เผยแพร่ผลงานวิชาการ :
ศูนย์รวมและช่องทางสำหรับครูในการเผยแพร่
ผลงานวิจัย, ผลงานครู , ผลงานวิชาการ
เรียงผลงานวิชาการจาก เก่า-ใหม่
รายละเอียดผลงานวิชาการ
ชื่อเรื่อง
รายงานการพัฒนาและใช้ชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม
ชื่อผู้ทำ
นางภาวดี เจริญเชื้อ
ชื่อตำแหน่ง
ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
ชื่อโรงเรียน
โรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม
จังหวัด
นครปฐม
ช่วงชั้น
ช่วงชั้นที่ 4 (ม.4 - ม.6)
กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย
ปี
2552
บทคัดย่อ
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เป็นกฏหมายแม่บทที่เชื่อมต่อกับบทบัญญัติเกี่ยวกับการศึกษาในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เพื่อเป็นฐานหลักในนโยบายแห่งรัฐด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬา และเป็นฐานหลักเพื่อการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ ผลจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทำให้วงการศึกษาต้องพลิกโฉมรูปแบบการเรียนการสอนที่เคยเป็นมาให้เป็นการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดการศึกษาช่วงชั้นที่ 4 ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนเนื่องด้วยเป็นช่วงชั้นสุดท้ายก่อนที่ผู้เรียนจะออกไปประกอบอาชีพหรือเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา แต่ทั้งนี้ยังพบว่ามีสถานการณ์อันน่าเป็นห่วงทางด้านคุณภาพการศึกษา เพราะปรากฎว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับต่ำกว่าอุดมศึกษาไม่อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ ไม่ว่าจะเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และคอมพิวเตอร์ เพื่อแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดนโยบายด้านการศึกษาในปี พ.ศ. 2550-2551 โดยยึดหลักคุณธรรมนำความรู้ พัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษา ซึ่งมีเป้าหมายให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณภาพทางการศึกษาสูงขึ้นทุกระดับและประเภทการศึกษา ทั้งนี้ยังได้นำนโยบายมากำหนดเป็นกลยุทธ์ และหนึ่งในกลยุทธ์ดังกล่าว ได้แก่ กลยุทธ์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งมีค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ และภาษาไทย สูงขึ้น
วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีความซับซ้อน และมีลักษณะเนื้อหาที่เป็นนามธรรม หลักสูตรวิชาคณิตศาสตร์ จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเรียนคณิตศาสตร์อย่างมีความหมาย เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยความเข้าใจ ฝึกฝนให้เกิดทักษะจนเป็นความคล่องแคล่ว แม่นยำ รวดเร็ว พัฒนาการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล และคิดอย่างเป็นระเบียบแบบแผน ตลอดจนรู้คุณค่าของคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาให้ถึงขั้นนำประสบการณ์ไปใช้ แต่ปัญหาสำคัญซึ่งพบมากในการจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ก็คือ นักเรียนไม่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยหนึ่งในสาเหตุเป็นเพราะนักเรียนไม่ชอบวิธีการสอนแบบบรรยาย ซึ่งทำให้ขาดทักษะทางการคิด ไม่เกิดความคิดรวบยอด จำสูตรไม่แม่น และไม่สามารถนำไปใช้ในเนื้อหาอื่นได้ เป็นผลต่อเนื่องให้นักเรียนเกิดเจตคติที่ไม่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ มีความรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่อยากเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ไม่สามารถผ่านการประเมินผลตามจุดประสงค์การเรียนรู้ในที่สุด ซึ่งทำให้กล่าวได้ว่า การจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ในปัจจุบันยังไม่สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายของหลักสูตร โดยพิจารณาได้จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหรือคะแนนจีพีเอ ในรายวิชาคณิตศาสตร์ที่ต่ำกว่ารายวิชาอื่น
ผู้รายงานปฏิบัติงานในโรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม และได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการศึกษา เนื่องด้วยเป็นวิชาที่เน้นการพัฒนาความคิดอย่างสร้างสรรค์ มีเหตุผล คิดเป็นระบบระเบียบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ ทำให้สามารถคาดการณ์ วางแผนการตัดสินใจ และแก้ ปัญหาได้อย่างเหมาะสม แต่จากรายงานผลการสอบวัดผลระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) กลับพบว่าใน ปีการศึกษา 2549 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม มีคะแนนเฉลี่ยรายวิชาคณิตศาสตร์ เพียงร้อยละ 24.68 ซึ่งถือว่าต่ำมาก โดยเฉพาะผลการเรียนในรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน (ค 43101) เรื่องลำดับและอนุกรม ที่ผู้รายงานได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สอนมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 และพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าหน่วยการเรียนอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด
จากปัญหาดังกล่าว ผู้รายงานจึงได้ทบทวนสภาพการจัดการเรียนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน (ค 43101) เรื่องลำดับ จากบันทึกหลังการสอน และพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ที่ไม่ผ่านการวัดผล ได้รับการฝึกทักษะซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์น้อยกว่าที่ควร ผู้รายงานจึงศึกษาหาวิธีการสอนซ่อมเสริมเฉพาะกับนักเรียนที่ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนด และพบว่า ชุดการเรียนเป็นหนึ่งในเครื่องมือการเรียนรู้ที่สามารถนำมาให้นักเรียนศึกษาหาความรู้และฝึกทักษะด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับ ที่ผู้รายงานสร้างและพัฒนามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และสามารถทำให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ไม่ผ่านการประเมินผลตามจุดประสงค์การเรียนรู้เรื่องลำดับ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากใช้ชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์เรื่องลำดับ สูงกว่าก่อนใช้ชุดการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ด้วยเล็งเห็นประโยชน์และความสำคัญของการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้ชุดการเรียนเสริมทักษะที่มีประสิทธิภาพเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ผู้รายงานจึงมุ่งศึกษาต่อยอดความรู้จากปีการศึกษา 2550 ที่ผ่านมา โดยทำการสร้างและพัฒนาชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อการศึกษา เรียนรู้ และฝึกทักษะด้วยตนเองนอกชั้นเรียนควบคู่ไปกับการศึกษาในชั้นเรียน เพราะตระหนักว่า แม้ชุดการเรียนเดิม ที่สร้างในปีการศึกษา 2550 จะมีประสิทธิภาพเพียงใด ก็เป็นเพียงชุดการเรียนที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ในการสอนซ่อมเสริม ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

วัตถุประสงค์ของการศึกษา
1. เพื่อสร้างและพัฒนาชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังใช้ชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม

ขอบเขตของการศึกษา
1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา
1.1 ประชากรที่ใช้ในการศึกษา เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดห้วยจรเข้-วิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งศึกษาในรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน (ค43101) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 6 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 202 คน
1.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 2 โรงเรียน วัดห้วยจรเข้วิทยาคม ที่ศึกษาในรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน (ค43101) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster sampling) โดยกำหนดห้องเรียนเป็นกลุ่มของหน่วยตัวอย่าง และ สุ่มเลือกห้องเรียนด้วยวิธีการสุ่มแบบง่ายมา 1 ห้องเรียน รวมจำนวน 40 คน
2. เนื้อหาสาระที่ใช้ในการศึกษา
เนื้อหาสาระที่ใช้ในการศึกษาครอบคลุมเนื้อหาในรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน(ค 43101) เรื่องลำดับและอนุกรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม พ.ศ. 2546 ประกอบด้วย
2.1 ชุดการเรียนที่ 1 ลำดับ (sequence(
2.2 ชุดการเรียนที่ 2 ลำดับเลขคณิต (arithmetic sequence)
2.3 ชุดการเรียนที่ 3 ลำดับเรขาคณิต (geometric sequence)
2.4 ชุดการเรียนที่ 4 อนุกรม (series)
2.5 ชุดการเรียนที่ 5 อนุกรมเลขคณิต (arithmetic series)
2.6 ชุดการเรียนที่ 6 อนุกรมเรขาคณิต (geometric series)
3. ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา
ผู้รายงานได้มอบชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม ที่สร้างและพัฒนาให้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างเพื่อนำไปเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยกำหนดเวลาการเรียนรู้ 5 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ถึงวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

ตัวแปรที่ศึกษา ประกอบด้วย
3.1 ประสิทธิภาพของชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม
3.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม
3.3 ความพึงพอใจต่อชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
1. ชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม
2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม
3. แบบสอบถามความพึงพอใจต่อชุดการเรียน

การวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้รายงานนำข้อมูลที่ได้มาจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้
1. เพื่อศึกษาคุณภาพด้านความตรงของชุดการเรียน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อชุดการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจความตรงเชิงเนื้อหา ด้วยการหาดัชนีความสอดคล้อง
2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ค่าประสิทธิภาพแบบ E1/E2 เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังใช้ชุดการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการทดสอบที (dependent t-test)
4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาพบว่า
1. ชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 โดยประสิทธิภาพของชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม มีค่าเท่ากับ 82.79/83.19
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดห้วยจรเข้-วิทยาคม หลังการใช้ชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม สูงกว่าก่อนใช้ ชุดการเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม มีความพึงพอใจต่อ ชุดการเรียนเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม อยู่ในระดับมาก





Download ไฟล์
ไม่มีไฟล์ให้ download
 
ผลงานวิจัยที่เผยแพร่ในเว็บไซต์วิชาการ.คอม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของครูผู้วิจัย
วิชาการ.คอม ไม่มีส่วนในการยืนยันความถูกต้องของผลงาน
ใส่คำต้องการค้นหา :
ส่วนการค้นหา :
ทั้งหมด
 
ชื่อเรื่อง
 
ชื่อผู้ทำ
 
ชื่อตำแหน่ง
 
โรงเรียน
 
บทคัดย่อ
 
รางวัลที่ได้รับ
ช่วงชั้น :
สาระการเรียนรู้ :