|
วิทยศาสตร์ ไม่สามารถให้คำตอบได้
หากอ่านข้อมูลที่กล่าวมาโดยละเอียด ผู้เขียนเห็นว่าวิทยาศาสตร์ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้
ในขณะนี้ และในอนาคตอันใกล้(อย่างน้อย 5 ปี) การถกเถียงหลายครั้งที่ผ่านเน้นที่ตัววิทยศาสตร์
และเทคโนโลยีที่ใช้ พร้อมกับพยายามถกเถียงเรื่องอันตรายจาก GMO สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายคนมองข้ามประเด็นสำคัญไป
ขณะนี้เราไม่ได้เผขิญกับ อันตราย แต่กำลังเผชิญกับ
ความไม่แน่นอน เพราะวิทยาศาสตร์ไม่สามารถสรุปได้ ว่าการใช้ GMO จะส่งผลอย่างไรบ้าง
ดังนั้นเราจะพูดถึงคำว่าอันตรายไม่ได้ทีเดียวนัก ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาทางด้าน
มนุษยธรรม และวัฒนธรรมความเคยชิน เสียมากกว่า
ผู้เขียนขอบรรยายว่า ทำไมวิทยศาสตร์ ตอบปัญหาไม่ได้
1. การทดลองไม่สามารถทำซ้ำได้
จากข้อมูลที่ได้เขียนใว้ จะพบว่าการผลิต GMO ในวงการอุตสหกรรมนั้น
เป็นแบบ Hit and Miss ซึ่งก็คือผลที่ได้จะไม่สามารถทำซ้ำได้เหมือนเดิม ซึ่งส่วนนี้จะทำให้ผลการทดลองที่ได้มา
เชื่อถือไม่ได้
2. มีองค์ประกอบหลายอย่าง ในชีวิตจริง
การทดลองปลูกต้นไม้ GMO ในไร่ใหญ่ๆเพื่อทำการศึกษา ก็ไม่สามารถให้คำตอบได้เช่นกัน
เพราะระยะเวลาเก็บผลการทดลองนั้นสั้น และมีปัจจัยหลายอย่างเกี่ยวข้อง ซึ่งในแต่ละปัจจัยก็ขึ้นอยู่กับท้องที่
เช่น นก แมลง หนู.... และที่แน่ๆคือ ไร่การทดลองนั้น ย่อมไม่เหมือนการปลูกในชีวิตจริง
หรือการทำเป็นอุตสาหกรรมได้ ขอย้ำว่า การทดลองนั้น
เน้นที่ปัจจัยหนึ่งปัจจัยใดเท่านั้น โดยพยายามหาวิธีทดลองที่ตัดปัจจัยอื่นออกไปได้
แต่ชีวิตจริงนั้น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบมากมาย
3. การทดลองเพื่อให้ได้ผลแน่นอนนั้น
ช้า ไม่ทันใจภาคธุรกิจ
หากรัฐบาลจะต้องตัดสินใจ ว่าจะเดินหน้าต่อไปกับ GMO หรือไม่ โดยรอผลการทดลองด้านวิทยาศาสตร์
อาจจะต้องรออีก 10 ปีข้างหน้า การทดลองเพื่อสรุปผลนั้น จะต้องปราณีต รอบคอบ
และไม่รีบร้อน แต่มีหลายคนพยายามใช้ผลการทดลองมาอ้างอิง เพื่อตัดสินใจวันนี้วันพรุ่งนี้
ซึ่งเป็นไปไม่ได้
4. การทดลองเล็กๆ แต่หากได้ผลชัด จะได้รับความสนใจมาก
ขอยกตัวอย่างเพื่ออธิบายข้อนี้ เมื่อต้นปี 2543, Arpad Pusztai ได้ทดลองพบว่า
หัวมันฝรั่งที่เปลี่ยนแปลงพันธุกรรม มีอันตรายกับหนู ข่าวนี้โด่งดังมาก ได้รับความสนใจ
แต่เกือบทุกคนไม่ได้สนใจว่า เขาทดลองอย่างไร !! การที่ให้หนูกินแต่มันฝรั่งล้วนๆ
และกินได้น้อย จะทำให้หนูขาดสารอาหารอยู่แล้ว ทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง
ไม่มีทางสรุปผลได้ จะให้หนูกินอย่างอื่นด้วยก็ไม่ได้ เพราะจะมีตัวแปรหลายตัวเกินไป
5.ผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ใช้เวลานานกว่าจะรู้
ยังไม่มีอะไรเป็นหลักฐานยืนยันว่ามันอันตรายจริง แต่ไม่ได้หมายความว่า การไม่พบหลักฐานเป็นการยืนยันว่าไม่มีอันตราย
ผู้เขียนเชื่อว่ากว่าจะศึกษาผลกระทบได้ทั้งหมดแน่นอน จะใช้เวลานานมาก
6. เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้
อาจจะงงสักนิด แต่หลายท่านคงจำกรณีสาร CFC ได้ ขณะที่มีการใช้ในวงการอุตสาหกรรม
อย่างกว้างขวาง ไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่า สารCFC จะทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศ
หลายคนมองว่า GMO อาจจะเป็นเช่นเดียวกัน เราอาจจะไม่รู้ว่าเราไม่รู้ !! เรากลัววิกฤตการณ์ที่อาจจะเกิดได้ในอนาคต
!!
7. ตัววิทยศาสตร์เองไม่ได้รับความเชื่อถือ
ทำไมยุโรปถึงได้ต่อต้าน GMO กันนัก นอกจากว่าพวกเขามีอันจะกิน ไม่รีบร้อนที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีนี้
อีกสาเหตก็คือกรณี BSE หรือ โรควัวบ้า ที่ยังคงจำกันได้ ก่อนหน้านี้มีแต่นักวิทยศาสตร์บอกว่า
โอกาสจะเกิดขึ้นน้อยมาก หรือ ไม่มีเลย หรือพูดว่า "ยังไม่มีอะไรชี้ว่าจะเป็นอันตราย"
เหตการณ์นี้ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือวิทยศาสตร์ และขาดความเชื่อถือที่นักวิทยศาสตร์จะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
พร้อมกับไม่เชื่อว่าวิทยาศาสตร์จะป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
หน้าต่อไป -> บทสรุป
|