จากอีเมล์ของคุณ KL [ส่วนที่ไม่เกี่ยวของกับความเห็นได้ถูกตัดออกไป - Editor] =================================================สวัสดีอีกครั้งครับ ขอบคุณมากครับสำหรับคำตอบ :) จริงๆแล้วผมมีข้อเห็นด้วยและข้อไม่เห็นด้วยครับ แต่ผมเขียนไม่ค่อยเก่งครับ ค่อยๆนึกออก แล้วเขียนมาถามเป็นระยะแล้วกันนะครับ ผิดพลาดอย่างไรก็ขอช่วยให้แก้ไขให้ความกระจ่างด้วยนะครับ เพราะผมถนัดเขียนแบบนั่งคุยกันมากกว่า เดี๋ยวไม่เป็นทางการ :) และบางครั้งอาจจะนอกเรื่องไปหน่อย ความจริงที่ว่าการแก้ปัญหาประชากรมิได้อยู่ที่อาหารครับถูกแล้ว ไม่ใช่ทั้งการให้โดยตรงและให้วิธีหาอาหาร แต่เป็นการใช้การควบคุมประชากร มากกว่า เหมือนคำพูดที่ว่าอย่าให้อาหารแต่ให้การคุมกำเนิดครับ กลับมาประเด็นGMOsดีกว่า บอกไว้ก่อนนะครับว่าส่วนใหญ่จะเป็นความคิดเห็น ในประเด็นที่การนำGMOsเข้ามาใช้ในไทยเป็นหลักครับ (รวมทั้งจดหมายที่แล้วด้วย) ที่ผมยกตัวอย่างการให้อาหารโดยตรงเพราะ จะสังเกตุเห็นว่าทำไมGMOsที่พยายามขายๆและต่อต้านกันอยู่ ถ้าสังเกตุ เค้าไม่ได้เน้นขายในกลุ่มของประเทศที่ขาดอาหาร แต่มาเน้นขายให้กับประเทศ ผู้ผลิตอาหารเช่น ไทย จีน ฯลฯ ซึ่งมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย กะปัญหาการขาดแคลนอาหารในประเทศอื่น ถ้าจะถามว่าทำไมพูดถึงแต่GMOsที่เป็นการค้า ก็ขอตอบว่าส่วนที่ไม่เป็นการค้านั้น ยังน้อยเอามากๆเลย ทีเดียวครับ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในห้องทดลองเสียมากกว่า แล้วทำไมล่ะ ก็เพราะงานวิจัยนั้นต้องใช้เงินลงทุนสูงครับ ทางเอกชนส่วนใหญ่แล้วมีเงินลงทุนมากกว่านั้นเอง แล้วก็การควบคุมคุณภาพก็ต่างกันด้วยครับ โดยส่วนใหญ่เค้าเน้นออกมาขายได้ (บางครั้งยังวิจัยไม่ครบถ้าเห็นว่าขายได้ก็เอาออกมาขายแล้ว 555แซวเล่นครับอย่าซีเรียต) การนำGMOsเข้ามาใช้นั้น ผมมองเป็นการ Introduction อย่างหนึ่งครับ ซึ่งความจริงแล้วเราก็มีบทเรียนมาก็มากสำหรับการที่เอาสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นเข้ามา แล้วก่อปัญหาในภายหลัง เช่น ในไทยก็มีหอยเชอรี่, อังกฤษที่คุณพิเชษฐ อยู่ก็มีเรื่องตัวมิงค์ หรือง่ายๆก็กระรอก กะCanadian Geese แต่ผมไม่ได้บอกว่าการIntroduceเป็นสิ่งไม่ดีครับ แต่ต้องใช้เวลาศึกษาผลกระทบ ที่ผมอยากเน้นก็คือประเทศไทยเรามีความพร้อมแค่ไหนในการจัดการครับ ผมเห็นว่าGMOs ยังเป็นศาสตร์ที่ใหม่ครับต้องรอ ผลการศึกษาก่อนครับ ประเทศที่รอไม่ได้ถ้าอยากใช้ก็ใช้ไปก่อนแล้วกัน แต่ผมว่าสำหรับประเทศไทย น่าจะรอไปก่อนครับ แค่พืชไม่ GMOs มีผลผลิตตอนนี้ก็มากจนราคาตกต่ำจนชาวสวนโน้นสวนนี้ มาเดินประท้วงเป้นระยะๆอยู่แล้ว แต่ก็น่าสนใจตรงที่ว่าบางGMOนั้นออกแบบมาเฉพาะ ถิ่นแล้วอย่างงี้เค้าจะลงทุนกะประเทศที่แม้แต่เงินซื้อข้าวยังไม่มีหรือ??? เพราะกว่าจะได้มาก็ลงทุนไปหลายเหมือนกัน หุหุ การทำงานทางวิทยาศาสตร์บางครั้งก็น่าเห็นใจเหมือนกันนะครับ บางครั้งเราทำงานออกมาแล้วก็ตีพิมพ์ไม่ได้ก็มี ไปขัดผลประโยชน์ก็มี เคยฟังอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ไปทำงานวิจัยใน Africa เรื่องการระบาดของโรค โดยโรคนี้มีพาหะเป็นเห็บ(Tick) โดยปกติแล้วชาวบ้านจะป้องกันโรค โดยการใช้ยาฆ่าเห็บครับ แต่งานวิจัยพบว่าถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติ แล้ว ในที่สุดจะเข้าสู่สมดุล โดยให้ผลไม่แตกต่างหรืออาจจะดีกว่าด้วย แต่งานนี้รัฐบาลทำอะไรไม่ได้เพราะมีพันธะกะบริษัทขายยาอยู่ หุหุ กรรมของชาวบ้านต่อไป นอกจากนี้แล้วบางประเทศอาจหนักกว่านั้นโดยอาจถึงขั้นติดคุกเลยที่เดียว หุหุ อาจารย์ผมยังเคยไปเยี่ยมพวกเค้าเหล่านั้นในคุกแล้ว ฟังอาจารย์เล่าให้ฟังตอนเรียนรู้สึกเสียวๆเหมือนกัน ยังโชคดีที่ผมไม่ได้ทำทางสิ่งแวดล้อม 555 การสรุปผลทางวิทยาศาสตร์ก็เหมือนกันครับ อย่างที่กล่าวมาในกรณีCJD (BSEของคน)ก็มีข้อสมมติฐานต่างๆนานา บ้างก็ว่าเกิดจากPrion บ้างก็ว่าไม่ ผมเองก็ไม่ถนัดด้านนี้ครับ เอาตัวอย่างง่ายๆดีกว่า อย่างมาเลย์เพื่อนบ้านเรา อาจารย์ผมเคยเข้าไปศึกษาวิจัยการลดลงของปลาที่นั้น เพราะสภาวะแวดล้อม เสื่อมลงอย่างมาก แต่รัฐบาลเค้าบอกว่าตามรายงานปลาที่จับได้ไม่ได้ลดนี้น่า อาจารย์ผมก็แปลกใจมากว่าเป็นไปได้อย่างไร เลยเข้าไปดูรายงานฉบับนั้น หุหุปรากฏว่าที่ไม่ลดลงเพราะปลาที่จับได้ตามที่รายงานนั้น ไปรวมกะปลาที่จับได้จากเขตน่านน้ำอื่น(นอกประเทศ)เข้าไปด้วย แต่พอแยกเป็นทั่ๆแล้วก็พบว่าปริมาณปลาของท้องถิ่นลดลง ฮาา นี้ก็เป็นต้วอย่างว่า เราต้องศึกษาข้อมูลที่ได้มาดีๆเสียก่อนครับ ไม่แน่นะครับเราอาจจะเห็นรายงานที่ว่าสูบบุหรี่แล้วอายุยืน ก็ได้ บางครั้งผมก็มองกว่าการที่ USA พยายามให้ยอมรับGMOsนี้คล้ายๆกับ WTOพยายามเปิดการค้าเสรีกะจีนเลย 555 เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ผมต้องไปทำธุระอีกแล้ว ว่างๆจะเขียนมาคุยด้วยใหม่ครับ |