ผลงานวิชาการ

ชื่อโครงการ
การพัฒนาการจัดการเรียนรู้สาระสุขศึกษาและพลศึกษาหน่วยที่ 4 พัฒนาทักษะกีฬาพัฒนากำลัง(วอลเลย์บอล) โดยใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโคกกรม ปีการศึกษา 2550
ชื่อผู้ทำโครงงาน
อิสรา โสแก้ว
สถาบันการศึกษา
โรงเรียนบ้านโคกกรม
ระดับชั้น
มัธยมปลาย
หมวดวิชา
อื่นๆ
บทคัดย่อ
รายงานการพัฒนาการจัดการเรียนรู้สาระสุขศึกษาและพลศึกษา หน่วยที่ 4 พัฒนาทักษะกีฬาพัฒนากำลัง(วอลเลย์บอล) โดยใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5โรงเรียนบ้านโคกกรม ปีการศึกษา 2550 มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นระถมศึกษาปีที่ 5 ที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ชนิดหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ 80/80 ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้เป็นสื่อหลักประกอบการเรียนการสอน ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้เป็นสื่อหลักประกอบการเรียนการสอน และ ศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้เป็นสื่อหลักประกอบการเรียนการสอน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโคกกรม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 23 คน ที่ได้มาโดยการเลือกทั้งหมด เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่ แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนเป็นสื่อหลักที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC : Index of Item – Objective Congruence) (มนสิษ สิทธิสมบูรณ์. 2547. หน้า 110) เท่ากับ 0.96 แบบทดสอบความรู้พื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือกจำนวน 30 ข้อ ที่มีความยากง่ายตั้งแต่ 0.24 ถึง 0.76 อำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.23 ถึง 0.48 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับด้วยวิธีของ คูเดอร์ริชาร์ดสัน (Kuder-Richardson procedure)โดยใช้สูตร KR.- 20 เท่ากับ 0.867 แบบทดสอบทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีค่าความตรงเชิงเนื้อหา(Content Validity)เท่ากับ 1.00 ซึ่งประกอบไปด้วย แบบทดสอบทักษะการเล่นลูกสองมือล่าง ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.829 ค่าความเป็นปรนัยเท่ากับ 0.821 แบบทดสอบทักษะการเสิร์ฟลูกมือล่าง ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.719 ค่าความเป็นปรนัยเท่ากับ 0.821 และแบบทดสอบทักษะการตบลูกบอลกระทบผนังที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.874 ค่าความเป็นปรนัยเท่ากับ 0.832 แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบบมาตราประมาณค่า ชนิด 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.90 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ จากการวิเคราะห์ ตามวิธีของ ครอนบัค (Cronbach alpha procedure) เท่ากับ 0.716 แบบวัดความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบบมาตราประมาณค่า ชนิด 5 ระดับจำนวน 10 ข้อ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.80 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับจากการวิเคราะห์ตามวิธีของ ครอนบัค (Cronbach alpha procedure) เท่ากับ 0.850 สถิตที่ใช้ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการพัฒนา ปรากฏผลดังนี้ 1. แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพ 84.64/82.77 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 2. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.5440 หมายความว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนเท่ากับ 0.5440 หรือ คิดเป็นร้อยละ 54.40. 3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประกอบการเรียนการสอนเป็นสื่อหลักในการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก 4. ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประกอบการเรียนการสอนเป็นสื่อหลักในการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด
วัน/เดือน/ปี ทำโครงงาน
2007-01-01
Download ไฟล์ PDF