บทคัดย่อ
การค้นคว้ารายงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อศึกษาความ พึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปีการศึกษา 2553 จำนวน 38 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง (purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่ แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 7 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์การอ่านอย่างมีวิจารณญาณก่อนเรียนและหลังเรียน ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อและแบบทดสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ได้ความเชื่อมั่นเท่ากับ 1.00 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้แค่ ค่าเฉลี่ย (Mean) ได้ประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 82.45/84.74 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) และการทดสอบค่าที (t test)
ผลการสรุปได้ ดังนี้ 1) แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ทั้ง 7 เล่ม ที่ผู้ศึกษาได้สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.45/84.74 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนด 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณทั้ง 7 เล่ม หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ทั้ง 7 เล่ม นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งมีค่าเฉลี่ย = 4.49 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน S.D. = 0.51