วิชาการ.คอม-บทเรียนออนไลน์-สถิติการตัดสินใจและวางแผน | บทเรียน วิชาการ.คอม
คณิตศาสตร์
 

สถิติการตัดสินใจและวางแผน

สร้างเมื่อ 10 พ.ค. 2556 10:03:18
  • ระดับม.5
  • 7,053 view

สถิติกับการตัดสินใจและวางแผน 

          ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน อาจกล่าวได้ว่าต้องมีการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจดังกล่าวอาจจะเป็นการตัดสินใจเพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว เพื่อญาติพี่น้องเพื่อนฝูง หรือเพื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น

          ตัดสินใจว่า วันนี้จะเดินทางไปโรงเรียนโดยใช้รถประจำทางสายใดดี

          ตัดสินใจว่า ควรจะซื้อประกันชีวิตแบบใดกับบริษัทใดจึงจะเหมาะสมที่สุด

          ตัดสินใจว่า ควรจะเลือกซึ้อเครื่องปรับอากาศยี่ห้อใดจึงจะประหยัดพลังงานไฟฟ้า

          ตัดสินใจว่า จะซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ยี่ห้อใดมาใช้งานในบริษัทหรือโรงงาน

          การตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ แต่ละคนอาจมีวิธีตัดสินใจที่แตกต่างกันไป เช่น บางคนอาจตัดสินใจโดยใช้ประสบการณ์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ใช้ความเชื่อของตนเองหรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ ใช้สามัญสำนึก หรือบางคนอาจตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลหรือข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

          การตัดสินใจโดยวิธีต่าง ๆ ข้างต้นนี้บางครั้งก็ตัดสินใจถูกแต่บางครั้งก็ตัดสินใจผิด ทั้งนี้ขี้นอยู่กับประสบการณ์ ความเชื่อ สามัญสำนึก หรือข้อมูลข่าวสารที่แต่ละคนมีอยู่ว่าถูกต้องและเหมาะสมกับลักษณะของปัญหาที่ผู้นั้นต้องตัดสินใจมากเพียงใด แต่อย่างไรก็ตาม อาจกล่าวได้ว่าไม่ว่าจะใช้วิธีการใดมาช่วย ในการตัดสินใจก็จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลและข่าวสารไม่ทางตรงก็ทางอ้อมทั้งสิ้น ตัวอย่างเรื่องการตัดสินใจว่าจะขายสินค้าในราคาที่ลูกค้าต่อรองหรือไม่ อาจพิจารณาลักษณะการเป็นลูกค้าของผู้ซื้อว่าเป็นลูกค้าประจำหรือลูกค้าจร การตัดสินใจดังกล่าวข้างต้นหากผู้ตัดสินใจทราบหรือมีความรู้เกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจมากเพียวใด โอกาสที่จะตัดสินใจพลาดก็จะน้อยลงเพียงนั้น แต่การตัดสินใจบางเรื่อง การใช้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยในการตัดสินใจได้โดยตรง แต่จะต้องนำมาวิเคราะห์เสียก่อนซึ่งอาจใช้วิธีวิเคราะห์เบื้องต้นง่าย ๆ เพื่อทราบลักษณะทั่ว ๆ ไปของข้อมูล เช่น การจำแนกข้อมูลตามลักษณะต่าง ๆ ที่สำคัญเรียกว่าการแจกแจงความถี่ การหาสัดส่วนหรือร้อยละ การหาค่าเฉลี่ยและค่าการกระจายของข้อมูล ที่เรียกว่าค่ากลางและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานตามลำดับ หรืออาจใช้วิธีวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น การประมาณค่าข้อมูล การทดสอบสมมุติฐานหรือความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ การหาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลและการพยากรณ์ข้อมูลในอนาคต ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงดังกล่าวค่อนข้างยุ่งยากและซับซ้อน

          การตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ข้างต้นในบางเรื่องอาจจะไม่สามารถใช้ข้อมูลแต่เพียงอย่างเดียวได้ ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเสียก่อน จึงจะนำมาใช้เพื่อการตัดสินใจได้ ข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์แล้วนี้ ไม่ว่าจะวิเคราะห์โดยใช้การวิเคราะห์เบื้องต้นหรือวิเคราะห์ขั้นสูงก็ตาม เรียกว่าสารสนเทศ หรือข่าวสาร (Information) 

          กล่าวโดยสรุปก็คือการตัดสินใจมีโอกาสผิดพลาดมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับข้อมูลและสารสนเทศซึ่งผู้ตัดสินใจมีอยู่เป็นสำคัญ ข้อมูลและสารสนเทศดังกล่าวนี้สามารถหามาได้โดยใช้วิธีการทางสถิติซึ่งเป็นวิชาการหรือเทคนิคเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูลนั่นเอง

          ในการใช้สถิติเพื่อการตัดสินใจและวางแผนไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจและวางแผนในชีวิตประจำวันหรือในการประกอบอาชีพก็ตาม ผู้ตัดสินใจอาจจะต้องทราบว่ามีข้อมูลและ/หรือข่าวสารที่จำเป็นอะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ช่วยในการตัดสินใจได้หากต้องการใช้ข้อมูลใดก็จะต้องตรวจสอบเสียก่อนว่ามีใครหรือหน่วยงานใดเป็นผู้ผลิตหรือเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวไว้หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ต้องการ ในกรณีที่ตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีข้อมูลที่ต้องการก่อนจะนำมาใช้ก็ต้องตรวจสอบความครบถ้วน ความทันสมัยและความเชื่อถือได้ของข้อมูลเสียก่อน หากข้อมูลขาดสมบัติดังกล่าว ผู้ตัดสินใจอาจจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเอง การเก็บรวบรวมข้อมูลเองนี้หากข้อมูลที่ต้องการทราบมีขอบเขตกว้างขวาง อาจจำเป็นต้องใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่างจำนวนหนึ่งที่เลือกมาเป็นตัวแทนของผู้ให้ข้อมูลเท่านั้นเพื่อเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเก็บรวบรวมข้อมูล การที่จะได้ตัวอย่างมาเป็นตัวแทนที่ดีในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ต้องการนี้ จะต้องใช้วิธีเลือกตัวอย่าง และจำนวนตัวอย่างที่เหมาะสมด้วย

          สำหรับสารสนเทศที่จำเป็นต้องใช้ในการตัดสินใจและวางแผนนั้น ผู้ตัดสินใจจะต้องเลือกวิธีวิเคราะห์ข้อมูลที่เหมาะสมกับคำตอบที่ต้องการได้รับเสียก่อน ที้งนี้เนื่องจากโดยที่ว ๆ ไป วิธีใช้ที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลสำหรับวัตถุประสงค์เดียวกันมักมีหลายวิธี เช่น การหาค่ากลางหรือตัวแทนของข้อมูลอาจจะใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน หรือฐานนิยมก็ได้ การหาค่ากลางแต่ละวิธีก็มีความเหมาะสมกับลักษณะของข้อมูลหรือวัตถุประสงค์ของผู้วิเคราะห์ ตัวอย่างเช่น การหาค่ากลางที่เป็นตัวแทนของรายได้ต่อเดือนของพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม หากรายได้ของพนักงานแต่ละคนใกล้เคียงกัน อาจใช้ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตได้ แต่ถ้าพนักงานส่วนน้อยมีรายได้สูงมาก เมื่อเทียบกับพนักงานส่วนใหญ่ การหาค่ากลางที่เป็นตัวแทนของรายได้อาจจำเป็นต้องใช้ค่ามัธยฐานแทน หรือในการพยากรณ์ยอดขายสินค้าของบริษัทในปีถัดไป ผู้พยากรณ์ อาจต้องการทราบแต่เพียงว่าปีหน้าบริษัทควรจะขายสินค้าได้เท่าไร หรือต้องการทราบทั้งยอดขายสินค้าในปีหน้า และปัจจัยที่มีผลต่อยอดขายสินค้าดังกล่าวด้วย การพยากรณ์ตามวัตถุประสงค์แรกอาจใช้วิธีวิเคราะห์อนุกรมเวลา (Time series analysis) แต่การพยากรณ์ตามวัตถุประสงค์หลังอาจใช้วิธีวิเคราะห์ความถดถอย (Regression analysis) การวิเคราะห์โดยวิธีทั้งสองนี้จะใช้ข้อมูลที่แตกต่างกัน นั่นคือ วิธีวิเคราะห์ข้อมูลจะเป็นตัวกำหนดข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้

          ดังนั้นโดยทั่ว ๆ ไปหากผู้วิเคราะห์ยังไม่ทราบว่าจะวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีใดจะไม่สามารถกำหนดข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ได้ จึงอาจสรุปได้ว่าผู้วิเคราะห์ไม่ควรเริ่มต้นการใช้สถิติเพื่อการตัดสินใจและวางแผนโดยการเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนแล้วค่อยมาหาวิธีวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้เพราะผู้วิเคราะห์อาจำม่สามารถหาวิธีวิเคราะห์ใดที่เหมาะสมกับข้อมูลที่มีอยู่แล้วได้ เนื่องจากขาดสมบัติบางอย่างที่จำเป็นต้องใช้ในการวิเคราะห์ด้วยวิธีนั้น ๆ

 

 กิจกรรม 

1.               จงยกตัวอย่างเรื่องที่นักเรียนต้องตัดสินใจหรือวางแผนเป็นประจำมา 5 เรื่อง

2.               จากเรื่องที่นักเรียนต้องตัดสินใจหรือวางแผนเป็นประจำในข้อ 1 นักเรียนใช้ข้อมูลในการตัดสินใจหรือวางแผนดังกล่าวบ้างหรือไม่ ถ้าใช้ ข้อมูลที่นำมาใช้มีอะไรบ้าง

3.               จากผลการตัดสินใจในแต่ละเรื่อง นักเรียนสามารถสรุปได้หรือไม่ว่าอะไรเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักเรียนสามารถตัดสินใจหรือวางแผนเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ได้ถูกต้องหรือเหมาะสม




จำไว้ตลอด