วิชาการ.คอม-บทเรียนออนไลน์-ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของสารต่างๆ ณ ภาวะสมดุล | บทเรียน วิชาการ.คอม
เคมี
 

ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของสารต่างๆ ณ ภาวะสมดุล

สร้างเมื่อ 13 ก.ค. 2555 11:08:55
  • ระดับม.5
  • 3,419 view

    ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของสารต่าง ๆ ณ ภาวะสมดุล
          เมื่อสารทำปฏิกิริยากันและอยู่ในภาวะสมดุลแล้วความเข้มข้นของสารในระบบจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรให้นักเรียนพิจารณาข้อมูบในตาราง 7.1 ซึ่งเป็นข้อมูลของการทำปฏิกิริยาระหว่างแก๊สไฮโดรเจนกับไอโอดีน ณ อุณหภูมิ \displaystyle458{}^\circC เกิดภาวะสมดุลดังสมการ

 

 

                                                                

ตาราง 7.1 แสดงความเข้มข้นของ H\displaystyleH_2I_2 และ HI ณ อุณหภูมิ\displaystyle458{}^\circC   C*

 

การทดลองที่


ความเข้มข้นเริ่มต้น \displaystyle(mol/dm^3)

ความเข้มข้นที่ภาวะสมดุล \displaystyle(mol/dm^3)

H\displaystyleH_2

I\displaystyleI_2

  HI

H\displaystyleH_2

I\displaystyleI_2

   HI

1

\displaystyle2.40 \times   10^{-2}

\displaystyle1.3\times   10^{-2}

0

\displaystyle1.14\times   10^{-2}

\displaystyle2.52\times10^{-2}

\displaystyle 2.52 \times   10^{ - 2}

2

  \displaystyle2.40\times10^{-2}

  \displaystyle1.68\times10^{-2}

0

\displaystyle 0.92\times   10^{ - 2}

\displaystyle 0.20\times   10^{ - 2}

\displaystyle2.96\times10^{-2}

3

\displaystyle2.44\times10^{-2}

\displaystyle 1.98 \times   10^{ - 2}

0

\displaystyle 0.77\times   10^{ - 2}

\displaystyle 0.31\times   10^{ - 2}

\displaystyle 3.34 \times   10^{ - 2}

4

\displaystyle2.46\times10^{-2}

\displaystyle 1.76 \times   10^{ - 2}

0

\displaystyle 0.92\times   10^{ - 2}

\displaystyle 0.22\times   10^{ - 2}

 \displaystyle3.08\times10^{-2}

5

0

0

\displaystyle 3.04 \times   10^{ - 2}

\displaystyle 0.35\times   10^{ - 2}

\displaystyle 0.35 \times   10^{ - 2}

\displaystyle 2.35 \times   10^{ - 2}

6

0

0

\displaystyle 7.58\times   10^{ - 2}

\displaystyle 0.86\times   10^{ - 2}

\displaystyle 0.86\times   10^{ - 2}

\displaystyle5.86\times10^{-2}

- การทดลองที่ 1-4 ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณของแก๊สทั้งสามชนิดเป็นไปตามปริมาณสัมพันธ์ของสมการหรือไม่
          - การทดลองที่ 5 และ 6 แตกต่างจากการทดลองที่ 1-4 อย่างไร และเพราะเหตุใดความเข้มข้นของ \displaystyleH_2 และ \displaystyleI_2 ณ ภาวะสมดุลจึงมีค่าเท่ากัน

          จากข้อมูลในตาราง 7.1 แสดงว่าการทดลองที่ 1-4 ใช้ \displaystyleH_2 และ \displaystyleI_2 เป็นสารตั้งต้นซึ่งจะได้ HI เป็นผลิตภัณฑ์ เมื่อคำนวณหาความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่ถูกใช้ไปและผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น ณ ภาวะสมดุลของการทดลองที่ 1 ได้ผลเป็นดังนี้
 

 

     สาร

    ความเข้มข้นของสาร \displaystyle(mol/dm^3)

เมื่อเริ่มต้น

ที่ภาวะสมดุล

ที่ถูกใช้ไป


\displaystyleI_2                       H2

                        

                          I2

                   

 

 

                                         HI

 

 

\displaystyle2.40\times10^{-2}

 


 \displaystyle1.38\times10^{-2}

 

 

 

 

 

0


 \displaystyle1.14\times10^{-2}

 

 

\displaystyle0.12\times10^{-2}

 

 

 

 

 

 \displaystyle2.52\times10^{-2}

  \displaystyle2.40\times10^{-2}-1.14\times10^{-2}=1.26\times10^{-2}

 

 

\displaystyle1.38\times10^{-2}-0.12\times 10^{-2}=1.26\times10^{-2}

 

 

 

 

 

0

 แสดงว่าH \displaystyleH_21.26\times10^{-2}(mol/dm^3)  ทำปฏิกิริยาพอดีกับ \displaystyleI_21.26\times10^{-2}(mol/dm^3) ได้ HI เกิดขึ้นที่ภาวะสมดุล \displaystyle2.52\times10^{-2}(mol/dm^3) ซึ่งเป็นปริมาณ 2 เท่าของH \displaystyleH_2 และ I\displaystyleI_2 สมการแสดงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้
                                     

                                                 H  \displaystyleH_2(g)+I_2(g)\to2HI(g)
         

 

     จากสมการแปลความหมายได้ว่าH \displaystyleH_2  1mol ได้ HI2mol แสดงว่าความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณของ H\displaystyleH_2I_2 และ HI จากการทดลองที่ 1 เป็นไปตามปริมาณสัมพันธ์ของสมการ
 

 

 

สำหรับการทดลองที่ 2  3  และ 4  เมื่อคำนวณหาปริมาณของสารในระบบ ณ ภาวะสมดุลด้วยวิธีการเดียวกันได้ผลดังนี้

 

  ตาราง7.2แสดงปริมาณของสารตั้งต้นที่ใช้ทำปฏิกิริยากันและผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นในระบบ ณ ภาวะสมดุล

  

   การทดลองที่

ความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่ใช้ทำปฏิกิริยา \displaystyle(mol/dm^3)

ความเข้มข้นของ HI ณ ภาวะสมดุล  \displaystyle(mol/dm^3)

\displaystyleH_2

\displaystyleI_2

1

\displaystyle1.26\times10^{-2}

\displaystyle1.26\times10^{-2}

\displaystyle2.52\times10^{-2}

2

 \displaystyle1.48\times10^{-2}

\displaystyle1.48\times10^{-2}

\displaystyle2.96\times10^{-2}

3

\displaystyle1.67\times10^{-2}

\displaystyle1.67\times10^{-2}

\displaystyle3.34\times10^{-2}

4

\displaystyle1.54\times10^{-2}

\displaystyle1.54\times10^{-2}

\displaystyle3.08\times10^{- 2}

                            เมื่อนำข้อมูลมาคำนวณหาความสัมพันธ์ระหว่างปรมาณของแก๊สทั้งสามชนิดเช่นเดียวกับการทดลองที่ 1 จะได้ตัวเลขที่แสดงว่าเป็นไปตามปริมาณสัมพันธ์ของสมการเช่นเดียวกัน
          ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในการทดลองที่ 5 และ 6 เป็นปฏิกิริยาย้อนกลับกับปฏิกิริยาในการทดลองที่ 1-4 คือเป็นการสลายตัวของ HI ได้\displaystyleH_2 และ \displaystyleI_2

 

การทดลองที่ 5 เริ่มต้นมี HI               =\displaystyle3.04\times10^{-2}(mol/dm^3)
ที่ภาวะสมดุลมี HI                          =    \displaystyle2.35\times10^{-2}(mol/dm^3)
ปริมาณ HI ที่สลายไป                      = \displaystyle(3.04\times10^{-2}-2.35\times10^{-2})(mol/dm^3)
                                                            =  \displaystyle 0.69\times 10^{-2}(mol/dm^3)
          แสดงว่า HI \displaystyle0.69\times10^{-2}(mol/dm^3) สลายให้ \displaystyleH_2 และ \displaystyleI_2 ชนิดละ \displaystyle0.35\times10^{-2}(mol/dm^3) เท่ากันและเป็นปริมาณครึ่งหนึ่งของ HI
สมการแสดงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้
 
                                        \displaystyle 2HI(g) \to      \displaystyle H_2(g)+I_2(g)

 

เมื่อพิจารณาสมการทำให้ทราบว่า HI 2 mol สลายให้H\displaystyleH_2 และI \displaystyleI_2 ชนิดละ 1 mol แสดงว่าปฏิกิริยาการสลายตัวของ HI ในการทดลองที่ 5 เป็นไปตามปริมาณสัมพันธ์ของสมการ
          ส่วนการทดลองที่ 6 สามารถคำนวณได้ทำนองเดียวกันคือ ที่ภาวะสมดุลจะมี\displaystyleH_2 และ \displaystyleI_2 ชนิดละ \displaystyle0.86\times10^{-2}(mol/dm^3) และ HI สลายตัวไป \displaystyle1.72\times10^{-2}(mol/dm^3)   ซึ่งเป็นไปตามปริมาณสัมพันธ์ของสมการเช่นกัน
          ถ้านำข้อมูลจากตาราง 7.1 มาคำนวณหาอัตราส่วนระหว่างความเข้มข้น ณ ภาวะสมดุลของผลิตภัณฑ์กับสารตั้งต้นในแบบต่าง ๆ จะได้ผลดังตาราง 7.3

                     

 

*สัญลักษณ์ [] ที่มีล้อมรอบสูตรของสารต่าง ๆ ในการศึกษาเรื่องนี้ หมายถึงความเข้มข้นของสารเป็น\displaystylemol/dm^3

          เมื่อพิจารณาอัตราส่วนระหว่างความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์กับสารตั้งต้น ณ ภาวะสมดุลในตาราง 7.3 จะสังเกตได้ว่าค่าของอัตราส่วน \displaystyle\frac{{\left[{HI}\right]^2}}{{\left[{H_2}\right]\left[{I_2 }\right]}}จากการทดลอง 1-6 มีค่าใกล้เคียงกันมาก จึงเรียกอัตราส่วนระหว่างความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์กับสารตั้งต้น ณ ภาวะสมดุลว่าค่าคงที่สมดุล<แทนด้วยสัญลักณ์ K ส่วนตัวเลขยกำกลังคือสัมประสิทธิ์แสดงจำนวนโมลของสารในสมการเคมีที่ดุลแล้วดั้งนั้นค่าคงที่สมดุลของปฏิกิรยาH \displaystyleH_2\left(g\right)+I_2\left(g\right)\Leftrightarrow2HI\left(g\right) จึงเขียนความสัมพันธ์ได้ดังนี้


                                                    

 

  สำหรับปฏิกิริยาทั่วไป ถ้าให้สาร A จำนวน a โมลทำปฏิกิริยาพอดีกับสาร B จำนวน b โมล ได้สาร C จำนวน c โมล และสาร D จำนวน d โมล เกิดภาวะสมดุลดังสมการ
             \displaystyle aA+bB \Leftrightarrow     \displaystyle cC+dD

 

 

 

ความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยา ณ อุณหภูมิหนึ่ง เขียนแสดงได้ดังนี้
         K \displaystyleK=\frac{{\left[C\right]^c\left[D\right]^d }}{{\left[A\right]^a\left[B\right]^b}}
        

 

สมการเคมีอื่น ๆ สามารถเขียนแสดงความสัมพันธ์ได้ทำนองเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ปฏิกิริยาระหว่าง\displaystyle\left[{CuCl_4}\right]^{2-} กับH \displaystyleH_2O เกิดภาวะสมดุลดังนี้

\displaystyle\left[{CuCl_4 }\right]^{2-}\left({aq}\right)+4H_2O\left(l\right)\Leftrightarrow\left[{Cu\left({H_2O}\right)_4}\right]^{2+}\left({aq}\right)+4CI^-\left({aq}\right)

 

 

สารในปฏิกิริยานี้มีทั้งของเหลวและสารละลาย ซึ่งสารทั้งหมดนี้จัดอยู่ในวัฏภาคของเหลว ภาวะสมดุลที่เกิดขึ้นในปฏิกิริยาที่มีสารอยู่ในวัฏภาคเดียวกันทั้งหมดจะเรียกว่า สมดุลเอกพันธุ์  ความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความข้มข้นของสารในปฏิกิริยาเขียนแสดงได้ดังนี้
         K \displaystyleK_1=\frac{{\left[{\left[{Cu\left({H_2 O}\right)_4}\right]^{2+}}\right]\left[{Cl^-}\right]^4 }}{{\left[{\left[{CuCl_4}\right]^{2-}}\right]\left[{H_2O}\right]^4}}
         

 

เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำมีค่าสูงมาก  รวมทั้งปริมาณน้ำที่ใช้ในปฏิกิริยาน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำที่เป็นตัวทำลาย จึงถือว่าความเข้มข้นของน้ำไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อจัดความสัมพันธ์ใหม่จะได้ค่าคงที่สมดุลใหม่เป็นดังนี้


  K \displaystyleK_1\left[{H2O}\right]_4=\frac{{\left[{\left[{Cu\left({H_2 O}\right)_4}\right]^{2+}}\right]\left[{Cl^-}\right]^4}}{{\left[{\left[{CuCl_4}\right]^{2-}}\right]}}
      

K   \displaystyleK=\frac{{\left[{\left[{Cu\left({H_2O}\right)_4}\right]^{2+}}\right]\left[{Cl^-}\right]^4}}{{\left[{\left[{CuCl_4}\right]^{2-}}\right]}}
 

  หน่วยของค่าคงที่สมดุลในปฏิกิริยานี้คือ
                                                               =  \displaystyle\frac{{\left({mol/dm^3}\right)\left({mol/dm^3}\right)^4}}{{\left({mol/dm^3}\right)}}= \left({mol/dm^3 }\right)^4
          ในกรณีของปฏิกิริยาที่สารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์มีวัฏภาคแตกต่างกัน  ภาวะสมดุลที่เกิดขึ้นในปฏิกิริยาดังกล่าวจะเรียกว่า  สมดุลวิวิธพันธุ์ เช่น ปฏิกิริยาระหว่าง\displaystyle Fe^{2+} กับAg+

จากศึกษาพบว่าความเข้มข้นของแข็งมีค่าสูงมากและถือว่าคงที่ และในปฏิกิริยานี้ได้ผลิตภัณฑ์เป็นของแข็งคือโลหะเงินจึงเขียนค่าคงที่สมดุล ใหม่เป็นดังนี้

\displaystyle Fe^{2+} \left({aq}\right) +Ag^+ \left({aq}\right) \Leftrightarrow                          \displaystyle Fe^{3+} \left({aq}\right) +Ag^+ \left(s\right)

 

ความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยาเขียนแสดงได้ดังนี้

       \displaystyle K_1= \frac{{\left[{\left[{\left({Fe} \right)_} \right]^{3+}} \right]\left[{Ag} \right]}}{{\left[ {\left[ {Fe} \right]^{2+}} \right]\left[ {Ag} \right]^+}}

          จากศึกษาพบว่าความเข้มข้นของแข็งมีค่าสูงมากและถือว่าคงที่ และในปฏิกิริยานี้ได้ผลิตภัณฑ์เป็นของแข็งคือโลหะเงินจึงเขียนค่าคงที่สมดุลใหม่เป็นดังนี้

                                                                \displaystyle \frac{{K_1}}{{[Ag]}} = \frac{{[Fe^{3+}]}}{{[Fe^{2+}][Ag^+]}}


                                                               \displaystyle K = \frac{{[Fe^{3+}]}}{{[Fe^{2+}][Ag^+]}}   
 

หน่วยของค่าคงที่สมดุลนี้       \displaystyle=\frac{{(mol/dm^3)}}{{(mol/dm^3)(mol/dm^3)}}

                                               \displaystyle =\frac{1}{{(mol/dm^3)}}

 

                                                       \displaystyle =(mol/dm^3)^{-1}

 



 

          โลหะเงินเป็นของแข็งและมีความเข้มข้นสูงมาก ความเข้มข้นของโลหะเงินคำนวณได้จากค่าความหนาแน่นและมวลต่อโมลดังนี้

\displaystyle[Ag]=\frac{{10.5g}}{{cm^3}}\times\frac{{1mol}}{{107.87g}}\times\frac{{1000cm^3}}{{1L}}

= 97.34 mol/L

          นั่นคือ ในปฏิกิริยาที่มีสารเป็นของเหลวบริสุทธิ์หรือเป็นของแข็งบริสุทธิ์ ซึ่งถือได้ว่าทั้งของเหลวและของแข็งบริสุทธิ์มีความเข้มข้นคงที่ ดังนั้นค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาจึงไม่เขียนแสดงสารเหล่านี้ไว้ในอัตราส่วน

          จากตัวอย่างการคำนวณค่าคงที่สมดุล นักเรียนควรสังเกตได้ว่าถ้าจำนวนสารที่เกี่ยวข้องในปฏิกิริยาและปริมาณสัมพันธ์ของสารในแต่ละสมการแตกต่างกัน เป็นผลให้หน่วยของค่าคงที่สมดุลของแต่ละปฏิกิริยาแตกต่างกัน ดังนั้น การแสดงค่าคงที่สมดุลจึงไม่นิยมใส่หน่วยกำกับไว้

 

           ค่าคงที่สมดุลกับสมการเคมี

          จากความรู้เกี่ยวกับการเขียนสมการเคมี ช่วยให้เข้าใจได้ว่าสารที่ปรากฏอยู่ด้านซ้ายของสมการเป็นสารตั้งต้น ส่วนสารที่อยู่ทางขวาเป็นผลิตภัณฑ์ เมื่อเขียนความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยาจะเป็นดังนี้

จากสมการ \displaystyleH_2(g)+I_2(g)\Leftrightarrow2HI(g)
           \displaystyleK_1=\frac{{[HI]^2}}{{[H_2][I_2]}}
เมื่อเขียนสมการกลับทิศทางเพื่อแสดงปฏิกิริยาย้อนกลับ
           \displaystyle2HI(g)\LeftrightarrowH_2(g)+I_2(g)
        

  ถ้ากำหนดให้ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อนกลับเท่ากับ \displaystyleK_2 จะเขียนความสัมพันธ์ได้เป็น
 \displaystyleK_2 =\frac{{[H_2 ][I_2]}}{{[HI]^2}}
         

 

     แสดงว่าในปฏิกิริยาเดียวกัน ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาไปข้างหน้า \displaystyle(K_1) กับค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อนกลับ \displaystyle(K_2) แตกต่างกัน เมื่อหาความสัมพันธ์ระหว่าง\displaystyleK_1 กับ \displaystyleK_2 พบว่าเป็นดังนี้
           \displaystyleK_1\cdot K_2=\frac{{[HI]^2}}{{[H_2][I_2]}}\cdot\frac{{[H_2][I_2]}}{{[HI]^2}}
หรือ

\displaystyleK_1\cdotK_2=1

 

จึงสรุปได้ว่าผลคูณของค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาไปข้างหน้ากับค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อยกลับในปฏิกิริยาเดียวกันมีค่าเท่ากับ 1
          นอกจากนี้ในปฏิกิริยาเดียวกัน อาจเขียนสมการที่ดุลแล้วได้มากกว่า 1 สมการ ซึ่งพิจารณาได้จากสมการของปฏิกิริยาผันกลับได้ต่อไปนี้
                  
   จึงสรุปได้ว่าผลคูณของค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาไปข้างหน้ากับค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อยกลับในปฏิกิริยาเดียวกันมีค่าเท่ากับ 1
          นอกจากนี้ในปฏิกิริยาเดียวกัน อาจเขียนสมการที่ดุลแล้วได้มากกว่า 1 สมการ ซึ่งพิจารณาได้จากสมการของปฏิกิริยาผันกลับได้ต่อไปนี้
           \displaystyleN_2 O_4(g)\Leftrightarrow2NO_2(g) …………(1)
           \displaystyle\frac{1}{2}N_2 O_4(g)\LeftrightarrowNO_2(g)……….(2)
        
           \displaystyle K_2=\frac{{[NO_2 ]}}{{[N_2O_4]^{1/2}}}
หรือ \displaystyleK_2=\sqrt{K_1}

          แสดงว่าในปฏิกิริยาเดียวกัน ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาอาจแตกต่างกันได้ ถ้าตัวเลขที่ใช้ในการดุลสมการเคมีแตกต่างกัน ดังนั้น การระบุค่าคงที่สมดุลจำเป็นต้องแสดงสมการของปฏิกิริยาที่ภาวะสมดุลนั้นด้วย

          ในบางปฏิกิริยาอาจเกิดจากปฏิกิริยาย่อยหลายขั้น เช่น การเกิดแก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งเกิดจากแก๊สไนโตรเจนทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจนได้แก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์ จากนั้นแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์ทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจนได้แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ เขียนสมการแสดงได้ดังนี้

     \displaystyleN_2 (g)+O_2(g)\Leftrightarrow2NO(g)……….(1)
           \displaystyle2NO(g)+O_2 (g)\Leftrightarrow2NO_2(g)……….(2)
ปฏิกิริยารวม (1)+(2)
           \displaystyleN_2(g)+2O_2 (g)\Leftrightarrow2NO_2(g)..........(3)
          ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา (1)\displaystyle K_1=\frac{{[NO]^2}}{{[N_2][O_2]}}
          ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา (2) \displaystyle K_2=\frac{{[NO_2]^2 }}{{[NO]^2 [O_2]}}
          ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิรยารวม (3) \displaystyleK_{ÃÇÁ}=\frac{{[NO_2]^2}}{{[N_2][O_2]^2}}
 
                            เมื่อนำ \displaystyleK_1 คูณกับ \displaystyleK_2 จะเป็นดังนี้
           \displaystyle K_1\cdot K_2=\frac{{[NO]^2}}{{[N_2 ][O_2]}}\cdot \frac{{[NO_2]^2}}{{[NO]^2[O_2]}}
           \displaystyle=\frac{{[NO_2]^2}}{{[N_2][O_2]^2}} ซึ่งเท่ากับ \displaystyleK_{ÃÇÁ}
          ดังนั้น \displaystyleK_{ÃÇÁ}=K_1\cdotK_2
          จึงสรุปได้ว่าปฏิกิริยาที่เกิดจากปฏิกิริยาย่อยหลายขั้นค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยารวมมีค่าเท่ากับผลคูณของค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย่อยในแต่ละขั้น เขียนสูตรทั่วไปได้ดังนี้

 

 \displaystyleK_{ÃÇÁ}=K_1\cdotK_2\cdot...\cdotK_n
เมื่อ
           \displaystyleK_1K_2...K_n คือ ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย่อยแต่ละขั้น
          จากค่าคงที่สมดุลที่ได้ศึกษามาแล้ว ช่วยให้สามารถนำมาใช้คำนวณหาค่าต่าง ๆ ได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่างที่ 1  จากสมการต่อไปนี้
           \displaystyle2SO_2(g)+O_2(g)\Leftrightarrow2SO_3(g)
          ณ ภาวะสมดุลที่อุณหภูมิ 1000 K มีค่าคงที่สมดุลเท่ากับ \displaystyle2.8\times10^2 จงหาค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อนกลับ

  ปฏิกิริยา \displaystyle2SO_2(g)+O_2(g)\Leftrightarrow2SO_3(g)
          ความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารเป็นดังนี้
           \displaystyleK_1=\frac{{[SO_3]^2}}{{[SO_2]^2[O_2]}}=2.8\times10^2
          ปฏิกิริยาย้อนกลับคือ \displaystyle2SO_3(g)\Leftrightarrow2SO_2(g)+O_2(g) กำหนดให้มีค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาเท่ากับ \displaystyleK_2
          จากความสัมพันธ์ที่ทราบมาแล้วคือ ผลคูณของปฏิกิริยาไปข้างหน้ากับปฏิกิริยาย้อนกลับในปฏิกิริยาเดียวดันมีค่าเท่ากับ 1
ดังนั้น \displaystyleK_1\cdotK_2=1
           \displaystyle K_2=\frac{1}{{K_1 }}=\frac{1}{{2.8\times 10^2}}
           \displaystyle=3.6\times10^{-3}

 

  ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อนกลับมีค่าเท่ากับ \displaystyle3.6\times10^{-3}

ตัวอย่างที่ 2 จากค่าคงที่สมดุลที่อุณหภูมิ \displaystyle 25{}^\circC ของปฏิกิริยาต่อไปนี้
           \displaystyleN_2(g)+O_2(g)\Leftrightarrow2NO(g) ............(1)
           \displaystyleK_1= 4.1\times10^{-31}
           \displaystyleN_2 O(g)+\frac{1}{2}O_2(g)\Leftrightarrow2NO(g) .............(2)
           \displaystyleK_2= 1.7\times10^{-13}
จงหาค่า K ของปฏิกิริยา
           \displaystyleN_2(g)+\frac{1}{2}O_2(g)\LeftrightarrowN_2 O(g) ที่อุณหภูมิ \displaystyle
           \displaystyleN_2(g)+O_2 (g)\Leftrightarrow2NO(g)..........(1)
          สมการ (2) เมื่อกลับสมการแล้วจะเป็นดังนี้
           \displaystyle2NO(g)\LeftrightarrowN_2 O(g)+\frac{1}{2}O_2(g)..........(3)
          กำหนดให้ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาเท่ากับ \displaystyleK_3
          ดังนั้น \displaystyleK_3=\frac{1}{{K_2 }}
รวมสมการ (1) กับ (3) จะเป็นดังนี้
           \displaystyleN_2(g)+\frac{1}{2}O_2 (g)\LeftrightarrowN_2O(g)..........(4)
          นั่นคือ \displaystyle \[K_{ÃÇÁ}=K_1\cdotK_2
           \displaystyle=K_1&nbsp; \cdot \frac{1}{{K_2 }}
           \displaystyle=\frac{{4.1\times10^{-31}}}{{1.7\times10^{-13}}}
           \displaystyle=2.4\times10^{-18}
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยานี้มีค่าเท่ากับ \displaystyle2.4\times10^{-18}

จากตัวอย่างการคำนวณค่าคงที่สมดุลที่ศึกษามาแล้วช่วยให้สังเกตได้ว่าค่าคงที่สมดุลของแต่ละปฏิกิริยามีค่าแตกต่างกัน สำหรับตัวอย่างค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาต่าง ๆ ศึกษาเพิ่มเติมได้จากตาราง 7.4

 

ตาราง 7.4 ค่าคงที่สมดุลของบางปฏิกิริยา

                            ปฏิกิริยา

ค่าคงที่สมดุลที่ \displaystyle

  \displaystyle4NH_3(g)+3O_2(g)\Leftrightarrow2N_2(g)+6H_2O(g)

Cu\displaystyleCu(s)+Br_2(aq)\LeftrightarrowCu^{2+}(aq)+2Br^-(aq)

Cu\displaystyleCu(s)+2Ag^+(aq)\LeftrightarrowCu^{2+}(aq)+2Ag(s)

Cu\displaystyleCu^{2+}(aq)+4NH_3(aq)\Leftrightarrow[Cu(NH_3)_4]^{2+}(aq)

\displaystyle2NOCl(g)\Leftrightarrow2NO(g)+Cl_2 (g)

AgCI\displaystyleAgCl(s)\LeftrightarrowAg^+(aq)+Cl^-(g)

\displaystyle1.0\times10^{28}

\displaystyle2.0\times10^{25}

\displaystyle2.0\times10^{15}


\displaystyle2.1\times10^{13}


\displaystyle4.7\times10^{-4}

\displaystyle1.7\times10^{-10}

\displaystyle 1.7\times10^{-10}


    - ค่าคงที่สมดุลบอกให้ทราบทิศทางของการเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้าหรือเปลี่ยนแปลงย้อนกลับได้หรือไม่ อย่างไร

          ถ้าพิจารณาค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาในตาราง 7.4 เช่น ปฏิกิริยา
      

     \displaystyle4NH_3(g)+3O_2(g)\Leftrightarrow2N_2(g)+6H_2O(g)

พบว่า \displaystyleK=\frac{{[N_2]^2[H_2O]^6}}{{[NH_3]^4 [O_2]^3}}=1.0\times10^{28}                      ซึ่งเป็นค่าสูงมาก   
 

          เนื่องจากค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา เป็นอัตราส่วนระหว่างความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์กับความเข้มข้นของสารตั้งต้น ณ ภาวะสมดุลที่อุณหภูมิหนึ่ง ถ้าค่าคงที่สมดุลมีค่ามาก แสดงว่ามีผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นมาก หรือกล่าวได้ว่าก่อนถึงสมดุลปฏิกิริยาดำเนินไปข้างหน้ามากกว่าปฏิกิริยาย้อนกลับในทางกลับกันถ้าค่าคงที่สมดุลมีค่าน้อย แสดงว่ามีผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นน้อย หรือปฏิกิริยาดำเนินไปข้างหน้าได้น้อยมากก่อนถึงภาวะสมดุล ตัวอย่างการดำเนินไปของปฏิกิริยาที่มีค่าคงที่สมดุลมากกว่า 1 และน้อยกว่า 1 แสดงได้ดังกราฟในรูป 7.9 และ 7.10 ตามลำดับ

                                                         

 

                                           รูป7.9กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยาระหว่างH\displaystyleH_2กับI2

                                       

 

                รูป 7.10 กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยาระหว่างCO\displaystyleCO_2กับH\displaystyleH_2

 

 จากกราฟในรูป 7.9 อธิบายได้ว่า เมื่อเริ่มต้นปฏิกิริยาสารตั้งต้นคือH \displaystyleH_2กับI\displaystyleI_2 มีความเข้มข้น 1.0 \displaystylemol/dm^3 ที่ภาวะสมดุลมีH \displaystyleH_2 และ I\displaystyleI_20.22\displaystylemol/dm^3 และมีผลิตภัณฑ์ HI1.60\displaystylemol/dm^3 ในกรณีนี้ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์มีค่าสูงกว่าสารตั้งต้น ค่าคงที่สมดุลจึงมากกว่า 1 สำหรับกราฟในรูป 7.10 สารตั้งต้นคือ \displaystyleCO_2กับ\displaystyleH_2 ซึ่งแต่ละชนิดมีความเข้มข้น 1.0 \displaystylemol/dm^3 ที่ภาวะสมดุลมีผลิตภัณฑ์คือ CO และH \displaystyleH_2O อย่างละ 0.27 \displaystylemol/dm^3 และมี CO\displaystyleCO_2 กับH \displaystyleH_2 อย่างละ0.73 \displaystylemol/dm^3

 

         

ความเข้มข้นของสารตั้งต้นมีค่ามากกว่าผลิตภัณฑ์ จึงเป็นผลให้ค่าคงที่สมดุบน้อยกว่า 1

          นั่นคือปฏิกิริยาใดมีค่าคงที่สมดุล มากว่า 1  แสดงว่ามีผลิตภัณฑ์มากกว่าสารตั้งต้น ในทางตรงกันข้ามถ้ามีค่าคงที่สมดุล  น้อยกว่า 1 แสดงว่ามีผลิตภัณฑ์น้อยกว่าสารตั้งต้น ดังนั้นค่าคงที่สมดุลจึงบอกให้ทราบแต่เพียงว่า ณ ภาวะสมดุล มีผลิตภัณฑ์หรือมีสารตั้งต้นอยู่ในระบบมากน้อยเพียงใดแต่ไม่ได้บอกว่าปฏิกิริยาเกิดขึ้นเร็วหรือช้า

 

  7.3.2 การคำนวณเกี่ยวกับค่าคงที่สมดุล

          ค่าคงที่สมดุลเป็นอัตราส่วนระหว่างผลคูณความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์กับผลคูณความเข้มข้นของสารตั้งต้น ณ ภาวะสมดุล ทำให้สามารถนำค่าคงที่สมดุลไปใช้คำนวณหาความเข้มข้นของสารต่าง ๆ ได้ และถ้าทราบความเข้มข้นของสารแต่ละชนิดที่อยู่ในภาวะสมดุล สามารถคำนวณหาค่าคงที่สมดุลได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

 ตัวอย่างที่ 3 ปฏิกิริยาA \displaystyleA(s)+2B(g)+C(g)\Leftrightarrow2D(g)ที่ภาวะสมดุล ในภาชนะขนาด 2 \displaystyledm^3 มี A4mol  B 4 mol  C 2 mol และ  D  6 mol จงคำนวณหาค่าคงที่สมดุล
สมการที่ดุลแล้วA \displaystyleA(s)+2B(g)+C(g)\Leftrightarrow2D(g)
K\displaystyleK=\frac{{[D]^2}}{{[B]^2[C]}}
ที่ภาวะสมดุล \displaystyle [B] = \frac{4}{2} = 2mol/dm^3
\displaystyle[C]=\frac{2}{2}=1mol/dm^3
\displaystyle[D]=\frac{6}{2}=3mol/dm^3
แทนค่า \displaystyle K=\frac{{[3]^2}}{{[2]^2[1]}}
= 2.25
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยามีค่าเท่ากับ 2.25

ตัวอย่างที่ 4 ปฏิกิริยา CaCO\displaystyleCaCO_3 (s)\Leftrightarrow CaO(s)+CO_2(g) มีค่าคงที่สมดุลเท่ากับ 0.022 ที่อุณหภูมิ \displaystyle252{}^\circC
ก.    จงเขียนความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยา
ข.    จงคำนวณหาจำนวนโมลของ \displaystyleCO_2 ที่ภาวะสมดุล ซึ่งมี \displaystyleCaCO_3 อยู่ 1.00 g ในภาชนะที่มีความจุ 0.50 \displaystyledm^3
ปฏิกิริยาCaCO
\displaystyleCaCO_3 (s)\Leftrightarrow CaO(s)+CO_2(g)
          ก. เนื่องจาก \displaystyleCaCO_3 และ \displaystyleCaO เป็นของแข็งและมีความเข้มข้นคงที่ขณะปฏิกิริยาดำเนินไป ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยานี้จึงขึ้นกับความเข้มข้นของแก๊ส \displaystyleCO_2 ความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยานี้จึงเป็นดังนี้
                                      K\displaystyleK=[CO_2 ]
          ข. ค่าคงที่สมดุลจากข้อ ก. คือ
                                         K  \displaystyleK=[CO_2 ]
          แทนค่า \displaystyle 0.022=[CO_2 ]mol/dm^3
          ความเข้มข้นของ \displaystyleCO_2 ที่ภาวะสมดุล \displaystyle=0.022mol/dm^3
          จำนวนโมลของ \displaystyleCO_2ในภาชนะขนาด\displaystyle0.50dm^3
           \displaystyle=0.022mol/dm^3\times0.50dm^3
          = 0.011  mol
          ณ ภาวะสมดุลมี \displaystyleCO_2 อยู่ 0.011 mol
ตัวอย่างที่ 5  \displaystyleH_2 ทำปฏิกิริยากับ \displaystyleF_2 ได้ผลิตภัณฑ์เป็น HF มีค่าคงที่สมดุลเท่ากับ \displaystyle1.15\times10^2 เมื่อเริ่มต้นปฏิกิริยามีแก๊สทั้งสามชนิดอยู่ชนิดละ 3 mol ในภาชนะขนาด 1.5
           \displaystyledm^3 จงคำนวณหาความเข้มข้นของแก๊สทั้งสามชนิดที่ภาวะสมดุล
  ปฏิกิริยาระหว่าง \displaystyleH_2 กับ \displaystyleF_2 ที่ภาวะสมดุลเขียนสมการได้ดังนี้
         \displaystyleH_2(g)+F_2(g)\Leftrightarrow2HF(g)
          จากสมการ \displaystyleH_2  1 mol ทำปฏิกิริยากับ \displaystyleF_21 mol ได้ HF 2 mol ถ้า \displaystyleH_2 เปลี่ยนไป a mol จะทำให้ \displaystyleF_2 เปลี่ยนไป a mol และได้  HF 2a mol
          เมื่อเริ่มต้นปฏิกิริยาแก๊สทั้งสามชนิดมีความเข้มข้นเท่ากันคือ
           \displaystyle[H_2]=[F_2 ]=[HF]=\frac{{3.00mol}}{{1.5dm^3}} = 2mol/dm^3
          ในการคำนวณอาจทำเป็นขั้นตอนแสดงความเข้มข้นของแก๊สทั้งสามชนิดที่ภาวะต่าง ๆ ดังนี้

 

             ความเข้มข้น \displaystyle mol/dm^3

 

\displaystyle   H_2

\displaystyle   F_2

     HF

     ที่ภาวะเริ่มต้น

  \displaystyle\frac{3}{{1.5}}=2

  \displaystyle\frac{3}{{1.5}}=2

 \displaystyle\frac{3}{{1.5}}=2

  ปริมาณที่เปลี่ยนไป

\displaystyle\frac{{-a}}{{1.5}}

\displaystyle\frac{{-a}}{{1.5}}

\displaystyle\frac{{+2a}}{{1.5}}

  ที่ภาวะสมดุล

 \displaystyle2-\frac{a}{{1.5}}

\displaystyle2-\frac{a}{{1.5}}

 \displaystyle2+\frac{{2a}}{{1.5}}

 * เครื่องหมาย - หมายถึงปริมาณสารลดลง + หมายถึงปริมาณสารเพิ่มขึ้น

          ที่ภาวะสมดุล \displaystyle K=\frac{{[HF]^2}}{{[H_2 ][F_2]}}
          แทนค่า \displaystyle 1.15\times10^2=\frac{{[2+\frac{{2a}}{{1.5}}]^2}}{{[2-\frac{a}{{1.5}}]^2}}

           \displaystyle 1.15 \times 10^2=\frac{{[\frac{{3+2a}}{{1.5}}]^2}}{{[\frac{{3-a}}{{1.5}}]^2}}
           \displaystyle\sqrt{1.15\times10^2}=\sqrt{\frac{{[\frac{{3+2a}}{{1.5}}]^2}}{{[\frac{{3-a}}{{1.5}}]^2}}}
           \displaystyle 10.72 = \frac{{3+2a}}{{1.5}}\times\frac{{1.5}}{{3-a}}
           \displaystyle 10.72 = \frac{{3+2a}}{{3-a}}

10.72(3 - a) = 3 + 2a

          32.16 - 10.72a = 3 + 2a

          29.16  =  12.72a

             a     =  2.29  mol

ดังนั้นที่ภาวะสมดุล

\displaystyle[H_2]=[F_2]=2-\frac{{2.29}}{{1.5}}mol/dm^3

 

           \displaystyle = 0.47mol/dm^3

 

           \displaystyle [HF] = 2+\frac{{4.58}}{{1.5}}mol/dm^3

 

           \displaystyle = 5.05mol/dm^3

 

          ที่ภาวะสมดุลH\displaystyleH_2และF\displaystyleF_2 มีความเข้มข้น \displaystyle0.47mol/dm^3 HF มีความเข้มข้น 5.05 \displaystylemol/dm^3

 

ตัวอย่างที่ 6  ในระบบA \displaystyleA(g)+B(g)\Leftrightarrow2C(g) เมื่อนำสาร A 3.00 mol และสาร B 1.00 mol  ผสมกันในภาชนะปิดที่มีปริมาตร 1 \displaystyledm^3 ณ ภาวะสมดุลมีสาร C 0.50 mol จงคำนวณค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา

 

          สมการที่ดุลแล้ว ณ ภาวะสมดุล พบว่าผลิตภัณฑ์ C 2  โมล ได้จากสารตั้งต้น A และ B ชนิดละ 1 โมล ดังนั้นปริมาณสารที่เกี่ยวข้องในปฏิกิริยาคือ

 

ความเข้มข้น\displaystylemol/dm^3

 

A

B

C

ที่ภาวะเริ่มต้น

3

1

0

ปริมาณที่เปลี่ยนไป

 \displaystyle-\frac{{0.5}}{2}

 \displaystyle-\frac{{0.5}}{2}

0.5

ที่ภาวะสมดุล

 \displaystyle3-\frac{{0.5}}{2}=2.75

  \displaystyle1-\frac{{0.5}}{2}=0.75

0.5

\displaystyleK=\frac{{[C]^2 }}{{[A][B]}}

แทนค่า \displaystyleK =\frac{{(0.50)^2}}{{(2.75)(0.75)}}  = 0.12
         

ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยามีค่าเท่ากับ 0.12
 



Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.296 seconds !