|
ตัวนำ กึ่งตัวนำ และฉนวน
สมบัติทางด้านการนำไฟฟ้าของสารต่างๆ โดยเฉพาะของแข็งแตกต่างกันมาก หากเปรียบเทียบสภาพต้านทานไฟฟ้า (electrical resistivity) ระหว่างโลหะเงินที่มีค่า
โอห์มเมตรกับควอตเหลวซึ่งมีสภาพต้านทานเป็น
โอห์มเมตร จะเห็นได้ว่า ฉนวนมีความต้านทานประมาณ
เท่าของตัวนำ ซึ่งความต้านทานไฟฟ้านี้เป็นสมบัติที่แตกต่างกันมาก อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้สารต่างๆ มีสมบัติแตกต่างกันมากเช่นนั้น
จากความเข้าใจเรื่องระดับพลังงานของอะตอมเดี่ยวๆที่เป็นแก๊สเช่น ระดับพลังงานของอะตอมของไฮโดรเจน นอกจากจะสามารถขยายไปครอบคลุมกรณีระดับพลังงานของอะตอมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีหลายอิเล็กตรอนแล้ว ยังขยายไปครอบคลุมระบบอะตอมในของแข็งที่เป็นโลหะและอโลหะได้ด้วยและโครงสร้างของระดับพลังงานของระบบนี้กับระดับพลังงานของอิเล็กตรอนในชั้นพลังงานเป็นตัวกำหนดสมบัติการนำไฟฟ้า ทำให้สามารถเข้าใจความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้ แต่หากจะรู้รายละเอียดก็จะต้องเรียนในระดับที่สูงขึ้น ในที่นี้จะกล่าวเพียงคร่าวๆให้พอเห็นภาพความแตกต่างที่เกิดขึ้น
ก. ระดับพลังงานในของแข็ง ข. ระดับพลังงานในอะตอมเดี่ยว
รูป 19.53 เปรียบเทียบระดับพลังงานของของแข็ง และอะตอมเดี่ยว
ในกรณีของธาตุอะตอมเดี่ยว เช่น แก๊สไฮโดรเจน (เป็นแก๊สที่อุณหภูมิ
) ระดับพลังงานจะเป็นดังรูป 19.53 ข. ส่วนของแข็งที่เป็นโลหะและอโลหะจะมีระดับพลังงานเป็นแถบ (energy band) ดังรูป 19.53 ก. แถบที่มีอิเล็กตรอนเต็มจะมีพลังงานต่ำกว่าเรียกว่าแถบวาเลนซ์ (valence band) เป็นแถบที่ไม่นำไฟฟ้า สำหรับแถบพลังงานที่อยู่สูงขึ้นไปเรียกว่าแถบนำไฟฟ้า (conduction band)
ตัวนำ (conductor) จะมีอิเล็กตรอนเต็มในแถบวาเลนซ์ และมีอิเล็กตรอนอยู่บ้างในแถบนำไฟฟ้า เมื่อให้สนามไฟฟ้าก็จะเกิดการนำไฟฟ้าขึ้น
ฉนวน (insulator) จะมีอิเล็กตรอนเต็มในแถบวาเลนซ์ และไม่มีอิเล็กตรอนอยู่ในแถบนำไฟฟ้า มีช่องว่างระหว่างแถบพลังงาน (energy gap) ทั้งสอง ช่องว่างนี้จะกว้างมากจนเมื่อให้พลังงานไฟฟ้า(ในรูปของศักย์ไฟฟ้า) หรือพลังงานความร้อน หรือพลังงานแสง ก็ไม่สามารถทำให้อิเล็กตรอนในชั้นแถบวาเลนซ์ ถูกกระตุ้นขึ้นมาที่แถบนำไฟฟ้า จึงไม่มีการนำไฟฟ้า
กึ่งตัวนำ (semiconductor) จะมีอิเล็กตรอนเต็มแถบวาเลนซ์คล้ายฉนวน แต่มีช่องว่างพลังงานเหนือแถบนั้นค่อนข้างแคบ ที่อุณหภูมิปกติ พลังงานความร้อน สามารถกระตุ้นให้อิเล็กตรอนเหล่านี้เองที่เป็นพาหะ (carrier) ของไฟฟ้าและทำให้นำไฟฟ้าได้บ้าง ทำให้ความต้านทานไม่สูงมากนักและนับเป็นสารกลุ่มกึ่งตัวนำ สารกึ่งตัวนำบางชนิดสามารกระตุ้นอิเล็กตรอนจากแถบวาเลนซ์ให้ขึ้นไปแถบนำไฟฟ้าได้ด้วยแสง และสามารถนำมาใช้เป็นประเภทLDR (Light Dependent Resistance) หรือเป็นตัวรับรู้ (sensor) แสง
ในทางปฏิบัติจะมีการใช้ฉนวน เช่น ยาง พลาสติก ทำที่หุ้มสายไฟฟ้าที่ทำจากโลหะซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้า ส่วนตัวต้านทานที่ใช้ในวงจรไฟฟ้าและวงจรอิเล็กทรอนิกส์นั้นจะมีค่าความต้านทานไฟฟ้าอยู่ระหว่างตัวนำกับฉนวน คือมีค่าตั้งแต่ 1 โอห์ม ถึง 100 เมกะโอห์ม
การทดลองและกิจกรรม
กิจกรรมสาธิต (สำหรับโรงเรียนที่มีเครื่องมือพร้อม)
กิจกรรม 19.1 การศึกษาเปรียบเทียบการแผ่รังสีของวัตถุดำ
วิธีสาธิต ใช้เตาไฟฟ้าแบบขดความร้อน 220 โวลต์ แทนวัตถุดำ เตาไฟฟ้าจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ป้อนเข้าไป ปริมาณกระแสไฟฟ้านี้สามารถควบคุมได้โดยใช้เครื่องควบคุมกระแสไฟฟ้า (dimmer)
(4).jpg)
รูป 19.54 แสดงการต่อวงจรไฟฟ้า
เมื่อวัตถุดำ(เตาไฟฟ้า) มีอุณหภูมิค่าหนึ่ง จะมีการแผ่รังสีหรือปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาดังรูป 19.54 ถ้าโรงเรียนมีเครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส Non-contact infrared thermometer สามารถนำมาใช้วัดอุณหภูมิของเตาไฟฟ้าในขณะที่แผ่รังสีได้
ร่างกายมนุษย์ที่ยังมีชีวิต จะมีอุณหภูมิค่าหนึ่ง มีการแผ่รังสีหรือปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา เราสามารถใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส Non-contact infrared thermometer มาใช้วัดอุณหภูมิร่างกายได้ ดังที่ใช้ในกรณีของโรค SARS (severe Acute Respiratory)
กิจกรรมสาธิต
กิจกรรม 19.2 การเปรียบเทียบลักษณะการกระเจิงของอนุภาคแอลฟา
วิธีทดลอง ใช้แม่เหล็กแผ่นกลมขนาดเท่ากันซ้อนกันหลายๆอัน วางบนถาดลดแรงเสียดทานเรียกแม่เหล็กนี้ว่า แม่เหล็ก A โรยเม็ดพลาสติกลงบนถาดรอบแม่เหล็ก A แล้วเกลี่ยให้สม่ำเสมอวางแม่เหล็กอีกแท่งหนึ่งบนเม็ดพลาสติกโดยให้อยู่ในลักษณะที่มีแรงผลักระหว่างกัน เรียกแม่เหล็กอันที่สองนี้ว่า แม่เหล็ก a กำหนด oo ผ่านแม่เหล็ก A ผลักแม่เหล็ก a เข้าหา A ในแนว oo และขนานกับ oo หลายๆครั้ง โดยใช้แรงเท่าเดิม แต่ให้แนวการเคลื่อนที่ของแม่เหล็ก a ห่างจาก oo ต่างๆกัน ดังรูป 19.55 แล้วสังเกตว่าแม่เหล็ก A มีการเคลื่อนที่หรือไม่ และแนวการเคลื่อนที่ของ a เมื่อผ่าน A เป็นอย่างไร
(4).jpg)
รูป 19.55 การเปรียบเทียบการกระเจิงของอนุภาคแอลฟา
การทดลอง 19.1 การศึกษาสเปกตรัมของแก๊สร้อน (แก๊สไฮโดรเจน อาร์กอน นีออน)
วิธีทดลอง ต่อเสียบหลอดบรรจุแก๊สเข้ากับที่เสียบขดลวดเหนี่ยวนำและต่อเข้ากับหม้อแปลงโวลต์ต่ำ ใช้ความต่างศํกย์ 12 โวลต์ วางไม้เมตรไว้ข้างหน้าหลอด จัดให้ขีดกึ่งหลางไม้เมตรอยู่ตรงกับหลอดบรรจุแก๊สดังรูป 19.56
(8).jpg)
รูป 19.56 การจัดอุปกรณ์สำหรับหาความยาวคลื่นของแสงเลเซอร์
วัดระยะตั้งฉาก D จากไม้เมตร ห่างออกประมาณ 1 เมตร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเกรตติงเปิดสวิตช์หม้อแปลงแล้วมองผ่านเกรตติง จัดระนาบให้เส้นสเปกตรัมปรากฏชัดที่ทั้งสองข้างของไม้เมตร บันทึกภาพและสีที่เห็น จากนั้นบันทึกตำแหน่งต่างๆ ของเส้นสเปกตรัมที่ ปรากฏบนไม้เมตร บันทึกภาพและสีที่เห็น จากนั้นบันทึกตำแหน่งต่างๆ ของเส้นสเปกตรัมที่ปรากฏบนไม้เมตรแต่ละข้าง หาระยะห่างจากขีดกลางไม้เมตรของสเปกตรัมแต่ละสีเป็นระยะ x
ตารางบันทึกผลการทดลองอาจเป็นดังต่อไปนี้
ระยะ D = 1 เมตร เกรตติงที่ขนาด 5300 เส้นต่อเซนติเมตร ดังนั้น สีที่เห็น ระยะ ระยะ
ซม.
ซ้าย (cm)
ขวา (cm)

โจทย์แบบฝึกหัดบทที่ 19
คำถาม
1. รูปแสดงระดับพลังงานของอะตอมของโลหะชนิดหนึ่ง
(5).jpg)
รูป สำหรับคำถามข้อ 1
ก. อิเล็กตรอนต้องดูดกลืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงานเท่าใด จึงจะเปลี่ยนระดับพลังงานจากสถานะพื้นไปยังสถานะกระตุ้นที่ n = 4
ข. จากข้อ ก. การเปลี่ยนระดับพลังงานจากสถานะถูกกระตุ้น n = 4 กลับไปยังสถานะพื้น n = 1 อาจเกิดขึ้นได้กี่แบบ และเส้นสเปกตรัมที่เกิดขึ้นมีทั้งหมดกี่ความถี่
ปัญหา
1. อิเล็กตรอนเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว
เมตรต่อวินาที เข้าสู่สนามแม่เหล็กที่มีทิศตั้งฉากกับสนามแม่เหล็ก ปรากฏว่าอิเล็ตรอนเคลื่อนที่เป็นวงกลมรัศมี 0.1 เมตร จงหาว่าสนามแม่เหล็กที่ใช้มีขนาดที่เทสลา กำหนดให้ประจุไฟฟ้าต่อมวลของอิเล็กตรอนเป็น
คูลอมบ์ต่อกิโลกรัม เมตรต่อวินาที เคลื่อนที่ในทิศทางตั้งฉากกับสนามแม่เหล็กขนาด เทสลา ทำให้ลำอิเล็กตรอนเคลื่อนที่ในแนวโค้งดังรูป จงหาขนาดของสนามไฟฟ้าที่จะทำให้ลำอิเล็กตรอนเคลื่อนที่ตรงไปโดยไม่เบน
2. ลำอิเล็กตรอนมีอัตราเร็ว [tex 2.0x10^7[/tex]
(5).jpg)
รูป สำหรับปัญหาข้อ 2
3. ในการทดลองวัดอัตราส่วนประจุไฟฟ้าต่อมวล
แบบทอมสัน ระยะระหว่างแผ่นโลหะที่ใช้เท่ากับ 0.008 เมตร และความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างแผ่นโลหะทั้งสองเท่ากับ 300 โวลต์ พบว่าถ้าใช้สนามแม่เหล็กสม่ำเสมอขนาด 0.002 เทสลาตั้งฉากกับสนามไฟฟ้า จะทำให้อิเล็กตรอนเคลื่อนที่เป็นแนวตรงในระหว่างแผ่นโลหะทั้งสอง และเมื่อตัดสนามไฟฟ้าออกอิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่เป็นส่วนโค้งของวงกลมซึ่งมีรัศมีเท่ากับ 6.0 เซนติเมตร ถ้าโลหะแผ่นบนมีศักย์ไฟฟ้าเป็นบวก จงแสดงทิศของสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก และคำนวณ
ก. อัตราเร็วของอิเล็กตรอน
ข. อัตราส่วนประจุไฟฟ้าต่อมวลของอิเล็กตรอน
ค. ความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้เร่งอิเล็กตรอนจากหยุดนิ่งจนมีอัตราเร็วเท่ากับในข้อ ก.
4. อนุภาคแอลฟาเคลื่อนที่ตรงไปยังนิวเคลียสของทองคำ อนุภาคแอลฟาเคลื่อนที่ช้าลงๆ จนกระทั่งหยุดนิ่ง ณ ตำแหน่งหนึ่งห่างจากนิวเคลียสแล้วจึงเคลื่อนที่ย้อนกลับทางเดิม จงอธิบายว่าทำไมเป็นเช่นนั้น และให้คำนวณว่า อนุภาคแอลฟาที่เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว
เมตรต่อวินาที จะเข้าใกล้จุดศูนย์กลางของนิวเคลียสของทองคำมากที่สุดเป็นระยะเท่าใด
กำหนดให้ค่าคงตัวของคูลอมบ์
ประจุของอนุภาคแอลฟาเป็น 2 เท่าของประจุของอิเล็กตรอนและมีมวลเท่ากับ
กิโลกรัม ประจุของนิวเคลียสของทองคำเท่ากับ 79 เท่าของอิเล็กตรอน
5. ในการทดลองของมิลลิแกน เมื่อใช้สนามไฟฟ้ามีทิศดิ่งขึ้นขนาด
นิวตันต่อคูลอมบ์จะทำให้หยดน้ำมันมวล
กิโลกรัมหยุดนิ่งได้ จงคำนวณว่าหยดน้ำมันหยดนี้ได้รับหรือเสียอิเล็กตรอนกี่ตัว
6. จงคำนวณความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกดูดกลืนหรือเปล่งออกมาจากอะตอมไฮโดรเจนเมื่ออะตอมเปลี่ยนระดับพลังงานจาก n = 1 ไปยัง n = 3 และจาก n = 6 ไปยัง n = 3
7. ถ้าอะตอมไฮโดรเจนถูกกระตุ้นไปยังระดับพลังงาน n = 3 เมื่ออะตอมไฮโดรเจนกลับสู่สถานะพื้น จงคำนวณความยาวคลื่นของเส้นสเปกตรัมที่เกิดขึ้นทั้งหมดของอะตอมไฮโดรเจน
8. ความยาวคลื่นของเส้นสเปกตรัมสีแดงในอนุกรมบัลเมอร์ของสเปกตรัมไฮโดรเจนมีค่า 656.2 นาโนเมตร ผลต่างของระดับพลังงานสองระดับที่ทำให้เกิดเส้นสเปกตรัมสีแดงเส้นนี้ มีค่ากี่อิเล็กตรอนโวลต์
9. เมื่อแสงความถี่
เฮิรตซ์ ตกกระทบผิวโลหะชนิดหนึ่ง ทำให้โฟโตอิเล็กตรอนที่หลุดจากผิวโลหะนั้นมีความเร็วสูงสุดเท่ากับ
เมตรต่อวินาที จงคำนวณความถี่ขีดเริ่มของแสงสำหรับโลหะชนิดนี้
10. ฟังก์ชันงานของทองแดงเท่ากับ
จูล จงคำนวณความถี่ขีดเริ่มของแสงสำหรับทองแดง แสงที่ตามองเห็นจะทำให้เกิดโฟโตอิเล็กตรอนจากทองแดงหรือไม่ ก. พลังงานน้อยที่สุดที่ทำให้อิเล็กตรอนหลุดจากอะตอม
11. รังสีอัลตราไวโอเลตความถี่
เฮิรตซ์ ทำให้อิเล็กตรอนหลุดจากอะตอมของธาตุชนิดหนึ่ง และมีพลังงานจลน์
จูล จงหา
ข. ความถี่ต่ำสุดที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริกกับธาตุนี้
12. การศึกษาปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ผู้ทดลองได้บันทึกความถี่ f และความต่างศักย์หยุดยั้ง
ดังตาราง
|
|
12.0 |
9.5 |
8.2 |
5.5 |
|
|
3.00 |
2.10 |
1.60 |
0.50 |
ก. เขียนกราฟระหว่าง f กับ
โดยให้ f อยู่บนแกนนอน และ อยู่บนแกนตั้ง
ข. จากกราฟในข้อ ก. ความถี่ขีดเริ่ม ค่าคงตัวพลังค์และฟังก์ชันงาน มีค่าประมาณเท่าใด
13. ในการทดลองของฟรังก์และเฮิรตซ์พบว่า นอกจากอะตอมปรอทจะดูดกลืนพลังงาน 4.9 อิเล็กตรอนโวลต์แล้วยังดูดกลืนพลังงานปริมาณอื่นๆ เช่น 6.7 และ 10.4 อิเล็กตรอนโวลต์ด้วยในการชนกันระหว่างอิเล็กตรอนกับอะตอมปรอท ถ้าอิเล็กตรอนที่เข้าชนมีพลังงานเป็น 4.0, 6.0, 9.0 และ 11.0 อิเล็กตรอนโวลต์ ตามลำดับ ในแต่ละกรณี จงคำนวณความยาวคลื่นของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อะตอมปรอทเปล่งออกมา
14. ถ้าความต่างศักย์ไฟฟ้าซึ่งใช้เร่งอิเล็กตรอนในหลอดกำเนิดรังสีเอกซ์มีค่าเท่ากับ 16,000 โวลต์ จงหาพลังงานสูงสุดของรังสีเอกซ์ที่เปล่งออกมาจากหลอดนี้
15. ความถี่ขีดเริ่มของแสงสำหรับผิวของโซเดียมเท่ากับ
เฮิรตซ์
ก. จงคำนวณพลังงานเป็นอิเล็กตรอนโวลต์ที่ใช้ในการทำให้อิเล็กตรอนพอดีหลุดจากผิวของโซเดียม
ข. ความเร็วสูงสุดของโฟโตอิเล็กตรอนที่หลุดจากผิวโซเดียมเมื่อมีแสงความยาวคลื่น
เมตร ตกกระทบ
16. ในการทดลองปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานจลน์สูงสุด
_สูงสุด ของโฟโตอิเล็กตรอนที่หลุดจากผิวโลหะชนิดหนึ่งและความถี่ f ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตกกระทบผิวโลหะนั้น เป็นเส้นตรงดังกราฟรูป
รูป สำหรับปัญหาข้อ 16
จากกราฟจงหา ก. ความถี่ขีดเริ่ม
ข. ค่าคงตัวพลังค์
ค. ฟังก์ชันงานของโลหะนี้
ง. ถ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตกกระทบผิวโลหะมีค่า
เฮิรตซ์ พลังงานจลน์สูงสุดของอิเล็กตรอนมีค่าเท่าใด
17. อิเล็กตรอนถูกเร่งในหลอดรังสีเอกซ์จนมีพลังงานจลน์สูงสุดเท่ากับ 40 กิโลอิเล็กตรอนโวลต์ เข้ากระทบเป้าโลหะ และปล่อยรังสีเอกซ์ออกมา จงคำนวณ
ก. พลังงานสูงสุดของโฟตอนของรังสีเอกซ์
ข. ความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้เร่งอิเล็กตรอน
ค. ความถี่สูงสุดของรังสีเอกซ์
18. อิเล็กตรอนในหลอดภาพโทรทัศน์สีถูกเร่งด้วยความต่างศักย์ไฟฟ้า 24 กิโลโวลต์ เมื่ออิเล็กตรอนกระทบจอภาพจะมีรังสีเอกซ์เกิดขึ้นด้วย จงคำนวณความยาวคลื่นน้อยที่สุดและความถี่สูงสุดของรังสีเอกซ์ที่เกิดขึ้น
20. จงคำนวณความยาวคลื่นเดอบรอยล์ของสิ่งต่อไปนี้
ก. อนุภาคมวล 1 กรัม เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว
เมตรต่อวินาที
ข. อิเล็กตรอนมวล
กิโลกรัม มีพลังงานจลน์ 3 อิเล็กตรอนโวลต์
ค. วัตถุมวล 1 กิโลกรัม เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว
เมตรต่อวินาที
21. คนที่อยู่กลางแดดในตอนกลางวันเป็นเวลานานจะทำให้ผิวหนังคล้ำได้ จากการศึกษาพบว่าพลังงานโฟตอนของแสงแดดที่มีผลให้ผิวหนังคล้ำนั้น มีค่าประมาณ 3.5 อิเล็กตอนโวลต์ จงหาความยาวคลื่นของโฟตอน และความยาวคลื่นที่คำนวณได้ อยู่ในช่วงรังสีชนิดใดในสเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
|
วัสดุ |
ฟังก์ชันงาน (eV) |
|
ซีเลียม ลิเทียม แทนทาลัม ทองคำ |
1.8 2.3 4.2 4.8 |
23. จงคำนวณ ก. ความยาวคลื่นเดอบรอยล์ของลูกบอลมวล 0.40 กิโลกรัม เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว 10 เมตรต่อวินาที
ข. ความยาวคลื่นเดอบรอยล์ของลูกบอลนี้ จะวัดในห้องทดลองได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
24. จงเปรียบเทียบความยาวคลื่นเดอบรอยล์ของอิเล็กตรอนและนิวเคลียสไฮโดรเจนที่ถูกเร่งด้วยความต่างศักย์ 300 โวลต์เท่ากันกำหนด มวลของนิวเคลียสไฮโดรเจนเท่ากับ
กิโลกรัม
25. เครื่องผลิตเลเซอร์ที่ใช้ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์เครื่องหนึ่ง ให้เลเซอร์ความยาวคลื่น 632.8 นาโนเมตร ถ้าเลเซอร์ที่ปล่อยออกมามีกำลัง 1 มิลลิวัตต์ จงคำนวณ
ก. พลังงานของแต่ละโฟตอนของเลเซอร์
ข. จำนวนโฟตอนของเลเซอร์ที่ผลิตได้ใน 1 วินาที
ค. โมเมนตัมของแต่ละโฟตอน
|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |