เผยแพร่ผลงานวิชาการ :
ศูนย์รวมและช่องทางสำหรับครูในการเผยแพร่
ผลงานวิจัย, ผลงานครู , ผลงานวิชาการ
เรียงผลงานวิชาการจาก เก่า-ใหม่
รายละเอียดผลงานวิชาการ
ชื่อเรื่อง
การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ชื่อผู้ทำ
นางสุกัญญา ดีหามแห
ชื่อตำแหน่ง
ครู ชำนาญการ
ชื่อโรงเรียน
โรงเรียนบ้านเมืองกลางวิทยา
จังหวัด
ชัยภูมิ
ช่วงชั้น
ช่วงชั้นที่ 2 (ป.4 - ป.6)
กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์
ปี
2553
บทคัดย่อ
การสืบเสาะหาความรู้เป็นกระบวนการเรียนรู้หนึ่งที่มีความสำคัญในการนำมาใช้จัดการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพราะช่วยให้ผู้เรียนได้ค้นคว้าหาความจริงต่าง ๆ ด้วยตนเอง นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการแสวงหาความรู้ต่าง ๆ อย่างเชื่อมโยงกัน ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้เรื่อง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยโดยใช้รูปแบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 31 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ คือ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ เรื่อง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่ายตั้งแต่ 0.21 ถึง 0.70 ค่าอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่ 0.25 ถึง 0.92 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.87 แบบวัดความพึงพอใจในการเรียนรู้ตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 อันดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (rcc) ตั้งแต่ 0.21 ถึง 0.77 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ (α) เท่ากับ 0.85 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน




ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏดังนี้
1. แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับ 83.52/81.29 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้
2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้น มีค่าเท่ากับ .5972 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 59.72
4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วนแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29 หมายความว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก

โดยสรุป แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเกณฑ์ที่เชื่อถือและยอมรับได้ สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้
Download ไฟล์
ไม่มีไฟล์ให้ download
 
ผลงานวิจัยที่เผยแพร่ในเว็บไซต์วิชาการ.คอม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของครูผู้วิจัย
วิชาการ.คอม ไม่มีส่วนในการยืนยันความถูกต้องของผลงาน
ใส่คำต้องการค้นหา :
ส่วนการค้นหา :
ทั้งหมด
 
ชื่อเรื่อง
 
ชื่อผู้ทำ
 
ชื่อตำแหน่ง
 
โรงเรียน
 
บทคัดย่อ
 
รางวัลที่ได้รับ
ช่วงชั้น :
สาระการเรียนรู้ :
 

Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0089 seconds !