|
เคมี |
ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของสารต่างๆ ณ ภาวะสมดุลสร้างเมื่อ 13 ก.ค. 2555 11:08:55
|
ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของสารต่าง ๆ ณ ภาวะสมดุล
เมื่อสารทำปฏิกิริยากันและอยู่ในภาวะสมดุลแล้วความเข้มข้นของสารในระบบจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรให้นักเรียนพิจารณาข้อมูบในตาราง 7.1 ซึ่งเป็นข้อมูลของการทำปฏิกิริยาระหว่างแก๊สไฮโดรเจนกับไอโอดีน ณ อุณหภูมิ
เกิดภาวะสมดุลดังสมการ
(1).jpg)
ตาราง 7.1 แสดงความเข้มข้นของ H
และ HI ณ อุณหภูมิ
C*
|
การทดลองที่
|
ความเข้มข้นเริ่มต้น |
ความเข้มข้นที่ภาวะสมดุล |
||||
|
H |
I |
HI |
H |
I |
HI |
|
|
1 |
|
|
0 |
|
|
|
|
2 |
|
|
0 |
|
|
|
|
3 |
|
|
0 |
|
|
|
|
4 |
|
|
0 |
|
|
|
|
5 |
0 |
0 |
|
|
|
|
|
6 |
0 |
0 |
|
|
|
|
- การทดลองที่ 1-4 ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณของแก๊สทั้งสามชนิดเป็นไปตามปริมาณสัมพันธ์ของสมการหรือไม่
- การทดลองที่ 5 และ 6 แตกต่างจากการทดลองที่ 1-4 อย่างไร และเพราะเหตุใดความเข้มข้นของ
และ
ณ ภาวะสมดุลจึงมีค่าเท่ากัน
จากข้อมูลในตาราง 7.1 แสดงว่าการทดลองที่ 1-4 ใช้
และ
เป็นสารตั้งต้นซึ่งจะได้ HI เป็นผลิตภัณฑ์ เมื่อคำนวณหาความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่ถูกใช้ไปและผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น ณ ภาวะสมดุลของการทดลองที่ 1 ได้ผลเป็นดังนี้
|
สาร |
ความเข้มข้นของสาร |
||
|
เมื่อเริ่มต้น |
ที่ภาวะสมดุล |
ที่ถูกใช้ไป |
|
|
I2
HI
|
0
|
|
0 |
แสดงว่าH
ทำปฏิกิริยาพอดีกับ
ได้ HI เกิดขึ้นที่ภาวะสมดุล
ซึ่งเป็นปริมาณ 2 เท่าของH
และ I
สมการแสดงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้
H ![]()
จากสมการแปลความหมายได้ว่าH
1mol ได้ HI2mol แสดงว่าความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณของ H
และ HI จากการทดลองที่ 1 เป็นไปตามปริมาณสัมพันธ์ของสมการ
สำหรับการทดลองที่ 2 3 และ 4 เมื่อคำนวณหาปริมาณของสารในระบบ ณ ภาวะสมดุลด้วยวิธีการเดียวกันได้ผลดังนี้
ตาราง7.2แสดงปริมาณของสารตั้งต้นที่ใช้ทำปฏิกิริยากันและผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นในระบบ ณ ภาวะสมดุล
|
การทดลองที่ |
ความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่ใช้ทำปฏิกิริยา |
ความเข้มข้นของ HI ณ ภาวะสมดุล |
|
|
|
|
||
|
1 |
|
|
|
|
2 |
|
|
|
|
3 |
|
|
|
|
4 |
|
|
|
เมื่อนำข้อมูลมาคำนวณหาความสัมพันธ์ระหว่างปรมาณของแก๊สทั้งสามชนิดเช่นเดียวกับการทดลองที่ 1 จะได้ตัวเลขที่แสดงว่าเป็นไปตามปริมาณสัมพันธ์ของสมการเช่นเดียวกัน
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในการทดลองที่ 5 และ 6 เป็นปฏิกิริยาย้อนกลับกับปฏิกิริยาในการทดลองที่ 1-4 คือเป็นการสลายตัวของ HI ได้
และ 
การทดลองที่ 5 เริ่มต้นมี HI =
ที่ภาวะสมดุลมี HI = 
ปริมาณ HI ที่สลายไป = 
= 
แสดงว่า HI
สลายให้
และ
ชนิดละ
เท่ากันและเป็นปริมาณครึ่งหนึ่งของ HI
สมการแสดงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้

เมื่อพิจารณาสมการทำให้ทราบว่า HI 2 mol สลายให้H
และI
ชนิดละ 1 mol แสดงว่าปฏิกิริยาการสลายตัวของ HI ในการทดลองที่ 5 เป็นไปตามปริมาณสัมพันธ์ของสมการ
ส่วนการทดลองที่ 6 สามารถคำนวณได้ทำนองเดียวกันคือ ที่ภาวะสมดุลจะมี
และ
ชนิดละ
และ HI สลายตัวไป
ซึ่งเป็นไปตามปริมาณสัมพันธ์ของสมการเช่นกัน
ถ้านำข้อมูลจากตาราง 7.1 มาคำนวณหาอัตราส่วนระหว่างความเข้มข้น ณ ภาวะสมดุลของผลิตภัณฑ์กับสารตั้งต้นในแบบต่าง ๆ จะได้ผลดังตาราง 7.3
.jpg)
*สัญลักษณ์ [] ที่มีล้อมรอบสูตรของสารต่าง ๆ ในการศึกษาเรื่องนี้ หมายถึงความเข้มข้นของสารเป็น
เมื่อพิจารณาอัตราส่วนระหว่างความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์กับสารตั้งต้น ณ ภาวะสมดุลในตาราง 7.3 จะสังเกตได้ว่าค่าของอัตราส่วน
จากการทดลอง 1-6 มีค่าใกล้เคียงกันมาก จึงเรียกอัตราส่วนระหว่างความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์กับสารตั้งต้น ณ ภาวะสมดุลว่าค่าคงที่สมดุล<แทนด้วยสัญลักณ์ K ส่วนตัวเลขยกำกลังคือสัมประสิทธิ์แสดงจำนวนโมลของสารในสมการเคมีที่ดุลแล้วดั้งนั้นค่าคงที่สมดุลของปฏิกิรยาH
จึงเขียนความสัมพันธ์ได้ดังนี้
.jpg)
สำหรับปฏิกิริยาทั่วไป ถ้าให้สาร A จำนวน a โมลทำปฏิกิริยาพอดีกับสาร B จำนวน b โมล ได้สาร C จำนวน c โมล และสาร D จำนวน d โมล เกิดภาวะสมดุลดังสมการ

ความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยา ณ อุณหภูมิหนึ่ง เขียนแสดงได้ดังนี้
K ![\displaystyleK=\frac{{\left[C\right]^c\left[D\right]^d }}{{\left[A\right]^a\left[B\right]^b}} \displaystyleK=\frac{{\left[C\right]^c\left[D\right]^d }}{{\left[A\right]^a\left[B\right]^b}}](/latexrender/pictures1/441/b86/b8601d52b04fe9eacb08e41132f57b3a.png)
สมการเคมีอื่น ๆ สามารถเขียนแสดงความสัมพันธ์ได้ทำนองเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ปฏิกิริยาระหว่าง
กับH
เกิดภาวะสมดุลดังนี้
![]()
สารในปฏิกิริยานี้มีทั้งของเหลวและสารละลาย ซึ่งสารทั้งหมดนี้จัดอยู่ในวัฏภาคของเหลว ภาวะสมดุลที่เกิดขึ้นในปฏิกิริยาที่มีสารอยู่ในวัฏภาคเดียวกันทั้งหมดจะเรียกว่า สมดุลเอกพันธุ์ ความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความข้มข้นของสารในปฏิกิริยาเขียนแสดงได้ดังนี้
K ![\displaystyleK_1=\frac{{\left[{\left[{Cu\left({H_2 O}\right)_4}\right]^{2+}}\right]\left[{Cl^-}\right]^4 }}{{\left[{\left[{CuCl_4}\right]^{2-}}\right]\left[{H_2O}\right]^4}} \displaystyleK_1=\frac{{\left[{\left[{Cu\left({H_2 O}\right)_4}\right]^{2+}}\right]\left[{Cl^-}\right]^4 }}{{\left[{\left[{CuCl_4}\right]^{2-}}\right]\left[{H_2O}\right]^4}}](/latexrender/pictures1/441/b86/799/7db/574/881/881e47846830248095097e2fdbf560b2.png)
เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำมีค่าสูงมาก รวมทั้งปริมาณน้ำที่ใช้ในปฏิกิริยาน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำที่เป็นตัวทำลาย จึงถือว่าความเข้มข้นของน้ำไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อจัดความสัมพันธ์ใหม่จะได้ค่าคงที่สมดุลใหม่เป็นดังนี้
K ![]()
K ![]()
หน่วยของค่าคงที่สมดุลในปฏิกิริยานี้คือ
= 
ในกรณีของปฏิกิริยาที่สารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์มีวัฏภาคแตกต่างกัน ภาวะสมดุลที่เกิดขึ้นในปฏิกิริยาดังกล่าวจะเรียกว่า สมดุลวิวิธพันธุ์ เช่น ปฏิกิริยาระหว่าง
กับAg+
จากศึกษาพบว่าความเข้มข้นของแข็งมีค่าสูงมากและถือว่าคงที่ และในปฏิกิริยานี้ได้ผลิตภัณฑ์เป็นของแข็งคือโลหะเงินจึงเขียนค่าคงที่สมดุล ใหม่เป็นดังนี้
![]()
ความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยาเขียนแสดงได้ดังนี้
![\displaystyle K_1= \frac{{\left[{\left[{\left({Fe} \right)_} \right]^{3+}} \right]\left[{Ag} \right]}}{{\left[ {\left[ {Fe} \right]^{2+}} \right]\left[ {Ag} \right]^+}} \displaystyle K_1= \frac{{\left[{\left[{\left({Fe} \right)_} \right]^{3+}} \right]\left[{Ag} \right]}}{{\left[ {\left[ {Fe} \right]^{2+}} \right]\left[ {Ag} \right]^+}}](/latexrender/pictures1/3dd/3dd34e4102c4d77cfe1a0bf967b04059.png)
จากศึกษาพบว่าความเข้มข้นของแข็งมีค่าสูงมากและถือว่าคงที่ และในปฏิกิริยานี้ได้ผลิตภัณฑ์เป็นของแข็งคือโลหะเงินจึงเขียนค่าคงที่สมดุลใหม่เป็นดังนี้
![]()
หน่วยของค่าคงที่สมดุลนี้ ![]()
![]()
![]()
|
โลหะเงินเป็นของแข็งและมีความเข้มข้นสูงมาก ความเข้มข้นของโลหะเงินคำนวณได้จากค่าความหนาแน่นและมวลต่อโมลดังนี้
= 97.34 mol/L |
นั่นคือ ในปฏิกิริยาที่มีสารเป็นของเหลวบริสุทธิ์หรือเป็นของแข็งบริสุทธิ์ ซึ่งถือได้ว่าทั้งของเหลวและของแข็งบริสุทธิ์มีความเข้มข้นคงที่ ดังนั้นค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาจึงไม่เขียนแสดงสารเหล่านี้ไว้ในอัตราส่วน
จากตัวอย่างการคำนวณค่าคงที่สมดุล นักเรียนควรสังเกตได้ว่าถ้าจำนวนสารที่เกี่ยวข้องในปฏิกิริยาและปริมาณสัมพันธ์ของสารในแต่ละสมการแตกต่างกัน เป็นผลให้หน่วยของค่าคงที่สมดุลของแต่ละปฏิกิริยาแตกต่างกัน ดังนั้น การแสดงค่าคงที่สมดุลจึงไม่นิยมใส่หน่วยกำกับไว้
ค่าคงที่สมดุลกับสมการเคมี
จากความรู้เกี่ยวกับการเขียนสมการเคมี ช่วยให้เข้าใจได้ว่าสารที่ปรากฏอยู่ด้านซ้ายของสมการเป็นสารตั้งต้น ส่วนสารที่อยู่ทางขวาเป็นผลิตภัณฑ์ เมื่อเขียนความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยาจะเป็นดังนี้
จากสมการ 
![\displaystyleK_1=\frac{{[HI]^2}}{{[H_2][I_2]}} \displaystyleK_1=\frac{{[HI]^2}}{{[H_2][I_2]}}](/latexrender/pictures1/e6b/b8f/b8f0f876fe0805d944f381d9426c06b5.png)
เมื่อเขียนสมการกลับทิศทางเพื่อแสดงปฏิกิริยาย้อนกลับ
![]()
ถ้ากำหนดให้ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อนกลับเท่ากับ
จะเขียนความสัมพันธ์ได้เป็น
![\displaystyleK_2 =\frac{{[H_2 ][I_2]}}{{[HI]^2}} \displaystyleK_2 =\frac{{[H_2 ][I_2]}}{{[HI]^2}}](/latexrender/pictures1/e6b/b8f/3c3/463/7b1/7b13f3d6da2018c3950b53e316a9876b.png)
แสดงว่าในปฏิกิริยาเดียวกัน ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาไปข้างหน้า
กับค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อนกลับ
แตกต่างกัน เมื่อหาความสัมพันธ์ระหว่าง
กับ
พบว่าเป็นดังนี้
![\displaystyleK_1\cdot K_2=\frac{{[HI]^2}}{{[H_2][I_2]}}\cdot\frac{{[H_2][I_2]}}{{[HI]^2}} \displaystyleK_1\cdot K_2=\frac{{[HI]^2}}{{[H_2][I_2]}}\cdot\frac{{[H_2][I_2]}}{{[HI]^2}}](/latexrender/pictures1/e6b/b8f/3c3/463/7b1/199/cae/a29/463/35f/35faa500160a63e77a68ebaee5aa2e14.png)
หรือ
![]()
จึงสรุปได้ว่าผลคูณของค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาไปข้างหน้ากับค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อยกลับในปฏิกิริยาเดียวกันมีค่าเท่ากับ 1
นอกจากนี้ในปฏิกิริยาเดียวกัน อาจเขียนสมการที่ดุลแล้วได้มากกว่า 1 สมการ ซึ่งพิจารณาได้จากสมการของปฏิกิริยาผันกลับได้ต่อไปนี้
จึงสรุปได้ว่าผลคูณของค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาไปข้างหน้ากับค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อยกลับในปฏิกิริยาเดียวกันมีค่าเท่ากับ 1
นอกจากนี้ในปฏิกิริยาเดียวกัน อาจเขียนสมการที่ดุลแล้วได้มากกว่า 1 สมการ ซึ่งพิจารณาได้จากสมการของปฏิกิริยาผันกลับได้ต่อไปนี้
…………(1)
……….(2)
![\displaystyle K_2=\frac{{[NO_2 ]}}{{[N_2O_4]^{1/2}}} \displaystyle K_2=\frac{{[NO_2 ]}}{{[N_2O_4]^{1/2}}}](/latexrender/pictures1/579/400/648/474/474f29e02a5edf58d3362acbc2d5bed5.png)
หรือ 
แสดงว่าในปฏิกิริยาเดียวกัน ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาอาจแตกต่างกันได้ ถ้าตัวเลขที่ใช้ในการดุลสมการเคมีแตกต่างกัน ดังนั้น การระบุค่าคงที่สมดุลจำเป็นต้องแสดงสมการของปฏิกิริยาที่ภาวะสมดุลนั้นด้วย
ในบางปฏิกิริยาอาจเกิดจากปฏิกิริยาย่อยหลายขั้น เช่น การเกิดแก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งเกิดจากแก๊สไนโตรเจนทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจนได้แก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์ จากนั้นแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์ทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจนได้แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ เขียนสมการแสดงได้ดังนี้
……….(1)
……….(2)
ปฏิกิริยารวม (1)+(2)
..........(3)
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา (1)![\displaystyle K_1=\frac{{[NO]^2}}{{[N_2][O_2]}} \displaystyle K_1=\frac{{[NO]^2}}{{[N_2][O_2]}}](/latexrender/pictures1/e5c/e9d/944/6dc/6dc30b45b2323dcc7073511c27b44540.png)
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา (2) ![\displaystyle K_2=\frac{{[NO_2]^2 }}{{[NO]^2 [O_2]}} \displaystyle K_2=\frac{{[NO_2]^2 }}{{[NO]^2 [O_2]}}](/latexrender/pictures1/e5c/e9d/944/6dc/d1a/d1a56039ce8349bbb985a51e3af81b05.png)
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิรยารวม (3) ![\displaystyleK_{ÃÇÁ}=\frac{{[NO_2]^2}}{{[N_2][O_2]^2}} \displaystyleK_{ÃÇÁ}=\frac{{[NO_2]^2}}{{[N_2][O_2]^2}}](/latexrender/pictures1/e5c/e9d/944/6dc/d1a/b15/b15f4982f5cbd9657bf2ef3966089875.png)
เมื่อนำ
คูณกับ
จะเป็นดังนี้
![\displaystyle K_1\cdot K_2=\frac{{[NO]^2}}{{[N_2 ][O_2]}}\cdot \frac{{[NO_2]^2}}{{[NO]^2[O_2]}} \displaystyle K_1\cdot K_2=\frac{{[NO]^2}}{{[N_2 ][O_2]}}\cdot \frac{{[NO_2]^2}}{{[NO]^2[O_2]}}](/latexrender/pictures1/a29/463/838/8386bc898f6303d04eb58bf86e976f81.png)
ซึ่งเท่ากับ 
ดังนั้น 
จึงสรุปได้ว่าปฏิกิริยาที่เกิดจากปฏิกิริยาย่อยหลายขั้นค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยารวมมีค่าเท่ากับผลคูณของค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย่อยในแต่ละขั้น เขียนสูตรทั่วไปได้ดังนี้

เมื่อ
คือ ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย่อยแต่ละขั้น
จากค่าคงที่สมดุลที่ได้ศึกษามาแล้ว ช่วยให้สามารถนำมาใช้คำนวณหาค่าต่าง ๆ ได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ตัวอย่างที่ 1 จากสมการต่อไปนี้

ณ ภาวะสมดุลที่อุณหภูมิ 1000 K มีค่าคงที่สมดุลเท่ากับ
จงหาค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อนกลับ
ปฏิกิริยา 
ความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารเป็นดังนี้
![\displaystyleK_1=\frac{{[SO_3]^2}}{{[SO_2]^2[O_2]}}=2.8\times10^2 \displaystyleK_1=\frac{{[SO_3]^2}}{{[SO_2]^2[O_2]}}=2.8\times10^2](/latexrender/pictures1/21c/737/737d2718f6b96a4040efe61a6584463e.png)
ปฏิกิริยาย้อนกลับคือ
กำหนดให้มีค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาเท่ากับ 
จากความสัมพันธ์ที่ทราบมาแล้วคือ ผลคูณของปฏิกิริยาไปข้างหน้ากับปฏิกิริยาย้อนกลับในปฏิกิริยาเดียวดันมีค่าเท่ากับ 1
ดังนั้น 


ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาย้อนกลับมีค่าเท่ากับ
ตัวอย่างที่ 2 จากค่าคงที่สมดุลที่อุณหภูมิ
ของปฏิกิริยาต่อไปนี้
............(1)

.............(2)

จงหาค่า K ของปฏิกิริยา
ที่อุณหภูมิ 
..........(1)
สมการ (2) เมื่อกลับสมการแล้วจะเป็นดังนี้
..........(3)
กำหนดให้ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาเท่ากับ 
ดังนั้น 
รวมสมการ (1) กับ (3) จะเป็นดังนี้
..........(4)
นั่นคือ 



ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยานี้มีค่าเท่ากับ 
จากตัวอย่างการคำนวณค่าคงที่สมดุลที่ศึกษามาแล้วช่วยให้สังเกตได้ว่าค่าคงที่สมดุลของแต่ละปฏิกิริยามีค่าแตกต่างกัน สำหรับตัวอย่างค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาต่าง ๆ ศึกษาเพิ่มเติมได้จากตาราง 7.4
ตาราง 7.4 ค่าคงที่สมดุลของบางปฏิกิริยา
|
ปฏิกิริยา |
ค่าคงที่สมดุลที่ |
![]() Cu ![]() Cu Cu ![]() ![]() AgCI ![]() |
|
- ค่าคงที่สมดุลบอกให้ทราบทิศทางของการเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้าหรือเปลี่ยนแปลงย้อนกลับได้หรือไม่ อย่างไร
ถ้าพิจารณาค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาในตาราง 7.4 เช่น ปฏิกิริยา
![]()
พบว่า
ซึ่งเป็นค่าสูงมาก
เนื่องจากค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา เป็นอัตราส่วนระหว่างความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์กับความเข้มข้นของสารตั้งต้น ณ ภาวะสมดุลที่อุณหภูมิหนึ่ง ถ้าค่าคงที่สมดุลมีค่ามาก แสดงว่ามีผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นมาก หรือกล่าวได้ว่าก่อนถึงสมดุลปฏิกิริยาดำเนินไปข้างหน้ามากกว่าปฏิกิริยาย้อนกลับในทางกลับกันถ้าค่าคงที่สมดุลมีค่าน้อย แสดงว่ามีผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นน้อย หรือปฏิกิริยาดำเนินไปข้างหน้าได้น้อยมากก่อนถึงภาวะสมดุล ตัวอย่างการดำเนินไปของปฏิกิริยาที่มีค่าคงที่สมดุลมากกว่า 1 และน้อยกว่า 1 แสดงได้ดังกราฟในรูป 7.9 และ 7.10 ตามลำดับ
(2).jpg)
รูป7.9กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยาระหว่างH
กับI2
.jpg)
รูป 7.10 กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยาระหว่างCO
กับH
จากกราฟในรูป 7.9 อธิบายได้ว่า เมื่อเริ่มต้นปฏิกิริยาสารตั้งต้นคือH
กับI
มีความเข้มข้น 1.0
ที่ภาวะสมดุลมีH
และ I
0.22
และมีผลิตภัณฑ์ HI1.60
ในกรณีนี้ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์มีค่าสูงกว่าสารตั้งต้น ค่าคงที่สมดุลจึงมากกว่า 1 สำหรับกราฟในรูป 7.10 สารตั้งต้นคือ
กับ
ซึ่งแต่ละชนิดมีความเข้มข้น 1.0
ที่ภาวะสมดุลมีผลิตภัณฑ์คือ CO และH
อย่างละ 0.27
และมี CO
กับH
อย่างละ0.73 
ความเข้มข้นของสารตั้งต้นมีค่ามากกว่าผลิตภัณฑ์ จึงเป็นผลให้ค่าคงที่สมดุบน้อยกว่า 1
นั่นคือปฏิกิริยาใดมีค่าคงที่สมดุล มากว่า 1 แสดงว่ามีผลิตภัณฑ์มากกว่าสารตั้งต้น ในทางตรงกันข้ามถ้ามีค่าคงที่สมดุล น้อยกว่า 1 แสดงว่ามีผลิตภัณฑ์น้อยกว่าสารตั้งต้น ดังนั้นค่าคงที่สมดุลจึงบอกให้ทราบแต่เพียงว่า ณ ภาวะสมดุล มีผลิตภัณฑ์หรือมีสารตั้งต้นอยู่ในระบบมากน้อยเพียงใดแต่ไม่ได้บอกว่าปฏิกิริยาเกิดขึ้นเร็วหรือช้า
7.3.2 การคำนวณเกี่ยวกับค่าคงที่สมดุล
ค่าคงที่สมดุลเป็นอัตราส่วนระหว่างผลคูณความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์กับผลคูณความเข้มข้นของสารตั้งต้น ณ ภาวะสมดุล ทำให้สามารถนำค่าคงที่สมดุลไปใช้คำนวณหาความเข้มข้นของสารต่าง ๆ ได้ และถ้าทราบความเข้มข้นของสารแต่ละชนิดที่อยู่ในภาวะสมดุล สามารถคำนวณหาค่าคงที่สมดุลได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ตัวอย่างที่ 3 ปฏิกิริยาA
ที่ภาวะสมดุล ในภาชนะขนาด 2
มี A4mol B 4 mol C 2 mol และ D 6 mol จงคำนวณหาค่าคงที่สมดุล
สมการที่ดุลแล้วA 
K![\displaystyleK=\frac{{[D]^2}}{{[B]^2[C]}} \displaystyleK=\frac{{[D]^2}}{{[B]^2[C]}}](/latexrender/pictures1/85e/3ef/85e/2c4/2c49e3cdcd2d96654e20ce31e921f480.png)
ที่ภาวะสมดุล ![\displaystyle [B] = \frac{4}{2} = 2mol/dm^3 \displaystyle [B] = \frac{4}{2} = 2mol/dm^3](/latexrender/pictures1/85e/3ef/85e/2c4/f1a/f1a3deb623efaa8c2daee7960c35d2cf.png)
![\displaystyle[C]=\frac{2}{2}=1mol/dm^3 \displaystyle[C]=\frac{2}{2}=1mol/dm^3](/latexrender/pictures1/85e/3ef/85e/2c4/f1a/ce9/ce9bb5c0b0ebf65ecc0f7d743bf55c4f.png)
![\displaystyle[D]=\frac{6}{2}=3mol/dm^3 \displaystyle[D]=\frac{6}{2}=3mol/dm^3](/latexrender/pictures1/85e/3ef/85e/2c4/f1a/ce9/769/76927a921359cccd0a6968ca3d702a6a.png)
แทนค่า ![\displaystyle K=\frac{{[3]^2}}{{[2]^2[1]}} \displaystyle K=\frac{{[3]^2}}{{[2]^2[1]}}](/latexrender/pictures1/85e/3ef/85e/2c4/f1a/ce9/769/f71/f716ca677037f7f25e1441168c40a5e0.png)
= 2.25
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยามีค่าเท่ากับ 2.25
ตัวอย่างที่ 4 ปฏิกิริยา CaCO
มีค่าคงที่สมดุลเท่ากับ 0.022 ที่อุณหภูมิ 
ก. จงเขียนความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยา
ข. จงคำนวณหาจำนวนโมลของ
ที่ภาวะสมดุล ซึ่งมี
อยู่ 1.00 g ในภาชนะที่มีความจุ 0.50 
ปฏิกิริยาCaCO ![]()
ก. เนื่องจาก
และ
เป็นของแข็งและมีความเข้มข้นคงที่ขณะปฏิกิริยาดำเนินไป ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยานี้จึงขึ้นกับความเข้มข้นของแก๊ส
ความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลกับความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยานี้จึงเป็นดังนี้
K![\displaystyleK=[CO_2 ] \displaystyleK=[CO_2 ]](/latexrender/pictures1/ddf/314/f29/887/3ef/542/887/404/f29/aec/aec37cc3f15bfcec65b5658afad65a1b.png)
ข. ค่าคงที่สมดุลจากข้อ ก. คือ
K ![\displaystyleK=[CO_2 ] \displaystyleK=[CO_2 ]](/latexrender/pictures1/ddf/314/f29/887/3ef/542/887/404/f29/aec/aec/aec37cc3f15bfcec65b5658afad65a1b.png)
แทนค่า ![\displaystyle 0.022=[CO_2 ]mol/dm^3 \displaystyle 0.022=[CO_2 ]mol/dm^3](/latexrender/pictures1/ddf/314/f29/887/3ef/542/887/404/f29/aec/aec/bae/bae8698c67f45d7f659b1fd634d006e9.png)
ความเข้มข้นของ
ที่ภาวะสมดุล ![]()
จำนวนโมลของ
ในภาชนะขนาด![]()
![]()
= 0.011 mol
ณ ภาวะสมดุลมี
อยู่ 0.011 mol
ตัวอย่างที่ 5
ทำปฏิกิริยากับ
ได้ผลิตภัณฑ์เป็น HF มีค่าคงที่สมดุลเท่ากับ
เมื่อเริ่มต้นปฏิกิริยามีแก๊สทั้งสามชนิดอยู่ชนิดละ 3 mol ในภาชนะขนาด 1.5
จงคำนวณหาความเข้มข้นของแก๊สทั้งสามชนิดที่ภาวะสมดุล
ปฏิกิริยาระหว่าง
กับ
ที่ภาวะสมดุลเขียนสมการได้ดังนี้
H ![]()
จากสมการ
1 mol ทำปฏิกิริยากับ
1 mol ได้ HF 2 mol ถ้า
เปลี่ยนไป a mol จะทำให้
เปลี่ยนไป a mol และได้ HF 2a mol
เมื่อเริ่มต้นปฏิกิริยาแก๊สทั้งสามชนิดมีความเข้มข้นเท่ากันคือ
![]()
ในการคำนวณอาจทำเป็นขั้นตอนแสดงความเข้มข้นของแก๊สทั้งสามชนิดที่ภาวะต่าง ๆ ดังนี้
|
|
ความเข้มข้น |
||
|
|
|
|
HF |
|
ที่ภาวะเริ่มต้น |
|
|
|
|
ปริมาณที่เปลี่ยนไป |
|
|
|
|
ที่ภาวะสมดุล |
|
|
|
* เครื่องหมาย - หมายถึงปริมาณสารลดลง + หมายถึงปริมาณสารเพิ่มขึ้น
ที่ภาวะสมดุล ![\displaystyle K=\frac{{[HF]^2}}{{[H_2 ][F_2]}} \displaystyle K=\frac{{[HF]^2}}{{[H_2 ][F_2]}}](/latexrender/pictures1/3f2/3f288f527c14a5a37e38b1c5d6a51167.png)
แทนค่า ![\displaystyle 1.15\times10^2=\frac{{[2+\frac{{2a}}{{1.5}}]^2}}{{[2-\frac{a}{{1.5}}]^2}} \displaystyle 1.15\times10^2=\frac{{[2+\frac{{2a}}{{1.5}}]^2}}{{[2-\frac{a}{{1.5}}]^2}}](/latexrender/pictures1/5b1/5b18f12065a51b4fe8000387e97dc577.png)
![\displaystyle 1.15 \times 10^2=\frac{{[\frac{{3+2a}}{{1.5}}]^2}}{{[\frac{{3-a}}{{1.5}}]^2}} \displaystyle 1.15 \times 10^2=\frac{{[\frac{{3+2a}}{{1.5}}]^2}}{{[\frac{{3-a}}{{1.5}}]^2}}](/latexrender/pictures1/3f2/970/b65/b65a306b2403439929344995fa04a809.png)
![\displaystyle\sqrt{1.15\times10^2}=\sqrt{\frac{{[\frac{{3+2a}}{{1.5}}]^2}}{{[\frac{{3-a}}{{1.5}}]^2}}} \displaystyle\sqrt{1.15\times10^2}=\sqrt{\frac{{[\frac{{3+2a}}{{1.5}}]^2}}{{[\frac{{3-a}}{{1.5}}]^2}}}](/latexrender/pictures1/3f2/970/b65/a93/a93dd83dbdac82e3aa5a447c89aed971.png)


10.72(3 - a) = 3 + 2a
32.16 - 10.72a = 3 + 2a
29.16 = 12.72a
a = 2.29 mol
ดังนั้นที่ภาวะสมดุล
![\displaystyle[H_2]=[F_2]=2-\frac{{2.29}}{{1.5}}mol/dm^3 \displaystyle[H_2]=[F_2]=2-\frac{{2.29}}{{1.5}}mol/dm^3](/latexrender/pictures1/3f2/970/b65/a93/bd3/063/404/4042dae22c8a67079213dcdf943b7ce7.png)

![\displaystyle [HF] = 2+\frac{{4.58}}{{1.5}}mol/dm^3 \displaystyle [HF] = 2+\frac{{4.58}}{{1.5}}mol/dm^3](/latexrender/pictures1/3f2/970/b65/a93/bd3/063/404/c60/a40/a401c907b06e79ae6ec0ad4ac1866c6b.png)

ที่ภาวะสมดุลH
และF
มีความเข้มข้น
HF มีความเข้มข้น 5.05 
ตัวอย่างที่ 6 ในระบบA
เมื่อนำสาร A 3.00 mol และสาร B 1.00 mol ผสมกันในภาชนะปิดที่มีปริมาตร 1
ณ ภาวะสมดุลมีสาร C 0.50 mol จงคำนวณค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา
สมการที่ดุลแล้ว ณ ภาวะสมดุล พบว่าผลิตภัณฑ์ C 2 โมล ได้จากสารตั้งต้น A และ B ชนิดละ 1 โมล ดังนั้นปริมาณสารที่เกี่ยวข้องในปฏิกิริยาคือ
|
|
ความเข้มข้น |
||
|
|
A |
B |
C |
|
ที่ภาวะเริ่มต้น |
3 |
1 |
0 |
|
ปริมาณที่เปลี่ยนไป |
|
|
0.5 |
|
ที่ภาวะสมดุล |
|
![]() |
0.5 |
K ![]()
แทนค่า
= 0.12
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยามีค่าเท่ากับ 0.12
|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |