วิชาการ.คอม-บทเรียนออนไลน์-สารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุออกซิเจนและไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ | บทเรียน วิชาการ.คอม
เคมี
 

สารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุออกซิเจนและไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ

สร้างเมื่อ 24 ก.ค. 2555 09:26:27
  • ระดับม.6
  • 4,963 view

 

 

 

                                             สารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุออกซิเจนและไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ

 

 

 

  นักเรียนได้ศึกษาสารประกอบอินทรีย์ที่หมู่ฟังก์ชันมีธาตุไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบไปแล้ว ต่อไปจะได้

ศึกษาสารประกอบอินทรีย์ที่หมู่ฟังก์ชันมีทั้งธาตุออกซิเจนและไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ

 

     เอไมด์

สารประกอบอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่เกิดจากหมู่อะมิโน\displaystyle (-NH_2)เข้าไปแทนที่หมู่ไฮดรอกซิล ในกรดคาร์บอกซิลิกมีชื่อว่า เอไมด์ ดังนั้นเอไมด์จึงมีสูตรทั่วไปเป็น

                                                                       หรือ     \displaystyle RCONH_2

 

                                 โดยมีหมู่เอไมด์เป็นหมู่ฟังก์ชัน นอกจากหมู่อะมิโนที่เข้าไปแทนที่หมู่ไฮดรอกซิลแล้ว

 

 

                                           อาจจะเป็นหมู่หรือ  ได้ด้วย

    

เมื่อพิจารณาหมู่ฟังก์ชันของเมไมด์ พบว่ามีหมู่อะมิโนเป็นองค์ประกอบ เอไมด์จะมีสมบัติคล้ายกับเอมีนหรือไม่ ให้ศึกษาจากข้อมูลในตาราง 11.21

    ตาราง 11.21 จุดหลอมเหลว จุดเดือดและสภาพละลายได้ที่ 20 \displaystyle ^0Cของเอไมด์บางชนิด

 

ชื่อ

สูตรโครงสร้าง

จุดหลอมเหลว\displaystyle   ^0C

 

จุดเดือด

\displaystyle   ^0C

สภาพละลายได้ในน้ำที่ 20\displaystyle   ^0C

 (g/น้ำ 100 g)

เมทานาไมด์

\displaystyle   HCONH_2

2.55

200

ละลาย

เอทานาไมด์

\displaystyle CH_3CONH_3

81.0

222.0

ละลาย

โพรพานาไมด์

\displaystyle CH_3CH_2CONH_2

81.3

213.0

ละลาย

บิวทานาไมด์

\displaystyle CH_3(CH_2)_2CONH_2

114.8

216.0

ไม่ละลาย

เพนทานาไมด์

\displaystyle CH_3(CH_2)_3CONH_2

106.0

225.0

ไม่ละลาย

เฮกซานาไมด์

\displaystyle CH_3(CH_2)_4CONH_2

101.0

255.0

ไม่ละลาย

จุดเดือดของเอไมด์มีแนวโน้มเช่นเดียวกับสารประกอบอินทรีย์อื่นๆ คือมีค่าสูงขึ้นตามจำนวนอะตอมของคาร์บอนซึ่งอธิบายได้ในทำนองเดียวกัน นอกจากนี้เอไมด์ส่วนใหญ่มีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้องและจะมีจุดเดือดสูงกว่าเอมีนที่มีมวลโมเลกุลใกล้เคียงกัน แสดงว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของเอไมด์สูงกว่าเอมีน เนื่องจากออกซิเจนมีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูงจึงมีสภาพขั้วไฟฟ้าค่อนข้างลบ และไฮโดรเจนในหมู่อะมิโนมีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีต่ำจึงมีสภาพขั้วไฟฟ้าค่อนข้างบวก ทำ

         

ให้เอไมด์เป็นโมเลกุลมีขั้วและเกิดพันธะไฮโดรเจนได้ พันธะไฮโดรเจนที่เกิดขึ้นระหว่างหมู่                 กับ  มีความแข็งแรงมากกว่าพันธะไฮโดรเจนในเอมีน พันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลของเอไมด์แสดงดังรูป 11.12               

 

                       พันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลของเอไมด์

 

เอไมด์ละลายในน้ำได้เช่นเดียวกับสารประกอบอินทรีย์ที่เป็นโมเลกุลมีขั้วชนิดอื่น แต่สภาพละลายได้ในน้ำจะลดลงเมื่อจำนวนอะตอมของคาร์บอนเพิ่มขึ้น สารละลายของเอไมด์มีสมบัติเป็นกลาง ซึ่งแตกต่างจากสารละลายของเอมีนที่เป็นเบส เนื่องจากอะตอมของออกซิเจนในหมู่คาร์บอนิลดึงดูดอิเล็กตรอนจากอะตอมของไนโตรเจนในหมู่อะมิโน เป็นผลทำให้ไนโตรเจนมีสภาพขั้วไฟฟ้าค่อนข้างบวกจึงไม่สามารถรับโปรตอนจากน้ำได้

การเรียกชื่อเอไมด์ทำได้โดยเรียกตามจำนวนอะตอมของคาร์บอน แล้วเปลี่ยนท้ายเสียงเป็น  -านาไมด์ (-anamide) เช่น

\displaystyle CH_3CONH_2     มีชื่อว่า   เอทานาไมด์ (ethanamide ; \displaystyle C_2H_5NO)

 

\displaystyle CH_3CH_2CONH_2    มีชื่อว่า    โพรพานาไมด์ (propanamide ; \displaystyle C_2H_7NO)

 

 

เอไมด์ที่ใช้มาก ได้แก่ อะเซตามิโนเฟน ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อพาราเซตามอลหรือไทลินอล ใช้ผสมในยาบรรเทาอาการปวดและลดไข้


อะเซตามิโนเฟน

 

เรีย เป็นเอไมด์ที่พบในปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสลายโปรตีน ตามปกติมนุษย์   จะขับถ่ายยูเรียออกมาประมาณ  20 - 30 กรัมต่อวัน ยูเรียเป็นสารประกอบอินทรีย์ชนิดแรกที่สังเคราะห์ได้จากสารประกอบ    อนินทรีย์ ซึ่งใช้ประโยชน์มากทั้งในด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ใช้เป็นปุ๋ยและเป็นวัตถุดิบในการทำพลาสติกประเภทพอลิยูเรียฟอร์มาลดีไฮด์ ยูเรียที่ใช้ในกระบวนการทางอุตสาหกรรมต่างๆ เตรียมได้จากปฏิกิริยาระหว่าง \displaystyle CO_2    และ  \displaystyle NH_3ดังสมการ

 

 

นอกจากสารประกอบอินทรีย์ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีสารประกอบอินทรีย์ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ และมีความซับซ้อนมากขึ้น ได้แก่ พอลิเมอร์ธรรมชาติ พอลิเมอร์สังเคราะห์และสารชีวโมเลกุลบางชนิด ซึ่งนักเรียนจะได้ศึกษาต่อไป

 

 

 



Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0219 seconds !