CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 

มารู้จักนโยบายเศรษฐกิจแบบง่าย ๆ กันเถอะ (1)

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาววิชาการ Magazine ทุกคน ผมนาย AUSTIN นักเขียนน้องใหม่ขอรายงานตัวครับผม หลังจากเพื่อน ๆ ได้สนุกกับคอลัมน์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (Pure Science) ที่เพื่อน ๆ พี่ ๆ ได้นำเสนอแล้ว ผมขออนุญาตเพื่อน ๆ นำความรู้ทางด้านสังคมศาสตร์ (Social Science) มาแชร์กันบ้างนะครับ วันนี้ผมจะมาพูดเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ (Economics) ซึ่งเป็นSocial Science ที่สำคัญสาขาหนึ่งครับ เพื่อน ๆ เห็นชื่อบทความนี้อาจจะคิดว่าทำไมคราวนี้มาเรื่องซีเรียสจัง เอาเรื่องเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์อะไรมาพูดก็ไม่รู้ น่าเบื่อ จริง ๆ แล้วเรื่องเศรษฐกิจนี่สนุกนะครับ ถ้าเราได้ทำความเข้าใจกับมันซักเล็กน้อย ถ้าได้อ่านบทความนี้แล้ว ผมรับรองว่าเพื่อน ๆ จะอ่านข่าวเศรษฐกิจได้สนุกขึ้น และจะชอบเศรษฐศาสตร์ขึ้นอีกเป็นกองเลยครับ จริง ๆ นะจ๊ะ ขอบอก

เศรษฐศาสตร์ที่ผมจะพูดในวันนี้เป็นเศรษฐศาสตร์มหภาค(Macroeconomics) ครับ อ้อ ลืมบอกไป วิชาเศรษฐศาสตร์เนี่ย เขาแบ่งออกกว้าง ๆ เป็น 2 ประเภทครับ คือ เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Microeconomics) กับเศรษฐศาสตร์มหภาคครับ จุลแปลว่าเล็กใช่ไหมครับ ฉะนั้น เศรษฐศาตร์จุลภาคก็จะมองในแง่เล็ก ๆ ซึ่งก็คือตัวบุคคลครับ เช่นเราควรจะใช้เงินในกระเป๋าอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดในยามที่เศรษฐกิจย่ำแย่อย่างนี้ ในทางกลับกัน มหาหรือมหแปลว่าใหญ่ ดังนั้น เศรษฐศาสตร์มหภาคนั้น ก็จะมองในแง่ส่วนรวมทั้งเศรษฐกิจ ทั้งประเทศครับ เช่น รัฐบาลควรจะบริหารงบประมาณอย่างไร เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อคนทั้งประเทศครับ

เอาละครับ เข้าเรื่องกันซักที เกริ่นอยู่นาน เพื่อน ๆ เคยสงสัยไหมครับว่า ใครหรือหน่วยงานไหนในรัฐบาลกันแน่ที่ดูแลเรื่องเศรษฐกิจอยู่ เห็นมีเยอะแยะไปหมด กระทรวงการคลังเอย กระทรวงพาณิชย์เอย ไหนจะแบงค์ชาติ แล้วยังสภาพัฒน์อีก วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับหน้าที่ ความรับผิดชอบของหน่วยงานเหล่านี้กันดีกว่านะครับ ก่อนอื่นผมขอแบ่งเศรษฐกิจมหภาค (เศรษฐกิจโดยรวมทั้งประเทศ) ออกเป็น 2 ภาคใหญ่ ๆ นะครับ คือ ภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) และ ภาคการเงิน (Financial Sector)

Macroeconomics = Real Sector + Financial Sector

ภาคเศรษฐกิจจริงเนี่ย จะเกี่ยวข้องกับพวกปากท้องซะเป็นส่วนใหญ่ เช่น ราคาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปต่าง ๆ พวกนี้ หน่วยงานรัฐที่จะดูแล ควบคุมราคาจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ซะเป็นส่วนใหญ่ครับ อันนี้รวมไปถึง International Trade หรือการค้าขายระหว่างประเทศด้วยครับ

ส่วนภาคการเงินเนี่ย จะมีสองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ คือ กระทรวงการคลัง และ ธนาคารชาติ แต่จะแบ่งแยกหน้าที่กันอย่างไรนั้น ผมขอลงในรายละเอียดซักนิดนะครับ คือว่า ถ้าเราพูดถึงนโยบายเศรษฐกิจแล้ว มี 2 นโยบายหลัก ๆ ที่รัฐบาลใช้ คือ นโยบายการเงิน (Monetary Policy) และนโยบายการคลัง (Fiscal Policy) ครับ

Macroeconomics Policy = Fiscal Policy + Monetary Policy

การใช้นโยบายการคลังของรัฐบาลเนี่ย ค่อนข้างจะใกล้ตัวพวกเราหน่อย คือจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรายรับและรายจ่ายของรัฐ เอ๊ะ แล้วมันจะเกี่ยวยังไงล่ะ เพื่อน ๆ อาจถามในใจ ผมก็ขอตอบว่า ก็อย่างเช่นการเก็บภาษี (รายรับ) และเงินงบประมาณของรัฐ (รายจ่าย) ยังไงครับ ภาษีเนี่ย ชัวร์ ๆ เกี่ยวข้องโดยตรงกับพวกเราแน่นอน เช่นภาษีเงินได้ที่พวกเราหรือพ่อแม่พวกเราต้องจ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต (สำหรับสิงห์อมควันทั้งหลาย) และอื่น ๆ ครับ ส่วนเงินงบประมาณของรัฐ (ที่กำลังถกเถียงกันในขณะนี้) ก็คือเงินที่กันไว้สำหรับเป็นรายจ่ายของรัฐทั้งหลายไงครับ ยกตัวอย่างเช่น เงินเดือนข้าราชการของพ่อแม่พวกเราบางคน เงินงบประมาณสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ (เช่น ถนน เขื่อน เป็นต้น) หรือแม้กระทั่งทุนที่นักเรียนทุนต่างประเทศ (เช่นบรรดาเหล่านักเขียนวิชาการ Magazine บางคน)เฝ้ารอจาก ก.พ. ทุกปีไงครับ แล้วพวกนี้มันเป็นนโยบายเศรษฐกิจยังไง ผมก็ขออธิบายอย่างนี้ครับ

... มีต่อหน้าสองครับ

   

What'sNew SiteMap Search Home Guide Afterhour Webboard Exambank Magazine


สนับสนุน
โดย สสวท.
หน้าหลัก   V คาเฟ่   V แมกกาซีน    บทเรียนข้อสอบ   บันเทิง   วิชาการไกด์
เรือนไทย   ข่าววิชาการ   ข่าวประชาสัมพันธ์   ปรับปรุงใหม่ๆ   ทีมงาน

email: vcharkarn@vcharkarn.com


สมัครสมาชิก วิชาการ.คอม ใส่ email ในช่องนี้ค่ะ :

Copyright 2000, Vcharkarn.com. All rights reserved.

พสวท. เพื่อ
วิทยาศาสตร์ไทย
Next Back V Magazine