วิชาการ.คอม-บทเรียนออนไลน์-โครงสร้างโลก | บทเรียน วิชาการ.คอม
วิทย์ทั่วไป
 

โครงสร้างโลก

สร้างเมื่อ 07 มิ.ย. 2554 09:30:26
  • ระดับม.5
  • 16,901 view

1.1   โครงสร้างโล
          โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะที่เกิดขึ้นเมือประมาณ 4,600 ล้านปีมาแล้ว   นักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่สันนิษฐานว่า   ระบบสุริยะเกิดจากการหมุนวนของฝุ่นและแก๊สในอวกาศ (เนบิวลา) แรงโน้มถ่วงระหว่างมวลทำให้ฝุ่นและแก๊สในอวกาศเกิดการยุบตัวและรวมกันจนในที่สุด   กลายเป็นระบบสุริยะ   ดังภาพ 1.1 ซึ่งประกอบด้วยดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ต่างๆ ที่นักเรียนจะได้ศึกษาในบทที่ 6


ภาพ 1.1 การหมุนวนของกลุ่มฝุ่นและแก๊สในอวกาศ   ทำให้เกิดระบบสุริยะ


       -    นักเรียนคิดว่าโลกมีโครงสร้างภายในเป็นอย่างไร    นักธรณีวิทยารู้โครงสร้างภายในของโลกได้อย่างไร
         
      นักเรียนได้พยายามศึกษาหาข้อมูลทั้งทางตรงและทางอ้อม   เพื่อให้รู้ถึงส่วนประกอบและลักษณะต่างๆ ภายในเปลือกโลก เช่น ศึกษาเรื่องอุกาบาตรลงมาสู่พื้นผิวโลก   ศึกษาเรื่องการระเบิดของภูเขาไฟที่พ่นชิ้นส่วนและวัตถุจากภายในโลกออกมาสู่ผิวโลก   ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามีส่วนประกอบคล้ายกับส่วนประกอบของโลกเมื่อเริ่มเกิด

       -    นักเรียนคิดว่ายังมีข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเรื่องใดอีกบ้าง   ที่ช่วยให้รู้เกี่ยวกับโครงสร้างภายในของโลกได้
 


ภาพ 1.2 โครงสร้างโลกทั้งชั้นนอกและชั้นใน


           จากข้อมูลและหลักฐานต่างๆ ดังกล่าว   นักวิทยาศาสตร์แบ่งโครงสร้างโลกตามลักษณะมวลสารเป็นชั้นใหญ่ 3 ชั้นคือ ชั้นเปลือกโลก   เนื้อโลก และแก่นโลก ดังภาพ 1.2
          ชั้นเปลือกโลก (crust)  เป็นเสมือนผิวด้านนอกที่ปกคลุมโลก   แบ่งออกได้เป็น 2 บริเวณ คือ เปลือกโลกภาคพื้นทวีป หมายถึงส่วนที่เป็นแผ่นดินทั้งหมด   ประกอบด้วยซิลิกาและอลูมินาเป็นส่วนใหญ่และเปลือกโลกส่วนใต้มหาสมุทร   หมายถึงเปลือกโลกส่วนที่ปกคลุมด้วยน้ำ   ประกอบด้วย   ซิลิกาและแมกนีเซียเป็นส่วนใหญ่   มีความลึกตั้งแต่ 5 กิโลเมตร ในส่วนที่อยู่ใต้มหาสมุทรไปจนถึง 70 กิโลเมตร ในบริเวณที่อยู่ใต้เทือกเขาสูงใหญ่
           ชั้นเนื้อโลก (mantle)  เป็นชั้นที่อยู่ถัดลงไปขากชั้นเปลือกโลก   ส่วนมากเป็นของแข็ง   มีความลึกประมาณ  2,900 กิโลเมตรนับจากฐานล่างสุดของเปลือกโลกจนถึงตอนบนของแก่นโลก   ชั้นเนื้อโลกส่วนบนเป็นหินที่เย็นตัวแล้วและบางส่วนมีรอยแตกเนื่องจากความเปราะ   ชั้นเนื้อโลกส่วนบนกับชั้นเปลือกโลกรวมกันเรียกว่า  “ธรณีภาค” (lithosphere)  ซึ่งมาจากรากศัพท์ภาษากรีก   แปลว่าชั้นหิน   ชั้นธรณีภาคมีความหนาประมาณ 100 กิโลเมตรนับจากผิวโลกลงไป
         ชั้นเนื้อโลกถัดไปที่ความลึก 100-350 กิโลกเมตร เรียกว่าชั้น ฐานธรณีภาค (asthenosphere)  เป็นชั้นของหินหลอมละลายร้อนหรือหินหนืดที่เยกว่า แมกมา   ซึ่งหมุนวนอยู่ภายในโลกอย่างช้าๆ ชั้นเนื้อโลกที่อยู่ถัดลงไปอีกเป็นชั้นล่าสุดอยู่ที่ความลึกตั้งแต่ 350-2,900 กิโลเมตร   เป็นชั้นที่เป็นของแข็งร้อนแต่แน่นและหนืดกว่าตอนบน   มีอุณหภูมิสูงตั้งแต่ประมาณ  2,250-4,5000C
          ชั้นแก่นโลก (core) อยู่ในระดับความลึกจากผิวโลกประมาณ 2,900 กิโลกเมตรลงไป   แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ แก่นโลกชั้นนอกมีความหนาตั้งแต่ 2,900-5,100 กิโลเมตร   เชื่อกันว่าชั้นนี้ประกอบไปด้วยของเหลวร้อนของโลหะเหล็กและนิกเกิลเป็นส่วนใหญ่และมีความร้อนสูงมาก   ต่อเนื่องจากแก่นโลกชั้นนอกลงไปเป็นแก่นโลกชั้นใน   ส่วนประกอบของแก่นโลกชั้นในเหมือนกับชั้นนอกแต่อยู่ในสภาพของแข็งเนื่องจากมีความดันและอุณหภูมิสูงมาก   อาจสูงถึง 6,0000C
          จะเห็นว่าชั้นต่างๆ ของโลกมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกัน   ทั้งทางด้านกายภาพและส่วนประกอบทางเคมี   โครงสร้างและส่วนประกอบภายในของโลกดังกล่าว   เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่าแผ่นดินไหว   และภูเขาไฟระเบิด




จำไว้ตลอด