วิชาการ.คอม-บทเรียนออนไลน์-การเจริญเติบโตของสัตว์ | บทเรียน วิชาการ.คอม
ชีววิทยา
 

การเจริญเติบโตของสัตว์

สร้างเมื่อ 16 พ.ค. 2555 10:47:58
  • ระดับม.5
  • 48,419 view

การเจริญเติบโตของสัตว์ 

           ไซโกตที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของเซลล์สืบพันธุ์จะต้องมีกระบวนการเจริญเติบโต เพื่อเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเต็มวัยที่สมบูรณ์ กระบวนการดังกล่าวต้องถูกต้องแม่นยำ มิฉะนั้นจะทำให้ร่างกายผิดปกติได้ เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่ เป็นต้น
            คำถามนำ 
ไซโกตมีการเปลี่ยนแปลงจนเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเต็มวัยได้อย่างไร และสัตว์แต่ละชนิดมีการเจริญเติบโตเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร
 
          กระบวนการที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตมี 4 กระบวนการ คือ การแบ่ง เซลล์ ของไซโกตเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ที่ให้เอ็มบริโอประกอบด้วยเซลล์ที่คล้ายเซลล์เดียวกันจำนวนมากแต่ยังไม่มีการพัฒนาไปทำหน้าที่จำเพาะ เมื่อเซลล์ได้รับสารอาหารเพียงพอก็จะ มีการเพิ่มขนาดของเซลล์หรือการ  เติบโต (growth) ต่อจากนั้นเซลล์แต่ละกลุ่มจะมีการเปลี่ยนแปลง เป็นเซลล์ที่มีลักษณะเฉพาะเพื่อทำหน้าที่เฉพาะ อย่าง (celldifferentaition) เช่น เป็นเซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์เม็ดเลือด เซลล์ประสาท เป็นต้น เซลล์ที่เหมือนกันจะรวมตัวเป็นเนื้อเยื่อและพัฒนาไปเป็นอวัยวะต่างๆ กระบวนการพัฒนาเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นอวัยวะและเกิดเป็นรูปร่าง เรียกว่า  มอร์โฟเจเนซิส  (morphogenesis)
 
 
 ภาพที่ 11-13 การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ไปเป็นเซลล์ที่มีลักษณะเฉพาะ 
          นักเรียนทราบได้อย่างไรว่าสัตว์มีการเจริญเติบโต และจะวักการเจริญเติบโตได้อย่างไร 
          เมื่อพิจารณาจากกราฟแสดงการเจริญเติบโตของสัตว์ชนิดหนึ่งโดยการวัดความยาว
 
 
 
ภาพที่ 11-14 กราฟแสดงความยาวของสัตว์ชนิดหนึ่ง 
               -สัตว์ชนิดนี้มีลำตัวยาวเต็มที่เมื่ออายุเท่าไร
              -ช่วงอายุเท่าไรที่กราฟมีความชันมากที่สุด นักเรียนคิดว่าอัตราการเจริญเติบโตในช่วงนี้เป็นอย่างไร
              -นักเรียนคิดว่าเส้นกราฟในระยะหลังจากสัตว์มีอายุ25วันไปแล้วมีแนวโน้มเป็นอย่างไร และสัตว์ชนิดนี้ยังมีการเจริญเติบโตอยู่หรือไม่ เพราะเหตุใด
          จากกราฟจะเห็นได้ว่าเมื่อสัตว์มีอายุมากขึ้นจะมีการเจริญเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระยะหนึ่งก็จะหยุด หลังจากระยะนั้นผ่านไปแล้วเส้นกราฟก็จะไม่สูงขึ้นอีก การเจริญเติบโตในลักษณะเช่นนี้เป็นแบบแผนของการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตทั่วๆ ไป
              -นักเรียนคิดว่ามีวิธีใดอีกบ้างที่จะใช้วัดการเจริญเติบโตของสัตว์ แต่ละวิธีมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร
               -นักเรียนคิดว่าสัตว์แต่ละชนิด มีการเจริญเติบโตตลอดชั่วอายุของสัตว์หรือไม่
        โดยทั่วไปการวัดการเจริญเติบโตของสัตว์มีหลายวิธี วิธีที่นิยมมากก็คือ การหามวลของสัตว์ที่เปลี่ยนไป หรือการวัดความสูงแต่บางกรณีความสูงอาจไม่เพิ่มในอัตราส่วนเช่นเดียวกับมวลดังนั้นการวัดความสูงจึงเป็นการคาดคะเนการเจริญเติบโต
                 สิ่งที่น่าศึกษาคือการเจริญเติบโตของสัตว์แต่ละชนิดเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร  การศึกษาการเจริญเติบโตของสัตว์ในระดับนี้จะกล่าวถึงการเจริญเติบโตของสัตว์บางชนิด เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงแบบแผนของการเจริญเติบโต
การเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและสัตว์บางชนิด 
           สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เช่น อะมีบา พารามีเซียม หลังจากการแบ่งเซลล์จะมีการเพิ่มขนาดของเซลล์จนมีขนาดเท่ากับเซลล์ทั่วไป
           สัตว์หลายเซลล์โดยทั่วไปที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศการเจริญเติบโตจะเริ่มจากไซโกตมีการเปลี่ยนแปลงเป็นเอ็มบริโอซึ่งรายละเอียดของการเจริญเติบโตในสัตว์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันไปบ้าง แต่พอจะนับได้ว่ามีขั้นตอนและแบบแผนการเจริญเติบโตคล้ายคลึงกัน ในที่นี้จะกล่าวถึงการเจริญเติบโตของสัตว์มีกระดูกสันหลังบางชนิดได้แก่ กบ และไก่ ซึ่งใช้เป็นตัวแทนในการศึกษากระบวนการเจริญเติบโตของสัตว์ทั่วไป
 
          การเจริญเติบโตของกบ 
          เซลล์ไข่ของกบไม่มีเปลือกแข็งหุ้มแต่มีวุ้นห่อหุ้มอยู่โดยรอบเมื่อลอยน้ำจะเห็นด้านที่มีสีเหลืองอยู่ด้านล่าง เนื่องจากมี ไข่แดง (yolk) ซึ่งเป็นอาหารสะสมอยู่มาก ส่วนด้านบนสีเทาเข้มจนเกือบเป็นสีดำ เนื่องจากมีสารสีอยู่หนาแน่นที่บริเวณใกล้ผิวของเซลล์เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ ดังภาพที่ 11-15
 
 
ภาพที่ 11-15 การเจริญเติบโตของกบ 
 
               รู้หรือเปล่า 
               การแบ่งเซลล์ของไซโกตจะมีแบบแผนแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปริมาณและการกระจายตัวของไข่แดงภายในเซลล์ไข่ เช่น พวกที่มีไข่แดงน้อย ได้แก่ เม่นทะเลสัตว์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่มีรกจะมีแบบแผนในการแบ่งเซลล์ไซโกตต่างจากพวกที่มีไข่แดงมาก เช่น นก และ สัตว์เลื้อยคลาน
 
            จากการศึกษาการเจริญเติบโตของกบ ดังภาพที่ 11-15สามารถสรุปการเปลี่ยนแปลงในระยะเอ็มบริโอของกบ ได้ 4 ขั้นตอนคือ  คลีเวจ (cleavage)  บลาสทูเลชัน  (blastulation) แกสทรูเลชัน  (gastrulation) และ ออร์แกโนเจเนซิส  (organogenesis)
 
            คลีเวจ 
          เป็นกระบวนการที่ไซโกตมีการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสอย่างรวดเร็วทำให้ได้เอ็มบริโอที่มีจำนวนเซลล์เพิ่มขึ้น แต่ขนาดของแต่ละเซลล์ของเอ็มบริโอเล็กลงตามลำดับ เมื่อสิ้นสุดระยะคลีเวจจะได้เอ็มบริโอที่ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมาก
      
            บลาสทูเลชัน 
         เป็นกระบวนการที่เซลล์ของอ็มบริโอมีการจัดเรียงตัวเป็นชั้นอยู่รอบนอก ตรงกลางเป็นช่องว่างที่มีของเหลวบรรจุอยู่เต็มเรียกว่า  บลาสโทซีล (blastocoel) เรียกเอ็มบริโอระยะนี้ว่า  บลาสทูลา  (blastula)
 
          แกสทรูเลชัน 
         เป็นกระบวนการที่เซลล์มีการเคลื่อนที่และจัดเรียงเป็นตัวเป็นเนื้อเยื่อชั้นต่างๆ โดยมีการเคลื่อนที่ของเซลล์ในลักษณะต่างๆ กันเช่น กลุ่มเซลล์ชั้นนอกบุ๋มตัวเข้าไปข้างใน หรือมีการม้วนตัวเข้าไปในช่องว่างภายในเอ็มบริโอ เป็นต้น เอ็มบริโอที่ผ่านกระบวนการนี้จะมีรูปร่างต่างไปจากเดิม ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้น คือ เอกโทเดิร์ม (ectoderm)  เมโซเดิร์ม  (mesoderm) และ  เอนฌดเดิร์ม  (endoderm) เรียกเอ็มบริโอระยะนี้ว่า  แกสทูลา (gastrula)
 
          ออร์แกโนเจเนซิส 
          เป็นกระบวนการที่เนื้อเยื่อทั้ง 3 ชั้นของเอ็มบริโอมีพัฒนาการไปเป็นอวัยวะต่างๆ
 
         ตัวอ่อน  (larva) ของกบที่ฟักออกจากไข่ เรียกว่า ลูกอ๊อดจะมีลักษณะแตกต่างไปจากพ่อแม่ ซึ่งจะต้องมีการเลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะการดำรงชีวิตหลายครั้ง เรียกกระบวนการนี้ว่าเมทามอร์โฟซิส(metamorphosis) จนกระทั่งได้สัตว์ที่มีลักษณะเหมือนกับพ่อแม่
          -การเจริญของสัตว์ที่มีเมทามอร์โฟซิสแตกต่างจากสัตว์ที่ไม่มีเมทามอร์โฟซิสอย่างไร พร้อมทั้งยกตัวอย่างสัตว์ที่มีเมทามอร์โฟซิสแบบต่างๆ
 
 กิจกรรมเสนอแนะ 
             ให้นักเรียนนำไข่ของสัตว์สะเทินบก เช่น ไข่กบ เขียด คางคก ที่วางไข่ตามแหล่งน้ำต่างๆ มาศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเอ็มบริโอ และวาดภาพลักษณะของเอ็มบริโอหลังจากศึกษาเสร็จแล้วควรนำสัตว์ไปปล่องยังแหล่งน้ำ 
           การเจริญเติบโตของไก่ 
           เซลล์ไข่ของไก่เป็นเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากมีปริมาณไข่แดงซึ่งเป็นอาหารสะสมอยู่ภายในเซลล์เป็นจำนวนมาก และมีเพียงบริเวณเล็กๆ ใกล้ผิวเซลล์ด้านบนของเซลล์ไข่ที่มีนิวเคลียสและไซโทรพลาซึมเป็นบริเวณที่เกิดการปฏิสนธิกับอสุจิได้ไซโกตซึ่งจะเจริญไปเป็นเอ็มบริโอต่อไป เอ็มบริโอของไก่จะมีการเจริญเติบโตตามขั้นตอนต่างๆ คล้ายกบ ดังภาพที่ 11-17
ภาพที่ 11-16 ส่วนประกอบของเซลล์ไข่ไก่และบริเวณที่จะเจริญเป็นเอ็มบริโอ
ก. ภาพถ่าย                   ข. ภาพวาด
 
 
ภาพที่ 11-17 การแบ่งเซลล์ในบริเวณที่จะเจริญเติบโตเป็นเอ็มบริโอของเซลล์ไข่ไก่ 
           -เอ็มบริโอของไก่ในระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 6 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
 
          เอ็มบริโอของไก่ซึ่งเป็นสัตว์บกจะพบปัญหาอะไรบ้างที่แตกต่างจากเอ็มบริโอของสัตว์น้ำและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 
         เนื่องจากไก่เป็นสัตว์ที่วางไข่บนบก เอ็มบริโอของไก่มีการปรับโครงสร้างหลายประการที่แตกต่างไปจากเอ็มบริโอที่เจริญในน้ำ ได้แก่ การมีเปลือกไข่เพื่อป้องกันอันตรายและแก้ไขปัญหาการสูญเสียน้ำของเซลล์ไข่ นอกจากนี้เอ็มบริโอยังห่อหุ้มด้วยถุง 2 ชั้นถุงชั้นในคือ  ถุงน้ำคร่ำ  (amnion) มีของเหลวบรรจุอยู่เพื่อทำหน้าที่ป้องกันการกระทบกระเทือนและป้องกันไม่ให้เอ็มบริโอแห้งส่วนถุงชั้นนอก เรียกว่า แอลแลนทอยส์  (allantois) จากตัวเอ็มบริโอแทรกไปชิดกับเปลือกไข่พร้อมกับมีหลอดเลือดฝอยอยู่โดยรอบ ถุงนี้ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก็สกับภายนอกและเก็บของเสียประเภทกรดยูริกสะสมไว้จนกระทั่งเอ็มบริโอออกจากไข่ เมื่อเอ็มบริโอนี้เจริญเติบโตเต็มที่ก็จะฟักออกจากไข่ แล้วเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบเมทามอร์โฟซิส
 
 
 ภาพที่ 11-18 การเจริญเติบโตของเอ็มบริโอไก่ ก. ขณะเจริญอยู่ในไข่ ข.เมื่อฟักออกจากไข่ 
             -การเจริญเติบโตของไก่เหมือนหรือแตกต่างจากของกบอย่างไร
 
             การเจริญเติบโตของตน 
             เริ่มจากเซลล์ไข่ปฏิสนธิกับอสุจิเป็นไซโกตที่ท่อนำไข่ส่วนต้นมีกระบวนการแบ่งเซลล์เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ เรียก คลีเวจ ได้เป็นเอ็มบริโอในระยะ มอรูลา  (morula) ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงต่อไปเป็นเอ็มบริโอระยะบลาสทูลา ขณะที่มีการเจริญเติบโตเอ็มบริโอจะเคลื่อนที่มาตามท่อนำไข่และมาฝังตัวในผนังมดลูกชั้นเอรโดมีเทรียมดังภพที่ 11-19
 
 
ภาพที่ 11-19 การเจริญเติบโตของเอ็มบริโอคน 
            ประมาณวันที่ 7 หลังจากการปฏิสนธิ เอ็มบริโอจะสร้างถุงคอเรียนล้อมรอบเอ็มบริโอ และมีบางส่วนยื่นเป็นแขนงเล็กๆแทรกในเอนโดมีเทรียมของมดลูกซึ่งต่อมาจะพัฒนาเป็นรก ดังนั้นรกจึงประกอบด้วยส่วนของถุงคอเรียนของลูกและเนื้อเยื่อชั้นเอนโดมีเทรียมของแม่ เอ็มบริโอมีการสร้างถุงน้ำคร่ำหุ้มตัวเองภายในถุงบรรจุของเหลวที่เรียกว่าน้ำคร่ำเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนและช่วยให้ทารกเคลื่อนไหวอย่างอิสระ และตัวเอ็มบริโอยังมีการสร้างสายสะดือเชื่อมกับรก ดังภาพที่ 11-20
            รู้หรือเปล่า 
           น้ำคร่ำส่วนใหญ่มาจากเลือดของทารกโดยผ่านทาง ปอด ไต อีกส่วนหนึ่งจะซึมจากทารกและผนังของถุงน้ำคร่ำปริมาณน้ำคร่ำจะเพิ่มตามอายุครรถ์ ในช่วงใกล์คลอดจะมีปริมาณน้ำคร่ำ 800-1,500 [tex] cm^3 [\tex] ซึ่งถ้าน้ำคร่ำมีปริมาตรมากหรือน้อยเกินไปอาจบ่งถึงภาวะผิดปกติของทารกในครรภ์ได้
            น้ำคร่ำส่วนประกอบคล้ายกับของเหลวที่อยู่รอบๆ เซลล์ ซึ่งจะมีปริมาณแร่ธาตุ โปรตีน ไขมัน และน้ำตาล น้อยกว่าในพลายสมามาก นอกจากนี้ยังมีฮออร์โมนและเอนไซม์ต่างๆ
            การเจาะตรวจน้ำคร่ำเพื่อศึกษาเพศ ความผิดปกติของโครโมโซม ปริมาณฮอร์โมนและเอนไซม์ต่างๆ เป็นวิธีการหนึ่งในการวินิจฉัยความผิดปกติและสภาพทั่งไปของทรกในครรภ์
 
 
 ภาพที่ 11-20 การเจริญเติบโตของคนในระยะที่อยู่ในครรภ์ 
               -เอ็มบริโอของคนได้รับสารอาหาร แก็สออกซิเจนหรือขับถ่ายของเสียด้วยวิธีการที่ต่างจากเอ็มบริโอของไก่หรือไม่ อย่างไร
               รู้หรือเปล่า 
                โนโทคอร์ด เป็นโครงสร้างค้ำจุนร่างกาย มีลักษณะเป็นแท่งมีความยืดหยุ่น ทอดยาวไปตามลำตัวใต้ไขสันหลัง แต่อยู่เหนือทางเดินอาหาร พบได้ในเอ็มบริโอของสัตว์มีกระดูกสันหลังทุกชนิด ในสัตว์มีกระดูกสันหลังส่วนใหญ่โนโทคอร์ดจะถูกแทนที่ด้วยกระดูกสันหลัง หรือกระดูกอ่อนเมื่อโตเต็มวัย
 
               เมื่ออายุได้ 2 สัปดาห์ เอ็มบริโอจะมีความยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร มีกรเจริญเติบโตในระยะแกสทรูลาทำให้เกิดเนื้อเยื่อ3 ชั้น คือ เอกโทรเดิร์ม เมโซเดิร์ม และเอนโดเดิร์ม
               เอกโทเดิร์มจะเจริญเป็นเยื่อบุผิว เยื่อบุผิวของโพรงจมูกเยื่อบุผิวที่ทำหน้าที่รับกลิ่น ระบบประสาท เช่น สมอง ไขสันหลังต่อมบางชนิด เลนส์ตา สารเคลือบฟัน และเนื้อฟัน
             เมโซเดิร์มจะเจริญเป็นโนโทคอร์ด (notochord) ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบโครงร่างค้ำจุนรางกาย ชั้นหนังแท้ ระบบขอบถ่าย ระบบสืบพันธุ์
             ส่วนเอนโดเดิร์มจะเจริญไปเป็นเยื่อบุทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ตับ ตับอ่อนในสัปดาห์ที่ 3 เริ่มปรากฏร่องรอยของระบบอวัยวะ ได้แก่ระบบประสาท หัวใจมีลักษณะเป็นท่อ และเริ่มต้นเป็นจังหวะระยะนี้เอ็มบริโอมีความยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร หลังจากนั้นเอ็มบริโอจะเริ่มมีอวัยวะต่างๆ เจริญเพิ่มขึ้น แขนและขาเริ่มปรากฏชัดเจนเมื่ออายุได้ 4 สัปดาห์ อวัยวะต่างๆ จะเจริญเติบโตและมีอวัยวะครบเมื่ออายุได้ 8 สัปดาห์ซึ่งเป็นระยะสิ้นสุดของเอ็มบริโอและหลังจากระยะนี้แล้วจะเรียกว่า ฟีตัส ดังภาพที่ 11-21
ภาพที่ 11-21 การเจริญเติบโตของเอ็มบริโอและฟีตัสของคนในระยะที่อยู่ในครรภ์ 
 
                 เชื่องโยงกับคณิตศาสตร์ 
                 เมื่อแรกเกิดความยาวส่วนหัวของทารกจะมีอัตราส่วนเป็น 1 : 4 ของความยาวลำตัว ให้นักเรียนวัดความยาวส่วนหัวและความสูงของเพื่อร่วมชั้นเรียนอย่างน้อย 10 คน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณอัตราส่วนของความยาวส่วนหัวกับความยาวลำตัว
 
           เมื่ออายุได้ 8-9 สัปดาห์ จะมีนิ้วมือ และนิ้วเท้าเจริญเห็นได้ชัดเจน สามารถบอกเพศได้ ในช่วงเดือนที่ 4-6 ฟีตัสจะมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ มีการเลื่อนไหวมากขึ้น สามารถรับฟังเสียงจากภายนอกได้ มีการเจริญเติบโตของกระดูก มีผม มีขน ฟีตัสในเดือนที่ 6จะมีน้ำหนักประมาณ 680 กรัม ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ฟีตัสจะมีขนาดโตมาก ระยะนี้เป็นระยะที่มีระบบประสาทเจริญมาก
         หลังจากแม่ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 280 วัน ซึ่งนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายก็ถึงระยะครบกำหนดคลอดโดยปกติส่วนหัวของทารกจะออกมาก่อน หลังจากคลอดออกมาภายใน 1 นาที ทารกจะเริ่มหายใจและติดตามด้วยเสียงร้อง
          ในกรณีที่มีการคลอดก่อนกำหนดโดยมีระยะตั้งครรภ์ประมาณ7 เดือน ทารกอาจรอดชีวิตได้ แต่ต้องเลี้ยงไว้ในตู้ที่ควบคุมอุณหภูมิให้ใกล้เคียงกับอุณหภูมิในร่างกายแม่ และบางรายอาจจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
             กิจกรรมที่ 11.4 อัตราการเจริญเติบโตของคน 
              ให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของคนในระยะที่อยู่ในครรภ์มารดา แล้วเขียนกราฟและอภิปราย
                                                                 อายุหลังปฏิสนธิ                 ขนาด(เซนติเมตร) 
                                                                        3 สัปดาห์                                     0.3
                                                                        4 สัปดาห์                                     0.6
                                                                        6 สัปดาห์                                     1.2
                                                                        7 สัปดาห์                                     2.0
                                                                        8 สัปดาห์                                     4.0
                                                                        9 สัปดาห์                                  5.0
                                                                        3 เดือน                                     7.5
                                                                        4 เดือน                                      15
                                                                        5 เดือน                                       25
                                                                        6 เดือน                                       30
                                                                        7 เดือน                                       35
                                                                       8 เดือน                                       40
                                                                       9 เดือน                                        50
 
            -ช่วงอายุเท่าใดที่มีอัตราการเจริญเติบโตมากที่สุด
           -อัตราการเจริญเติบโตในช่วงที่เป็นเอ็มบริโอกับฟิตัสต่างกันหรือไม่ เพราะเหตุใด
           -ช่วงใดที่มีอัตราการเจริญเติบโตน้อย เพราะเหตุใด
 
          การเพิ่มขนาดของอวัยวะและเนื้อเยื่อบางอย่างของคน เมื่อเทียบกับขนาดของอวัยวะและเนื้อเยื่อนั้นๆ เมื่อโตเต็มที่แล้ว ก็จะเห็นชัดว่าแต่ละอวัยวะมีการเจริญเติบโตเร็วช้าแตกต่างกัน ดังตัวอย่างเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของสมองและศีรษะ เนื้อเยื่อผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวและอวัยวะสืบพันธุ์ของคน ดังภาพที่ 11-22 
 
 ภาพที่ 11-22 การเพิ่มขนาดของอวัยวะและเนื้อเยื่อบางส่วนของร่างกาย 
            -เมื่อโตเต็มที่ เนื้อเยื่อที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวมีจำนวนมากขึ้นหรือน้อยลงกว่าเมื่ออายุประมาณ 12 ปี
            -อวัยวะสืบพันธุ์ของคนเริ่มมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่ออายุประมาณเท่าใด และช่วงอายุนั้นมีอัตราการเพิ่มขนาดของร่างกายอย่างไร
           -ระยะใดที่สมองมีอุตราการเจริญเติบโตมากที่สุดมีรายงานจากการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาการของสมอง
                ซึ่งศึกษาเนื้อเยื่อสมองของเด็ก พบว่าเด็กในครรภ์ซึ่งอยู่ในระยะ2-3 เดือนก่อนคลอด และในระยะ6 เดือนหลังคลอด ถ้าขาดสารอาหารที่จำเป็นจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมอง สมองจะพัฒนาช้า มีจำนวนเซลล์ของสมองน้อยเนื่องจากเซลล์แบ่งตัวน้อยลงซึ่งจะมีผลต่อสติปัญญาของเด็ก สามารถแก้ไขได้โดยการให้อาหารเสริมเพื่อการเจริญเติบโตของสมองของเด็กเหล่านี้ การแก้ไขจะทำได้เฉพาะในระยะที่สมองมีการเจริญเติบโตอยู่ ถ้าหลังจากระยะนี้แล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้
 
               เชื่องโยงกับอินเทอร์เน็ต
  หัวข้อ : ความผิดปกติของการตั้งครรภ์ ลิงค์ไปที่ http://w.ipst.ac.th/boilogy/Bio-Artcles/monthly-mag.htrml
 
          สภาวะบางประการที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ 
          เซลล์ไข่ของคนนั้นมีไข่แดงน้อยมาก ดังนั้นเอ็มบริโอและฟีตัสต้องได้รับอาหารจากแม่โดยผ่านทางรก ผู้ที่เป็นแม่จึงต้องบริโภคอาหารให้ครบละพอเพียงต่อความต้องการทั้งโปรตีนคาร์โบไฮเดรต ลิพิด แร่ธาตุ และวิตามิน โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไข่ นม และถั่วเหลือง ความต้องการโปรตีนของหญิงมีครรภ์มากกว่าปกติในระยะ 3 เดือนก่อนคลอด ถ้าขาดโปรตีนในช่วงนี้จะทำให้การเจริญของระบบประสาทของทารกผิดปกติ นอกจากนี้อาหารที่มีแร่ธาตุ และวิตามินต่างๆ ก็ต้องบริโภคให้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย หญิงมีครรภ์ที่มีนิสัยการบริโภคไม่ถูกต้อง เช่นไม่รับประทานผัก เนื้อสัตว์ หรือมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องอาหารควรแก้นิสัยและความเชื่อเหล่านั้น มิฉะนั้นมารกที่เกิดมาอาจไม่สมบูรณ์หรือมีระดับสติปัญญาต่ำกว่าผิดปกติได้
       หญิงมีครรภ์ได้รับพลังงานจากการกินอาหารวันละประมาณ 2,300 กิโลแคลอรี น้ำหนักของหญิงมีครรภ์ไม่ควรเพิ่มเกินร้อยละ 25 ของน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ สารเคมีบางอย่างที่แม่ได้รับอาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ยากล่อมประสาทพวก  ทาลิโดไมด์  (thalidomide) นอกจากนี้สุราและบุหรี่อาจทำให้การเจริญเติบโตของทารกผิดปกติได้
        นอกจากสารเคมีต่างๆ ดังกล่าวแล้ว การเจริญเติบโตของฟีตัสอาจผิดปกติด้วยสาเหตุหลายประการ เช่น การติดเชื้อหัดเยอรมันในระยะต้นจะทำให้การเจริญเติบโตของหัวใจ เลนส์ตา หูส่วนในและสมองของทารกผิดปกติได้ในขณะที่เชื้อนี้ไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อผู้ใหญ่และเด็ก กรรมพันธุ์ก็มีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับทารก นอกจากนี้การได้รับรังสีเอกซ์มากเกินไปหรือความผิดปกติของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตก็ส่งผลต่อการเจริญเติบโตที่ผิดปกติได้เช่นกัน
        
           ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกอ่อน
          ปัจจัยที่มีความจำเป็นมากสำหรับลูกอ่อน คือ อาหาร และการคุ้มภัย เซลล์ไข่ของสัตว์บางชนิดที่มีไข่แดงน้อยจึงมีกระบวนการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถออกหากินและหาอาหารเองได้ ส่วนเซลล์ไข่ของสัตว์ที่มีไข่แดงอยู่มากก็จะมีกระบวนการเจริญเติบโตยาวนานขึ้น นอกจากนี้เซลล์ที่มีไข่แดงน้อยแต่เอ็มบริโอสามารถรับสารอาหารจากแม่โดยตรงจะมีระยะเวลาในการเจริญเติบโตแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของสัตว์
-นักเรียนคิดว่าปริมาณไข่แดง มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเจริญเติบโตของสัตว์แต่ละชนิดหรือไม่อย่างไร
    
         การป้องกันอันตรายของพ่อและแม่ให้แก่ลูกอ่อนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลูกอ่อนอยู่รอดเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรและสืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไปได้ สัตว์หลายชนิดเมื่อลูกอ่อนฟักออกจากไข่ หรือ คลอดออกมาแล้วพ่อแม่จะคอยดูแล เช่น หาอาหารมาให้ พาลูกอ่อนออกหาอาหาร และคอยเฝ้าระวังภัยด้วยวิธีการต่างๆ ให้กับลูกด้วยเช่น การเฝ้าระวังดูแลไข่ของปลากัด ดังภาพที่ 11-23
 
 
ภาพที่ 11-23 การเฝ้าระวังดูแลไข่ของปลากัด 
              นอกจากนี้ปัจจัยทางกายภาพซึ่งได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้นก็มีผลต่อการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอ เช่น ไก่ เป็ด จะมีการกกไข่เพื่อรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสมต่อการฟักไข่ และเมื่อลูกอ่อนเกิดมาใหม่ๆ ก็จะได้รับการกกจากแม่เพื่อให้ความอบอุ่นและป้องกันภัย
 
 กิจกรรมท้ายบทที่ 11 
1.ในการตรวจสอบการตั้งครรภ์ เพราะตุใดจึงตรวจสอบปริมาณของ HCG ในเลือดของหญิง ที่สงสัยว่ามีครรภ์
2. รกมีความสำคัญของการรักษาดุลยภาพของฟีตัสอย่างไร จงอธิบาย
3. หญิงมีครรภ์คนหนึ่งแจ้งกับนายแพทย์ว่า วันแรกของการมีรอบประจำเดือนครั้งสุดท้ายผ่าน มาแล้ว 50 วัน อยากทราบว่าเอ็มบริโอที่อยู่ในครรภ์ของหญิงคนนี้มีอายุประมาณเท่าใด
4. จงลำดับขั้นตอนพัฒนาการของเอ็มบริโอตั้งแต่ระยะไซโกตจนถึงระยะที่เป็นฟีตัส
5. ชายคนหนึ่งป่วยเป็นไข้ อุณหภูมิของร่างกายสูงกว่าผิดปกติ ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการสร้างอสุจิ หรือไม่อย่างไร
6. จากการศึกษาพบว่า อสุจิเมื่ออยู่ในระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงจะมีอายุเพียง 24 ชั่วโมง แต่จะมีอายุยืนยาวกว่าเมื่ออยู่ในอัณฑะของเพศชาย เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
7. จงอธิบายประเดนต่อไปนี้
    7.1 รูปร่างของอสุจิเหมาะสมต่อการทำหน้าที่อย่างไร
    7.2 ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ของเพศชายอย่างไร
    7.3 หญิงที่ไม่สามารถสร้าง FSH และ LH ในปริมาณที่เพียงพอ จะมีผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์หรือไม่ อย่างไร
8. จงออกแบบการทดลองว่า แมลงวันจะมีกระบวนการเมทามอร์โฟซิสได้รวดเร็ว ถ้าอยู่ในที่มืด
9. จงอธิบายบทบาทของฮอร์โมนในเพศหญิง ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผนังมดลูกและรังไข่กับการมีประจำเดือน และในขณะตั้งครรภ์ร่างกายของหญิงมีครรภ์จะมีวิธีการอย่างไรในการป้องกันไม่ให้เกิดประจำเดือน
10. ปัจจุบันมีการนิยมใช้เทคโนโลยีการตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์ ท่านคิดว่าการตรวจครรภ์ด้วยวิธีนี้มีประโยชน์อย่างไร จงอธิบาย
 

 




จำไว้ตลอด