ช่วยสรุปอาณาจักรทั้ง 5 ให้ทีครับ

โพสต์เมื่อ: 22:09 วันที่ 31 ส.ค. 2547         ชมแล้ว: 213,692 ตอบแล้ว: 451
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
อาณาจักรทั้ง 5
1. อาณาจักรสัตว์
2. อาณาจักรพืช
3. อาณาจักรโปรติสต้า
4. อาณาจักรโมเนอรา
5. อาณาจักรไวรัสไวรอยด์
ใครก็ได้ช่วยทีครับจะเป็นพระคุณอย่างสูง


Qk(203.209.99.27,,)

จำนวน 284 ความเห็น, หน้าที่ | -1- 2| 3|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 1 ก.ย. 2547 (13:05)
ก่อนอื่นน่าที่จะรู้จักการจัดหมวดหมู่ เป็นอาณาจักรในระบบต่าง ๆ ก่อน

ระบบแรก ซึ่งถือเป็น ระบบดั้งเดิม และยังใช้สอนในระดับประถมศึกษา แบ่งออก เป็น 2 อาณาจักร คือ

1. อาณาจักรสัตว์ ซึ่งน่าจะสังเกตจากการมีการเคลื่อนที่ได้ สร้างอาหารเองไม่ได้

2. อาณาจักรพืช ซึ่งน่าจะสังเกตจากการมีการที่เคลื่อนที่ไม่ได้

ระบบที่ 2 แบ่งออกเป็น 3 อาณาจักร ซึ่งเคยมีในเนื้อหาระดับ ม. ปลาย หลักสูตร 2524 คือ

1. อาณาจักรสัตว์

2. อาณาจักรพืช

3. อาณาจักรโปรตีสตา คือสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ที่ไม่สามารถจัดเป็นพืช หรือสัตว์ได้ประกอบด้วย

-สาหร่าย

-แบคทีเรีย

-เห็ดรา

-ราเมือก

ระบบที่ 3 แบ่งเป็น 4 อาณาจักร ซึ่งเคยมีในเนื้อหา ม. ปลาย หลักสูตร 2524 (ปรับปรุง2533) ได้แก่

1. อาณาจักรสัตว์

2. อาณาจักรพืช

3. อาณาจักรโปรตีสตา คือสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ที่ไม่สามารถจัดเป็นพืช หรือสัตว์ได้ประกอบด้วย

-โปรโตซัว

-สาหร่าย (ยกเว้นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน)

-เห็ดรา

-ราเมือก

4. อาณาจักรมอเนอรา ประกอบด้อย

-แบคทีเรีย และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน

ระบบที่ 4 แบ่งเป็น 5 อาณาจักร ซึ่งปรากฏในเนื้อหา หลักสูตร 2524 (ปรับปรุง 25433) โครงสร้างที่ 3 และในเนื้อหาหลักสูตรระดับอุดมศึกษาทั่วไป ประกอบด้วย

1. อาณาจักรสัตว์

2. อาณาจักรพืช

3. อาณาจักรโปรตีสตา คือสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ที่ไม่สามารถจัดเป็นพืช หรือสัตว์ได้ประกอบด้วย

-โปรโตซัว

-สาหร่าย (ยกเว้นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน)

-ราเมือก

4. อาณาจักรมอเนอรา ประกอบด้อย

-แบคทีเรีย และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน

5. อาณาจักรฟังไจ ได้แก่ พวกเห็ดรา

ระบบที่ 5 เหมือนระบบที่ 4 แต่จัดเพิ่มอีก 1 อาณาจักร คือ

1. อาณาจักรไวรา ได้แก่ ไวรัส ไวรอยด์ และพริออน
P-JUNG (IP:203.113.60.72,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 15 ต.ค. 2547 (22:59)
สิ่งมีชีวิตแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ก่อน

1. สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีคุณสมบัติเป็นเซลล์ ได้แก่ ไวรัส ไวรอยด์ ซึ่งไม่มีกระบวนการเมตาบอลิซึมเป็นของตัวเอง ต้องเข้าไปแย่งกระบวนการเซลล์อื่น เช่น ไวรัสไข้หวัดนก จะเพิ่มจำนวนได้ก็ต่อเมื่อเข้าไปอยู่ในเซลล์ของระบบทางเดินหายใจของสัตว์ปีก

2. สิ่งมีชีวิตที่มีคุณสมบัติเป็นเซลล์ ก็มีอย๋ 2กลุ่มใหญ่ได้แก่

prokaryotic cell ซึ่งได้แก่ แบคทีเรีย สาหร่ายสีเขียวแกมนำเงิน หรือ ไซยาโนแบคทีเรีย ซึ่งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่มีเยื่อหุ้มล้อมรอบ DNA ไม่มีออร์แกเนลล์ที่มีเยื่อหุ้ม มีออร์แกเนลล์ชนิดไม่มีเยื่อหุ้มอันเดียว ได้แก่ ไรโบโซม สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จัดอยู่ใน kingdom monera

eukaryotic cell เป็นเซลล์ที่มีเยื่อหุ้มล้อมรอบสารพันธุกรรม มีออร์แกเนลล์ที่มีเยื่อหุ้ม เช่น RER Golgi complex Lysosome Vacuole Mitochondria Chloroplast เป็นต้น และมีออร์แกเนลล์ที่ไม่มีเยื่อหุ้มได้แก่ Ribosome Centriole cilia flagellum nucleolus cytoskeleton สิ่งมีชีวิตพวกยูคาริโอท์ แบ่งออกได้เป็น 2กลุ่มคือพวกที่เซลล์ไม่รวมตัวกันเป็นเนื้อเยื่อ

ได้แก่ พวก เห็ด รา ยีสต์ (ซึ่งอยู่ใน Kingdom fungi) และ พวกโปรโตซัว และสาหร่าย (ซึ่งอยู่ใน kingdom protista) ส่วนพวกที่สองเซลล์จะรวมตัวกันเป็นเนื้อเยื่อ ในช่วงหนึ่งของชีวิตต้องผ่านระยะเอมบริโอ ได้แก่ สัตว์ อยู่ใน kingdom animalia (ยกเว้นฟองน้ำเซลล์ยังไม่รวมกันเป็นเนื้อเยื่อ แต่มีระยะเอมบริโอ) และ พืช อยู่ใน kinfdom metaphyta
พี่หมู vanavana9@hotmail.com (IP:161.200.255.161,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 20 ต.ค. 2547 (10:21)
อยากให้อธิบายเรื่อง อาณาจักรพืชและเรื่องเห็ดรา สาหร่าย มากกว่านี้
Ineiki@hunsa.com (IP:61.19.144.186,10.0.102.71,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 21 ต.ค. 2547 (23:46)
Kindom Fungi (ยึดตามหลักสูตรแบบเรียน ม.ปลาย อันนี้ต้องเข้าใจว่ามีหลายระบบมาก ยิ่งเรียนยิ่งผสมกันมากมาย)



รา คือ สิ่งมีชีวิตพวก Eukaryote ที่มีการสร้างเส้นใย มีการสืบพันธ์โดยอาศัยสปอร์ มีชีวิตแบบ heterotroph มี cell wall เป็นสารประเภท chitin (พบ cellulose เพียงไม่กี่ชนิด) อันที่จริง คำจำกัดความของรานั้นบอกให้ชัดไปเลยลำบาก เพราะแต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างกันออกไป เช่น ยีสต์ ซึ่งไม่สร้างเส้นใยเป็นต้น

แบ่งเป็น 4 Phylum ตามลักษณะสปอร์ของการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ



1. Phylum Zygomycota เส้นใยไม่มีผนังกั้น Aseptated hypha(cenocytic hypha) มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศด้วยวิธี Gametengial copulation ได้สปอร์ที่เรียกว่า Zygospore ราในไฟลัมนี้เช่น ราขนมปัง(Rhizorpus sp.)



2. Phylum Ascomycota(ในปัจจุบัน ตำราใหม่ๆได้จัดรวมเอาราใน Phylum Deuteromycotaเข้าไปไว้ในนี้ด้วยทั้งหมด) เส้นใยของรากลุ่มนี้มีผนังกั้น แต่ไม่สมบูรณ์ มีช่องว่างให้นิวเคลียสและออร์แกเนลไหลผ่านได้ มีการสบพันธ์แบบอาศัยเพศโดยAnteridium(อวันวะสืบพันธ์ราตัวผู้?) จะถ่ายทอดนิวเคลียสให้กับ Ascogonium(ตัวเมีย?) และจะได้ ascospore ในถุง ascus(เพราะงั้นบางทีเราก็เรียกราพวกนี้ว่า sac fungi) ซึ่งจะมีจำนวนascosporeเป็นจำนวนแน่นอนคือทวีคูณของ4 (ส่วนมากที่พบคือ8) พวกนี้ได้แก่ ยีสต์ขนมปัง(Sacaromyces sp.) Aspergilus spp. และราถ้วย



3. Phylum Basidiomycota(บางทีเรียกว่าclub fungi เนื่องจากสปอร์ของมัน) ไฮฟามีผนังกั้นสมบูรณ์ มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศและเส้นใยมีระยะที่เรียกว่า Dikaryon นาน(ระยะที่แต่ละช่องของเส้นใยมีนิวเคลียสสองอันจากการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ) ดอกเห็ดที่เราเก็บกินก็เป็นเส้นใยในระยะนี้ ราในไฟลัมนี้ได้แก่เห็ดทั้งหลาย และราสนิม



4. Phylum Deuteromycota เป็นราที่ยังไม่พบการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ ถ้าพบก็จัดเข้ากลุ่มต่อไป



เสริม

- ราที่มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ ก็สามารถสืบพันธ์แบบไม่อาศัยเพศได้

- ในหนังสือใหม่ๆ จะรวม Deuteromycota เข้ากับ Ascomycota และจะเพิ่มราในกลุ่ม Chytridiomycota เพิ่มอีก 1 phylum

- ราน้ำ(straminopila) อันประกอบด้วย

Phylum Oomycota

Phylum Hypochitridiomycota

Phylum Labyrynthulomycota



ราเมือก(Slimemold) อันประกอบด้วย

Phylum Plasmodiophoromycota

Phylum Dictyosteliomycota

Phylum Acrasiomycota (cellular slimemold)

Phylum Myxomycota (Plasmodium slimemold)



ล้วนจัดเป็น Fungus-liked protist คือโปรติสต์ที่คล้ายรา เพราะมีบางอย่างไม่ใช่รา เช่น บางช่วงของชีวิตเคลื่อนไหวได้ (มีzoospore) มีcellulose เป็น cell wall



- ผมเห็นมีหนังสือภาษาไทยบางเล่ม ให้ลงท้ายชื่อไฟลัมราว่า mycophyta ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควร เพราะคำว่า phyta หมายถึงสิ่งมีชีวิตจำพวกพืช(หรือสังเคราะห์แสงได้อย่างพืช)
พระยาขยายกำจายมูลมูก (IP:203.148.252.235,210.203.180.26,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 6 พ.ย. 2547 (13:29)
ตอบหน่อยได้ป่าวค่ะ...ว่ามีตัวอะไรอีกบ้างที่มีซิเลียและแฟลกเจลลัมอีกนอกจาก พารามีเซียม ยูกลีน่า อะมีบา น่ะค๊า และก็อยากทราบว่าไอเจ้า"วอลวอกซ์" เนี๊ย! มันเป็นยังไง ขอบพระคุณจ๊า
เนส/nesblackshine@yahoo.com (IP:203.150.217.118,203.113.70.10,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 6 พ.ย. 2547 (16:11)
มีอีกมาก เลยนะ ที่มี cilia flagellum แล้ว amoeba ไม่มี cilia flagellum นะ ใช้ pseudopodiumในการเคลื่อนที่ จ้า volvox เป็น สาหร่าย สีเขียว อยู่กัน เป็น colony ( เป็นกลุ่มๆหน่ะจ้า แต่ ไม่ได้เป็น tissue) มี flagella ด้วยนะ พวก ที่ใช้ flagella ก็ยังมีอีก เช่น chlamydomonas phacus tryopanosoma trichonympha อีกมากมายเลยอะ ส่วน cilia ก็มี เยอะนะ เช่น balantidium stentor vorticella
joelfo (IP:202.5.88.8,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 13 พ.ย. 2547 (17:39)
อยากขอข้อมูลเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืช

หน่อยครับ อยากรู้จริง ๆ
short.com (IP:61.19.214.98,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 16 พ.ย. 2547 (14:38)
ขออนุญาตตอบบ้างนะจ๊ะ..ไม่ทราบจะตรงประเด็นที่อยากจะรู้หรือเปล่านะ...

การเจริญเติบโตของพืช ( เข้าใจว่าจะถามเกี่ยวกับวงชีวิตหรือเปล่า ? ....เป็นแบบสลับ ( alternation of Generation ) คือสลับระหว่างระยะ Gametophyte คือช่วงที่พืชมีโครโมโซมในเซลล์เป็น n เดียวสร้างเซลล์สืบพันธุ์และมีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ กับระยะ Sporophyte คือช่วงที่พืชมีโครโมโซมในเซลล์เป็น 2n สร้างสปอร์และมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

ปล. ถ้าอยากทราบข้อมูลอื่น ๆ ก็ให้เข้ามาคุย มาถามครูจาก E-mail ที่ให้นะ ยินดีช่วยเหลือ สวัสดีจ๊ะ
aomrcu77@hotmail.com (IP:61.19.220.253,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 18 พ.ย. 2547 (23:56)
ก็เข้าใจดีนะจ๊ะ
s4720706@psu.ac.th (IP:202.12.74.6,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 20 พ.ย. 2547 (00:09)
จะตอบเท่าในสมุดเล็กเชอร์ละกันนะ (จะไม่พูดถึงคลาสนะ)

1. อาณาจักรสัตว์ .........

จะประกอบด้วยเซลล์ หลายเซลล์ ทำงานร่วมกันเป็นเนี้อเยื่อ

จะต้องผ่านระยะ embryo (ตัวอ่อน)

แบ่งเป็น

1.ไฟลัม porifera ....เป็นพวกฟองน้ำ ไม่มีระบบเลือด ระบบหายใจ ไม่มีช่องตัว สืบพันธุ์โดยการแตกหน่อ ( budding)และสร้าง gemmule มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ส่วยใหญ่อาศัยอยู่ในทะเล



2.coelenterata ........ เป้นพวกไฮดรา แมงกะพรุน มีเนื้อเยื่อ 2 ชั้นที่แท้จริง มีช่องกลางลำตัว ระบบประสาทแบบร่างแห ไม่มีเลือด อวัยวะหายใจ อวัยวะขับถ่าย การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศ



3.platehelminthes.........พวกพลานาเรีย มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ไม่มีช่องลำตัว ไม่มีระบบเลือด ทางเดนอาหารไม่สมบูรณ์ มีเฟลมเซลล์ ปมประสาทแบบขั้นบันใด เป็นกระเทย



4.nematoda..........พวกหนอนในน้ำส้มสายชู ทางเดินอาหารสมบูรณ์เป้นพวกแรก มีเฉพาะกล้ามเนื้อตามยาว ไม่มีระบบเลือด



5. annilida................. พวกไส้เดือนดิน มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น มีช่องตัวแท้เป็นพวกแรก ลำตัวเป็นป้องที่แท้จริงทางเดินอาหารสมบูรณ์ ระบบเลือดแบบปิด มีฮีโมโกลบิน มีระยางค์ มีกล้ามเนื้อ 2 ชุด



6. mollusca .......... พวกหอยงาช้าง หมึก มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ลำตัวอ่อนนุ่ม ระบบขับถ่ายมีไต บางชนิดมีเมตามอร์โฟซิส มี radula ตรงคอหอย



7. arthropoda .............. มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ลำตัวแบ่งออกเป็นส่วนที่ชัดเจน มีขาต่อกันเป็นข้อๆ ระบบเลือดแบบเปิด มีระยางค์ปล้องละคู่ มีตาประกอบ



8.echinodermata...................... มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น มีช่องลำตัวที่แท้จริง มี notochord เป็นแกนพยุงตัวอยุ่กลางหลัง



.........................................................................................................

2. อาณาจักรมอเนอรา

แบ่งเป็น

1.ดิวิชัน scizophyta .......................เป็นเซลล์โปรคาริโอต มีทั้ง DNAและ RNA สามารถสร้าง ATP ได้ มีการสร้างเอนโดสปอร์เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม



2. cyanophyta..................สังเคราะห์แสงได้ อาหารสะสมเป็นแป้ง สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ



3.prochlorophyta ................มีคลอโรฟิลล์ เป็นเซลล์โปรคาริโอต มักอาศัยอยู่ในสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง

.............................................................................................................

3.อาณาจักรโปรติสตา .....เป็นเซลล์ยูคาริโอต แบ่งเป็น สาหร่าย ราเมือก โปรตัวซัว

.............................................................................................................4.อาณาจักร ฟังไจ .......... ในเซลล์มีหลายนิวเคลียส สืบพันธุแบบอาศัยเพศเป็นหลัก

..............................................................................................................

5.อาณาจักรพืช

มีวงจรชีวิตแบบสลับ แบ่งเป็นมีท่อลำเลียงกับไม่มีท่อลำเลียง ผลเดี่ยวมาจากดอกเดี่ยว ผลรวมมาจากช่อดอก

....ส่วนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวกับใบเลี้ยวคู้ค่อยอธิบายนะ.........



คงช่วยได้บ้าง






เด็กชีวะ (IP:203.150.217.118,203.113.81.165,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 2 ธ.ค. 2547 (14:19)
ปัจจุบันมีสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการจำแนกชนิดประมาณ 2 ล้านชนิด โดยจำแนกออกเป็นอาณาจักร (Kingdom) ต่าง ๆกันถึง 5 อาณาจักร ซึ่งเป็นระบบที่นิยมกันมากที่สุดในปัจจุบัน



การจำแนกชนิดของสิ่งมีชีวิตนั้นอาศัยลักษณะสำคัญที่เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตแต่ละกลุ่ม โดยการแบ่งตามลำดับชั้นจากกลุ่มใหญ่ที่สุดลงไปถึงชนิดดังนี้



อาณาจักร (Kingdom)



ไฟลัม (Phylum) ของสัตว์ หรือดิวิชัน (Division) ของพืช



ชั้น (Class)



อันดับ (Order)



วงศ์ (Family)



สกุล (Genus)



ชนิด (Species)





--------------------------------------------------------------------------------



การจำแนกอาณาจักรสิ่งมีชีวิต ออกเป็น 5 อาณาจักรดังนี้



อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)



อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi)



อาณาจักรโพรทิสตา (Kingdom Protista)



อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)



อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)



อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)





มอเนอราเป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกเซลล์เดียวที่ไม่มีนิวเคลียส หรือไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส เรียกสิ่งมีชีวิตพวกนี้รวมๆ ว่า โพรแคริโอต (Prokaryote) ได้แก่ แบคทีเรีย และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน หรือไซอาโนแบคทีเรีย (cyanobacteria)



อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi)





เห็ดราเป็นสิ่งชีวิตที่เซลล์มีนิวเคลียสหรือมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสเรียกว่า ยูแคริโอต (eukaryote) อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่เซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ ไม่มีคลอโรฟิลล์ สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้ กินอาหารโดยสร้างน้ำย่อยแล้วปล่อยออกมาย่อยสารอินทรีย์จนเป็นโมเลกุลเล็กและดูดเข้าเซลล์ (saprophyte) ได้แก่ เห็ดและราชนิดต่างๆ



อาณาจักรโพรทิสตา (Kingdom Protista)





โพรทิสตาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเซลล์ชนิดยูแคริโอต มีทั้งชนิดเซลล์เดียวและหลายเซลล์ ได้แก่ สัตว์เซลล์เดียว (protozoa) สาหร่ายต่างๆได้แก่ สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายสีน้ำตาล สาหร่ายสีแดง สาหร่ายสีทอง เช่น ไดอะตอม



อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)





พืชเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เซลล์เป็นชนิดยูแคริโอต มีสารสีเพื่อการสังเคราะห์ด้วยแสงเรียกว่าคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีหลายชนิด มีผนังเซลล์เป็นสาร เซลลูโลส สืบพันธุ์ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ มีวัฏจักรชีวิตแบบสลับ (alternation of generation) การจำแนกเป็นไฟลัมหรือดิวิชันใช้ลักษณะวัฏจักรชีวิตแบบสลัลที่มีระยะแกมีโทไฟต์ (gemetophyte) และสปอโรไฟต์ (sporophyte) การมีท่อลำเลียงอาหารและน้ำ มีรากและใบ และมีดอก (fower) หรือไม่มีดอก แบ่งออกเป็นดิวิชัน ดังนี้



1. ดิวิชันไบรโอไฟตา (Division Bryophyta) เป็นพืชขนาดเล็ก ไม่มีระบบท่อลำเลียง มีระยะแกมีโทไฟต์เจริญเป็นอิสระนานกว่าระยะสปอโรไฟต์ ได้แก่ มอสส์ (moss) ลิเวอร์เวิร์ต (liverwort) และฮอร์นเวิร์ต (hornwort)



2. ดิวิชันไซโลไฟตา (Division Psilophyta) พืชมีลำต้นยาวเรียว เริ่มมีท่อลำเลียง ไม่มีใบและรากที่แท้จริง ได้แก่สกุล Psilotum หรือหวายทะนอย



3. ดิวิชันไลโคไฟตา (Divison Lycophyta) พืชโบราณ มีใบและรากที่แท้จริง มีท่อลำเลียง ได้แก่ สกุลSelagilnella หรือตีนตุ๊กแก สกุล Lycopediun หรือหญ้ารังไก่ สามร้อยยอด



4. ดิวิชันสฟีโนไฟตา (Division Sphenophyta) ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อ ๆ มีรากและใบที่แท้จริง มีท่อลำเลียงที่แท้จริง ได้แก่สกุล Equisetum หรือหญ้าถอดปล้อง สนหางม้า



5. ดิวิชันเทอโรไฟตา (Division Pterophyta) เป็นพืช เริ่มมีท่อลำเลียงพัฒนาดีขึ้น ไม่มีดอก ได้แก่เฟิร์น ผักแว่น จอกหูหนู แหนแดง ชายผ้าสีดา



6. ดิวิชันไพโนไฟตา (Division Pinophyta) เป็นพืชยืนต้น มีเนื้อไม้ มีท่อลำเลียงที่พัฒนาดีขึ้น มีรากและใบ มีเมล็ด แต่เมล็ดไม่มีส่วนหุ้มเมล็ด (คือ เปลือย [ghymnosperm]) แบ่งเป็นสามซับดิวิชัน (subdivision) คือ



6.1 ซับดิวิชัน Cycadicae คือพืชพวกปรง (Cycas)



6.2 ซับดิวิชัน Pinicae ได้แก่ แป๊ะก้วย สกุล Ginkgo และพืชพวกสน เช่น สนสองใบ (Pinus merkusii) สนสามใบ (Pinus Kesiya) ไซเพรสส์ (Cypress) เรดวูด (redwood)



6.3 ซับดิวิชัน Gneticae ส่วนใหญ่เป็นไม้เลื้อยขนาดใหญ่ เช่น มะเมื่อย สกุล Gnetum และพืชในทะเลทรายแอฟริกา สกุล Welwitschia



7. ดิวิชันแมกโนลิโอไฟตา (Division Magnoliophyta) คือพืชไม้ดอกที่มีท่อลำเลียง มีใบและราก มีเมล็ดที่มีรังไข่ห่อหุ้ม แบ่งเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (monocots) และพืชใบเลี้ยงคู่ (dicots) หรือแบ่งเป็นสองชั้นคือ



7.1 ชั้นแม็กโนลิออปซิดา (Class Magnoliopsida [dicots]) เช่น มะลิ



7.2 ชั้นลิลิออปซิดา (Class liliopsida [monocots]) เช่น ข้าว กล้วย หญ้า



อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)





สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ ประกอบด้วยเซลล์ชนิดยูแคริโอต การจำแนกเป็นไฟลัมต่างๆใช้ลักษณะสำคัญคือ จำนวนชั้นของเนื้อเยื่อ ช่องภายในตัว ปล้องขา ลำตัว ชนิดของท่อทางเดินอาหาร สมมาตร (symmetry) ของลำตัว ชนิดของระบบไหลเวียน และการพัฒนาของระบบอื่นๆ แบ่งออกเป็นสอง ซับคิงดอม (Subkingdom) คือ ซับคิงดอมพาราซัว (Parazoa) ได้แก่ฟองน้ำและซับคิงดอมเมทาซัว (Metazoa) ได้แก่สัตว์อื่นๆที่เหลือ ซึ่งแบ่งย่อยเป็นไฟลัมต่างๆมากถึง 30 ไฟลัมในปัจจุบัน แต่ที่สำคัญมี 10 ไฟลัมคือ



1. ไฟลัมพอริเฟอรา (Phylum Porifera) เป็นสัตว์หลายเซลล์ ไม่มีสมมาตร ลำตัวเป็นรูพรุน มีช่องน้ำเข้าและช่องน้ำออก มีโครงร่างแข็งหรือเป็นเส้นใยโปรตีน เช่น ฟองน้ำแก้ว สกุล Euplectella ฟองน้ำน้ำจืด สกุล Spongilla ฟองน้ำถูตัว สกุล Spongia



2. ไฟลัมซีเลนเทอราตา (Phylun Coelenterata) เป็นสัตว์ที่มีเนื้อเยื่อสองชั้น มีสมมาตรแบบรัศมี(radial symmetry) มีท่อทางเดินอาหาร แต่ไม่มีช่องตัว มีเซลล์ไนโดไซต์ (cnidocyte) สร้างเข็มพิษ (nematocyst) แบ่งเป็นสามชั้น



2.1 ชั้นไฮโดรชัว (Hydrozoa) ได้แก่ ไฮดรา (Hydra) แมงกะพรุนไฟ (Physalia)



2.2 ชั้นไซโฟซัว (Scyphozoa) ได้แก่ แมงกะพรุนหนัง (Aurelia) แมงกะพรุนไฟ (Chironex)



2.3 ชั้นแอนโทซัว (Anthozoa) ได้แก่ ปะการัง (coral) ปะการังเขากวาง (Acrepora) กัลปังหา (sea fan)



3. ไฟลัมแพลทิเฮลมินทีส (Phylum Platyhelminthes) ได้แก่ หนอนตัวแบน มีเนื้อเยื่อสามชั้น ไม่มีช่องตัว มีสมมาตรแบบด้านข้าง (bilateralsymmetry) มีระบบย่อยอาหาร (บางชนิดไม่มี) แบ่งเป็นสามชั้น



3.1 ชั้นเทอร์เบลลาเรีย (Turbellaria) ได้แก่ พลานาเรีย (Dugesia)



3.2 ชั้นทรีมาโทดา (Trematoda) ได้แก่ พยาธิใบไม้ (fluke) เช่น พยาธิใบไม้ในตับ (Opisthorchis viverrini)



3.3 ชั้นเซสโทดา (Cestoda) ได้แก่ พยาธิตัวตืด (tape worm) เช่น พยาธิตัวตืดหมู (Taenia solium)



4. ไฟลัมเนมาโทดา (Nematoda) ได้แก่ หนอนตัวกลม มีเนื้อเยื่อสามชั้นมีสมมาตรแบบด้านข้าง มีช่องตัวเทียม (pseudocoet) เช่น พยาธิไส้เดือน (Ascaris lumbricoides) โรคเท้าช้าง (Brugia malayi)



5. ไฟลัมแอนเนลิดา (Phylum Annelida) หนอนปล้อง ลำตัวแบ่งเป็นปล้องชัดเจน มีเนื้อเยื่อสามชั้นมีสมมาตรแบบด้านข้าง มีช่องตัวที่แท้จริง (coelom) มีระบบไหลเวียนและระบบประสาท แบ่งเป็นสามชั้น



5.1 ชั้นโพลีคีตา (Polychaeta) ได้แก่ แม่เพรียง (Nereis) หนอนฉัตร (trbe worm)



5.2 ชั้นโอลิโกคีตา (Oligochaeta) ได้แก่ ไส้เดือนดิน (Pheretima)



5.3 ชั้นไฮรูดิเนีย (Hirudinea) ได้แก่ ปลิง (leech) ทากดูดเลือด (landleech)



6. ไฟลัมมอลลัสกา (Phylum Mollusca) ลำตัวนิ่มมักมีเปลือกหุ้มเนื้อเยื่อสามชั้น มีสมมาตรด้านข้างมีช่องตัวลดรูปจนมีขนาดเล็ก มีระบบไหลเวียนและระบบประสาท แบ่งเป็นห้าชั้น



6.1 ชั้นแอมฟินิวรา (Amphimeura) ได้แก่ ลิ่นทะเล (chiton)



6.2 ชั้นแกสโทรโพดา (Gastropoda) ได้แก่ หอยกาบเดี่ยว (snail) หอยทาก (slug) ทากทะเล (nudibranch)



6.3 ชั้นแพลีไซโพดา (Pelecypoda) ได้แก่ หอยกาบคู่ (bivalves) เช่นหอยแมลงภู่ (Mytilus biridis)



6.4 ชั้นสแคโฟโพดา (Scaphoposa)ได้แก่ หอยงาช้าง (tusk shell)



6.5 ชั้นเซฟาโลโพดา (Cephalopoda) ได้แก่ ปลาหมึกสาย หรือปลาหมึกยักษ์ (Octopus) ปลาหมึกกล้วย (Loligo) หอยงวงช้าง (nautilus)



7. ไฟลัมอาร์โทรโพดา (Phylum Arthropoda) สัตว์ที่มีลำตัวแบ่งเป็นปล้องมีโครงร่างภายนอกหรือเปลือกปกคลุม ขาต่อเป็นข้อๆ สมมาตรแบบด้านข้างมีระบบไหลเวียนและระบบประสาท แบ่งเป็นสองซับไฟลัม คือ เคลิเซอราตา (Chelicerata) ได้แก่ แมงดาทะเล และแมงมุม และซับไฟลัมแมนดิบูลาตา (Mandibulata) เช่น กุ้ง ปู ตะขาบ กิ้งกือ แบ่งเป็นชั้นดังนี้



7.1 ไซโฟซูริดา (Xiphosurida) ได้แก่ แมงดาจาน (Tachypleus gigas)



7.2 อะแร็กนิดา (Arachnida) ได้แก่ แมงมุม แมงป่อง



7.3 ครัสเตเชีย (Crustacea) ได้แก่ กุ้ง กั้ง ปู เพรียงหิน



7.4 ไคโลโพดา (Chilopida) ได้แก่ ตะขาบ



7.5 ไดโพลโพดา (Diplopoda)ได้แก่ กิ้งกือ



7.6 อินเซกตา (Insecta) ได้แก่ แมลงต่างๆ



8. ไฟลัมอีคิโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata) เป็นสัตว์ทะเลทั้งหมด ผิวหนังมีหนาม ตัวอ่อนมีสมมาตรด้านข้าง ตัวเต็มวัยมีสมมาตรรัศมีมีระบบน้ำใช้ในการเคลื่อนที่ มีระบบไหลเวียน ระบบประสาท และระบบท่อทางเดินอาหาร จำแนกเป็นห้าชั้น



8.1 ชั้นแอสเทอรอยเดีย (Asteroidea) ได้แก่ ปลาดาว หรือดาวทะเล (star fish)



8.2 ชั้นโอฟิยูรอยเดีย (Ophiuroidea) เช่น ดาวเปราะ (brittle star)



8.3 ชั้นอีคิยูรอยเดีย (Echiuroidea) เช่น เม่นทะเล (sea urchin) เหรียญทราย (sand dollar)



8.4 ชั้นโฮโลทูรอยเดีย (Holothuroidea) เช่น ปลิงทะเล (sea cucumber)



8.5 ไคนอยเดีย (Crinoidea) เช่น ดาวขนนก (feather star) พลับพลึงทะเล (sea lilly)



9. ไฟลัมคอร์ดาตา (Phylum Chordata) สัตว์มีกระดูกสันหลัง มีสมมาตรด้านข้าง มีช่องตัวอย่างแท้จริง มีระบบต่างๆพัฒนาสูงสุด จำแนกเป็นสามซับไฟลัมคือ



9.1 ซับไฟลัมยูโรคอร์ดาตา (Subphhylum Urochordata) ได้แก่ เพรียงหัวหอม (tunicate)



9.2 ซับไฟลัมเซฟาโลคอร์ดาตา (Subphylum Cephalochordata)ได้แก่แอมฟิออกซัส(Amphioxus)



9.3 ซับไฟลัมเวอร์ทีบราตา (Vertebrata) ได้แก่ สัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมด จำแนกเป็นชั้นดังนี้



9.3.1 ชั้นแอ็กนาทา (Agnatha) ได้แก่ ปลาปากกลม (cyclostome)



9.3.2 ชั้นคอนดริกไทอีส (Chomdrichthyes) ได้แก่ ปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลาฉนาก ปลากระเบน



9.3.3 ชั้นออสทีอิกไทอีส (Osteichthyes) ได้แก่ ปลากระดูกแข็ง เช่น ปลากะพง ปลาช่อน ปลาหมอเทศ



9.3.4 ชั้นแอมฟิเบีย (Amphibia) สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ กบ คางคก เขียด แซลาแมนเดอร์



9.3.5 ชั้นแรปทิเลีย (Reptilia) สัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ เต่า ตะพาบน้ำ แย้ ตะกวด จิ้งจก จิ้งเหลน จระเข้



9.3.6 ชั้นเอวีส (Aves) ได้แก่ นกชนิดต่างๆ เป็ด ไก่



9.3.7 ชั้นแมมมาเลีย (Mammalia) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ แพลทิปัสปากเป็ด(duck-billed platypus) สัตว์มีถุงหน้าท้อง (marsupials) เช่น จิงโจ้ โอพอส ซัม แทสมาเนียนเดวิล สัตว์มีรก (placenta) เช่น กระรอก กระต่าย วัว ควาย ช้าง แรด ลิง คน
seak_do@hotmail.com (IP:202.28.34.1,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 14 ธ.ค. 2547 (09:14)
ปัจจุบันมีสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการจำแนกชนิดประมาณ 2 ล้านชนิด โดยจำแนกออกเป็นอาณาจักร (Kingdom) ต่าง ๆกันถึง 5 อาณาจักร ซึ่งเป็นระบบที่นิยมกันมากที่สุดในปัจจุบัน

การจำแนกชนิดของสิ่งมีชีวิตนั้นอาศัยลักษณะสำคัญที่เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตแต่ละกลุ่ม โดยการแบ่งตามลำดับชั้นจากกลุ่มใหญ่ที่สุดลงไปถึงชนิดดังนี้

โดเมน (Domain)

อาณาจักร (Kingdom)

ไฟลัม (Phylum) ของสัตว์ หรือดิวิชัน (Division) ของพืช

ชั้น (Class)

อันดับ (Order)

วงศ์ (Family)

สกุล (Genus)

ชนิด (Species)



การจำแนกอาณาจักรสิ่งมีชีวิต ออกเป็น 5 อาณาจักรดังนี้

1. อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)

2. อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi)

3. อาณาจักรโพรทิสตา (Kingdom Protista)

4. อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)

5. อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)

อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi)

เห็ดราเป็นสิ่งชีวิตที่เซลล์มีนิวเคลียสหรือมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสเรียกว่า ยูแคริโอต (eukaryote) อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่เซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ ไม่มีคลอโรฟิลล์ สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้ กินอาหารโดยสร้างน้ำย่อยแล้วปล่อยออกมาย่อยสารอินทรีย์จนเป็นโมเลกุลเล็กและดูดเข้าเซลล์ (saprophyte) ได้แก่ เห็ดและราชนิดต่างๆ

เนื้อหา

ชนิดของสิ่งมีชีวิต

สิ่งมีชีวิตในโลกนี้มีอยู่มากมายนับเป็นจำนวนล้านชนิด และไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดใดที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการ จึงจำเป็นที่ต้องจัดแบ่งสิ่งมีชีวิตออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อความสะดวกที่จะนำมาศึกษา และนำมาใช้ประโยชน์ต่าง ๆ การศึกษาเกี่ยวกับการจัดหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตเรียกว่า อนุกรมวิธาน ( TAXONOMY )

หลักเกณฑ์ทั่วไปที่ใช้ใน การพิจารณาการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตออกเป็น หมวดหมู่ สรุปได้ดังนี้

1. พิจารณาเปรียบเทียบลักษณะทั้งภายในและภายนอกของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ว่ามีความเหมือนหรือคล้ายกันเพียงใด

2. พิจารณาโดยอาศัยหลักการทางวิวัฒนาการที่ว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ที่มาจากบรรพบุรุษร่วมกันย่อมมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันทั้งสิ้น

3. พิจารณาจากแบบแผนการเจริญของสิ่งมีชีวิตตั้งแต่แรก โดยอาศัยหลักที่ว่าสิ่งมีชีวิตที่มีความสัมพันธ์กันมากเพียงใด ก็ย่อมจะมีวิธีการเจริญคล้ายกันมากเพียงนั้น

4. พิจารณาถึงขบวนการทางชีวเคมี และสรีรวิทยาของสิ่งมีชีวิตว่า มีความเกี่ยวข้องหรือคล้ายกันอย่างไร รวมทั้งศึกษาถึงการถ่ายทอดกรรมพันธุ์

5. พิจารณาถึงพฤติกรรมความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนแพร่กระจายทางภูมิศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ด้วย

การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตในปัจจุบัน

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้จัดจำแนกสิ่งมีชีวิต ออกเป็น 5 อาณาจักร ( Kingdom ) โดยอาศัยแนวคิดของวิตเทเกอร์ ( Whitaker, 1969 ) คือ



3. อาณาจักรเห็ดรา ( Kingdom Fungi ) ได้แก่ สิ่งมีชีวิตพวกยูคาริโอต ส่วนมากมีหลายเซลล์ เซลล์ยังไม่มีดิฟเฟอเรนติเอชัน ไม่สามารถสร้างอาหาร ด้วยตัวเองส่วนใหญ่เป็นพวกย่อยสลายดูดอินทรีย์สาร จากสิ่งมีชีวิตที่ไปขึ้นอยู่ สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้ได้แก่ รา เห็ดต่างๆ

3. อาณาจักรเห็ด รา

ดิวิชัน ไฟโคไฟตา ( DIVISION PHYCOPHYTA ) เห็ด รา ที่แท้จริง เห็ด ( MUSHROOM ) และรา ( MOLD ) เห็ด และราเหมือนกันตรงที่ต่างก็มีเส้นใย ( HYPHA ) เหมือนกัน แต่ต่างกันที่เส้นใยของเห็ด มีการรวมกันเป็นกลุ่มก้อน ที่เรียกดอกเห็ดและมีรูปร่างต่าง ๆ กัน ส่วนเส้นใยของราไม่มีการรวมกลุ่มกัน แบ่งออกได้ 4 คลาส ได้แก่

- คลาสไฟโคไมซีตีส ( PHYCOMYCETES ) : - ราขนมปัง

- คลาสแอสโคไมซีตีส ( ASCOMYCETES ) : - เพนนิซิลเลียม , เห็ดโคน





- คลาสเบซิดิโอไมซีตีส ( BASIDIOMYCETES ) : - เห็ดฟาง , เห็ดต่าง ๆ

- คลาสดิวเตอโรไมซีตีส ( DEUTEROMYCETES ) ; - กลาก , เกลื้อน , โรคเท้าเปื่อย



นอกจากนี้ ยังมีราบางชนิด อยู่รวมกับสาหร่ายแบบภาวะเกื้อกูลกัน เรียกว่า ไลเคนส์ ไลเคนส์มีทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ ลักษณะเป็นแผ่น คล้ายใบไม้ และลักษณะคล้ายกิ่งไม้



ตอน ''เห็ดรา'' ผู้ย่อยสลายแห่งระบบนิเวศ

วัน Tuesday 21 Sep 04 @ 16:45

หัวข้อ: NSM Article



หากบอกว่า เห็ดราเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับคนเราอย่างที่เราเองก็คาดไม่ถึง จะเชื่อหรือเปล่า ถ้าไม่เชื่อ… ก็ลองมองไปรอบ ๆ ตัวดู ไม่ว่าจะเป็นใน ดิน น้ำ อากาศ ต้นไม้ สัตว์ สิ่งไม่มีชีวิต หรือแม้กระทั่งภายในร่างกายของเรา เจ้าเห็ดรามันจะมีอยู่ทุก ๆ ที่นั่นแหละ ถึงตอนนี้หลาย ๆ คนคงจะนึกภาพมันไปในทางที่ให้โทษ เพราะถ้ามันได้เข้าไปอยู่ในร่างกายของเรา สิ่งที่ไม่พึงปรารถนาจะให้เกิดมันก็เกิดขึ้นได้ เช่น โรคเชื้อราในหนังศีรษะ (รังแค) โรคน้ำกัดเท้า (ฮ่องกงฟุต) หรือแม้แต่ในกรณีน่าเศร้าของนักร้องวัยรุ่นชื่อดัง ซึ่งถูกเชื้อราเข้าไปเกาะกินเส้นเลือดในสมองจากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำในคูน้ำ จนทุกวันนี้อาการก็ยังคงน่าเป็นห่วง



แต่รู้หรือไม่ ว่านอกจากโทษแล้ว ในทางตรงกันข้าม เห็ดรา ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ และส่วนมากจะมีบทบาทในการเป็นผู้ย่อยสลายในธรรมชาติ ก่อให้เกิดระบบหมุนเวียนแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น คาร์บอน (C), ไนโตรเจน (N), ออกซิเจน (O) และฟอสฟอรัส (P) จากซากสัตว์สิ่งมีชีวิตให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อให้สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ได้ใช้ประโยชน์กันต่อไป โดยเจ้าเห็ดรานี้ จะมีทั้งที่เป็นเส้นใย และเป็นกลุ่มเส้นใย ส่วนมากถ้ามีขนาดเล็กจะเรียกว่า รา แต่ถ้ามีขนาดใหญ่มองด้วยตาเปล่าเห็นได้ชัดมักเรียกว่า เห็ด ซึ่งการพัฒนารูปร่างของเห็ดรานั้น จะแตกต่างกันไปตามชนิดของเห็ดรานั้น ๆ ส่วนลักษณะพิเศษของมันก็คือ สามารถสืบพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ แต่มันจะไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ เนื่องจากไม่มีรงควัตถุที่จะช่วยในการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหารด้วยตัวเองเหมือนกับพืช แต่เห็ดราก็มีวิธีที่จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยการรับสารอาหารจากภายนอกในรูปแบบการเกาะกินหรือเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เรียกว่า เป็น ปรสิต หรือเป็นผู้ย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตนั่นเอง

ลองทายกันดู ว่าในปัจจุบันนี้มีเห็ดราที่มนุษย์เราค้นพบกี่ชนิด ซึ่งคำตอบคงทำให้ตกใจกันไม่น้อย เพราะมันมีมากมายถึง 100,000 ชนิด ยิ่งกว่านั้น นักเห็ดราวิทยา ยังได้ประมาณการไว้ว่า จำนวนเห็ดราที่แพร่กระจายอยู่ทั่วโลกน่าจะมีอยู่ถึง 2.5 ล้านชนิดด้วยซ้ำ มากมายขนาดนี้เราจึงได้จัดให้มันเป็นหนึ่งในอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตที่มีชื่อว่า อาณาจักรเห็ดรา หรือ อาณาจักรฟังไจ ที่หลาย ๆ คนคงพอเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง

แต่แค่เคยได้ยินได้ฟังอย่างเดียวมันคงยังไม่พอ ในวันนี้เราจึงได้ไปเสาะหาสถานที่ที่ รวบรวมความรู้ในเรื่องของอาณาจักรเห็ดรา ซึ่งมีการจัดแสดงในรูปแบบของนิทรรศการและชิ้นงานจำลองมาแนะนำน้อง ๆ โดยสถานที่ที่ว่านี้ก็คือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา แหล่งรวบรวมข้อมูลและจัดแสดงนิทรรศการทางธรรมชาติวิทยาที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกของประเทศไทย

อาณาจักรเห็ดราที่ถูกจำลองขึ้นในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยานี้ มีรูปแบบการนำเสนอที่ น่าสนใจมาก เนื้อหาสาระยังมีการย่อยให้เข้าใจได้ง่ายด้วยสื่อนำสมัย นับตั้งแต่ตู้โชว์ขนาดใหญ่ที่มีเห็ดยักษ์ ซึ่งใครต่อใครจะต้องสะดุดตา ยิ่งกว่านั้น ภายในตู้ยังมีการจำลองตัวอย่างเห็ดราที่แบ่งตามไฟลัมต่าง ๆ เช่น ไฟลัมราขนมปัง ไฟลัมราถุง และไฟลัมเห็ด โดยเฉพาะไฟลัมเห็ดนั้น จะมีการแบ่งเป็นอันดับต่าง ๆ อาทิ เห็ดมีครีบ เห็ดปะการัง เห็ดหูหนู เป็นต้น

ส่วนคำอธิบายก็จะอยู่ภายในตู้เดียวกัน โดยจะแบ่งไปตามแต่ละไฟลัมหรืออันดับของ เห็ดรานั้น ๆ และเพื่อความสะดวกในการอ่าน บริเวณด้านหน้าของตู้จะมีปุ่มให้กด ซึ่งเมื่อเรากดลงไปที่ปุ่มใด ข้อมูลที่เราต้องการทราบก็จะมีแสงสว่างขึ้นมาทันที

หันมาอีกฝั่งด้านตรงข้ามตู้โชว์ เราก็จะพบกับวัสดุตัวอย่าง ซึ่งมีทั้งสิ่งที่เป็นผลเสียจากการทำลายของรา อย่างการเกิดเชื้อราดำบนขนมปัง มันฝรั่งที่เป็นโรคเน่าจากเชื้อรามันเทศ พวงองุ่นที่เป็นโรคราน้ำค้าง และผลิตภัณฑ์ที่นำเห็ดรามาใช้ในการผลิต เช่น เครื่องปรุงจำพวกซีอิ๊วที่ทำจากเชื้อราดำซีอิ๊ว เนยแข็งที่ทำจากเชื้อราเขียวเนยแข็ง ขนมปัง ปาท่องโก๋ที่ทำจากเชื้อยีสต์ หรือยารักษาโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ยาปฏิชีวนะที่ผลิตจากเชื้อราเขียวเพนนิซิลิน เห็ดกระบองยาจีนที่ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง รวมทั้งเห็ดหลินจือที่รู้จักกันดีว่ามีสรรพคุณทางยา แม้แต่ในเครื่องสำอางค์บางชนิดก็ยังนำไปเป็นส่วนผสม

และอีกหนึ่งชิ้นงานที่ไม่อยากให้พลาดก็คือ คอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส ที่บรรจุข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับอาณาจักรเห็ดราที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ฯ ไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งใครที่ชอบการสืบค้นแบบไฮเทคอย่างนี้ รับรองได้ว่าไม่ผิดหวัง

ใครที่สนใจอยากจะมาเรียนรู้เรื่องอาณาจักรเห็ดรา หรือความรู้ด้านธรรมชาติวิทยาอื่น ๆ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้ ซึ่งที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ฯ นี้จะอยู่ในรั้วเดียวกันกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ คลองห้า ปทุมธานี เปิดให้บริการทุกวันอังคาร - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.30 – 17.00 น.



อาณาจักรฟังไจ หมายถึงสิ่งมีชีวิตพวกเห็ดรา ตัวอย่างเช่น ราขนมปัง ยีสต์ ราเขียว ราดำ เห็ตต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ

โดยทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลายอินทรียสาร ทำให้มีการหมุนเวียนในระบบนิเวศ

ลักษณะร่วมสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักฟังไจ

1. อาจมีเซลล์เดียว เช่น ยีสต์ แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกหลายเซลล์

2. พวกหลายเซลล์ ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่มีลักษณะเส้นใย เส้นใยแต่ละเส้นเรียกว่า ไฮฟา(Hypha) ไฮพามักรวมกันเป็น

กระจุกเรียกว่า ไมซีเลียม(mycelium) ไฮฟามีไรซอยด์

ช่วยยึดเห็ดราให้ติดแน่นกับที่ และบางส่วนของไฮฟาทำหน้า

ที่สร้างสปอร์

3. โครงสร้างของเซลล์เป็นเซลล์แบบยูคาริโอต มีผนังเซลล์คล้ายพืช (มีองค์ประกอบเป็นเซลลูโลสและไคทิน) แต่ไม่มีคลอโรฟิลล์ ดังนั้นสร้างอาหารเองไม่ได้ ดำรงชีวิตแบบปรสิตหรือแบบภาวะ

มีการย่อยสลาย หรือบางชนิดอยู่ร่วมกับสาหร่ายที่ต้องพึ่งพา(ไลเคน)

4. ส่วนใหญ่สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ สปอร์มีทั้งที่เกิดจากการ

สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศและแบบอาศัยเพศ นอกจากนี้ยังมีการ

สืบพันธุ์แบบอื่น ๆ เช่น รา ขนมปัง สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยวิธ

ีคอนจูเกชัน ยีสต์สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยวิธีการแตกหน่อ

การจัดจำพวกฟังไจ

โดยทั่วไปใช้การสร้างสปอร์ที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็นเกณฑ์ แบ่งออกเป็น 4 ดิวิชัน ได้แก่

1. ดิวิชันไซโกไมโคตา (Zygomycota) สร้างไซโกสปอร์(zygospores)

2.ดิวิชันแอสโคไมโคตา (Ascomycota) สร้างแอสโคสปอร์(ascospores)

3.ดิวิชันเบสิดิโอไมโคตา(Basidiomycota) สร้างเบสิดิโอสปอร์(basidiospores)

4.ดิวิชันดิวเทอโรไมโคตา(Deuteromycota) หรือเรียกอีกอย่างว่า Fungi imperfecti สร้างสปอร์ไม่ทราบว่าชนิดใดเนื่องจากนิวเคลียสของสปอร์หลอมรวมกัน

(พบว่าส่วนใหญ่ดูเหมือนเป็นพวกแอสโคสปอร์)

ประโยชน์

ด้านอาหาร นำมาประกอบอาหาร

ด้านอุตสาหกรรม การผลิตกรดอินทรีย์ ใช้ผลิตสารเคมีต่าง ๆ ใช้ในการหมัก เช่นยีสต์

ด้านการแพทย์ ผลิตยากปฏิชีวนะ

โทษของเห็ดรา

อาจเป็นโรคของพืช เช่น โรคราสนิมในกะหล่ำ ราน้ำค้างในองุ่น เป็นต้น



1. ดิวิชันไซโกไมโคตา (Zygomycota) สร้างไซโกสปอร์(zygospores)

ได้แก่ Rhizopus nigricans เป็นราดำที่ขึ้นบนขนมปัง (Black bread mold)ผลไม้ และอาหารเน่าเสีย ส่วนใหญ่เป็นราที่อาศัยบนบก

ลักษณะสำคัญ

-ไฮฟาไม่มีเยื่อกั้น ดังนั้นไฮฟามีนิวเคลียสจำนวนมาก

-ผนังเซลล์เป็นสารไคทิน

-ไม่มีเซลล์ใมีแฟลเจลลัม

การสืบพันธุ์ สร้างสปอร์ 2 ชนิด

-สปอร์จากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ คือ ไซโกสปอร์ เป็นสปอร์ที่เจริญมาจากไซโกต(เกิดจากการรวมตัวกันของ gameetangium)

มีลักษณะผนังหนา ทนทาน

-สปอร์จากการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ คือ สปอร์แรงจิโอสปอร์(sporangiospores)



2.ดิวิชันแอสโคไมโคตา (Ascomycota) สร้างแอสโคสปอร์(ascospores) ราในดิวิชันนี้มีจำนวนชนิดมากที่สุด ตัวอย่างคือ saccharomyces cerevisiae หรือ ยีสต์หมักเบียร์(Brewer's yeast) ราสีแดง(Monascus sp.) ที่ใช้ผลิตข้าวแดงและเต้าหู้ยี้ ราน้ำค้าง และมีบางชนิดสร้างดอกเห็ดซึ่งใช้เป็นอาหารได้

ลักษณะสำคัญ

ไฮฟามีเยื่อกั้น แต่เยื่อกั้นมีรูทะลุ(perforated septum) ทำให้ไซโทพลาซึมและนิวเคลียสไหลถึงกันได้(ยกเว้นยีสต์ซึ่งเป็นเซลล์เดียว

การสืบพันธุ์ สร้างสปอร์ 2 ชนิด

1.สปอร์จากเซลล์สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ คือแอสโคสปอร์(ascospores) ลักษณะผนังหนา(เป็นเซลล์อิสระที่แตละสปอร์มีผนังและไซโทพลาซึมหุ้มนิวเคลียส) ถูกสร้างภายในถุง(sac) เรียกว่า แอสคัส(ascus) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของราในดิวิชันนี้ จำนวนสปอร์ในถุงแอสคัสอาจมี 1,4,8 หรือจำนวนมาก แล้วแต่ชนิดของรา ดังนั้นเรียกอีกอย่างว่า แซคฟังไจ(sac fungi)

2.สปอร์จากการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ อาจเป็นสปอร์เดี่ยว หรือต่อกันเป็นลูกโซ่ตรง

ปลายเส้นใยที่เรียกว่า โคนิเดียม

ยีสต์เป็นราเซลล์เดี่ยว มีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยการแตกหน่อ หรือบางชนิดโดยการแบ่งตัว(fission) หรือสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยสร้างแอสโคสปอร์จำนวน 4 หรือ 8 สปอร์ในแอคัสเดี่ยวที่ไม่มีสิ่งห่อหุ้มพวกที่สร้างดอกเห็ดกินได้ ได้แก่ morel ,truffle



3.ดิวิชันเบสิดิโอไมโคตา(Basidiomycota) สร้างเบสิดิโอสปอร์(basidiospores)ได้แก่ เห็นที่กินเป็นอาหารได้และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ตัวอย่าง เห็ดฟาง (volvariclla volvacea) เห็ดหอม (Lentinula edodes) เห็ดหูหนู เห็ดนางรม เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดแชมปิญอง เห็ดกระดุม

ลักษณะสำคัญ

-ไฮฟา มีเยื่อกั้นแบบรูพรุน

-ไมซีเลียมมี 3 ระยะ

ระยะแรก เพิ่งเจริญขึ้นจากสปอร์มีนิวเคลียสเดียว

ระยะที่สอง แต่ละเซลล์มี2นิวเคลียส

ระยะสาม เกิดจากไมซีเลียมระยะสองรวมตัวกันคล้ายเนื้อเยื่อประกอบขึ้นเป็นก้านและดอกเห็ด

สร้างสปอรจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

เรียกว่า basidiospore ถูกสร้างที่ภายนอกโครงสร้าง

เรียกว่าเบสิเดียม แบ่งออกเป็น 2 พวก คือ

1. พวกที่มีเบสิเดีย 4 เบสิดิโอสปอร์

2. พวกที่มีเบสิเดีย 1เบสิดิโอสปอร์

พวกที่มีวิวัฒนาการสูงสุด เบสิเดียมเกิดอยู่บนฟรุตติงบอดีที่เรียกว่า เบสิดิโอคาร์ป(basidiocarp) หรือดอกเห็ด





4.ดิวิชันดิวเทอโรไมโคตา(Deuteromycota) สร้างสปอร์ไม่ทราบว่าชนิดใดเนื่องจากนิวเคลียสของสปอร์หลอมรวมกันเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า fungi imperfecti หมายถึง กลุ่มของราหลายชนิดที่ไม่พบว่ามีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศได้แก่ ราที่นำมาผลิตเพนิซิลลิน(Penicilium sp.) ราที่ใช้ผลิตกรดซิตริก (Aspergilus niger) รวมทั้งราที่ใช้ผลิตเนยแข็ง ราที่ทำให้เกิดโรคกลากเกลื้อน เท้าเปื่อย

ลักษณะสำคัญ

-ไมซีเลียมมีผนังกั้นเช่นเดียวกับดิวิชันแอสโคไม

โคตาและเบสิดิโอไมโอตา

-วัฏจักรชีวิตไม่พบการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

พบแต่ระยะโคนิเดีย(conidia stage) คือ สร้างสปอร์แบบไม่อาศัยเพศในโครงสร้างที่เรียกว่า โคนิเดีย(conodia)



2. พวกที่ไม่มีคลอโรฟีลล์ พืชไม่มีดอกพวกนี้จะไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ แต่จะรับอาหารโดยการดูด

ซึมสารอินทรีย์ที่ได้จากการย่อยสลาย เช่น เห็ด รา ยีสต์

2.1 เห็ด เป็นพืชไม่มีดอก มีหลายชนิด มีรูปร่างแตกต่างกันไปตามชนิด เห็ดมีรูปร่างคล้ายหมวกหรือร่ม มักจะมีครีบเป็นแผ่นๆ อยู่ข้างใต้เรียงเป็นแถวมากมาย บนครีบเต็มไปด้วยอับสปอร์วึ่งภายในมีสปอร์มากมาย เห็ดไม่มีคลอโรฟีลล์จึงไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง สืบพันธุ์โดยใช้วิธีสร้างสปอร์

2.2 รา เป็นพืชไม่มีดอกไม่มีคลอโรฟีลล์จึงไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ ต้องใช้ไรซอยด์ดูดอาหารจากสิ่งที่มันขึ้นอยู่ ( ไรซอด์ไม่ใช้รากที่แท้จริง ) สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์

2.3ยีสต์ หรือเชื้อหมัก หรือส่าเหล้า เป็นพืชไม่มีดอกที่ไม่มีคลอโรฟีลล์จึงสร้างอาหารเองไม่ได้ ยีสต์มีลักษณะเป็นรูปรีคล้ายไข่ สืบพันธุ์โดยการแตกหน่อ และการสร้างสปอร์

การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชไม่มีดอก

พืชพวกนี้นส่วนใหญ่มีวิธีการสืบพันธุ์แบบง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน ดังนี้

1. ใช้วิธีการแบ่งตัวออกเป็นส่วนๆ เช่น แบคทีเรีย ตะไคร่น้ำ เป็นต้น

2. ใช้วิธีการแตกหน่อ เช่น ยีสต์

3. ใช้วิธีการสร้างสปอร์ ซึ่งเป็นวิธีการที่พืชไม่มีดอกส่วนใหญ่ใช้ในการสืบพันธุ์สปอร์ที่พืชสร้างขึ้นมาจะมีลักษณะเป็นผงเล็กๆ บรรจุอยู่ในอับสปอร์ และเมื่ออับสปอร์นี้แตกออกสปอร์ก็จะฟุ้งกระจายออกมา เมื่อตกลงบนบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความชื้นจะสามารถเจริญเป็นต้นใหม่ได้ พืชที่สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ เช่น เห็ด รา เฟิร์น มอส

4. ใช้วิธีการงอกใหม่ เช่น สาหร่าย จะแตกออกเป็นชั้นแล้วงอกเป็นต้นใหม่

Kindom Fungi (ยึดตามหลักสูตรแบบเรียน ม.ปลาย อันนี้ต้องเข้าใจว่ามีหลายระบบมาก ยิ่งเรียนยิ่งผสมกันมากมาย)



รา คือ สิ่งมีชีวิตพวก Eukaryote ที่มีการสร้างเส้นใย มีการสืบพันธ์โดยอาศัยสปอร์ มีชีวิตแบบ heterotroph มี cell wall เป็นสารประเภท chitin (พบ cellulose เพียงไม่กี่ชนิด) อันที่จริง คำจำกัดความของรานั้นบอกให้ชัดไปเลยลำบาก เพราะแต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างกันออกไป เช่น ยีสต์ ซึ่งไม่สร้างเส้นใยเป็นต้น

แบ่งเป็น 4 Phylum ตามลักษณะสปอร์ของการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ



1. Phylum Zygomycota เส้นใยไม่มีผนังกั้น Aseptated hypha(cenocytic hypha) มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศด้วยวิธี Gametengial copulation ได้สปอร์ที่เรียกว่า Zygospore ราในไฟลัมนี้เช่น ราขนมปัง(Rhizorpus sp.)



2. Phylum Ascomycota(ในปัจจุบัน ตำราใหม่ๆได้จัดรวมเอาราใน Phylum Deuteromycotaเข้าไปไว้ในนี้ด้วยทั้งหมด) เส้นใยของรากลุ่มนี้มีผนังกั้น แต่ไม่สมบูรณ์ มีช่องว่างให้นิวเคลียสและออร์แกเนลไหลผ่านได้ มีการสบพันธ์แบบอาศัยเพศโดยAnteridium(อวันวะสืบพันธ์ราตัวผู้?) จะถ่ายทอดนิวเคลียสให้กับ Ascogonium(ตัวเมีย?) และจะได้ ascospore ในถุง ascus(เพราะงั้นบางทีเราก็เรียกราพวกนี้ว่า sac fungi) ซึ่งจะมีจำนวนascosporeเป็นจำนวนแน่นอนคือทวีคูณของ4 (ส่วนมากที่พบคือ8) พวกนี้ได้แก่ ยีสต์ขนมปัง(Sacaromyces sp.) Aspergilus spp. และราถ้วย



3. Phylum Basidiomycota(บางทีเรียกว่าclub fungi เนื่องจากสปอร์ของมัน) ไฮฟามีผนังกั้นสมบูรณ์ มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศและเส้นใยมีระยะที่เรียกว่า Dikaryon นาน(ระยะที่แต่ละช่องของเส้นใยมีนิวเคลียสสองอันจากการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ) ดอกเห็ดที่เราเก็บกินก็เป็นเส้นใยในระยะนี้ ราในไฟลัมนี้ได้แก่เห็ดทั้งหลาย และราสนิม



4. Phylum Deuteromycota เป็นราที่ยังไม่พบการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ ถ้าพบก็จัดเข้ากลุ่มต่อไป



เสริม

- ราที่มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ ก็สามารถสืบพันธ์แบบไม่อาศัยเพศได้

- ในหนังสือใหม่ๆ จะรวม Deuteromycota เข้ากับ Ascomycota และจะเพิ่มราในกลุ่ม Chytridiomycota เพิ่มอีก 1 phylum

- ราน้ำ(straminopila) อันประกอบด้วย

Phylum Oomycota

Phylum Hypochitridiomycota

Phylum Labyrynthulomycota



ราเมือก(Slimemold) อันประกอบด้วย

Phylum Plasmodiophoromycota

Phylum Dictyosteliomycota

Phylum Acrasiomycota (cellular slimemold)

Phylum Myxomycota (Plasmodium slimemold)



ล้วนจัดเป็น Fungus-liked protist คือโปรติสต์ที่คล้ายรา เพราะมีบางอย่างไม่ใช่รา เช่น บางช่วงของชีวิตเคลื่อนไหวได้ (มีzoospore) มีcellulose เป็น cell wall
patawut@hunsa.com (IP:203.150.217.120,203.113.61.38,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 4 ม.ค. 2548 (22:50)
เจ๋งจิงๆค่ะพี่
เดก ม.2 (IP:203.150.217.115,203.113.46.4,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 9 ม.ค. 2548 (15:13)
ช่วยสรุปวิธีการเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดิน หน่อยนะครับ
451021128@tsu.ac.th (IP:202.28.66.24,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 9 ม.ค. 2548 (17:05)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 โดยคุณ patawut@hunsa.com

ขอขอบคุณแทนน้องๆ ที่ได้ข้อมูลจากคำตอบที่ได้จากท่านนี้

ผมไม่อยู่ในวิทยาการด้านนี้ เลยไม่ทราบว่ามีตอบลักษณะนของท่านนี้ในความเห็นอื่นๆอีกหรือไม่ แค่เห็นความเห็นเดียวก็คิดว่าสามารถเดาไปถึงส่วนลึกของท่านได้ และซาบซึ้งถึงความปรารถนาดีของท่าน ที่มีต่อผู้อื่น



ดีใจกับนักเรียนนักศึกษาที่เรียนกับท่าน (ถ้าเป็นอาจารย์)ท่านได้ผู้สั่งสอนที่ประสงค์ให้ท่านได้เรียนรู้ โดยไม่หวังค่าตอบแทนใดๆ เป็นหลัก (อย่าลืมไปคารวะในวันครูนะ)ไม่งั้นเอาไปเขียนเป็นตำรา หรือ ชีท ขายดีกว่าเยอะเลย

ถ้าทำอาชีพอื่นๆก็ขอให้ผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชา ได้มองเห็นความรู้ ความสามารถและศักย์ภาพ ของท่านที่ควรจะใช้ให้เป็นประโยชน์ ต่อองค์กร ตัวท่านและประเทศชาติ(อย่าลืมขึ้นเงินเดือนด้วยละ)

หากเมืองไทยมีคนลักษณะนี้เยอะๆ อนาคตของเด็กไทย และประเทศชาติต้อง รุ่ง แน่นอน



ไม่ทราบว่าท่านเป็นส่วนหนึ่งของ เวป นี้หรือไม่ หากไม่น่าจะได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาของทางเวปในฐานะ พหูสูต ทางชีววิทยาประจำเวป

อยากฝากถึง เวป มาสเตอร์ให้ช่วยปรับปรุงที่จะทำให้ สมาชิกสามารถตามไปดูความเห็นต่างๆของสมาชิกที่เชียวชาญในเรื่องนั้นๆ แสดงความเห็นต่างๆเข้ามา เพื่อได้ข้อมูลที่ผู้รู้เรื่อง หรือชำนานการ แต่ละท่านตอบไว้ในที่ต่างๆกัน

และทุกเดือน หรือ ทุก 3เดือนมีการเปิด ลงคะแนน ท่านที่มี ความเห็น, บทความ, กระทู้,ความขยัน หรือคำแนะนำ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และสร้างความนิยมให้ แก่เวปได้

ถ้าจะให้ประมวลตอนนี้ (เข้ามาเวปนี้ อาทิตย์กว่าๆเอง) ก็จะได้ดังนี้

อันดับ 1 อ. นิรันดร์ เรื่องการบ้านและกระทู้ทาง ฟิสิกส์

2 อ. พวงร้อย เรื่อง ปรากฎการทางธรรมชาติต่างๆ

3 patawut เรื่องคำตอบทางชีววิทยา



ขอสนับสนุนให้ เวปนี้สร้างคุณค่า และ คุณประโยชน์แก่เยาวชน ผลดีของอินเตอร์เนท และการศึกษาของชาติ ตลอดไป ชั่วกาลนาน เทอญ



สวัสดีปีใหม่ แด่ทุกท่านที่มีความปรารถนาดีต่อชาวไทย และ มนุษยชาติ

และลาก่อน สุนามิ อย่าได้พบกันอีกเลยทั้งชาตินี้ และชาติหน้า












โก๋แก่
ร่วมแบ่งปัน2629 ครั้ง - ดาว 586 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 13 ม.ค. 2548 (17:27)
อยากทราบข้อแตกต่างระหว่าง gametophyte และ sporophyte อย่างละเอียดค่ะ ถ้ามีรูปด้วยจะดีมาก



ขอบคุณค่ะ
girl (IP:202.129.48.211,192.168.2.251,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 20 ม.ค. 2548 (17:06)
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับ Phylum Ctenophora
กาน (IP:203.144.181.245,203.144.181.252,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 21 ม.ค. 2548 (21:25)
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของกบ และอยากรู้ว่าทำไมกบถึงต้องเปลี่ยนสีคะ?
พลอย (IP:203.209.121.218,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 23 ม.ค. 2548 (21:07)
นี่วอลวอกซ์นี่เป็นสาหร่ายหรือโปโตซัวครับ แล้วสังเคราะห์แสงได้หรือไม่ ช่วยตอบด้วย อ้อแล้วอยู่ในอาณาจักรไหน ไฟลัมอะไร ถ้าบอกทั้งหมดจะดีมากๆ มันสร้างออกซิเจนไหม อย่างไร
Ravan (IP:203.150.218.197,203.150.98.56,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 27 ม.ค. 2548 (18:34)
Volvox spp. เป็นสาหร่ายหรือโปรโตซัว ที่อยู่รวมกันเป็นโคโลนี (colony) ซึ่งแต่ละโคโลนีประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากหลายร้อยจนถึงหลายพันเซลล์ แต่ละเซลล์ในโคโลนีจะมีคลอโรพลาสต์ 1 แผ่นและมีหนวด (flagella) สองเส้น



การจะบอกว่าเป็นโปรโตซัว หรือสาหร่ายขึ้นกับหลักที่เรายึดถือ ซึ่งทั้งนักพฤกษศาสตร์และสัตววิทยาก็ต่างจัดสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะครึ่ง ๆ กลาง ๆระหว่างพืชกับสัตว์เช่นเดียวกับ Volvox นี้ให้อยู่ในระบบของตัวเอง หรือนักชีววิทยาบางท่านก็ว่าสิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้มีลักษณะเชื่อมโยงระหว่างพืชและสัตว์ควรจัดให้เป็นอาณาจักรใหม่ แต่ส่วนใหญ่แล้วนักพฤกษศาสตร์จะจัดให้เป็นสาหร่ายเซลล์เดียวกลุ่มสาหร่ายสีเขียวเนื่องจากความสามารถในการสังเคราะห์แสง ส่วนนักสัตววิทยาก็จัดให้อยู่ในกลุ่มโปรโตซัวจากความสามารถในการเคลื่อนที่ได้ด้วย flagella



ดังนั้นเราจะจัดให้ Volvox อยู่กลุ่มใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความเชื่อและถ้าอยากคิดว่าควรจะอยู่ในกลุ่มใดจริง ๆ ก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันสมมุติฐานและนำเสนอต่อการประชุมวิชาการนานาชาติ



ถ้าจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์จะมีลำดับอนุกรมวิธานดังนี้

Kingdom Protista

Phylum Protozoa

Class Mastigophora (โปรโตซัวที่เคลื่อนที่ด้วย flagella)

Subclass Phytomastigophora (กลุ่มที่มีรงควัตถุช่วยการสังเคราะห์แสง)



ถ้าจัดอยู่ในกลุ่มพืช

Kingdom Protista

Division Chlorophyta (สาหร่ายสีเขียว)

Class Chlorophyceae (มีคลอโรฟิลด์ a, b เป็นหลัก)

Order Volvocales (เซลล์เดี่ยวมีหนวด 2 เส้น อยู่รวมกันเป็นโคโลนี)



กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถในการสังเคราะห์ด้วยแสงได้ และมีอวัยวะช่วยในการเคลื่อนที่ได้ด้วย เป็นที่ถกเถียงสำหรับนักชีววิทยาหลายแขนง ยังมีอีกหลายกลุ่ม ที่เป็นที่รู้จักอื่น ๆ เช่น Euglena(ยูกลีนา) Class Euglenophyceae, Dinoflagellate(ไดโนแฟลเจลเลต) Class Dinophyceae เป็นต้น



(ลำดับอนุกรมวิธานที่เขียนไว้ ให้ดีควรเช็คความถูกต้องอีกที เพราะไม่แน่ใจว่าเขียนถูกทั้งหมดรึเปล่า ใครเห็นผิดอะไรก็ช่วยแก้ไขด้วยนะคะ)
jj (IP:158.108.86.149,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 28 ม.ค. 2548 (19:24)
ไดอะตอมมีความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างไร
่jib (IP:203.155.142.132,203.155.142.220,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 28 ม.ค. 2548 (19:27)
เคลป์มีความสำคัญต่อระบบนิเวศอย่างไร
toffee (IP:203.155.142.132,203.155.142.220,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 28 ม.ค. 2548 (20:09)
ราเมือกเป็นพืชหรือสัตว์
กุ๊กกิ๊ก จ้า (IP:203.155.142.132,203.155.142.220,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 31 ม.ค. 2548 (09:42)
ราเมือกเป็นสัตว์ในKingdom protista Phylum Myxomynophyta ครับผม
Bazz@hotmail (IP:202.129.56.15,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 31 ม.ค. 2548 (10:00)
ตอบกระทู้ ๕๓



Diatom คือ algae (alga - เอกพจน์) เซลล์เดียวที่ผนัง (cell wall) มีปริมาณ silica สูง เวลาตายไปทับถมกันมาหลายหมื่นปี cell wall กลายเป็นผงขาวเรียก diatomaceous earth ผงขาวนี้เอามาทำให้บริสุทธิ์หน่อย เปลี่ยนชื่อเป็น diatomite ใช้ในปูนซีเมนต์ทนไฟ ในวัตถุทนไฟต่างๆ ในวัตถุระเบิด จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าใช้ในการกลั่นน้ำมัน และใช้ในการกรอง ใช้ป้องกันน้ำซึม



ความสำคัญทางเศรษฐกิจไปคิดเอาเองน้อง
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5738 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 31 ม.ค. 2548 (18:09)
วอลวอกซ์ไม่เห็นมีอะไรมากเลยคับ ในหนังสือก็บอกชัดเจนแล้ว เหลือแค่จะประมวลความคิดออกมาให้เข้าใจเอง





ฝากหน้าตาเล็กน้อย( ลองมองข้างๆ เอียงไปเอียงมาสิจ๊ะ )

อิ.อิ :D :O O_o o_O

-----
เด็กค่ายมหิดลมาอยู่นี่นี่เอง (IP:203.146.191.217,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 4 ก.พ. 2548 (15:09)
อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับ Protista Kingdom มากเลยคับ
เด็กๆ (IP:203.150.217.114,203.113.33.12,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 4 ก.พ. 2548 (17:08)
อ่านจากหนังสือก่อนเลยน้อง ๆ ถ้าหนังสือในโรงเรียนไม่มี ลองไปตามร้านหนังสือใหญ่ ๆ เช่น ศูนย์หนังสือจุฬา ศูนย์หนังสือเกษตร แพร่พิทยา ฯ

นั่งอ่านในร้านเลยถ้าไม่มีตังค์ซื้อ หรือลองดูตามหอสมุดมหาวิทยาลัย (เสียตังค์20-30 ค่าเข้าหรือไม่ก็หาเส้นจากคนรู้จักให้ยืมให้) หาหนังสือเกี่ยวกับชีววิทยาหรือสัตววิทยาดูพออ่านแล้วไม่เข้าใจตรงไหนค่อยมาว่ากันนะ
jj (IP:158.108.86.153,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 5 ก.พ. 2548 (13:33)
อาณาจักรทั้ง 5 (สมช.=สิ่งมีชีวิต)

1. อาณาจักรสัตว์=สมช.ที่เคลื่อนไหวได้ สร้างอาหารเองไม่ได้

2. อาณาจักรพืช=สมช.ที่สร้างอาหารเองได้ เคลื่อนไหวไม่ได้แต่เคลื่อน ที่ได้

3. อาณาจักรโปรติสต้า=สมช.ที่จะพัฒนาไปเป็นAlgaeหรือPrtozoua

4. อาณาจักรโมเนอรา=สมช.ที่มีความโบราณเช่นBlue Green Algae/แบคทีเรีย

5. อาณาจักรไวรัสไวรอยด์=สมช.ที่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียสและมักจะเป็นกาฝากครับ
SPITD (IP:203.150.217.115,203.113.51.196,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 6 ก.พ. 2548 (14:37)
วอลวอกซ์ผลิต คาร์บอนไดออกไซด์เป่าฮะ
เด็กขยัน (IP:203.209.121.176,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 12 ก.พ. 2548 (12:11)
อยากให้พูดถึงโปรติสต้าสาหร่ายค่ะว่า อยากให้พูดถึงประวัติความเป็นมา มันคืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร หาในหนังสือมันไม่เจอค่ะ ช่วยหาให้หน่อยค่ะ เอาแต่โปรติสต้าสาหร่ายนะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
เนื้อทอง (IP:203.150.217.114,203.113.51.137,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 14 ก.พ. 2548 (15:25)
ลองดูหนังสือกลุ่มนี้รึยังคะน้อง เกี่ยวกับสาหร่าย

เช่น สาหร่ายวิทยา, สาหร่าย ภาษาอังกฤษเรียก Phycology

ภาษาไทยเล่มที่เกี่ยวกับสาหร่ายโดยตรงจะเป็นของ

อ.กาญจนภาชน์ ลิ่วมโนมนต์ ม.เกษตรกับของ อ.ยุวดี พีรพรไพศาล ม.เชียงใหม่
jj (IP:158.108.86.153,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 14 ก.พ. 2548 (16:56)
หน่อไม้ฝรั่งอยู่ในดิวิชันใด
่ll (IP:203.150.217.114,203.113.81.6,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 15 ก.พ. 2548 (18:19)
ส่วนที่ 1

อาณาจักรพืช

วัฏจักรชีวิตพืชดอก

ดอก





1. อาณาจักรพืช (Plant Kingdom)



ในตอนแรกนี้ เราควรเข้าใจหรือมองเห็นภาพใหญ่ของอาณาจักรพืช ก่อนที่จะเข้าสู่รายละเอียดในหัวข้อต่อๆไป



อาณาจักรพืชแบ่งออกเป็นห้าหมวด (Division ที่เทียบเท่ากับ Phylum ในอาณาจักรอื่นๆ) ดังนี้





1. Rhodophyta หรือพวกสาหร่ายสีแดง

2. Phaeophyta หรือพวกสาหร่ายสีน้ำตาล รวมสาหร่ายยักษ์เคลพ์ (kelp) ที่อยู่ในทะเลด้วย

3. Chlorophyta หรือพวกสาหร่ายสีเขียว

4. Bryophyta หรือพวกมอสส์และลิเวอร์เวิร์ต (liverwort)

5. Tracheophyta หรือพวกพืชมีท่อลำเลียง (vascular plant) ทั้งหมด พืชในหมวดนี้แบ่งออกเป็นสองหมวดย่อย (Subdivision) ดังนี้

5.1 พวกเฟิร์น

5.2 พืชมีเมล็ด (seed plant) พืชในหมวดย่อยนี้แบ่งออกเป็นสองชั้น (Class) ใหญ่ๆ ที่เราคุ้นเคยกัน ดังนี้คือ

5.2.1 Gymnospermae เรียกพืชในชั้นนี้ว่าพืชเมล็ดเปลือย (gymnosperm) หมายถึงพืชที่เมล็ดไม่มีสิ่งห่อหุ้ม พืชพวกนี้ไม่มีรังไข่ ไม่มีผล และมีการปฏิสนธิเดี่ยว (single fertilization) แต่จากความรู้ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน พบว่า คำกล่าวข้างต้นถูกต้องเพียงบางส่วน ตัวอย่างพืชในชั้นนี้ เช่นสนเขา แปะก๊วย และปรง พืชเมล็ดเปลือยมีวิวัฒนาการในโลกมาก่อนพืชดอก เมื่อประมาณ 280 ล้านปีที่แล้ว หรือก่อนไดโนเสาร์เริ่มครองโลก

5.2.2 Angiospermae เรียกพืชในชั้นนี้ว่าพืชดอก (angiosperm) เนื่องจากในพวกพืชมีเมล็ดด้วยกัน เฉพาะพืชกลุ่มนี้เท่านั้นที่สร้างดอก พืชดอกหมายถึงพืชที่เมล็ดมีสิ่งห่อหุ้ม พืชกลุ่มนี้มีรังไข่ (ovary) มีผล (fruit) และมีการปฏิสนธิคู่ (double fertilization) พืชดอกมีวิวัฒนาการมาจากพืชเมล็ดเปลือยดึกดำบรรพ์ เมื่อประมาณ 136 ล้านปีที่แล้ว หรือในยุคที่ไดโนเสาร์เริ่มสูญพันธุ์ พืชในชั้นนี้มีมากที่สุด ในโลกนี้มีประมาณ 275,000 ชนิด (species) ในประเทศไทยประมาณว่ามีมากกว่า 12,000 ชนิด และมีหลากหลายเช่นกัน ตั้งแต่ต้นเล็กไม่ถึงหนึ่งมิลลิเมตร เช่น duckweed ที่อยู่ตามผิวน้ำ จนถึงต้นสูงใหญ่ร่วมหนึ่งร้อยเมตร เช่นยูคาลิปตัส หรือยืนต้นเช่นไม้ที่พบเห็นบนดินทั่วไป เป็นเถาเกาะเกี่ยวตามต้นไม้ จนถึงพืชอากาศที่อาศัยอยู่บนต้นไม้อื่น หรือสังเคราะห์แสงได้เอง (photosynthetic plant) ดังเช่นพืชที่เราเห็นทั่วๆไป จนถึงพืชเบียนหรือกาฝาก (parasitic plant) และพืชกินซาก (saprophytic plant) พืชที่เราพบเห็นและศึกษาโดยทั่วไปทางการเกษตรจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ดังนั้น เนื้อหาที่จะกล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้จึงเกี่ยวข้องกับพืชดอกเกือบทั้งหมด



พืชดอกแบ่งออกเป็นสองชั้นย่อย (Subclass) โดยแบ่งตามจำนวนใบเลี้ยงในเมล็ดได้ ดังนี้

1) ใบเลี้ยงเดี่ยว (Monocotyledonae) เรียกพืชในชั้นย่อยนี้ว่าพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (monocotyledon หรือมักเรียกย่อๆว่า monocot) พืชกลุ่มนี้มีใบเลี้ยงในเมล็ดเพียงหนึ่งใบ ในโลกนี้มีพืชใบเลี้ยงเดี่ยวประมาณ 50,000 ชนิด ตัวอย่างวงศ์ (Family) พืชที่ถูกจัดให้อยู่ในชั้นย่อยใบเลี้ยงเดี่ยวนี้ เช่น Poaceae (ชื่อเดิมคือ Gramineae หรือวงศ์หญ้า) Palmae หรือ Arecaceae (วงศ์ปาล์ม) Liliaceae (วงศ์ลิลี่) Orchidaceae (วงศ์กล้วยไม้) และ Cyperaceae (วงศ์กก) โปรดสังเกตชื่อวงศ์มักลงท้ายด้วย ceae

2) ใบเลี้ยงคู่ (Dicotyledonae) เรียกพืชในชั้นย่อยนี้ว่าพืชใบเลี้ยงคู่ (dicotyledon หรือมักเรียกย่อๆว่า dicot) พืชในกลุ่มนี้มีใบเลี้ยงในเมล็ดสองใบ ในโลกนี้มีพืชใบเลี้ยงคู่มากมายประมาณ 225,000 ชนิด ตัวอย่างวงศ์พืชที่ถูกจัดให้อยู่ในชั้นย่อยใบเลี้ยงคู่นี้ เช่น Fabaceae (ชื่อเดิมคือ Leguminosae หรือวงศ์ถั่ว) Brassicaceae (ชื่อเดิมคือ Cruciferae หรือวงศ์กะหล่ำ) Solanaceae (วงศ์มะเขือเทศ) และ Asteraceae (ชื่อเดิมคือ Compositae หรือวงศ์ทานตะวัน)



ก่อนเข้าสู่เนื้อเรื่องต่อไป เราควรมีความเข้าใจพื้นฐานทางพฤกษศาสตร์ให้ตรงกัน เพื่อจะได้รู้ว่าเรากำลังพูดถึงระดับไหนในพืช องค์ประกอบของพืชจากระดับย่อยสุดถึงระดับใหญ่สุดเป็นดังนี้ ระดับย่อยสุดคือ องค์ประกอบของเซลล์ (cell component) -> เซลล์ (cell) -> ชนิดเซลล์ -> เนื้อเยื่อ (tissue) -> ระบบเนื้อเยื่อ -> อวัยวะ (organ) -> ระบบ ที่เป็นระดับใหญ่สุด เนื้อหาส่วนใหญ่ในหนังสือเล่มนี้อยู่ในระดับชนิดเซลล์ถึงเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นระดับที่ค่อนข้างย่อยในแง่ทางการเกษตรทั่วๆไป



เมื่อพืชเจริญเติบโต เนื้อเยื่อที่เรียกว่าเนื้อเยื่อเจริญ (meristem) จะพัฒนาเป็นเนื้อเยื่อต่างๆ อวัยวะใหม่ๆ เช่นราก กิ่ง ใบ เพื่อเข้าหาแสง น้ำ และแร่ธาตุ นอกจากนี้ เนื้อเยื่อเจริญยังพัฒนาเป็นแกมีโทไฟต์ (gametophyte, ดูหัวข้อที่ 7 และ/หรือ 13) และเซลล์สืบพันธุ์ (gamete) ในพืชที่โตอีกด้วย เรื่องเซลล์สืบพันธุ์นี้คือประเด็นสำคัญที่กล่าวถึงในหนังสือนี้นี่เอง

เนื้อเยื่อเจริญแบ่งเป็นสองประเภท ดังนี้

1. เนื้อเยื่อปฐมภูมิ (primary tissue) สร้างโดยเนื้อเยื่อเจริญที่ปลายรากหรือปลายยอด (apical meristem) ทำให้รากพืชเจริญลึกลงในดินเข้าหาน้ำและแร่ธาตุ และลำต้นพืชเจริญขึ้นในอากาศเข้าหาแสง การเจริญเติบโตเนื่องจากเนื้อเยื่อเจริญประเภทนี้เรียกว่าการเจริญเติบโตปฐมภูมิ

2. เนื้อเยื่อทุติยภูมิ (secondary tissue) สร้างโดยเนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง (lateral meristem) ทั้งในราก ลำต้น และกิ่ง เนื้อเยื่อประเภทนี้จะเจริญเป็นแคมเบียม (cambium) เพื่อสร้างไซเล็ม (xylem) และโฟลเอ็ม (phloem) หรือท่อลำเลียงน้ำและอาหารต่อไป ทำให้ส่วนต่างๆของพืชหนาหรือใหญ่ขึ้น การเจริญเติบโตเนื่องจากเนื้อเยื่อประเภทนี้เรียกว่าการเจริญเติบโตทุติยภูมิ



ระบบเนื้อเยื่อหลัก (main tissue system) ของพืชแบ่งออกเป็นสามประเภท โดยจะพัฒนาเป็นเนื้อเยื่ออื่นๆต่อไป ในส่วนต่างๆของพืชเพื่อการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์ ดังนี้

1. ระบบเนื้อเยื่อผิว (dermal) จะพัฒนาเป็นเนื้อเยื่อชั้นผิว (epidermis) ต่อไปในการเจริญเติบโตปฐมภูมิ ชนิดเซลล์ที่เกี่ยวข้องในการเจริญเติบโตปฐมภูมินี้ เช่นเซลล์พาเรงคิมา (parenchyma) และเซลล์คุม (guard cell) หรือจะพัฒนาเป็นเนื้อเยื่อเพอริเดิร์ม (periderm) ต่อไปในการเจริญเติบโตทุติยภูมิ ชนิดเซลล์ที่เกี่ยวข้องในการเจริญเติบโตทุติยภูมินี้ เช่นเซลล์พาเรงคิมา และเซลล์สเกลอเรงคิมา (sclerenchyma) ระบบเนื้อเยื่อผิวนี้มีหน้าที่ปกป้องอันตรายจากภายนอก และกันการสูญเสียน้ำจากต้นพืช

2. ระบบเนื้อเยื่อเจริญพื้น (ground meristem) จะพัฒนาเป็นเนื้อเยื่อพาเรงคิมา คอลเลงคิมา (collenchyma) และสเกลอเรงคิมา หรือที่เรามักเรียกกันว่าเนื้อเยื่อคอร์เทกซ์ (cortex) และไส้ไม้ (pith) ต่อไป ชนิดเซลล์ที่เกี่ยวข้อง เช่นเซลล์พาเรงคิมา คอลเลงคิมา และเซลล์เส้นใย (fiber) ระบบเนื้อเยื่อเจริญพื้นนี้มีหน้าที่สะสมอาหาร เช่นคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการสังเคราะห์แสง และค้ำจุนต้นพืช

3. ระบบเนื้อเยื่อท่อลำเลียง (vascular) จะพัฒนาเป็นเนื้อเยื่อไซเล็ม (xylem) และโฟลเอ็ม (phloem) หรือเรียกรวมกันว่าเนื้อเยื่อแคมเบียมท่อลำเลียง (vascular cambium) ต่อไป ชนิดเซลล์ที่เกี่ยวข้อง เช่นเซลล์เทรคีด (tracheid) ในไซเล็ม และเซลล์ท่อลำเลียงอาหาร (sieve tube member) ในโฟลเอ็ม ระบบเนื้อเยื่อท่อลำเลียงนี้มีหน้าที่ขนส่งสารและให้ความแข็งแรงในแนวตั้งแก่พืช







หน้าหลัก ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 ส่วนที่ 4 ส่วนที่ 5 ส่วนที่ 6 คำตาม เอกสารประกอบ ภาคผนวก เกี่ยวกับผู้เขียน









คงใช้ได้นะครับ
gb13_3000@hotmail.com (IP:221.128.97.79,192.168.1.121,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 15 ก.พ. 2548 (19:30)
Taxonomy of Lentinula edodes

Phylum : Basidiomycota

Class : Hymenomycetes

Order : Agaricales

Family : Tricholomataceae

Genus : Lentinula

Species : edodes
aracta@hotmail.com (IP:202.12.97.111,10.178.1.34,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 16 ก.พ. 2548 (10:19)
เดี๋ยวนี้เค้าเปลี่ยนชื่อไฟลัม Coelenterata เป็น Cnidaria แล้วครับ
เด็กมวล. (IP:210.1.0.1,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 22 ก.พ. 2548 (22:38)
อานาจักฟังจายม่ายมีน่ะ มีแต่อานาจักโปรติสต้า
d_nut_d@hotmail.com (IP:61.91.100.64,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 1 มี.ค. 2548 (19:30)
ขอบคุณ
MONTIPA_189@poppymail.com (IP:203.150.217.119,203.113.41.41,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 1 มี.ค. 2548 (19:35)
ขอบคุณ มากๆ นะค่ะสำหรับความรู้ในหน้านี้แต่ป๋อมอยากรู้ให้เป็นชนิดที่เจาะจง...ให้ลึก ๆ แต่ความรู้ที่ได้ในตอนนี้เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ
MONTIPA_189@poppymail.com (IP:203.150.217.119,203.113.41.41,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 6 มี.ค. 2548 (15:52)
ตอบเด็กขยัน

วอลวอกซ์ คือ สาหร่ายสีเขียวชนิดหนึ่งนะครับ

( Volvox sp. )
kawaii.nop@hunsa (IP:202.29.24.238,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 12 มี.ค. 2548 (09:00)
งั้นวอลวอกซ์ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์แสงหรือเปล่า
duck_duck902@hotmail.com (IP:202.183.167.104,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 28 มี.ค. 2548 (15:19)
สาหร่ายสีเขียวแกมนำเงินสังเคราะห์ด้วยแสงได้ค่ะ ผลผลิตจากการสังเคราะห์ด้วยแสงน่าจะเป็น ออกซิเจนมากกว่านะ การหายใจถึงจะใด้คาร์บอนไดออกไซด์
chutamas (IP:203.150.218.195,192.168.0.11, 203.150.102.251,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 11 เม.ย. 2548 (19:30)
ขอตอบทั้งหมดน่ะครับ

ณ ปัจจุบันนั้นเรายังไม่สามรถจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตบนโลกได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากมีความขัดแย้งอยู่ตลอดเวลา แต่ที่ผ่านมามีการจัดจำแนกออกเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้



แบบที่หนึ่ง อาณาจักรทั้ง 4

1. อาณาจักรสัตว์

2. อาณาจักรพืช

3. อาณาจักรโปรติสต้า

4. อาณาจักรโมเนอรา



แบบที่สอง อาณาจักรทั้ง 5

1. อาณาจักรสัตว์

2. อาณาจักรพืช

3. อาณาจักรโปรติสต้า

4. อาณาจักรโมเนอรา

5. อาณาจักรไวรัสไวรอยด์



แบบที่สาม อาณาจักรทั้ง 6

1. อาณาจักรสัตว์

2. อาณาจักรพืช

3. อาณาจักรโปรติสต้า(สาหร่าย+โปรโตซัว)

4. อาณาจักรโมเนอรา(แบคทีเรีย และไซยาโนแบคทีเรีย หรือสาหร่ายสีเขียวแกมนำเงินในอดีตครับ)

5. อาณาจักรเห็ดรา

6. อาณาจักรไวรัสไวรอยด์



วอลวอค (volvox) เป็นสาหร่ายสีเขียวชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ สามารถสังเคราะห์สารอาหารด้วยแสงได้ ดังนั้นมันย่อมใช้ CO2 ในการสังเคราะห์ด้วยแสงและปลดปล่อย O2 ออกสู่สิ่งแวกล้อมอย่างแน่นอนครับ

http://www.microscopy-uk.org.uk/mag/indexmag.html?http://www.microscopy-uk.org.uk/mag/art97b/volvoxms.html



ราเมือก ปัจจุบันราเมือกถูกจัดให้เป็นสมาชิกของอาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi ) โดยอยู่ใน Myxomycota เนื่องจากช่วงชีวิตมีการสร้างส่วนที่เรียกว่า fruting body ที่มีลักษณะเหมือนรา ซึ่งถึงแม้ว่าราเมือกจะมีช่วงชีวิตที่เป็นอะมีบอยเซลล์ก็ตาม

อ่านเพิ่มเติมได้ที่



http://www.coopext.colostate.edu/TRA/PLANTS/index.html#http://www.colostate.edu/Depts/CoopExt/TRA/PLANTS/slime.html
malimas45@hotmail.com (IP:203.185.133.6,10.226.73.81,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 14 พ.ค. 2548 (16:11)
ตอบคนขี้สงสัยจ้ะ

สำหรับ Taxonomy ของมนุษย์ยุคปัจจุบัน



Common Name: Man

Kingdom: Animalia หรือ Metazoa

Phylum: Chordata

Sub-phylum: Vertebrata

Class: Mammalia

Order: Primata

Family: Hominidae

Genus: Homo

Species: sapians



ตอบคุณเหอ อาณาจักร 9 ไฟลัมคงเป็น Animalia ใช่ป่าวถ้างั้นก็



1. ไฟลัมพอริเฟอรา ( Polifera ) พวกฟองน้ำ



2. ไฟลัมซีเลนเทอราตา ( Coelenterata ) ไฮดรา เเมงกะพรุน ดอกไม้ทะเล ปะการังกัลปังหา



3. ไฟลัมเเพลทีเฮลมินเทส ( Platyhelminthes ) หนอนตัวเเบนต่างๆ เช่น พลานาเรีย พยาธิในไม้ พยาธิตัวตืด



4. ไฟลัมเนทาโทดา ( Nematoda ) หนอนตัวกลมต่างๆ เช่น พยาธิปากขอ พยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือนฝอย พยาธิโรคเท้าช้าง พยาธิเเส้ม้า พยาธิไส้เดือน ตัวจิ๊ด หนอนในน้ำส้มสายชู



5. ไฟลัมเเอนเนลิดา ( Annelida ) ไส้เดือนดิน เเม่เพรียง

( ไส้เดือนทะเล ) ปลิงน้ำจืด



6. ไฟลัมอาร์โทรโพดา ( Athropoda )มี 6 คลาส คือ

- อินเซ็คตา ( Insecta ) เเมลง เช่นผึ้ง ครั่ง เเมลงสาบ ผีเสื้อ หมัด

- ครัสเตเซีย ( Crustacea ) กุ้ง กั้ง ปู ไรน้ำ( ไรเเดง ) เพรียงหิน ตัวกะปิ

- อะเเรชนิดา ( Arachnida )เเมงมุม เเมงป่อง เห็บ ไร

- เมอโรสโตมา ( Merstoma ) เเมงดาทะเล

- ชิโลโพดา ( Chilopoda )ตะขาบ

- ไดโพลโพดา ( Diplopoda ) กิ้งกือ



7. ไฟลัมมอลลัสกา ( Mollusca ) พวกหอย เป๋าฮื้อ หมึก ลิ่นทะเล ทาก หอยทาก



8. ไฟลัมเอไดโนเดอมาตา ( Echinodermata ) ดาวทะเล หอยเม่น ปลิงทะเล อีเเปะทะเล พลับพลึงทะเล



9. ไฟลัมคอร์ดาตา ( Chordata ) มี 3 ซับไฟลัม

- ยูโรคอร์ดาตา ( Urochordata ) คือเพรียงหัวหอม เพรียงลอย เพรียงสาย

- เซฟาโลคอร์ดาตา ( Cephalochodata )คือพวกเเอมฟิออกซัส

- เวอร์ทีบราตา ( Vertebrata ) มี 7 คลาส

1. ไซโคลสโตมาตา ( Cyclostomata / Agnata )ปลาปากกลม

2. คอนดริคไทอิส ( Chondrichthyes ) ปลากระดูกอ่อน เช่น ฉลาม กระเบน ฉนาก

3. ออสติอิคไทอิส ( Osteichthyes ) ปลากระดูกเเข็ง

4. เเอมฟิเบีย ( Amphibia )สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ( กบ ซาลามานเดอร์ นิวต์ งูดิน )

5. เอวิส ( Aves ) พวกนก

6. เเมมมาเลีย ( Mammalia )พวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม





Phylum ที่1-8 และ 2 ซับไฟลัมแรก ของPhylum ที่ 9 เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจ้ะ ส่วน ซับไฟลัม Vertebrata พวกนี้จะเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง



แค่นี้พอมั้ยจ๊ะ






oasis
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 16 พ.ค. 2548 (20:40)
ความรู้เยอะดีจัง
arsarkura
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 22 พ.ค. 2548 (09:25)


ตอบคุณ กาน อะครับ ... ช้าไปอะป่าวคับ

ไฟลัมทีโนฟอร์ (Phylum Ctenophora) ประกอบไปด้วยสัตว์พวก หวีวุน (Comb jellyfishes) ซึ่งจัดเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังคล้ายกับแมงกระพรุน ลักษณะกลมรีใส ผนังลําตัวมีแถบซี่หวีจํานวนแปดแถบตอเนื่องออกไปเป็นหนวดหวีวุนไม่มีนีมาโตซีส ดํารงชีวิตเปนแพลงกตอนสัตวถาวร แต่เดิมจัดไว้ใน ไฟลัมซีเลนเทอราตา (Coelenterata) ต่อมามีการแยกออกเป็น ไฟลัมทีโนฟอร์ (Phylum Ctenophora) และ ไฟลัมไนดาเรีย (Phylum Cnidaria) อันนี้มักจะเรียนในมหาลัย ส่วน ม.ปลายมักจะใช้ ไฟลัมซีเลนเทอราตา (Coelenterata) เหมือนเก่าอะ...อันนี้มา

อันนี้เป็นภาพวาดนะ ลองเดกานครับ ....
41638

Kit_kung
ร่วมแบ่งปัน38 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 22 พ.ค. 2548 (09:32)


20629
อันนี้น่าจาดูง่ายอะ แต่รู้สึกว่าภาพจะเล็กไปเพราะโพสได้ 40 kb เองอะ

Kit_kung
ร่วมแบ่งปัน38 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 28 พ.ค. 2548 (21:17)
อยากได้ชื่อวิทยาศาสตร์ในอาณาจักรโปรติสตา 1 ชื่อครับ แล้วก็ขอ Phylum Class Order Family Genus Species ด้วยครับ ขอบคุณครับ
A (IP:202.183.148.150,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 1 มิ.ย. 2548 (10:18)
แล้ว family genus species ของสาหร่ายสีเขียวหละคะ
mimi (IP:203.147.20.18,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 104 1 มิ.ย. 2548 (16:05)
ความรู้เยอะมากๆคับ ชอบมาก
Biosaturn (IP:203.172.128.180,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 2 มิ.ย. 2548 (21:35)
ขอบคุณมักมากค่ะ

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ
* Teeruk * (IP:203.151.140.119,203.113.55.203,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112 17 มิ.ย. 2548 (10:05)
ไฟลัมพอริเฟอรา เกี่ยวกับอะไรอ่ะค่ะ
สงสัยจัง (IP:203.146.213.187,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 114 26 มิ.ย. 2548 (15:16)
อยากทราบเรื่องที่เกี่ยวกับกิ้งกือน่ะค่ะ เช่น มันกินข้าวกับอะไร ทำไมสีของมันจึงไม่เหมือนกัน ทำไมขามันถึงมีเยอะจัง ช่วยทีนะคะ
เติ้ล ^-^ (IP:203.172.104.211,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 116 8 ก.ค. 2548 (13:58)
สารที่อยู่ในสาหร่ายที่ทำให้สาหร่ายเรืองแสงได้คือสารอะไร

หลักการทำงานเป็นอย่างไรค่ะ T_T
khim.ka@thaimail.com (IP:202.28.34.244,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 123 15 ก.ค. 2548 (15:20)
การจัดหมวดหมู่สิ่งมีชีวิต ที่ใช้ในปัจจุบัน จำแนกออกเป็น 6 กลุ่มที่แต่ไม่นับรวมไวรัสและไวรอยด์ ซึ่งถูกแยกออกไปต่างหากเลย เพราะมันเป็นอนุภาคของโปรตีนที่ทำให้เกิดโรค ที่จัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตคือเหตุผลเดียว สามารถแบ่งตัวและแพ่พันธุ์ได้ แต่ต้องอาศัย host (ผู้ให้อาศัย)

1. พวกโปรคาริโอต อยู่ในอาณาจักรมอเนอรา (Monera Kingdom) เป็นพวกที่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส หมายความว่า สารพันธุกรรมลอยอยู่ภายในเซลล์ ทั่วเซลล์

มี 2 กลุ่มคือ

1.1 แบคทีเรีย แบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อยคือ แบคทีเรียที่แท้จริง กับแบคทีเรียโบราณ เช่น E. coli, Bacillus sp.

1.2 พวกไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) หรือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เช่น Anabaena, Nostoc, Oscillatoria



2. พวกยูคาริโอต คือีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ทำให้สารพันธุกรรมไม่ล่องลอยไปทั่วเซลล์ แบ่งได้เป็น 4 อาณาจักร โดยเรียงตามวิวัฒนาการดังนี้

2.1 อาณาจักรโพติสตา (Protista Kingdom) สาชิกในอาณาจักรนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เช่น พาราเซียม



2.2 อาณาจักรฟังไจ (Fungi Kingdom) ประกอบไปด้วยพวก เห็ด รา ต่าง ๆ รวมไปถึงไลเคนด้วย

2.2.1 Chytidiomycota - ราเมือก

2.2.2 Zygomycota - ราน้ำ ราดำ

2.2.3 Ascomycota - ยีสต์

2.2.4 Basidiomycota - เห็ดต่าง ๆ

2.3 อาณาจักรพืช (Plant Kingdom) ประกอบไปด้วย ตั้งแต่สาหร่าย มาจนถึงพืชดอก มีหลายดีสิชันดังนี้

2.3.1 สาหร่าย

2.3.1.1 Chlorophyta สาหร่ายสีเขียว

2.3.1.2 Euglenophyta พวกยูกลีนา

2.3.1.3 Chrysophyta ไดอะตอม

2.3.1.4 Pyrrhophyta พวกไดโนแฟลกเจลเลต

2.3.1.5 Phaeophyta สาหร่ายสีน้ำตาล

2.3.1.6 Rhodophyta สาหร่ายสีแดง

2.3.2 พืช

พืชทีไม่มีท่อลำเลียง

2.3.2.1 Bryophyta พวกมอส ลิเลอร์เวิร์ต ฮอนเวิร์ต

พืชที่มีท่อลำเลียง

2.3.2.2 Psilophyta พวกหวายทะนอย

2.3.2.3 Lycophyta พวกตีนตุ๊กแก ซีแลกเจเนลลา

2.3.2.4 Sphenophyta พสกหญ้าถอดปล้อง

2.3.2.5 Pteridophyta พวกเฟิร์น

2.3.2.6 Cycadophyta พวกปรง

2.3.2.7 Coniferophyta พวกสน

2.3.2.8 Ginkgophyta พวกแป๊ะก๊วย

2.3.2.9 Gnetophyta พวกมะเมื่อย

2.3.2.10 Anthophyta พวกพืชดอก

2.4 อาณาจักรสัตว์ (Animal Kingdom)

2.4.1 สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (Invertebrate)

2.4.1.1 Porifera พวกฟองน้ำ

2.4.1.2 Cnidaria (Coelenterata) พวก ไฮดรา แมงกะพรุน ดอกไม้ทะเล ปะการัง กัลปังหา

2.4.1.3 Platyhelminthes หนอนตัวแบน พลวกพลานาเรีย

2.4.1.4 Nematoda (Nemathelminthes) พวกหนอนตัวกล พยาธิเส้นด้าย

2.4.1.5 Rotifera พวกหนอนจักร

2.4.1.6 Annelida พวกหนอนปล้อง เช่น ไส้เดือน

2.4.1.7 Mollusca พวกหอยและหมึก

2.4.1.8 Arthropoda พวกแมลงต่าง ๆ แมงต่าง กุ้ง ปู แมงดา แมงมุม แมงป่อง ตะขาบ กิ้งกือ

2.4.1.9 Echinodermata พวกดาวทะเล อีแป๊ะทะเล ปลิงทะเล

2.4.2 สัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง (Vertebrate)

2.4.2.1 Chordata พวกคอร์เดท เช่น ปลาปากกลม ปลากระดูกอ่อน ปลากระดูกแข็ง สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ปีก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป้นต้น
คนหลงทาง (ช่วยตอบ) (IP:161.200.119.63,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 126 16 ก.ค. 2548 (14:53)
อยากทราบชื่อ family,genus,species ของกบ
คนไม่รู้ (IP:61.19.193.73,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 128 17 ก.ค. 2548 (19:17)
species คือ อะไรหรือคับ พอดีอยู่แค่ ม.1
พน
ร่วมแบ่งปัน23 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 133 23 ก.ค. 2548 (22:49)
อาณาจักรรา (Kingdom Fungi) มีนะคะ

ตอนนี้ล่าสุดมีคนแบ่งสิ่งมีชีวิตเป็น 8 อาณาจักรแล้วคะ
ท้า (IP:202.29.21.51,10.1.100.106,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 134 23 ก.ค. 2548 (22:52)
อาณาจักรโปรติสต้า (Kingdom Protista)เช่น สิ่งมีชีวิตคล้ายราในไฟลัม Myxomycota ในชั้น (class) Myxomycetes และ ไฟลัม Plasmodiophoromycota ในชั้น Plasmodiophoromycetes
ท้า (IP:202.29.21.51,10.1.100.106,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 141 27 ก.ค. 2548 (13:29)
ไซยาโนไฟตาหรือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินกะไซยาโนแบคทีเรียเปนสัตว์ใน อาณาจักรเมอเนอราค่ะ ที่ถูกแยกออกมาเพราะ 2 ชนิดนี้จะเปนเซลแบบ โปรคาริโอตค่ะ คือไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียสแต่ สัตว์ชนิดอื่นจะเปง ยูคาริโอตค่ะ

นี่ก็เปงข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรเมอเนอรานะคะ>>

ก.สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน

เซลล์ของสาหร่ายชนิดนี้มีรงควัตถุ พวกคลอโรฟิลล์เอ แซนโทฟิลล์

ไฟโคบิลิน ได้แก่ ซี – ไฟโคไซแอนิน (C – Phycocyanin) รงควัตถุสีน้ำเงิน และ ซี – ไฟโคอิริทริน (C – Phycoerythin) รงควัตถุสีแดง รงควัตถุเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วไปในไซโทพลาซึม แต่ไม่พบในพลาสติด

สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินสามารถตรึงไนโตรเจนได้ ปัจจุบันจึงนิยมปล่อยให้สาหร่ายชนิดนี้เจริญในนาข้าว เพื่อเป็นการเพิ่มปุ๋ยไนโตรเจนตามธรรมชาติ

สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ

1. การเรียงตัวของเซลล์ อาจเป็นเซลล์เดียว , กลุ่ม หรือ เซลล์ต่อกันเป็นสาย มักมีเมือกหุ้ม

2. วิธีการสืบพันธุ์ ปกติจะสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

3. การสร้างเซลล์พิเศษขึ้นในสาย ได้แก่ เอกโซสปอร์ (EXOSPORE) อะคินีต (AKINETE) เฮเทอโรซีสต์ (HETEROCYST) และเดดเซลล์ (DEAD CELL) ซึ่งมีการสร้างแตกต่างกันบางชนิด เช่น อะคินีท สามารถทนทานต่อสภาวะไม่เหมาะกับการเจริญได้ เพราะมีผนังหนา และมีอาหาร สะสมอยู่ในเซลล์มาก เฮเทอโรซีสต์ ทำหน้าที่ตรึงไนโตรเจนได้

ข. แบคทีเรีย

แบคทีเรียมีผนังเซลล์ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต และกรดอะมิโน บางชนิดสามารถสังเคราะห์แสงได้อาศัยแบคทีริโอคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีหน้าที่เหมือนคลอโรฟิลล์ของพืช แต่มีโครงสร้างทางเคมีและกระบวนการสังเคราะห์อาหารต่างจากพืช

การจัดจำแนกแบคทีเรียในปัจจุบัน พิจารณาจากหลักเกณฑ์ต่อไปนี้

1. ชนิดของพลังงานที่แบคทีเรียใช้ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม

ก.แบคทีเรียที่ใช้พลังงานแสง

ข.แบคทีเรียที่ใช้พลังงานที่ได้จากปฏิกิริยาเคมี

2. วิธีการเคลื่อนที่ บางกลุ่มไม่เคลื่อนที่ บางกลุ่มเคลื่อนที่ โดยการลื่นไถล บางกลุ่มเคลื่อนที่โดยใช้แฟลเจลลัม

3. รูปร่าง แบ่งได้ 3 แบบ

ก. รูปร่างแบบแท่ง ได้แก่ พวกบาซิลลัส (BACILLUS)

ข. รูปร่างแบบกลมหรือรี ได้แก่ ค็อกคัส (COCCUS)

ค. รูปร่างแบบแท่งแต่โค้งงอ มี 3 ประการ

- พวกที่โค้งงอและเซลล์จะคงรูปไม่เปลี่ยนแปลง (SPIRILLUM)

- พวกที่โค้งงอแต่เซลล์ยืดหยุ่นได้ไม่คงรูปแบบเดิม (SPIROCHETE)

- และพวกที่โค้งคล้ายจุดลูกน้ำ (COMMA)

4. การเรียงตัวของเซลล์แบคทีเรีย

ก. การเรียงเซลล์ต่อกันเป็นสาย ได้แก่ SPHAEROTILUS

ข. การเรียงเซลล์ของพวก ค็อกคัส บางชนิดมีแบบแผนแน่นอน พอที่ใช้เป็นลักษณะประจำจีนัสได้ เช่น อยู่เป็นเซลล์เดี่ยว ได้แก่ MICROCOCCUS , เซลล์เรียงกันเป็นคู่ ได้แก่ DIPLOCOCCUS , เซลล์เรียงต่อกันเป็นสาย ได้แก่ STREPTOCOCCUS , เซลล์เรียงเป็นกลุ่มของ 8 ได้แก่ SARCINA เซลล์เรียงกันเป็นกลุ่ม รูปร่างไม่แน่นอนและจำนวนเซลล์ไม่จำกัด ได้แก่ STAPHYLOCOCCUS

5. ลักษณะการติดสีแกรม (GRAM STAIN) คริสเตียนแกรม (CHRISTIAN GRAM) พบว่าเมื่อยอมสีเซลล์แบคทีเรีย แบคทีเรียบางพวกติดสีม่วงน้ำเงิน เรียกว่า พวกแกรมบวก บางชนิดติดสีแดง เรียกว่า แกรมลบ พวกค็อกคัสส่วนใหญ่ เป็นแกรมบวก พวกรูปร่างแบบแท่งส่วนใหญ่เป็นแกรมลบ

6. ความต้องการออกซิเจนเพื่อการเจริญ บางชนิดต้องการออกซิเจน บางชนิดไม่ต้องการ

7. การสร้างเอนโดสปอร์ เมื่อแบคทีเรียอยู่ในสภาพแวดล้อม ไม่เหมาะสมสามารถสร้าง เอนโดสปอร์ (ENDOSPORE) ขึ้นภายในเซลล์เอนโดสปอร์ของแบคทีเรียจึงไม่ได้ช่วยในการขยายพันธุ์ แต่สร้างขึ้นเพื่อให้ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น





ส่วนอาณาจักรโปรติสตา มี Protozoa โปรโตซัวแระก้อจำพวกสาหร่ายค่ะซึ่งก้อจะมี Chlorophyta(สาหร่ายสีเขียว), Rhodophyta(สาหร่ายสีแดง) ,Pyrrophyta(สาหร่ายไดโนแฟลเจลเลต ),Chrysophyta(สาหร่ายสีน้ำตาลแกมทอง),Charophyta(สารห่ายไฟ)Phaeophyta(สาหร่ายสีน้ำตาล),Euglenophyta(พวกยูกลีนา), แล้วก็จะมี Myxomycophyta เปนพวกราเมือก

รายละเอียดที่หาได้ก็นี่เลยค่ะ>>

อาณาจักรโพรทิสตา

เป็นพวกยูคาริโอต มีโครงสร้างเป็นเซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ ซึ่งดำรงชีวิตแบบออโตโทรฟ หรือ เฮเทอโรโทรฟ

การจัดจำแนกโปรติสต์ แบ่งได้ 3 กลุ่ม คือ

1.สาหร่าย

2.ราเมือก

3.โพรโทซัว

ก.สาหร่าย ส่วนมากสาหร่ายสังเคราะห์อาหารเองได้ ภายในเซลล์นอกจากมีรงควัตถุคลอโรฟิลล์เอ แล้วยังมีรงควัตถุอื่น ๆ ซึ่งรวมอยู่ในพลาสติด

สาหร่ายมีลักษณะแตกต่างจากพืชที่สำคัญ 2 ประการ

1.โครงสร้างที่ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์ ยังคงเป็นเซลล์เดี่ยว

2.หลังจากปฏิสนธิแล้ว ไซโกตของสาหร่ายทุกชนิดจะเจริญต่อไป โดยไม่มีระยะที่เป็นเอมบริโอหลายเซลล์ เหมือนพืชชั้นสูง

สาหร่ายจำแนกออกเป็น 7 ดิวิชัน โดยอาศัยหลักเกณฑ์ ดังนี้

1. ชนิดของรงควัตถุ

2. ชนิดอาหารที่เก็บสะสมไว้ในภายในเซลล์

3. ส่วนประกอบทางเคมีของผนังเซลล์

4. ลักษณะและตำแหน่งของแฟลเจลลัม

5. วิธีการสืบพันธุ์



ดิวิชันคลอโรไฟตา (CHLOROPHYTA) สาหร่ายสีเขียวเป็นดิวิชันที่ใหญ่ที่สุด พบทั้งในน้ำจืด น้ำทะเล น้ำกร่อย และที่ชื้นแฉะบางชนิดเป็นอิสระลอยอยู่ตามผิวน้ำ ซึ่งถ้ามีจำนวนมากพอจะทำให้เกิดปรากฏการที่เรียกว่า วอเตอร์บลูม (WATER BLOOM) ขึ้นได้ สาหร่ายสีเขียวนับว่ามีความสำคัญมาก และได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อยู่ในน้ำ ปัจจุบันได้มีการสังเคราะห์โปรตีนจากสาหร่ายเซล์เดียวหลายชนิดเช่น SCENEDESMUS และ CHLORELLA ซึ่งมีประโยชน์ต่อมนุษย์ทั้งโดยตรงและทางอ้อม

รูปร่างและขนาดของสาหร่าย บางชนิดมีขนาดเล็กและเป็นเซลล์เดี่ยว ได้แก่ คลอเรลลา บางชนิดมีขนาดใหญ่และมีโครงสร้างซับซ้อน ได้แก่ โคเดียม (CODIUM) พวกที่มีโครงสร้างเป็นเซลล์เดี่ยวมีการเจริญขั้นต่ำสุด และจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเซลล์ไปสู่ความซับซ้อนมากขึ้นตามลำดับ



ดิวิชันยูกลีโนไฟตา (DIVISION EUGLENOPHYTA) พบในน้ำจืดมากกว่าในน้ำเค็ม แบ่งเป็น 2 พวก คือ พวกสังเคราะห์อาหารเองได้ และพวกที่สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้

รูปร่าง เป็นเซลล์เดี่ยวค่อนข้างยาว เคลื่อนที่ได้โดยใช้แฟลเจลลัม มีลักษณะที่คล้ายสัตว์ คือไม่มีผนังเซลล์ที่เป็นสารประกอบ พวกเซลล์ลูโลส ทำให้รูปร่างไม่คงที่ในขณะที่เคลื่อนที่ ได้แก่ ยูกลีนา และฟาคัส (PHACUS) ถึงแม้จะเป็นพวกสร้างอาหารเองได้ แต่ก็สามารถกินอาหารสำเร็จรูปได้ ยูกลีนอยด์มีวิธีการสืบพันธุ์เฉพาะแบบไม่อาศัยเพศเท่านั้น เป็นการแบ่งเซลล์ตามความยาวและเกิดขึ้นในขณะที่เซลล์เคลื่อนที่



ดิวิชันแคโรไฟตา (DIVISION CHAROPHYTA) เช่น CHARA และ NITELLA มีลักษณะแตกต่างจากสาหร่ายน้ำจืดชนิดอื่น ๆ คือ มีลักษณะบางอย่างคล้ายพืชชั้นสูงมาก เช่น มีส่วนที่ทำหน้าที่คล้ายลำต้น มองเห็นข้อและปล้องชัดเจน ตามผนังเซลล์ของสาหร่าย มีสารประกอบพวกเซลล์ลูโลส และมีพวกแคลเซียมคาร์บอเนตสะสมอยู่มาก จึงทำให้มีลักษณะแข็งและหยาบสามารถคงสภาพอยู่ได้นาน เมื่อสาหร่ายตายลง ซากเหลือที่พบส่วนมาก คือ โอโอโกเนียม (OOGONIUM) ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์ของเพศเมีย ลักษณะที่คล้ายพืชชั้นสูงมาก และแตกต่างจากสาหร่ายทุกชนิด คือ มีส่วนประกอบของกลุ่มเซลล์ที่เป็นหมันห่อหุ้ม แอนเทอริเดียม และโอโอโกเนียม



ดิวิชันฟีโอไฟตา (DIVISION PHAEOPHYTA) สาหร่ายสีน้ำตาล มีรงควัตถุชนิดที่ทำให้เกิดสีน้ำตาล คือ ฟิวโคแซนทิน (FUCOXANTHIN) ผนังเซลล์มีสารประกอบกรด แอลจินิก (ALGINIC ACID) สะสมอยู่มาก ขนาดของสาหร่ายสีน้ำตาลแตกต่างกันมาก พวกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ได้แก่ ไจแอนด์เคลพ์ (GIANT KELP) สาหร่ายสีน้ำตาลที่พบมากที่สุด ได้แก่ SARGASSUM และ PADINA และ DICTYOTA

สาหร่ายสีน้ำตาลมีประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ นอกจากใช้เป็นอาหารแล้วพวกเคลพ์ซึ่งมีกรดแอลจินิก สามารถนำมาสกัดเอากรดนี้ออกมาใช้ประโยชน์ ในการ อุตสาหกรรมหลายอย่างในรูปสารประกอบแอลจิน (ALGIN) เช่น การทำสี ทำยา ทำขนมหวานบางชนิด เพราะแอลจินมีลักษณะเหนียว และมีสมบัติพิเศษช่วยไม่ให้สารตกตะกอนได้ง่ายช่วยไม่ให้น้ำแข็งตัวเมื่อถูกความเย็นจัด สาหร่ายสีน้ำตาลยังสามารถ นำมาใช้เป็นปุ๋ยธรรมชาติได้

ดิวิชันคริสโซไฟตา (DIVISION CHRYSOPHYTA) เป็นสาหร่าย ที่มีรงควัตถุฟิวโคแซนทินเหมือนสาหร่ายสีน้ำตาล แต่มีสัดส่วนน้อยกว่า นอกจากนี้ยังมีรงควัตถุลูเทอินอยู่ด้วย แบ่งเป็น 3 พวก คือ สาหร่ายสีเขียวแกมเหลือง (YELLOW – GREEN ALGAE) สีน้ำตาลแกมเหลือง (GOLDEN – BROWN ALGAE) และไดอะตอม (DIATOM) ซึ่งมีมากที่สุด เซลล์ของไดอะตอมส่วนใหญ่เป็นเซลล์เดี่ยวอยู่เป็นอิสระตามผิวน้ำ พบทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม จึงนับว่ามีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำ ผนังเซลล์ของไดอะตอมเป็นสารพวกซิลิคอน ช่วยให้ผนังเซลล์แข็งและคงรูปไม่สลายตัวได้ง่าย เมื่อเซลล์ตาย ซากของไดอะตอมจึงทับถมอยู่มาก และเป็นเวลานานนับเป็นพัน ๆ ปีในท้องทะเล และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาตามธรรมชาติเกิดขึ้น ซากของไดอะตอมที่ทับถมอยู่เป็นเวลานานนี้จะกลายเป็นส่วนของพื้นดินเรียกว่า ไดอะตอมเอเชียสเอิร์ท (DIATOMACEOUS EARTH) เป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุและน้ำมัน ซึ่งนับว่ามีประโยชน์และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก ประโยชน์ที่ได้รับ ส่วนใหญ่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมการทำยาขัดต่าง ๆ เช่น ยาขัดเครื่องเงิน ทองเหลือง ยาสีฟัน ใช้ในการฟอกสี เป็นฉนวนและเป็นตัวช่วยกรอง



ดิวิชันไพร์โรไฟตา (DIVISION PYRROPHYTA) สาหร่ายสีเปลวไฟเป็นสาหร่ายเซลล์เดียวที่มีแฟลเจลลา 2 อัน โดยมีกัลเลตใกล้ฐานแฟลเจลลา เช่น คริพโตโมแนส (CRYPTOMONAS) และชิโลโมแนส (CHILOMONAS)



ดิวิชันโรโดไฟตา (DIVISION RHODOPHYTA) สาหร่ายสีแดง มีทั้งเซลล์เดียวและหลายเซลล์ ส่วนมากอยู่ในน้ำเค็มและอยู่น้ำลึกมากกว่าสาหร่ายสีน้ำตาล สาหร่ายมีประโยชน์ทางการค้าด้วย เช่น กีลิเดียม (GELIDIUM) ใช้สกัดเพกตินเพื่อทำวุ้นผง ใช้เตรียมอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ และทำขนม นอกจากนี้พวกพอร์ไฟรา (PORPHYRA) โรไดมีเนีย (RHODYMENIA) และคอนดรัส คริพตัส (CHONDRUS-CRIPTUS) ยังใช้เป็นอาหารอีกด้วย



ข. ราเมือก

ดิวิชันมิกโซไฟตา (DIVISION MYXOPHYTA) ราเมือกเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว รูปร่างคล้ายอะมีบา ไม่มีผนังเซลล์ ราเมือกมีทั้งเป็นปรสิตของไม้ดอก และหากินเป็นอิสระในบริเวณป่าที่ชื้นอาศัยอยู่ตามใบไม้ร่วง ขอนไม้ผุ ราเมือกสืบพันธุ์โดยการรวมกลุ่มตรงกลางเพื่อสร้างอับสปอร์ เมื่อสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม เมื่อสิ่งแวดล้อมเหมาะสม สปอร์ภายในอับสปอร์จะเจริญเป็นราเมือกที่มีลักษณะคล้ายอมีบาต่อไป



ค.โพรโทซัว มีทั้งในน้ำจืด น้ำเค็ม ดิน และในร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น หากินเป็นอิสระและเป็นปรสิต ส่วนมากเป็นเฮเทอโรโทรพ

พวกโพรโทซัวจัดอยู่ในไฟลัมโพรโทซัว แบ่งออกได้ 4 ซับไฟลัม ดังนี้

1. ซับไฟลัมซาร์โคมาสติโกฟอรา (SARCOMASTIGOPHORA) พวกนี้มีขาเทียมหรือแฟลเจลลา ใช้ในการเคลื่อนที่ ไม่มีสปอร์ ได้แก่ อะมีบา ยูกลีนา วอลวอกซ์ ทริพปาโนโซมา

2. ซับไฟลัมสปอโรซัว (SPOROZOA) ไม่มีซิเลียและแฟลเจลลา เป็นปรสิตภายในของสัตว์ทั้งหมด เช่น พลาสโมเดียม (PLASMODIUM) ทำให้เกิดโรคไข้จับสั่น ซาร์โคซีสตีส (SARCOCYSTIS) ในกล้ามเนื้อ โมโนซีสตีส (MONOCYSTIS) ในอสุจิของไส้เดือนดิน

3. ซับไฟลัมนิโคสปอรา (CNICOSPORA) ไม่มีซิเลียและแฟลเจลลาส่วนมากเป็นปรสิตในปลา ได้แก่ มิกโซสปอร์ริเดีย (MYXOSPORIDIA) ในสัตว์มีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น ไมโครสปอริเดีย (MICROSPORIDIA)

4. ซับไฟลัมซิลิโอฟอรา (CILIOPHORA) หรือซิเลียตา (CILIATA) มีซิเลียบางระยะหรือทุกระยะ พบทั้งในน้ำจืดน้ำเค็ม เช่น พารามีเซียม (PARAMECIUM) วอร์ติเซลล์ลา (VORTICELLA) ไดโพลดิเนียม (DIPLODINIUM)
paT (IP:61.91.106.214,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 182 1 ก.ย. 2548 (19:32)
อยากทราบว่าทำไม สัตว์ไฟลัมแอคไคโนเดอมาตาถึงอยู่ในทะเล
palmjo_love@hotmail.com (IP:202.28.77.30,10.32.1.215,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 183 3 ก.ย. 2548 (11:47)
dead cell heterocyst kinete คืออะไรทำหน้าที่อะไร
www.doramon.com (IP:202.44.130.23,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 185 4 ก.ย. 2548 (20:35)
อาณาจักรสัตว์



ก้อจาแบ่งออกเปนทั้งหมด9phylums คือ

-Porifera พวกฟองน้าม

-Ceolenterata พวกแมงกระพรุน

-Plathyhelmentis หนอนตัวแบน

-Nematoda หนอนตัวกลม

-Annelida พวกที่มีลำตัวเปนปล้อง

-Mollasca พวกหมึก และ หอย

-Arthropoda แบ่งออกเปนอีกหลายclass พวกแมลงก้ออยุในนี้

-Echinodermata พวกปลาดาว

-Chordata คน



คน จาอยุในphylum Chordata

Class Mammalia

ชื่อวิทยาศาสตร์ของคน คือ Homo Sapiens
... (IP:202.57.157.170,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 188 7 ก.ย. 2548 (18:28)
อาณาจักรสัตว์



ก้อจาแบ่งออกเปนทั้งหมด9phylums คือ

-Porifera พวกฟองน้าม

-Ceolenterata พวกแมงกระพรุน

-Plathyhelmentis หนอนตัวแบน

-Nematoda หนอนตัวกลม

-Annelida พวกที่มีลำตัวเปนปล้อง

-Mollasca พวกหมึก และ หอย

-Arthropoda แบ่งออกเปนอีกหลายclass พวกแมลงก้ออยุในนี้

-Echinodermata พวกปลาดาว

-Chordata คน

อยากทราบว่าทำไม สัตว์ไฟลัมแอคไคโนเดอมาตาถึงอยู่ในทะเล

ไซยาโนไฟตาหรือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินกะไซยาโนแบคทีเรียเปนสัตว์ใน อาณาจักรเมอเนอราค่ะ ที่ถูกแยกออกมาเพราะ 2 ชนิดนี้จะเปนเซลแบบ โปรคาริโอตค่ะ คือไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียสแต่ สัตว์ชนิดอื่นจะเปง ยูคาริโอตค่ะ

นี่ก็เปงข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรเมอเนอรานะคะ>>

ก.สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน

เซลล์ของสาหร่ายชนิดนี้มีรงควัตถุ พวกคลอโรฟิลล์เอ แซนโทฟิลล์

ไฟโคบิลิน ได้แก่ ซี – ไฟโคไซแอนิน (C – Phycocyanin) รงควัตถุสีน้ำเงิน และ ซี – ไฟโคอิริทริน (C – Phycoerythin) รงควัตถุสีแดง รงควัตถุเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วไปในไซโทพลาซึม แต่ไม่พบในพลาสติด

สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินสามารถตรึงไนโตรเจนได้ ปัจจุบันจึงนิยมปล่อยให้สาหร่ายชนิดนี้เจริญในนาข้าว เพื่อเป็นการเพิ่มปุ๋ยไนโตรเจนตามธรรมชาติ

สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ

1. การเรียงตัวของเซลล์ อาจเป็นเซลล์เดียว , กลุ่ม หรือ เซลล์ต่อกันเป็นสาย มักมีเมือกหุ้ม

2. วิธีการสืบพันธุ์ ปกติจะสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

3. การสร้างเซลล์พิเศษขึ้นในสาย ได้แก่ เอกโซสปอร์ (EXOSPORE) อะคินีต (AKINETE) เฮเทอโรซีสต์ (HETEROCYST) และเดดเซลล์ (DEAD CELL) ซึ่งมีการสร้างแตกต่างกันบางชนิด เช่น อะคินีท สามารถทนทานต่อสภาวะไม่เหมาะกับการเจริญได้ เพราะมีผนังหนา และมีอาหาร สะสมอยู่ในเซลล์มาก เฮเทอโรซีสต์ ทำหน้าที่ตรึงไนโตรเจนได้

ข. แบคทีเรีย

แบคทีเรียมีผนังเซลล์ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต และกรดอะมิโน บางชนิดสามารถสังเคราะห์แสงได้อาศัยแบคทีริโอคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีหน้าที่เหมือนคลอโรฟิลล์ของพืช แต่มีโครงสร้างทางเคมีและกระบวนการสังเคราะห์อาหารต่างจากพืช

การจัดจำแนกแบคทีเรียในปัจจุบัน พิจารณาจากหลักเกณฑ์ต่อไปนี้

1. ชนิดของพลังงานที่แบคทีเรียใช้ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม

ก.แบคทีเรียที่ใช้พลังงานแสง

ข.แบคทีเรียที่ใช้พลังงานที่ได้จากปฏิกิริยาเคมี

2. วิธีการเคลื่อนที่ บางกลุ่มไม่เคลื่อนที่ บางกลุ่มเคลื่อนที่ โดยการลื่นไถล บางกลุ่มเคลื่อนที่โดยใช้แฟลเจลลัม

3. รูปร่าง แบ่งได้ 3 แบบ

ก. รูปร่างแบบแท่ง ได้แก่ พวกบาซิลลัส (BACILLUS)

ข. รูปร่างแบบกลมหรือรี ได้แก่ ค็อกคัส (COCCUS)

ค. รูปร่างแบบแท่งแต่โค้งงอ มี 3 ประการ

- พวกที่โค้งงอและเซลล์จะคงรูปไม่เปลี่ยนแปลง (SPIRILLUM)

- พวกที่โค้งงอแต่เซลล์ยืดหยุ่นได้ไม่คงรูปแบบเดิม (SPIROCHETE)

- และพวกที่โค้งคล้ายจุดลูกน้ำ (COMMA)

4. การเรียงตัวของเซลล์แบคทีเรีย

ก. การเรียงเซลล์ต่อกันเป็นสาย ได้แก่ SPHAEROTILUS

ข. การเรียงเซลล์ของพวก ค็อกคัส บางชนิดมีแบบแผนแน่นอน พอที่ใช้เป็นลักษณะประจำจีนัสได้ เช่น อยู่เป็นเซลล์เดี่ยว ได้แก่ MICROCOCCUS , เซลล์เรียงกันเป็นคู่ ได้แก่ DIPLOCOCCUS , เซลล์เรียงต่อกันเป็นสาย ได้แก่ STREPTOCOCCUS , เซลล์เรียงเป็นกลุ่มของ 8 ได้แก่ SARCINA เซลล์เรียงกันเป็นกลุ่ม รูปร่างไม่แน่นอนและจำนวนเซลล์ไม่จำกัด ได้แก่ STAPHYLOCOCCUS

5. ลักษณะการติดสีแกรม (GRAM STAIN) คริสเตียนแกรม (CHRISTIAN GRAM) พบว่าเมื่อยอมสีเซลล์แบคทีเรีย แบคทีเรียบางพวกติดสีม่วงน้ำเงิน เรียกว่า พวกแกรมบวก บางชนิดติดสีแดง เรียกว่า แกรมลบ พวกค็อกคัสส่วนใหญ่ เป็นแกรมบวก พวกรูปร่างแบบแท่งส่วนใหญ่เป็นแกรมลบ

6. ความต้องการออกซิเจนเพื่อการเจริญ บางชนิดต้องการออกซิเจน บางชนิดไม่ต้องการ

7. การสร้างเอนโดสปอร์ เมื่อแบคทีเรียอยู่ในสภาพแวดล้อม ไม่เหมาะสมสามารถสร้าง เอนโดสปอร์ (ENDOSPORE) ขึ้นภายในเซลล์เอนโดสปอร์ของแบคทีเรียจึงไม่ได้ช่วยในการขยายพันธุ์ แต่สร้างขึ้นเพื่อให้ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น





ส่วนอาณาจักรโปรติสตา มี Protozoa โปรโตซัวแระก้อจำพวกสาหร่ายค่ะซึ่งก้อจะมี Chlorophyta(สาหร่ายสีเขียว), Rhodophyta(สาหร่ายสีแดง) ,Pyrrophyta(สาหร่ายไดโนแฟลเจลเลต ),Chrysophyta(สาหร่ายสีน้ำตาลแกมทอง),Charophyta(สารห่ายไฟ)Phaeophyta(สาหร่ายสีน้ำตาล),Euglenophyta(พวกยูกลีนา), แล้วก็จะมี Myxomycophyta เปนพวกราเมือก

รายละเอียดที่หาได้ก็นี่เลยค่ะ>>

อาณาจักรโพรทิสตา

เป็นพวกยูคาริโอต มีโครงสร้างเป็นเซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ ซึ่งดำรงชีวิตแบบออโตโทรฟ หรือ เฮเทอโรโทรฟ

การจัดจำแนกโปรติสต์ แบ่งได้ 3 กลุ่ม คือ

1.สาหร่าย

2.ราเมือก

3.โพรโทซัว

ก.สาหร่าย ส่วนมากสาหร่ายสังเคราะห์อาหารเองได้ ภายในเซลล์นอกจากมีรงควัตถุคลอโรฟิลล์เอ แล้วยังมีรงควัตถุอื่น ๆ ซึ่งรวมอยู่ในพลาสติด

สาหร่ายมีลักษณะแตกต่างจากพืชที่สำคัญ 2 ประการ

1.โครงสร้างที่ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์ ยังคงเป็นเซลล์เดี่ยว

2.หลังจากปฏิสนธิแล้ว ไซโกตของสาหร่ายทุกชนิดจะเจริญต่อไป โดยไม่มีระยะที่เป็นเอมบริโอหลายเซลล์ เหมือนพืชชั้นสูง

สาหร่ายจำแนกออกเป็น 7 ดิวิชัน โดยอาศัยหลักเกณฑ์ ดังนี้

1. ชนิดของรงควัตถุ

2. ชนิดอาหารที่เก็บสะสมไว้ในภายในเซลล์

3. ส่วนประกอบทางเคมีของผนังเซลล์

4. ลักษณะและตำแหน่งของแฟลเจลลัม

5. วิธีการสืบพันธุ์



ดิวิชันคลอโรไฟตา (CHLOROPHYTA) สาหร่ายสีเขียวเป็นดิวิชันที่ใหญ่ที่สุด พบทั้งในน้ำจืด น้ำทะเล น้ำกร่อย และที่ชื้นแฉะบางชนิดเป็นอิสระลอยอยู่ตามผิวน้ำ ซึ่งถ้ามีจำนวนมากพอจะทำให้เกิดปรากฏการที่เรียกว่า วอเตอร์บลูม (WATER BLOOM) ขึ้นได้ สาหร่ายสีเขียวนับว่ามีความสำคัญมาก และได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อยู่ในน้ำ ปัจจุบันได้มีการสังเคราะห์โปรตีนจากสาหร่ายเซล์เดียวหลายชนิดเช่น SCENEDESMUS และ CHLORELLA ซึ่งมีประโยชน์ต่อมนุษย์ทั้งโดยตรงและทางอ้อม

รูปร่างและขนาดของสาหร่าย บางชนิดมีขนาดเล็กและเป็นเซลล์เดี่ยว ได้แก่ คลอเรลลา บางชนิดมีขนาดใหญ่และมีโครงสร้างซับซ้อน ได้แก่ โคเดียม (CODIUM) พวกที่มีโครงสร้างเป็นเซลล์เดี่ยวมีการเจริญขั้นต่ำสุด และจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเซลล์ไปสู่ความซับซ้อนมากขึ้นตามลำดับ



ดิวิชันยูกลีโนไฟตา (DIVISION EUGLENOPHYTA) พบในน้ำจืดมากกว่าในน้ำเค็ม แบ่งเป็น 2 พวก คือ พวกสังเคราะห์อาหารเองได้ และพวกที่สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้

รูปร่าง เป็นเซลล์เดี่ยวค่อนข้างยาว เคลื่อนที่ได้โดยใช้แฟลเจลลัม มีลักษณะที่คล้ายสัตว์ คือไม่มีผนังเซลล์ที่เป็นสารประกอบ พวกเซลล์ลูโลส ทำให้รูปร่างไม่คงที่ในขณะที่เคลื่อนที่ ได้แก่ ยูกลีนา และฟาคัส (PHACUS) ถึงแม้จะเป็นพวกสร้างอาหารเองได้ แต่ก็สามารถกินอาหารสำเร็จรูปได้ ยูกลีนอยด์มีวิธีการสืบพันธุ์เฉพาะแบบไม่อาศัยเพศเท่านั้น เป็นการแบ่งเซลล์ตามความยาวและเกิดขึ้นในขณะที่เซลล์เคลื่อนที่



ดิวิชันแคโรไฟตา (DIVISION CHAROPHYTA) เช่น CHARA และ NITELLA มีลักษณะแตกต่างจากสาหร่ายน้ำจืดชนิดอื่น ๆ คือ มีลักษณะบางอย่างคล้ายพืชชั้นสูงมาก เช่น มีส่วนที่ทำหน้าที่คล้ายลำต้น มองเห็นข้อและปล้องชัดเจน ตามผนังเซลล์ของสาหร่าย มีสารประกอบพวกเซลล์ลูโลส และมีพวกแคลเซียมคาร์บอเนตสะสมอยู่มาก จึงทำให้มีลักษณะแข็งและหยาบสามารถคงสภาพอยู่ได้นาน เมื่อสาหร่ายตายลง ซากเหลือที่พบส่วนมาก คือ โอโอโกเนียม (OOGONIUM) ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์ของเพศเมีย ลักษณะที่คล้ายพืชชั้นสูงมาก และแตกต่างจากสาหร่ายทุกชนิด คือ มีส่วนประกอบของกลุ่มเซลล์ที่เป็นหมันห่อหุ้ม แอนเทอริเดียม และโอโอโกเนียม



ดิวิชันฟีโอไฟตา (DIVISION PHAEOPHYTA) สาหร่ายสีน้ำตาล มีรงควัตถุชนิดที่ทำให้เกิดสีน้ำตาล คือ ฟิวโคแซนทิน (FUCOXANTHIN) ผนังเซลล์มีสารประกอบกรด แอลจินิก (ALGINIC ACID) สะสมอยู่มาก ขนาดของสาหร่ายสีน้ำตาลแตกต่างกันมาก พวกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ได้แก่ ไจแอนด์เคลพ์ (GIANT KELP) สาหร่ายสีน้ำตาลที่พบมากที่สุด ได้แก่ SARGASSUM และ PADINA และ DICTYOTA

สาหร่ายสีน้ำตาลมีประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ นอกจากใช้เป็นอาหารแล้วพวกเคลพ์ซึ่งมีกรดแอลจินิก สามารถนำมาสกัดเอากรดนี้ออกมาใช้ประโยชน์ ในการ อุตสาหกรรมหลายอย่างในรูปสารประกอบแอลจิน (ALGIN) เช่น การทำสี ทำยา ทำขนมหวานบางชนิด เพราะแอลจินมีลักษณะเหนียว และมีสมบัติพิเศษช่วยไม่ให้สารตกตะกอนได้ง่ายช่วยไม่ให้น้ำแข็งตัวเมื่อถูกความเย็นจัด สาหร่ายสีน้ำตาลยังสามารถ นำมาใช้เป็นปุ๋ยธรรมชาติได้

ดิวิชันคริสโซไฟตา (DIVISION CHRYSOPHYTA) เป็นสาหร่าย ที่มีรงควัตถุฟิวโคแซนทินเหมือนสาหร่ายสีน้ำตาล แต่มีสัดส่วนน้อยกว่า นอกจากนี้ยังมีรงควัตถุลูเทอินอยู่ด้วย แบ่งเป็น 3 พวก คือ สาหร่ายสีเขียวแกมเหลือง (YELLOW – GREEN ALGAE) สีน้ำตาลแกมเหลือง (GOLDEN – BROWN ALGAE) และไดอะตอม (DIATOM) ซึ่งมีมากที่สุด เซลล์ของไดอะตอมส่วนใหญ่เป็นเซลล์เดี่ยวอยู่เป็นอิสระตามผิวน้ำ พบทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม จึงนับว่ามีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำ ผนังเซลล์ของไดอะตอมเป็นสารพวกซิลิคอน ช่วยให้ผนังเซลล์แข็งและคงรูปไม่สลายตัวได้ง่าย เมื่อเซลล์ตาย ซากของไดอะตอมจึงทับถมอยู่มาก และเป็นเวลานานนับเป็นพัน ๆ ปีในท้องทะเล และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาตามธรรมชาติเกิดขึ้น ซากของไดอะตอมที่ทับถมอยู่เป็นเวลานานนี้จะกลายเป็นส่วนของพื้นดินเรียกว่า ไดอะตอมเอเชียสเอิร์ท (DIATOMACEOUS EARTH) เป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุและน้ำมัน ซึ่งนับว่ามีประโยชน์และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก ประโยชน์ที่ได้รับ ส่วนใหญ่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมการทำยาขัดต่าง ๆ เช่น ยาขัดเครื่องเงิน ทองเหลือง ยาสีฟัน ใช้ในการฟอกสี เป็นฉนวนและเป็นตัวช่วยกรอง



ดิวิชันไพร์โรไฟตา (DIVISION PYRROPHYTA) สาหร่ายสีเปลวไฟเป็นสาหร่ายเซลล์เดียวที่มีแฟลเจลลา 2 อัน โดยมีกัลเลตใกล้ฐานแฟลเจลลา เช่น คริพโตโมแนส (CRYPTOMONAS) และชิโลโมแนส (CHILOMONAS)



ดิวิชันโรโดไฟตา (DIVISION RHODOPHYTA) สาหร่ายสีแดง มีทั้งเซลล์เดียวและหลายเซลล์ ส่วนมากอยู่ในน้ำเค็มและอยู่น้ำลึกมากกว่าสาหร่ายสีน้ำตาล สาหร่ายมีประโยชน์ทางการค้าด้วย เช่น กีลิเดียม (GELIDIUM) ใช้สกัดเพกตินเพื่อทำวุ้นผง ใช้เตรียมอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ และทำขนม นอกจากนี้พวกพอร์ไฟรา (PORPHYRA) โรไดมีเนีย (RHODYMENIA) และคอนดรัส คริพตัส (CHONDRUS-CRIPTUS) ยังใช้เป็นอาหารอีกด้วย



ข. ราเมือก

ดิวิชันมิกโซไฟตา (DIVISION MYXOPHYTA) ราเมือกเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว รูปร่างคล้ายอะมีบา ไม่มีผนังเซลล์ ราเมือกมีทั้งเป็นปรสิตของไม้ดอก และหากินเป็นอิสระในบริเวณป่าที่ชื้นอาศัยอยู่ตามใบไม้ร่วง ขอนไม้ผุ ราเมือกสืบพันธุ์โดยการรวมกลุ่มตรงกลางเพื่อสร้างอับสปอร์ เมื่อสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม เมื่อสิ่งแวดล้อมเหมาะสม สปอร์ภายในอับสปอร์จะเจริญเป็นราเมือกที่มีลักษณะคล้ายอมีบาต่อไป



ค.โพรโทซัว มีทั้งในน้ำจืด น้ำเค็ม ดิน และในร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น หากินเป็นอิสระและเป็นปรสิต ส่วนมากเป็นเฮเทอโรโทรพ

พวกโพรโทซัวจัดอยู่ในไฟลัมโพรโทซัว แบ่งออกได้ 4 ซับไฟลัม ดังนี้

1. ซับไฟลัมซาร์โคมาสติโกฟอรา (SARCOMASTIGOPHORA) พวกนี้มีขาเทียมหรือแฟลเจลลา ใช้ในการเคลื่อนที่ ไม่มีสปอร์ ได้แก่ อะมีบา ยูกลีนา วอลวอกซ์ ทริพปาโนโซมา

2. ซับไฟลัมสปอโรซัว (SPOROZOA) ไม่มีซิเลียและแฟลเจลลา เป็นปรสิตภายในของสัตว์ทั้งหมด เช่น พลาสโมเดียม (PLASMODIUM) ทำให้เกิดโรคไข้จับสั่น ซาร์โคซีสตีส (SARCOCYSTIS) ในกล้ามเนื้อ โมโนซีสตีส (MONOCYSTIS) ในอสุจิของไส้เดือนดิน

3. ซับไฟลัมนิโคสปอรา (CNICOSPORA) ไม่มีซิเลียและแฟลเจลลาส่วนมากเป็นปรสิตในปลา ได้แก่ มิกโซสปอร์ริเดีย (MYXOSPORIDIA) ในสัตว์มีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น ไมโครสปอริเดีย (MICROSPORIDIA)

4. ซับไฟลัมซิลิโอฟอรา (CILIOPHORA) หรือซิเลียตา (CILIATA) มีซิเลียบางระยะหรือทุกระยะ พบทั้งในน้ำจืดน้ำเค็ม เช่น พารามีเซียม (PARAMECIUM) วอร์ติเซลล์ลา (VORTICELLA) ไดโพลดิเนียม (DIPLODINIUM)




treasakf@chaiyo.com (IP:61.19.169.190,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 189 7 ก.ย. 2548 (18:31)
อาณาจักรสัตว์



ก้อจาแบ่งออกเปนทั้งหมด9phylums คือ

-Porifera พวกฟองน้าม

-Ceolenterata พวกแมงกระพรุน

-Plathyhelmentis หนอนตัวแบน

-Nematoda หนอนตัวกลม

-Annelida พวกที่มีลำตัวเปนปล้อง

-Mollasca พวกหมึก และ หอย

-Arthropoda แบ่งออกเปนอีกหลายclass พวกแมลงก้ออยุในนี้

-Echinodermata พวกปลาดาว

-Chordata คน



นิค (IP:61.19.169.190,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 194 9 ก.ย. 2548 (12:31)
อาณาจักรโปรติสตา (PROTISTA KINGDOM)

โปรติสต์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ประกอบด้วยเซลล์ชนิดยูคาริโอติกเซลล์โดยอาจประกอบด้วยเซลล์เดียว หรือ หลายเซลล์ที่มิได้รวมกันเป็นเนื้อเยื่อ สามารถทำหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตได้ครบถ้วนในเซลล์เดียว

1. ไฟลัมโปรโตซัว (PHYLUMPROTOZOA) อะมีบา พารามีเซียม ยูกลีนส พลาสโมเดียม

2. ไฟลัมคลอโรไฟตา (PHYLUM CHLOROPHYTA) สาหร่ายสีเขียวเช่น สไปโรไจนา (Spirogyra sp.) และ คลอเรลลา(Chlorella sp.) ซึ่งเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงเป็นโปรติสต์กลุ่มใหญ่ที่สุด

3. ไฟลัมคริโซไฟตา (PHYLUM CHRYSOPHYTA) สาหร่ายสีน้ำตาล แกมเหลือง ได้แก่ ไดอะตอม

4. ไฟลัมฟีโอไฟตา (PHYLUM PHAEOPHYTA) สาหร่ายสีน้ำตาล เช่น เคลป์(KELP) มีขนาดใหญ่ สาหร่ายที่สำคัญ ได้แก่ Laminaria sp. และ สาหร่ายทุ่น (Sargassum sp.)

5. ไฟลัมโรโดไฟตา (PHYLUM RHODOPHYTA) สาหร่ายสีแดง เช่น จีฉ่าย (Prophyra sp.) และ Gracilaria sp.

6. ไฟลัมมิกไซไมโคไฟตา(PHYLUM MYXOMYCOPHYTA) ราเมือก(SLIME MOLD) เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะร่วมกันระหว่างพืชและสัตว์ ส่วนใหญ่จะดำรงชีพเป็นผู้ย่อยสลาย



ข้อสังเกต

การจำแนกสาหร่ายออกเป็นดิวิชั่นต่างๆ จะใช้ชนิดของรงควัตถุที่ใช้ในการสังเคราะห์แสดงเป็นหลักเกณฑ์ที่สำคัญ
noppadol 402 @ chaiyo .com (IP:202.5.89.142,192.168.1.236,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 195 15 ก.ย. 2548 (19:54)
อยากได้ข้อมูลของสัตว์เซลล์เดียว
พี่ปุ่น (IP:203.151.140.123,203.113.61.232,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 198 23 ก.ย. 2548 (20:28)
อาณาจักรมอนเนอรา

(Kingdom Monera)



ลักษณะสำคัญ

1. เซลล์ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส

- สารในนิวเคลียสจะกระจายอยู่ทั่วเซลล์ จึงอาจเรียกได้ว่าไม่มีนิวเคลียส

- เซลล์ที่มีลักษณะเช่นนี้เรียกว่า prokaryotic cell or prokaryote

2. เซลล์ไม่มีออร์แกเนลล์ชนิดมีเยื่อหุ้ม เช่น

- ร่างแหเอนโดพลาสซึม , กอลจิคอมเพลกซ์ , ไลโซโซม , คลอโร พลาสต์

- มีเฉพาะออร์แกเนลล์ชนิดไม่มีเยื่อหุ้มคือ ไรโบโซม

3. เป็นเซลล์ที่มีวิวัฒนาการต่ำ สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้แบ่งเป็น 2 ไฟลัม



1. Phylum Schizomycophyta

ไฟลัมนี้ได้แก่ แบคทีเรีย ซึ่งมีลักษณะดังนี้

1. เป็นพวกเซลล์เดี่ยว และเป็นเซลล์ชนิด prokaryotic มีโครโมโซม 1 อันเป็นรูปวงแหวน ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ไม่มีออร์แกเนลล์ชนิดมีเยื่อหุ้ม มีไรโบโซมขนาดเล็ก

2. พบทั่วไปทุกแห่งหนในน้ำ บนบก อากาศ

3. ดำรงชีพแบบอิสระ แบบปรสิต แบบภาวะย่อยสลาย และมีบางพวกสังเคราะห์อาหารเองได้ แต่ bact. ส่วนใหญ่ดำรงชีพแบบภาวะย่อยสลาย (saprophytism)

4. พวกที่สังเคราะห์แสงได้ มีแบคทีริโอคลอโรฟิลล์ (Bacteriochlorophyll)ซึ่งทำหน้าที่เหมือนคลอโรฟิลล์ของพืช

5. มีทั้งพวกที่หายใจแบบใช้ O2 และพวกที่หายในแบบไม่ใช้ O2

6. แบคทีเรียมีรูปร่าง 3 แบบ คือ รูปกลม (Cocuus) รูปแท่ง (Bacillus) รูปโค้งงอหรือบิดเป็นเกลียว (spirillum)

7. แบคทีเรียมีการเรียงตัวหลายแบบ คือ กลมเรียงเป็นคู่ (Diplococcus) กลมเรียงเป็นสายยาว (streptococcus) กลุ่มเรียงเป็น 8 เซลล์ (sarcina) กลมเรียงเป็นกลุ่ม (staphylococcus) แท่งเรียงเป็นคู่ (Diplobacillus) แท่งเรียงเป็นสายยาว (streptobacillus) ดูจากในหนังสือ

8. บางชนิดมีแฟลกเจลลาช่วยในการเคลื่อนที่

9. สืบพันธุ์โดยการแบ่งเซลล์จาก 1 เป็น 2 (Binary fission)

- แบบอาศัยเพศโดย Conjugation

10. ผนังเซลล์ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต และกรดอะมิโน สานกันคล้าย ร่างแห ชั้นนอกสุดของ bact. บางชนิดจะมีสารเมือกเคลือบเรียกว่า แคปซูล Capsule

แบคทีเรีย

- มีเกณฑ์ในการพิจารณามากมายหลายเกณฑ์

1. พิจารณาจากการเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหรือไม่แบ่งแบคทีเรียออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่

ก. bact. ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรค

ข. bact. ซึ่งไม่เป็นสาเหตุให้เกิดโรค



2. พิจารณาพลังงานที่ bact. ใช้แบ่ง bact. เป็น 2 กลุ่ม คือ

ก. bact. ที่ใช้พลังงานแสง

ข. bact. ที่ใช้พลังงานจากปฏิกิริยาเคมี

* Nitrifying bact. bact. ที่เปลี่ยนแอมโมเนียให้เป็นไนไตรต์ และเปลี่ยนไนไตรต์ให้เป็นไนเตรต



3. พิจารณาจากวิธีการสลายอาหารภายในเซลล์ แบ่ง bact. เป็น 2 กลุ่มคือ

ก. bact. ที่ใช้ O2 (Aerobic bacteria)

ข. bact. ที่ไม่ใช้ O2 (Anaerobic bacteria)



4. พิจารณาจากรูปร่าง bact. ออกเป็น 3 กลุ่มคือ

ก. กลม

ข. แท่ง

ค. โค้งงอ



5. พิจารณาจากลักษณะการติดสีแกรม

ก. พวกแกรมบวก (gram positive)

- พวกนี้ติดสีน้ำเงินของคริสตัลไวโอเลต พบว่า bact. ที่มีรูปร่างกลม

ข. พวกแกรมลบ (gram negative)

- พวกนี้ติดสีแดงของอีโอชินหรือของซาฟรานิน bact ลษ. แท่ง



6. พิจารณาจากความสามารถในหารสร้างสปอร์

ก. bact. ที่มีการสร้างสปอร์เป็นชนิด endospore

ข. bact. ที่ไม่มีการสร้างสปอร์



ประวัติการศึกษาเกี่ยวกับ bact.

- ในศตวรรษที่ 17 ฟรานเซลโก เรดิ

- สิ่งมีชีวิตนี้ได้เกิดเองแต่เกิดจากสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน โดย ทดลองว่าหนอนในเนื้อเน่ามิได้เกิดขึ้นเองแต่เกิดจากไข่ของแมลงวัน

- ในศตวรรษที่ 18 ลาซาโร สปาลลาซานิ

- นักชีววิทยาชาวอิตาเลียน

- ได้ทำการทดลองโดยผสมน้ำข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ แบ่งเป็น 19 ส่วน ใส่คณโฑแก้วอุดจุกแน่นด้วยสำลีแล้วนำไปแช่น้ำร้อนที่กำลังเดือดนาน 1 ชม. จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นลง ต่อมาทิ้งไว้นาน ๆ นำมาตรวจดูไม่พบ จุลินทรีย์เกิดขึ้น

- ในศตวรรษที่ 19 หลุยส์ ปาสเตอร์

- ชาวฝรั่งเศสได้ทดลองให้เห็นว่าจุลินทรีย์เกิดขึ้นเองไม่ได้

- พิสูจน์ว่าสมช. เกิดจากสมช. ชนิดเดียวกัน

- โดยได้นำน้ำที่มีอาหารเลี้ยงจุลินทร์ใส่ลงไปในคณโฑปากแคบ คล้ายหลอดยาวตัดให้โค้งงอเป็นรูปตัว S นำไปตั้งไฟจนเดือดแล้วปล่อยให้เย็นลง เมื่อเวลาผ่านไปเป็นเดือนนำน้ำมาตรวจไม่พบจุลินทรีย์ โดยที่จุลินทรีย์จากอากาศจะตกอยู่บริเวณปากคณโฑที่โค้งงอนั้นไม่ลงไปถึงน้ำ

- ปาสเตอร์ ได้พบว่าเหล้าไวน์ที่เกิดบูดเปรี้ยวนั้นเนื่องจากมี bact. บางชนิดลงไป

- ตั้งสมมติฐานว่า “ คนและสัตว์ที่เป็นโรคน่าจะเกิดจาก bact. ด้วย ”

- ต่อมาได้รับการสนับสนุนจนเป็นทษ. “ ทฤษฎีเชื้อโรค ”

- โรเบิร์ต คอคซ์ (Robert Koch)

- ชาวเยอรมัน

- ศึกษาและพิสูจน์ว่า โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax)

- เป็นโรคระบาดในสัตว์พวกโค กระบือ ตาย

- เกิดจาก bact. พวกบาซิลลัส

- รูป





การทดลองของคอคซ์ สรุปได้ดังนี้

1. เนื่องจากในวัวอาจมี bact. อยู่หลายชนิด มีเกณฑ์อย่างไรในการ เลือก bact. ชนิดใดมาเลี้ยง

เกณฑ์ คือ นำเลือดจากวัวหลาย ๆ ตัวที่เป็นโรคชนิดเดียวกันแล้วตรวจหาจุลินทรีย์ในเลือดเหล่านั้น จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคชนิดใดชนิดหนึ่งย่อมจะมีอยู่ในวัวทุก ๆ ตัวที่เป็นโรคชนิดนั้น

2. ภายหลังจากที่ฉีด bact. ที่เลี้ยงไว้เข้าในวัว ถ้าวัวไม่เกิดโรคเราจะสรุปอย่างไร และควรจะทำอย่างไรต่อไป

สรุปได้ว่า bact. ชนิดนั้นอาจไม่ใช่เป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรค หรือมิฉะนั้นอำนาจที่ทำให้เกิดโรคถูกต้านทานโดยบางสิ่งบางอย่างในวัวนั้น หรือมีการปป. เกิดขึ้นใน bact. นั้น สิ่งที่ควรทำต่อไปคือทดลองกับวัวหลาย ๆ ตัวและหลาย ๆ ครั้ง

3. ในกรณีที่วัวเป็นโรค เราจะสรุปได้หรือไม่ว่า bact. ชนิดนั้นทำให้วัวเกิดโรค อาจมีสาเหตุใดอีกบ้างไหมนอกจากการได้รับ bact. ที่ฉีดเข้าไป

ยังสรุปไม่ได้ บางทีวัวอาจได้รับ bact. ชนิดอื่นก่อนได้รับการฉีด bact. ที่เราเลี้ยงไว้

4. มีเหตุผลอย่างไรในการแยก bact. ออกจากวัวมาเลี้ยงอีกครั้งหนึ่งเพื่อเปรียบเทียบกับ bact. ชุดแรก ถ้าไม่ทำจะได้หรือไม่

เพื่อยืนยันว่า bact. ที่เราเลี้ยงไว้ทำให้เกิดโรคนั้น ถ้าไม่ทำก็สรุปไม่ได้ ดังเหตุผลที่ได้ตอบในข้อ 3



ไข้กาฬหลังแอ่น bact. Meninggococcus

โรคเรื้อน bact. Mycobacterium leprae

ไข้ดำแดง bact. Scarlatina anginosa

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ bact. Neisseria meningitides

ฝีฝักบัว bact. Staphylococcus sp.

โรคพิษอาหารกระป๋อง bact. Clostridium botulinum



ความสำคัญของแบคทีเรีย

1. ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ

- ปอดบวม เกิดจาก bact. Diplococcus pneumonia

- อหิวาตกโรค Vibrio cholerae

- คอตีบ Corynebacterium deptheria

- ไอกรน Bordetella pertussis

- บาดทะยัก Clostridium tetani

- วัณโรค Mycobacterium tuberculosis

- โรคเรื้อน Mycobacterium leprae

- ซิฟิลิส Treponema pallidum

- ไทฟอยด์ Salmonella typhosa

- กาฬโรค Poateurella peatis

- บิดไม่มีตัว หรือท้องร่วง Shigella dysenteriae

- หนองในแท้ Gonococcus gonorrhoeae

- แอนแทรกซ์ Bacillus anthracis

- โรคแผลพุพองตามผิวหนัง Staphylococcus aureus



2. ทางด้านอุตสาหกรรม เช่น

- นมเปรี้ยว Lactobacillus sp.

- ผักดอง Bacillus mesentericus

- น้ำส้มสายชู Acetobacter pasteurianum

- บ่มยาสูบ Bacillus subtilis

- ฟอกหนัง และฟอกป่าน

- สกัดเอนไซม์เติมในผงซักฟอก



3. ทางด้านการเกษตร

- bact. Rhizobium ในปมรากพืชตระกูลถั่ว

- N2 NO3

- bact. Clostridium

- N2 ช่วยสร้าง NO3 ได้



4. ทางด้านนิเวศวิทยา

- bact. ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ให้อยู่ในรูปที่เป็น ประโยชน์ต่อผู้ผลิต ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของสารเป็นวัฏจักร



5. ทางพันธุศาสตร์

- ใช้ bact. เป็นตัวอย่างในการศึกษาค้นคว้าทางพันธุกรรม และทาง วิศวพันธุศาสตร์ (genetic engineering)



6. ทางเภสัชกรรม

- นำ bact. มาผลิตสารปฏิชีวนะใช้รักษาโรค Phylum Cyanophyta

- ได้แก่ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ซึ่งมีลษ. ดังนี้

1. เป็นเซลล์เดี่ยวแบบ prokaryotic cell ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส และไม่มี ออร์กาเนลล์ชนิดที่มีเยื่อหุ้ม

2. ภายในเซลล์ไม่มีเม็ด chloroplast หรือไม่มีเม็ดสี (plastid)

- แต่มี Chlorophyll a คาโรทีน (carotene) phycoerythrin มีสีแดง และ phycocyanin มีสีน้ำเงินเป็นองค์ประกอบอยู่

- phycocyanin เป็นรงควัตถุสีน้ำเงินมีปริมาณมาพอ ๆ กับ Chlorophyll จึงทำให้มองเห็นสาหร่ายชนิดนี้มีสีเขียวแกมน้ำเงิน และสามารถสังเคราะห์แสงได้เหมือนสาหร่ายทั่ว ๆ ไป

- ไม่มีคลอโรพลาสต์ แต่สังเคราะห์แสงได้

3. การเรียงตัวของเซลล์อาจอยู่เป็นเดี่ยว ๆ เป็นกลุ่ม หรือเซลล์ต่อกันเป็นสายมักจะมีเมือกหุ้มจึงมีลักษณะอื่น

4. การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ คือ

- มีการแบ่งจาก 1 เป็น 2

- พวกที่อยู่เป็นกลุ่มหรือเป็นสายมักจะเกิดการหักหรือขาดออกจากกันเป็นท่อนๆ fragmentation

5. ในพวกที่เป็นสาย มีการสร้างเซลล์พิเศษเรียกว่า akinete หรือ heterocyst

- สามารถต้านทานต่อภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ดี

- เมื่อพบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมดีจะเจริญเติบโตต่อไป

6. แหล่งที่พบ พบในแหล่งน้ำทั่วๆ ไป แม้ในบ่อน้ำพุที่มีอุณหภูมิ 85 – 90o C หรือหิมะที่เย็นจัด

- ที่ชื้น เช่น เปลือกไม้

- พบเห็นได้ง่ายที่สุดคือร่องน้ำที่ชื้นแฉะ ฝ้าสีเขียวคล้ำทั้งหลาย ส่วนมากเป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินมีหลายชนิด

- พวกที่เป็นเซลล์เดี่ยว เช่น Chlorococcus Gloeocapsa

- พวกที่เป็นสาย เช่น Oscillatoria Nostoc Anabaena Spirulina Lyngbya sp. Rivularia sp.

- พวกเป็นกลุ่ม เซลล์ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม จะมีสารเมือกห่อหุ้มเอาไว้มากมักลอยเป็นอิสระในน้ำ บางครั้งอาจจะขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วทำให้แหล่งน้ำเป็นสีเขียวคล้ำเรียกกันว่า “water bloom” เช่น Microcystis, Merismopedia sp. Eucapsis sp.



ความสำคัญของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน

1. ผู้ผลิตในระบบนิเวศ มีความสำคัญในแง่เป็นอาหารของสัตว์น้ำและเพิ่ม O2 จำนวนมากให้แก่แหล่งน้ำ เนื่องจากเพิ่มปริมาณเร็วและสามารถสังเคราะห์แสงได้

2. สาหร่ายสไปรูไลนา (Spirulina makima) มีโปรตีนสูงมากถึง 63 – 68% ซึ่งเป็นสาหร่ายที่มีโปรตีนสูงสุดชื่อสามัญว่า สาหร่ายเกลียวทอง นำมาใช้เป็นอาหารให้โปรตีนได้

3. สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินบางชนิดมีความสำคัญทางเกษตรกรรม คือ สามารถตรึงไนโตรเจนให้เป็นสารประกอบไนเตรตซึ่งเป็นปุ๋ยบำรุงดินและประโยชน์ต่อพืช เช่น

3.1 Anabaena และ Nostoc ที่อยู่ในโพรงกลางใบของแหนแดง ซึ่งมีความสัมพันธุ์แบบภาวะที่ต้องพึ่งพา ดังนั้นจึงนิยมเลี้ยงแหนแดงในนาข้าว เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตในนาข้าวได้ดีเท่าๆ กับการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตรา 5 – 6 kg/ไร่

3.2 Oscillatoria



- ดำรงชีพเป็นอิสระในดินหรือจากน้ำเค็ม

1. ทำให้เกิดมลพิษของน้ำ เช่น สาหร่ายสีเขียว Microcystis จะหลั่งสาร Hydroxylamine ออกมาในน้ำ

- ถ้ามีมากๆ จะทำให้วัว ควาย ที่ไปดื่มน้ำในบ่อตาย ทำให้เกิด “water bloom”

2. สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินบางชนิดอาศัยแบบภาวะที่ต้องพึ่งพากับรากลายเป็นไลเคนส์ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกในกระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่ในที่แห้งแล้งและเป็นสิ่งมีชีวิต ที่ใช้ตัวชี้มลพิษของอากาศที่เกิดจาก H2 S
sanookQQ 1814694 (IP:203.151.140.116,203.113.45.132,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 199 2 ต.ค. 2548 (15:16)
สาหร่ายไรเหรอที่เค้านำมาสกัดเอาธาตุไอโอดีนมาผลมทำเกลืออนามัยอ่ะ
SSS (IP:203.114.118.248,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 201 8 ต.ค. 2548 (00:18)
ผมอยากจะได้รูป ตัวต่อ ใครมีบ้างหรือ เจอที่หนังสือ ขอบความอนุเคราะด้วยครับ รูปตัวต่อจะๆๆ จะขอบพระคุณมากเลยครับ

ถ้าเจอส่งมาให้หน่อยนะครับ

ขอบคุณครับ
jonse901@thaimail.com (IP:203.157.254.1,203.157.32.241,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 202 9 ต.ค. 2548 (16:34)
อยากได้การจัดหมวดหมู่ของส.ม.ช. ที่แบ่งเป็น kingdom order

genus family class phylum species ของปาล์มัพด

ปาล์มจีน

ปาล์มสิบสองปันนา

ปาล์มขวด

ปาล์มแชมเปน

ปาล์มหมากเหลือง

หมากแดง

กะพ้อ

เต่าร้าง

ของปาล์มทั้งหลายของเถอะค่ะส่งมาที่ e - mail ข้างบนนะคะ่ขอบคุณมากค่ะ
bo_jung_pipe@hotmail.com (IP:202.129.4.163,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 207 20 ต.ค. 2548 (14:55)
เนื่องจากอยู่ป่า อินเตอร์เน็ตเพิ่งจะได้ใช้ค่อนข้างสะดวกวันนี้ จึงรีบหาข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรของเห็ดที่จัดใหม่ ที่อยากได้นานแล้ว เพิ่งจะได้ชัวร์ ๆ วันนี้แหละ แบบฟรี (สัปดาห์ที่แล้วไปเดินที่ศูนย์หนังสือธรรมศาสตร์ เจอชีววิทยา 2 มีเนื้อหาที่อยากได้นี้ประมาณ 10 หน้า แต่แพง เลยงดก่อน) จึงต้องขอบคุณหลายเด้อ จากครูเกษตร
urai@kasetyaso.com (IP:61.19.127.58,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 209 22 ต.ค. 2548 (23:35)


แต่ละคนสุดยอดทั้งนั้นเลยครับ



ดูภาพไปก่อนนะครับ
20630

ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2797 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 210 22 ต.ค. 2548 (23:37)


20631
เห็ดครับ

ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2797 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 211 22 ต.ค. 2548 (23:49)


20632
อีกหนึ่งอาณาจักรครับ

ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2797 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 213 23 ต.ค. 2548 (10:34)
เมื่อคืน ( 23/10/48)

มีความคิดเห็นที่ 112 เป็นผู้หญิง ขอข้อมูลเกี่ยวกับ ราเมือก (Slime mold) ไม่เกินวันที่ 24 นี้ จากผม ไม่ทราบว่า หายไปไหน ถูกลบหรือเปล่า สำหรับความคิดเห็นนี้
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2797 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 215 30 ต.ค. 2548 (11:09)


20633
แสดงวิวัฒนาของอาณาจักรทั้ง 5

ภาพ : http://www.lesaproject.com

ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2797 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 216 1 พ.ย. 2548 (21:26)
ไวรัส ไวรอยด์ คืออารายเหรอ ช่วยตอบทีน่ะค่ะ
boamon_3@hotmail.com (IP:202.44.14.194,10.1.9.61,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 219 7 พ.ย. 2548 (17:31)
ราที่ขนมปังคือราชนิดใด..................โปรดตอบที
nongning_001@hotmail.com (IP:58.11.5.27,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 220 7 พ.ย. 2548 (17:53)
ขอข้อมูลของพืชดอกหน่อยสิค่ะ แล้วก้อพืชที่มีเยื่อลำเลียงที่มีเมล็ด
m2_amay@hotmail.com (IP:58.10.101.220,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 222 9 พ.ย. 2548 (17:49)
ให้ความรู้ดีมีประโยชน์แก่คนที่เรยนเกี่ยวกับอานาจักรต่างๆ
sa (IP:158.108.105.57,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 223 9 พ.ย. 2548 (17:55)
อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับสาหร่ายต่างๆไม่ว่าจะเป็น สาหร่ายสีเขียวสาหร่ายสีแดง สาหร่ายสีทอง พร้อมทั้งบอกประโยชน์และโทษของสาหร่ายนั้น ขอบพระคุณคะ
saney (IP:158.108.105.57,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 225 12 พ.ย. 2548 (07:32)
อยากทราบรายละเอียดของโดเมนที่แบ่งใหม่ของ 3 โดเมน คือ 1. โดเมนยูคาริยา

2. โดเมนอาเคีย

3. โดเมนแบคทีเรีย
joyly41@hotmail.com (IP:202.12.97.111,10.66.211.7,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 228 15 พ.ย. 2548 (15:00)
อยากทราบเรื่องระบบนิเวศขอนไม้ผุค่ะ
น้ำตาล (IP:58.136.89.33,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 229 15 พ.ย. 2548 (17:00)
บอกชื่อวิทยาศาสตร์ของ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินหน่อยนะคะ แล้วก็ลักษณะภายนอกที่เรามองน่ะค่ะ ว่าเป็นยังไง ค่ะ ขอบคุณค่ะ
conankung1412@thaimail.com (IP:202.129.48.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 230 17 พ.ย. 2548 (11:28)
แล้วยูกลีนาอะ

เรากำลังทำ รายงานอยู่ แต่ทำเป็น powerpoint

คิดว่าเนื้อหามานน้อยไปหน่อยอะ
meow_dum@hotmail.com (IP:202.29.44.105,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 231 19 พ.ย. 2548 (13:24)
อยากทราบเกี่ยวเรื่องรา โดยเฉพาะราขนมปังค่ะ
ไม่รู้ (IP:203.113.60.71,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 232 19 พ.ย. 2548 (17:58)
แนะนำลิงค์ที่เกี่ยวข้องอาณาจักรทั้ง 5


http://www.lesa.in.th/bio/evolution/evolution.htm
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2797 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 233 21 พ.ย. 2548 (17:45)
เชื้อราที่ขนมปังเกิดขึ้นได้อย่างไร
nongning_001@hotmail.com (IP:58.11.5.68,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 236 23 พ.ย. 2548 (18:23)
ลักษณะของแต่ละคลาสและไฟลัมเป็นยังไงบอกหน่อยนะ
tharn_24@hotmail.com (IP:203.113.32.9,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 237 24 พ.ย. 2548 (10:46)
อยากได้รูปประกอบเกี่ยวกับไฟลัมพอริเฟอรา และดิวิชันไซโลไฟตาช่วยส่งมาให้ดูหน่อยสิค่ะ
อ้อม (IP:203.188.25.212,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 238 24 พ.ย. 2548 (10:47)
อยากได้รูปเกี่ยวกับสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินและผลรวม ผลกลุ่ม ผลเดี่ยว
ปุ๋ย (IP:203.188.25.212,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 239 24 พ.ย. 2548 (10:51)
อยากรู้เรี่องเกี่ยวกับผลรวม ผลกลุ่ม ผลเดียว และขอภาพประกอบ ขอบคุญค่ะ
อ้อม (IP:203.188.25.212,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 240 24 พ.ย. 2548 (18:35)
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับ actinomyces ค่ะ ช่วยหน่อยนะคะ จำเป็นจริงๆค่ะ
kk (IP:202.28.27.4,10.30.1.6,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 241 25 พ.ย. 2548 (21:16)
อยากรู้เรื่องอาณาจักรฟังไจนะ เอาแบบสรุปย่อๆในหนังสือ สสวท ใครพอจะบอกเราได้บ้าง ช่วยรีบตอบหน่อยนะ ขอบคุณ
น้ำ (IP:203.172.114.61,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 242 27 พ.ย. 2548 (23:02)
อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับไฟลัมเนมาโทดาทั้งหมด ช่วยบอกให้หน่อยครับ หรือส่งมาทางเมล์ก็ได้ครับ รีบๆตอบด้วยนะครับเพราะผมต้องส่งรายงานวันอาทิตย์หน้าแล้ว
grandzero12@hotmail.com (IP:203.188.44.152,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 243 28 พ.ย. 2548 (20:56)
อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังหรือจะแนะนำ web site ก็ได้ ผมจะเอาไปทำรายงานนะคร๊าบ ใครที่เก่งๆ ช่วยผมที ?
sakon_cos1@hotmail.com (IP:203.118.82.142,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 244 28 พ.ย. 2548 (21:19)
species เป็นพื้นฐานในการจัดหมวดหมู่สิ่งมีชีวิต เรียงจากใหญ่ไปเล็กสุดคือ

kindom

phylum

class

order

family

genus

species

ป.ล. เราอยู่ม.1เหมือนกัน
jj_jamjung@hotmail.com (IP:203.209.109.94,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 245 29 พ.ย. 2548 (22:09)
เชื้อราเกิดจากไวรัส
yoman (IP:203.156.26.110,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 246 30 พ.ย. 2548 (21:46)
อยากได้ตารางเปรียบเทียบลักษณะสิ่งมีขชีวิตใน 5 อาณาจักร เช่น ออร์แกเนลล์ที่มีเยื่อหุ้ม จำนวนโครโมโซมและโปรตีนฮีสโตน ค่ะ
jj_jamjung@hotmail.com (IP:203.209.107.96,,)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม