ระบบนิเวศ

โพสต์เมื่อ: 20:20 วันที่ 13 ธ.ค. 2548         ชมแล้ว: 88,410 ตอบแล้ว: 96
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
อย่าทราบเรื่องระบบนิเวศอย่างละเอียดค่ะ


mom(61.19.181.202,,)

จำนวน 78 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 23 พ.ค. 2549 (10:45)
จะไปห้ามไม่ให้เขาทราบได้ไง
พ่อตาเรียกพี่ (IP:203.172.187.114,192.168.0.66,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 15 มิ.ย. 2549 (16:51)
จะเป็นคนดีและจะตั้งใจเรียน
jubjang@hotmail.com (IP:58.9.124.38,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 21 ก.ค. 2549 (18:55)
ใครทราบเรื่องระบบนิเวศเมลมาบอกหน่อยนะค่ะ
kam_sasa06@hotmail (IP:203.151.24.17,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 23 ก.ย. 2549 (15:28)
นิยามของระบบนิเวศ



ระบบนิเวศ หมายถึง หน่วยของความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่แหล่งใดแหล่งหนึ่ง ความสัมพันธ์นี้มี 2 ลักษณะคือ ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต กับ สิ่งไม่มีชีวิตที่แวดล้อมอยู่และในขณะเดียวกันก็จะมีความสัมพันธ์อีกลักษณะหนึ่ง คือ ความเกี่ยวโยงพึ่งพากันหรือการส่งผลต่อกันระหว่างสิ่งมีชีวิตด้วยกันเอง

กลุ่มสิ่งมีชีวิต



สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรามีทั้งสิ่งมีชีวิต ได้แก่ พืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ และสิ่งที่ไม่มีชีวิต เช่น ดิน หิน น้ำ อากาศ ทั้งสองกลุ่มนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ



นอกจากนี้สิ่งไม่มีชีวิตที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อการดำรงชีวิต ได้แก่ ตึก บ้าน ถนน เสาไฟฟ้า รถยนต์ ฯลฯ และศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อการอยู่รวมกันในสังคม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เรียกว่า สิ่งแวดล้อม



สิ่งมีชีวิตหลายๆ ชนิดทั้งพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่รวมกันในแหล่งที่อยู่ใดที่อยู่หนึ่ง เรียกว่า



"กลุ่มสิ่งมีชีวิต" กลุ่มสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่อาศัยหนึ่งจะมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เช่น เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่เลี้ยงดูลูกอ่อนและเป็นแหล่งอาหาร

ความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ



กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันในแหล่งที่อยู่แต่ละแห่งนั้น จะมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันทั้งในลักษณะที่พึ่งพาอาศัยกันในรูปแบบต่างๆ และการแก่งแย่งแข่งขันกัน เป็นความสัมพันธ์ทางชีวภาพ กลุ่มสิ่งมีชีวิตยังมีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมของแหล่งที่อยู่ ซึ่งเป็นสภาพทางกายภาพ ได้แก่ ดิน น้ำ แร่ธาตุ แสงสว่าง และอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ทั้งหมดดังกล่าวประกอบกันเป็นระบบนิเวศ



ความสัมพันธ์ทั้งสองลักษณะจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กันและมีอยู่ในระบบนิเวศทุกระบบแสดงว่าชีวิตทั้งหลายไม่อาจอยู่ได้อย่างโดดเดี่ยว โดยปราศจากการเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับองค์ประกอบอื่นๆ ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับที่กล่าวนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้บรรดาชีวิตทั้งหลายอยู่รอดได้ ชีวิตหนึ่งจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีชีวิตอื่น ๆ และองค์ประกอบอื่น ๆ อยู่ด้วย

ความสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิต



ในระบบนิเวศหนึ่ง ๆ จะมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตและมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ที่สำคัญคือการกินเป็นห่วงโซ่อาหาร ทำให้มีการถ่ายทอดพลังงานในโมเลกุลของอาหารต่อเนื่องเป็นลำดับจากพืชซึ่งเป็นผู้ผลิตขั้นต้น (Producer) สู่ผู้บริโภคพืช (Herbivore) ผู้บริโภคสัตว์ (Carnivore) กลุ่มผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์ (Omnivore) และผู้ย่อยอินทรีย์สาร (Decomposer) ตามลำดับในโซ่อาหาร



โดยรูปแบบความสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิตยกตัวอย่างได้ดังนี้

สิ่งมีชีวิต รูปแบบความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ ลักษณะความสัมพันธ์

มดดำกับเพลี้ยอ่อน ได้ประโยชน์ร่วมกัน + + มดดำจะดูดน้ำเลี้ยง (อาหาร) จากเพลี้ยอ่อนทางทวารหนักและคาบเพลี้ยอ่อนไปวางตามที่ต่าง ๆ เพื่อหาแหล่งดูดน้ำเลี้ยงต่อไป ซึ่งทำให้เพลี้ยอ่อนได้แหล่งอาหารใหม่ ๆ

นกเอี้ยงกับควาย ได้ประโยชน์ร่วมกัน + + นกเอี้ยงเกาะบนหลังควายเพื่อ คอยกินเห็บหรือแมลงอื่น ๆ บนหลังควาย ทำให้ควายสบายตัวขึ้น

ต่อไทรกับลูกไทร พึ่งพาอาศัยกัน + + ต่อไทรเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดอกไทร มีลักษณะพิเศษที่อัดตัวกันแน่นจนมองคล้ายลูกไทร ภายในลูกไทรมีทั้งดอกตัวเมีย ดอกตัวผู้ และ ดอกกัล ซึ่งเป็นดอกที่ตัวต่อไทรเข้าไปอาศัยอยู่ ต่อไทรจะทำหน้าที่ผสมเกสรให้โดยบินออกจากลูกหนึ่งไปผสมยังอีกลูกหนึ่ง ทำให้ต้นไทรยังคงสืบพันธุ์ต่อไปได้ ต่อไทรจะอาศัยในลูกไทรตลอดชีวิตวน-เวียน เป็นวัฏจักรตลอดไป

กาฝากกับต้นไม้ใหญ่ ปรสิต + - กาฝากเป็นพืชที่อาศัยบนต้นไม้อื่น โดยไชชอนรากเข้าไปดูดน้ำเลี้ยงจากต้นไม้ที่อาศัยอยู่

พยาธิกับคน ปรสิต + - พยาธิเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่ในสัตว์อื่น และทำลายสัตว์อื่น

เฟิร์นกับต้นไม้ใหญ่ อิงอาศัย - - เฟิร์นเป็นต้นไม้ใหญ่ที่อาศัยบนต้นไม้อื่น แต่ไม่เบียดเบียนต้นไม้อื่น เพียงแต่อาศัยร่มเงาและความชื้น เพื่อการดำรงชีวิต

เหาฉลามกับปลาฉลาม อิงอาศัย - - เหาฉลามเป็นปลาชนิดหนึ่งที่เกาะติดอยู่กับปลาฉลามคอยอาศัยเศษอาหารจากปลาฉลามที่เล็ดลอดออกมา

โซ่อาหาร



โซ่อาหารจะเริ่มต้นที่พืชสร้างอาหารด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสง สะสมน้ำตาลและแป้งไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของพืช จากนั้นบรรดาสัตว์กินพืช เรียกว่า ผู้บริโภคพืช ได้แก่ กวาง กระต่าย วัว ควาย จะกินพืชเป็นอาหาร แต่ในขณะเดียวกันสัตว์กินพืชก็จะถูกเสือ สิงโต งู จระเข้ สุนัขจิ้งจอก คอยตะครุบเหยื่อกินเป็นอาหารอีกทอดหนึ่ง เรียกสัตว์พวกนี้ว่า ผู้บริโภคสัตว์ สัตว์บางชนิดกินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหารเรียกว่า ผู้บริโภคพืชและสัตว์ เช่น มนุษย์ สุนัข แมว ฯลฯ สัตว์ที่ออกล่าสัตว์อื่นกินเป็นอาหารเป็น ผู้ล่า เช่น เสือ สิงโต สัตว์ที่ตกเป็นอาหารของผู้ล่าเรียกว่า เหยื่อ



มนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับโซ่อาหาร เพราะมนุษย์เป็นผู้บริโภคพืชและสัตว์ หากมนุษย์ใช้สารกำจัดศัตรูพืชในการเกษตรอาจเกิดสารพิษตกค้าง และส่งผลต่อเนื่องเข้าไปในโซ่อาหาร

ปัจจัยที่มีผลต่อการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต



การดำรงชีวิตของสัตว์ในแต่ละแหล่งที่อยู่ สิ่งมีชีวิตจะมีโครงสร้างและพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต สิ่งมีชีวิตบางชนิดจะมีการลดรูปใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำ สิ่งมีชีวิตบางชนิดจะสะสมไขมันตามร่างกาย เพื่อช่วยในการดำรงชีวิตในแหล่งที่อยู่ที่มีอากาศเย็นจัด สิ่งมีชีวิตบางชนิดจะมีลักษณะร่างกายกลมกลืนกับธรรมชาติหรือบริเวณที่อาศัย

ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ



สิ่งที่มนุษย์เราได้รับจากระบบนิเวศวิทยาที่มีอยู่ตามธรรมชาตินั้นมีอยู่มากมายที่เห็นได้ชัด คือประโยชน์ทางตรง เช่น วัสดุธรรมชาติมีคุณค่าต่อทั้งเศรษฐกิจและสังคม โดยสามในสี่ของประชากรโลกนั้นใช้พืชสมุนไพรจากป่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังพัฒนา ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้วมีอุตสาหกรรมผลิตยาที่สกัดจากวัสดุธรรมชาติมูลค่านับแสนล้านบาท



มนุษย์นั้นพึ่งพาอาศัยสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น พืช สัตว์ และจุลินทรีย์ นอกจากได้ใช้สิ่งมีชีวิตต่างๆ เป็นยาดังกล่าวแล้ว อาหารทั้งหมดและวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมก็ได้จากสิ่งมีชีวิตที่พบในธรรมชาติหรือที่มนุษย์นำมาเพาะเลี้ยง ปลาส่วนใหญ่ที่บริโภคก็ได้จากธรรมชาติ ส่วนป่านั้นเป็นที่รวมสรรพสิ่งมีชีวิตไว้มากมายพืชเกษตรหลายชนิดกำเนิดมาจากป่า ไม่ว่าจะใช้เป็นอาหารและเป็นไม้ประดับก็ตาม ตลอดเวลา 50 ปี ที่ผ่านมาได้นำพืชในตระกูลของพืชเกษตรมาใช้ปรับปรุงพันธุ์ทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น



ทรัพยากรที่เป็นสิ่งมีชีวิตสามารถเป็นธุรกิจท่องเที่ยวที่สำคัญได้เช่นกัน การท่องเที่ยวในอุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านำเงินตราเข้าประเทศและทำให้เงินหมุนเวียนภายในประเทศมากขึ้น อยู่ หรือบางชนิดจะมีพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อการอยู่รอด สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากบรรพบุรุษ และแสดงให้เห็นถึงการคัด-เลือกโดยธรรมชาติ เพราะสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะโครงสร้างไม่เหมาะสมต่อแหล่งที่อาศัยอยู่ก็จะตายไปหรือลดจำนวนลง
... (IP:58.8.190.143,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 23 ก.ย. 2549 (15:29)
ขอโทดค่ะ ทำชุ่ยไปหน่อย
... (IP:58.8.190.143,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 8 ต.ค. 2549 (09:26)
อยากทราบเกี่ยวกับระบบนิเวศต่าง เช่น ระบบนิเวศแบบทุ่งหญ้า

ทุนด้า ฯลฯ
- (IP:203.156.61.249,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 21 พ.ย. 2549 (13:41)
ดุลยภาพของระบบนิเวศ คืออารายค่ะ บอกหน่อยได้ไหม
เบลล์ (IP:58.181.205.219,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 22 พ.ย. 2549 (09:12)
ข้อมูลเบื้องต้นใช่ได้
tani- -ok88@hotmail.com (IP:202.29.50.249,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 24 พ.ย. 2549 (00:25)
ดุลยภาพของระบบนิเวศ น่าจะหมายถึงสมดุลของระบบนิเวศนั่นเอง กล่าวคือในแต่ละระบบนิเวศจะมีการถ่วงดุลเพื่อให้ระบบนิเวศนั้นสามารถคงอยู่และดำเนินต่อไปได้ เช่น ต้นไม้มีศัตรูพืชเป็นพวกหนอน แต่หนอนเหล่านี้ก็เป็นอาหารของนก กล่าวคือ ถ้าไม่มีหนอน พืชก็จะเจริญเติบโตแพร่พันธุ์มากมาย ถ้าไม่มีนก หนอนก็จะทำลายพืชและเจริญเติบโตมากมายเช่นเดียวกัน ดังนั้น สิ่งใดสิ่งหนึ่งในระบบนิเวศจะข้อจำกัดหรือสิ่งมาควบคุมสิ่งนั้นๆ เสมอเพื่อไม่ให้มีการเพิ่มจำนวนมากเกินไปหรือลดจำนวนมากเกินไป ซึ่งอาจจะส่งผลให้ระบบนิเวศนั้นๆ เกิดการเสียสมดุล ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศนั้นได้
pomboy (IP:124.121.113.109,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 15 ธ.ค. 2549 (14:16)
จะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดนำความภาคภูมิใจมาให้พ่อกับแม่ให้ได้ค่ะ
นันทนา เชียงสิน (IP:125.24.135.192)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 31 ม.ค. 2550 (15:19)
การที่จะอยู่ร่วมโลกกับใครให้มีสุข ควรทำให้เขามีสุขก่อน ไม่ทำร้าย เบียดเบียนผู้อื่น ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้ดีอะไรนักหนา
แพร มิกิแก็งค์ (IP:203.113.17.142)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 3 ก.พ. 2550 (17:28)
อยากทราบว่าการท่องเที่ยวเกี่ยวข้องกับ ecology อย่างไรมากมากค่ะ อยากได้คำตอบด่วนเลยคะ
tucknook@gmail.com (IP:125.25.12.113)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 17 ก.พ. 2550 (11:07)
ก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ
sd (IP:203.146.6.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 20 ก.พ. 2550 (16:24)
อยากทราบข้อมูลระบบนิเวศความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในบึง/นก
โอ๋ (IP:202.41.167.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 21 ก.พ. 2550 (09:19)
การรักษาดุลยภาพของระบบนิเวศ คืออะไรครับ
โจ (IP:125.24.129.241)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 28 ก.พ. 2550 (13:35)
ดุลยภาพของระบบนิเวศคืออะไร เอาอย่างระเอียดเลยนะค่ะ เพราะต้องทำรายงานส่งค่ะ ช่วยบอกด้วยนะค่ะ
โบว์ (IP:203.113.15.234)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 3 มี.ค. 2550 (16:32)
ระบบนิเวศ

สิ่งแวดล้อม คือ สรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา แบ่งออกเป็น 2 องค์ประกอบใหญ่ คือ สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ ได้แก่ มนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก และอีกองค์ประกอบหนึ่ง คือสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ คือ ดิน น้ำ ป่าไม้ อากาศ แสง ฯลฯ และสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นได้แก่ สิ่งก่อสร้าง โบราณสถาน ศิลปกรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม เป็นต้น

สิ่งแวดล้อมแต่ละบริเวณจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิศาสตร์ และสภาพภูมิอากาศ ทำให้กลุ่มสิ่งมีชีวิต(community) อาศัยอยู่ในบริเวณแตกต่างกันไปด้วย ดังตัวอย่างในสระน้ำแห่งหนึ่งดังภาพ



การหมุนเวียนของสารในระบบนิเวศ

แร่ธาตุและสารต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบในระบบนิเวศเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เช่น ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจน และน้ำ จะมีปริมาณค่อนข้างคงที่ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตใช้สารเหล่านี้ในกระบวนการดำรงชีพ และมีการปล่อยสารดังกล่าวกลับคืนสู่ธรรมชาติหมุนเวียนอยู่เป็นวัฏจักร

การหมุนเวียนน้ำในระบบนิเวศ พื้นผิวโลกของเรามีส่วนที่เป็นแหล่งน้ำเป็นองค์ประกอบถึง 3 ส่วน ร่างกายของสิ่งมีชีวิตก็มีน้ำเป็นองค์ประกอบใหญ่ น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตอย่างยิ่งในระบบนิเวศ เป็นตัวกลางของกระบวนการต่างๆในสิ่งมีชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด น้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่หมุนเวียนอยู่ในระบบนิเวศดังแผนภาพ

ถ้าพิจารณาจากแผนภาพ จะเห็นว่าน้ำหมุนเวียนอยู่ในระบบนิเวศได้โดยที่น้ำจากแหล่งน้ำต่างๆบนพื้นผิวโลกมีการระเหยกลายเป็นไอน้ำลอยตัวขึ้นสู่บรรยากาศ แล้วรวมตัวเป็นเมฆและควบแน่นเป็นน้ำฝนตกสู้พื้นผิวโลกอีกครั้ง สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องการใช้น้ำในกระบวนการต่างๆ เพื่อการดำรงชีวิต พืชต้องการน้ำในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงและการเจริญเติบโต สัตว์ต้องการน้ำไปใช้ในกระบวนการต่างๆในเซลล์ มนุษย์ใช้น้ำทั้งในการอุปโภคบริโภค

น้ำจากกิจกรรมต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตจะกลับสู่ธรรมชาติอีกเช่นกัน ได้แก่ กระบวนการหายใจ การขับถ่าย กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง การคายน้ำ กระบวนการเหล่านี้มีการปล่อยไอน้ำออกสู่บรรยากาศ แล้วรวมตัวควบแน่นเป็นฝนไหลลงสู่แหล่งน้ำ การใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆของคน ก็มีการปล่อยน้ำกลับคืนสู่ธรรมชาติ น้ำจึงหมุนเวียนอยู่ในระบบนิเวศทำให้คน สัตว์ และพืชได้ใช้ในการดำรงชีพ

การหมุนเวียนไนโตรเจนในระบบนิเวศ ธาตุไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบหลักของอากาศที่ห่อหุ้มโลก สารประกอบไนโตรเจนจะมีอยู่ในดิน ในน้ำ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องการธาตุไนโตรเจนเพื่อสร้างโปรตีนสำหรับการเจริญเติบโต พืชไม่สามารถนำไนโตรเจนที่มีปริมาณมากในอากาศมาใช้ได้

แต่พืชใช้ไนโตรเจนในรูปของสารประกอบ ได้แก่ เกลือแอมโมเนีย เกลือไนไตรต์ เกลือไนเตรต เพื่อนำไปสร้างสารประกอบต่างๆในเซลล์ ส่วนสัตว์ได้รับไนโตรเจนจากการกินอาหารที่ต่อเนื่องมาเป็นลำดับ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดจากพืชมาตามห่วงโซ่อาหารและสารใยอาหาร

กลุ่มสิ่งมีชีวิตพวกจุลินทรีย์หลายชนิดสามารถใช้ไนโตรเจนอิสระได้ เช่น แบคทีเรียไรโซเบียม ในปมรากพืชตระกูลถั่ว แบคทีเรียในดินบางชนิด และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินบางชนิดสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศ แล้งเปลี่ยนเป็นสารประกอบแอมโมเนีย ไนไตรต์ และไนเตรตที่ละลายน้ำได้ พืชจึงนำสารประกอบเหล่านี้ไปใช้ กระบวนการย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตของกลุ่มจุลินทรีย์ก็ได้สารประกอบไนโตรเจนที่พืชนำไปใช้ได้ด้วย ในขณะเดียวกันการย่อยสลายดังกล่าวก็จะได้ไนโตรเจนอิสระกลับคืนสู่บรรยากาศด้วย

การขับถ่ายของสัตว์ ซึ่งสารขับถ่ายอยู่ในรูปสารประกอบไนโตรเจน คือ แอมโมเนีย ก็ทำให้มีไนโตรเจนกลับคืนสู่บรรยากาศเช่นกัน กิจกรรมของสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่างๆ ทำให้ไนโตรเจนมีการหมุนเวียนถ่ายเทจากสิ่งแวดล้อมภายนอกเข้าสู่สิ่งมีชีวิตและออกสู่ธรรมชาติเป็นวัฏจักรดังแผนภาพ

การหมุนเวียนคาร์บอนในระบบนิเวศ ธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของอินทรียสารในร่างกายสิ่งมีชีวิต เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ฯลฯ และยังเป็นสารอนินทรีย์ที่มีอยู่ในระบบนิเวศ ในบรรยากาศมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช การหายใจของสิ่งมีชีวิตจะมีคาร์บอนไดออกไซด์ปลอยออกสู่บรรยากาศรวมทั้งกระบวนการย่อยสลายของกลุ่มผู้ย่อยสลายอินทรียสารก็มีคาร์บอนกลับคืนสู่บรรยากาศด้วย

นอกจากนี้การสะสมของตะกอนอินทรีย์ใต้ผิวโลกเป็นเวลานาน ก็จะแปรสภาพเป็นพลังงานใหญ่ ในรูปของเสื้อเพลิงฟอสซิลต่างๆ ได้แก่ ถ่านหิน และปิโตรเลียม ฯลฯ ซึ่งเป็นแหล่งของธาตุคาร์บอนด้วย

การหมุนเวียนธาตุคาร์บอน เริ่มด้วยแก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศที่ละลายในน้ำฝนทำให้ฝนมีสภาพเป็นกรดคาร์บอนิก ซึ่งเป็นกรดอ่อน ไหลผ่านซากอินทรีย์ ดิน ตลอดจนชั้นหินต่างๆ ทำให้เกิดการสลายของหิน และเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นแคลเซียมไบคาร์บอเนต สะสมอยู่ในแหล่งน้ำ พืชสามารถใช้น้ำได้ทันที ส่วนพืชบกจะได้รับคาร์บอนในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์จากกรหายใจของพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ จากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงต่างๆ ดังนั้นคาร์บอนจึงหมุนเวียนอยู่ในระบบนิเวศอย่างสมดุล ดังแผนภาพ

ปัจจุบันคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมีปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่าภาวะปกติตามธรรมชาติอย่างมาก เนื่องจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม การใช้ยวดยานพาหนะที่เพิ่มขึ้น การใช้สารเคมีบางอย่างที่เพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ประกอบกับการลดปริมาณลงของต้นไม้และป่าไม้

ซึ่งเกินกว่าที่ธรรมชาติจะปรับสภาพให้สมดุลได้ทัน จึงเกิดปัญหามลภาวะทางอากาศตามมา

ในระบบนิเวศยังมีแร่ธาตุอื่นๆ เช่น ซัลเฟอร์ และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นธาตุที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตเช่นกัน ธาตุฟอสฟอรัสมีการหมุนเวียนในระบบนิเวศ ดังภาพ

การหมุนเวียนสารในระบบนิเวศในธรรมชาติ ไม่ได้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง เหมือนกับที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ธาตุต่างๆและสารประกอบจะถ่ายเทไหลเข้าและออกร่วมกันอยู่ภายในระบบนิเวศ

ดังตัวอย่างของการหมุนเวียนแร่ธาตุในระบบนิเวศป่าไม้แห่งหนึ่งที่นักนิเวศวิทยาได้ศึกษาได้ศึกษารวบรวมข้อมูล

ระบบนิเวศป่าไม้เป็นระบบเปิด มีการเลื่อนตัวของแร่ธาตุต่างๆเข้าและออกจากระบบโดยส่วนใหญ่แร่ธาตุในดินจะไหลเข้าสู่ระบบ แร่ธาตุบางส่วนเข้ามาในระบบทางน้ำฝน ส่วนที่หมุนเวียนอยู่ภายในสิ่งมีชีวิตจะเริ่มต้นจากการที่พืชได้รับแร่ธาตุ ซึ่งพืชดูดเข้ามาทางรากและลำเลียงขึ้นไปบนเรือนยอดเพื่อการสังเคราะห์สาร แร่ธาตุดังกล่าวจะสะสมในใบและส่วนต่างๆ เมื่อกิ่งไม้และใบพืชหลุดร่วงลงมาสู่พื้นดิน ก็จะเน่าเปื่อยและถูกย่อยสลายโดยกลุ่มผู้ย่อยอินทรียสารทำให้แร่ธาตุที่สะสมในส่วนของพืชกลับคืนสู่ดินและสะสมอยู่ในดินเป็นปริมาณมาก ในที่สุดก็จะหมุนเวียนกลับไปยังพืชสู่เรือนยอดอีก ดังภาพ

ดังนั้นระบบนิเวศป่า จึงมีความสำคัญมากในการหมุนเวียนสารต่างๆในธรรมชาติ เพื่อให้สิ่งมีชีวิตได้ใช้ในการดำรงชีพ หากมีการทำลายป่าไม้มากขึ้นก็เท่ากับทำลายการหมุนเวียนสาร ซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในระบบนิเวศ สภาพทางกายภาพในระบบนิเวศนี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ระบบนิเวศนี้ก็จะถูกทำลายไป

จากที่กล่าวมาแล้ว นักเรียนจะเห็นว่า ระบบนิเวศทุกชนิดในระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตเป็นโครงสร้างที่แสดงความสัมพันธ์ในแง่ของพลังงานที่มีอยู่ในโมเลกุลของอาหาร ระหว่างกลุ่มมีชีวิตที่เป็นผู้เป็นผู้ผลิต ผู้บริโภคพืช ผู้บริโภคสัตว์ ผู้ย่อยสลายอินทรียสาร และยังมีความสัมพันธ์ในแง่ของการหมุนเวียนสารระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมดังแผนภาพ

การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ

ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานสำหรับโลกของสิ่งมีชีวิต กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตจะเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานที่สะสมไว้ในโมเลกุลของสารอาหาร โดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ได้ผลผลิตเบื้องต้น คือ กลูโคส ในกระบวนการนี้มีแก๊สออกซิเจนปล่อยออกสู่บรรยากาศ พลังงานในโมเลกุลของสารอาหารจะถ่ายทอดจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคลำดับต่างๆ จนถึงผู้ย่อยสลายอินทรียสาร ซึ่งพลังงานจะมีค่าลดลงตามลำดับ เพราะส่วนหนึ่งถูกใช้ในการผลิตพลังงานให้แก่ร่างกายโดยกระบวนการหายใจ อีกส่วนหนึ่งสูญเสียไปในรูปของพลังงานความร้อน ดังนั้นลำดับการถ่ายทอดพลังงานในโซ่อาหารจึงมีความยาวจำกัด โดยปกติจะสิ้นสุดที่ผู้บริโภคลำดับ 4 - 5 เท่านั้น

จากแผนภาพ ผู้ที่ได้รับพลังงานจากพืชเป็นอันดับแรก คือ กระต่าย หนู นกกินพืช ตั๊กแตน จัดเป็นผู้บริโภคอันดับ 1 ส่วน นกกินแมลง แมงมุม แมลงปีกแข็ง จะได้รับการถ่ายทอดพลังงานเป็นอันดับที่ 2 ส่วนเหยี่ยวจัดเป็นผู้บริโภคอันดับที่ 3

เมื่อพิจารณาแบบแผนของการถ่ายทอดพลังงานในโซ่อาหารหนึ่งๆ สามารถเสนอได้ในรูปพิรามิดได้แก่ พิรามิดจำนวนของสิ่งมีชีวิต (pyramit of numbur) ดังแผนภาพ โดยทั่วไปสัดส่วนของจำนวนสิ่งมีชีวิตจะมีลักษณะเป็นรูปพิรามิดฐานกว้าง โดยผู้ผลิต ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดอยู่ตรงตำแหน่งฐานพิรามิด ผู้บริโภคลำดับต่างๆ ที่อยู่ถัดขึ้นไปตามลำดับจะลดลง

ตัวเลขที่อยู่ในพิรามิดแต่ละชั้นแสดงจำนวนสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่ จะเห็นได้ว่าพื้นที่ 1 ตารางเมตรของสระน้ำจืดมีผู้ผลิตอยู่จำนวนมากมาย ส่วนผู้บริโภคแต่ละลำดับจะมีจำนวนลดหลั่นกันไป จนถึงผู้ริโภคลำดับ 3ซึ่งเป็นผู้บริโภคลำดับสุดท้าย ในตัวอย่างพิรามิดจำนวนตามแผนภาพนี้ มี 0.01 ตัวต่อตารางเมตร การที่จำนวนของสิ่งมีชีวิตที่นับได้ ไม่เป็นจำนวนเต็มเนื่องจากเราคำนวณหาจำนวนสิ่งมีชีวิตบริเวณผิวของสระน้ำจืดในพื้นที่ 1 ตารางเมตรเท่านั้น ซึ่งตามความเป็นจริงสระน้ำจืดนี้ มีพื้นที่มากกว่า 1 ตารางเมตร เมื่อคำนวณจำนวนสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้บริโภคอันดับ 3 บนผิวของสระน้ำจืดทุกๆ 1 ตารางเมตร ซึ่งมีจำนวนน้อย ผลลัพธ์จึงไม่เป็นเลขจำนวนเต็ม

พิรามิดของจำนวนสิ่งมีชีวิตอาจไม่จำเป็นต้องมีลักษณะของพิรามิดฐานกว้างเพียงอย่างเดียว ระบบนิเวศสวนลำไยแห่งหนึ่งมีลำไย 200 ต้น และบริเวณต้นลำไยเป็นแหล่งที่อยู่ของกลุ่มสิ่งมีชีวิตหลายชนิด ได้แก่ ผึ้ง แมลงวันทอง นก นกฮูก จะเห็นได้ว่าผึ้ง และแมลงวันทองที่อาศัยกินน้ำหวานจากดอกลำใยนั้นมีจำนวนมากกว่าต้นลำใยหลายเท่า พิรามิดจำนวนสิ่งมีชีวิตของระบบนิเวศนี้จึงมีลักษณะดังแผนภาพ

การเสนอข้อมูลในรูปของพิรามิดจำนวน อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ เพราะสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะมีขนาดเล็กเพียงเซลล์เดียว เช่น สาหร่ายเซลล์เดียว หรือสัตว์หลายเซลล์ และมีขนาดใหญ่ เช่น ไส้เดือนดินก็จะถูกนับเป็นหนึ่งเท่ากันหมด ทั้งที่ตามความเป็นจริงแล้วปริมาณอาหารที่ผู้บริโภคจะได้รับจากสิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิดนี้แตกต่างกันมาก

ดังนั้นนักนิเวศวิทยาจึงเสนอในรูปของพิรามิดมวลของสิ่งมีชีวิต(pyramids of mass)โดยการคาดคะเนมวลของน้ำหนักแห้งของสิ่งมีชีวิตแต่ละลำดับแทนการนับจำนวน ทั้งนี้เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องตามความเป็นจริงมากขึ้น ดังตัวอย่างในภาพ

จำนวนหรือมวลของสิ่งมีชีวิตก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปแต่ละช่วงเวลา และอัตราการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตก็แตกต่างกัน เช่น ต้นสัก แม้ว่าจะมีมวลหรือปริมาณมากกว่าสาหร่ายเซลล์เดียวจำนวนเป็นล้านเซลล์ แต่สาหร่ายเซลล์เดียวเจริญเติบโตขยายพันธุ์ได้รวดเร็วในช่วงเวลา 1 ปี จะให้ผลผลิตที่เป็นอาหารของผู้บริโภคได้มากกว่าต้นสักเสียอีก ดังนั้นจึงมีการเสนอข้อมูลของพิรามิดพลังงาน

การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศมีความสำคัญมากเพราะไม่เพียงแต่สารอาหารเหล่านั้นมีการถ่ายทอด

แต่สารทุกชนิดที่ปนเปื้อนอยู่ในระบบนิเวศทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นโทษจะถูกถ่ายทอดไปในโซ่อาหารด้วย ตัวอย่างเช่น การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชพวกแมลง สารเคมีกำจัดเชื้อรา ที่รู้จักกันดีคือ DDT ซึงสารเคมีชนิดนี้จะสลายตัวยาก มีความคงตัวสูง ทำลายระบบประสาทแมลงได้ดี เนื่องจากมีโลหะหนักที่เป็นพิษเจือปนอยู่ เช่น ปรอท

ตะกั่ว หรืออาร์เซนิก สารดังกล่าวจะตกค้างในผู้ผลิตและผู้บริโภคและถ่ายทอดไปตามลำดับในโซ่อาหารซึ่งปริมาณ

DDT จะเพิ่มความเข้มข้นข้นเรื่อยๆ ในแต่ละลำดับของชั้นอาหาร เช่น เนื้อของนกกินปลา 1 กรัม จะมี DDT สะสมมากกว่าเนื้อปลาที่มีน้ำหนักเท่ากัน

แหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยของแต่ละผู้คนในแต่ละแหล่งก็มีการถ่ายเทของเสียออกสู่ธรรมชาติ และกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ เช่น ร้านอาหาร อู่ซ่อมรถ โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม และแหล่งเกษตรกรรม ทำให้มีของเสียปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมและสะสมอยู่ตามแหล่งน้ำ ดิน อากาศ ของเสียเหล่านี้จะถ่ายทอดไปสู่ผู้ผลิต และผู้บริโภคลำดับต่างๆ รวมถึงกลับมาสู่ตัวมนุษย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโซ่อาหาร ทำให้มีผลต่อสุขภาพ ของเสียบางอย่างยังเป็นที่มีพิษรุนแรง เช่น พวกโลหะหนัก ถ้าร่างกายได้รับสารนั้นในปริมาณมากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ในบางกรณีของเสียหรือสารพิษที่สะสมอยู่ในแหล่งต่างๆ อาจไม่ถ่ายทอดถึงมนุษย์ เพราะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคในลำดับต้นๆเสียก่อนแล้ว ทำให้โซ่อาหารถูกทำลาย แต่มนุษย์ก็ได้รีบผลกระทบเช่นกัน ทั้งในแง่ที่ขาดแคลนอาหารและส่งผลถึงเศรษฐกิจด้วย ดังนั้นจึงควรมีการป้องกันและการจัดการเกี่ยวกับการกำจัดของเสียอย่างถูกต้อง

ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งที่จำเป็นแก่มนุษย์ ซึ่งได้มีการนำทรัพยากรมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆมากมาย การที่มีการนำทรัพยากรไปใช้มากทำให้เกิดปัญหาตามมา การใช้ทรัพยากรอย่างผิดวิธี และการใช้อย่างสิ้นเปลือง อาจทำให้ทรัพยากรที่มีคุณค่าลดน้อยลงไปอย่างรวดเร็ว เราจึงควรีรู้จัก ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึง วิธีอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

มีการแบ่งทรัพยากรธรรมชาติ ออกเป็นหมวดหมู่ คือ

1. ดิน

2. น้ำ

3. ป่าไม้

4. แร่ธาตุ

และยังมีทรัพยากรประเภทที่ช่วยสร้างความสวยงามให้ธรรมชาติอีกก็คือ ทรัพยากรเพื่อการนันทนาการ

ทรัพยากรดิน

ดินเป็นสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เกิดจากการสลายตัวผุพังของหินชนิดต่าง ๆ โดยใช้เวลาที่นานมาก

หินที่สลายตัวผุกร่อนนี้จะมีขนาดต่าง ๆ กัน เมื่อผสมรวมกับซากพืช ซากสัตว์ น้ำ อากาศ ก็กลายเป็นเนื้อดินซึ่งส่วน

ประกอบเหล่านี้จะมากน้อยแตกต่างกันไปตามชนิดของดิน

ทรัพยากรน้ำ

โลกของเราประกอบขึ้นด้วยพื้นดินและพื้นน้ำ โดยส่วนที่เป็นฝืนน้ำนั้น มีอยู่ประมาณ 3 ส่วน (75%) และเป็นพื้นดิน 1 ส่วน (25%) น้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งกับชีวิตของพืชและสัตว์บนโลกรวมทั้งมนุษย์เราด้วย

น้ำเป็นทรัพยากรที่สามารถเกิดหมุนเวียนได้เรื่อย ๆ ไม่มีวันหมดสิ้น เมื่อแสงแดดส่องมาบนพื้นโลก น้ำจากทะเลและมหาสมุทรก็จะระเหยเป็นไอน้ำลอยขึ้นสู่เบื้องบนเนื่องจากไอน้ำมีความเบากว่าอากาศ เมื่อไอน้ำลอยสู่เบื้องบนแล้ว จะได้รับความเย็นและกลั่นตัวกลายเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ ลอยจับตัวกันเป็นกลุ่มเมฆ เมื่อจับตัวกันมากขึ้นและกระทบความเย็นก็จะกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำตกลงสู่พื้นโลก น้ำบนพื้นโลกจะระเหยกลายเป็นไอน้ำอีกเมื่อได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ ไอน้ำจะรวมตัวกันเป็นเมฆและกลั่นตัวเป็นหยดน้ำกระบวนการเช่นนี้ เกิดขึ้นเป็นวัฎจักรหมุนเวียนต่อเนื่องกันตลอดเวลา เรียกว่า วัฏจักรน้ำทำให้มีน้ำเกิดขึ้นบนผิวโลกอยู่สม่ำเสมอ

ป่าไม้

- สังคมของต้นไม้และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อันมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งปกคลุมเนื้อที่กว้างใหญ่และใช้ประโยชน์จากอากาศ น้ำ วัตถุต่างๆ ในดิน เพื่อเติบโตจนถึงอายุขัยและเพื่อสัมพันธ์ของตนเอง ทั้งให้ผลผลิตและบริการที่จำเป็นอันจะขาดเสียมิได้ต่อมนุษย์ (แปลจากหนังสือ An Introduction to American Forestry)

- สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ประเภทรกร้างว่างเปล่า (ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและสงวนป่า พ.ศ. 2481)

- ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎมายที่ดิน (ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2481)

ชนิดของแร่

แร่มีหลายชนิด จำแนกตามส่วนประกอบทางเคมี และทางกายภาพ โดยพิจารณาจากเนื้อความเหนียว ความวาว และการนำไปใช้เป็นโลหะ อโลหะ รัตนชาติ และแร่เชื้อเพลิง แต่ถ้าจำแนกแร่ตามประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แบ่งเป็นแร่ประกอบหิน และแร่เศรษฐกิจ หรือแร่ธาตุทางอุตสาหกรรม แร่ที่มีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมแบ่งออกเป็นแร่โลหะ และอโลหะ

วิกกฤตการณ์การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ของสัตว์ป่าและแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน

ความหลากหลายของสัตว์ป่า

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตภูมิศาสตร์แถบร้อนชื้น (Tropical Zone ) จึงมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ปริมาณน้ำฝนที่ตกมากในแต่ละปี ทำให้มีความชุ่มชื้นตลอดเวลา มีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์มีสภาพป่าหลายชนิด จึงก่อให้เกิดความหลากหลายของสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าแตกต่างกันออกไปมากมาย เช่น ป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ทุ่งหญ้า แอ่งน้ำ แนวปะการัง เป็นต้นจากความหลากหลายของสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยนี่เอง ประเทศไทยจึงมีความหลากหลายของสัตว์ป่ามากตามไปด้วย ซึ่งปัจจุบันมีการสำรวจพบสัตว์ป่าในประเทศไทยมากมายหลายชนิด โดยจำนวนชนิดของสัตว์ป่าทีสำรวจพบในประเทศไทยจะมีจำนวนเท่า ๆ กับจำนวนชนิดของสัตว์ป่าที่สำรวจพบในทวีปยุโรปทั้งทวีป ซึ่งสามารถจำแนกสัตว์ป่าออกเป็นกลุ่ม ๆ คือ กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กลุ่มนก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน และกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ซึ่งแต่ละกลุ่มของสัตว์ป่าจะมีความหลายมากมายดังรายละเอียด
nun/catmomo.nmg_reddevil@hotmail.com (IP:124.157.204.158)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 17 พ.ค. 2550 (18:08)
บทความก็ใช้ได้เเต่น้อยไปมากนะค่ะ
ลิทเติ้ลสิค่ะ (IP:58.10.84.54)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 18 พ.ค. 2550 (19:13)
น้อยไปก็หามาเพิ่มเองดิ เค้าหาให้ก็ดีเกินและ
5555 (IP:222.123.3.201)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 25 พ.ค. 2550 (07:26)
อยากทราบ เรื่อง ระบบนิเวศขอนไม้ผุ อะครับ บอกหน่อยจิ
หิวข้าว (IP:125.24.43.138)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 26 พ.ค. 2550 (21:38)
ขอบคูณล
ลูกปัด (IP:203.113.77.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 28 พ.ค. 2550 (12:30)
ต้องการทราบเรื่องต่อไทรอ่ะครับ
vazabio@hotmail.com (IP:58.147.125.53)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 31 พ.ค. 2550 (15:22)
อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับพวกเครื่องมือทางระบบนิเวศอ่ะค่ะ
รายงานกินกบาล-*- (IP:203.155.230.88)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 31 พ.ค. 2550 (15:54)
เครื่องมือวัดความชื้น



เครื่องมือวัดอุณหภูมิ



ท่อส่องเรือนยอดไม้



เครื่องมือวัดพิกัดภูมิศาสตร์



กรอบประชากร
ลูกหว้า
ร่วมแบ่งปัน498 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 1 มิ.ย. 2550 (14:52)
น่าสนใจเรื่องนี้มาก
khinans@gmail.com (IP:124.157.224.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 20 มิ.ย. 2550 (14:04)
เรื่องระบบนิเวศนิดูแล้วก็ยากเมือนกันนะ
fon_zana@hotmail.com (IP:125.26.143.142)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 24 มิ.ย. 2550 (16:49)
ระบบนิเวศ หมายถึงอะไร
ว่าน (IP:203.113.45.137)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 27 มิ.ย. 2550 (16:38)
ไทรเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีดอกเกือบตลอดทั้งปี ลูกไทรเป็นแหล่งอาหารของนกนานาชนิด ลูกไทรที่ยังอ่อนแท้จริงแล้วคือดอกช่อมีอัดกันแน่นมีลักษณะพิเศษม้วนกลับออกเข้าในเพื่อทำหน้าที่เฉพาะ



ด้านก้นของลูกไทรมีลักษณะเป็นเกล็ดเล็กๆซ้อนกัน ตรงกลางจะมีรูเปิดขนาดเล็กมาก ในลูกไทรที่มีดอกช่อนั้น จะมีมีดอกอยู่ 2 พวก คือ ดอกเพศผู้ ดอกเพศเมีย และมีดอกกัล (gall) ซึ่งเป็นดอกเพศเมีย แต่มีก้านชูเกสรสั้นกว่าแทรกอยู่ ดอกกัลจะเป็นที่วางไข่และเลี้ยงตัวอ่อนของต่อไทร ซึ่งเป็นแมลงชนิดเดียวที่อาศัยเฉพาะจะจงของต้นไทรแต่ละพันธุ์ ต่อไทรจะทำหน้าที่ช่วยผสมเกสรให้กับไทร วงจรชีวิตของตัวต่อไทรกำเนิดขึ้นในดอกกัลนี้



ตัวต่อไทรเป็นแมลงขนาดเล็กประมาณ 1 - 2 มิลลิเมตร ตังผู้ไม่มีปีก ตัวเมียจะมีปีก วงจรความสัมพันธ์ระหว่างตัวต่อไทรกับไทร เริ่มต้นเมื่อลูกไทรเริ่มแก่ ดอกเพศเมียจะบานเต็มที่ ส่งกลิ่นไปทั่ว



ทำให้ต่อตัวเมียซึ่งมีไข่สุกเต็มที่บินมาหาและพยายามเบียดแทรกตัวเข้าไปในรูที่ก้นลูกไทร ซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควรจึงจะผ่านเข้าไปได้ลูกละ 1-2 ตัวเท่านั้น ต่อตัวเมีนที่เข้าไปในลูกไทรได้ก็จะพยายามหาดอกกัลที่ปะปนอยู่ในดอกเพศเมียอื่นๆ ระหว่างนี้เองทำให้ละอองเกสรตัวผู้ที่เก็บไว้ในถุงบริเวณอกและโคนขาได้ผสมกับเกสรตังเมีย เมื่อต่อตัวเมียพบดอกกัลก็จะใช้อวัยวะนำไข่ เจาะลงไปวางไข่ในรังไข่ 1 ฟอง พร้อมทั้งหลั่งสารกระตุ้นให้ดอกกัลผลิตอาหารเลี้ยงตัวอ่อนของต่อไทรที่จะเกิดมาในอนาคต เมื่อวางไข่เสร็จต่อตัวเมียก็จะตาย



ไข่ของต่อไทรจะเจริญเป็นตัวอ่อน ดักแด้และออกจากดักแด้ได้ในเวลาประมาณ 1 เดือน โดยตัวผู้จะออกจากดักแด้ก่อน ต่อตัวผู้ปีกกุด ตาบอด หนวดสั้นมีแต่อวัยวะสืบพันธุ์เท่านั้นที่เจริญดี จะคลานไปหาดอกกัลที่มีดักแด้ของต่อตัวเมีย เพื่อเจาะเข้าไปผสมพันธุ์ แล้วตายไป ต่อตัวผู้บางตัวยังไม่ตายทันที ก็จะมีหน้าที่เจาะรูลูกไทร เสร็จแล้วก็ตายไป



การที่ลูกไทรมีรู ทำให้มีการแลกเปลี่ยนออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกได้ อาจมีส่วนกระตุ้นให้ดอกเพศผู้ในลูกไทรนี้บานเต็มที่ ซึ่งเป็นเวลาพอดีที่ต่อตัวเมียเจริญออกจากดักแด้ รีบหาทางออกทางรูเดิม ซึ่งตอนนี้เปิดกว้างมากขึ้น เพราะผลลูกไทรเริ่มสุกนิ่ม ระหว่างที่จะออกจากลูกไทร ก็จะผ่านดอกเพศผู้ที่บานเต็มที่ ทำให้ได้เก็บละอองเกสรตัวผู้ใส่ไว้ในถุงที่อกและโคนขาแล้วจึงบินออกไปหาลูกไทรต้นใหม่ ระยะนี้ไข่ในต่อตัวเมียก็จะสุกเต็มที่พร้อมจะ วางไข่ได้ และเริ่มวงจรชีวิตใหม่ต่อไป ถ้าต่อตัวเมียไม่พบต้นไทรต้นใหม่ที่จะวางไข่ได้ภายใน 2-3 วันก็จะตายไป



ความสัมพันธ์ระหว่างตัวต่อไทรกับไทรจึงเป็นแบบภาวะพึ่งพากันคือ ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย



หากไม่มีตัวต่อไทร ไทรก็ไม่มีโอกาสได้ผสมเกสรเลย และจะไม่สามารถขยายพันธุ์พืชได้ตามธรรมชาติ



ถ้าไม่มีลูกไทร วงจรชีวิตของต่อไทรก็จะไม่สามารถก่อกำเนิดได้ เพราะไม่มีที่วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน
??? (IP:58.64.40.89)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 4 ก.ค. 2550 (14:46)
มีเน์่อหาที่ดีมาก
บู๋ม (IP:203.172.216.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 18 ก.ค. 2550 (21:36)
เป็นอารัยที่เข้าจัยด้ายง่ายมากๆคับป๋มขอบคุนพี่ๆน่ะคับที่สร้างเวปนี้ขึ้น
samanane_naruk@hotmail.com (IP:58.10.161.72)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 18 ก.ค. 2550 (21:39)
ขอเปนกำลังใจให้นะครับป๋ม
samanane_naruk@hotmail.com (IP:58.10.161.72)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 19 ก.ค. 2550 (16:30)
ขอบคุนครับผมได้ประโยชน์จากการอ่านนี้มาก รับรองผมแข่ง ทีมหมูทองต้องได้ที่1
เอนกเด็ก งิ้วราย (IP:125.26.52.143)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 27 ก.ค. 2550 (16:08)
อยากรู้ระบบนิเวศทั้ง10ชนิด อธิบายด้วย ขอบคุณมากๆค่ะ
ห้ามเล่น (IP:58.147.91.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 31 ก.ค. 2550 (19:04)
ขอบคุณน่ะคร้า .............
Noo_Pong
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 3 ส.ค. 2550 (13:51)
ทำไมไม่อธิบายบ้างละค่ะว่า

การหมุนเวียนแร่ธาตุในระบบนิเวศมีความสมดุลหรือไม่ เพราะเหตุใด
manow_s125@hotmail.com (IP:202.28.35.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 3 ส.ค. 2550 (13:57)
ช่วยอธิบายเพิ่มเติมได้ไหมค่ะเกี่ยวกับคำถามเมื่อกี้นี้ แล้วเราจะเข้าดูข้อมูลที่คุณตอบคำถามได้จากไหนละค่ะ
manow_s125@hotmail.com (IP:202.28.35.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 3 ส.ค. 2550 (17:22)
คิดถึงเพื่อนเก่าจัง
nak-Jan@hotmail (IP:203.107.200.234)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 3 ส.ค. 2550 (17:25)
ความหมายของนิเวศวิทยา

คำว่า Ecology ได้รากศัพย์มาจากภาษากรีก คือ Oikos และ Olgy ซึ่ง Oikos หมายความถึง "บ้าน" หรือ "ที่อยู่อาศัย" และ Ology หมายถึง "การศีกษา"Ecologyหรือนิเวศวิทยาจึงเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งว่าด้วยการศึกษาสิ่งมีชีวิตในแหล่งอาศัยและกินความกว้างไปถึงการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

ความหมายของระบบนิเวศ

ระบบนิเวศ (ecosystem) เป็นโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ กับบริเวณแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ดำรงชีวิตอยู่ ระบบนิเวศหนึ่ง ๆ นั้นประกอบด้วยบริเวณที่สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่และกลุ่มประชากรที่มีชีวิตอยู่ในบริเวณดังกล่าวพืชและโดยเฉพาะสัตว์ต่างๆก็ต้องการบริเวณที่อยู่อาศัยที่มีขนาดอย่างน้อยที่สุดที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อว่าการมีชีวิตอยู่รอดตลอดไป

ในกรณีใกล้เคียงกันหากมีแร่ธาตุไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้การเจริญเติบโตของพืชเพิ่มมากขึ้น เช่น ไฟโตแพลงตันหรือพืชน้ำที่อยู่ก้นสระ เมื่อปริมาณของพืชเพิ่มมากขึ้น

จะส่งผลให้ปริมาณสัตว์เพิ่มมากขึ้นด้วยเพราะมีอาหารอุดมสมบูรณ์แต่เมื่อปริมาณสัตว์เพิ่มปริมาณของพืชที่เป็นอาหารก็จะค่อยๆ น้อยลง ทำให้ปริมาณสัตว์ลดลงตามไปด้วยเนื่องจาก

อาหารมีไม่พอ ดังนั้นสระน้ำจึงมีความสามารถในการที่จะควบคุมตัวของมัน (self-regula-tion)เองได้กล่าวคือจำนวนและชนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อยู่ในสระน้ำจะมีีจำนวนคงที่

ซึ่งเราเรียกว่ามี ความสมดุล (equilibrium)



สระน้ำนี้ จึงเป็นหน่วยหนึ่งของธรรมชาติที่เรียกว่า"ระบบนิเวศ"(ecosystem)ซึ่งกล่าวได้ว่าระบบนิเวศหนึ่งๆนั้นเป็นโครงสร้างที่เปิดและมีความสามารถในการควบคุมตัวของ

มันเอง ประกอบไปด้วยประชากรต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ไร้ชีวิต ระบบนิเวศเป็นระบบเปิดที่มีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมโดยมีการแลกเปลี่ยนสารและพลังงาน

ดังนั้นจึงมีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ตัวชุมชนที่มีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ใช้้ชีวิตนั้นรวมกันเป็นระบบนิเวศ



ระบบนิเวศอาจมีขนาดใหญ่ระดับโลกคือชีวาลัย(biosphere)ซึ่งเป็นบริเวณที่ห่อหุ้มโลกอยู่และสามารถมีขบวนการต่างๆของชีวิตเกิดขึ้นได้หรืออาจมีขนาดเล็กเท่าบ่อน้ำแห่งหนึ่ง

ชนิดของระบบนิเวศ

ชนิดของระบบนิเวศจัดออกเป็น 3 กลุ่ม คือจัดโดยเน้นการถ่ายทอดพลังงาน จัดตาม แหล่งที่อยู่ ทางธรรมชาติ และจัดตามเทคโนโลยีของมนุษย์

1. ระบบนิเวศเน้นการถ่ายทอดพลังงาน

1.1 ระบบนิเวศ อิสระ ( Isolate ecosystem) เป็นระบบนิเวศที่แยกตัวออกไป ไม่สัมพันธ์ กับระบบนิเวศอื่นๆ เลย เป็นทฤษฎีที่ยังไม่พบในธรรมชาติ

1.2 ระบบนิเวศปิด (Closedecosystem)ระบบนิเวศนี้มีการถ่ายทอดพลังงานภายในระบบนิเวศนั้นแต่ไม่มีการถ่ายทอดพลังงานระหว่างระบบนิเวศอื่นๆในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ระบบนิเวศ ที่มนุษย์สร้าง ในที่จำกัด และปิดผนึกแน่น เช่น ระบบนิเวศในตู้เพาะเลี้ยงปลา เป็นต้น

1.3 ระบบนิเวศเปิด (Opend ecosystem) ถ่ายทอดพลังงานและสารอาหารระหว่างภายใน และ นอกระบบนิเวศนั้นๆ ระบบนิเวศแบบนี้พบในธรรมชาติทั่วไป

2. ระบบนิเวศจัดตามแหล่งที่อยู่ทางธรรมชาติ ได้แก่

2.1 ระบบนิเวศบนบก (terrestrial ecosystems)

2.1.1 ระบบนิเวศกึ่งบก เช่น ป่าพรุ

2.1.2 ระบบนิเวศบนบก เช่น ป่าดิบ ทุ่งหญ้า ทะเลทราย

2.2.1 ระบบนิเวศทางทะเล เช่น มหาสมุทร แนวปะการัง ทะเลภายในที่เป็นน้ำเค็ม

2.2.2 ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด เช่น แม่น้ำ ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ

3. จัดตามเทคโนโลยีของมนุษย์

3.1ระบบนิเวศอุตสาหกรรม(Industrialecosystems)เป็นระบบนิเวศที่มนุษย์ใช้เทคโนโลยีพัฒนาระบบนิเวศนี้ขึ้นโดยมีการขุดหรือนำพลังงานสะสมในธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยี โดยไม่ต้องใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ดังนั้นแหล่งพลังงาน จึงเป็นพลังงานที่คิดค้น โดยใช้เทคโนโลยี ของมนุษย์ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง พลังนิวเคลียร์ พลังงานไบโอดีเซล เป็นต้น

3.2ระบบนิเวศเกษตร(Agriculturalecosystems)เป็นระบบนิเวศที่เกิดจากมนุษย์พัฒนาระบบนิเวศทางธรรมชาติเพื่อผลประโยชน์ด้านการดำรงชีพของตนโดยใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรที่คิดค้น ทำให้ เกิดระบบนิเวศ ที่มนุษย์เป็นผู้ควบคุมระบบนิเวศนั้น
nak-Jan@hotmail (IP:203.107.200.234)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 6 ส.ค. 2550 (22:40)
ขอบคุณมากคับ แต่อยากรู้ข้อมูลของความสัมพันธ์ระหว่างมานุดกะสิ่งแวดล้อมมากก่านี้อิกหน่อยนึง ^^
กรูหล่อ (IP:203.113.34.9)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 8 ส.ค. 2550 (12:47)
อยากรู้ว่าระบบนิเวศเกิดขึ้นได้อย่างไร
www.Muk.com (IP:203.172.170.130)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 8 ส.ค. 2550 (12:50)
ระบบนิเวศน่าสนใจมากจากเด็กท่าชีroodและเด็กกอบแกบวิดตี้
www.Muk.com (IP:203.172.170.130)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 10 ส.ค. 2550 (08:08)
ไม่มีอย่างอื่นอีกเหรอ
ระด้เอแดพะกพปื้แ (IP:124.157.197.6)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 14 ส.ค. 2550 (18:43)
องค์ประกอบที่สำคัญของระบบนิเวศคืออะไรครับ

พอดีผมเรียนเรื่องระบบนิเวศอยู่
patsapong_viwe@hotmail.com (IP:124.121.5.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 16 ส.ค. 2550 (12:51)
ระบบนิเวศสําคัญอย่างไร
123333 (IP:203.113.107.14)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 19 ส.ค. 2550 (19:18)
ห่วงโซ่อาหาร คือ การกินต่อกันเป็นทอดๆ เช่น ข้าว - ไก่ - งู - เหยี่ยว จะเห็นได้ว่าข้าวเป็นเหยื่อ ไก่เป็นผู้บริโภคอันดับ 1 งูเป็นผู้บริโภคอันดับ 2 เหยี่ยวเป็นผู้บริโภคอันดับ 3
petch_pat@mail.com (IP:203.113.67.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 19 ส.ค. 2550 (19:21)
ระบบนิเวศ หมายถึง หน่วยของความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่แหล่งใด



ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.school.net.th/library/snet6/envi1/ecosystem/b2.htm
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 30 ส.ค. 2550 (14:37)
หนูอยากได้ภาพ"ระบบนิเวศ"ที่สมบูรณ์นะค่ะ...........ช่วยหนูหน่อยนะค่ะ หนูหามาตั้งหลายเว็บเเล้วค่ะ โดยเฉพาะภาพผู้ย่อยสลาย...........ขอขอบพระคุณล่วงหน้า
เด็กหญิง เมรินทร์ /ป.6 (IP:222.123.120.20)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 2 ก.ย. 2550 (15:59)
อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
แนว (IP:203.151.243.122)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 6 ก.ย. 2550 (10:08)
ใจจ้า
dargon_z@hotmail.com (IP:125.24.128.142)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 9 ก.ย. 2550 (12:22)
อยากรู้
aly (IP:203.113.77.9)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 11 ก.ย. 2550 (19:05)
ชวยบอกหน่อยสิโว้ย
พะพ่อ (IP:125.24.7.92)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 20 ก.ย. 2550 (10:42)
ระบบนิเวศ (ecosystem) เป็นโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ กับบริเวณแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ดำรงชีวิตอยู่ ระบบนิเวศหนึ่ง ๆ นั้นประกอบด้วยบริเวณที่สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่และกลุ่มประชากรที่มีชีวิตอยู่ในบริเวณดังกล่าวพืชและโดยเฉพาะสัตว์ต่างๆก็ต้องการบริเวณที่อยู่อาศัยที่มีีขนาดอย่างน้อยที่สุดที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อว่าการมีชีวิตอยู่รอดตลอดไป

ในกรณีใกล้เคียงกันหากมีแร่ธาตุไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้การเจริญเติบโตของพืชเพิ่มมากขึ้น เช่น ไฟโตแพลงตันหรือพืชน้ำที่อยู่ก้นสระ เมื่อปริมาณของพืชเพิ่มมากขึ้น

จะส่งผลให้ปริมาณสัตว์เพิ่มมากขึ้นด้วยเพราะมีอาหารอุดมสมบูรณ์แต่่เมื่อปริมาณสัตว์เพิ่มปริมาณของพืชที่เป็นอาหารก็จะค่อยๆ น้อยลง ทำให้ปริมาณสัตว์ลดลงตามไปด้วยเนื่องจาก

อาหารมีไม่พอ ดังนั้นสระน้ำจึงมีความสามารถในการที่จะควบคุมตัวของมัน (self-regula-tion)เองได้กล่าวคือจำนวนและชนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อยู่ในสระน้ำจะมีีจำนวนคงที่

ซึ่งเราเรียกว่ามี ความสมดุล (equilibrium)

สระน้ำนี้ จึงเป็นหน่วยหนึ่งของธรรมชาติที่เรียกว่า"ระบบนิเวศ"(ecosystem)ซึ่งกล่าวได้ว่าระบบนิเวศหนึ่งๆนั้นเป็นโครงสร้างที่เปิดและมีความสามารถในการควบคุมตัวของ

มันเอง ประกอบไปด้วยประชากรต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ไร้ชีวิต ระบบนิเวศเป็นระบบเปิดที่มีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมโดยมีการแลกเปลี่ยนสารและพลังงาน

ดังนั้นจึงมีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ตัวชุมชนที่มีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ใช้้ชีวิตนั้นรวมกันเป็นระบบนิเวศ

ระบบนิเวศอาจมีขนาดใหญ่ระดับโลกคือชีวาลัย(biosphere)ซึ่งเป็นบริเวณที่ห่อหุ้มโลกอยู่และสามารถมีขบวนการต่างๆของชีวิตเกิดขึ้นได้หรืออาจมีขนาดเล็กเท่าบ่อน้ำแห่งหนึ่ง



ระบบนิเวศ

ความหมาย หมายถึง หน่วยของความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่แหล่งใดแหล่งหนึ่ง มาจากรากศัพท์ในภาษากรีก 2 คำ คือ

Oikos แปลว่า บ้าน, ที่อยู่อาศัย

Logos แปลว่า เหตุผล, ความคิด

ความหมายของคำต่างๆ ในระบบนิเวศ

สิ่งมีชีวิต (Organism)

หมายถึง สิ่งที่ต้องใช้พลังงานในการดำรงชีวิต ซึ่งมีลักษณะที่สำคัญดังนี้

1. ต้องมีการเจริญเติบโต

2. เคลื่อนไหวได้ด้วยพลังงานที่เกิดขึ้นในร่างกาย

3. สืบพันธุ์ได้

4. สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม

5. ประกอบไปด้วยเซลล์

6. มีการหายใจ

7. มีการขับถ่ายของเสีย

8. ต้องกินอาหาร หรือแร่ธาตุต่างๆ

ประชากร (Population)

หมายถึง สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่เป็นชนิดเดียวกัน อาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดียวกัน ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

กลุ่มสิ่งมีชีวิต (Community)

หมายถึง สิ่งมีชีวิตต่างๆ หลายชนิด มาอาศัยอยู่รวมกันในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยสิ่งมีชีวิตนั้นๆ มีความสัมพันธ์กัน โดยตรงหรือโดยทางอ้อม

โลกของสิ่งมีชีวิต (Biosphere)

หมายถึง ระบบนิเวศหลายๆ ระบบนิเวศมารวมกัน

แหล่งที่อยู่ (Habitat)

หมายถึง บริเวณ หรือสถานที่ที่ใช้สำหรับผสมพันธุ์วางไข่ เป็นแหล่งที่อยู่ เช่น บ้าน สระน้ำ ซอกฟัน ลำไส้เล็ก

สิ่งแวดล้อม (Environment)

หมายถึง

1. สิ่งที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ทำให้สิ่งมีชีวิตเจริญเติบโตหรือ ดำรงชีวิตได้ดีหรือไม่

2. สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
เด็กเก่งคับ (IP:125.24.54.213)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 27 ก.ย. 2550 (18:14)
อยากทราบระบบนิเวศคืออะไร โครงสร้างและหน้าที่ของระบบนิเวศ
pikyjung007@hotmail.com (IP:161.246.1.32)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 1 พ.ย. 2550 (20:16)
อยากได้รูประบบนิเวศจังเลยคะ
tokyo (IP:203.172.55.27)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 28 พ.ย. 2550 (19:43)
อยากรู้ว่าธาตุอาหารที่จำเป็นต่อลำใยมีรัยบ้างและถ้าขาดจะมีอาการอย่างไรใครรู้ช่วยตอบหน่อยนะเอาข้อมูลเยอะๆเลยนะ.......ขอบคุณมาก
chaideegree (IP:124.157.165.188)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 29 ม.ค. 2551 (18:15)
หาเองดิบ้านก็ติดเน็ตไม่ใช้รึ (หรือว่าขี้เกียจกันแน่)
sunsmart_sun@hotmail.com (IP:124.157.139.224)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 8 มี.ค. 2551 (13:14)
IY8O8OOOIIIIIII
แก้ว am.MARISA (IP:125.27.110.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 8 มี.ค. 2551 (13:19)
<P>ดีมากค่ะ</P>
naruk (IP:125.27.110.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 8 มี.ค. 2551 (18:18)
เด้เด้เด้ดเ
เดะเด้ (IP:58.9.92.148)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 14 พ.ค. 2551 (17:54)
<P>อยากได้รูประบบนิเวศน้าค้า...........</P>
yoyokoko56789111111111111_555@homail.com (IP:124.120.14.177)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 7 ส.ค. 2551 (17:17)
ไม่รู้ดิ
บอส (IP:125.27.92.181)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 9 ส.ค. 2551 (10:30)
ปิรามิดมวลของสิ่งมีชีวิตมีความสำคัญอย่างไรช่วยบอกทีค่ะ
แตง (IP:61.7.182.213)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 27 ส.ค. 2551 (18:48)
ไม่มีภาวะปรสิตเลยไม่ดี
dolk (IP:125.26.166.177)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 30 ส.ค. 2551 (10:31)

งงมั่ก{#emotions_dlg.q5}


นิชชี่
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 30 ส.ค. 2551 (16:54)
โปรดช่วยหาระบบนิเวศทุ่งหญัให้หน่อยค่ะนะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะ
12233312.COM (IP:58.9.73.99)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 24 ก.ย. 2551 (16:17)
มะรุเรื่องรุยง่า= =
= = (IP:124.121.101.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 16 ก.พ. 2552 (17:22)

รักคุณครูสมร สุวรรณ โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชนาะค๊ะ


เดกม่ายดี (IP:114.128.71.221)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 16 พ.ค. 2552 (09:17)

bio�sphere ในวิชาชีวะหมายถึงไร


min_min5@hotmail.com (IP:125.26.253.168)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 16 พ.ค. 2552 (10:15)

ไบโอเสฟียร์-เอาง่ายๆ มันให้ความหมายอ่านยาก


ชั้นของสิ่งมีชีวิตทั้งโลก


อาจขัดอยู่หน่อยๆ นะ แต่คงเข้าใจ


ภากร
ร่วมแบ่งปัน341 ครั้ง - ดาว 63 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 3 พ.ย. 2552 (18:28)

เพ่ไม่มีระบบนิเวศขอนไม้ผุหรออคะนู๋อยากทราบจิงๆคัยมีข้อมูลช่วยหน่อยน๊าค๊า


ยัยปุ๋ยจัยร้าย (IP:118.175.134.58)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 16 ก.พ. 2553 (17:23)
ดีมากเรยอะ

ทำหั้ยเรามีงานส่งอาจารย์
กาลิเลโอ (IP:117.47.60.213)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 9 มี.ค. 2553 (10:08)
ไม่รู้จะหาความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศได้ไงตอบให้ทีได้ป่ะ !
gdLdod_gg@hotmail.com (IP:58.147.95.253)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 18 พ.ค. 2553 (19:08)
- - *
pui_jeenn2312@hotmail.com (IP:118.173.215.235)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 24 ก.ค. 2553 (18:49)
ความสำคัญของระบบนิเวศคืออะไร
ใครรู้ช่วยตอบที่ด่วนะ
จาเอาไปทำรายงานนะ
news0604 (IP:222.123.168.205)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 15 ส.ค. 2553 (16:17)
การรักษาดุลยภาพของระบบนิเวศ
มาย (IP:119.42.85.54)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 16 ส.ค. 2553 (16:22)
-*- ไหนขอนไม้ผุวะ
จากผู้หวังดี (IP:125.24.116.203)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 11 มิ.ย. 2554 (09:33)
ความสำคัญของระบบนิเวศอยู่ไหน
ปราง (IP:182.53.212.31)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 16 ก.ค. 2554 (14:53)
ค่ะ ข้อมูลทุกอย่างมีความรู้มากๆๆๆ แต่ฟางเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือรอกค่ะ
น้องฟาง กามิกาเซร์ (IP:118.173.33.70)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม