Messgae : 22 - GMOs ในประเทศไทย
text : จากอีเมล์ของคุณ KL
[ส่วนที่ไม่เกี่ยวของกับความเห็นได้ถูกตัดออกไป - Editor]
=================================================

สวัสดีอีกครั้งครับ ขอบคุณมากครับสำหรับคำตอบ :)
จริงๆแล้วผมมีข้อเห็นด้วยและข้อไม่เห็นด้วยครับ แต่ผมเขียนไม่ค่อยเก่งครับ
ค่อยๆนึกออก แล้วเขียนมาถามเป็นระยะแล้วกันนะครับ
ผิดพลาดอย่างไรก็ขอช่วยให้แก้ไขให้ความกระจ่างด้วยนะครับ

เพราะผมถนัดเขียนแบบนั่งคุยกันมากกว่า เดี๋ยวไม่เป็นทางการ :)
และบางครั้งอาจจะนอกเรื่องไปหน่อย

ความจริงที่ว่าการแก้ปัญหาประชากรมิได้อยู่ที่อาหารครับถูกแล้ว
ไม่ใช่ทั้งการให้โดยตรงและให้วิธีหาอาหาร แต่เป็นการใช้การควบคุมประชากร
มากกว่า เหมือนคำพูดที่ว่าอย่าให้อาหารแต่ให้การคุมกำเนิดครับ

กลับมาประเด็นGMOsดีกว่า บอกไว้ก่อนนะครับว่าส่วนใหญ่จะเป็นความคิดเห็น
ในประเด็นที่การนำGMOsเข้ามาใช้ในไทยเป็นหลักครับ
(รวมทั้งจดหมายที่แล้วด้วย)

ที่ผมยกตัวอย่างการให้อาหารโดยตรงเพราะ
จะสังเกตุเห็นว่าทำไมGMOsที่พยายามขายๆและต่อต้านกันอยู่ ถ้าสังเกตุ
เค้าไม่ได้เน้นขายในกลุ่มของประเทศที่ขาดอาหาร แต่มาเน้นขายให้กับประเทศ
ผู้ผลิตอาหารเช่น ไทย จีน ฯลฯ
ซึ่งมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย กะปัญหาการขาดแคลนอาหารในประเทศอื่น

ถ้าจะถามว่าทำไมพูดถึงแต่GMOsที่เป็นการค้า
ก็ขอตอบว่าส่วนที่ไม่เป็นการค้านั้น ยังน้อยเอามากๆเลย
ทีเดียวครับ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในห้องทดลองเสียมากกว่า แล้วทำไมล่ะ
ก็เพราะงานวิจัยนั้นต้องใช้เงินลงทุนสูงครับ ทางเอกชนส่วนใหญ่แล้วมีเงินลงทุนมากกว่านั้นเอง
แล้วก็การควบคุมคุณภาพก็ต่างกันด้วยครับ โดยส่วนใหญ่เค้าเน้นออกมาขายได้
(บางครั้งยังวิจัยไม่ครบถ้าเห็นว่าขายได้ก็เอาออกมาขายแล้ว 555แซวเล่นครับอย่าซีเรียต)

การนำGMOsเข้ามาใช้นั้น ผมมองเป็นการ Introduction อย่างหนึ่งครับ
ซึ่งความจริงแล้วเราก็มีบทเรียนมาก็มากสำหรับการที่เอาสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นเข้ามา
แล้วก่อปัญหาในภายหลัง เช่น ในไทยก็มีหอยเชอรี่, อังกฤษที่คุณพิเชษฐ อยู่ก็มีเรื่องตัวมิงค์
หรือง่ายๆก็กระรอก กะCanadian Geese แต่ผมไม่ได้บอกว่าการIntroduceเป็นสิ่งไม่ดีครับ
แต่ต้องใช้เวลาศึกษาผลกระทบ
ที่ผมอยากเน้นก็คือประเทศไทยเรามีความพร้อมแค่ไหนในการจัดการครับ

ผมเห็นว่าGMOs ยังเป็นศาสตร์ที่ใหม่ครับต้องรอ ผลการศึกษาก่อนครับ
ประเทศที่รอไม่ได้ถ้าอยากใช้ก็ใช้ไปก่อนแล้วกัน แต่ผมว่าสำหรับประเทศไทย
น่าจะรอไปก่อนครับ แค่พืชไม่ GMOs มีผลผลิตตอนนี้ก็มากจนราคาตกต่ำจนชาวสวนโน้นสวนนี้
มาเดินประท้วงเป้นระยะๆอยู่แล้ว แต่ก็น่าสนใจตรงที่ว่าบางGMOนั้นออกแบบมาเฉพาะ
ถิ่นแล้วอย่างงี้เค้าจะลงทุนกะประเทศที่แม้แต่เงินซื้อข้าวยังไม่มีหรือ???
เพราะกว่าจะได้มาก็ลงทุนไปหลายเหมือนกัน

หุหุ การทำงานทางวิทยาศาสตร์บางครั้งก็น่าเห็นใจเหมือนกันนะครับ
บางครั้งเราทำงานออกมาแล้วก็ตีพิมพ์ไม่ได้ก็มี ไปขัดผลประโยชน์ก็มี
เคยฟังอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ไปทำงานวิจัยใน Africa
เรื่องการระบาดของโรค โดยโรคนี้มีพาหะเป็นเห็บ(Tick) โดยปกติแล้วชาวบ้านจะป้องกันโรค
โดยการใช้ยาฆ่าเห็บครับ แต่งานวิจัยพบว่าถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติ แล้ว
ในที่สุดจะเข้าสู่สมดุล โดยให้ผลไม่แตกต่างหรืออาจจะดีกว่าด้วย
แต่งานนี้รัฐบาลทำอะไรไม่ได้เพราะมีพันธะกะบริษัทขายยาอยู่ หุหุ
กรรมของชาวบ้านต่อไป นอกจากนี้แล้วบางประเทศอาจหนักกว่านั้นโดยอาจถึงขั้นติดคุกเลยที่เดียว
หุหุ อาจารย์ผมยังเคยไปเยี่ยมพวกเค้าเหล่านั้นในคุกแล้ว
ฟังอาจารย์เล่าให้ฟังตอนเรียนรู้สึกเสียวๆเหมือนกัน
ยังโชคดีที่ผมไม่ได้ทำทางสิ่งแวดล้อม 555

การสรุปผลทางวิทยาศาสตร์ก็เหมือนกันครับ อย่างที่กล่าวมาในกรณีCJD
(BSEของคน)ก็มีข้อสมมติฐานต่างๆนานา บ้างก็ว่าเกิดจากPrion บ้างก็ว่าไม่ ผมเองก็ไม่ถนัดด้านนี้ครับ
เอาตัวอย่างง่ายๆดีกว่า อย่างมาเลย์เพื่อนบ้านเรา อาจารย์ผมเคยเข้าไปศึกษาวิจัยการลดลงของปลาที่นั้น
เพราะสภาวะแวดล้อม เสื่อมลงอย่างมาก แต่รัฐบาลเค้าบอกว่าตามรายงานปลาที่จับได้ไม่ได้ลดนี้น่า
อาจารย์ผมก็แปลกใจมากว่าเป็นไปได้อย่างไร เลยเข้าไปดูรายงานฉบับนั้น
หุหุปรากฏว่าที่ไม่ลดลงเพราะปลาที่จับได้ตามที่รายงานนั้น ไปรวมกะปลาที่จับได้จากเขตน่านน้ำอื่น(นอกประเทศ)เข้าไปด้วย
แต่พอแยกเป็นทั่ๆแล้วก็พบว่าปริมาณปลาของท้องถิ่นลดลง ฮาา
นี้ก็เป็นต้วอย่างว่า เราต้องศึกษาข้อมูลที่ได้มาดีๆเสียก่อนครับ
ไม่แน่นะครับเราอาจจะเห็นรายงานที่ว่าสูบบุหรี่แล้วอายุยืน ก็ได้

บางครั้งผมก็มองกว่าการที่ USA พยายามให้ยอมรับGMOsนี้คล้ายๆกับ
WTOพยายามเปิดการค้าเสรีกะจีนเลย 555

เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ผมต้องไปทำธุระอีกแล้ว ว่างๆจะเขียนมาคุยด้วยใหม่ครับ  

  KL  - posted on 09/09/00


GMOs open up many possibilities to solve all the facing problems, not only
agricultural wise, but medicine, genetic diseases, mathematic
questions. These are just "possibilities" which does not mean that we
will use it. Before we enter a room that we know for sure to contain tons
of gold, we need to stop and find out if there is some hidden traps inside
and if it is worthy to go in. And that is what scientists are doing right
now, finding out that hidden dilemmas. For some suggestions that Thailand
should wait, that is a good idea, but Thailand should not just sit on her butt
but should start doing some research on their own. Why we need to wait for
other countries to make great discoveries and follow them. We should
find out answers on our own while eves-dropping on those other countries. No
wonder why Thais have never made any discoveries and aren't we still
follow those footsteps of those Farungs. This new technology itself is very
good but obviously is used by political parties as a weapon. Why??? Simply
because it is so powerful just like a knife with two sides (ดาบสองคม).

We need to look out, either we get the knife or get none!!!
Need to see if the risk outweigh the benefit, and of course there is no
life without any risks!  

สมพิศ   - 09/09/00

หุหุ คุณสมพิศครับ
ที่ผมแสดงความคิดเห็นนั้นไม่ได้หมายความว่าเราจะห้ามการทดลอง
แต่หมายถึงการนำไปใช้ในระบบการเกษตรของไทยเราอย่างจริงจัง
ที่ผมเขียนมานั้น เพราะข้องใจกะกับว่าสิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาปากท้องของคนได้
ประเทศไทยเรานั้นควรที่จะรู้ว่าเราเข้มแข็งทางด้านไหน เพื่อที่จะพัฒนาได้ถูกต้องยิ่งขึ้น :)
แล้วปัจจุบันการเมืองไม่ได้ทรงอนุภาพอย่างแต่ก่อนแล้วครับ
ปัจจุบันสิ่งที่มีอำนาจมากที่สุดเป็นการค้าครับ (ลองดูดีๆซิว่า ใครอยู่หลังนักการเมือง หุหุ)  
KL   - 09/09/00

อ้าว คุณ KL มาตอบซะแล้ว รวดเร็วทันใจจริงๆ :) ยังไม่ทันได้แปลที่
คุณสมพิศเขียนเป็นไทยเลย อะ แปลตรงนี้ก่อนครับ
========================================================
GMO คือสิ่งหนึ่งที่อาจจะมาช่วยแก้ปัญหาหลายๆอย่าง ไม่แต่เฉพาะด้านเกษตร
กรรมเท่านั้น มันอาจจะช่วยด้านการแพทย์ โรคทางพันธุกรรม หรือแม้แต่
ปัญหาทางคณิตศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันเป็นเพียงแค่ "อาจจะใช้" ซึ่งไม่ได้หมายความว่า เราจะ
นำมันมาใช้แน่ๆ หรือทันทีทันใด เหมือนกับก่อนที่เราจะเข้าไปในห้องที่เต็มไป
ด้วยทอง เราต้องหยุด ระมัดระวังและค้นหาว่ามีกับดักอยู่ภายในหรือเปล่า
หรือมีสิ่งอื่นซ่อนเร้น นี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กำลังทำอยู่

ส่วนความคิดเห็นที่ว่าเมืองไทยของเรานั้นน่าจะรอดูผลก่อนว่าเป็นอย่างไร
ก็เป็นความคิดที่ดี แต่เราไม่ควรที่จะรอให้คนอื่นทำเพียงอย่างเดียว เรา
ควรจะทำการทดลองของเราไปด้วย ไม่ใช่นั่งรออยู่เฉยๆ ให้คนอื่นค้นพบ
แล้วค่อยนำมาใช้ เราควรจะหาคำตอบด้วยตัวเองในขณะเดียวกันก็ดูไป
ด้วยว่าคนอื่นทำได้ผลอย่างไร เรามัวแต่รอเราเลยไม่เคยค้นพบอะไรเลย
ต้องคอยตามรอยฝรั่งเสมอ เทคโนโลยีอันนี้โดยตัวเองแล้วเป็นสิ่งที่ดี
แต่นำมาใช้เป็นอาวุธโดยนักการเมือง เพราะมันมีอานุภาพเหมือนดาบ
สองคม

เราต้องคอยระวังให้ดี เราอาจจะได้มีด หรือเราไม่ได้อะไรเลย เราต้องดูว่า
ผลประโยชน์ที่ได้รับมากกว่าผลเสียหรือไม่ และความเสี่ยงมันก็เป็นของคู่
กันกับชีวิตคนเรา
========================================================
ผิดพลาดประการได้ บอกด้วยนะน้องสมพิศ ขออภัยหากไม่สละสลวย ^_^  

Piew   - 09/09/00

I totally agree with P'Sompid and KL that we shall at least delay our use of GMO and, in the mean time, start doing some serious research ourselves. However, I understand why Thailand is quite slow in term of research. I have worked in the genetic labs before (and I'm sure both of you have as well). Each reaction run in one small little tube costs at least 1 $ US. Thus, no matter how much we want to keep up with those Farung, we will never be competitive as long as we do not have enough money to run the research. I suggest that we should take a different approach. One thing WE (as well most of the 3rd world countries) have is the rich gene pool for most species. To clarify for those who are not in the field, all the genes used in GMO are from natural resources. Human beings cannot yet create genes that function the way we want. Currently, scientists need to go out in the wild and search for genes that code for proteins of interests. This is where Thailand has some advantage over the Farungs. We have a lot more species than they do. It's like we have a lot more books in our library to search for knowledge we want. But the key is we need to search for it the right way. What is happening right now is that all the Farungs know they have less books and they are coming to OUR country to search OUR books. They frequently get what they want too. I think you have all heard about how they took advantage of our rice variety. That's just one obvious example.
So, what we have to do is to start using our books while protecting them from all the Farungs. What do we do with all the genes we will find? If we are so afraid of the GMO, we should start with our old friend--natural breeding. But we will add a little trick to it by using modern genetics and molecular biology techniques to speed up the process. This has been done. It is successful, less expensive, and more suited for our country. Plus, since the species are bred naturally, no one will be complaining about GMO. This is what we should do while we are waiting for direct and indirect effects of GMO from the Farungs.
Now, what we really need is experts in this field. I'm glad that we actually have this issue stirred up in our country because it raise awareness (and interest) for the whole population. We need a handful of people who actually know the advantages and disadvantages of whatever the Farungs are trying to sell us. Now, we will never be their "lab rat" again!  
Fu   - 09/10/00

หุหุ แวะเข้ามาเสริมของคุณFUครับว่า
เราควรที่จะต้องรู้รายละเอียดเกี่ยวกับdiversityที่เรามีอยู่(เช่นBRT Project ฯลฯ)
ซึ่งจะทำให้เรามีความเข้มแข็งทางวิชาการมากยิ่งขึ้น
นั้นคือเราจะรู้ว่า พืชชนิดไหนมียีนอะไร ที่อาจจะนำไปใช้ต่อได้ (มองในแง่การประยุกต์)
แต่เราก็ควรไม่ละเลย วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ ที่จะใช้เป็นฐานสำคัญสำหรับ ประยุกต์ ดังนั้นเราก็ควรศึกษา เช่น การทำงานของGene ฯลฯ  
KL   - 09/10/00

คุณ KL อยู่ที่ไหนครับ
เมืองไทยมีการทดลองพวก GMOs แบบเป็นทางการบ้างหรือยังครับ
เคยได้ยินแต่ปลูก ฝ้าย bt เมื่อสองสามปีก่อน (แต่ถูกคัดค้านอย่างหนัก
หรือผิดขั้นตอนอะไรสักอย่าง เลยไม่รู้ผลเป็นยังไงตอนนี้)  
Piew   - 09/28/00

VCharkarn.com - Follow Up Message
Name :
Message :
  -