ผลงานวิชาการ

ชื่อโครงการ
รายงานการใช้และพัฒนาแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ชื่อผู้ทำโครงงาน
นางประภัสศร เพ็ชรจอหอ
สถาบันการศึกษา
ปริยัติไพศาล
ระดับชั้น
มัธยมปลาย
หมวดวิชา
เคมี
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง รายงานการใช้และพัฒนาแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 เรื่อง แรงและความดัน ผู้รายงาน นางประภัสศร เพ็ชรจอหอ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ โรงเรียนปริยัติไพศาล อำเภอคง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ปีที่พิมพ์ พ.ศ. 2553 บทคัดย่อ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต และเป็นเครื่องมือ พัฒนาให้คนคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ครูจึงต้องจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตร การรายงานการใช้และพัฒนาแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 เรื่อง แรงและความดัน ความมุ่งหมายของการายงานเพื่อสร้างแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 เรื่อง แรงและความดัน ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 เรื่อง แรงและความดัน เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 เรื่อง แรงและความดัน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 เรื่อง แรงและความดัน กลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนา คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนปริยัติไพศาล อำเภอคง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียนจำนวน 22 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 7 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นแบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ จำนวน 1 ชุด มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.53 ถึง 0.95 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.84 และ แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 1 ฉบับ สถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีประสิทธิผล และทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t – test (Dependent Samples) ผลการใช้และพัฒนาปรากฏดังนี้ 1. แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 เรื่อง แรงและความดัน มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.56/85.91 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80 / 80 2. ประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 เรื่อง แรงและความดัน มีค่าเท่ากับ 0.7902 แสดงว่านักเรียนที่เรียนด้วย แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 79.02 3. นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 เรื่อง แรงและความดัน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 เรื่อง แรงและความดันโดยรวมและรายด้านมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก สรุปได้ว่า แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 เรื่อง แรงและความดัน ที่ผู้รายงานสร้างและพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงสามารถพัฒนานักเรียนให้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีความรู้เพิ่มขึ้น มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนส่งเสริมพัฒนาการคิด แก้ปัญหา วิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ จากการสำรวจและฝึกปฏิบัติ โดยมีครูคอยสนับสนุนชี้แนะ ได้พัฒนาความสามารถตามศักยภาพของนักเรียน สามารถนำไปใช้ในการพัฒนา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในเนื้อหาสาระอื่น ๆ ต่อไปได้
วัน/เดือน/ปี ทำโครงงาน
2010-01-01
Download ไฟล์ PDF