3.1 อายุทางธรณีวิทยา
โดยทั่วไปอายุทางธรณีวิทยาแบ่งเป็น 2 แบบ คือ อายุเปรียบเทียบและอายุสัมบูรณ์ ซึ่งมีวิธีการศึกษาต่างกัน
อายุเปรียบเทียบ (relative age) เป็นอายุหินเปรียบเทียบซึ่งบอกว่าหินชุดใดมีอายุมากหรือน้อยกว่ากัน อายุเปรียบเทียบหาได้โดยอาศัยข้อมูลจากซากดึกดำบรรพ์ที่ทรายอายุ ลักษณะและลำดับของหินชนิดต่างๆ และลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยาของหิน แล้วนำมาเปรียบเทียบทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า ธรณีกาล (geologic time) ดังภาพ 3.4 ก็จะสามารถบอกอายุของหอนที่เราศึกษาได้ว่าเป็นหินในยุคไหน หรือ ช่วงอายุ เป็นเท่าใด
อายุสัมบูรณ์ (absolute age) เป็นอายุหินหรือซากดึกดำบรรพ์ ที่สามารถบอกเป็นจำนวนปีที่ค่อนข้างแน่นอน การหาอายุสัมบูรณ์ใช้วิธีคำนวณจากครึ่งชีวิตของธาตุกัมมันตรังสีที่มีอยู่ในหิน หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ต้องการศึกษา ธาตุกัมมันตรังสีที่นิยมนำมาหาอายุสัมบูรณ์ ได้แก่ ธาตุคาร์บอน-14 ธาตุโพแทสเซียม-40 ธาตุเรเดียม-226 ธาตุยูเรเนียม-238 เป็นต้น การหาอายุสัมบูรณ์มักใช้กับหินที่มีอายุมากเป็นแสนเป็นล้านปี เช่น หินแกรนิตบริเวณฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต ซึ่งเคยเป็นหินต้นกำเนิดแร่ดีบุกมีอายุสัมบูรณ์ประมาณ 100 ล้านปี ส่วนตะกอนซากดึกดำบรรพ์ที่มีอายุน้อยกว่า 50,000 ปี มักใช้วิธีกัมมันตรังสีคาร์บอน-14 เช่น ซากหอยนางรมที่วัดเจดีย์หอย อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีมีอายุประมาณ 5,500 ปี
(1).jpg)
ภาพ3.1 ซากหอยนางรม ที่สะสมอยู่กับดินเหนียวทะเล และบางส่วนที่ถูกขุดขึ้นมาไว้บนพื้น
สำหรับนำไปสร้างเจดีย์ ที่วัดเจดีย์หอย อำเภอลาดหลุดแก้ว จังหวัดปทุมธานี
- นักเรียนคิดว่าการหาอายุทางธรณีทั้ง 2 แบบ มีความสัมพันธ์กับวิชาอะไรบ้าง