|
ไอโซโทป
เมื่อพิจารณาอนุกรมการสลายของธาตุกัมมันตรังสีจะพบว่า มีนิวเคลียสบางกลุ่มซึ่งทุกนิวเคลียสมีเลขอะตอมมเท่ากัน แต่มีเลขมวลต่างกัน เช่น กลุ่มของยูเรเนียม ซึ่งมียูเรเนียม -234 ยูเรเนียม -235 และยูเรเนียม -238 นิวเคลียสในกลุ่มนี้ต่างมีเลขอะตอมเท่ากันคือ 92 แต่มีจำนวนนิวตรอนในนิวเคลียสต่างกัน เราเรียกนิวเคลียสที่มีจำนวนโปรตอนเท่ากัน แต่มีจำนวนนิวตรอนต่างกันนี้ว่าเป็น ไอโซโทปของธาตุเดียวกัน
ไอโซโทปของธาตุอาจมีชนิดที่ไม่เสถียรซึ่งเรียกว่า ไอโซโทปกัมมันตรังสี และชนิดที่ไม่มีการสลายต่อไปซึ่งเรียกว่า ไอโซโทปเสถียร เช่น ไอโซโทปของตะกั่วมี 5 ชนิด ซึ่งเป็นไอโซโทปกัมมันตรังสี 2 ชนิด คือตะกั่ว -210 และตะกั่ว -214 สำหรับธาตุบางธาตุอาจมีแต่ไอโซโทปกัมมันตรังสีเท่านั้น
เนื่องจากไอโซโทปของธาตุเดียวกันมีเลขอะตอมเท่ากัน แต่เลขมวลต่างกัน จึงมีสมบัติทางเคมีเหมือนกันแต่สมบัติทางกายภาพต่างกน ดังนั้นการวิเคราะห์ไอโซโทปของธาตุชนิดหนึ่งจึงไม่สามารถกระทำได้โดยอาศัยปฏิกิริยาเคมี แต่ด้วยเหตุที่ไอโซโทปมีสมบัติทางกายภาพต่างกันเช่น มีมวลต่างกัน การวิเคราะห์ไอโซโทปจึงสามารถกระทำได้โดยจำแนกมวลของไอโซโทปมวลของไอโซโทปของธาตุชนิดเดียวกันมีความแตกต่างกันน้อยมาก การวิเคราะห์ไอโซโทปจึงต้องใช้เครื่องมือที่สามารถวัดมวลได้ละเอียดมาก เครื่องมือประเภทนี้ได้แก่ แมสสเปกโทรมิเตอร์ (mass spectrometer) ดังจะได้ศึกษารายละเอียดในการหาค่ามวลดังต่อไปนี้
(5).jpg)
รูป 20.10 ส่วนประกอบที่สำคัญของแมสสเปกโทรมิเตอร์
แมสสเปกโทรมิเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์มวลอะตอมของธาตุต่างๆ โดยอาศัยหลักการเคลื่อนที่ของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าในสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้า ส่วนประกอบที่สำคัญของแมสสเปกโทรมิเตอร์ คือ ส่วนเร่งอนุภาค ส่วนคัดเลือกความเร็วและส่วนวิเคราะห์ ดังรูป 20.10 ส่วนเร่งอนุภาคมีหน้าที่ทำให้ไอโซโทปที่เป็นแก๊สกลายสภาพเป็นอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า จากนั้นอนุภาคนี้จะถูกเร่งให้พุ่งผ่านช่องที่ทำไว้และเข้าไปยังส่วนคัดเลือกความเร็ว ซึ่งประกอบด้วยบริเวณที่มีสนามไฟฟ้า
และสนามแม่เหล็ก
ซึ่งมีทิศตั้งฉากกันและตั้งฉากกับทิศการเคลื่อนที่ของอนุภาคที่ผ่านเข้ามา ดังรูป 20.11 ดังนั้นแรงที่กระทำต่อนุภาคอันเนื่องจากสนามทั้งสองจึงมีทิศทางตรงข้ามกัน
(6).jpg)
รูป 20.11 หลักการทำงานของส่วนคัดเลือกความเร็ว
ถ้าอนุภาคมีความเร็วพอเหมาะขนาดของแรงอันเนื่องมากจากสนามทั้งสองจะมีค่าเท่ากันจึงทำให้เกิดสมดุลของแรง มีผลให้อนุภาคเคลื่อนที่ต่อไปโดยไม่เปลี่ยนแนวการเคลื่อนที่ และสามารถพุ่งตรงไปผ่านช่องอีกช่องหนึ่งที่ทำไว้ได้ ส่วนอนุภาคที่มีความเร็วแตกต่างไปจากค่าที่พอเหมาะจะมีแนวการเคลื่อนที่จะเบี่ยงเบน ทำให้ไม่สามารถทะลุผ่านช่องที่สองไปได้
ถ้าให้อนุภาคที่เคลื่อนที่ผ่านช่องที่หนึ่งเข้ามาในบริเวณที่มีสนามไฟฟ้า
และสนามแม่เหล็ก
มีอัตราเร็วเท่ากับ v และประจุไฟฟ้าของอนุภาคนั้นเป็น q เมื่อเกิดสมดุลจะได้ว่า
qvB = qE
หรือ
จะเห็นได้ว่าสามารถหาอัตราเร็ว v ได้จากอัตราส่วนของขนาดสนามไฟฟ้าและขนาดสนามแม่เหล็กในบริเวณส่วนคัดเลือกความเร็วดังนั้นกลุ่มอนุภาคที่มีอัตราเร็วดังกล่าวนี้จะเคลื่อนที่เข้าสู่ส่วนวิเคราะห์ซึ่งมีสนามแม่เหล็ก
ที่มีทิศตั้งฉากกับแนวการ
(6).jpg)
รูป 20.12 ส่วนวิเคราะห์ที่มีสนามแม่เหล็ก
ตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของอนุภาคที่มีประจุ
เพราะอนุภาคที่มีมวลต่างกันเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งรูปวงกลมที่มีรัศมีต่างกัน ดังนั้นเมื่ออนุภาคเหล่านั้นกระทบแผ่นฟิล์มจะทำให้เกิดรอยดำ ถ้า R เป็นรัศมีความโค้งของวงกลม และ m เป็นมวลของอนุภาคและ B
เป็นสนามแม่เหล็กในบริเวณนี้ จะได้ว่า


(20.7)
สมการ (20.7) แสดงว่า มวลของอนุภาคแปรผันตรงกับรัศมีความโค้ง และเนื่องจากมวลของแต่ละไอโซโทปแตกต่าง
กัน ดังนั้นรัศมีความโค้งของแต่ละไอโซโทปจะแตกต่างกัน การวัดรัศมีจึงเป็นหลักการที่เครื่องมือนี้วิเคราะห์ไอโซโทปได้
ในการวิเคราะห์ผลค่า E, B, B
, R เป็นค่าที่รู้จากการทดลอง และ q คือประจุไฟฟ้าของอนุภาคดังนั้นเราจึงสามารถหาค่ามวล m ได้ วิธีการนี้ทำให้เราสามารถหาค่ามวลอะตอมของธาตุต่างๆ ได้ค่ามวลอะตอมของไอโซโทปบางชนิดแสดงไว้ในตาราง 20.3
ตาราง 20.3 แสดงค่ามวลอะตอมของธาตุบางธาตุ
|
ธาตุ |
เลขอะตอม |
เลขมวล |
มวลอะตอม (u) |
ปริมาณในธรรมชาติ (%) |
|
ไฮโดรเจน |
1 |
1 |
1.007825 |
99.98 |
|
|
1 |
2 |
2.014102 |
0.02 |
|
|
1 |
3 |
3.016049 |
- |
|
ฮีเลียม |
2 |
3 |
3.016029 |
|
|
|
2 |
4 |
4.002604 |
|
|
|
2 |
5 |
5.012297 |
- |
|
|
2 |
6 |
6.018893 |
- |
|
ลิเทียม |
3 |
5 |
5.012538 |
- |
|
|
3 |
6 |
6.015126 |
7.4 |
|
|
3 |
7 |
7.016005 |
92.6 |
|
|
3 |
8 |
8.022487 |
- |
|
เบริลเลียม |
4 |
7 |
7.016929 |
- |
|
|
4 |
8 |
8.005308 |
- |
|
|
4 |
9 |
9.012186 |
100 |
|
|
4 |
10 |
10.013534 |
- |
|
คาร์บอน |
6 |
10 |
10.016810 |
- |
|
|
6 |
11 |
11.011432 |
- |
|
|
6 |
12 |
12.000000 |
98.9 |
|
|
6 |
13 |
13.003354 |
1.1 |
|
|
6 |
14 |
14.003242 |
- |
|
ไนโตรเจน |
7 |
12 |
12.018641 |
- |
|
|
7 |
13 |
13.005738 |
- |
|
|
7 |
14 |
14.003074 |
99.635 |
|
|
7 |
15 |
15.000108 |
0.365 |
|
|
7 |
16 |
16.006103 |
- |
|
|
7 |
17 |
17.008450 |
- |
|
ออกซิเจน |
8 |
14 |
14.008597 |
- |
|
|
8 |
15 |
15.003070 |
- |
|
|
8 |
16 |
15.994915 |
99.759 |
|
|
8 |
17 |
16.999134 |
0.037 |
|
|
8 |
18 |
17.999160 |
0.204 |
|
|
8 |
21 |
21.008730 |
- |
|
ทองคำขาว |
78 |
191 |
190.961665 |
|
|
|
78 |
192 |
191.961019 |
0.79 |
|
|
78 |
193 |
192.962977 |
- |
|
|
78 |
194 |
193.962655 |
32.9 |
|
|
78 |
195 |
194.964766 |
33.8 |
|
|
78 |
196 |
195.964926 |
23.3 |
|
ทองคำ |
79 |
197 |
196.966543 |
100.00 |
|
ตะกั่ว |
82 |
204 |
203.973020 |
1.4 |
|
|
82 |
206 |
205.974440 |
24.1 |
|
|
82 |
207 |
206.97582 |
22.1 |
|
|
82 |
208 |
207.976627 |
52.4 |
|
ทอเรียม |
90 |
232 |
232.038054 |
100.00 |
|
|
90 |
234 |
234.043953 |
|
|
|
90 |
235 |
235.047510 |
|
หมายเหตุ ธาตุที่ไม่ได้ระบุปริมาณในธรรมชาติเป็นธาตุกัมมันตรังสี
|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |