CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 

 

ทำไงดี? (1) ...ต่อ

ดังที่กล่าวไปแล้วเมื่อกี้นี้ว่า ท่านธารินทร์ ท่านต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วมาก ๆ ท่านจึงใช้ทั้งนโยบายการเงินควบการคลัง การคลังคือกู้เงินต่างชาติเพื่อมาเพิ่ม Government Expenditure หรือ การใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ประชาชน ส่วนด้านการเงิน ที่เห็นชัดคือมาตรการดอกเบี้ยต่ำ ดังที่เคยกล่าวมาแล้ว ดอกเบี้ยต่ำทำให้ประชาชนที่มีเงินอยู่ในมือ ไม่อยากเอาไปฝากแบงก์ เพราะได้ดอกเบี้ยนิดเดียว สู้เอามาลงทุนไม่ได้ เพราะผลตอบแทนมากกว่า ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ (ดูดอกเบี้ยต้องดู 2 ทาง ทั้งเงินฝากและเงินกู้) ที่ต่ำก็จะจูงใจให้ผู้กู้อยากกู้ เพราะต้นทุนค่าดอกเบี้ยต่ำกว่าผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนครับ ฉะนั้น ก็เลยทำให้ดอกเบี้ยลดต่ำลงจากช่วง 3-4 ปีที่แล้วอย่างมากครับ

ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ แล้ว ขอพูดเลยต่ออีกหน่อย ในตอนแรกที่ผมได้ข่าวว่า ประเทศไทยประกาศลดอัตราดอกเบี้ยแหลกราญขนาดนี้ (เท่าที่จำไม่ผิด จาก ประมาณ 17% เหลือ 6%) ผมเงี้ยแทบช็อค คิดว่าอู้ฮู้ คราวนี้รัฐบาลเอาจริงโว้ย อย่างนี้เศรษฐกิจฟื้นแน่ ๆ แต่ไหงไม่ฟื้น เป็นรูปตัว V อย่างที่เขาพูดกันไปได้น้า ที่ชัวร์ ๆ อย่างนึงคือเรื่องดอกเบี้ยเนี่ย ถ้าดอกเบี้ยมันลดทั้ง 2 ขาอย่างที่ตั้งใจจริง ๆ ก็คงจะกระตุ้นขึ้นอยู่หรอก แต่นี้แบงค์ทั้งหลายไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ ยังคงตั้งดอกเบี้ยเงินกู้สูงอยู่ ก็ทำให้เงินไม่ไหลออกไปสู่มือประชาชน เกิดการลงทุนเท่าที่ควร เศรษฐกิจก็ยังกระตุกอย่างที่เป็นอยู่นั่นแหละครับ

หมดเรื่อง อัตราดอกเบี้ยแล้ว ก็มาเรื่องสุดท้าย คือเรื่อง อัตราแลกเปลี่ยน ครับ ที่คุณ Hermit สงสัยว่าทำไมค่าเงินบาทถึงได้ตกลง ตกลงเรื่อย ๆ ผมขอตอบดังนี้ครับ เนื่องจากตอนนี้เราใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว ซึ่งหมายความว่า ราคาของค่าเงินสกุลใดสกุลหนึ่งนั้น ก็เหมือนราคาของสินค้าในตลาดทั่วไป คือ ขึ้นอยู่กับ Demand กับ Supply หรือ อุปสงค์ (ความต้องการซื้อ) กับ อุปทาน (ความต้องการขาย) นั่นเองครับ ถ้าเศรษฐกิจประเทศเราดี มีปัจจัยภายในที่เหมาะสมกับการลงทุน (เช่นมีการเมืองที่มั่นคง มีนโยบายที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน แรงงานมีฝีมือดีและค่าแรงไม่แพงนัก) นักลงทุนต่างชาติก็อยากที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทำให้ความต้องการ(Demand) ในค่าเงินบาทเพิ่มขึ้น และทำให้ค่าเงินบาทสูงขึ้นในที่สุด ในอีกสถานการณ์หนึ่ง ถ้าสินค้าส่งออกไทยคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ต่างชาติก็มีความต้องการซื้อมากขึ้น ทำให้เงินตราต่างประเทศไหลเข้าประเทศมากขึ้น ผู้ผลิตในประเทศ ก็จะนำเงินตราต่างประเทศที่ได้มาเหล่านี้ มาแลกเป็นเงินไทย ทำให้ความต้องการในเงินไทยมากขึ้น ค่าเงินบาทก็จะสูงขึ้นในที่สุด

ในทางกลับกัน ถ้าประเทศไทยเศรษฐกิจไม่ดี ปัจจัยภายในไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน รวมไปถึงสินค้าที่ผลิตไม่มีคุณภาพ จูงใจให้ต่างชาติซื้อ ก็จะส่งผลไปทางตรงกันข้ามกับที่ได้กล่าวมาแล้ว กล่าวคือ ไม่มีผู้ใดต้องการเงินไทย ซี่งจะทำให้ค่าเงินบาทตกลงในที่สุด

ที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นเพียงปัจจัยด้านหนึ่งที่กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้น ซึ่งก็คือปัจจัยภายใน ส่วนปัจจัยภายนอกนั้น ขึ้นอยู่กับต่างประเทศเป็นหลัก ตัวอย่างที่เห็นกันสด ๆ นั้นก็คือ เมื่อสองสามเดือนก่อนนี้ มีข่าวว่าค่าเงินบาท และ ค่าเงินในภูมิภาคอาเซียนตกลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะว่า นักลงทุนต่างชาติ (เช่น นักลงทุนสหรัฐเอง) มีความต้องการในเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะเกิดความไม่มั่นใจในตลาดหุ้น ของประเทศของเขาเอง (พูดง่าย ๆ คือ กลัวว่าตลาดหุ้นตัวเองจะตก เนื่องจากกระแสข่าวการตกต่ำของหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (หรือกลุ่ม TNT-ชื่อเหมือนระเบิดเลยนะครับ ย่อมาจาก Technology, Internet, &Telecommunication ครับ)ทำให้พวกนักลงทุนเหล่านี้ถอนการลงทุนของตนเอง แล้วมาถือเงินสดไว้ ทำให้ความต้องการเงินดอลลาร์มากขึ้น) ค่าเงินดอลลาร์ก็สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินบาทในทางกลับกันก็ตกลงในที่สุด

เอ้า คุยกันมาตั้ง หลายหน้าแล้ว พอแค่นี้ก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวพูดมากแล้วเพื่อน ๆ จะเบื่อซะก่อน แล้วไว้ฉบับหน้าจะมาต่อภาค 2 โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการค้า (Trade) ครับ ถ้าเพื่อน ๆ สงสัยว่าแล้วทำอย่างไรเราจะพัฒนาเศรษฐกิจของไทยให้ยืนยาว ก็อย่าพลาดฉบับหน้านะครับ อ้อแล้วก่อนจบ ขอเอาใจช่วยให้รัฐบาลใหม่ได้มือเศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่ดี ที่ฉลาด ที่มีความตั้งใจจริง และสามารถแก้ปัญหาได้ มาแก้ปัญหาเศรษฐกิจครับ แล้วเจอกันครับ สวัสดีครับ

ข้ามไปอ่านหน้าที่ [1] [2]

   

What'sNew SiteMap Search Home Guide Afterhour Webboard Exambank Magazine


สนับสนุน
โดย สสวท.
หน้าหลัก   V คาเฟ่   V แมกกาซีน    บทเรียนข้อสอบ   บันเทิง   วิชาการไกด์
เรือนไทย   ข่าววิชาการ   ข่าวประชาสัมพันธ์   ปรับปรุงใหม่ๆ   ทีมงาน

email: vcharkarn@vcharkarn.com


สมัครสมาชิก วิชาการ.คอม ใส่ email ในช่องนี้ค่ะ :

Copyright 2000, Vcharkarn.com. All rights reserved.

พสวท. เพื่อ
วิทยาศาสตร์ไทย
Next Back V Magazine