บทคัดย่อ
บทนำ : ข้อมูลพื้นฐาน
สภาพทั่วไป
สภาพทั่วไปของโรงเรียนวัดอ้อมน้อย (มิตรครูราษฎร์รังสรรค์)
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 1 หมู่ 4 ตำบล อ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ประถมศึกษาปีที่ 6 มีผู้เรียนทั้งสิ้น 2,151 คน มีครู 79 คน
เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีอัตราครู:ผู้เรียนโดยเฉลี่ย 1:27 ได้รับการสนับสนุนจาก
ชุมชนวัดอ้อมน้อย โรงงานต่าง ๆ ในบริเวณโรงเรียน
โรงเรียนวัดอ้อมน้อย(มิตรครูราษฎร์รังสรรค์) มีจุดเด่นคือเป็นโรงเรียนวิถีพุทธผู้เรียน
มีระเบียบวินัย มีความสามารถทางด้านภาษา มีความเป็นเลิศทางวิชาการ
จุดที่โรงเรียนจะต้องพัฒนา คือ การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน
เป็นสำคัญ การพัฒนาผู้เรียนในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการใช้แหล่งเรียนรู้ในการ
แสวงหาความรู้
ผลการวิเคราะห์คุณภาพผู้เรียนในภาพรวมของโรงเรียนวัดอ้อมน้อย (มิตรครูราษฎร์รังสรรค์)
จากการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน)(2549)
พบว่า ผู้เรียนมีคุณภาพด้านความรู้ ทักษะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับ 4
จำนวน 6 มาตรฐาน คือ
มาตรฐานที่ 1 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์
มาตรฐานที่ 2 ผู้เรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี
มาตรฐานที่ 3 ผู้เรียนมีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรีและกีฬา
มาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ
มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง มีวิสัยทัศน์
มาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตรยังไม่ได้ประเมิน
มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
อย่างต่อเนื่อง
มาตรฐานที่ 7 ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้และมีเจตคติ
ที่ดีต่ออาชีพสุจริต
นอกจากนี้ ผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละการเรียนรู้ภาษาไทยร้อยละ 81.15
คณิตศาสตร์ร้อยละ 71.14 วิทยาศาสตร์ ร้อยละ 68.95 สังคมศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรมร้อยละ 74.32 ศิลปะร้อยละ 84.12 สุขศึกษาและพลศึกษาร้อยละ 81.38
การงานอาชีพและเทคโนโลยีร้อยละ 70.12 ภาษาต่างประเทศร้อยละ 65.41
และผู้เรียนร้อยละ 100 ผ่านการประเมินการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามที่หลักสูตรสถานศึกษากำหนด
(โรงเรียนวัดอ้อมน้อย (มิตรครูราษฎร์รังสรรค์)), 2550)
คุณภาพของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/6 ในการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ที่ดำเนินการพัฒนามีคุณภาพที่กำหนดตามหลักสูตร (กรมวิชาการ, 2544) คือ มีความรู้
สามารถอ่าน เขียน ฟัง ดู พูดและใช้ภาษาในการสื่อสารได้ดี สามารถใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือ
ในการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ มีนิสัยรักการอ่าน และการเขียน สามารถนำภาษาไทยไปใช้ในชีวิต
ประจำวันได้อย่างถูกต้อง ตามกาลเทศะ สภาพที่น่าพึงพอใจในคุณภาพการจัดการเรียนรู้
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย แยกเป็นด้าน ๆ ดังนี้
1. ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยได้เน้นการให้เด็กได้แสดงออกอย่าง
เต็มศักยภาพ ผู้เรียนได้เรียนรู้ทักษะทางภาษาอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
ทักษะกระบวนการกลุ่ม ผู้เรียนมีขวัญและกำลังใจในการเรียนทำให้ได้แสดงความสามารถอย่าง
เต็มศักยภาพ นอกจากนี้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกกระบวนการคิด
การสังเกตหาเหตุผลมาเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาที่เรียนกับชีวิตประจำวันของนักเรียน
ผู้เรียนได้เรียนรู้จากเรื่องที่ง่ายไปหาเรื่องที่ยาก ส่งเสริมให้นักเรียนได้ประเมินตนเอง
แลกเปลี่ยนประเมินกับเพื่อนและให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ร่วมกับครู ในทุกกิจกรรมได้เน้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับครู ผู้เรียนด้วยกันเองมีการ
สรุปความรู้ที่ได้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันโดยสอดแทรกควบคู่ไปกับคุณธรรม
จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์และรวมถึงการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงมานำทางให้
นักเรียนรู้จักการออมและสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้
2. ด้านผลการจัดการเรียนรู้
2.1 ด้านความรู้ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/6 โรงเรียนวัดอ้อมน้อย(มิตรครูราษฎร์รังสรรค์)
มีความรู้เดิมจากการประเมินผลในชั้นอนุบาลพบว่าผู้เรียนมีรู้ความสามารถทักษะทางภาษาไทย
ด้านการพูด การฟัง และการดูอยู่ในเกณฑ์ดี
2.2 ด้านทักษะ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/6 มีทักษะในการทำงานอยู่ในเกณฑ์ดี
2.3 ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/6 มีความรับผิดชอบ
มีมารยาทในการพูด การฟัง การอ่านและการเขียน
จุดที่ควรแก้ปัญหา/พัฒนา ตามมาตรฐานการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยใน
แต่ละด้านดังนี้
ด้านความรู้
ปัญหาที่พบของนักเรียนส่วนใหญ่คือปัญหาด้านการอ่านและการเขียน นักเรียนอ่านเขียนได้
ไม่คล่อง
ด้านทักษะ
ปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๖ ที่พบคือ ทักษะการคิด ทักษะกระบวนการกลุ่ม
ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์
ปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๖ ที่พบคือ นิสัยรักการอ่าน รักการเขียน
จากการศึกษาและวิเคราะห์ผู้เรียนในด้านต่างๆ เช่น ด้านความรู้พื้นฐาน ด้านลีลาการเรียนรู้
จากข้อมูลในเอกสารประจำชั้น ระเบียนสะสม เอกสารบันทึกการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ปพ.5)
แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นรายบุคคล(ปพ.6) และข้อมูลจากการศึกษาผู้เรียน
เป็นรายบุคคลโดยใช้วิธีการสอบ สัมภาษณ์เยี่ยมบ้านเด็ก ฯลฯ
สรุปได้ว่า ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/6 มีข้อมูลด้านต่างๆ ดังนี้
1.ด้านปัจจัยส่วนตัว ครอบครัวและความรู้พื้นฐาน
นักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน มีปัญหาทางด้านครอบครัวผู้ปกครองหย่าร้างกันเด็ก
ต้องอยู่บ้านตามลำพังเมื่อผู้ปกครองที่เป็นญาติของนักเรียนออกไปทำงานนอกบ้าน
นักเรียนไม่มีคนคอยดูแลเรื่องการบ้านและฝึกฝนทักษะการอ่านและการเขียนทำให้นักเรียน
อ่านไม่คล่องและเขียนไม่ค่อยได้
2.ด้านพฤติกรรมการเรียนและลีลาการเรียนรู้
นักเรียนส่วนใหญ่ร้อยละ 95 มีความกล้าในการแสดงออก มีความตั้งใจเรียน สรุปความรู้
และข้อมูลยังไม่ได้และคิดไม่เป็นต้องให้ครูคอยชี้แนะและให้กำลังใจอยู่เสมอ
3. ด้านคุณลักษณะอื่นๆ
นักเรียนส่วนใหญ่มีนิสัยรักการอ่านและรักการเขียนมีจำนวนน้อย จากการวิเคราะห์ผู้เรียน
ดังกล่าวข้างต้น ผู้รายงานจึงได้เลือกวิธีการแก้ปัญหา / พัฒนากลุ่ม
สาระการเรียนรู้ภาษาไทยในครั้งนี้ ให้สอดคล้องกับสภาพผู้เรียนโดยจัดทำแผนการ
จัดการเรียนรู้ เป็นหน่วยการเรียน เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นการเรียนรู้ตามศักยภาพของผู้เรียน
ฝึกทักษะการฟัง การดู การพูด การอ่าน การเขียนและการใช้ภาษาด้วยการปฏิบัติจริงฝึกทีละน้อย
บ่อย ๆ ครั้ง เน้น การเสริมแรงในการเรียนรู้ ซึ่งมีลักษณะเด่น แตกต่างจากแผนการจัดการเรียนรู้
ที่เคยปฏิบัติมา คือ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เต็มตามศักยภาพและความสามารถของตนเองและกลุ่ม คือ
เก่ง ปานกลางและอ่อน ใช้เกม เพลง ในการนำเข้าสู่บทเรียน ทำให้มีความสนุกสนาน
เร้าความสนใจในการเรียนรู้ ในขั้นการสอนใช้วิธีการสอนที่หลากหลาย เน้นการแสวงหา
ความรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา โดย ฝึกทักษะกระบวนการและปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้วยการปฏิบัติจริง ใช้สื่อที่หลากหลาย วัดและประเมินผลตามสภาพจริง
จากผลงานของผู้เรียนโดยให้ผู้เรียนและผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการประเมินผล
แนวคิด หลักการ ที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหา / พัฒนาในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/6 ใช้แนวคิด หลักการ ดังนี้
1. วิธีการเรียนรู้ของมนุษย์ บันดรูรา (Bandura อ้างถึงใน สำนักงานคณะกรรมการ
ศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2548) กล่าวว่ามนุษย์มีพฤติกรรมการเรียนรู้ 2 วิธี คือ
วิธีแรก คือ การเรียนรู้จากผลของการกระทำ (Learning by Response Consequences)
ซึ่งเป็นการเรียนรู้จาก
ประสบการณ์ตรง ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมถือว่ามนุษย์มีความสามารถจะรับรู้ความสัมพันธ์
ระหว่างการกระทำและผลการกระทำทั้งในทางบวกและทางลบ
วิธีที่ 2 คือ การเรียนรู้จากการเลียนแบบ (Learning through Modelimg) เป็นวิธีการเรียน
ด้วยกระกระบวนการสังเกตตัวแบบ ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ทางอ้อม การเลียนแบบที่
ทำให้มนุษย์สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง