| "ชีวะเพื่อชีวิต"
น้องๆ บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเลือก "ชีวะเพื่อชีวิต" เป็นชื่อของคอลัมน์?
เป็นเพราะว่าเรื่องราวที่จะนำมาเล่าให้ฟังในคอลัมน์นี้จะเลือกมาเฉพาะหัวข้อของข่าวที่
น่าสนใจ และแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้อง/สำคัญ ของความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์
โดย
เฉพาะด้านชีววิทยา ต่อการดำรงชีวิต หรือพัฒนาชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม
ฉบับนี้ขอประเดิมด้วยเรื่อง ที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาของวิชาพันธุศาสตร์
ซึ่งก็คือการ
ค้นพบว่า ดีเอ็นเอ (Deoxyribonuleic acid = DNA) เป็นสารพันธุกรรม ถ้าจะต้องหาคำ
แปลให้กับ ดีเอ็นเอ เป็นภาษาไทย (ที่ไม่ใช่ทับศัพท์) ก็คงจะไม่พ้น "คัมภีร์แห่งชีวิต"
ทำไมถึงคำนี้้ล่ะ? คำตอบก็ค่อนข้างกำปั้นทุบดินอยู่นิดๆ เพราะคำว่าคัมภีร์ทำให้สิ่งนี้ดูมี
ค่าน่าฉงน และอาจจะทำให้ น้องๆ ให้ความสนใจมากขึ้น ประการที่สองก็เป็นเพราะว่า
ดีเอ็นเป็นสิ่งที่บรรจุข้อมูลต่างๆ ทุกด้านในการสร้างชีวิตขึ้นมา และเป็นกุญแจสำคัญ
ที่บ่งบอกถึงความแตกต่าง (และ ความเหมือน) ระหว่างสิ่งชีวิตต่างๆ
|
|
คนนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ช่างคิด (อย่างอื่นก็อาจจะช่างคิดด้วย แต่เรายังไม่สามารถเข้าใจได้ลึกซึ้ง)
คนสมัยก่อนในยามว่าง ก็มานั่งนอนคิดกันใหญ่ว่าสิ่งมีชีวิตนี้เกิดมาได้ยังไง
แล้วทำไมลูกจึง
ดูคล้ายๆ พ่อกับแม่ เพราะด้วยความที่ช่างคิดนี่แหละ เค้าก็ตั้งสมมุติฐานกันไปต่าง
นานา
อย่างหนึ่งที่ได้รับการยอมรับอยู่พักใหญ่ เรียกว่า Blending theory (ทฤษฎีของการผสมกัน)
ซึ่งรวมความได้ว่า เมื่อพ่อกับแม่สร้างลูก (ไข่กับอสุจิมาผสมกัน) ในขบวนการนี้จะมีสิ่งที่
ควบคุมลักษณะ (สารพันธุกรรม) ของพ่อในอสุจิ มาผสมกับ ของแม่ในไข่ แล้วการผสมของ
สารพันธุกรรม ก่อให้ลูกมีลักษณะคล้ายทั้งพ่อทั้งแม่ สมมุติฐานอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่าย
ทำให้เป็นที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก
แต่ในช่วงเวลานั้น ณ วัดแห่งหนึ่งห่างไกลจากชุมชน มีนักบวชองค์หนึ่งนามว่า

เกรเกอร์ เมนเดล ใช้เวลาว่างจากสวดมนต์ มาปลูกถั่วลันเตา เพื่อป้องกันการเบื่อ
แล้วก็ถือโอกาส ที่จะศึกษาถึงการ สืบทอด/ถ่ายทอด/ตกทอด ของลักษณะต่างๆ ในต้นถั่วที่
สามารถสังเกตได้ง่าย ด้วยตาเปล่า จากรุ่น หนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง ท่านนักบวช
เมนเดล ได้พบถึงข้อขัดแย้งกับ blending theory ที่เด่นชัดก็คือ ถ้าผสมถั่วที่มีดอกสีม่วง
กับถั่วที่มีดอกสีขาว ต้นถั่วที่เกิดมา จากเมล็ดกลับให้ดอกสีม่วงทั้งหมด
(ไม่ใช่ตรงกลาง ระหว่างสีขาวกับสีม่วง) แล้วถ้าปล่อยให้ต้นถั่ว ที่ได้มาจากการผสมพันธุ์ครั้งแรก
ผสมพันธุ์กับตัวเอง (สบายมากในต้นไม้ และ สัตว์ที่มีสองเพศใน ตัวเดียวกันเช่น
ไส้เดือน) หรือผสมระหว่างต้นในรุ่นเดียวกัน เมล็ดที่ได้มาจะสร้างต้นถั่วที่
บางต้น มีดอกสีขาว และ บางต้นมีดอกสีม่วง ผลของการทดลองนี้ แสดงให้เห็นว่า
สารพันธุกรรม ของพ่อ และของ แม่ไม่ได้มาผสม(blend) กัน เพราะจากการสังเกตสี
ของดอกถั่ว สารพันธุกรรมที่ควบคุม สีขาวและสีม่วงยังคงอยู่ในรุ่นลูก (ถึงแม้ว่าเราจะเห็นแค่สีม่วงก็ตาม)
แล้วสามารถนำกลับมาได้ใน ลักษณะเดิมในรุ่นหลาน ท่านนักบวชเมนเดลคนนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น
บิดาของ classical genetics

หลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปแล้ว การค้นพบอันต่อไปที่ถือว่าเป็นก้าวที่สำคัญมาก
เกิดขี้น
เมื่อคริศตศักราช 1953 โดยนักวิทยาศาสตร์สองท่านชื่อ เจมส์ วัตสัน (James
Watson)
และ ฟรานซิส คริค (Francis Crick) ซึ่งเป็นเพื่อนอยูในห้องทดลองเดียวกัน
ด้วยความที่
ทั้งสองท่านชอบใช้เวลาว่างมาถกเถียงกันถีงโครงสร้าง ของสิ่งที่เป็นสารพันธุกรรม
หรือ
คัมภีร์ที่บันทึกข้อมูลต่างๆ จากพ่อแม่ ไปสู่รุ่นต่อไป หลังจากได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ
ที่นัก
ทดลองหลายท่าน (Erwin Chargaff, Rosalind Franklin) ได้ทำไว้บ้างแล้ว ท่านวัตสัน
และ
คริคได้ ตีพิมพ์ บทความที่อธิบายโครงสร้างคุณสมบัติของ ดีเอ็นเอ และ สรุปว่า
ดีเอ็นเอ
นี่แหละคือสารพันธุกรรม ในช่วงแรกไม่มีใครเชื่อท่านทั้งสอง แต่เมื่อมีนักทดลองท่านอื่นๆ
พิสูจน์ว่าเป็นจริง ผู้คนก็เริ่มคล้อยตาม การค้นพบครั้งนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ
modern
genetics สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะมีคัมภีร์ที่บรรจุข้อมูลเฉพาะตัว ถ้าเป็น specie
เดียวกัน
ข้อมูลที่บันทึกอยู่ใน ดีเอ็นเอ ก็จะคล้ายกันมาก แต่ถ้าอยู่ต่าง specie ข้อมูลก็จะต่างกัน
ออกไป การที่เรารู้โครงสร้างของดีเอ็นเอ ทำให้เราสามารถที่จะตัดต่อและเปลี่ยนแปลง
หรือแก้ไขคัมภีร์แห่งชีวิตได้โดยไม่ยากนัก เหมือนกับการที่เราเอากระดาษจากสมุดเล่มหนึ่ง
ไปรวมเล่มกับสมุด อีกเล่มหนึ่ง การคัดลอกเย็บเล่มเหล่านี้ก่อให้เกิดวิชาแขนงใหม่เรียกว่า
recombinant technology ซึ่งก็คือการตัดต่อดีเอ็นเอ ไม่ว่า specie เดียวกัน
หรือต่างกัน
ก็ตาม เทคโนโลยีอันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในการสร้างต้นไม้หรือสัตว์ที่มี
ดีเอ็นเอบางส่วน
เปลี่ยนไป (Genetically Modified Organism) หรือ จีเอ็มโอ ที่เป็นหัวข้อฮอตฮิต
ติดอันดับ
ทั่วโลกในขณะนี้ ด้วยความที่โลกก็ยังหมุนไปเรื่อยๆ เราก็ควรจะหมุนตัวเราให้ทันตามโลก
ไม่นั้นเดี๋ยวเราจะงง (เขียนไปงงไปด้วยน่ะเนี่ย)
ฉบับหน้าเราก็จะมาทำความคุ้นเคยกับสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแผ่นดินที่แห้งแล้งให้เขียวขจี
เปลี่ยนคนที่เกิดมาพร้อมด้วยโรคทางพันธุกรรมให้เป็นคนที่แข็งแรงปลอดโรค นั่นก็คือ
จีเอ็มโอ นางฟ้าหรือซาตาน?
|