ชื่อเรื่อง
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมุนไพรใกล้บ้าน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร)
ชื่อผู้ทำ
นายโกศล หนูน้อย
ช่วงชั้น
ช่วงชั้นที่ 2 (ป.4 - ป.6)
กลุ่มสาระการเรียนรู้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี
บทคัดย่อ
ชื่อผลงาน : การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมุนไพรใกล้บ้าน กลุ่มสาระการเรียนรู้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ
ผู้จัดทำ : นายโกศล หนูน้อย
หน่วยงาน : โรงเรียนบ้านยางชุม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 2
ปีการศึกษา : 2554
บทคัดย่อ
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมุนไพรใกล้บ้าน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
และเทคโนโลยี (งานเกษตร) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องสมุนไพรใกล้บ้าน 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการเรียน ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ 3) เพื่อศึกษาเจตคติ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ต่อการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มเป้าหมายได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านยางชุม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 14 คน ผ่านการพัฒนาด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ระยะเวลา 17 สัปดาห์ จำนวน 17 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินเจตคติต่อการเรียนโดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ร้อยละความก้าวหน้า (d%) และทดสอบ ค่าที (t - test)
ผลการศึกษา
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องสมุนไพรใกล้บ้าน จากการทดลองกลุ่มใหญ่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.80/83.75 มีประสิทธิผลเท่ากับ 0.6020 และจากการทดลองกับกลุ่มเป้าหมายในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.43/84.29 ค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.6408 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ 80 / 80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมุนไพรใกล้ตัว ของนักเรียนหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ สูงกว่าก่อนเรียนและแตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 และมีความก้าวหน้าโดยรวมร้อยละ 28.03 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (ร้อยละ 25)
3. เจตคติต่อการเรียนโดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือของนักเรียน มีค่าเฉลี่ย 4.72 อยู่ในระดับมากที่สุด