามีภรรยาที่มารักษา ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจหรือสุขภาพ ยกตัวอย่างอุปสรรค ทางด้านสุขภาพ ได้แก่

 ภรรยา มีปัญหาความผิดปกติทางสภาพร่างกาย เช่น รังไข่ไม่ทำงานหรือไม่ผลิตไข่ มดลูกมีเนื้องอกขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะทำ "เด็กหลอดแก้ว"

 สามี มีปัญหาด้านความสมบูรณ์ของ "เชื้ออสุจิ" ไม่ว่าจะเป็นจำนวนที่น้อยเกินไป หรือการเคลื่อนไหว ที่บกพร่องอย่างมาก แต่ปัจจุบันสามารถแก้ไขได้ง่ายด้วยวิธี เจาะไข่ใส่ "เชื้ออสุจิ" เข้าไป (ICST "อิ๊กซี่")

2. ความพร้อมของห้องปฏิบัติการ รวมทั้งบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ห้องปฏิบัติการจะต้องทันสมัย เครื่องมีพร้อมมูล สะอาด บุคลากรต้องมีความรู้ความชำนาญ โดยเฉพาะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยง "ตัวอ่อน" (Embryologist)

14. คนไข้ส่วนใหญ่ต้องทำกี่ครั้ง ? จึงจะประสบผลสำเร็จ มีหรือไม่ที่ไม่ประสบความสำเร็จเลย

จะทำกี่ครั้งจึงประสบความสำเร็จนั้นคงตอบยาก ขั้นอยู่กับสุขภาพและฐานะทางเศรษฐกิจของคู่สมรสที่มารักษา

โดยปกติการทำ "เด็กหลอดแก้ว" แล้วหยอดตัวอ่อนทางปากมดลูก (กรณีมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถใส่เข้าทางปีกมดลูกได้) มีอัตราการตั้งครรภ์ร้อยละ 10-20 หมายความว่า ดำเนินการประมาณ 5 ครั้ง ประสบความสำเร็จ 1 ครั้ง

สำหรับการดำเนินการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปีกมดลูก (ZIFT) จะมีอัตราการตั้งครรภ์ร้อยละ 30-40 หมายถึง ดำเนินการ 3 ครั้ง มีโอกาสประสบความสำเร็จ 1 ครั้ง

แต่จะมีคนไข้จำนวนหนึ่งที่ไม่ว่าจะดำเนินการกี่ครั้ง ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่คนไข้ควรขวนขวาย หาความรู้เพื่อมาประกอบการตัดสินใจ ส่วนแพทย์ผู้รักษา ก็ควรจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับพยาธิสภาพและการพยากรณ์โรคแก่คนไข้อย่าง ตรงไปตรงมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

15. การทำ "เด็กหลอดแก้ว" กับการทำ "กิ๊ฟ" เหมือนกันหรือเปล่า

ไม่เหมือนกัน เพราะการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ในหลอดแก้วทดลอง จากนั้นจึง นำกลับเข้าสู่ร่างกายแต่การทำ "กิ๊ฟ" เป็นกระบวนการนำเอา "เชื้ออสุจิ" และ "ไข่" เข้าไปใส่ไว้ในปีกมดลูก เพื่อให้มีการปฏิสนธิภายในร่างกาย

การทำเด็กหลอดแก้วก็เป็น ทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ คนเป็นพ่อเป็นแม่สมหวัง หลังจากคุณได้อ่านบทความนี้ แล้ว คงจะตอบตัวเองได้ว่าจะเลือกทางนี้หรือเปล่า





โดย: โจ้ [IP: 203.151.8.41]

วันที่ 21 พ.ค. 2545 - 23:17:55









ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2



โหดร้ายจัง



โดย: deer.kreak@chaiyo.com [IP: 203.150.209.232,203.113.71.69,]

วันที่ 6 ก.ค. 2547 - 19:30:11









ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3



ขอบคุณมากๆที่ให้ข้อมูล



โดย: thank [IP: 61.90.22.185,,]

วันที่ 13 ก.ค. 2547 - 14:46:00









ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4



IT IS VERY INTEREST.



โดย: HONEY [IP: 203.144.143.250,203.118.102.189,]

วันที่ 14 ก.ค. 2547 - 15:32:44









ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6



ขอให้มีการพัฒนาต่อไป เรียนให้เก่งนะเพื่อนรัก



โดย: เจนนี่ [IP: 203.150.209.232,203.113.71.107,]

วันที่ 15 ก.ค. 2547 - 16:13:29
ด้กด (IP:203.188.18.122,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 19 ก.ค. 2549 (11:06)
มีรูปภาพการทำเด็กหลอดแก้วหรือเปล่าค่ะ ถ้ามีช่วยส่งรูปให้ดูด้วยนะค่ะ เพราะว่าต้องทำรายงานส่งอาจารย์ ค่ะ/
winca@baanjomyut.com (IP:202.29.14.241,172.17.1.187,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 10 ส.ค. 2549 (16:47)
จะหมอกี่คน ผมทำมาแล้ว 3 รพใ ตำรวจ เจตนิน พญาไท

ก็ไม่ติดสักที บางทีอาจอยู่ที่ดวง ด้วย
เอ (IP:58.147.68.251,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 15 ก.ย. 2549 (14:42)
ถ้าผู้ชายติดเชื้อ HIV แต่ผู้หญิงไม่มีเชื้อ HIV สามารถมีลูกได้หรือไม่

ด้วยวิธีไดบ้าง
HIV (IP:203.170.228.172,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 16 ก.ย. 2549 (15:08)
ตอนนี้ดิฉันอายุ 44 ปี อยากทราบว่าถ้าทำเด็กหลอดแก้ว จะมีโอกาสได้ไหมค่ะ
pimlapat123.@yahoo.com (IP:203.152.4.212,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 17 ก.ย. 2549 (11:04)
เย้เย้ มีข้อมูลมาอ่านสอบแล้วววว เย้เย้ ขอบคุนมากกกกค่า
นักดาบซามูไร มาแล้วว~ (IP:58.8.181.102,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 18 ก.ย. 2549 (13:19)
1. เด็กหลอดแก้วคืออะไร ? ทำไมจึงเรียกเด็กหลอดแก้ว

คนทั่วไปมักไม่รู้หรือเข้าใจผิดว่าการทำ "เด็กหลอดแก้ว" หมายถึง การการก่อให้เกิดตัวอ่อนมนุษย์และเลี้ยงูอยู่ภายในหลอดแก้ว จนโตเป็นเด็ก ตัวเล็กๆ จากนั้นจึงนำมาเลี้ยงต่อ ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ในตู้อบ จนกลายเป็นทารกที่น่ารัก เหมือนกับที่คลอดออกมาตามธรรมชาติ ความจริงเป็นความเข้าใจผิด เพราะเราไม่สามารถเลี้ยงเด็กในหลอดแก้วจริงๆ ได้ เราเลี้ยงได้ เฉพาะ "ตัวอ่อน" ของมนุษย์ในระยะ 2-3 วันแรกเท่านั้น จากนั้นต้องรีบนำกลับเข้าสู่ร่างกายสตรี มิฉะนั้น "ตัวอ่อน" จะตาย

การทำ "เด็กหลอดแก้ว" ในภาษาไทยนั้น ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า "IVF" (In Vitro Fertiliztion) หมายความว่า การช่วยเหลือให้เกิดการปฏิสนธิของไข่และตัวอสุจิ ภายนอกร่างกายในหลอดแก้วทดลองภายใต้สิ่งแวดล้อม อุณหภูมิคล้ายกับภายในร่างกาย เมื่อได้ "ตัวอ่อน" ที่สมบูรณ์ ในขนาดที่เหมาะสม ก็นำกลับเข้าสู่ภายในร่างกายของสตรีผู้นั้น เพื่อให้ฝังตัวและเจริญเติบโตเป็นทารกภายในโพรงมด ลูกต่อไป

2. เด็กหลอดแก้ว มีความเหมือน หรือแตกต่างจากการผสมเทียมอย่างไร ?

แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะการผสมเทียม (Articial Insemination) หมายถึง การฉีด "เชื้ออสุจิ" เข้าไปในช่องคลอดหรือมดลูก โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ช่วยเหลือ จะมีการปฏิสนธิหรือไม่ ยังไม่ทราบ และหากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็เป็นการปฏิสนธิภายในร่างกาย

แต่การทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นการนำเอา "ไข่" ของสตรีออกมาภายนอกร่างกายแล้วมาผสมกับ "เชื้ออสุจิ" ในหลอดแก้วทดลอง เพื่อให้มีการปฏิสนธิภายนอก ภายใต้บรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่จัดให้เหมาะสม แก่การดำรงชีวิต ของ "ตัวอ่อน" ได้

3. ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" มีขั้นตอนหรือกรรมวิธีอย่างไร ?

ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้ว

 ขั้นตอนที่ 1 "การกระตุ้นไข่" โดยใช้ยาหรือฮอร์โมน จากต่อมใต้สมองส่วนหน้ามากระตุ้น เพื่อให้ได้ไข่จำนวนมากๆ

 ขั้นตอนที่ 2 "การเก็บไข่" โดยใช้เข็มยาวที่ทำขึ้นมาเฉพาะ เจาะเก็บไข่ทางหน้าท่องหรือทางช่องคลอด แต่ส่วนใหญ่เจาะเก็บไข่ ผ่านทางช่องคลอด เพราะสามารถมองเห็นไข่ได้โดยตรง จากการใช้อัลตราซาวนด์ช่วยทำให้เจาะเก็บไข่ได้จำนวนมาก

 ขั้นตอนที่ 3 การเตรียม "เชื้ออสุจิ" เป็นการ "คัดเชื้อ" เพื่อให้ได้ตัว "เชื้ออสุจิ" ที่มีคุณสมบัติดีพบที่จะปฏิสนธิกับไข่โดยใช้ "ตัวอสุจิ" ขนาดความเข้มข้นประมาณ 100,000 ตัวต่อไข่ 1 ใบ

การเก็บเชื้ออสุจิ โดยปกติจะใช้วิธีให้ช่วยตัวเอง (masturbation) ไม่ควรใช้วิธีร่วมเพศก่อนแล้วมาหลั่งภายนอก หรือใช้ถุงยางอนามัย เนื่องจากสารหล่อลื่นภายในถุงยาง จะทำลายตัวอสุจิได้

 ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยง "ตัวอ่อน" เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด ในกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว"

ภายหลังจากที่ได้ไข่มาแล้ว ก็จะนำมาเลี้ยงในหลอดแก้วทดลอง ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ประมาณ 3-6 ชั่วโมง จากนั้นจึงทำการใส่ "เชื้ออสุจิ" ที่ผ่านการคัดเชื้อแล้วลงไป เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 18 ชั่วโมง ก็มาตรวจดูว่า มีการปฏิสนธิเกิดขึ้นหรือยัง

ถ้าไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็อาจใส่เชื้ออสุจิอีกเป็นครั้งที่สอง หรือเฝ้าสังเกตการณ์ต่อไป

ถ้าไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็ต้องตรวจดูว่า มีการปฏิสนธิที่ผิดปกติหรือไม่ หากมีก็คัด "ตัวอ่อน" นั้นทิ้งไป เหลือไว้ แต่ "ตัวอ่อน" ที่ปกติเท่านั้น

ในวันที่สอง (ประมาณ 48-50 ชั่วโมงภายหลังจากเจาะไข่ออกมา) "ตัวอ่อน" แต่ละตัวอยู่ระหว่าง 2-8 เซลล์ "ตัวอ่อน" แต่ละตัว จะมีความสมบูรณ์ไม่เท่ากัน เราจัดลำดับความสมบูรณ์ของตัวอ่อน ออกเป็นเกรด 1(A), 2(B), 3(C), 4(D) เกรด 1 ดีที่สุด เกรด 2 ดีรองลงมา ควรจะนำ "ตัวอ่อน" เฉพาะเกรด 1 และ 2 เท่านั้น ใส่กลับเข้าสู่ร่างกายคนไข้สตรีส่วน "ตัว-อ่อน" เกรด 3 และ 4 จะนำมาใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น

 ขั้นตอนที่ 5 การนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย เราสามารถนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกายได้ 2 ทาง คือ ทางปากมดลูก หรือทางปีกมดลูก

 ขั้นตอนที่ 6 การแช่แข็ง "ตัวอ่อน" ตัวอ่อนของมนุษย์ที่เหลือจากการใส่กลับเข้าสู่ร่างกายเรา จะนำมา แช่แข็งที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส "ตัวอ่อน" จะหยุดการเจริญเติบโต แต่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นานเป็นปีทีเดียว เมื่อไรจำเป็นต้อง ใช้ก็เพียงแต่ละลายกลับมาสู่อุณหภูมิปกติอย่างมีประสิทธิภาพ

4. ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" แต่ละครั้งมีจำกัด หรือไม่ว่าจะต้องใช้ไข่กี่ฟอง ?

เราไม่จำเป็นต้องจำกัดการใช้ "ไข่" เพราะเราจะนำไข่ทั้งหมด ที่เจาะได้มาหยอด "เชื้ออสุจิ" เพื่อให้เกิดเห็น "ตัวอ่อน " มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราจำกัด "ตัวอ่อน" มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราจำกัด "ตัวอ่อน" ที่จะนำกลับเข้า สู่ร่างกายไม่ให้เกิน 4 ตัวอ่อน เพื่อไม่ให้เกิดแฝดจำนวนมาก ส่วน "ตัวอ่อน" ี่เหลือจะแช่แข็งไว้ใช้ต่อไปในอนาคต

5. มีอัตราความสำเร็จในการปฏิสนธิเท่าไร ?

การปฏิสนธิโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับปัจจัย หลายอย่าง เช่น ความสมบูรณ์ ของ "ไข่" และ "เชื้ออสุจิ" ประสิทธิภาพของ ห้องปฏิบัติการรวมถึงความ ชำนาญของผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงตัวอ่อน

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ศึกษาไว้ดังนี้

จำนวนของ "ไข่" ที่หยอด "เชื้ออสุจิ" ทั้งหมด 1,364 คิดเป็นร้อยละ 100

จำนวนของ "ไข่" ที่มีการปฏิสนธิปกติเท่ากับ 738 คิดเป็นร้อยละ 54.1

จำนวนของ "ไข่" ที่ไม่มีการปฏิสนธิเท่ากับ 486 คิดเป็นร้อยละ 35.6

จำนวนของ "ไข่" ที่มีการปฏิสนธิในเวลาที่เนิ่นนานออกไป

จากปกติเท่ากับ 54 คิดเป็นร้อยละ 4.0

จำนวนของ "ไข่" ที่บริเวณเปลือกนอก ได้แตกออกเท่ากับ 39 คิดเป็นร้อยละ 2.9

จำนวนของ "ไข่" ที่สลายหรือภายในมีฟองอากาศเท่ากับ 12 คิดเป็นร้อยละ 0.9

จำนวนของ "ไข่" ที่ยังไม่สุกพอที่จะสามารถปฏิสนธิ

ได้เท่ากับ 10 คิดเป็นร้อยละ 0.8

ในบางสถาบันเมื่อพบ "ไข่" ไม่มีการปฏิสนธิในเวลา 12-24 ชั่วโมง ก็ทำการหยอด "เชื้ออสุจิ" ลงไป อีกเป็นครั้งที่สอง แต่มักไม่ค่อยได้ผล ยกเว้นในกรณี "เชื้ออสุจิ" ของสามีไม่ดีในการหยอดครั้งแรกเมื่อหยอด "เชื้ออสุจิ" บริจาค ของชายอื่นลงไปเป็นครั้งที่สองมักจะให้ผลดีพอสมควร

6. ในการนำ "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย จะต้องใช้ "ตัวอ่อนจำนวนเท่าไร ?

ปกติใช้ 3 ตัวอ่อน สูงสุดไม่เกิด 4 ตัวอ่อน ไม่ว่าจะเป็นการใส่กลับเข้าดำเนินการทางปีกมดลูก หรือทางปากมดลูก

7. หลังจาก "ตัวอ่อน" กลับเข้าสู่ร่างกาย ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

กรณีที่นำ "ตัวอ่อน" ใส่กลับเข้าทางปากมดลูก หลังจากนอนพักหลังหยอด "ตัวอ่อน" แล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ แต่สมควรนอกพักต่อที่บ้านอีกประมาณ 12-24 ชั่วโมง หลังจากนั้น จึงสามารถทำงานเบาๆ ได้ ไม่ควรทำงานหนักหรืองานที่ต้องใช้การเกร็ง หน้าท้อง และไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้

ในกรณีที่นำ "ตัวอ่อน" ใส่กลับเข้าสู่ร่างกายทางปีกมดลูก (ZIFT) ผู้ป่วยจะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 1 วัน เมื่อกลับบ้านยังควรพักผ่อนต่ออีกไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน

8. ต้องใช้เวลานานเท่าไร ? จึงจะทราบว่าตั้งครรภ์

ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากจบกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว" โดยการเจาะเลือดตรวจ การตั้งครรภ์ที่แน่ใจว่า ไม่น่าจะแท้ง ก็คือเมื่ออายุครรภ์ 8 สัปดาห์ ทำการอัลตรา-ชาวนด์ ทางช่องคลอดพบว่ามีการเต้นของ หัวใจทารก

9. "ตัวอ่อน" ที่ใส่เข้าไปในร่างกายสัตว์จะรอดเป็นทารก ทุกตัวอ่อนหรือไม่ มีอัตราการรอดเป็นอย่างไร ?

ในทางการแพทย์ การรอดชีวิตของ "ตัวอ่อน" เท่าไรนั้น วัดได้จาก เมื่อเราหยอด "ตัวอ่อน" ลงไปจำนวนเท่าไร แล้วเหลือรอดชีวิตมาฝังตัวได้กี่ตัวอ่อน เราเรียกอัตราการรอดชีวิต ของ "ตัวอ่อน" นี้ว่า "อัตราการฝังตัว" (Implantation Rate) โดยปกติจะพบประมาณร้อย ละ 20 (หากใส่ "ตัวอ่อน" เข้าไป 100 ตัวอ่อน จะฝังตัวได้ 20 ตัวอ่อน) ไม่ว่าจะเป็นการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปากมดลูกหรือปีกมดลูก

ถึงแม้จะฝังตัวได้ แต่จะมีส่วนหนึ่งที่แท้งออกมา คิดเป็นร้อยละ 25 ของการตั้งครรภ์ ดังนั้นการรอดชีวิตของ "ตัวอ่อน" จึง มีไม่มากนักโดยเฉพาะในสตรีที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป

10. "ตัวอ่อน" ที่ใส่เข้าไปมีโอกาสเป็นแฝดหรือไม่ ? และจะเป็นแฝดแท้หรือไม่แท้

มีโอกาสเกิดเป็นแฝดสองร้อยละ 21 แฝดสามร้อยละ 4.5 และแฝดสี่ร้อยละ 0.2 ส่วนใหญ่แฝดที่เกิดจากกระบวนการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นแฝดไม่แท้หรือพูดง่ายๆ คือ แฝดจากไข่คนละใบ หน้าตาจึงไม่เหมือนกันทีเดียวแต่จะคล้ายกับเป็นพี่น้องกันมากกว่า

11. อัตราความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เท่ากับเท่าไร ?

ความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" วัดได้จากอัตราการตั้งครรภ์ อัตราการตั้งครรภ์ในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" จากการหยอด "ตัว อ่อน" ทางปากมดลูก เท่ากับร้อยละ 10-20 และจากการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปีกมดลูก (ZIFT) เท่ากับร้อยละ 30-40

12. ต้องเสียค่าใช้จ่ายการทำ "เด็กหลอดแก้ว" ครั้งละประมาณเท่าไร ?

ประมาณ 50,000 - 100,000 บาท แล้วแต่สถาบัน

13. อุปสรรคในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" คืออะไร ?

อุปสรรคในที่นี้หมายถึง ข้อจำกัดหรือสิ่งที่ขัดขวาง การไปสู่ความสำเร็จในการทำ "เด็กหลอดแก้ว" อันนี้ขึ้นอยู่กับ

1. ความพร้อมของคู่สามีภรรยาที่มารักษา ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจหรือสุขภาพ ยกตัวอย่างอุปสรรค ทางด้านสุขภาพ ได้แก่

• ภรรยา มีปัญหาความผิดปกติทางสภาพร่างกาย เช่น รังไข่ไม่ทำงานหรือไม่ผลิตไข่ มดลูกมีเนื้องอกขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะทำ "เด็กหลอดแก้ว"

• สามี มีปัญหาด้านความสมบูรณ์ของ "เชื้ออสุจิ" ไม่ว่าจะเป็นจำนวนที่น้อยเกินไป หรือการเคลื่อนไหว ที่บกพร่องอย่างมาก แต่ปัจจุบันสามารถแก้ไขได้ง่ายด้วยวิธี เจาะไข่ใส่ "เชื้ออสุจิ" เข้าไป (ICST "อิ๊กซี่")

2. ความพร้อมของห้องปฏิบัติการ รวมทั้งบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ห้องปฏิบัติการจะต้องทันสมัย เครื่องมีพร้อมมูล สะอาด บุคลากรต้องมีความรู้ความชำนาญ โดยเฉพาะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยง "ตัวอ่อน" (Embryologist)

14. คนไข้ส่วนใหญ่ต้องทำกี่ครั้ง ? จึงจะประสบผลสำเร็จ มีหรือไม่ที่ไม่ประสบความสำเร็จเลย

จะทำกี่ครั้งจึงประสบความสำเร็จนั้นคงตอบยาก ขั้นอยู่กับสุขภาพและฐานะทางเศรษฐกิจของคู่สมรสที่มารักษา

โดยปกติการทำ "เด็กหลอดแก้ว" แล้วหยอดตัวอ่อนทางปากมดลูก (กรณีมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถใส่เข้าทางปีกมดลูกได้) มีอัตราการตั้งครรภ์ร้อยละ 10-20 หมายความว่า ดำเนินการประมาณ 5 ครั้ง ประสบความสำเร็จ 1 ครั้ง

สำหรับการดำเนินการหยอด "ตัวอ่อน" ทางปีกมดลูก (ZIFT) จะมีอัตราการตั้งครรภ์ร้อยละ 30-40 หมายถึง ดำเนินการ 3 ครั้ง มีโอกาสประสบความสำเร็จ 1 ครั้ง

แต่จะมีคนไข้จำนวนหนึ่งที่ไม่ว่าจะดำเนินการกี่ครั้ง ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่คนไข้ควรขวนขวาย หาความรู้เพื่อมาประกอบการตัดสินใจ ส่วนแพทย์ผู้รักษา ก็ควรจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับพยาธิสภาพและการพยากรณ์โรคแก่คนไข้อย่าง ตรงไปตรงมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

15. การทำ "เด็กหลอดแก้ว" กับการทำ "กิ๊ฟ" เหมือนกันหรือเปล่า

ไม่เหมือนกัน เพราะการทำ "เด็กหลอดแก้ว" เป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ในหลอดแก้วทดลอง จากนั้นจึง นำกลับเข้าสู่ร่างกายแต่การทำ "กิ๊ฟ" เป็นกระบวนการนำเอา "เชื้ออสุจิ" และ "ไข่" เข้าไปใส่ไว้ในปีกมดลูก เพื่อให้มีการปฏิสนธิภายในร่างกาย

การทำเด็กหลอดแก้วก็เป็น ทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ คนเป็นพ่อเป็นแม่สมหวัง หลังจากคุณได้อ่านบทความนี้ แล้ว คงจะตอบตัวเองได้ว่าจะเลือกทางนี้หรือเปล่า
แดน (IP:202.12.97.111,10.165.1.99,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 3 ต.ค. 2549 (19:17)
เง้อ อ่านไม่รู้เรื่องค่ะ ตาลายหมด
herher (IP:124.157.205.18,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 1 พ.ย. 2549 (16:24)
ขอแชร์ประสบการณ์ด้วยคนนะคะ ดิฉันทำอิ๊กซี่มาแล้ว 8 ครั้งค่ะ ก้อยังไม่สำเร็จ หาหมอมา 3 ที่แล้วค่ะ ที่นวบุตร(หมอจุฬาฯ), ศูนย์การแพทย์อรุณอมรินทร์ (คุณหมอเรืองศิลป์-ศิริราช) และปัจจุบันกำลังทำอยู่ที่ ศูนย์ IVF รพ.วิชัยยุทธ ค่ะ อยากจะฝากถึงคนที่กำลังตัดสินใจที่จะทำน่ะค่ะ ว่าโอกาสที่จะสำเร็จประมาณ 20-30% เท่านั้น อยากให้ทำใจแต่แรกไว้ก่อนค่ะ เพราะครั้งแรกที่ดิฉันทำนั้นตั้งแต่อายุยังน้อยประมาณ 25 เอง คิดว่าติดแน่ๆๆ แต่สุดท้ายก้อไม่ติด เสียใจมากค่ะเพราะไม่ได้ทำใจไว้ แต่ครั้งหลัง ๆ นี้ ทำใจไว้ตลอดค่ะ เราทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด เพราะเมื่อฝังตัวอ่อนแล้วการที่จะติดหรือไม่ติดนี่ไม่มีใครสามารถบอกได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับตัวอ่อนเองว่าจะติดไหม ในส่วนของตัวแม่ก้อขึ้นอยู่กับสภาพของผนังมดลูกค่ะว่ามีความสมบูรณ์ดีพอที่ตัวอ่อนเค้าจะเกาะและอาศัยอยู่ได้ไหม ต้องพักผ่อนเยอะ เคลื่อนไหวให้น้อยที่สุดโดยเฉพาะช่วง 5 วันแรกหลังจากฝังตัวอ่อน หลังจากนั้นก้อต้องระมัดระวังตัวค่ะ ไม่ทำอะไรที่หักโหม เดินมากหรือออกแรงมากๆ ดิฉันเคยลองทั้งลาหยุดงานนอนอยู่บ้านเฉยๆ ทั้ง 2 อาทิตย์เลย และ ลางานเฉพาะช่วง 5 วันแรก หลังจากนั้นก็ไปทำงานตามปกติแต่ระวังตัวมากขึ้น ก้อยังไม่สำเร็จค่ะ ช่วงรอผล 2 อาทิตย์นี้จะเป็นช่วงเวลาการรอคอยที่ทรมาณมากค่ะ ที่สำคัญค่าใช้จ่ายก้อจะค่อนข้างสูงค่ะ จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก้อไม่รู้ แต่ เราก้อต้องเสียเงินแล้ว ส่วนที่แพงที่สุดก้อจะเป็นการฉีดยากระตุ้นรังไข่เพื่อให้ผลิดไข่ออกมา โดยต้องฉีดยาประมาณ 15 เข็ม ซึ่งเข็มนึงก้อราคาหลายพันบาทอยู่ค่ะ แล้วต้องคอยเจาะเลือดวัดระดับฮอร์โมนตลอดด้วยค่ะ ค่อนข้างเจ็บตัวเยอะเหมือนกัน บางคนโชคดีกระตุ้นไข่ได้หลายฟอง เมื่อนำมาปฎิสนธิแล้วแบ่งตัวอ่อนใส่กลับเข้าไปประมาณา 3-4 ตัว ตัวอ่อนส่วนที่เหลือก้อแช่เย็นเก็บไว้(ก้อมีค่าใช้จ่ายต่อตัวอีกค่ะ) ก้อทำให้ทุนค่าใช้จ่ายในการกระตุ้นรังไข่ไปได้เยอะ แต่ถ้าใครกระตุ้นไข่ออกมาได้น้อย ก้อจะไม่มีเหลือเก็บ ถ้าฝังตัวอ่อนแล้วไม่สำเร็จ ก้อต้องมาเริ่มต้นกระตุ้นรังไข่กันใหม่อีก ดังนั้นผู้ที่ตัดสินใจจะทำต้องเตรียมตัวให้สมบูรณ์พร้อมที่สุดทั้งร่างกายและกำลังทรัพย์ด้วยค่ะ ตอนนี้ดิฉันฝังตัวอ่อนได้อาทิตย์กว่าๆ แล้วค่ะ เหลืออีกไม่กี่วันก็จะทราบผลแล้วว่าจะติดหรือไม่ติด...ก้อลุ้นเหมือนเดิมแหล่ะค่ะ...ยังไงก้อจะเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่อยากมีลูกนะคะ...
โอ๋ (IP:203.144.204.36,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 11 พ.ย. 2549 (16:42)
ตอบคุณความเห็นที่ 80 นะคะ

ในกรณีที่ฝ่ายชายมีเชื้อ HIV แต่ฝ่ายหญิงไม่มีนั้น สามารถมีลูกได้ค่ะ โดยใช้วิธี ICSI คือเป็นการ inject (ฉีด) sperm 1 ตัวต่อไข่ 1 ใบ ดังนั้นโอกาสที่ไข่จะสัมผัสกับ secretion ในน้ำอสุจิจึงน้อยมาก โอกาสที่ตัวอ่อนจะติดเชื้อ HIV จึงน้อยมากตามไปด้วย มีคนไข้หลายรายทำสำเร็จแล้วโดยที่เด็กไม่ติดเชื้อค่ะ
Embryo lab (IP:58.8.6.210,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 14 พ.ย. 2549 (17:43)
ขอบคุณมากค่า ที่ให้ข้อมูลนี้
www.tonglovenun@thaimail.com (IP:61.7.150.164,61.7.150.164,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 19 ธ.ค. 2549 (18:59)
อยากได้ข้อดี ข้อเสีย เกี่ยวกับเด็กหลอดแก้ว เร้วที่สุดนะค่ะ
เด็กเรียน (IP:124.157.240.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 2 ม.ค. 2550 (15:55)
อยากทราบว่า เด็กหลอดแก้วมีกี่คน ใครบ้าง ค่ะ
golfQoo (IP:61.7.151.127)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 11 ม.ค. 2550 (20:55)
โหยยย



เด็กหลอดแก้วน่ะเยอะแยะมากเลยค่ะ



เพื่อนเรายังเป็นเด็กหลอดแก้วเลย
mg (IP:125.24.18.152)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 6 เม.ย. 2550 (20:20)
ดิฉันเคยมีลูกมาแล้วสามคนแต่ตอนนี้ทำหมันแล้วแต่วันนึงคิดถ้าอยากจะมีลูกอีกถ้าดิฉัน


จะทำเด็กหลอดแก้วมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำเด็กหลอดแก้วได้ประสบความสำเร็จ


หรืออาจจะมีวิธีอื่นที่ดีกว่าหรือไม่ค่ะช่วยเเนะนำบ้างนะค่ะ ขอบคุณค่ะ


aomlovek@hotmail.com
poonmas
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 146 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 24 ก.ค. 2553 (09:44)
ใครรู้ข้อดีข้อเสียช่อยบอกผมมางได้ไหมครับผมจะส่งรายงานครูวันพุธที่28 กรกฏาคม 2553
moz-za_00@hotmail.com (IP:1.46.216.217)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 15 มิ.ย. 2554 (18:29)
ขอบคุณค่ะ
กำลังหาเลยค่ะ
thank you
too much
so much
very much
จ้า ^^
N (IP:180.180.232.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 29 ส.ค. 2554 (11:49)
ตอนี้ดิฉันอายุ 27ย่าง 28 ปี ค่ะ เมื่อ5-6 ปีที่แร้วเคยทำแท้งครั้งนึงอายุครรภ์ได้เดือนกว่า ทุกวันนี้หลังจากทำมาประจำเดือนก้อไม่ปกติ
เว้น 6-7 เดือน ตอนนี้เป็นปีแล้วค่ะ ละแต่งงานใหม่อยู่กันมา 5 ปีแล้วยังไม่มีลูกเลยค่ะ อยากมีลูกมาก แต่ประจำเดือนไม่มา เคยไปหาหมอให้ยาปรับฮอร์โมนมาทานพอทานประจำเดือนก้อมาปกตินะคะ แต่พอเลิกทานมันก็ไม่มาเรยนี่ก็ 6-7 เดือนแลวยังไม่มาเลย จะต้องทำยังไงบ้างคะถึงจะมีลูกได้
oo_oraphan@hotmail.com (IP:58.8.41.242)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 25 ม.ค. 2555 (16:20)
แนะนำคุณหมอ สุภักดี ร.พ.ศิริราช แต่เปิดนอกเวลาที่ ศูนย์จินตบุตร พรานนกเก่งมาก
นก (IP:202.143.145.212)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม