|
สมดุลเคมี
ปฏิกิริยาเคมีที่ได้ศึ่กษามาแล้ว ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาที่ดำเนินไปทิศทางเดียวคือจากสารตั้งต้นเปลี่ยนแปลงเป็นผลิตภัณฑ์และเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ เช่น การเผาไหม้น้ำมัน เชื้อเพลิง ลวดแมกนีเซียม การเกิดสนิมเหล็ก การเตรียมแก๊สไฮโดรเจนจากโลหะสังกะสีกับสารละลายกรดไฮโดรคลอริกแต่บางปฏิกิริยาเมื่อสารตั้งต้นทำปฏิกิรยากันแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นสามารถทำปฏิกิริยาย้อนกลับมาเป็นสารตั้งต้น ได้อีก ในบทนี้จะได้ศึกษาว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไรปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อปฏิกิริยานั้น จะสามารถนำหลักการที่ทำให้ปฏิกิริยาผันกลัลได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม รวมทั้งใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ใน ชีวิตประจำวันและสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร
.jpg)
รูป 7.1 ปฏิกิริยาการเผาไหม้ลวดแมกนีเซียม
การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้
สารบางชนิดเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วอาจเปลี่ยนกลับเป็นสารเดิมได้ เช่น น้ำที่ได้รับความร้อนจะเปลี่ยนสถานะเป็นไอน้ำ เมื่ออุณหภูมิลดลงไอน้ำจะควบแน่นเป็นน้ำ หรือการละลายของโซเดียมคลอไรด์ในน้ำร้อนจนได้สารละลายอื่มตัว เมื่อตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องจะมีโซเดียมคลอไรด์บางส่วนตกผลึกออกมา ดังรูป 7.2 การเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้
(1).jpg)
รูป 7.2 สารละลายอิ่มตัวของโซเดียมคลอไรด์ในน้ำ
นอกจากตัวอย่างที่กล่าวมาแล้วสามารถศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสารอื่น ๆ จากการทดลองต่อไปนี้
การทดลอง 7.1 ปฏิกิริยาระหว่างสารละลาย HClกับสารละลาย CuSo_4
ลงในหลอดทดลองขนาดเล็ก 2 หลอด ๆ ละ 5 หยด
2. เติมน้ำกลั่น 15 หยด ลงในหลอดที่ 1 เขย่าและตั้งไว้เพื่อใช้เปรียบเทียบสี
3. หยดสารละลาย HCl 6
ลงในหลอดที่ 2 ทีละหยดพร้อมกับเขย่าจนสารละลายเปลี่ยนสีบันทึกผล
4. หยดน้ำกลั่นลงในสารละลายในข้อ 3 ทีละหยดพร้อมกับเขย่าจนสารละลายเปลี่ยนสี บันทึกผล
5. ทำการทดลองซ้ำกับสารในหลอดเดิมอีกครั้งตามข้อ 3-4 สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลง
- สารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตเปลี่ยนแปลงอย่างไร เมื่อเติมสารละลายกรดไฮโดรคลอริกและน้ำลงไป เพราะเหตุใด
เมื่อนำคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตไปละลายในน้ำ
จะถูกโมเลกุลของน้ำล้อมรอบ 4 โมเลกุล เกิดเป็นเตตระอาควาคอปเปอร์ (II) ไอออน
ทำให้สารละลายมีสีฟ้า เขียนสมการแสดงได้ดังนี้
![\displaystyle CuSO_4 \left( s \right) + 4H_2 O\left( l \right) \to \left[ {Cu\left( {H_2 O} \right)_4 } \right]^{2 + } \left( {aq} \right) + SO_4 ^{2 - } \left( {aq} \right) \displaystyle CuSO_4 \left( s \right) + 4H_2 O\left( l \right) \to \left[ {Cu\left( {H_2 O} \right)_4 } \right]^{2 + } \left( {aq} \right) + SO_4 ^{2 - } \left( {aq} \right)](/latexrender/pictures1/f1e/e65/947/a20/190/a1b/a1b101a63f2056bca8881d5ccf304c9b.png)
สีฟ้า
เมื่อหยด HCl ลงในสารละลาย
ซึ่งมีสีฟ้า จะได้เตตระคลอโรคิวเปรต (II) ไอออน
ซึ่งมีสีเหลือง แต่ที่สังเกตได้จากการทดลองเป็นสารละลายสีเขียวแกมเหลือง เนื่องจากเป็นสีผสมระหว่างสีฟ้าของ
กับสีเหลืองของ
ต่อจากนั้นเติมน้ำลงในสารละลาย
จะทำให้ได้สารละลายสีฟ้าของ
กลับคืนมา ดังรูป 7.3
.jpg)
รูป 7.3 ก. สารละลายที่มี
ข. สารละลายที่ได้จากการเติม
ลงใน ![\displaystyle \left[ {Cu\left( {H_2 O} \right)_4 } \right]^{2 + } \displaystyle \left[ {Cu\left( {H_2 O} \right)_4 } \right]^{2 + }](/latexrender/pictures1/190/b94/190/190fdd665f0b34a09d0ba0d5072e810a.png)
ค. สารละลายที่ได้จากการเติม
ลงใน![\displaystyle \left[ {CuCl_4 } \right]^{2 - } \displaystyle \left[ {CuCl_4 } \right]^{2 - }](/latexrender/pictures1/190/b94/190/4c6/b58/b58a32a11ff65b133febd8572c9ff012.png)
|
|
ถ้าให้
ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่มีสีฟ้าเปลี่ยนแปลงไปเป็นผลิตภัณฑ์คือ
ซึ่งมีสีเหลืองเป็น <b> ปฏิกิริยาไปข้างหน้า</b> และการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์ซึ่งมีสีเหลืองเปลี่ยนกลับไปเป็นสารตั้งต้นที่มีสีฟ้าเป็น <b>ปฏิกิริยาย้อนกลับ </b> สมการแสดงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเขียนได้ดังนี้
.jpg)
จากการที่สังเกตเห็นสีของสารละลายเปลี่ยนกลับไปมาได้ แสดงว่าปฏิกิริยาระหว่าง
กับ HCl และน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งไปข้างหน้าและย้อนกลับปฏิกิริยาเช่นนี้เรียกว่า ปฏิกิริยาผันกลับได้ การแสดงปฏิกิริยาผันกลับได้ใช้เครื่องหมาย
เขียนสมการได้ดังนี้
![\displaystyle [Cu(H_2 O)_4 ]^{2 + } (aq) + 4Cl^ -<span style="mso-spacerun:yes"> </span>(aq) \Leftrightarrow [CuCl_4 ]^{2 - } (aq) + 4H_2 O(l) \displaystyle [Cu(H_2 O)_4 ]^{2 + } (aq) + 4Cl^ -<span style="mso-spacerun:yes"> </span>(aq) \Leftrightarrow [CuCl_4 ]^{2 - } (aq) + 4H_2 O(l)](/latexrender/pictures1/13d/d90/13d/5ed/8d2/8d26a733796b351c928b744c79000e2a.png)
สีฟ้า สีเหลือง
จึงสรุปได้ว่า เมื่อสารตั้งต้นทำปฏิกิริยาเกิดเป็นผลิตภัณฑ์จะเรียกปฏิกิริยานั้นว่า ปฏิกิริยาไปข้างหน้า และในทางตรงกันข้ามเมื่อผลิตภัณฑ์ทำปฏิกิริยากันแล้วเปลี่ยนกับไปเป็นสารตั้งต้น จะเรียกปฏิกิริยานั้นว่า ปฏิกิริยาย้อนกลับ ปฏิกิริยาที่มีทั้งปฏิกิริยาไปข้างหน้าและย้อยกลับเรียกว่า ปฏิกิริยาผันกลับได้
- เมื่อปฏิกิริยาผันกลับได้ดำเนินไประยะเวลาหนึ่งทั้งสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ยังคงทำปฏิกิริยาต่อไปอีกหรือไม่ เพราะเหตุใด
|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |